FAZER LOGIN"เอ..."
ชลันดาค้นกระเป๋ากุกกัก พลางบ่นพึมเบา ๆ เมื่อควานหาสิ่งที่ตนต้องการไม่พบ
"นี่เราลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้านตาเฮียไทหรือเปล่านะ"
เธอคิดลังเล ว่าจะกลับไปเอาดีหรือเปล่า มองนาฬิกาที่แขวนประดับอยู่ตรงผนังห้องบอกเวลาสี่ทุ่ม ก็ลังเลอยู่เล็กน้อย ชั่งใจว่าจะเอาอย่างไรดี แต่มันเป็นหนทางที่จะติดต่อหนทางเดียว เพราะเธอไม่ได้ติดตั้งโทรศัพท์บ้าน เนื่องด้วยส่วนใหญ่ก็คุยธุระสำคัญกันแต่ทางโทรศัพท์มือถืออยู่แล้ว
คิดวนไปมา สุดท้ายก็ตัดสินใจกลับไปเอา เธอย่นจมูกเล็กน้อยเพราะยังอยู่ในชุดเดิมที่ไปดูแลแม่หนูมู่น้อย กลิ่นเด็กอ่อนยังหอมติดตัวเธออยู่ด้วยซ้ำ คิดถึงแม่ตัวเล็กแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ดีเหมือนกัน เธอจะได้ไปแอบหอมแก้มคนตัวเล็กอีกสักที แล้วก็ดูว่านายไทดูแลลูกสาวได้เรียบร้อยดีไหม?
จากการที่ขลุกอยู่กับเขามาตลอดวัน ความคิดของเธอเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้ เริ่มเปลี่ยนไป เขาอ่อนโยนกว่าที่เธอคิด ใจดียิ่งกว่าที่เธอคาด แล้วก็มีมุมที่...น่ารักอย่างไม่น่าเชื่อ
น่ารัก...
เอ...
เธอเห็นผู้ชายหนวดเคราดกเฟิ้ม ตัวล่ำบึกผิวสีแทนสูงล่ำยังกับตึก ตาดุวับชนิดมองแล้วเด็กร้องยังน้ำตาหมาดหยุดสะอื้น ว่าน่ารักได้ยังไงหว่า อาจจะเพราะยามเขาพูดคุย ประคับประคองร่างน้อย ๆ นั่น มันช่างดูตรงกันข้ามกับบุคลิก ก็เป็นได้
"เออ...เมนจะมาหรือเปล่านะยัยดา"
เธอบ่นตัวเอง สงสัยจะใกล้เป็นมนุษย์เมน ถึงได้มีอารมณ์อะไรประหลาด ๆ แบบนี้ เธอกดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นของห้องไท ยามปล่อยให้เธอเข้ามาเพราะไทสั่งไว้แล้วเรียบร้อยว่าเธอเป็นญาติ ถ้าเธอตาไม่ฝาด เธอเห็นแม่บ้านคนหนึ่งทำตาขึงเขม็งใส่เธอ ตีหน้ายักษ์ฟึดฟัดใส่ เหมือนกับโกรธชลันดาเมื่อไทกับเธอเดินมาด้วยกันโดยมีแม่หนูมู่น้อยอยู่ในอ้อมแขนเธอ
มันเหมือนกับพ่อแม่ลูก...เลยแหะ นึกๆ ภาพเมื่อเช้าตอนเดินลงมากับเขา ก็ชักจะเขิน เป็นการคิดเขินที่ช้าไปมาก อาจจะเพราะมัวแต่ยุ่งวุ่นวายกับยัยตัวเล็ก จริงสิ คนแถบละแวกคอนโดของเขากับเธอ บางคนก็เป็นลูกค้าที่ร้านเหล้า เธอเดินมากับไทแบบนี้ บางคนที่รู้จัก...อาจจะคิดเตลิด
โอย...ไม่น่าเลย
แต่...ก็ช่างเถอะ ชลันดายักไหล่เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ดีเหมือนกันจะได้ไม่มีใครมากล้าจีบเธอ เพราะคิดเองเออเองว่าเธอเป็นเมียนายไท
เอ...
นี่ฉันคิดอะไรเหลวไหลได้ขนาดนั้นนะ แก้มของเธอแดงปลั่ง ก่อนจะสะบัดหน้าน้อย ๆ และเคาะประตูห้องของไท
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมา ชลันดาขมวดคิ้ว ตัดสินใจเคาะอีกที แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเขาให้กุญแจเธอเผื่อไว้เปิดเข้าไปได้เลย จะได้ไม่ต้องเคาะกันให้มู่น้อยตื่น ชลันดาจึงไขกุญแจเข้าไป
ห้องนั้นเงียบกริบ มีกลิ่นเด็กอ่อนหอมฟุ้ง แต่ไร้เงาเจ้าของกลิ่นและเจ้าของห้อง
เกิดอะไรขึ้นนะ?
ชลันดาเริ่มหน้าซีด เธอมองกวาดไปรอบ ๆ ห้องโทรศัพท์มือถือของเธอวางทิ้งไว้บนโต๊ะ เธอมือสั่นขณะที่กดหมายเลขหาไท แต่ทว่าเสียงโทรศัพท์ของเขากลับดังขึ้นในห้องนอน ชลันดาแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ในนั้นแน่นอน
"ไปไหนกันนะ"
หญิงสาวบ่นกับตัวเอง ก่อนจะลองเรียกหาเขาดู
"นายไท นายไท ห้องน้ำก็ไม่มี ดึกป่านนี้แล้วพาลูกไปไหนนะ"
ชลันดาบ่น แล้วเบิกตาโต
"หรือจะแอบไปหาเหล้ากิน โอ๊ย! นี่จะเหลวไหลขนาดนั้นได้เลยรึ"
ถามเองก็ตอบเอง แล้วตัดสินใจเดินตึง ๆ ออกมาจากห้องของเขา หันรีหันขวางอยู่หน้าห้อง นึกโมโหวูบขึ้นมาทันทีถ้าไททำเหลวไหลอย่างที่เธอคิด
หูของเธอแว่วได้ยินเสียงเด็กร้อง
ชลันดาขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะเดินแกมวิ่งไปยังต้นเสียง เสียงร้องดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ อยู่ตรงใกล้กับบันไดหนีไฟนี่เอง เจ้ากรรมตรงมุมนั้นมืด ๆ เพราะหลอดไฟคงจะขาด แต่ความเร่งรีบทำให้เธอลืมกลัวไปอึดใจ
แล้วขณะที่เธอกำลังตั้งหน้าตั้งตาเดินนั้น ใครบางคนก็โผล่มาจากมุมตึกกะทันหัน ชลันดาถึงกับเบรคเอี๊ยด! แล้วร้องกรี๊ดเมื่อเห็นคนผมขาวยาว ตัวสูงโย่ง พร้อมกับเสียงร้องกระซิกอยู่ในความมืด ไฟสว่างวาบต้องหน้านั้นจากด้านล่าง ทำให้ภาพที่เห็นสยองจนสุดบรรยาย!
"กรี๊ดดด"
“เฮ้ย!”“ไอ้เคน มึงได้ช่อดอกไม้เจ้าสาว ได้เป็นเจ้าสาวคนต่อไปแน่ละมึง”ไทว่าเมื่อช่อดอกไม้งานแต่งถูกโยนมาตกตรงหัวเคนพอดี หนุ่ม ๆ ในงานหลายคนมองจ้องมายังเขาตาเป็นมัน เคนรีบโบกมือให้ มือหนึ่งถือช่อดอกไม้ไว้แล้วรีบพูดเสียงดังลั่น“โน้วววว โนววว ไอแอมไทยแลนด์แมน แมนนน วันฮัดเดรดดดดดด”คำพูดของเคนเรียกเสียงหัวเราะได้ครืนใหญ่ หญิงสาวรายหนึ่งในงานมองจ้องมายังเขาแล้วขยิบตาให้ เล่นเอาหัวใจ ไอ้เคนเต้นแทบไม่เป็นส่ำ“ลูกพี่ ลูกพี่ว่า กูเกิลทรานสเลทจะช่วยผมได้มะ”“หืม? ยังไง”“ผมชอบน้องเค้าอะ อิอิอิ เจ๊ดาสอนผมใช้โปรแกรมนี้เผื่อจะได้อัพเกรดภาษาอังกฤษ และภาษา อื่น ๆ ได้มาอีกนิดหน่อยมันแปลทุกภาษาได้หมดเลยนา”“มึงนี่”ไทอดขำไม่ได้กับความเจ้าชู้ของเคน ที่อะไรก็ไม่อาจจะเป็นอุปสรรคได้สักอย่าง“เอ้าลองดูว่ามึงจะทำสำเร็จไหม” “ผมศิษย์ขุนแผนนะเฮีย”เคนว่า“อย่าไปเสือกผ่าท้องเค้าเข้าละ” ไทว่าหน้าตาเฉย เล่นเอาเคนถึงกับชะงักกึก แล้วหันมาขมวดคิ้ว“อะไรนะเฮีย?”“ก็ถ้ามึงเป็นศิษย์ขุนแผน นอกจากเจ้าชู้ไปเรื่อยแล้ว มึงจะต้องเหี้ยมด้วย บางอย่างมึงก็ต้องเหี้ยม แบบ ตัด ม ม้าออก เพราะขุนแผนน่ะ ผ่าท้อ
สองปีต่อมา...ทะเลสาบโคโม่ ประเทศอิตาลีอากาศวันนี้สดใส เหมาะกับการล่องเรือชมทะเลสาบที่สวยเลื่องชื่อของอิตาลี ลีโอนาโดส่งตั๋วเครื่องบินให้กับไท ชลันดาและเคนให้มาเที่ยวที่อิตาลี พร้อมกับโอนเงินเป็นพ็อกเก็ตมันนี่ให้ด้วย เหมือนเป็นการมัดมือชกว่าห้ามปฏิเสธ พวกเขาทั้งสามคนเต็มใจมาเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะได้มาเยี่ยมมู่น้อยของพวกเขา เด็กน้อยที่พวกเขารักนักหนา ตอนนี้มู่น้อยในวัยเกือบสามขวบ ฉลาด ซุกซน และน่ารักน่าเอ็นดูนัก เจ้าหล่อนกำลังอยู่บนคอของพี่เคน เพราะเคนให้ขี่คอ มู่น้อยหัวเราะร่าอวดฟันหลอของเจ้าหล่อนที่หายไปเพราะความซน มู่น้อยกลิ้งตกลงบันไดเมื่อวาน ทำเอาพวกผู้ใหญ่แทบจะหัวใจวาย เพราะความเร่งรีบมารับ พ่อไท แม่ดา และพี่เคนของเจ้าตัว ผลปรากฏว่าฟันหน้าที่โยกอยู่หลุดออกมาเพราะกระแทกเข้ากับขอบบันไดเต็มแรง“อีกกี่เดือนจะถึงกำหนดคลอดคะนี่”ชลันดาแตะท้องของคารินที่นูนพองออกมาเบา ๆ ตอนนี้สองสาวนอนเล่นบนเก้าอี้สานตัวโตตรงดาดฟ้าเรือ ส่วนหนุ่ม ๆ และมู่น้อยพากันไปตกปลา คารินยิ้มหวานส่งให้เธอ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“อีกสองเดือนค่ะ จริง ๆ อยากจะไปคลอดที่ไทย จะได้ไปฉลองโรงแรมใหม่ที่สร้างเสร็จด
“ตามสบายล่ะ ใช้ห้องน้ำตรงโน้นก็ได้”เธอชี้มือบอก คอนโดของชลันดามีสองห้องนอน และหนึ่งห้องโถง ห้องครัวเล็ก ๆ ระเบียง กว้างขวางพอ ๆ กับห้องของเขา จึงใช้รับรองได้ทั้งคารินและมู่น้อย ตอนที่ทั้งสองมาพักอาศัยอยู่กับเธอระยะหนึ่งหลังเกิดเรื่อง“ครับ”ไทพยักหน้าก่อนจะหายไปตามทางที่เธอชี้ ชลันดาตะโกนตามหลังเขา“ฉันจะไปอาบน้ำนอนละนะ นายเสร็จแล้วก็ปิดประตูแล้วก็ล็อกห้องให้ด้วย จะนอนแล้ว”ว่าแล้วก็ผลุบหายเข้าห้องนอนของตนเองทันที พร้อมกับล็อกกลอนเสียด้วย เธอแอบเอียงหูฟังดูว่ามีเสียงตอบอะไรมาไหม ก็มีเพียงเสียงขานตอบของไทว่าครับ แล้วก็เงียบไปเลยตอนแรกเขาขอขึ้นมาบนห้อง ใจของชลันดาก็เต้นแปลก ๆ ก็แหงละเธอรู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรกับเธอ ก็ตั้งแต่วันนั้น ก็คราวเดียวนั่นแหละ ที่เธอกับเขาสัมผัสกันชิดใกล้ถึงขนาดนั้น แล้วก็เพราะเรื่องของมู่น้อย ของคารินและลีโอนาโดที่พวกเธอช่วยเหลือ วุ่นวายกันขนาดนั้น เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีเวลาอยู่ลำพังก็ว่าได้ แล้วนี่...เขาจะยัง...คิดแล้วก็หน้าแดงเอง พลางสั่นหน้า อีตาเฮียไทยังคงมีหยอดเธอด้วยคำพูดบ้าง ด้วยสายตาบ้าง แต่ระยะห่างระหว่างกันก็ยังคงเท่าเดิม เขาไม่ได้มาล่วงล้ำก้ำ
หลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดจบลงสองอาทิตย์ต่อมา“เจ๊ดา เจ๊ด้า” เสียงของคนเมาฟังอ้อแอ้ ลากยาวจนน่าสงสาร ชลันดาถอนใจเฮือก ทั้งขำ ทั้งเอ็นดูคนที่กำลังเมาจนคอพับคออ่อนอยู่ตรงหน้า เขาโบกนิ้วให้เธอไปมา แล้วเอ่ยเสียงออด“ขออีกขวด เอามาอีกข้วดดดด”“พอแล้วไอ้เคน ไป ๆ ไปนอน” ลูกพี่ว่า เขามองลูกน้องดื่มเบียร์ไปหลายขวด ส่วนตัวเอง...นั่งดื่มไวตามิลเป็นเพื่อน คนเมา“ฮือ ๆ คิดถึงมู่น้อยอ่า เฮีย ลูกพี้ เค้าคิดถึงมู่น้อย ฮือ ๆ ๆ”ตีโพยตีพายไป น้ำตาไหลไป ด้วยความอาลัยรักลูกสาวปลอม ๆ ของลูกพี่อย่างสุดหัวใจ “มึงนี่ อาการหนัก ตอนอกหักกูไม่เห็นมึงจะเป็นถึงขนาดนี้เลย” พูดถึงลูกสาวนอกไส้ คนเป็นลูกพี่เอง ก็อดใจสั่นขึ้นมา นิด ๆ ไม่ได้ มันหมาด มันสดเหลือเกิน เพราะแม่ตัวจ้อย เพิ่งจะบินไปอิตาลีเมื่อวานนี้เองลีโอนาโดจัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว จึงมารับลูกและภรรยากลับไป เขาจูบลาแก้มยุ้ย ๆ นั่น แม่หนูจูบแก้มเขาตอบ น้ำลายเปียก ๆ ที่ทิ้งไว้บนแก้มสาก ยังประทับรอยอยู่ในใจจนถึงตอนนี้ชลันดาเองก็สูดลมหายใจเข้าแรง ฟังเกือบจะเป็นเสียงสะอื้น เธอพึมพำอุบอิบ บอกว่าจะไปทอดข้าวเกรียบมาแจกแขก ที่ตอนนี้เหลืออยู่สองโต๊ะ คือโต๊ะของ
“พี่ยังไม่ได้โดนจับไว้ให้นายเตรียมสร้างอุบัติเหตุหรอกนะ อิกนาซิโอ”ลีโอนาโดเอ่ยเสียงขรึม แววตาของเขาหม่นเศร้ายามมองตรงมายังน้องชาย ถึงจะคนละแม่ แต่อิกนาซิโอก็คือพี่น้อง ที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน“หึ!”อิกนาซิโอหน้าซีด แต่เขาก็คือเขา เมื่อจนแต้มด้วยหลักฐานทั้งหมด เขาก็เพียงเชิดหน้าและ...ท้าทาย“ในเมื่อพี่ก็รู้แล้วว่าผมก่อเรื่องทุกอย่างขึ้น พี่อยากจะทำอะไรผมก็ทำ ให้ไอ้ปิเอโรมันยิงผมเสียเลยสิ”“พี่จะไม่ทำอะไรนาย...นาซิโอ”เขาเอ่ย “แต่พี่จะให้คณะกรรมการจัดการกับนาย เรื่องของปู่และพ่อ”“อ้อ...ไม่เชือดเอง แต่ส่งผมให้คนอื่นทำแทนละสิ”อิกนาซิทำเสียงหมิ่น ‘คณะกรรมการ’ที่ว่าก็คือคนในแก๊งมาเฟียของปู่ ที่ก่อตั้งมานาน และขึ้นชื่อนักเรื่องความเหี้ยมโหด ถ้าเกิดการทรยศหักหลังกันเกิดขึ้น แน่นอนว่าบางทีเขาอาจจะเหลือเพียงแค่บางชิ้นส่วนเท่านั้นที่อยู่ในหลุม“ตกลงนายยอมรับว่าทั้งหมดคือฝีมือนายใช่ไหม?” “ใช่” เขายืดอก พร้อมกับเลิกคิ้วให้กับพี่ชาย “ผมทำเอง”“ทำไมนาซิโอ”ลีโอนาโออดถามไม่ได้ สองพี่น้องยืนเผชิญหน้ากัน โดยที่อิกนาซิโอยังคงถูกปืนจากปิเอโรจ่อไว้ พร้อมที่จะลั่นไก หากอีกฝ่ายถลันเข้า
ลีโอนาโดถามหาครัวกับผู้ชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขาทันทีเมื่อคล้อยหลังปิเอโรที่ขึ้นไปส่งชลันดาและไทที่ชั้นสอง “หิวหรือยังไงวะ”“ครับ” “หน้าใหม่หรือไม่เคยเห็น” “ครับ”เขาก้มหน้า หมอนั่นขมวดคิ้วแล้วหันไปยักคิ้วกับเพื่อนอีกคนที่ยืนอยู่ เป็นสัญญาณว่าเดี๋ยวจะเข้าไปรับเด็กใหม่สักหน่อยลีโอนาโดเดินเอื่อย ๆ เข้าไปตามทางที่ชายคนนั้นชี้บอก เขารู้ว่ามีคนตามมา และคอยระวังหลังเป็นอย่างดี เมื่อเขาเข้าไปในห้องครัวแล้ว ทางนั้นก็เริ่ม...รับน้องทันทีร่างสูงฉกวูบมาเบื้องหลังเขา และทำท่าจะคว้าเขาไว้ แต่ลีโอนาโดที่ระวังตัวอยู่แล้ว เขาเหวี่ยงกำปั้นใส่อีกฝ่ายทันทีพลั่ก กำปั้นนั้นโดนเข้าที่ครึ่งปากครึ่งจมูก จนอีกฝ่ายหนึ่งเซ ลีโอนาโดฉวยโอกาสนี้ที่จะน็อกอีกฝ่ายให้หลับไปด้วยการฟาดเท้าใส่ปลายคางหมอนั่นจัง ๆ เท่านั้นฝ่ายนั้นก็ล้มทั้งยืนลีโอนาโดหอบน้อย ๆ เขายืนตรง แล้วปรายตามองคนที่ตั้งจะมาเล่นงานเขา แต่กลับหมอบกระแตนอนฟุบไปแล้วเรียบร้อย การจะขึ้นมาเป็นหัวหน้ามาเฟีย มันทำให้เขาฝึกฝนทั้งศิลปะป้องกันตัว และรวมถึงฝึกการใช้อาวุธจนเชี่ยวชาญ เขาเคยสมัครเป็นทหารหน่วยลับรับใช้ชาติอยู่ถึงสองปี โดยอ้างหลอกกับ







