LOGINเด็กหนุ่มในวัย 20 ปีหมาด ๆ โยนสมาร์ตโฟนที่เพิ่งใช้งานเสร็จลงกับเตียงขนาดใหญ่อย่างเหนื่อยหน่ายกับบุคคลปลายสายที่เขาเพิ่งจะตัดสายไป แต่ไม่นานนักโทรศัพท์เจ้ากรรมก็ดังขึ้นอีกระลอก 'ไต้ฝุ่น' เหลือบมองชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ ก่อนจะกลอกตามองบนอย่างเซ็ง ๆ ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอีกคนโทรเข้ามาด้วยเรื่องอะไร แต่ก็จำใจสไลด์หน้าจอรับสาย
" รู้เลยนะว่าโทรมาเรื่องอะไร บอกเลยว่าไม่ไป "
' โอ้ยยย~ไอ้ฝุ่น ก็ช่วยไปรับมันหน่อยไม่ได้รึไง พี่วานแค่นี้เอง '
" แล้วไปเองไมกลับเองไม่ได้วะพี่ ไม่ใช่สารถีนะ จะได้คอยไปตามขับรถให้ใครนั่งอ่ะ "
' ก็มันดึกแล้ว~พี่วานแค่นี้เอง มันเป็นผู้หญิงนะให้กลับบ้านเองมืด ๆ ค่ำ ๆ พี่เป็นห่วงมัน '
" ก็เห็นโทรมาตลอดแล้วก็กลับเองได้ตลอด ทำไมครั้งนี้จะกลับไม่ได้ "
' ก็ช่วยไปรับมันสักครั้งได้ไหมล่ะ ครั้งนี้มันกลับดึกจริง ๆ น๊าาา~ ฝุ่นน้องรัก ไปรับยัยหนมหน่อยนะ พี่ขอร้อง~~ ' ปลายสายเว้าวอนเขาสุดพลัง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ายังไงเขาก็ไม่มีทางไปรับเพื่อนตัวดีของเธอที่คอยตามตื๊อตนอยู่ทุกวี่ทุกวัน แต่ก็ยังคะยั้นคะยออยู่นั่น น่ารำคาญทั้งคู่ เขาได้แต่นึกเอือมอยู่ในใจ
' ฝุ่นคิดดูนะ ถ้ามันนั่งแท็กซี่กลับคนเดียวแล้วเกิดเจอโชเฟอร์โรคจิตปล้ำขึ้นมาแล้วเกิดมันท้องล่ะ มันจะใช้ชีวิตยังไง ต้องเลี้ยงลูกคนเดียวทั้ง ๆ ที่เด็กที่เกิดมามันไม่ได้ตั้งใจให้เกิด แล้วเด็กที่โตมามันจะไม่มีคุณภาพนะฝุ่.. '
" นี่! พล็อตนิยายเรื่องไหนเนี่ยฮะ? ...เลิกพล่ามได้ละรำคาญ!! ไปรับให้ก็ได้ ช่วยกันเก่งนักนะ "
' งื้อออ~ ขอบใจนะสุดหล่อของพี่ ฝุ่นโทรบอกยัยหนมได้เลยนะว่าจะไปรับอ่ะ ' น้ำเสียงปลายสายที่บ่งบอกถึงความดีอกดีใจซึ่งไม่เห็นหน้าก็รู้ว่าคงยิ้มระรื่นหน้าบานที่สามารถอ้อนวอนเขาให้ไปรับเพื่อนของตนได้ ไม่รู้จะยัดเยียดความเป็นผัวให้เพื่อนอะไรนักหนา ทั้ง ๆ ที่เขาก็แสดงออกชัดเจนว่าไม่ได้ชอบเธอ ถึงแม้ว่าอีกคนจะสวยเซ็กซ์เอ็กซ์แตกก็เถอะ ผู้หญิงแบบนั้นหันไปทางไหนก็เจอ
ฟ้าใสที่มีท่าทีไม่อยากยกน้องชายตัวเองให้ขนมกลับแอบมาช่วยอ้อนวอนไต้ฝุ่นให้ไปรับ จริงๆ แล้วเธอก็แอบเชียร์เพื่อนสาวของตัวเองนั่นแหละ รู้จักกันมาตั้งนานรู้นิสัยใจคอกันดีจนไม่ต้องพูดอะไรก็รับรู้ได้แล้ว ถึงแม้ภายนอกเพื่อนสนิทจะดูหยิ่งยโสเหมือนนางมารร้ายเข้าถึงยากแต่จริงๆ แล้วขนมน่ะจิตใจดีมากๆ ใส่ใจคนรอบข้างแถมยังขี้สงสารคนอีก ใครอยู่ใกล้ก็ต้องรักต้องหลงกันบ้างแหละ จะมีก็แต่น้องชายของเธอนี่แหละที่ไม่ได้รักได้หลงเพื่อนเธอเหมือนคนอื่น ๆ เขา ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ไม่ได้มีใคร จะปิดกั้นตัวเองไปทำไมก็ไม่รู้
" ช่วยสุด ๆ แล้วนะยัยหนม " ฟ้าใสพึมพำกับตัวเองหลังจากวางสายก่อนจะเดินกลับเข้าไปทำงานในร้านต่อ
" อยู่ไหน " ไต้ฝุ่นจำใจโทรหาขนมทันทีเมื่อเขารับปากกับพี่สาวเสร็จสรรพและไม่นานนักขนมก็กดรับสายพร้อมกับตอบกลับมา
' ฝุ่นโทรหาพี่ ' น้ำเสียงดีใจของอีกฝ่ายกลับทำให้ไต้ฝุ่นหงุดหงิดก่อนจะถามย้ำไปเป็นครั้งที่สอง
" ถามว่าอยู่ไหนก็ตอบ "
' ตึกxxx ฝุ่นจะมารับพี่เหรอ ดีใจรอเลยนะเนี่ย '
ไต้ฝุ่นกดตัดสายทันทีเมื่อขนมบอกสถานที่ที่ตัวเองอยู่จบโดยที่เขาไม่ได้ตอบกลับอะไรไป ก่อนหยัดกายลุกจากเตียงนอนพร้อมกับคว้าเอากุญแจรถและกระเป๋าตังค์ที่วางอยู่ข้างหัวเตียงเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องไป
ขนมยืนยิ้มดีใจเมื่อรถยนต์คันหรูที่คุ้นตาขับมาจอดตรงหน้าตามที่เธอได้บอกเขาไปเมื่อ 5 นาทีก่อนหน้านี้ เธอเดินอ้อมไปยังฝั่งข้างคนขับและเปิดประตูรถแทรกตัวเข้าไปนั่งพร้อมคลี่ยิ้มกว้างให้กับชายหนุ่มที่ทำหน้าทะมึนมองตรงไม่มีคำทักทายใด ๆ ก่อนจะพุ่งตัวรถออกไปทันที
" ทำไมฝุ่นถึงยอมมารับพี่อ่ะ " ความเงียบปกคลุมบรรยากาศภายในรถมาสักพักก่อนที่ขนมจะตัดสินใจเอ่ยถามคนข้างกายไป
" ... " ไร้เสียงตอบกลับหรือปฏิกิริยาใดๆ จากเด็กหนุ่ม ขนมเหลือบตามองเขากล้า ๆ กลัว ๆ แต่ก็ไม่วายเอ่ยถามต่อไปเพื่อไม่ให้บรรยากาศมันอึมครึม ถึงแม้ว่าการตอบกลับอีกคนด้วยความเงียบจะอึมครึมมากกว่าก็ตามเถอะ
" แล้ววันนี้เรียนเป็นไงบ้างเหนื่อยไหม? " เธอปั้นหน้ายิ้มถามเด็กหนุ่มกลับไปอีกระลอกแต่ก็ไร้เสียงตอบกลับเช่นเดิม
" เอ่อ..."
" หุบปากได้ม่ะ...รำคาญ " เสียงแข็งเอ่ยขัดจังหวะก่อนที่ขนมจะโพล่งคำถามออกไปอีกครั้ง
" พูดไม่เพราะเลยนะฝุ่น พี่เป็นพี่นะ! "
"...เป็นแม่แล้วค่อยมาพูด "
" แล้วถ้าอยากเป็นแม่ต้องทำไงอะ ต้องให้กินนมป่ะ? " ขนมบึนปากงอนเขาได้ไม่นานก็แสร้งถามคนด้านข้างอย่างเจ้าเล่ห์พร้อมกับจ้องมองเด็กหนุ่มด้วยแววตาที่ฉายชัดถึงความรู้สึกของเธอ ไต้ฝุ่นเหลือบตามองรุ่นพี่คนสวยด้วยหางตาก่อนจะเอ่ยวาจาแทงใจดำ
" เป็นผู้หญิงภาษาอะไรพูดออกมาหน้าไม่อาย "
" ด้านได้อายอด "
" แล้วคิดว่าทำแบบนี้จะได้เหรอ? "
" ไม่แน่น้าา~ อาจจะได้ก็ได้ ถ้าฝุ่นให้โอกาสพี่ " ขนมคลี่ยิ้มหวานให้กับเด็กหนุ่มพร้อมกับเลื่อนมือไปจับที่ต้นขาแน่น ไต้ฝุ่นถอนหายใจพร้อมกับชักขาออกจากมือเรียวสวยที่นวดคลึงต้นขาเขาอยู่
" ขอโอกาสด้วยการเอาตัวเข้าแลก? "เขาเลิกคิ้วถามด้วยสายตาเหยียด
" ก็...เปล่า...แค่จะจีบเอง แต่ถ้าฝุ่นอยากได้...พี่ก็ไม่ขัด " ขนมยิ้มร่าให้เด็กหนุ่ม
ใบหน้าหล่อเหลือบมองคนด้านข้างอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก แต่ก็ขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงกับอีกฝ่ายแล้ว ได้แต่ปล่อยให้ร่างบางเจื้อยแจ้วอยู่คนเดียว จนในที่สุดรถคันหรูก็เคลื่อนตัวมาถึงจุดหมาย
เอี๊ยดดด!!!!
เสียงล้อรถที่ถูกเบรกกะทันหันจนทำให้คนสวยด้านข้างหัวโยกไปกระแทกกับคอนโทรลรถเสียงดัง
ปึก!
" โอ้ยยย~ ฝุ่นนนน เบรกอะไรแรงขนาดนั้นอ่ะพี่เจ็บนะ! " คนตัวเล็กโวยวายเสียงดังทันทีเมื่อรถจอดสงบนิ่งอยู่หน้าคอนโดของเจ้าตัวพร้อมกับยกมือขึ้นลูบหัวตัวเองป้อย ๆ ก่อนจะฟาดมือไปที่ต้นแขนของเด็กหนุ่มอย่างแรง
ป๊าป!!
" เด็กบ้า! ฮึ่ย! " ขนมหันหน้ากลับมามองตรงพลางยกแขนขึ้นกอดอกทำท่างอนคนด้านข้าง ไต้ฝุ่นแสยะยิ้มขำกับอากัปกิริยาของคนสวยด้านข้างก่อนไล่เธอลงจากรถ
" ถึงแล้วก็ลงไปสิ "
" นี่! ไม่คิดจะขอโทษพี่สักคำเลยเหรอ ฝุ่นทำพี่เจ็บนะ.. "
" ใช่เรื่อง? "
" ถ้าฝุ่นไม่ขอโทษพี่ก็ไม่ลง "
" ลง! "
" ขอโทษสิ! "
" เรื่องมาก รู้แบบนี้ไม่มารับดีกว่า "
" ไม่เห็นจะเกี่ยว ฝุ่นทำพี่เจ็บอ่ะ "
" ถ้าไม่ลง งั้นต่อไปก็ไม่ต้องโทรมาให้ไปรับและก็อย่าหวังว่าจะได้คุยกับผมอีก "
" โหววฝุ่น~ แล้วทำไมที่ต้องยอมด้วย ฝุ่นผิดนะ "
" ลง!! "
" ...ก็ได้~ " ขนมตอบรับเสียงหงอยก่อนจะค่อยๆ หยัดกายออกจากรถคันหรูของอีกคนและไต้ฝุ่นก็พุ่งทะยานเครื่องยนต์ออกจากตรงนั้นทันที ขนมได้แต่มองตามรถของเขาก่อนที่มันจะลับตาไปด้วยสีหน้าน้อยใจเล็ก ๆ ที่อีกคนไม่เคยคิดที่จะสนใจเธอเลยตั้งแต่เธอเริ่มแสดงอย่างออกชัดเจนว่าชอบอีกคน
" เย็นชาชะมัด " ขนมพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินคอตกเข้าคอนโดไป
----------------------------
หลังออกจากโรงพยาบาลได้ไม่นาน น้ำหนึ่งก็ทำหน้าที่โทรรายงานคนที่ไหว้วานเธอทันที ปลายสายถูกรับแทบจะในวินาทีแรก ' พี่หนึ่ง ฝุ่นเป็นยังไงบ้าง เขาโอเคไหม? ' เสียงของขนมรีบร้อนจนแทบหายใจไม่ทัน น้ำหนึ่งถอนหายใจ ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ " อาการไม่ได้แย่ลง พักฟื้นอีกสักพักก็กลับบ้านได้ แต่รอยช้ำยังเยอะอยู่...มีแค่มือนั่นแหละที่น่าจะต้องเข้าเฝือกเป็นเดือน " ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ รู้สึกผิดกับอาการสาหัสเพิ่มของเขาที่เธอเป็นคนทำก่อนหน้า ' หนมทำฝุ่นเองแหละ ' เธอเอ่ยเสียงอ่อน ' แล้วใครทำร้ายล่ะคะ รู้หรือยัง? ' " ...คุณธาวิน " น้ำหนึ่งตอบสั้น ๆ ' ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วย ' เธอพึมพำแผ่วเบา นึกโกรธอยู่ลึก ๆ แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด " แต่แกไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ เรื่องคดียัยฟ้าจัดการแล้ว มีคนเห็นเหตุการณ์เค้าเลยถ่ายหลักฐานไว้ชัดเลย " น้ำหนึ่งนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ " ส่วนเรื่องอาการเด็กนั่น ยิ่งไม่ต้องห่วง เอลินดูแลไม่ห่าง...ป้อนข้าวป้อนน้ำถึงขอบเตียงเลยล่ะ " คำบอกเล่าที่หวังให้ขนมหมดห่วงบวกกับตัดใจ ทำเอาปลายสายเงียบสนิท ไม่มีคำถามต่อ มีเพียงลมหายใจแผ่วเบาที่ดังผ่านสายโทรศัพท์ ' ...
ขนมร้อนรนกับเรื่องราวที่เพื่อนสาวบอกให้รู้ เธอจ้องมองข้อความและรูปภาพที่ฟ้าใสส่งเข้ามาในแชตส่วนตัว ภาพของไต้ฝุ่นที่หน้าบวมช้ำ นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงคนป่วย มือที่เคยบาดเจ็บก่อนหน้ายังถูกพันผ้าไว้เหมือนเดิม แต่สภาพกลับดูหนักกว่าเดิมมาก ปลายนิ้วเรียวเลื่อนขยายภาพซ้ำไปมา ราวกับหวังว่ามันจะไม่จริง ดวงตาเอ่อคลอจนภาพตรงหน้าพร่าเลือน ความเป็นห่วงตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธ ทั้งกังวล แต่กลับทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายเธอตัดสินใจกดโทรหาน้ำหนึ่ง ก่อนเล่าเรื่องทั้งหมดเท่าที่รู้ให้อีกคนฟัง เสียงของขนมสั่นเล็กน้อยเมื่อเอ่ยขอร้องให้ผู้จัดการสาวให้ช่วยเข้าไปเยี่ยมเขาแทนในวันพรุ่งนี้ ถึงน้ำหนึ่งจะไม่ค่อยชอบเด็กหนุ่มเท่าไหร่นัก แต่เมื่อได้ยินน้ำเสียงกังวลของขนม เธอก็ยอมรับปาก แม้ในใจจะยังรู้สึกขัดอยู่เล็กน้อย หลังวางสาย ห้องทั้งห้องก็เงียบลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจของตัวเองกับความกังวลที่เอ่อล้นจนน้ำตาคลอเบ้า วันต่อมา ไต้ฝุ่นนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง แดดตอนสาย ๆ ส่องลอดผ้าม่านบางเข้ามาแตะใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยช้ำ มือข้างหนึ่งยังพันผ้าแน่น ขณะที่อีกข้างกำสมาร์ตโฟนไว้ราวกับมันเป็นสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวความหวั
ทันทีที่ประตูปิดลง แม่ของไต้ฝุ่นก็รีบเดินเข้ามาใกล้เตียง สีหน้าที่เก็บความกังวลมาทั้งวันเริ่มคลายลง " ขวัญเอ๊ยขวัญมา...แม่เป็นห่วงแทบแย่ " เธอยกมือขึ้นลูบไหล่ลูกชายเบา ๆ อย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าแรงเพียงนิดเดียวจะทำให้เขาเจ็บซ้ำ แววตาเต็มไปด้วยความโล่งอกปนสะเทือนใจ เมื่อเห็นลูกชายลืมตามองตอบได้อีกครั้ง ไต้ฝุ่นฝืนยิ้มจาง แม้ทั้งตัวจะยังหนักอึ้ง แต่ก็รับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่รายล้อมอยู่รอบตัว ...ยกเว้นเพียงคำถามหนึ่ง ที่ยังค้างอยู่ในใจเขา ก่อนเอ่ยเรียกพี่สาวอีกครั้งหวังจะได้คำตอบที่ถามไปก่อนหน้า " พี่ฟ้า แล้ว... " " พ่อว่าพักให้หายก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันนะ " ชายสูงอายุที่สุดในห้องเอ่ยเสียงนุ่ม พลางวางมือลงบนขาของลูกชายเบา ๆ ก่อนหันไปบอกทุกคนในห้อง " ไหน ๆ ไต้ฝุ่นก็ฟื้นแล้ว ให้เขาได้พักผ่อนก่อนดีกว่า เดี๋ยวมีอะไรพ่อจะให้ฟ้าใสอัปเดตให้อีกที " จอห์นกับพีชพยักหน้ารับเข้าใจ แล้วเดินเข้ามาขนาบข้างเตียง สีหน้าทั้งคู่ยังเต็มไปด้วยความเป็นห่วง " หายไว ๆ นะมึง มีอะไรโทรหาพวกกูได้ตลอดเลย " พีชพูดทิ้งท้าย ไต้ฝุ่นพยักหน้ารับ ก่อนที่ทั้งสองคนจะขอตัวลาคนอื่น ๆ ในห้องแล้วก้าวเท้าเดินออกไปพ
เวลาผ่านไปจนเข้าสู่ช่วงเย็น ไต้ฝุ่นยังคงนอนหลับนิ่งอยู่บนเตียง ขณะที่คนในห้องยังไม่มีใครยอมกลับไปไหน ต่างนั่งเฝ้าดูอาการอยู่ไม่ห่าง จอห์นกับพีชนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ชิดผนังห้องข้างกันกับอลิซ ฟ้าใสคอยลุก ๆ นั่ง ๆ อย่างเป็นกังวล ส่วนพ่อกับแม่ของเขานั่งเงียบอยู่ที่โซฟาเป็นระยะ เอลินยังคงนั่งอยู่ข้างเตียง มือวางอยู่ใกล้ ๆ แขนของไต้ฝุ่น เธอมองเขาแทบตลอดเวลาเหมือนกลัวว่าจะพลาดอะไรไป จนกระทั่ง... เปลือกตาที่เคยปิดสนิทค่อย ๆ ขยับ ก่อนจะลืมขึ้นอย่างยากลำบาก ไต้ฝุ่นเริ่มรู้สึกตัว " ฝุ่น? " เอลินเรียกเสียงแผ่ว ก่อนจะรีบลุกขึ้นโน้มตัวเข้าไปใกล้ " พี่ฟ้า! ฝุ่นลืมตาแล้วค่ะ! " ทุกคนในห้องหันมามองพร้อมกัน ก่อนจะรีบกรูเข้ามาล้อมเตียงด้วยความตื่นเต้นดีใจ " ฝุ่น ได้ยินพี่ไหม? " ฟ้าใสถาม น้ำเสียงทั้งลุ้นทั้งโล่งใจ " ลูก...เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า? " แม่ของเขาเอ่ยตามมาติด ๆ ไต้ฝุ่นกะพริบตาช้า ๆ ภาพตรงหน้าพร่ามัว เขาพยายามปรับโฟกัส ไล่มองใบหน้าทีละคนอย่างมึนงง คนแรกที่เห็นชัดคือเอลิน ที่ยืนอยู่ข้างเตียงเขาไม่ห่าง สีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วง จากนั้นภาพของคนอื่น ๆ ก็เริ่มชัดขึ้น จอห์น พีช ฟ้
ผลั๊วะ! ก่อนที่เขาสวนหมัดเข้าใส่เต็มแรงจนศีรษะของไต้ฝุ่นสะบัดตามแรงกระแทก ร่างทั้งร่างเซถลา แต่ยังถูกลูกน้องทั้งสองจับยึดไว้ไม่ให้ล้มลง " ปากดีเหมือนเดิมเลยนะมึง!! " ธาวินยกมือขึ้นบีบคางอีกฝ่าย เอ่ยเสียงเข้มด้วยความโมโหที่อัดแน่นอยู่ในทุกถ้อยคำ ไต้ฝุ่นหายใจแรง พยายามสะบัดหน้าหนี ธาวินสะบัดมือที่บีบคางไต้ฝุ่นออกอย่างแรง แล้วถอยก้าวออกมาจากตัวเขา ก่อนสายตาจะเลื่อนลงไปที่มือซึ่งถูกพันผ้าไว้อย่างดี เขาหรี่ตาลง จ้องมันราวกับกำลังคิดอะไรสนุก ๆ อยู่ในหัว " กดตัวมันลง " ลูกน้องทั้งสองออกแรงกดร่างไต้ฝุ่นให้ทรุดลง " อึก! ปล่อย!! " ก่อนจะบังคับให้นอนคว่ำไปกับพื้นถนน ความหยาบกระด้างของพื้นซีเมนต์ทำให้เขาขยับตัวลำบากยิ่งกว่าเดิม" ดึงมือมันออกมา " หนึ่งในนั้นปลดแขนที่คล้องสายพยุงไว้ออกมา ไต้ฝุ่นพยายามดึงกลับ แต่แรงที่มีกลับไม่พอจะต้าน ธาวินก้มมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะใช้เท้าเหยียบลงไปที่มือซึ่งยังพันผ้าอยู่ซ้ำ ๆ อย่างจงใจ " อ๊าาาา " ไต้ฝุ่นกัดฟันแน่น คำรามด้วยความเจ็บปวดจนเสียงหลง เสียงหายใจสะดุดหลุดออกมา แม้จะพยายามข่มความเจ็บไว้แต่ร่างกายที่ถูกกดตรึงก็ทำให้เขาได้แค่เกร็งตัวต้านอย่างไร้ทา
ถนนตอนค่ำคืนค่อนข้างโล่ง ไต้ฝุ่นขับรถออกมาจากคอนโดของขนมได้ไม่นานก็สังเกตเห็นไฟหน้ารถคันหนึ่งตามมาติด ๆ ในกระจกมองหลัง ตอนแรกเขาไม่ได้ใส่ใจนัก คิดว่าเป็นเพียงรถที่ใช้เส้นทางเดียวกัน จนกระทั่งรถคันนั้นเร่งเครื่องขึ้นมา ก่อนจะขับเบียดเข้ามาขนาบข้างอย่างจงใจ " อะไรของมันวะ… " เขาสบถบ่น พลางเหลือบมองรถคันที่ขับเบียดอยู่ข้างตัว แต่ยังไม่ทันได้ตั้งสติ รถอีกคันก็พุ่งปาดเข้ามาด้านหน้า ก่อนจะเหยียบเบรกกะทันหัน เขารีบหักพวงมาลัยหลบ จนล้อรถเสียดสีกับพื้นถนนเสียการทรงตัวเล็กน้อย จำต้องเบี่ยงหัวรถเข้าไปในซอยแคบด้านข้างถนนหลักแทน แต่รถทั้งสองคันก็ยังตามเข้ามา คันหนึ่งปิดหัว อีกคันปิดท้าย ไต้ฝุ่นเหยียบเบรกเต็มแรง จนรถหยุดกระชากกลางซอย ประตูรถคันหน้าถูกผลักเปิดออก ก่อนที่ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีเข้มจะก้าวลงมาอย่างไม่รีบร้อน ท่าทางนิ่งเฉยราวกับควบคุมสถานการณ์ไว้ทั้งหมด เดินตรงมายังรถของไต้ฝุ่นที่จอดนิ่งอยู่ " ไอ้ธาวิน! " เขากัดฟันเอ่ยชื่อคนตรงหน้า ขณะที่ธาวินแสยะยิ้มก้าวตรงเข้ามา แววตาเย็นเฉียบเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ไต้ฝุ่นผลักประตูรถเปิดออกแรง ๆ ก่อนก้าวลงไปยืนประจันหน้าอย่างไม่คิดถอย สีหน้าฉุนเฉ







