LOGIN“หมอก เธอกำลังจะทำให้ฉันบ้า”
คำพูดของสุชาติเมื่อตอนกลางวันเหมือนกับดับความหวังที่มันมีอยู่ริบหรี่ของชายหนุ่ม
‘ผมรู้จักทนายของฝ่ายคุณหมอกครับ ทนายคนนี้เก่งเรื่องการฟ้องหย่ากับเรื่องผัวๆ เมียๆ แถมหลักฐานที่ทางนู้นมียังแน่นขนาดนี้ ทางเรามีโอกาสชนะแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ คือคุณหมอกยอมถอนฟ้องครับ’
ใบสำคัญการหย่าที่พิธานยอมมาเซ็นให้เธอ ทำให้มณีมันตรารู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก
“อีกแค่ไม่กี่เดือนแม่ก็จะได้เห็นหน้าหนูแล้วนะ”
มณีมันตราลูบหน้าท้องซึ่งมีเลือดเนื้อเชื้อไขของเธออยู่ข้างในอย่างรักใคร่ เมื่อมีลูก ชีวิตของเธอเหมือนมีจุดหมาย และรู้ว่าต้องก้าวไปวันข้างหน้าเพื่อใคร...
“เอาของฟ้ามานะ”
“อยากได้ก็วิ่งตามให้ทันสิ”
มณีมันตราที่พึ่งลงจากรถ หันไปมองที่สนามหญ้าข้างบ้านแล้วถึงกับส่ายหัว เด็กแสบสองคนกำลังสร้างความปั่นป่วนให้กับคนเป็นยายที่นั่งดมยาดมอยู่บนม้านั่งหินอ่อน ภาพที่เธอเห็นเป็นภาพที่ชินตาเสียแล้ว ถ้าวันไหนบ้านสงบคือวันนั้นฝนตกพายุเข้าประเทศแน่นอน
“เด็กๆ หยุดได้แล้วลูก”
“แม่จ๋า”
สองแสบหันมามองผู้เป็นแม่พร้อมกับส่งเสียงเรียกพร้อมกัน แต่เด็กชายเมฆาเป็นคนวิ่งมารับของจากมือมารดาก่อน ส่วนเจ้าของร่างอวบป้อมที่มีแววว่าส่วนสูงจะเหมือนเธอ ก็รีบวิ่งตามหลังพี่ชายมา
“เหนื่อยไหมลูก เดี๋ยวแม่บอกให้มะนาวตั้งโต๊ะเลยดีกว่านะ”
มณีจันทร์เดินเข้ามารับลูกสาวด้วยอีกคน
“ค่ะแม่ ว่าแต่วันนี้สองแสบป่วนอะไรอีกล่ะคะ”
“แย่งขนมกันน่ะสิ แม่จะเป็นลม ไม่รู้ว่าตอนเกิดหนูไปขอลูกจากวัดที่มีลิงเยอะหรือเปล่า เจ้าแสบทั้งสองถึงได้ซนขนาดนี้”
“ตอนเด็กๆ หนูซนแบบนี้ไหมคะแม่”
“ยิ่งกว่านี้”
มณีจันทร์มองหน้าของลูกสาวแล้วก็หัวเราะเบาๆ เมื่อนึกถึงมณีมันตราวัยเด็ก ซึ่งแสบและซนไม่แพ้เจ้าสองตัวนั้นเลย
“หนูรู้สึกผิดยังไงก็ไม่รู้ ที่จู่ๆ แม่ก็ต้องลาสิกขาแล้วออกมาช่วยเลี้ยงหลานแบบนี้”
หลังจากที่รู้ว่ามณีมันตราท้องและหย่ากับพิธาน โดยที่อดีตลูกเขยและลูกเลี้ยงของนางไม่รู้ว่าภรรยากำลังตั้งท้อง มณีจันทร์จึงตัดสินใจลาสิกขาเพื่อออกมาเตรียมตัวเลี้ยงหลานๆ และช่วยดูแลมณีมันตราระหว่างที่ตั้งท้อง แม้จะเสียดายที่ไม่ได้ใช้ชีวิตบั้นปลายใต้ร่มกาสาวพัสตร์อย่างที่ตั้งใจไว้ แต่นางก็สุขใจเป็นที่สุดที่ได้อยู่กับลูกกับหลาน
มือเรียวคว้าปลายผ้าห่มมาคลุมร่างเล็กของลูกน้อยดั่งเช่นทุกวัน
“ฝันดีนะคะเด็กๆ”
มณีมันตราก้มลงไปหอมแก้มของลูกคนละฟอด ก่อนจะห่มผ้าแล้วเดินไปปิดสวิตช์ไฟบริเวณประตูทางออก สี่ปีกว่าที่เธอทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่ให้กับเด็กๆ ถามว่าเหนื่อยไหม ตอบได้เลยว่าเหนื่อย แต่มันเป็นความเหนื่อยที่คลุกเคล้าไปด้วยความสุข
คนเป็นแม่มองไปยังลูกน้อยทั้งสองด้วยสายตาดุแกมเอ็นดู ก็ดูสิ ทั้งเมฆาและฟ้าใสของเธอ ไม่ยอมหยิบผักที่อยู่ในจานเข้าปากเลยแม้แต่ชิ้นเดียว แต่กลับหยิบผักในจานของตัวเองไปวางไว้บนจานของอีกคน โอ๊ย! เจ้าตัวยุ่งเอ๊ย
“เด็กๆ กินผักเยอะๆ สิคะ”
มื้อเช้าก่อนที่ลูกลิงทั้งสองของเธอจะไปโรงเรียนก็จะวุ่นวายหน่อยๆ มณีมันตราพอเข้าใจว่าเมฆาเป็นเด็กผู้ชายจะมีซนบ้างตามประสาก็คงไม่แปลกอะไร แต่ยัยฟ้าใสของเธอนี่สิ ทั้งแสบทั้งซนไม่แพ้ผู้เป็นพี่เลย
“คุณแม่ขา วันเสาร์ฟ้าอยากไปดูช้าง”
คนเป็นแม่มองลูกสาวซึ่งจะน่ารักมากเป็นพิเศษเมื่ออ้อนขอในสิ่งที่เด็กหญิงต้องการ แขนป้อมสะกิดพี่ชายตัวเองให้ช่วยพูดกับมารดา แต่คุณชายประจำบ้านก็หาได้ให้ความร่วมมือกับแม่สาวน้อยตัวอวบไม่ เด็กชายเมฆามองน้องสาวเพียงเล็กน้อยก่อนจะลงมือจิ้มไข่ที่อยู่ในจานเข้าปากต่ออย่างไม่ใคร่จะสนใจเลยแม้แต่นิด คนที่ไม่ได้รับในสิ่งที่ตนเองปรารถนาถึงกับหน้ามุ่ย แต่มีหรือสาวน้อยจะละความพยายาม
“นะคะคุณแม่ขา น้องฟ้าอยากไปดูช้างเหมือนเพื่อนที่โรงเรียน”
ด้วยว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันไปสวนสัตว์มาเมื่ออาทิตย์ก่อน แล้วมาเล่าให้แม่หนูฟัง เด็กที่กำลังอยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็นจึงอยากจะไปกับเขาบ้าง
“ถ้าแม่พาไปแล้วแม่ขอรางวัลเป็นจุ๊บหนึ่งฟอดได้ไหมคะ”
เด็กหญิงอมยิ้มก่อนจะปีนลงจากโต๊ะแล้ววิ่งไปกอดเอวมารดา แล้วจุ๊บเบาๆ ที่หน้าท้องแบนราบของมณีมันตรา ฟ้าใสเป็นเด็กผู้หญิงที่แม้จะซนแต่ก็ขี้อ้อน จนคนในบ้านต่างหลงรักหัวปักหัวปำไปตามๆ กัน ส่วนเด็กชายเมฆาก็แสบและแสนซนไม่แพ้กัน แต่ถึงแม้จะซนยังไงก็ยังต้องแพ้ให้ฟ้าใสอยู่ร่ำไป เพราะยัยตัวเล็กมักจะใช้อภิสิทธิ์ความเป็นน้องข่มพี่ชายเสมอ
หน้าโรงเรียนเอกชนชื่อดังในตอนเช้า แน่นขนัดไปด้วยผู้ปกครองและเด็กนักเรียน ซึ่งหนึ่งในบรรดามวลมหาประชาทั้งหลาย ก็มีสามแม่ลูกรวมอยู่ด้วย
“ตั้งใจเรียนนะคะเด็กๆ เลิกเรียนเดี๋ยวแม่มารับจ้า”
มณีมันตรายืนส่งลูกลิงทั้งสองของเธอที่หน้าโรงเรียน ก่อนจะเดินตรงไปที่บีทีเอสที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อไปคลินิกที่หญิงสาวทำงานต่อ
“แหม เดี๋ยวนี้อัปเลเวลความร้ายกาจขึ้นเยอะนะครับคุณหมอ”“แน่นอน ว่าแต่คุณจะเอากาแฟสักแก้วก่อนกลับไหม”“ก็ดีนะ”พิธานมองแผ่นหลังที่เคลื่อนไหวไปมาของคนที่กำลังหยิบนั่นจับนี่มาทำกาแฟ ความรู้สึกบางอย่างแล่นเข้ามาเกาะกุมหัวใจของชายหนุ่ม มณีมันตราเปลี่ยนไปมาก และสาเหตุส่วนใหญ่ก็น่าจะมาจากเขาเอง หญิงสาวที่เคยอ่อนหวานบอบบางยิ่งกว่ากลีบดอกไม้ในวันวาน แปรเปลี่ยนมาเป็นสาวมั่นที่พร้อมจะสู้และพุ่งชนกับทุกอย่าง“ฉันขอเลขบัญชีเธอหน่อยนะ”“เอาไปทำไมคะ”“ก็จะโอนเงินค่าเลี้ยงดูให้”“ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันไม่ลำบากอะไร”“รู้ แต่นี่มันเป็นหน้าที่ของฉัน ถ้าเธอไม่ได้ใช้ก็เก็บเข้าบัญชีลูกก็ได้นี่”มณีมันตราพยักหน้าอย่างคร้านที่จะเถียง เพราะรู้ดีว่ามันไม่มีประโยชน์อะไร และอีกอย่างมันก็ถือว่าเป็นหน้าที่ของคนเป็นพ่ออย่างเขาด้วย“ฉันเอากาแฟใส่แก้วเก็บความร้อนให้อีกแก้วนะ เอาไว้ดื่มตอนขับรถ”เมื่อเครื่องยนต์ดับสนิท พิธานที่กำลังจะก้าวลงจากรถเหลือบมองแก้วกาแฟสีชมพูน่ารักที่มันช่างไม่เข้ากับชายหนุ่มมาดขรึมอย่างเขาเอาเสียเลย รอยยิ้มน้อยๆ ระบายขึ้นมาบนใบหน้า“สาวมั่น ช่างเข้ากันเหลือเกินกับแก้วลายแมวคิตตี้”ทุกอย่างภายในบ
เสกสรรมองเจ้านายหนุ่มอย่างแปลกใจ เมื่อจู่ๆ พิธานก็สั่งให้ตนมาย้ายของจากเพนต์เฮาส์กลับไปไว้ที่บ้าน พร้อมทั้งยังให้ประกาศขายเพนต์เฮาส์สุดหรูแห่งนี้ทันที“บอสครับ แน่ใจหรือครับว่าจะขาย”เพราะทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กันมานาน และจัดได้ว่าเป็นลูกน้องคนสนิท เสกสรรจึงรู้ว่าพิธานซื้อเพนต์เฮาส์แห่งนี้ไว้เพื่ออะไร“แล้วทำไมฉันจะไม่แน่ใจ ขายๆ ไปเถอะน่า”“แล้วจะพาน้องๆ ไป เออ..ที่ไหนล่ะครับ หรือว่าจะเปลี่ยนบรรยากาศเป็นที่โรงแรม หรือที่อื่น”เพราะเป็นคนจัดคิวบรรดาสาวๆ ให้เจ้านาย เลขาฯ อย่างเขาจึงจำเป็นต้องถามอย่างละเอียด“ฉันจะกลับไปอยู่บ้าน แล้วไม่ต้องจัดคิวหรือรับนัดใครให้ฉันอีกแล้วนะ”พิธานพูดจบก็เดินผิวปากออกไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้เลขาฯ หนุ่มเกาหัวด้วยความงุนงง‘อะไรวะ เจ้านายเปลี่ยนไป๊!’“คุณพ่อขา ลูกชุบค่า”ฟ้าใสวิ่งถือจานใส่ขนมลูกชุบสีสันสวยงามมาให้พ่อที่กำลังนั่งทำงานอยู่ใต้ต้นไม้หน้าบ้านของมณีมันตราพิธานก้มลงอุ้มร่างอวบป้อมขึ้นมานั่งบนตัก ก่อนจะหอมฟอดใหญ่“ชื่นใจที่สุดเลยลูกพ่อ”“น้องฟ้าป้อนนะคะ” เด็กหญิงหยิบลูกชุบให้พ่ออย่างเอาใจ“ขอบคุณคร้าบ อร่อยมากลูก”“คุณพ่อขา ทะเลน้องฟ้า” เด็กหญิงรีบ
“หึ! ฉันรู้ว่าเธอจะพูดเรื่องอะไร งั้นก็พูดมันซะตรงนี้เลยสิ ไหนๆ ตัวปัญหาก็อยู่ตรงนี้แล้วนี่”“ใช่ค่ะ คุณน่ะมันตัวปัญหา”“หมอก ใจเย็นๆ ลูก”มณีจันทร์กลัวว่าทั้งคู่จะทะเลาะกันอีก จึงรีบห้ามปราม“ครั้งนี้หนูต้องคุยกับเขาให้รู้เรื่องค่ะแม่ คุณพุกเกินไปแล้วจริงๆ”“ฉันเกินไปยังไง ถามหน่อยเถอะ เธอจะยอมยกมือไหว้หรือพูดดีๆ กับคนที่ตัวเองเกลียดงั้นเหรอ”หญิงสาวแสยะยิ้ม ก่อนจะใช้สายตามองพิธานตั้งแต่หัวจรดเท้า“แล้วนี่ฉันไม่ได้กำลังยืนคุยอยู่กับคนที่ตัวเองเกลียดยิ่งกว่าไส้เดือนกิ้งกืออยู่เหรอ”“หมอก!”“อะไร! อย่ามาตะคอกฉันนะ แล้วจะบอกอะไรให้ ที่ฉันยอมให้คุณได้เข้าใกล้ลูกเพราะสงสารลูก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าฉันนึกพิศวาสหรือให้อภัยในเรื่องชั่วๆ ที่คุณทำหรอกนะ”คนตัวเล็กไม่หลบสายตาที่จ้องเจ้าหล่อนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อแม้แต่นิด เธอเป็นเจ้าของบ้าน แล้วจะยอมให้คนข้างนอกเข้ามาทำร้ายจิตใจคนในบ้านได้อย่างไร“เธอขอในสิ่งที่ฉันให้ไม่ได้”“ทำไม? แค่ให้ความเคารพแม่ฉันนี่มันจะตายเลยหรือคะคุณพิธาน”“พอเถอะลูก แม่เข้าใจคุณพุก”“ไม่ค่ะแม่ ถ้าไม่คุยให้จบวันนี้ วันหน้าหมอกก็ต้องทนเห็นกิริยาแบบคนดีๆ เขาไม่ทำกันอ
“ใช่ลูก พ่อเป็นพ่อของน้องฟ้า”“แม่หมอกบอกว่าคุณพ่อทำงานอยู่ไกล มาหาพวกเราไม่ได้”“พ่อกลับมาแล้วครับ”“แล้วคุณพ่อจะไปทำงานอีกไหมคะ น้องฟ้าอยากอยู่กับพ่อเหมือนเพื่อนคนอื่นบ้าง”มณีมันตราและพิธานหันมามองหน้ากัน ต่างก็น้ำตารื้นเพราะสงสารลูก“ไม่ครับ พ่อจะอยู่กับน้องฟ้ากับพี่เมฆตลอดไป ไม่ไปไหนอีกแล้ว”“จริงนะคะ คุณพ่อต้องสัญญากับน้องฟ้านะ”“สัญญาครับ”หัวอกคนเป็นแม่สะท้านไปทั้งทรวง เมื่อเห็นภาพพ่อลูกเกี่ยวก้อยสัญญากัน เธอพึ่งประจักษ์ตอนนี้นี่เองว่าเด็กทั้งสองต้องการพ่อไม่ต่างจากต้องการแม่เลยสารถีจำเป็นหันมองกระจกส่องหลังที่มีภาพของสามคนพ่อลูกที่นั่งอยู่เบาะหลัง กำลังหยอกล้อกันอย่างไม่มีใครสนใจเธอเลยสักนิด‘มันน่านัก นี่ฉันกำลังกลายเป็นหมาหัวเน่าหรือเนี่ย’“คุณพ่อคร้าบ กลับบ้านไปเล่นหุ่นยนต์กับเมฆนะ”“รับทราบครับผม”“คุณพ่อขา น้องฟ้าอยากไปทะเล”“ไปสิลูก วันไหนดี”“วันนี้เลยค่า”“แต่พรุ่งนี้น้องฟ้าต้องไปโรงเรียนไม่ใช่เหรอครับ”“น้องฟ้าไม่ไปก็ได้ค่ะ”“แต่คุณครูจะดุเอานะครับ” พิธานอุ้มลูกคนเล็กของตนขึ้นมานั่งบนตัก ก่อนจะหอมที่พวงแก้มอิ่มทั้งสองข้างฟอดใหญ่ให้สมกับที่อยากทำมานาน“ไม่ดุค่า”“หืม
“ก็ไม่แน่นะ คุณอยู่ใกล้ฉันมากๆ อาจจะตกหลุมรักฉันก็ได้”“ไม่มีทาง ฉันไม่ชอบกินคัปเค้กเหมือนไอ้หมอหน้าจืดที่อยู่คลินิกเธอหรอก”พิธานพูดพลางชำเลืองมองที่หน้าอกของเธอ ก่อนจะยิ้มแบบที่มณีมันตราเห็นแล้วอยากจะกระโดดข่วนหน้าหล่อๆ นั่นที่สุดกรี๊ด! ฉันน่ะคัปซีนะขอบอก“คุณลุงคนนี้ใครเหรอคะคุณแม่”เด็กหญิงตาแป๋วมองคุณลุงตัวโตที่เดินมาพร้อมกับแม่ของตนด้วยความสงสัย“บอกลูกสิ”ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของเขาเต้นแรงจนแทบจะหลุดจากเบ้า ยอมรับเลยว่าเกิดมาไม่เคยตื่นเต้นอะไรขนาดนี้มาก่อน“ใจเย็นสิคุณ นี่มันกลางถนนนะ”“งั้นเราไปนั่งร้านไอศกรีมตรงนู้นกันดีไหม”“เด็กๆ จ๋า เราไปกินไอศกรีมร้านคุณป้าสายใจก่อนกลับกันดีกว่านะคะ”เด็กน้อยซึ่งเป็นลูกค้าประจำของร้าน ‘สายใจ ไอติมทอด’ รีบวิ่งนำหน้าแม่และคุณลุงตัวโตอย่างไม่มีการรีรอ“คุณป้าขา น้องฟ้าขอสตรอว์เบอร์รี”สายใจยิ้มให้ฟ้าใสก่อนจะหันไปถามเด็กชายหน้าหล่อที่ยืนข้างกัน “แล้วพี่เมฆล่ะครับ วันนี้เอารสมะพร้าวเหมือนเดิมไหมเอ่ย”“คร้าบ”เด็กน้อยยิ้มแป้นโชว์ฟันขาวที่มีเศษช็อกโกแลตติดอยู่ที่ซอกฟันมณีมันตราเลือกนั่งภายในสวนเพราะบรรยากาศดีและค่อนข้างจะเป็นส่วนตัว เหมาะแก่กา
คิ้วเข้มของพิธานเลิกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะตกกลับลงมาที่เดิม แล้วเปลี่ยนเป็นขมวดปมแสดงถึงความไม่พอใจในคำตอบของมาสุ“แล้วทำไมผมจะรับไม่ได้ล่ะ”ตอนแรกมาสุไม่เข้าใจว่าทำไมพิธานถึงถามแบบนั้น แต่พอเริ่มเข้าใจแล้วจึงแกล้งพูดให้ชายหนุ่มเข้าใจไปตามสิ่งที่คิด‘สี่ปีแล้วยังคิดว่าฉันกับนังชะนีน้อยแอบกินกันอยู่อีก ตาทึ่มเอ๊ย!’“ก็จะมีผู้ชายสักกี่คนที่อยากเลี้ยง ลูก-คน-อื่น”สามคำสุดท้ายของประโยค พิธานพยายามเน้นย้ำให้มาสุได้ยินชัดๆ ว่าเด็กทั้งสองเป็นลูกของเขา“อย่าคิดมากเลยครับ ถึงจะไม่ใช่ลูกผม แต่ผมก็ดูแลพวกแกมาตั้งแต่อยู่ในท้อง เรียกได้ว่าอยู่กับเด็กๆ ทุกช่วงวัย ความรักความผูกพันที่มีให้ ไม่ต่างจากลูกแท้ๆ แน่นอนครับ”ในหัวมีแต่คำถามว่าทำไม.. ทำไมมณีมันตราถึงเลือกที่จะบอกคนอื่นแต่ไม่บอกเขาซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ของเด็กทั้งสอง ยอมให้คนอื่นได้ดูแลได้เห็นทุกพัฒนาการของลูก ทั้งที่พ่ออย่างเขาไม่มีแม้แต่โอกาสได้รับรู้ว่ามีเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองเกิดขึ้นบนโลก‘ทำไมเธอใจร้ายอย่างนี้นะหมอก’ความโกรธความน้อยใจในตัวอดีตภรรยาแล่นขึ้นมาจุกอยู่ที่อก“นังหมอกฉันขอโทษ”มาสุที่รู้ตัวว่าแหย่พิธานแรงไป และมันอาจจะกระทบมาถึง







