FAZER LOGIN"เฮียไท เฮียไท หลับหรือว่าตายนะนั่น"
เสียงแหว ๆ ดังขึ้น ทำให้คนที่กำลังหลับสนิทสะดุ้งน้อย ๆ เขาได้ยินเสียงเปิดประตู เสียงฝีเท้า พร้อมกับเสียงเรียกชื่อเขา ในที่สุดเสียงนั้นก็หยุด เขายังคงนอนนิ่งไม่กระดุกกระดิก มันง่วง...จนเปิดตาไม่ไหวจริง ๆ ให้ตายเถอะ
"ดูสิดู หลับเฝ้าเด็กเหรอนั่นน่ะ เดี๋ยวก็ทับลูกเข้าหรอก"
แม่เจ้าประคุณยังบ่น เขาได้ยินเสียงมู่น้อยร้องเอ๊าะแอ๊ะ ก่อนจะได้ยินเสียงโอ๋ พูดจาด้วยน้ำเสียงอีกอย่าง...เสียงสองของยัยเจ๊ดาหรือนั่น!
"ว่าไงลูก โอ๋ ๆ หิวหรือยัง ทำไมหน้าเป็นจังเลยเราน่ะ ไหน ๆ ดูพุงหน่อยนะ ไหนๆ หอมพุงหน่อย หอมจังเลย"
"เฮียไท เฮีย ไอ้เฮียไท!"
คำหลังทำให้คนที่กำลังทำเป็นหลับ ฟังหล่อนพูดเสียงหวาน ๆ กับลูกสาว ถึงกับสะดุ้งตื่น แล้วผุดลุกขึ้นนั่ง หล่อนอุ้มลูกสาวเขาไว้ในอ้อมแขน ทำตาดุใส่เขา หน้ามุ่ยเชียวนะคุณเจ๊ดา
"เจ๊ จะปลุกกันด้วยเสียงหวาน ๆ แบบที่เจ๊ปลุกลูกสาวผมหน่อยไม่ได้หรือยังไงกัน"
"นมอยู่ไหน?"
ถามหาของกินของมู่น้อยก่อนเลยสินะ เขาชี้มือไปที่ห้องครัว ชลันดาเดินเข้าไปในนั้น เขานึกสงสัยว่าทำไมหล่อนถึงเข้าห้องเขามาได้ แต่ไม่ทันได้ถามอะไร เสียงแหว ๆ ของหล่อนก็ดังขึ้นเสียก่อน
"นี่ถ้าเคนไม่โทรไปตามฉันนี่ นายจะป้อนนมลูกไหมนี่"
เธออุ้มมู่น้อยไว้ในอ้อมแขนสำรวจไปด้วยว่าอะไรอยู่ที่ไหน เขามีนมชงเตรียมไว้อีกขวด เครื่องไม้เครื่องมือในการชงนมถูกล้างไว้เรียบร้อย อืม...ก็ถือว่าใช้ได้นั่นแหละ ไม่ได้ละเลยอะไรมากมาย อย่างที่พ่อลูกน้องตัวแสบเป็นกังวล
"ไอ้เคนมันโทรไปกวนเจ๊ด้วยหรือยังไงกันนั่น แล้วเข้าห้องผมมาได้ไงนี่"
"โทรไปตั้งแต่ตีห้าละ ย้ำว่าวันนี้ไม่อยู่ ให้ฉันมาดูนายกับลูกเร็ว ๆ ด้วย นี่มู่น้อยยังกินแต่นมใช่ไหม ยังไม่ต้องให้อาหารเสริมใช่หรือเปล่า"
ชลันดาถามเขา คนที่มีลูกสาวกะทันหัน อ้าปากหวอ เพราะกำลังคิด ๆ ว่าหล่อนกำลังพูดอะไร? เอ...เด็กนี่เค้ากินแต่นมไม่ใช่เหรอ อาหารเสริม? อาหารเสริมคืออะไรหว่า เมื่อวานก็มัวแต่อ่านเรื่องอาบน้ำ อ่านไปอ่านมาเตลิดไปเรื่องการเลือก แพมเพิสเด็ก ไถลไปอ่านกระทู้ในพันทิปว่ายี่ห้อไหนถูกและดี
"เอ่อ..."
"อาหารเสริม?"
เขาทวนอีกหน ชลันดาขมวดคิ้วมุ่นใส่เขา เสียงอ่อนโยนนุ่มนวล ของเธอยามคุยกับแม่หนูมู่น้อยเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
"ย่ะ! อาหารเสริม เด็กไม่ได้กินนมอย่างเดียว ถ้าเด็กอายุหกเดือนก็ต้องให้อาหารเสริม กล้วยครูด ข้าวตุ๋น อาหารอ่อนๆ ซีรีแลคอะไรแบบนี้ มู่น้อยอายุเท่าไหร่แล้ว ถ้าอยู่ใกล้ ๆ ที่ฉันบอก ก็ไปหาข้าวของเตรียมไว้ พวกเครื่องบดเอาไว้เผื่อทำอาหารให้ลูก"
"คือ?"
หน้างง ๆ ของไท พร้อมกับอาการเกาหัวแกรก ๆ มองดูแม่หนูในอ้อมแขนเธอที่กำลังดูดนมจากขวดเสียงดังจุ๊บ ๆ ตาแป๋ว ทำให้ชลันดาขึงตาใส่เขา แล้วเสียงของเธอก็เพิ่มคีย์อย่างลืมตัว
"พ่อประสาอะไรไม่รู้ว่าลูกตัวเองอายุเท่าไหร่? นี่นายเป็นคนยังไงกันนี่!"
แม่หนูในอ้อมกอดกำลังเบิกตาโต มองคนที่กำลังกอดตนอยู่ เสียงแหลม ๆ นี่แม่ตัวเล็กไม่ชอบเลย มันฟังแล้วทำให้เธอเบะปาก ทีละน้อย
"คือ"
"โอ๊ย ก็สมควรละที่เมียทิ้ง คอยังไม่ค่อยแข็งดีเลย น่าจะราวสามสี่เดือน"
ประโยคหลังบ่นกับตนเอง ประโยคต่อไปพุ่งเป้าหาคนที่กำลังนั่งหน้าเข้ม ตาปริบๆ มองเธออยู่
"นี่ นายไท ต่อไปนี่นายมีลูกแล้วนะ นายจะต้องสังเกต ต้องดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด เด็กอ่อน เด็กทารกแบบนี้ ห่างตาไม่ได้ แล้วการที่นายไปนอนข้าง ๆ มู่น้อยน่ะ มันอันตรายรู้ไหม เกิดว่านายทับลูกนายตายทำยังไง? แล้วนายก็ควรจะจำให้ได้ด้วย ว่าลูกนายอายุเท่าไหร่ อย่าบอกฉันนะว่า นายยังไม่ไปแจ้งเกิดลูก!"
ไม่ต้องมีเสียงอะไรตอบ แค่รอยยิ้มแหย ๆ จากคนตรงหน้า เสียงของชลันดาก็แหลมปรี๊ดขึ้นอีก
"หา! ตายแล้ว!"
"แง้ ๆ ๆ ๆ"
"โอ๋ ๆ ๆ เป็นอะไรลูก โอ๋ ๆ ๆ ๆ"
เหมือนจะรู้ว่าพ่อกำลังถูกเล่นงานอย่างหนัก แม่หนูร้องจ๊ากขึ้นยุติการอาละวาดของชลันดาเสียชั่วคราว ไทมาเฟียเงินกู้ที่ตอนนี้ทำตัวลีบตาปริบ ๆ ประหนึ่งอารมณ์ลูกหนี้โดนทวงตังค์เสียเอง ถอนหายใจเฮือกอย่างโล่งอก เขาเอามือทาบอก มองสาวร่างบางที่อุ้มลูกสาวของเขาเห่กล่อมโอ๋ปลอบให้เจ้าตัวเล็กเลิกอาละวาดด้วยสายตาหวาด ๆ
"อูย...ทำไมดุได้ถึงขนาดนี้วะ ใครได้เป็นเมียคงฝ่อเอาจริง ๆ นะนั่น ดุพอ ๆ กะครูสมทรงเลย"
เขาบ่นพึมพำ คนเดียวที่ทำให้เขารู้สึกตัวลีบ รู้สึกผิดกับสิ่งที่กระทำลงไป จนตัวหดตัวจ้อยได้ขนาดนี้ ก็คือคุณครูสมัยวัยประถม ที่มีฉายาครูสมทรงไม้เรียวพิฆาต เสียงสยบแผ่นดินไหว เด็กน้อยกลัวกันขนาดหนัก ขนาดไทที่อดีตเป็นเด็กหัวโจกจอมซน ไม่กลัวใคร ยังวิ่งหูตั้งเวลาได้ยินครูสมทรงเรียก แถมท่านยังอยู่ข้างบ้านเขาอีกต่างหาก เวลาเขาซนหนัก มารดามักจะแกล้งตะโกนเรียกท่าน เล่นเอาเด็กน้อยไท วิ่งหน้าเริดมานั่งพับเพียบเรียบร้อยในทันที
แม่ตัวน้อยหยุดร้องไห้ในที่สุด เมื่อถูกหยอกเย้า ก่อนจะเริ่มตาปรือเพราะก่อนที่ชลันดาเข้ามา แม่หนูตื่นก่อนไทและนอนเล่นอยู่คนเดียวนานแล้ว เมื่ออิ่มนมเข้าก็เริ่มง่วงตามประสาวัย ไทถึงกับสะดุ้งเมื่อชลันดาตวัดสายตามามองเขา พ่อมาเฟียหนุ่มหน้านิ่ง เลยยิ้มแหยส่งให้เธอ เธอบรรจงวางแม่ตัวเล็กลง เมื่อเห็นอาการเคลิ้มนั่น หลังจากลูบหลังให้เรอหลังดื่มนมแล้ว ชลันดามองไปยังกองข้าวของประดามี ที่สองหนุ่มเตรียมไว้ในการเลี้ยงลูกสาวกะทันหัน นัยน์ตาคมหวานมองกวาดอย่างเก็บรายละเอียด มือก็ลูบเท้าน้อย ๆ นั่นไปด้วย สักพักตาของมู่น้อยก็ปิดสนิท เธอจึงหันขวับมาหาคนที่กำลังแอบมองเธออยู่ก่อนแล้ว เล่นเอาพ่อมาเฟียถึงแก่สะดุ้ง
"เฮีย..."
"ชูว์"
ชายหนุ่มรีบเอานิ้วปิดปาก แล้วบุ้ยใบ้ไปทางคนตัวป้อมที่นอนแผ่อย่างสบาย เธอกอดอก แล้วมองเขาด้วยนัยน์ตาขุ่น ๆ เขากวักมือเรียกเธอออกมานอกห้องนอน โดยแง้มประตูไว้ด้วย เพราะกลัวจะมองไม่เห็นคนตัวน้อยที่กำลังนอนสบาย
"คือ...อย่าเพิ่งด่าอะไรผมเลยน่าเจ๊ เป็นอันว่าเจ๊แนะนำมาเลยก็ได้ว่าผมควรจะซื้ออะไรเพิ่มเติม หรือว่าควรจะดูแลลูกอะไรยังไง เจ๊ด่าผมมาเยอะแล้ว ผมสำนึกผิดไม่ทันแล้วจริง ๆ"
พ่อมาเฟียไม่แก้ตัวแต่อย่างใด ว่าเพราะเหตุผลกลใด สาวน้อยตัวเล็กจึงมาอยู่ในปกครองของตน เพราะไม่อยากพูดไปให้มากความ ใส่ร้ายอดีตผู้หญิงของตนเสียเปล่า ๆ เขาคิดถี่ถ้วนดีแล้วว่าจะรับเด็กคนนี้ไว้เป็นลูก และจะพยายามทำหน้าที่พ่อให้ดีที่สุด
"เท่าที่ดูก็เหมือนจะครบแล้วละ อีกอย่างมู่น้อยยังไม่คว่ำ ไม่คลาน ช่วงนี้ก็ง่ายหน่อย แค่กินกับนอน แล้วก็ดูแลเรื่องความสะอาดให้เด็ก เฮียไทก็สังเกตพัฒนาการของลูกด้วยก็แล้วกัน ว่าเริมชันคอ พลิกตัวหรือยัง เด็กบางคนก็ไว บางคนก็ช้า"
เสียงดุ ๆ นั่นลดคีย์เป็นเสียงธรรมดาเหมือนยามที่คุยกับเขาปรกติ
ไม่เหมือนเสียงหวาน ๆ เวลาคุยกับลูกสาวเขาเลยแหะ แล้วทำไมเขาต้องอยากให้หล่อนพูดแบบนั้นกับเขาด้วยหว่า?
ไทกระแอม เหมือนจะปลุกตัวเองให้สติคืนมา แล้วเอ่ยขอบคุณเธอ
"ต้องขอบคุณเจ๊ดามาก ๆ ที่มาช่วยเลี้ยงมู่น้อย ผมกับไอ้เคน ก็ผู้ชายทั้งคู่ ยังไงก็ไม่เหมือนผู้หญิงเพศแม่ ผมต้องขอบคุณมากจริง ๆ หิวหรือยังล่ะครับ สั่งอะไรมากินกันไหม? เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง"
"อืม..."
ชลันดาชักจะรู้สึกเขิน ๆ ที่ถูกชมแบบนี้ เธอมีประสบการณ์เลี้ยงเด็กมาบ้าง เพราะเคยช่วยดูแลน้องมาตั้งแต่เล็กๆ การรื้อฟื้นงานของเพศหญิงมันทำให้เธอพานคิดไปถึงอดีตในวัยเยาว์ของตนขึ้นมา มันเจ็บปวด...แต่ก็มีบางอย่างสวยงามและติดอยู่ในความทรงจำ
"ฉันกินอะไรก็ได้ ก็คงจะแค่สองวันนี้ล่ะที่จะได้มาช่วยดูแลลูกสาวนายที่นี่ เพราะว่าร้านฉันเปิดมะรืน แล้วจะหาคนมาช่วยดูแลให้เอาเงินที่นายจ่ายฉันมานั่นละ"
"ร้านเจ๊เปิดเย็น ๆ ไม่ใช่เหรอ ระหว่างนั้นก็มาช่วยผมหน่อย"
เสียงเขาฟังดูอ้อน จนเธอรู้สึกพิกล เธอนิ่งอย่างใช้ความคิด ไทจึงรีบเสนอ
"ผมเพิ่มเงินให้อีกก็ได้นะ ผมอยากให้เจ๊ดาช่วยดูแลมู่น้อยหาคนมาช่วยก็ได้ตามใจเจ๊เลย จะให้ผมจ้างคนมาช่วยเจ๊ที่ร้านก็ได้เอ้า!
กลางคืนพวกผมก็พอจะช่วยๆ กันได้""ทำไมจะต้องอยากให้เป็นฉันด้วย"
ชลันดาขมวดคิ้ว มาเฟียหนุ่มมองหน้าเธอพลางยิ้มกว้าง ยิ้มของเขามันทำให้หัวใจคนมองเต้นสะดุด
"ผมรู้สึกว่า ไม่รู้สิ เจ๊ดาเป็นแม่ที่ดี ไหนๆ ลูกของผมไม่มีแม่ตอนนี้ ก็อยากให้คนที่มีความอบอุ่นเป็นแม่ที่ดีได้ดูแลแก"
"เอ่อ..."
คำพูดแบบนั้นทำเอาคนฟังพูดตอบไม่ออก แถมยังเขิน...จนคนพูดรู้สึกได้ เขาเองพอพูดออกไปก็รู้สึกเหมือนกับเธอ สองหนุ่มสาวหลบตากัน หัวใจพลันเต้นแปลก ๆ ความใกล้ชิดกันในเวลาที่ไม่คุ้นเคยจากที่ปรกติเจอกันนี้ มันกำลังทำให้เขาและเธอเกิดความรู้สึกบางอย่างที่เปลี่ยนไปทีละนิด
ไทเสไปโทรสั่งอาหาร ส่วนชลันดาขอตัวไปดูเจ้าตัวน้อยในห้อง ชายหนุ่มมองตามร่างบางเพรียวของเจ้าของร้านเหล้า พลางยิ้มนิด ๆ
เธออาจจะเป็นเมียที่ดูน่ากลัว แต่ผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นแม่ที่ดีได้แน่ ๆ
วันนั้นทั้งไทและชลันดา ที่เหมือนการหัดเตรียมเป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่กันอย่างไรพิกล ทั้งคู่ปรึกษาหารือกันเกี่ยวกับเรื่องแม่ตัวน้อย หัวแทบจะชนกันอย่างไม่รู้ตัว โดยมีเคนโทรมาเช็กเป็นระยะ ว่าสาวน้อยสุดที่รักของเขานั้น ลูกพี่ได้ดูแลดีหรือเปล่า แต่ก็ยังมิวายสั่งแล้วสั่งอีก แถมบอกกับลูกพี่ว่า หลวงปู่ตั้งชื่อมาให้แล้วเรียบร้อย จะเอาไปให้ลูกพี่เลือกว่าจะให้มู่น้อยชื่อจริงว่าอะไร
"ฉันมีเพื่อน ทำงานเกี่ยวกับด้านนี้ เดี๋ยวจะปรึกษาดูว่า จะให้มู่น้อยจดเป็นลูกของนายได้หรือเปล่า เพราะไม่มีเอกสารอะไรมาเลย ฉันกลัวว่าเมียนาย..."
"อดีต"
ไทรีบขัดขึ้น คนพูดขึงตาใส่เขา แล้วกระแอม...
"นั่นแหละ ถ้าเขาเกิดคึกอยากรับตัวลูกสาวเขากลับ เราจะได้หาทางหนีทีไล่ไว้ เพราะมันจะต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่นอน"
"ผมว่า..."
ไทยักไหล่ เขาเองก็พอจะรู้จักอดีตสาวของตนเองดี ลองประกาศไว้แบบนั้น ก็คงจะไม่กลับมาแล้วแน่นอน แล้วหล่อนเองก็มีลูกแล้วสองคน ทิ้งไว้ให้ตากับยายเลี้ยงก็ไม่เห็นจะกลับไปสนใจอะไร นับประสาอะไรกับมู่น้อย คงจะกลับมาทิ้งแล้วถาวรนั่นแหละ เขาไม่ได้เอ่ยว่าเด็กอาจจะไม่ใช่ลูกเขาด้วยซ้ำให้ ชลันดาฟัง เพราะตอนนี้ใจของไท เด็กน้อยคือลูกสาวของเขานั่นแหละ
"คงจะไม่มีทางหรอก"
"นั่นแหละ เผื่อไว้ ต้องรอบคอบไว้ก่อน"
ชลันดาว่า เธอเป็นอดีตของภรรยาทหาร มีเพื่อนและพอจะมีเส้นมีสาย มีคนในวงการราชการที่รู้จักอยู่บ้าง เธอเองก็อยากให้ไทเลี้ยงแม่ตัวน้อยอย่างถูกต้อง และไม่มีปัญหาอะไรในอนาคต
"อืม...ถ้าอย่างนั้นผมก็ขอบคุณมากครับเจ๊ดา"
"ฉันกลับก่อนละกัน นี่ก็จะสามทุ่มละ"
เธอชะเง้อดูแม่ตัวเล็ก แล้วหันมาสั่ง
"นายก็ลุกมาให้นมตามเวลานะ ฉันตั้งนาฬิกาปลุกไว้เผื่อนายหลับ ก็ทนเอาหน่อยพักนี้ ถ้าพ้นช่วงนี้ไปอีกสามสี่เดือน น้องก็ไม่ลุกมาตอนดึก ๆ แล้วละ"
"ขอบคุณอีกหนนะเจ๊"
ไทว่า ชลันดาตอนนี้เดินก้าวยาว ๆ ไปที่ห้องของเขาเผื่อจะขอดูหน้าแม่ตัวน้อยอีกสักหนก่อนกลับบ้าน นัยน์ตายามมองเด็กทารกนั้น มีแววอ่อนโยนนัก
"พรุ่งนี้เจอกันละ"
ชลันดาคว้ากระเป๋า แล้วยิ้มให้เขา...นิดหนึ่ง รอยยิ้มนั้นทำให้คนมอง...รู้สึกแปลก ๆ
เออ...
เจ๊ดาอะไรนี่ ก็...น่ารักดีแหะ ปรกติเห็นแต่แว้ด ๆ หน้าบูดหน้าตึง แต่พอยิ้มแบบนี้ ทำไมน่ารัก หน้าอ่อนจังหว่า รอยยิ้มนี่ทำให้ผู้หญิงดูสวยขึ้นแหะ
ไทคิดในใจ เขายังไม่ทันเอ่ยบอกอะไรเธอ หญิงสาวก็ก้าวเดินจากไปเสียแล้ว
"คืนนี้...อย่าอาละวาดอีกนะลูกนะ"
ไทเอ่ยบอกกับคนตัวน้อยที่กำลังหลับปุ๋ย แล้วรีบเข้าห้องน้ำอาบน้ำแบบชนิดทำลายสถิติ เพราะไม่อยากปล่อยแม่หนูให้ห่างสายตานานนัก ทั้งเคนทั้งชลันดา อบรมเขามายาวเหยียด ทำยังกับเขาไม่ได้เรื่องได้ราวอย่างนั้นแหละ
ไทที่หอมฟุ้งในเวลาอันรวดเร็ว เดินย่อง ๆ มาใกล้ 'ลูกสาว' เหมือนว่าชีวิตของเขาค่อยเปลี่ยนแปลงไปจากวิถีเดิม ตั้งแต่มีตัวเล็กนี่เข้ามา ปรกติแล้วเวลานี้ เขาก็คงจะหาร้านเหล้าสักที่ดื่ม หรือถ้าร้านเหล้าปิด เขาก็จะแวะหาที่ดื่มสังสรรค์ ผ่อนคลายจนได้ แต่นี่เขาแทบไม่ได้แตะต้องมันเลย ไหนจะงานการของตนอีก เขาไม่กล้าทิ้งแม่หนูน้อยไว้กับชลันดาแล้วหนีไปทำงาน เพราะยังเกรงใจหล่อน อีกอย่างหนึ่ง เลี้ยงเด็กอ่อน มันงานหนักไม่ใช่เล่น ที่ไม่ควรจะโยนให้ใครคนใดคนหนึ่งรับผิดชอบเสียทีเดียว เขากะว่าวันสองวันนี้จะลองจัดการงานให้เข้าที่เข้าทางดู เพราะเคนจะกลับมาพรุ่งนี้ จะได้ปรึกษากันดูว่าจะไปตามหนี้ เก็บเงินกันอย่างไรดี อาจจะให้ลูกค้าโอน หรือรวบวันไปเก็บ ถ้าเกิดว่าลูกค้าไว้วางใจกันได้
ไทยอมเสียงาน ยอมเสี่ยงที่จะเจ๊งเสียเงิน ก็เพราะแม่ตัวน้อยที่มาเป็นภาระกะทันหันนี่แหละ สายใยบางอย่างถูกถักทอขึ้น แม้จะไม่ใช่สายเลือด แต่เขา...ก็อยากจะดูแลเด็กคนนี้ เหมือนกับลูกแท้ ๆ คนหนึ่ง
ไททรุดลงนั่งใกล้ ๆ กับเตียงเตียงคอกของแม่ตัวน้อย ที่กำลังนอนหลับปุ๋ย เขายิ้มนิด ๆ พร้อมกับอดไม่ได้ ที่จะเอื้อมมือเขี่ยแก้มยุ้ยเป็นพวงนั่น
ลูกพ่อ...น่าเอ็นดูเหลือเกิน วาสนาพาให้มาเป็นลูกพ่อนะมู่น้อยนะ พ่อจะทำหน้าที่ให้ดีเท่าที่จะทำได้หนูเอย...
ทันทีที่มือของเขาแตะโดนผิวใส แม่ตัวน้อยที่นอนอยู่ ก็ค่อยลืมตาขึ้น ไทถึงกับกะพริบตาปริบๆ รีบชักมือออก ตาโตแป๋วแหววสีสวย มองสบตากับนัยน์ตาคมกริบของไท แล้ว...
ปากอิ่มย้อยก็ค่อยๆ เบะ
โอ...ไม่นะลูกกก เวลาเดิมเมื่อคืนเลยย
ความทรงจำเมื่อคืนย้อนเข้ากลับมา จนทำให้ไทตาเหลือก
"แง้งง"
“เฮ้ย!”“ไอ้เคน มึงได้ช่อดอกไม้เจ้าสาว ได้เป็นเจ้าสาวคนต่อไปแน่ละมึง”ไทว่าเมื่อช่อดอกไม้งานแต่งถูกโยนมาตกตรงหัวเคนพอดี หนุ่ม ๆ ในงานหลายคนมองจ้องมายังเขาตาเป็นมัน เคนรีบโบกมือให้ มือหนึ่งถือช่อดอกไม้ไว้แล้วรีบพูดเสียงดังลั่น“โน้วววว โนววว ไอแอมไทยแลนด์แมน แมนนน วันฮัดเดรดดดดดด”คำพูดของเคนเรียกเสียงหัวเราะได้ครืนใหญ่ หญิงสาวรายหนึ่งในงานมองจ้องมายังเขาแล้วขยิบตาให้ เล่นเอาหัวใจ ไอ้เคนเต้นแทบไม่เป็นส่ำ“ลูกพี่ ลูกพี่ว่า กูเกิลทรานสเลทจะช่วยผมได้มะ”“หืม? ยังไง”“ผมชอบน้องเค้าอะ อิอิอิ เจ๊ดาสอนผมใช้โปรแกรมนี้เผื่อจะได้อัพเกรดภาษาอังกฤษ และภาษา อื่น ๆ ได้มาอีกนิดหน่อยมันแปลทุกภาษาได้หมดเลยนา”“มึงนี่”ไทอดขำไม่ได้กับความเจ้าชู้ของเคน ที่อะไรก็ไม่อาจจะเป็นอุปสรรคได้สักอย่าง“เอ้าลองดูว่ามึงจะทำสำเร็จไหม” “ผมศิษย์ขุนแผนนะเฮีย”เคนว่า“อย่าไปเสือกผ่าท้องเค้าเข้าละ” ไทว่าหน้าตาเฉย เล่นเอาเคนถึงกับชะงักกึก แล้วหันมาขมวดคิ้ว“อะไรนะเฮีย?”“ก็ถ้ามึงเป็นศิษย์ขุนแผน นอกจากเจ้าชู้ไปเรื่อยแล้ว มึงจะต้องเหี้ยมด้วย บางอย่างมึงก็ต้องเหี้ยม แบบ ตัด ม ม้าออก เพราะขุนแผนน่ะ ผ่าท้อ
สองปีต่อมา...ทะเลสาบโคโม่ ประเทศอิตาลีอากาศวันนี้สดใส เหมาะกับการล่องเรือชมทะเลสาบที่สวยเลื่องชื่อของอิตาลี ลีโอนาโดส่งตั๋วเครื่องบินให้กับไท ชลันดาและเคนให้มาเที่ยวที่อิตาลี พร้อมกับโอนเงินเป็นพ็อกเก็ตมันนี่ให้ด้วย เหมือนเป็นการมัดมือชกว่าห้ามปฏิเสธ พวกเขาทั้งสามคนเต็มใจมาเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะได้มาเยี่ยมมู่น้อยของพวกเขา เด็กน้อยที่พวกเขารักนักหนา ตอนนี้มู่น้อยในวัยเกือบสามขวบ ฉลาด ซุกซน และน่ารักน่าเอ็นดูนัก เจ้าหล่อนกำลังอยู่บนคอของพี่เคน เพราะเคนให้ขี่คอ มู่น้อยหัวเราะร่าอวดฟันหลอของเจ้าหล่อนที่หายไปเพราะความซน มู่น้อยกลิ้งตกลงบันไดเมื่อวาน ทำเอาพวกผู้ใหญ่แทบจะหัวใจวาย เพราะความเร่งรีบมารับ พ่อไท แม่ดา และพี่เคนของเจ้าตัว ผลปรากฏว่าฟันหน้าที่โยกอยู่หลุดออกมาเพราะกระแทกเข้ากับขอบบันไดเต็มแรง“อีกกี่เดือนจะถึงกำหนดคลอดคะนี่”ชลันดาแตะท้องของคารินที่นูนพองออกมาเบา ๆ ตอนนี้สองสาวนอนเล่นบนเก้าอี้สานตัวโตตรงดาดฟ้าเรือ ส่วนหนุ่ม ๆ และมู่น้อยพากันไปตกปลา คารินยิ้มหวานส่งให้เธอ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“อีกสองเดือนค่ะ จริง ๆ อยากจะไปคลอดที่ไทย จะได้ไปฉลองโรงแรมใหม่ที่สร้างเสร็จด
“ตามสบายล่ะ ใช้ห้องน้ำตรงโน้นก็ได้”เธอชี้มือบอก คอนโดของชลันดามีสองห้องนอน และหนึ่งห้องโถง ห้องครัวเล็ก ๆ ระเบียง กว้างขวางพอ ๆ กับห้องของเขา จึงใช้รับรองได้ทั้งคารินและมู่น้อย ตอนที่ทั้งสองมาพักอาศัยอยู่กับเธอระยะหนึ่งหลังเกิดเรื่อง“ครับ”ไทพยักหน้าก่อนจะหายไปตามทางที่เธอชี้ ชลันดาตะโกนตามหลังเขา“ฉันจะไปอาบน้ำนอนละนะ นายเสร็จแล้วก็ปิดประตูแล้วก็ล็อกห้องให้ด้วย จะนอนแล้ว”ว่าแล้วก็ผลุบหายเข้าห้องนอนของตนเองทันที พร้อมกับล็อกกลอนเสียด้วย เธอแอบเอียงหูฟังดูว่ามีเสียงตอบอะไรมาไหม ก็มีเพียงเสียงขานตอบของไทว่าครับ แล้วก็เงียบไปเลยตอนแรกเขาขอขึ้นมาบนห้อง ใจของชลันดาก็เต้นแปลก ๆ ก็แหงละเธอรู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรกับเธอ ก็ตั้งแต่วันนั้น ก็คราวเดียวนั่นแหละ ที่เธอกับเขาสัมผัสกันชิดใกล้ถึงขนาดนั้น แล้วก็เพราะเรื่องของมู่น้อย ของคารินและลีโอนาโดที่พวกเธอช่วยเหลือ วุ่นวายกันขนาดนั้น เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีเวลาอยู่ลำพังก็ว่าได้ แล้วนี่...เขาจะยัง...คิดแล้วก็หน้าแดงเอง พลางสั่นหน้า อีตาเฮียไทยังคงมีหยอดเธอด้วยคำพูดบ้าง ด้วยสายตาบ้าง แต่ระยะห่างระหว่างกันก็ยังคงเท่าเดิม เขาไม่ได้มาล่วงล้ำก้ำ
หลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดจบลงสองอาทิตย์ต่อมา“เจ๊ดา เจ๊ด้า” เสียงของคนเมาฟังอ้อแอ้ ลากยาวจนน่าสงสาร ชลันดาถอนใจเฮือก ทั้งขำ ทั้งเอ็นดูคนที่กำลังเมาจนคอพับคออ่อนอยู่ตรงหน้า เขาโบกนิ้วให้เธอไปมา แล้วเอ่ยเสียงออด“ขออีกขวด เอามาอีกข้วดดดด”“พอแล้วไอ้เคน ไป ๆ ไปนอน” ลูกพี่ว่า เขามองลูกน้องดื่มเบียร์ไปหลายขวด ส่วนตัวเอง...นั่งดื่มไวตามิลเป็นเพื่อน คนเมา“ฮือ ๆ คิดถึงมู่น้อยอ่า เฮีย ลูกพี้ เค้าคิดถึงมู่น้อย ฮือ ๆ ๆ”ตีโพยตีพายไป น้ำตาไหลไป ด้วยความอาลัยรักลูกสาวปลอม ๆ ของลูกพี่อย่างสุดหัวใจ “มึงนี่ อาการหนัก ตอนอกหักกูไม่เห็นมึงจะเป็นถึงขนาดนี้เลย” พูดถึงลูกสาวนอกไส้ คนเป็นลูกพี่เอง ก็อดใจสั่นขึ้นมา นิด ๆ ไม่ได้ มันหมาด มันสดเหลือเกิน เพราะแม่ตัวจ้อย เพิ่งจะบินไปอิตาลีเมื่อวานนี้เองลีโอนาโดจัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว จึงมารับลูกและภรรยากลับไป เขาจูบลาแก้มยุ้ย ๆ นั่น แม่หนูจูบแก้มเขาตอบ น้ำลายเปียก ๆ ที่ทิ้งไว้บนแก้มสาก ยังประทับรอยอยู่ในใจจนถึงตอนนี้ชลันดาเองก็สูดลมหายใจเข้าแรง ฟังเกือบจะเป็นเสียงสะอื้น เธอพึมพำอุบอิบ บอกว่าจะไปทอดข้าวเกรียบมาแจกแขก ที่ตอนนี้เหลืออยู่สองโต๊ะ คือโต๊ะของ
“พี่ยังไม่ได้โดนจับไว้ให้นายเตรียมสร้างอุบัติเหตุหรอกนะ อิกนาซิโอ”ลีโอนาโดเอ่ยเสียงขรึม แววตาของเขาหม่นเศร้ายามมองตรงมายังน้องชาย ถึงจะคนละแม่ แต่อิกนาซิโอก็คือพี่น้อง ที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน“หึ!”อิกนาซิโอหน้าซีด แต่เขาก็คือเขา เมื่อจนแต้มด้วยหลักฐานทั้งหมด เขาก็เพียงเชิดหน้าและ...ท้าทาย“ในเมื่อพี่ก็รู้แล้วว่าผมก่อเรื่องทุกอย่างขึ้น พี่อยากจะทำอะไรผมก็ทำ ให้ไอ้ปิเอโรมันยิงผมเสียเลยสิ”“พี่จะไม่ทำอะไรนาย...นาซิโอ”เขาเอ่ย “แต่พี่จะให้คณะกรรมการจัดการกับนาย เรื่องของปู่และพ่อ”“อ้อ...ไม่เชือดเอง แต่ส่งผมให้คนอื่นทำแทนละสิ”อิกนาซิทำเสียงหมิ่น ‘คณะกรรมการ’ที่ว่าก็คือคนในแก๊งมาเฟียของปู่ ที่ก่อตั้งมานาน และขึ้นชื่อนักเรื่องความเหี้ยมโหด ถ้าเกิดการทรยศหักหลังกันเกิดขึ้น แน่นอนว่าบางทีเขาอาจจะเหลือเพียงแค่บางชิ้นส่วนเท่านั้นที่อยู่ในหลุม“ตกลงนายยอมรับว่าทั้งหมดคือฝีมือนายใช่ไหม?” “ใช่” เขายืดอก พร้อมกับเลิกคิ้วให้กับพี่ชาย “ผมทำเอง”“ทำไมนาซิโอ”ลีโอนาโออดถามไม่ได้ สองพี่น้องยืนเผชิญหน้ากัน โดยที่อิกนาซิโอยังคงถูกปืนจากปิเอโรจ่อไว้ พร้อมที่จะลั่นไก หากอีกฝ่ายถลันเข้า
ลีโอนาโดถามหาครัวกับผู้ชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขาทันทีเมื่อคล้อยหลังปิเอโรที่ขึ้นไปส่งชลันดาและไทที่ชั้นสอง “หิวหรือยังไงวะ”“ครับ” “หน้าใหม่หรือไม่เคยเห็น” “ครับ”เขาก้มหน้า หมอนั่นขมวดคิ้วแล้วหันไปยักคิ้วกับเพื่อนอีกคนที่ยืนอยู่ เป็นสัญญาณว่าเดี๋ยวจะเข้าไปรับเด็กใหม่สักหน่อยลีโอนาโดเดินเอื่อย ๆ เข้าไปตามทางที่ชายคนนั้นชี้บอก เขารู้ว่ามีคนตามมา และคอยระวังหลังเป็นอย่างดี เมื่อเขาเข้าไปในห้องครัวแล้ว ทางนั้นก็เริ่ม...รับน้องทันทีร่างสูงฉกวูบมาเบื้องหลังเขา และทำท่าจะคว้าเขาไว้ แต่ลีโอนาโดที่ระวังตัวอยู่แล้ว เขาเหวี่ยงกำปั้นใส่อีกฝ่ายทันทีพลั่ก กำปั้นนั้นโดนเข้าที่ครึ่งปากครึ่งจมูก จนอีกฝ่ายหนึ่งเซ ลีโอนาโดฉวยโอกาสนี้ที่จะน็อกอีกฝ่ายให้หลับไปด้วยการฟาดเท้าใส่ปลายคางหมอนั่นจัง ๆ เท่านั้นฝ่ายนั้นก็ล้มทั้งยืนลีโอนาโดหอบน้อย ๆ เขายืนตรง แล้วปรายตามองคนที่ตั้งจะมาเล่นงานเขา แต่กลับหมอบกระแตนอนฟุบไปแล้วเรียบร้อย การจะขึ้นมาเป็นหัวหน้ามาเฟีย มันทำให้เขาฝึกฝนทั้งศิลปะป้องกันตัว และรวมถึงฝึกการใช้อาวุธจนเชี่ยวชาญ เขาเคยสมัครเป็นทหารหน่วยลับรับใช้ชาติอยู่ถึงสองปี โดยอ้างหลอกกับ







