Mag-log in“หมอก เธอกำลังจะทำให้ฉันบ้า”
คำพูดของสุชาติเมื่อตอนกลางวันเหมือนกับดับความหวังที่มันมีอยู่ริบหรี่ของชายหนุ่ม
‘ผมรู้จักทนายของฝ่ายคุณหมอกครับ ทนายคนนี้เก่งเรื่องการฟ้องหย่ากับเรื่องผัวๆ เมียๆ แถมหลักฐานที่ทางนู้นมียังแน่นขนาดนี้ ทางเรามีโอกาสชนะแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ คือคุณหมอกยอมถอนฟ้องครับ’
ใบสำคัญการหย่าที่พิธานยอมมาเซ็นให้เธอ ทำให้มณีมันตรารู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก
“อีกแค่ไม่กี่เดือนแม่ก็จะได้เห็นหน้าหนูแล้วนะ”
มณีมันตราลูบหน้าท้องซึ่งมีเลือดเนื้อเชื้อไขของเธออยู่ข้างในอย่างรักใคร่ เมื่อมีลูก ชีวิตของเธอเหมือนมีจุดหมาย และรู้ว่าต้องก้าวไปวันข้างหน้าเพื่อใคร...
“เอาของฟ้ามานะ”
“อยากได้ก็วิ่งตามให้ทันสิ”
มณีมันตราที่พึ่งลงจากรถ หันไปมองที่สนามหญ้าข้างบ้านแล้วถึงกับส่ายหัว เด็กแสบสองคนกำลังสร้างความปั่นป่วนให้กับคนเป็นยายที่นั่งดมยาดมอยู่บนม้านั่งหินอ่อน ภาพที่เธอเห็นเป็นภาพที่ชินตาเสียแล้ว ถ้าวันไหนบ้านสงบคือวันนั้นฝนตกพายุเข้าประเทศแน่นอน
“เด็กๆ หยุดได้แล้วลูก”
“แม่จ๋า”
สองแสบหันมามองผู้เป็นแม่พร้อมกับส่งเสียงเรียกพร้อมกัน แต่เด็กชายเมฆาเป็นคนวิ่งมารับของจากมือมารดาก่อน ส่วนเจ้าของร่างอวบป้อมที่มีแววว่าส่วนสูงจะเหมือนเธอ ก็รีบวิ่งตามหลังพี่ชายมา
“เหนื่อยไหมลูก เดี๋ยวแม่บอกให้มะนาวตั้งโต๊ะเลยดีกว่านะ”
มณีจันทร์เดินเข้ามารับลูกสาวด้วยอีกคน
“ค่ะแม่ ว่าแต่วันนี้สองแสบป่วนอะไรอีกล่ะคะ”
“แย่งขนมกันน่ะสิ แม่จะเป็นลม ไม่รู้ว่าตอนเกิดหนูไปขอลูกจากวัดที่มีลิงเยอะหรือเปล่า เจ้าแสบทั้งสองถึงได้ซนขนาดนี้”
“ตอนเด็กๆ หนูซนแบบนี้ไหมคะแม่”
“ยิ่งกว่านี้”
มณีจันทร์มองหน้าของลูกสาวแล้วก็หัวเราะเบาๆ เมื่อนึกถึงมณีมันตราวัยเด็ก ซึ่งแสบและซนไม่แพ้เจ้าสองตัวนั้นเลย
“หนูรู้สึกผิดยังไงก็ไม่รู้ ที่จู่ๆ แม่ก็ต้องลาสิกขาแล้วออกมาช่วยเลี้ยงหลานแบบนี้”
หลังจากที่รู้ว่ามณีมันตราท้องและหย่ากับพิธาน โดยที่อดีตลูกเขยและลูกเลี้ยงของนางไม่รู้ว่าภรรยากำลังตั้งท้อง มณีจันทร์จึงตัดสินใจลาสิกขาเพื่อออกมาเตรียมตัวเลี้ยงหลานๆ และช่วยดูแลมณีมันตราระหว่างที่ตั้งท้อง แม้จะเสียดายที่ไม่ได้ใช้ชีวิตบั้นปลายใต้ร่มกาสาวพัสตร์อย่างที่ตั้งใจไว้ แต่นางก็สุขใจเป็นที่สุดที่ได้อยู่กับลูกกับหลาน
มือเรียวคว้าปลายผ้าห่มมาคลุมร่างเล็กของลูกน้อยดั่งเช่นทุกวัน
“ฝันดีนะคะเด็กๆ”
มณีมันตราก้มลงไปหอมแก้มของลูกคนละฟอด ก่อนจะห่มผ้าแล้วเดินไปปิดสวิตช์ไฟบริเวณประตูทางออก สี่ปีกว่าที่เธอทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่ให้กับเด็กๆ ถามว่าเหนื่อยไหม ตอบได้เลยว่าเหนื่อย แต่มันเป็นความเหนื่อยที่คลุกเคล้าไปด้วยความสุข
คนเป็นแม่มองไปยังลูกน้อยทั้งสองด้วยสายตาดุแกมเอ็นดู ก็ดูสิ ทั้งเมฆาและฟ้าใสของเธอ ไม่ยอมหยิบผักที่อยู่ในจานเข้าปากเลยแม้แต่ชิ้นเดียว แต่กลับหยิบผักในจานของตัวเองไปวางไว้บนจานของอีกคน โอ๊ย! เจ้าตัวยุ่งเอ๊ย
“เด็กๆ กินผักเยอะๆ สิคะ”
มื้อเช้าก่อนที่ลูกลิงทั้งสองของเธอจะไปโรงเรียนก็จะวุ่นวายหน่อยๆ มณีมันตราพอเข้าใจว่าเมฆาเป็นเด็กผู้ชายจะมีซนบ้างตามประสาก็คงไม่แปลกอะไร แต่ยัยฟ้าใสของเธอนี่สิ ทั้งแสบทั้งซนไม่แพ้ผู้เป็นพี่เลย
“คุณแม่ขา วันเสาร์ฟ้าอยากไปดูช้าง”
คนเป็นแม่มองลูกสาวซึ่งจะน่ารักมากเป็นพิเศษเมื่ออ้อนขอในสิ่งที่เด็กหญิงต้องการ แขนป้อมสะกิดพี่ชายตัวเองให้ช่วยพูดกับมารดา แต่คุณชายประจำบ้านก็หาได้ให้ความร่วมมือกับแม่สาวน้อยตัวอวบไม่ เด็กชายเมฆามองน้องสาวเพียงเล็กน้อยก่อนจะลงมือจิ้มไข่ที่อยู่ในจานเข้าปากต่ออย่างไม่ใคร่จะสนใจเลยแม้แต่นิด คนที่ไม่ได้รับในสิ่งที่ตนเองปรารถนาถึงกับหน้ามุ่ย แต่มีหรือสาวน้อยจะละความพยายาม
“นะคะคุณแม่ขา น้องฟ้าอยากไปดูช้างเหมือนเพื่อนที่โรงเรียน”
ด้วยว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันไปสวนสัตว์มาเมื่ออาทิตย์ก่อน แล้วมาเล่าให้แม่หนูฟัง เด็กที่กำลังอยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็นจึงอยากจะไปกับเขาบ้าง
“ถ้าแม่พาไปแล้วแม่ขอรางวัลเป็นจุ๊บหนึ่งฟอดได้ไหมคะ”
เด็กหญิงอมยิ้มก่อนจะปีนลงจากโต๊ะแล้ววิ่งไปกอดเอวมารดา แล้วจุ๊บเบาๆ ที่หน้าท้องแบนราบของมณีมันตรา ฟ้าใสเป็นเด็กผู้หญิงที่แม้จะซนแต่ก็ขี้อ้อน จนคนในบ้านต่างหลงรักหัวปักหัวปำไปตามๆ กัน ส่วนเด็กชายเมฆาก็แสบและแสนซนไม่แพ้กัน แต่ถึงแม้จะซนยังไงก็ยังต้องแพ้ให้ฟ้าใสอยู่ร่ำไป เพราะยัยตัวเล็กมักจะใช้อภิสิทธิ์ความเป็นน้องข่มพี่ชายเสมอ
หน้าโรงเรียนเอกชนชื่อดังในตอนเช้า แน่นขนัดไปด้วยผู้ปกครองและเด็กนักเรียน ซึ่งหนึ่งในบรรดามวลมหาประชาทั้งหลาย ก็มีสามแม่ลูกรวมอยู่ด้วย
“ตั้งใจเรียนนะคะเด็กๆ เลิกเรียนเดี๋ยวแม่มารับจ้า”
มณีมันตรายืนส่งลูกลิงทั้งสองของเธอที่หน้าโรงเรียน ก่อนจะเดินตรงไปที่บีทีเอสที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อไปคลินิกที่หญิงสาวทำงานต่อ
“ทำไมชอบมายั่วให้คนอื่นอารมณ์ขึ้น แล้วมาทำให้ค้างแบบนี้นะหมามุ่ย”“คิก สมน้ำหน้า คุณน่ะแก่แล้วก็หัดเพลาๆ ลงบ้างเถอะค่ะ ขาเดี้ยงเข่าทรุดขึ้นมาฉันไม่รู้ด้วยนะ”“แก่อะไร ผมฟิตยิ่งกว่าหนุ่มวัยยี่สิบอีกนะคุณ”“ชิ! ทำเป็นโม้”หญิงสาวพลิกตัวหันไปซบกับแผงอกล่ำ แล้วลูบไล้ลอนกล้ามแน่นอย่างหลงใหล มือน้อยลูบวนอยู่ที่หัวนมอมชมพูก่อนจะเลื่อนแล้วมาหยุดอยู่ที่ขอบกางเกงชั้นใน“หยุดทำไม ไปต่อสิ” ชายหนุ่มฮึดฮัดอย่างขัดใจ“นอนกันเถอะค่ะ ฉันง่วงแล้ว”“นอนอะไรกันครับ”พิธานยิ้มร้ายก่อนจะพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างบาง“กรี๊ด! คุณจะฝ่าไฟแดงไม่ได้นะ เดี๋ยวตำรวจจับ”“ผมมีตังค์จ่ายค่าปรับน่า”พิธานดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมโปงก่อนจะเอื้อมมือไปปิดสวิตช์โคมไฟที่หัวเตียง“คุณแม่ขา น้องน้อยหลับค่ะ”ฟ้าใสจิ้มแก้มน้องชายที่นอนหลับปุ๋ยคาอกของมารดา“อย่าจิ้มแรงนะลูก เดี๋ยวน้องตื่น”“แล้วน้องอีกคนตอนไหนจะมาคะ”มณีมันตราอมยิ้มเมื่อฟ้าใสพูดถึงลูกชายอีกคน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าน้ำเชื้อของพิธานน่ะดีจริง เพราะเธอท้องแค่สองรอบแต่ได้ลูกตั้งสี่คน“เดี๋ยวก็มาค่ะ น้องฟ้ารักน้องไหมคะ”“รักค่ะ น้องฟ้ารักน้อง รักคุณพ่อคุณแม่ รักพี่เมฆ รักคุณยาย
“ก็ยกเว้นเนื้อโคแก่”คนที่กำลังเคี้ยวข้าวสำลักทันทีที่ได้ยินคำตอบของเจ้าตัวแสบที่นั่งตรงข้าม แม้ใบหน้าจะเรียบเฉยแต่สายตาของเจ้าหล่อนเหมือนกำลังหัวเราะเขา‘ฝากไว้ก่อน เถอะยัยตัวดี ฮึ่ม..’“คุณแม่ขา เนื้อโคแก่เป็นยังไงเหรอคะ” เด็กน้อยในวัยอยากรู้อยากเห็น เมื่อได้ยินพ่อกับแม่พูดถึงสิ่งที่ตนไม่รู้ จึงเอ่ยถาม“เนื้อของพี่วัวตัวใหญ่ๆ ที่มีอายุมากแล้วค่ะ กินไม่อร่อยหรอก”คนเป็นแม่ที่ตอบคำถามลูกแต่ปรายตามองไปยังคนที่นั่งตรงข้าม ก่อนจะยักคิ้วข้างเดียวแบบกวนๆ ใส่พิธาน“ชิ! ได้กินแล้วจะติดใจ” จมูกโด่งเป็นสันย่นเข้าหากันอย่างน่ารักหลังจากที่รับประทานอาหารกันเรียบร้อยแล้ว เด็กแสบทั้งสองก็รีบลากแม่ไปที่ชั้นบนสุดของห้าง ซึ่งมันไม่ใช่ชั้นที่มีร้านขายของเล่นเด็กจำหน่าย แล้วเจ้าพวกนี้พาแม่มาทำไม..แต่งงานกันนะ คุณแม่หญิงสาวมองป้ายที่ถูกปล่อยลงมาก่อนจะไล่อ่านข้อความที่มีอยู่แค่ไม่กี่คำอย่างช้าๆ ดวงตาหวานร้อนผ่าวก่อนที่หยาดน้ำสายเล็กๆ จะไหลอาบแก้ม“แม่หมอกขา แต่งงานกับพ่อพุกนะคะ”เจ้าตัวเล็กของหล่อน ที่วันนี้คุณยายแต่งชุดสีขาวให้ เธอเองก็ลืมสังเกตว่ามันเหมือนชุด ‘เจ้าสาว’ ส่วนลูกชายคนโตก็ใส่ชุด ‘เจ้าบ่
เพทายที่ยืนมองอยู่อีกมุมของร้านก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมา อยากจะเข้าไปขอโทษเพื่อนที่ปากพล่อย แต่ดูท่าแล้ว เข้าไปตอนนี้นอกจากพิธานจะไม่หายโกรธ เขาคงจะโดนมันไล่เตะแน่ๆแต่เอ๊ะ เพทายรู้ โลกต้องรู้ กล้องมือถือที่ขึ้นชื่อว่าความละเอียดระดับ Full HD ตอนนี้มันกำลังเป็นอุปกรณ์การเผยแพร่ภาพของสองหนุ่มสาวที่หยอกเย้าท่ามกลางถ้วยข้าวต้ม ซึ่งโคตรจะโรแมนติกไลน์กลุ่มที่รวมพลคนปากหมาไว้ทั้งหมดสี่คน เด้งแจ้งเตือนขึ้นที่หน้าจอมือถือของอภิวรรธน์และคีรีแทบจะพร้อมกัน“ไอ้คี นี่มัน...” อึ้ง ทึ่ง และเสียววาบๆ อภิวรรธน์ขยี้ตาตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะเพ่งมองรูปให้ชัดว่าใช่คนเดียวกันจริงๆ“อะไรของมึงครับ”คีรีรับโทรศัพท์จากมือของเพื่อน ก่อนจะมองภาพที่โชว์หราอยู่ที่หน้าจอ“กูว่าแล้ว คนแบบไอ้พุกมันจะไปไหนได้ ก็ใจมันอยู่กับหมอหมอกมาตั้งแต่วันแรกที่เห็นหน้าเขา ถ้าซื้อหวยแล้วถูกแบบนี้นะ คงไม่ต้องมาทำงานให้เหนื่อยแล้วนะเนี่ย”คีรีมองรูปไปก็ยิ้มไปอย่างดีใจกับชีวิตของเพื่อนที่ได้พบกับความสุขจริงๆ สักที แต่พอเงยหน้าขึ้นมามองเพื่อนอีกคนนี่สิ“ไอ้พีช มึงเป็นไร ทำไมทำหน้าอย่างกับเห็นผี”“มึงช่วยยืนยันกับกูทีว่าผู้หญิงใ
“ไอ้บ้า ในหัวของคุณคงจะมีแต่เรื่องลากผู้หญิงขึ้นเตียงสินะ”“พูดผิด ในหัวของฉันมีแต่เรื่องลากเธอขึ้นเตียงต่างหาก”เห็นรอยยิ้มกริ่มแล้วอยากจะควักลูกตาของไอ้หนูผีจอมหื่นออกมานอกเบ้าเลยค่ะท่านผู้ช้มม“ฉันพูดกับคุณแล้วจะเป็นประสาท”“บ้ารักเหรอครับคุณหมอ”“นี่คุณ! ถ้าขืนยังพูดแบบนี้ไม่หยุด ฉันจะไม่ไปด้วยแล้วนะ”“โอ๋ๆ อย่าพึ่งงอนสิครับ หนูพุกตัวน้อยๆ คนนี้ไม่แกล้งแล้วจ้า”มือน้อยตีลงบนท่อนแขน ก่อนจะยิ้มออกมาในที่สุด ก็เขาเล่นทำเสียงสองแล้วทำท่าทางน่ารักใส่เธอขนาดนี้ ใครไม่ยิ้มก็อารมณ์ตายด้านเกินไปแล้ว“หูย.. วันนี้มีสาวซ้อนท้ายมาด้วยเว้ย”ผู้ชายอายุดูแล้วน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับพิธาน เอ่ยแซวทันทีที่เครื่องยนต์ของเจ้าเวสปาดับสนิท“นี่หมอก หมอกนี่ไอ้เพชร เพื่อนฉันเอง”“สวัสดีค่ะ”“ครับ หมอก.. คุ้นๆ ว่ะ เหมือนเคยเจอหน้าที่ไหน”ไม่ใช่แค่เขาที่คุ้นหน้าเธอ แต่เธอก็คุ้นหน้าชายหนุ่มตรงหน้าไม่ต่างกัน หลายครั้งที่เคยเจอเพื่อนของพิธาน แต่มักจะแค่แป๊บเดียว เพราะแต่ละที่ที่เจอก็ล้วนแล้วแต่เป็นที่ อโคจรเสียส่วนมาก เพราะเวลาที่ไอ้หนูผีไปเมาจนกลับไม่ได้ เมียอย่างเธอก็ต้องมีหน้าที่ไปรับกลับบ้าน“อ๋อ ที่งานแต
ให้ตายเถอะ! ถึงจะแอบฟิน แต่เราเป็นชะนีน้อย ต้องรักนวลสงวนตัวไว้ก่อน“เตียงก็นุ่ม ลุกได้แล้ว”“นิดเดียว” เขาพยายามต่อรอง เพราะกำลังสุขสมที่ได้นอนทับร่างนุ่มนิ่มและได้สูดกลิ่นกายหอมๆ ของผู้หญิงใต้อาณัติ“ฉันจะไปอาบน้ำแล้ว ไหนบอกพรุ่งนี้จะพาไปเที่ยวตอนเช้า ถ้าฉันนอนดึกแล้วตื่นไม่ไหว ก็อดน่ะสิ”“คร้าบ ไปอาบน้ำก่อน แล้วค่อยมากอดต่อก็ได้”อาราย.. นี่ยังคิดจะลวนลามเธอต่ออีกเหรอ ไม่มีทางซะหรอก มณีมันตราคนนี้ทั้งหยิ่งและไม่ง่ายนะยะ“นี่คุณพุก ขยับไปหน่อยได้ไหม เตียงมันออกจะกว้าง”ใช่ค่ะ! เรานอนเตียงเดียวกัน ก็แล้วใครมันจะไปกล้านอนคนเดียวกันเล่า บรรยากาศเงียบสงัด แถมบ้านไม้ที่ด้านบนเปิดโล่ง แล้วยังมีอีผีตาโขนตัวแดงยืนแสยะยิ้มโชว์ฟันอยู่หน้าห้องนอนอีก“น่า ฉันหนาว ขอกอดหน่อย”หนาวตรงไหนวะ นี่ร้อนจนจะแก้ผ้านอนอยู่แล้วเนี่ย“แต่ฉันร้อน”คนที่เริ่มหงุดหงิด เพราะแขนของชายหนุ่มเกี่ยวรัดเอวของเธอเอาไว้ แล้วยังขาหนักๆ ที่พาดอยู่บนร่างแน่งน้อยนั่นอีก นี่เธอไม่ใช่หมอนข้างนะ“ถ้าไม่ยอมให้นอนกอดดีๆ คืนนี้ก็ไม่ต้องนอนมันเลยดีไหม”ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดซอกคอ ทำให้คนตัวเล็กที่โวยวายเมื่อครู่ เงียบลงไปกะทันหัน ก
“หรือเธอว่าไม่จริง ก็เคยเห็นเคยใช้มันมาแล้วนี่”กรี๊ด! ไอ้หนูพุกทำให้ฉันจินตนาการถึง ‘ไอ้นั่น’ ที่มันทั้งใหญ่และยาวอย่างที่เขาบอกจริงๆ“ทุเรศ ฉันลืมมันไปหมดแล้วละย่ะ”“งั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวจะช่วยรื้อฟื้นความทรงจำให้เอาไหม”“ไม่! ฉันไม่ชงไม่ชมมันแล้ว จะไปอาบน้ำนอน เหนื่อย”หญิงสาวเดินหนีเข้าไปภายในตัวบ้าน ท่าทีที่ทำเป็นโกรธนั้น แท้จริงแล้วเธอพยายามใช้มันกลบเกลื่อนความเขินอายของตัวเอง“แล้วรู้เหรอว่าต้องนอนห้องไหน”“ก็บอกมาสิ มัวอมพะนำอยู่ได้”“อ้าว! ฉันผิด” ชายหนุ่มชี้นิ้วมาที่ตัวเอง“แล้วสรุปฉันนอนห้องไหน”“ชั้นสอง ขึ้นบันไดระวังด้วยล่ะ”คนที่เดินนำขึ้นมาก่อนมองชั้นสองซึ่งเป็นไม้ ครึ่งหนึ่งเป็นพื้นที่ของห้องนอนกั้นแบ่งเป็นสองห้อง ส่วนอีกครึ่งปล่อยโล่งเป็นโถงกว้าง บริเวณโถงหน้าห้อง มีเฟอร์นิเจอร์เพียงสองชิ้น คือชุดโต๊ะไม้ และตู้เสื้อผ้าสมัยโบราณ ตัวตู้ทำด้วยไม้ ส่วนฝาเป็นกระจกใส ทำให้เจ้าหล่อนมองเห็นว่าข้างในมีผ้าขาวม้าหลายผืนพับเก็บเอาไว้อย่างดี“วันนี้มีใครมาพักกับเราบ้างคะ”แม้ว่าจะชื่นชอบบรรยากาศแบบนี้ แต่ถ้าเงียบมากไปก็ไม่ดีนะ คนที่พึ่งสังเกตว่าตั้งแต่เข้ามายังไม่เห็นใครเลย
“ถ้าไม่รักแล้ว ก็เป็นเพื่อนที่ปรารถนาดีต่อกัน ช่วยกันทำหน้าที่พ่อและแม่ให้ดีที่สุด แต่ถ้ายังรัก อย่ารอช้า รีบตามหัวใจของตัวเองกลับคืนมา”ร่างบางที่มีกระเป๋าเป้ใบใหญ่สะพายติดหลังมาเพียงใบเดียว กำลังตื่นตาตื่นใจกับตลาดนัดยามเย็นของอำเภอริมโขงอย่างเชียงคาน เพราะวันนี้เป็นวันเสาร์หรือเปล่าก็ไม่รู้ ตลาด
“ขึ้นมานั่งข้างน้าเถอะคุณพุก แล้วช่วยเล่าให้น้าฟังได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น”“คือ..”สิ่งที่มณีจันทร์สงสัยมาตลอดว่าทำไมพิธานถึงจงเกลียดจงชังนางนักหนา ทั้งยังสาเหตุของการหย่าร้างระหว่างชายหนุ่มและมณีมันตราพึ่งกระจ่างในวันนี้ ถามว่าโกรธไหม แล้วใครบ้างเล่าจะไม่โกรธ“คุณพุกทำกับน้า น้าไม่โกรธ แต่คุณทำแบ
“หัวเราะอะไร”คนที่นั่งนิ่งมาสักพัก ถามออกมาอย่างอดรนทนไม่ไหว เพราะตุ๊กตาหน้ารถตัวน้อยกำลังนั่งตัวสั่นเหมือนพยายามกลั้นขำอยู่คนเดียว ถ้าเดาไม่ผิดก็คงไม่พ้นนินทาเขาในใจเป็นแน่“เปล่านี่คะ คุณคิดไปเอง”“เธอนินทาฉันในใจ”แน่ะ! รู้ตัวอีก ตกลงเป็นซีอีโอหรือเป็นหมอดูคะคุณหนูพุก“คุณรู้ได้ไง ที่ฉันหัวเราะ
‘วันนี้คุณพุกกลับบ้านดึกจัง หมอกอุตส่าห์หัดทำกับข้าวที่คุณชอบไว้ด้วย ไม่รู้จะอร่อยหรือเปล่า แต่หมอกก็พิเศษใส่ใจสำหรับหนูพุกคนเดียวเลยน้า’พิธานมองรูปถ่ายของมณีมันตราเมื่อหลายปีก่อนที่ยืนยิ้มแฉ่งแข่งกับดวงตะวัน ในมือของเจ้าหล่อนมีถ้วยต้มยำกุ้งซึ่งน่าจะเป็นเมนูที่เธอบอกว่าหัดทำเพื่อรอเขา แม้ใบหน้าจะย







