Masukชีวิตประจำวันของคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคือขับรถมาส่งลูกๆ ในตอนเช้าและจอดรถไว้ใกล้ๆ กับโรงเรียน แล้วขึ้นบีทีเอสไปทำงานแทนการขับรถส่วนตัวไปเอง เพราะนอกจากจะไม่ต้องเหนื่อยจากการขับรถในเมืองที่การจราจรโคตรจะติดขัดเช่นนี้ แล้วก็ยังรวดเร็วอีกด้วย
“สวยมากค่ะคุณหมอ”
ดาราสาวที่เคลมกับทุกคนว่าใบหน้าของหล่อนไม่ได้ผ่านมือหมอใดๆ มาเลย ตอนนี้กำลังลูบไล้ใบหน้าที่มณีมันตราหมอศัลยกรรมมือหนึ่งพึ่งทำจมูกใหม่ให้เสร็จหมาดๆ อย่างชอบอกชอบใจ
“หน้าของหมวยไม่เคยผ่านหมอไหนมาเลย นอกจากหมอหมอกคนเดียวเท่านั้น หมวยไม่ได้โกหกประชาชนนะคะ แต่แค่พูดไม่หมดเท่านั้นเอง”
คุณหมอผู้เห็นอะไรแบบนี้มาเยอะ ไม่ขอแสดงความเห็นใดๆ นอกจากรอยยิ้มน้อยๆ ที่ส่งให้กับคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกค้า
หลังจากที่ทำหน้าให้ลูกค้ารายสุดท้ายเสร็จ คนที่เป็นทั้งเจ้าของและคุณหมอประจำคลินิกก็หันมาดูแลตัวเองโดยการมาสก์หน้า โดยให้นายแพทย์มาสุหรือหมอมาร์ค คุณหมอเจ้าของเข็มที่ใครๆ ก็อยากโดนฉีดทำให้ แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าฮี..
“นังหมอก! แกอยู่นิ่งๆ หน่อยสิ แกขยับตัวไปมาแบบนี้ฉันมาสก์หน้าให้แกลำบากรู้ไหม”
“เออ! รู้แล้วน่า ทำไมวันนี้คุณมาร์กี้อารมณ์เสียจังเลยคะ หรือว่าผู้ชายไม่ยอมให้รับประทาน”
มาสุมองหน้าเพื่อนสาวเล็กน้อยก่อนจะทำท่าสะบัดสะบิ้ง ซึ่งมีเพียงมณีมันตราเท่านั้นที่ได้เห็นมัน
“ฉันเซ็ง คุณหมอกระดูกที่ฉันแอบชอบกำลังจะแต่งงานกับชะนีน้อยที่ไหนก็ไม่รู้”
“แกก็อย่าไปยอมสิ หาชะนีน้อยสักนางมาแต่งงานด้วยเลยจะได้วินวิน”
ดวงตาคมตวัดมามองเธอ ก่อนที่เจ้าของมันจะกรีดนิ้วยกขึ้นชี้หน้า
“นังหมอก! ปากแกนี่เป็นอัปมงคลที่สุด แกรู้ไหมคำว่าแต่งงานกับชะนีมันแสลงหูฉันขนาดไหน”
มณีมันตรายิ้มให้เพื่อนอย่างลุแก่โทษ เพราะลืมไปว่าเดือนก่อน มาสุพึ่งโดนพ่อกับแม่ที่ต่างจังหวัดบังคับให้แต่งงานกับหมอสาวละแวกบ้าน ซึ่งนังมาร์กี้ของหล่อนแทบจะกระโดดคลองแล้วเอาหินทุบหัวตัวเองให้ตายภายในวันนั้น แต่สมองมันนั้น แสนจะลื่นไหลและไวในการคิดเรื่องชั่วๆ เพราะไปบอกพ่อกับแม่ว่ากำลังคบหาดูใจกับคุณแม่ลูกสองอย่างเธอ งานนี้เมฆากับฟ้าใสเลยได้พี่สาวแทนแด๊ดดี้
“เออๆ ฉันขอโทษ งั้นวันนี้ไปกินข้าวบ้านฉันมะ ตาเมฆกับยัยฟ้าถามหาลุงมาร์คกันใหญ่แล้ว”
เพื่อนจอมงกอย่างมาสุมีหรือที่จะปฏิเสธคำชวนไปได้ รูปร่างสูงโปร่งที่ผู้ชายแท้ๆ บางคนยังนึกอิจฉา ไหนจะหน้าตาหล่อเหลาที่มีเค้าโครงแบบพระเอกซีรีส์ ที่ยามนี้ฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ส่งให้เธอ ก่อนจะเดินไปเก็บของอย่างไว คงเพราะกลัวว่าเพื่อนสาวจะเปลี่ยนใจเสียก่อน
เด็กแสบสองคนรีบพาตัวเองปีนลงจากโซฟาอย่างไว เมื่อสายตาไปกระทบกับร่างสูงใหญ่ของผู้ชายใจดี ที่เจอหน้าค่าตาตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน ทำให้รักและผูกพันราวกับพ่อแท้ๆ ที่ผู้เป็นแม่ไม่เคยกล่าวถึงแม้สักครั้ง
“ลุงมาร์คคคค”
เมฆาและฟ้าใสรีบวิ่งเข้าไปหาลุงมาร์คของพวกเขาทันที มณีมันตรามองลูกๆ ของเธอที่เดินจูงแขนมาสุคนละข้าง จะว่าไป มองไปมองมาก็เหมือนพ่อลูกกันจริงๆ แหละ น่าเสียดาย ถ้าชายหนุ่มไม่เป็นเพื่อนสาวก็นับว่าน่าสนใจที่จะจับมาทำ ‘ผัว’ เอ๊ย! สามีอยู่ไม่น้อย
หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จ กิจกรรมของเด็กๆ ก็คือทำการบ้าน ปกติมณีมันตราจะทำหน้าที่สอนเจ้าแสบทั้งสองเอง แต่ถ้าวันไหนที่มาสุมาบ้าน เขาก็ยึดหน้าที่ของหล่อนไปโดยปริยาย
“คุณลุงคะ ฟ้าอยากจะมีพ่อเหมือนคนนี้บ้าง”
มือน้อยชี้ไปที่รูปภาพครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกในหนังสือแบบเรียน ก่อนจะเอ่ยในสิ่งที่ตนเองคิดออกมา
“ทำไมชอบมายั่วให้คนอื่นอารมณ์ขึ้น แล้วมาทำให้ค้างแบบนี้นะหมามุ่ย”“คิก สมน้ำหน้า คุณน่ะแก่แล้วก็หัดเพลาๆ ลงบ้างเถอะค่ะ ขาเดี้ยงเข่าทรุดขึ้นมาฉันไม่รู้ด้วยนะ”“แก่อะไร ผมฟิตยิ่งกว่าหนุ่มวัยยี่สิบอีกนะคุณ”“ชิ! ทำเป็นโม้”หญิงสาวพลิกตัวหันไปซบกับแผงอกล่ำ แล้วลูบไล้ลอนกล้ามแน่นอย่างหลงใหล มือน้อยลูบวนอยู่ที่หัวนมอมชมพูก่อนจะเลื่อนแล้วมาหยุดอยู่ที่ขอบกางเกงชั้นใน“หยุดทำไม ไปต่อสิ” ชายหนุ่มฮึดฮัดอย่างขัดใจ“นอนกันเถอะค่ะ ฉันง่วงแล้ว”“นอนอะไรกันครับ”พิธานยิ้มร้ายก่อนจะพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างบาง“กรี๊ด! คุณจะฝ่าไฟแดงไม่ได้นะ เดี๋ยวตำรวจจับ”“ผมมีตังค์จ่ายค่าปรับน่า”พิธานดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมโปงก่อนจะเอื้อมมือไปปิดสวิตช์โคมไฟที่หัวเตียง“คุณแม่ขา น้องน้อยหลับค่ะ”ฟ้าใสจิ้มแก้มน้องชายที่นอนหลับปุ๋ยคาอกของมารดา“อย่าจิ้มแรงนะลูก เดี๋ยวน้องตื่น”“แล้วน้องอีกคนตอนไหนจะมาคะ”มณีมันตราอมยิ้มเมื่อฟ้าใสพูดถึงลูกชายอีกคน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าน้ำเชื้อของพิธานน่ะดีจริง เพราะเธอท้องแค่สองรอบแต่ได้ลูกตั้งสี่คน“เดี๋ยวก็มาค่ะ น้องฟ้ารักน้องไหมคะ”“รักค่ะ น้องฟ้ารักน้อง รักคุณพ่อคุณแม่ รักพี่เมฆ รักคุณยาย
“ก็ยกเว้นเนื้อโคแก่”คนที่กำลังเคี้ยวข้าวสำลักทันทีที่ได้ยินคำตอบของเจ้าตัวแสบที่นั่งตรงข้าม แม้ใบหน้าจะเรียบเฉยแต่สายตาของเจ้าหล่อนเหมือนกำลังหัวเราะเขา‘ฝากไว้ก่อน เถอะยัยตัวดี ฮึ่ม..’“คุณแม่ขา เนื้อโคแก่เป็นยังไงเหรอคะ” เด็กน้อยในวัยอยากรู้อยากเห็น เมื่อได้ยินพ่อกับแม่พูดถึงสิ่งที่ตนไม่รู้ จึงเอ่ยถาม“เนื้อของพี่วัวตัวใหญ่ๆ ที่มีอายุมากแล้วค่ะ กินไม่อร่อยหรอก”คนเป็นแม่ที่ตอบคำถามลูกแต่ปรายตามองไปยังคนที่นั่งตรงข้าม ก่อนจะยักคิ้วข้างเดียวแบบกวนๆ ใส่พิธาน“ชิ! ได้กินแล้วจะติดใจ” จมูกโด่งเป็นสันย่นเข้าหากันอย่างน่ารักหลังจากที่รับประทานอาหารกันเรียบร้อยแล้ว เด็กแสบทั้งสองก็รีบลากแม่ไปที่ชั้นบนสุดของห้าง ซึ่งมันไม่ใช่ชั้นที่มีร้านขายของเล่นเด็กจำหน่าย แล้วเจ้าพวกนี้พาแม่มาทำไม..แต่งงานกันนะ คุณแม่หญิงสาวมองป้ายที่ถูกปล่อยลงมาก่อนจะไล่อ่านข้อความที่มีอยู่แค่ไม่กี่คำอย่างช้าๆ ดวงตาหวานร้อนผ่าวก่อนที่หยาดน้ำสายเล็กๆ จะไหลอาบแก้ม“แม่หมอกขา แต่งงานกับพ่อพุกนะคะ”เจ้าตัวเล็กของหล่อน ที่วันนี้คุณยายแต่งชุดสีขาวให้ เธอเองก็ลืมสังเกตว่ามันเหมือนชุด ‘เจ้าสาว’ ส่วนลูกชายคนโตก็ใส่ชุด ‘เจ้าบ่
เพทายที่ยืนมองอยู่อีกมุมของร้านก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมา อยากจะเข้าไปขอโทษเพื่อนที่ปากพล่อย แต่ดูท่าแล้ว เข้าไปตอนนี้นอกจากพิธานจะไม่หายโกรธ เขาคงจะโดนมันไล่เตะแน่ๆแต่เอ๊ะ เพทายรู้ โลกต้องรู้ กล้องมือถือที่ขึ้นชื่อว่าความละเอียดระดับ Full HD ตอนนี้มันกำลังเป็นอุปกรณ์การเผยแพร่ภาพของสองหนุ่มสาวที่หยอกเย้าท่ามกลางถ้วยข้าวต้ม ซึ่งโคตรจะโรแมนติกไลน์กลุ่มที่รวมพลคนปากหมาไว้ทั้งหมดสี่คน เด้งแจ้งเตือนขึ้นที่หน้าจอมือถือของอภิวรรธน์และคีรีแทบจะพร้อมกัน“ไอ้คี นี่มัน...” อึ้ง ทึ่ง และเสียววาบๆ อภิวรรธน์ขยี้ตาตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะเพ่งมองรูปให้ชัดว่าใช่คนเดียวกันจริงๆ“อะไรของมึงครับ”คีรีรับโทรศัพท์จากมือของเพื่อน ก่อนจะมองภาพที่โชว์หราอยู่ที่หน้าจอ“กูว่าแล้ว คนแบบไอ้พุกมันจะไปไหนได้ ก็ใจมันอยู่กับหมอหมอกมาตั้งแต่วันแรกที่เห็นหน้าเขา ถ้าซื้อหวยแล้วถูกแบบนี้นะ คงไม่ต้องมาทำงานให้เหนื่อยแล้วนะเนี่ย”คีรีมองรูปไปก็ยิ้มไปอย่างดีใจกับชีวิตของเพื่อนที่ได้พบกับความสุขจริงๆ สักที แต่พอเงยหน้าขึ้นมามองเพื่อนอีกคนนี่สิ“ไอ้พีช มึงเป็นไร ทำไมทำหน้าอย่างกับเห็นผี”“มึงช่วยยืนยันกับกูทีว่าผู้หญิงใ
“ไอ้บ้า ในหัวของคุณคงจะมีแต่เรื่องลากผู้หญิงขึ้นเตียงสินะ”“พูดผิด ในหัวของฉันมีแต่เรื่องลากเธอขึ้นเตียงต่างหาก”เห็นรอยยิ้มกริ่มแล้วอยากจะควักลูกตาของไอ้หนูผีจอมหื่นออกมานอกเบ้าเลยค่ะท่านผู้ช้มม“ฉันพูดกับคุณแล้วจะเป็นประสาท”“บ้ารักเหรอครับคุณหมอ”“นี่คุณ! ถ้าขืนยังพูดแบบนี้ไม่หยุด ฉันจะไม่ไปด้วยแล้วนะ”“โอ๋ๆ อย่าพึ่งงอนสิครับ หนูพุกตัวน้อยๆ คนนี้ไม่แกล้งแล้วจ้า”มือน้อยตีลงบนท่อนแขน ก่อนจะยิ้มออกมาในที่สุด ก็เขาเล่นทำเสียงสองแล้วทำท่าทางน่ารักใส่เธอขนาดนี้ ใครไม่ยิ้มก็อารมณ์ตายด้านเกินไปแล้ว“หูย.. วันนี้มีสาวซ้อนท้ายมาด้วยเว้ย”ผู้ชายอายุดูแล้วน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับพิธาน เอ่ยแซวทันทีที่เครื่องยนต์ของเจ้าเวสปาดับสนิท“นี่หมอก หมอกนี่ไอ้เพชร เพื่อนฉันเอง”“สวัสดีค่ะ”“ครับ หมอก.. คุ้นๆ ว่ะ เหมือนเคยเจอหน้าที่ไหน”ไม่ใช่แค่เขาที่คุ้นหน้าเธอ แต่เธอก็คุ้นหน้าชายหนุ่มตรงหน้าไม่ต่างกัน หลายครั้งที่เคยเจอเพื่อนของพิธาน แต่มักจะแค่แป๊บเดียว เพราะแต่ละที่ที่เจอก็ล้วนแล้วแต่เป็นที่ อโคจรเสียส่วนมาก เพราะเวลาที่ไอ้หนูผีไปเมาจนกลับไม่ได้ เมียอย่างเธอก็ต้องมีหน้าที่ไปรับกลับบ้าน“อ๋อ ที่งานแต
ให้ตายเถอะ! ถึงจะแอบฟิน แต่เราเป็นชะนีน้อย ต้องรักนวลสงวนตัวไว้ก่อน“เตียงก็นุ่ม ลุกได้แล้ว”“นิดเดียว” เขาพยายามต่อรอง เพราะกำลังสุขสมที่ได้นอนทับร่างนุ่มนิ่มและได้สูดกลิ่นกายหอมๆ ของผู้หญิงใต้อาณัติ“ฉันจะไปอาบน้ำแล้ว ไหนบอกพรุ่งนี้จะพาไปเที่ยวตอนเช้า ถ้าฉันนอนดึกแล้วตื่นไม่ไหว ก็อดน่ะสิ”“คร้าบ ไปอาบน้ำก่อน แล้วค่อยมากอดต่อก็ได้”อาราย.. นี่ยังคิดจะลวนลามเธอต่ออีกเหรอ ไม่มีทางซะหรอก มณีมันตราคนนี้ทั้งหยิ่งและไม่ง่ายนะยะ“นี่คุณพุก ขยับไปหน่อยได้ไหม เตียงมันออกจะกว้าง”ใช่ค่ะ! เรานอนเตียงเดียวกัน ก็แล้วใครมันจะไปกล้านอนคนเดียวกันเล่า บรรยากาศเงียบสงัด แถมบ้านไม้ที่ด้านบนเปิดโล่ง แล้วยังมีอีผีตาโขนตัวแดงยืนแสยะยิ้มโชว์ฟันอยู่หน้าห้องนอนอีก“น่า ฉันหนาว ขอกอดหน่อย”หนาวตรงไหนวะ นี่ร้อนจนจะแก้ผ้านอนอยู่แล้วเนี่ย“แต่ฉันร้อน”คนที่เริ่มหงุดหงิด เพราะแขนของชายหนุ่มเกี่ยวรัดเอวของเธอเอาไว้ แล้วยังขาหนักๆ ที่พาดอยู่บนร่างแน่งน้อยนั่นอีก นี่เธอไม่ใช่หมอนข้างนะ“ถ้าไม่ยอมให้นอนกอดดีๆ คืนนี้ก็ไม่ต้องนอนมันเลยดีไหม”ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดซอกคอ ทำให้คนตัวเล็กที่โวยวายเมื่อครู่ เงียบลงไปกะทันหัน ก
“หรือเธอว่าไม่จริง ก็เคยเห็นเคยใช้มันมาแล้วนี่”กรี๊ด! ไอ้หนูพุกทำให้ฉันจินตนาการถึง ‘ไอ้นั่น’ ที่มันทั้งใหญ่และยาวอย่างที่เขาบอกจริงๆ“ทุเรศ ฉันลืมมันไปหมดแล้วละย่ะ”“งั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวจะช่วยรื้อฟื้นความทรงจำให้เอาไหม”“ไม่! ฉันไม่ชงไม่ชมมันแล้ว จะไปอาบน้ำนอน เหนื่อย”หญิงสาวเดินหนีเข้าไปภายในตัวบ้าน ท่าทีที่ทำเป็นโกรธนั้น แท้จริงแล้วเธอพยายามใช้มันกลบเกลื่อนความเขินอายของตัวเอง“แล้วรู้เหรอว่าต้องนอนห้องไหน”“ก็บอกมาสิ มัวอมพะนำอยู่ได้”“อ้าว! ฉันผิด” ชายหนุ่มชี้นิ้วมาที่ตัวเอง“แล้วสรุปฉันนอนห้องไหน”“ชั้นสอง ขึ้นบันไดระวังด้วยล่ะ”คนที่เดินนำขึ้นมาก่อนมองชั้นสองซึ่งเป็นไม้ ครึ่งหนึ่งเป็นพื้นที่ของห้องนอนกั้นแบ่งเป็นสองห้อง ส่วนอีกครึ่งปล่อยโล่งเป็นโถงกว้าง บริเวณโถงหน้าห้อง มีเฟอร์นิเจอร์เพียงสองชิ้น คือชุดโต๊ะไม้ และตู้เสื้อผ้าสมัยโบราณ ตัวตู้ทำด้วยไม้ ส่วนฝาเป็นกระจกใส ทำให้เจ้าหล่อนมองเห็นว่าข้างในมีผ้าขาวม้าหลายผืนพับเก็บเอาไว้อย่างดี“วันนี้มีใครมาพักกับเราบ้างคะ”แม้ว่าจะชื่นชอบบรรยากาศแบบนี้ แต่ถ้าเงียบมากไปก็ไม่ดีนะ คนที่พึ่งสังเกตว่าตั้งแต่เข้ามายังไม่เห็นใครเลย
“ถ้าไม่รักแล้ว ก็เป็นเพื่อนที่ปรารถนาดีต่อกัน ช่วยกันทำหน้าที่พ่อและแม่ให้ดีที่สุด แต่ถ้ายังรัก อย่ารอช้า รีบตามหัวใจของตัวเองกลับคืนมา”ร่างบางที่มีกระเป๋าเป้ใบใหญ่สะพายติดหลังมาเพียงใบเดียว กำลังตื่นตาตื่นใจกับตลาดนัดยามเย็นของอำเภอริมโขงอย่างเชียงคาน เพราะวันนี้เป็นวันเสาร์หรือเปล่าก็ไม่รู้ ตลาด
ชายหนุ่มมองตามแผ่นหลังที่มีผมหางม้าสะบัดพลิ้วไหวไปมาตามจังหวะการเดินของเจ้าคนตัวเล็ก ใบหน้าที่เคยนิ่งขรึมระบายยิ้มกว้างออกมา ด้วยว่าตอนนี้ใจของเขาช่างอิ่มเอิบไปด้วยความสุขเหลือเกินกว่าหนึ่งอาทิตย์หลังจากที่กลับจากบางแสนในวันนั้น เขาก็ไม่ได้เจอหน้ามณีมันตราอีกเลย ด้วยว่าโปรเจกต์ใหญ่ในเครือแกรนด์ไดม
“ขึ้นมานั่งข้างน้าเถอะคุณพุก แล้วช่วยเล่าให้น้าฟังได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น”“คือ..”สิ่งที่มณีจันทร์สงสัยมาตลอดว่าทำไมพิธานถึงจงเกลียดจงชังนางนักหนา ทั้งยังสาเหตุของการหย่าร้างระหว่างชายหนุ่มและมณีมันตราพึ่งกระจ่างในวันนี้ ถามว่าโกรธไหม แล้วใครบ้างเล่าจะไม่โกรธ“คุณพุกทำกับน้า น้าไม่โกรธ แต่คุณทำแบ
“หัวเราะอะไร”คนที่นั่งนิ่งมาสักพัก ถามออกมาอย่างอดรนทนไม่ไหว เพราะตุ๊กตาหน้ารถตัวน้อยกำลังนั่งตัวสั่นเหมือนพยายามกลั้นขำอยู่คนเดียว ถ้าเดาไม่ผิดก็คงไม่พ้นนินทาเขาในใจเป็นแน่“เปล่านี่คะ คุณคิดไปเอง”“เธอนินทาฉันในใจ”แน่ะ! รู้ตัวอีก ตกลงเป็นซีอีโอหรือเป็นหมอดูคะคุณหนูพุก“คุณรู้ได้ไง ที่ฉันหัวเราะ







