LOGIN“โธ่เว้ย!”
กองเอกสารและข้าวของบนโต๊ะถูกพิธานกวาดลงบนพื้นเพื่อระบายอารมณ์โกรธที่มันกำลังปะทุอยู่ในใจ
“คุณพุดติดต่อทนายสุชาติให้ผมด่วน”
ภายในเขตพื้นที่อภัยทานที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ของวัด ทำให้จิตใจของมณีมันตราซึ่งร้อนรุ่มและอีกหลายความรู้สึกที่กำลังตีรวนกันอยู่ข้างในสงบลงได้อย่างประหลาด ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นตากันแดดสอดส่องมองหาแม่ชีมณีจันทร์ ซึ่งหลังจากเธอเรียนจบก็ตัดสินใจมาบวชเป็นชีอยู่ที่นี่ เกือบจะหกปีได้แล้ว
“หมอก”
มณีมันตราหันไปมองแม่ชีมณีจันทร์ที่เดินเข้ามาหาเจ้าหล่อน ก่อนจะก้มลงกราบท่าน แม่ของเธอในวันนี้ดูสงบ ดูสุขใจเกินกว่าที่เธอจะกล้าเอาปัญหาที่มันสุมอกอยู่มาเล่าให้ท่านฟังได้ แต่สิ่งหนึ่งที่แม่ต้องได้รับรู้ก็คือเรื่องน่ายินดีที่หญิงสาวตั้งใจมาบอกวันนี้
“แม่ชีสบายดีไหมคะ”
“แม่สบายดี แล้วหมอกล่ะเป็นยังไงถึงได้มาหาแม่ถึงที่วัด”
“หนูมาบอกข่าวแม่น่ะค่ะ”
หญิงสาวยิ้มให้มารดา ก่อนจะก้มลงลูบที่หน้าท้องของตัวเองที่มันเริ่มนูนขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว
“หมอกท้องหรือลูก”
“ค่ะ หนูท้องได้สี่เดือนแล้ว”
“คุณพุกรู้หรือยัง”
“เขาจะไม่มีวันรู้ค่ะแม่”
“มีอะไรกันหรือเปล่าลูก”
มณีจันทร์มองหน้าลูกสาวเพียงคนเดียวของนางอย่างไม่สบายใจ เพราะรู้อยู่แล้วว่าชีวิตแต่งงานของมณีมันตราไม่ค่อยมีความสุขนัก แต่ก็ไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากอะไร ด้วยว่ามณีมันตราไม่เคยปริปากบอกเลย
“หนูกำลังจะหย่ากับคุณพุกค่ะแม่”
คนเป็นแม่หัวใจกระตุกวูบ
“มันร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรือ เกิดเรื่องอะไรขึ้นลูก”
“มันเป็นปัญหาที่สะสมมานานแล้วค่ะแม่ แล้วตอนนี้หนูก็คิดว่ามันมาสุดทางแล้ว การหย่าจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดค่ะ”
“แล้วลูกที่จะเกิดมา พ่อของเขามีสิทธิ์ที่จะได้รับรู้นะว่ามีเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองลืมตาขึ้นมาบนโลก”
“หนูจะเลี้ยงเขาเองค่ะแม่ จะเป็นทั้งพ่อและแม่ให้กับลูกของหนู หน้าที่การงานและเงินที่สะสมมาได้สักพักจะไม่ทำให้ชีวิตของเจ้าตัวเล็กในท้องของหนูลำบากแน่นอน ส่วนคุณพุก หนูคิดว่าเขาไม่รับรู้จะดีที่สุดค่ะ”
“แม่อยากให้ลูกคิดดีๆ คุณพุกเขาไม่มีใคร เขามีแค่หนูกับลูกนะ”
แม้ว่าอดีตลูกเลี้ยงของนางจะเคยร้ายใส่แค่ไหน แต่มณีจันทร์ก็ไม่เคยถือโทษโกรธเลยสักครั้ง ตรงกันข้ามกลับสงสารและเห็นใจ เพราะพิธานเสียแม่ไปตั้งแต่ยังเด็ก บารมีผู้เป็นพ่อก็ทำแต่งาน พอเว้นว่างจากงานก็ไปหาความสำราญกับบรรดาหญิงสาวมากหน้าหลายตา แต่ไม่เคยแต่งใครเข้าบ้านอย่างจริงจัง จนมาเป็นนางที่บารมียกย่องออกหน้าออกตา ตบแต่งแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แล้วตอนแรกที่มณีจันทร์รู้ว่ามณีมันตราจะแต่งงานกับพิธาน นางทั้งดีใจและโล่งอก เพราะเป็นห่วงทั้งลูกตัวเองและพิธาน เมื่อเห็นว่าตอนนั้นทั้งคู่รักกันแค่ไหน แล้วพิธานสัญญาว่าจะดูแลมณีมันตราเป็นอย่างดี มณีจันทร์จึงหมดห่วง
“แม่ไม่ต้องห่วงเขาหรอกนะคะ หนูแยกกันอยู่ได้สามเดือนแล้ว ก็ยังเห็นว่าเขาสบายดี”
มณีจันทร์ถอดถอนหายใจ แม้ภายในจะกลัดกลุ้ม แต่นางก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าให้กำลังลูกสาว เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่า ต่อให้พูดเกลี้ยกล่อมอย่างไร เมื่อมณีมันตราตัดสินใจแล้ว ไม่มีทางเปลี่ยนใจง่ายๆแน่นอน
“สุดแล้วแต่เจ้าเถิด ถ้ามีอะไรให้แม่ช่วยก็มาบอก”
“ค่ะแม่”
ท่านอนหงายใช้มือก่ายหน้าผากดูจะเป็นท่าประจำของพิธานไปเสียแล้ว ชายหนุ่มมองไปรอบๆ ห้องที่เคยเป็นห้องนอนของมณีมันตรา ทุกซอกทุกมุมล้วนมีแต่ความทรงจำเกี่ยวกับเจ้าหล่อน ห้องสี่เหลี่ยมตกแต่งเป็นโทนชมพูขาว ยังมีตุ๊กตากระต่ายขายาวที่หญิงสาวชอบสะสม วางอยู่ตามมุมต่างๆของห้อง ความทรงจำหลายอย่างไหลทะลักเข้ามาในหัว ส่วนมากจะมีแต่ภาพใบหน้าเปรอะน้ำตาของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเมีย แทรกมาด้วยเสมอ
“ทำไมชอบมายั่วให้คนอื่นอารมณ์ขึ้น แล้วมาทำให้ค้างแบบนี้นะหมามุ่ย”“คิก สมน้ำหน้า คุณน่ะแก่แล้วก็หัดเพลาๆ ลงบ้างเถอะค่ะ ขาเดี้ยงเข่าทรุดขึ้นมาฉันไม่รู้ด้วยนะ”“แก่อะไร ผมฟิตยิ่งกว่าหนุ่มวัยยี่สิบอีกนะคุณ”“ชิ! ทำเป็นโม้”หญิงสาวพลิกตัวหันไปซบกับแผงอกล่ำ แล้วลูบไล้ลอนกล้ามแน่นอย่างหลงใหล มือน้อยลูบวนอยู่ที่หัวนมอมชมพูก่อนจะเลื่อนแล้วมาหยุดอยู่ที่ขอบกางเกงชั้นใน“หยุดทำไม ไปต่อสิ” ชายหนุ่มฮึดฮัดอย่างขัดใจ“นอนกันเถอะค่ะ ฉันง่วงแล้ว”“นอนอะไรกันครับ”พิธานยิ้มร้ายก่อนจะพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างบาง“กรี๊ด! คุณจะฝ่าไฟแดงไม่ได้นะ เดี๋ยวตำรวจจับ”“ผมมีตังค์จ่ายค่าปรับน่า”พิธานดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมโปงก่อนจะเอื้อมมือไปปิดสวิตช์โคมไฟที่หัวเตียง“คุณแม่ขา น้องน้อยหลับค่ะ”ฟ้าใสจิ้มแก้มน้องชายที่นอนหลับปุ๋ยคาอกของมารดา“อย่าจิ้มแรงนะลูก เดี๋ยวน้องตื่น”“แล้วน้องอีกคนตอนไหนจะมาคะ”มณีมันตราอมยิ้มเมื่อฟ้าใสพูดถึงลูกชายอีกคน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าน้ำเชื้อของพิธานน่ะดีจริง เพราะเธอท้องแค่สองรอบแต่ได้ลูกตั้งสี่คน“เดี๋ยวก็มาค่ะ น้องฟ้ารักน้องไหมคะ”“รักค่ะ น้องฟ้ารักน้อง รักคุณพ่อคุณแม่ รักพี่เมฆ รักคุณยาย
“ก็ยกเว้นเนื้อโคแก่”คนที่กำลังเคี้ยวข้าวสำลักทันทีที่ได้ยินคำตอบของเจ้าตัวแสบที่นั่งตรงข้าม แม้ใบหน้าจะเรียบเฉยแต่สายตาของเจ้าหล่อนเหมือนกำลังหัวเราะเขา‘ฝากไว้ก่อน เถอะยัยตัวดี ฮึ่ม..’“คุณแม่ขา เนื้อโคแก่เป็นยังไงเหรอคะ” เด็กน้อยในวัยอยากรู้อยากเห็น เมื่อได้ยินพ่อกับแม่พูดถึงสิ่งที่ตนไม่รู้ จึงเอ่ยถาม“เนื้อของพี่วัวตัวใหญ่ๆ ที่มีอายุมากแล้วค่ะ กินไม่อร่อยหรอก”คนเป็นแม่ที่ตอบคำถามลูกแต่ปรายตามองไปยังคนที่นั่งตรงข้าม ก่อนจะยักคิ้วข้างเดียวแบบกวนๆ ใส่พิธาน“ชิ! ได้กินแล้วจะติดใจ” จมูกโด่งเป็นสันย่นเข้าหากันอย่างน่ารักหลังจากที่รับประทานอาหารกันเรียบร้อยแล้ว เด็กแสบทั้งสองก็รีบลากแม่ไปที่ชั้นบนสุดของห้าง ซึ่งมันไม่ใช่ชั้นที่มีร้านขายของเล่นเด็กจำหน่าย แล้วเจ้าพวกนี้พาแม่มาทำไม..แต่งงานกันนะ คุณแม่หญิงสาวมองป้ายที่ถูกปล่อยลงมาก่อนจะไล่อ่านข้อความที่มีอยู่แค่ไม่กี่คำอย่างช้าๆ ดวงตาหวานร้อนผ่าวก่อนที่หยาดน้ำสายเล็กๆ จะไหลอาบแก้ม“แม่หมอกขา แต่งงานกับพ่อพุกนะคะ”เจ้าตัวเล็กของหล่อน ที่วันนี้คุณยายแต่งชุดสีขาวให้ เธอเองก็ลืมสังเกตว่ามันเหมือนชุด ‘เจ้าสาว’ ส่วนลูกชายคนโตก็ใส่ชุด ‘เจ้าบ่
เพทายที่ยืนมองอยู่อีกมุมของร้านก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมา อยากจะเข้าไปขอโทษเพื่อนที่ปากพล่อย แต่ดูท่าแล้ว เข้าไปตอนนี้นอกจากพิธานจะไม่หายโกรธ เขาคงจะโดนมันไล่เตะแน่ๆแต่เอ๊ะ เพทายรู้ โลกต้องรู้ กล้องมือถือที่ขึ้นชื่อว่าความละเอียดระดับ Full HD ตอนนี้มันกำลังเป็นอุปกรณ์การเผยแพร่ภาพของสองหนุ่มสาวที่หยอกเย้าท่ามกลางถ้วยข้าวต้ม ซึ่งโคตรจะโรแมนติกไลน์กลุ่มที่รวมพลคนปากหมาไว้ทั้งหมดสี่คน เด้งแจ้งเตือนขึ้นที่หน้าจอมือถือของอภิวรรธน์และคีรีแทบจะพร้อมกัน“ไอ้คี นี่มัน...” อึ้ง ทึ่ง และเสียววาบๆ อภิวรรธน์ขยี้ตาตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะเพ่งมองรูปให้ชัดว่าใช่คนเดียวกันจริงๆ“อะไรของมึงครับ”คีรีรับโทรศัพท์จากมือของเพื่อน ก่อนจะมองภาพที่โชว์หราอยู่ที่หน้าจอ“กูว่าแล้ว คนแบบไอ้พุกมันจะไปไหนได้ ก็ใจมันอยู่กับหมอหมอกมาตั้งแต่วันแรกที่เห็นหน้าเขา ถ้าซื้อหวยแล้วถูกแบบนี้นะ คงไม่ต้องมาทำงานให้เหนื่อยแล้วนะเนี่ย”คีรีมองรูปไปก็ยิ้มไปอย่างดีใจกับชีวิตของเพื่อนที่ได้พบกับความสุขจริงๆ สักที แต่พอเงยหน้าขึ้นมามองเพื่อนอีกคนนี่สิ“ไอ้พีช มึงเป็นไร ทำไมทำหน้าอย่างกับเห็นผี”“มึงช่วยยืนยันกับกูทีว่าผู้หญิงใ
“ไอ้บ้า ในหัวของคุณคงจะมีแต่เรื่องลากผู้หญิงขึ้นเตียงสินะ”“พูดผิด ในหัวของฉันมีแต่เรื่องลากเธอขึ้นเตียงต่างหาก”เห็นรอยยิ้มกริ่มแล้วอยากจะควักลูกตาของไอ้หนูผีจอมหื่นออกมานอกเบ้าเลยค่ะท่านผู้ช้มม“ฉันพูดกับคุณแล้วจะเป็นประสาท”“บ้ารักเหรอครับคุณหมอ”“นี่คุณ! ถ้าขืนยังพูดแบบนี้ไม่หยุด ฉันจะไม่ไปด้วยแล้วนะ”“โอ๋ๆ อย่าพึ่งงอนสิครับ หนูพุกตัวน้อยๆ คนนี้ไม่แกล้งแล้วจ้า”มือน้อยตีลงบนท่อนแขน ก่อนจะยิ้มออกมาในที่สุด ก็เขาเล่นทำเสียงสองแล้วทำท่าทางน่ารักใส่เธอขนาดนี้ ใครไม่ยิ้มก็อารมณ์ตายด้านเกินไปแล้ว“หูย.. วันนี้มีสาวซ้อนท้ายมาด้วยเว้ย”ผู้ชายอายุดูแล้วน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับพิธาน เอ่ยแซวทันทีที่เครื่องยนต์ของเจ้าเวสปาดับสนิท“นี่หมอก หมอกนี่ไอ้เพชร เพื่อนฉันเอง”“สวัสดีค่ะ”“ครับ หมอก.. คุ้นๆ ว่ะ เหมือนเคยเจอหน้าที่ไหน”ไม่ใช่แค่เขาที่คุ้นหน้าเธอ แต่เธอก็คุ้นหน้าชายหนุ่มตรงหน้าไม่ต่างกัน หลายครั้งที่เคยเจอเพื่อนของพิธาน แต่มักจะแค่แป๊บเดียว เพราะแต่ละที่ที่เจอก็ล้วนแล้วแต่เป็นที่ อโคจรเสียส่วนมาก เพราะเวลาที่ไอ้หนูผีไปเมาจนกลับไม่ได้ เมียอย่างเธอก็ต้องมีหน้าที่ไปรับกลับบ้าน“อ๋อ ที่งานแต
ให้ตายเถอะ! ถึงจะแอบฟิน แต่เราเป็นชะนีน้อย ต้องรักนวลสงวนตัวไว้ก่อน“เตียงก็นุ่ม ลุกได้แล้ว”“นิดเดียว” เขาพยายามต่อรอง เพราะกำลังสุขสมที่ได้นอนทับร่างนุ่มนิ่มและได้สูดกลิ่นกายหอมๆ ของผู้หญิงใต้อาณัติ“ฉันจะไปอาบน้ำแล้ว ไหนบอกพรุ่งนี้จะพาไปเที่ยวตอนเช้า ถ้าฉันนอนดึกแล้วตื่นไม่ไหว ก็อดน่ะสิ”“คร้าบ ไปอาบน้ำก่อน แล้วค่อยมากอดต่อก็ได้”อาราย.. นี่ยังคิดจะลวนลามเธอต่ออีกเหรอ ไม่มีทางซะหรอก มณีมันตราคนนี้ทั้งหยิ่งและไม่ง่ายนะยะ“นี่คุณพุก ขยับไปหน่อยได้ไหม เตียงมันออกจะกว้าง”ใช่ค่ะ! เรานอนเตียงเดียวกัน ก็แล้วใครมันจะไปกล้านอนคนเดียวกันเล่า บรรยากาศเงียบสงัด แถมบ้านไม้ที่ด้านบนเปิดโล่ง แล้วยังมีอีผีตาโขนตัวแดงยืนแสยะยิ้มโชว์ฟันอยู่หน้าห้องนอนอีก“น่า ฉันหนาว ขอกอดหน่อย”หนาวตรงไหนวะ นี่ร้อนจนจะแก้ผ้านอนอยู่แล้วเนี่ย“แต่ฉันร้อน”คนที่เริ่มหงุดหงิด เพราะแขนของชายหนุ่มเกี่ยวรัดเอวของเธอเอาไว้ แล้วยังขาหนักๆ ที่พาดอยู่บนร่างแน่งน้อยนั่นอีก นี่เธอไม่ใช่หมอนข้างนะ“ถ้าไม่ยอมให้นอนกอดดีๆ คืนนี้ก็ไม่ต้องนอนมันเลยดีไหม”ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดซอกคอ ทำให้คนตัวเล็กที่โวยวายเมื่อครู่ เงียบลงไปกะทันหัน ก
“หรือเธอว่าไม่จริง ก็เคยเห็นเคยใช้มันมาแล้วนี่”กรี๊ด! ไอ้หนูพุกทำให้ฉันจินตนาการถึง ‘ไอ้นั่น’ ที่มันทั้งใหญ่และยาวอย่างที่เขาบอกจริงๆ“ทุเรศ ฉันลืมมันไปหมดแล้วละย่ะ”“งั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวจะช่วยรื้อฟื้นความทรงจำให้เอาไหม”“ไม่! ฉันไม่ชงไม่ชมมันแล้ว จะไปอาบน้ำนอน เหนื่อย”หญิงสาวเดินหนีเข้าไปภายในตัวบ้าน ท่าทีที่ทำเป็นโกรธนั้น แท้จริงแล้วเธอพยายามใช้มันกลบเกลื่อนความเขินอายของตัวเอง“แล้วรู้เหรอว่าต้องนอนห้องไหน”“ก็บอกมาสิ มัวอมพะนำอยู่ได้”“อ้าว! ฉันผิด” ชายหนุ่มชี้นิ้วมาที่ตัวเอง“แล้วสรุปฉันนอนห้องไหน”“ชั้นสอง ขึ้นบันไดระวังด้วยล่ะ”คนที่เดินนำขึ้นมาก่อนมองชั้นสองซึ่งเป็นไม้ ครึ่งหนึ่งเป็นพื้นที่ของห้องนอนกั้นแบ่งเป็นสองห้อง ส่วนอีกครึ่งปล่อยโล่งเป็นโถงกว้าง บริเวณโถงหน้าห้อง มีเฟอร์นิเจอร์เพียงสองชิ้น คือชุดโต๊ะไม้ และตู้เสื้อผ้าสมัยโบราณ ตัวตู้ทำด้วยไม้ ส่วนฝาเป็นกระจกใส ทำให้เจ้าหล่อนมองเห็นว่าข้างในมีผ้าขาวม้าหลายผืนพับเก็บเอาไว้อย่างดี“วันนี้มีใครมาพักกับเราบ้างคะ”แม้ว่าจะชื่นชอบบรรยากาศแบบนี้ แต่ถ้าเงียบมากไปก็ไม่ดีนะ คนที่พึ่งสังเกตว่าตั้งแต่เข้ามายังไม่เห็นใครเลย
“อะไรคะ ถ้าพูดไม่เข้าหูฉันจะเข้าบ้านแล้วนะ”เมื่อเจ้าหล่อนทำท่าจะเปิดประตู พิธานจึงรีบคว้าแขนเอาไว้ก่อน มณีมันตราแอบยิ้มอย่างเป็นต่อ เพราะนึกเอาไว้อยู่แล้วว่าการเจรจาในวันนี้เธอถือไพ่เหนือกว่า“เออๆ เธอนี่มันโคตรน่ารักไง พอใจหรือยัง”“มาก” หญิงสาวกอดอกยิ้มอย่างพอใจ“วันนี้ฉันมาเพื่อขอร้องเธอเรื่องล
เด็กน้อยพูดพลางมองไปที่ครอบครัวของเพื่อนซึ่งมีคุณพ่อกำลังป้อนขนมให้ลูกสาว“น้องฟ้ามีคุณพ่อนะคะ แต่คุณพ่อของน้องฟ้าต้องไปอยู่ที่ไกลแสนไกล มาหาพวกเราไม่ได้ค่ะ”“แล้วตอนไหนคุณพ่อจะมาหาเมฆกับน้องล่ะครับแม่”ลูกเอ๋ย.. แม่สงสารเจ้าเหลือเกินคำถามร้อยแปดที่เคยตอบ ไม่มีอะไรเลยจะยากเท่ากับคำถามเรื่องพ่อจากป
“ไม่ค่ะแม่ สงสัยจะลืมไปแล้วมั้ง คนแบบเขาไม่เคยรักใครจริงหรอกนอกจากตัวเอง”หญิงสาวยิ้มเย้ยหยันเมื่อนึกถึงคนที่มาโวยวายจะเอาลูกไปให้ได้ แต่สุดท้ายก็หายหัวไปไหนไม่รู้“คุณยายคร้าบ เมฆขอข้าวอีกจาน”“พุงมีอยู่แค่นี้ทำไมกินเยอะจังล่ะลูก”“ก็เมฆเป็นเด็กวัยกำลังเจริญเติบโตนี่ครับ”มณีมันตราที่นั่งกินข้าวอย
“พี่เมฆ น้องฟ้า”น้ำเสียงแข็งกระด้างที่ใช้กับคนอื่น กลับอ่อนโยนยิ่งนักเมื่อพูดกับเด็กทั้งสองดวงตาไร้เดียงสาสองคู่มองมาที่ ‘คนแปลกหน้า’ สำหรับพวกเขาด้วยแววฉงน เพราะไม่เคยเห็นผู้ชายคนนี้มาก่อน แต่เด็กน้อยก็ไม่ใคร่จะใส่ใจนัก ทั้งเมฆาและฟ้าใสต่างพุ่งความสนใจไปที่แม่ของตนมากกว่า“แม่หมอกไหนบอกว่าจะไปทะ







