Partager

บทที่ 22 二十二

Auteur: PinkyPaw
last update Date de publication: 2024-12-17 11:07:23

คืนนั้นหลังจากมี่ฮวาเข้านอน ซีจงจวินย่องเดินไปรอบบ้าน

เขาได้กลิ่นแขกของภรรยาชัดเจนที่สุดก็คือที่ห้องชมสวน เดาว่าคงพามานั่งตากลมชมทิวทัศน์

"นายท่านขอรับ"

ชิงเหลียงกับซวนเฟยเอ่ยเรียกซีจงจวินซึ่งนั่งทับตรงตำแหน่งที่แขกของมี่ฮวานั่งเมื่อกลางวัน

ราวกับจะกลบกลิ่นของเขาคนนั้น...

"แขกของมี่ฮวา.. เป็นใครหรือ"

น้ำเสียงคนถามสั่นเล็กน้อย สัตว์อสูรทั้งสองรับรู้ได้ถึงอารมณ์อ่อนไหวของเขา

เพราะเจ้าตัวรู้แต่แรกว่ากลิ่นนี้.. ไม่ใช่ของสตรี

จมูกเขาทำงานดีเกินไป สมองรับรู้และจำได้ว่ามันมาจากเครื่องหอมที่นิยมใช้ในหมู่เซียนบุรุษ

"เป็นเซียนหนุ่มนามว่าอวี้เวินฉิงขอรับ"

ได้ยินชื่อนั้นหัวใจเกิดแตกร้าวลึก ดั่งรอยแยกหุบเหวอเวจี

"อวี้เวินฉิง..อย่างนั้นหรือ" น้ำเสียงที่รอดไรฟันออกมาฟังดูขุ่นมัวตามอารมณ์คนพูด

อวี้เวินฉิงผู้นี้ ซีจงจวินจำได้ดีว่าเขาเป็นใคร

เทพอสูรทั้งสี่จำเป็นต้องรู้รายชื่อเทพและมารที่มาเยือนเขาสวรรค์ทุกห้าพันปี และต้องจำให้ได้เพื่อเวลาทำความเคารพจะได้เรียกถูกคน

เขาคือหนึ่งในเซียนผู้ให้แสงแก่แดนอุดร รูปร่างหน้าตานั้นซีจงจวินไม่ได้ใส่ใจมองนัก แต่เท่าที่รู้คือมีรูปกายงาม เป็นที่ต้องตาในหมู่สตรี

"เขามาทำอะไร"

ได้ยินคำถาม ซวนเฟยกับชิงเหลียงลอบมองตากันเหงื่อตก

หากนายท่านรู้บทสนทนาของนายหญิงกับแขกผู้นั้นแล้วจะเป็นอย่างไรกัน

"เขา.. มานั่งจิบชาเท่านั้นขอรับ"

ซวนเฟยบอกสั้นๆ ในหัวพยายามคิดหาข้อแก้ต่างสารพัด

จิบชา...

ต้องมาจิบไกลถึงชายแดนประจิม ทั้งที่ตัวเองถูกลงโทษให้ไปอยู่แดนบูรพาอันเป็นพิภพมนุษย์เลยอย่างนั้นหรือ

อีกทั้ง ..อวี้เวินฉิงผู้นี้ถูกห้ามไม่ให้ขึ้นมาจากโลกมนุษย์ถึงห้าพันปี

หากไม่มีเรื่องร้อนใจจริงๆจะกล้าขัดคำสั่งมหาเทพหรือ!

"บอกความจริงมา!"

ซีจงจวินขึ้นเสียงเล็กน้อย แต่ก็ฟังดูน่ากลัวมากแล้วสำหรับเด็กทั้งสอง

ซวนเฟยกับชิงเหลียงได้แต่มองแผ่นหลังกว้างของผู้เป็นนาย รู้สึกราวอากาศรอบกายหนักอึ้ง

"เขามาหานายหญิง กินขนมจิบชา พูดคุยกันอยู่สองชั่วยามขอรับ ก่อนกลับท่านอวี้เวินฉิงมอบของที่เรียกว่าตราประจำตระกูลให้นายหญิง... และนายหญิงมอบผ้าเช็ดหน้าที่พึ่งปักเสร็จให้เขาไปขอรับ" ชิงเหลียงชี้แจง

"ข้าได้ยินท่านอวี้เวินฉิงพูดว่า หากมีสิ่งใดเกิดขึ้นให้นำของที่เขาให้มาใช้ขอรับ ส่วนผ้าเช็ดหน้า..นายหญิงให้ไปซับเหงื่อเท่านั้นขอรับ" ซวนเฟยแถลงไข

ฟังแล้วในอกรู้สึกราวกับมีผู้ใดเอาไฟมาสุมจนร้อนรุ่มไปหมด ยิ่งคำขยายว่าพวกเขาให้ของดูต่างหน้ากันทำไมนั้น ราวกับเหมือนมีคนเอาน้ำมันราดบนกองไฟซ้ำไปอีกรอบ

ดวงตาสีทองวาวโรจน์ มือกำมัดแน่นแต่ทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายจึงระบายเอากับพื้นระเบียงไม้

ปัง!

แค่กำปั้นทุบครั้งเดียว พื้นไม้แข็งแรงก็เป็นรูโหว่ กำลังมหาศาลของเทพอสูรเป็นสิ่งที่ใครๆต่างก็หวาดกลัว

ชิงเหลียงและซวนเฟยได้แต่ยืนลอบกลืนน้ำลายขาสั่น

"เขาจับมือถือแขนกันด้วยใช่หรือไม่"

ถามเพราะ.. ซีจงจวินได้กลิ่นชายผู้นั้นติดอยู่บนตัวมี่ฮวาเล็กน้อย

"..มีสองสามครั้งขอรับ"

"ยามนางคุยกับเขา หัวเราะอย่างมีความสุขด้วยใช่หรือไม่"

"..ใช่ขอรับ"

"นางคงยิ้มกว้างเสียจนเซียนผู้นั้นมองแล้วต้องเผลอยิ้มตามไปด้วย ..ใช่หรือไม่"

"ใช่..ขอรับนายท่าน"

"บังอาจ!"

ปัง!!

เสียงตวาดกับเสียงทุบพื้นจนเป็นรูดังตามมาอีกหน ทำให้เด็กที่ยืนข้างหลังต้องกอดกันตัวสั่น

ยิ่งเล่า เด็กน้อยทั้งสองก็ยิ่งรู้สึกราวกับเจ้านายของพวกมันจะกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาด

ไม่ได้ตั้งใจจะยั่วโทสะ แต่ความจริงเหล่านั้นช่างโหดร้าย

ซีจงจวินขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน พยายามอดกลั้นความรู้สึกในกายไม่ให้ไปเผลอลงกับคนรับใช้ มือข้างหนึ่งโบกไล่พวกมันไป และเด็กทั้งสองไม่รอช้า ได้รับสัญญาณแล้วก็รีบหายออกไปจากตรงนั้นทันที

เขากำลังโมโห.. โมโหมากจนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้

โกรธ.. อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต

เพราะเพียงนางคุยกับชายอื่น จับมือ กินขนม สนทนาหวานชื่น

ซีจงจวินรู้ความหมายของคำว่าหึงหวงแล้ว และเข้าใจสิ่งที่ตงหลิงจวินเคยบอกไว้ว่ารักมากก็หึงมาก และยิ่งหึงมากก็ยิ่งโหดมาก

อวี้เวินฉิงมันเป็นใครกัน! กล้ามาสนิทสนมกับมี่ฮวาเช่นนี้ได้อย่างไร!!

ซีจงจวินนึกอยากบุกไปโลกมนุษย์ กระชากคออวี้เวินฉิงมาสำเร็จโทษเสียให้สิ้นเสี้ยนหนาม

กระนั้น มันก็เป็นเพียงความคิด เพราะเทพอสูรเช่นเขาทำงานรับใช้องค์มหาเทพ จะต่อสู้ทำสงครามได้ก็ต้องภายใต้คำสั่งมหาเทพ ไม่อาจตัดสินใจลงมือโดยพลการได้

หรือเขาควรจะไปรายงานองค์มหาเทพว่าอวี้เวินฉิงขึ้นมายังแผ่นดินใหญ่ดี?

เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว เขาก็จะได้อำนาจในการสำเร็จโทษ ด้วยการเอาดาบทั้งหกพุ่งทะลวงร่างอวี้เวินฉิงจนแหลกไม่เหลือแม้แต่ซากเนื้อ

ซีจงจวินรีบยันกายลุกขึ้น แต่แล้วก็ต้องยืนค้างเมื่อมีอีกเสียงแล่นเข้ามาในหัว

หากมี่ฮวารู้ว่าเขาทำให้อวี้เวินฉิงถูกลงโทษ เขาคงโดนนางโกรธมากแน่ และอาจไม่ให้อภัยเขาด้วย

ใบหูของซีจงจวินลู่ลง ดวงตาไร้แวว หดหู่เต็มประดา ถามตัวเองว่าทำอย่างไรให้สามารถรู้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ได้

ป้ายประจำตระกูลนั้น เขาไม่มีเพราะไม่มีบิดามารดาบรรพบุรุษ ตั้งแต่ลืมตาดูโลกมาก็อยู่คนเดียวมาตลอด

ส่วนผ้าเช็ดหน้า..นึกแล้วก็อิจฉาอวี้เวินฉิงนัก เพราะตัวเองเป็นสามีแต่กลับไม่เคยได้รับแม้แต่เศษผ้าผืนเล็กๆจากภรรยาเลย

นอกจากนี้ นางยังตั้งใจปักให้ด้วย...

เขาต้องเป็นที่รักของนางขนาดไหนกัน...

สุดท้าย เทพอสูรทำได้เพียงกลับมานั่งมองดวงจันทร์สีทองอร่ามบนระเบียงเงียบๆ

ค่ำคืนสวยงามเช่นนี้ หากมีโอกาสก็อยากจะลองชมดวงดาวร่วมกับภรรยาดูสักหน

แต่นางคงไม่อยากหรอก...

บุรุษอัปลักษณ์เช่นซีจงจวินคงมีแต่ต้องอยู่อย่างเดียวดายไปจนถึงวันที่ดวงจิตแตกสลาย กายากลายเป็นผงเถ้า

...

ซีจงจวินออกมาทำงานด้วยสภาพเหนื่อยอ่อนในเช้าวันใหม่

ถุงใต้ตาคล้ำย่นกับการยืนปรือตาตลอดทั้งวันทำให้ตงหลิงจวินต้องสะกิดไหล่ปลุกเป็นระยะๆ

"เมื่อคืนเจ้าอดนอนหรือซีจง"

คำถามนั้นปลิวหายไปกับสายลมพัด ซีจงจวินเหม่อลอยเกินกว่าจะรับรู้

"เหตุใดเจ้าถึงมีสภาพเช่นนี้ได้ ทะเลาะกับเมียมาหรือ"

คราวนี้ซีจงจวินหันมามองหน้าตงหลิงจวินช้าๆดูเซื่องซึม

"พี่ตงหลิงว่าอะไรนะขอรับ" การตอบกลับด้วยคำถามทำให้ตงหลิงเริ่มปวดหัว

อาการเช่นนี้ ซีจงจวินทะเลาะกับเมียมาแน่ เพราะรอบตัวเขาแผ่ไอรังสีแปลกประหลาดดูมืดหม่นราวซากผีดิบ

"ซีจง เจ้าลางานกลับไปพักสักหน่อยดีหรือไม่ ข้าเฝ้าที่นี่คนเดียวได้นะ"

"...ขอบคุณพี่ตงหลิง แต่ข้าไม่เป็นไรขอรับ"

ซีจงจวินส่ายหน้าปฏิเสธแบบมึนๆ ทำให้ตงหลิงจวินต้องถอนหายใจยาว

"เช่นนั้นก็ตามใจเจ้า"

ซีจงจวินเป็นผู้เคร่งครัดกับตัวเองเสียจนบางทีก็ตึงเกินไป คงเพราะไม่อยากทำสิ่งใดบกพร่องกระมัง

เมื่อก่อนก็ไม่เห็นว่าเป็นอะไรหรอก แต่เดี๋ยวนี้ชักจะรู้สึกว่ามันมีอะไรแปลกๆไป เหมือนพลังของซีจงจวินจะลดลง

แม้จะเล็กน้อยมากจนแทบสังเกตไม่เห็น แต่ตงหลิงจวินสัมผัสได้มาสักพักใหญ่ๆแล้ว

"พักผ่อนให้มากหน่อยนะซีจง"

"ขอรับ ขอบคุณพี่ตงหลิงที่เป็นห่วง"

"เอาเถิด ชีวิตคู่ก็เป็นเช่นนี้แหละ มีทะเลาะกันบ้าง ดีกันบ้าง เรื่องธรรมดา"

ซีจงจวินฟังไม่ค่อยจะเข้าหัวเท่าไร่นัก สมองมึนจนยากจะรับสารได้ ทำเพียงพยักหน้าตอบรับไปเงียบๆเท่านั้น

ที่เป็นแบบนี้เพราะเมื่อคืนมัวแต่คิดมากเรื่องของอวี้เวินฉิงกับมี่ฮวา

สารพัดภาพเหตุการณ์เลวร้ายผุดขึ้นในหัว ทำเอาระแวงจนไม่อาจข่มตาหลับแม้แต่เค่อเดียว รู้ตัวอีกทีดวงตะวันก็มาเยือนเสียแล้ว

ซีจงจวินเริ่มกลัวว่าหากวันหนึ่งมี่ฮวาเกลียดเขามากจนทนไม่ไหว จะหนีไปกับอวี้เวินฉิง

เขาเริ่มคิดอยากอยู่บ้านตลอดเวลา คอยเฝ้าภรรยาไว้ไม่ให้พบใครได้อีก แต่ในความเป็นจริงไม่อาจทำได้

ตกเย็น ซีจงจวินกลับบ้านรับใช้มี่ฮวาเหมือนเดิม

เพียงแต่วันนี้หลังจากเตรียมทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว เขาตรงเข้านอนเลย ข้าวปลากินไม่ไหว น้ำท่าก็ไม่อาบ ล้มตัวลงบนเตียงทั้งที่ชุดเกราะเหล็กหนักอึ้งก็ยังไม่ได้ถอดออกด้วยซ้ำ

ส่วนมี่ฮวา นางกินข้าวอาบน้ำตามปกติ

แปลกใจไม่น้อยที่เหตุใดวันนี้ถึงไม่เห็นซีจงจวินมานั่งกวนใจ มีเพียงชิงเหลียงกับซวนเฟยที่คอยรับใช้ข้างกายเท่านั้น

นางอยากถามว่าเขาหายไปไหน แต่เมื่อคิดไปว่าตนกำลังให้ความสนใจชายผู้นั้นอยู่ ริมฝีปากอิ่มก็งับลง ไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมา

หรือว่าซีจงจวินจะเริ่มเคืองขึ้นมา เลยประชดด้วยการหนีหน้าเสีย

หากเป็นเช่นนั้น.. ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องมาคอยนั่งเกร็งเวลาอยู่ด้วย

อยากหนีก็หนีไป หนีไปให้นานๆเลย เพราะข้าไม่ง้อเจ้าให้เสียเวลาหรอก!

...

เช้ามืด ซีจงจวินตื่นขึ้นมาจัดการตัวเองอย่างไม่ค่อยสดชื่นนัก

ทั้งหิว ทั้งเหม็นตัวจนทนไม่ไหว ต้องรีบหาอะไรใส่ท้องแล้วออกไปอาบน้ำ ทั้งที่เวลานี้น้ำในน้ำตกหนาวอย่างกับธารน้ำแข็ง

ซีจงจวินไม่ได้สังเกตเลยว่าหมู่นี้ร่างกายเริ่มอ่อนแอลงเรื่อยๆ

เพราะไม่ได้ดูแลมันดีๆ นอกจากนี้ยังไร้แรงใจจะใช้ชีวิต

แต่เอาเถิด ยังไม่เหนื่อยเสียหน่อย..

ไม่เหนื่อยจริงๆ..

ไม่ได้กำลังเสียใจด้วย..

ขอแค่มีมี่ฮวาอยู่ เท่านี้ก็ดีแล้ว..

ซีจงจวินบอกตัวเองเช่นนั้น และฝังหัวว่าเขาจะทำหน้าที่สามีและคนรักที่ดีต่อไปให้ถึงที่สุด

หลังจากชำระร่างกายจนคิดว่าสะอาดดี ไร้กลิ่นเหม็นสกปรกแล้ว ชายหนุ่มกลับถึงบ้าน ทำกิจวัตรประจำเหมือนอย่างเคย

เพียงแต่วันนี้ เขาจะขอไปทำงานสายขึ้นสักหน่อย เพราะเมื่อวานไม่ได้พบหน้ามี่ฮวาเลยทั้งวัน

แค่วันเดียว ซีจงจวินก็แทบขาดใจ..

ดวงตะวันเคลื่อนขึ้น ถึงเวลาที่นายหญิงของบ้านจะตื่นมารับวัน

อาบน้ำชำระกายด้วยน้ำอุ่นสบายเสร็จก็มาแต่งเนื้อแต่งตัว ออกมากินข้าว

แต่เท้าขาวเรียวต้องหยุดชะงักเมื่อเปิดประตูห้องมาแล้วเจอเข้ากับร่างเทพอสูรแมงป่อง

สายตาที่ซีจงจวินมองมา นางเข้าใจได้ทันทีว่าเขาคงนั่งรอใจจดใจจ่อมาพักใหญ่แล้ว

มี่ฮวาทำเมิน เดินมานั่งตักอาหารกินตามปกติ โดยที่สายตาของซีจงจวินยังคงจดจ้องมาที่ใบหน้าจิ้มลิ้มแต้มสีอ่อนๆของภรรยารัก

มานั่งกินข้าวด้วยเช่นนี้.. แสดงว่าเขาไม่ได้คิดหนีหน้าสินะ

หรือไม่ก็คงมีอะไรจะพูดด้วย

แต่เหตุใดถึงไม่พูดเล่า.. เอาแต่จ้องจนตัวจะทะลุอยู่แล้ว นี่เขาเสียสติไปแล้วหรือไร

"จะจ้องอีกนานหรือไม่"

คำของมี่ฮวาไม่ได้เข้าหัวสักนิด ซีจงจวินยังคงนั่งส่งสายตาหวานเยิ้มอยู่เช่นเดิม

"หยุดจ้องข้าสักที น่ารำคาญ"

คนฟังกะพริบตาสองสามครั้งแล้วไม่ยอมหันไปมองทางอื่น เพียงพูดประโยคหนึ่งขึ้นมา

"ข้ามองได้สองครั้ง นี่นับเป็นหนึ่งครั้ง"

ซีจงจวินนับมาอย่างดีได้สิบคำถ้วน มี่ฮวากัดฟันกรอด ไม่พอใจที่ถูกยอกย้อนเอาเงื่อนไขที่นางเป็นคนตั้งมาใช้เช่นนี้

"ข้าอุตส่าห์ปรานีเจ้ายังกล้ามาเรียกร้องอยากให้ข้าเปลี่ยนจากมองสองครั้งเป็นอย่ามาให้เห็นหน้าอีกหรือไม่"

คราวนี้คำขู่ใช้ได้ผล ซีจงจวินยอมหลบสายตา ตักข้าวเข้าปากหนึ่งคำ

..เหตุใดสามีอย่างข้าถึงไม่มีสิทธิ์ในตัวภรรยาเลย..

"ขอมองอีกนิดไม่ได้หรือ"

สุดท้าย อีกสิบคำต่อมาก็ถูกเอื้อนเอ่ย เป็นคำถาม และคำตอบที่ได้กลับมานั้นชัดเจนหนักแน่นว่า

"ข้าไม่อนุญาต"

ดวงตาไร้ประกายเหม่อมองพื้น ริมฝีปากไม่ขยับเขยื้อน ราวสิ่งที่นั่งอยู่ตรงมุมห้องกลายเป็นเพียงรูปสลักหินก้อนหนึ่ง

"ข้าอยากมอง.."

ซีจงจวินยังคงยืนยันความตั้งใจเดิมของเขา ราวกับไม่ได้ฟังสิ่งที่มี่ฮวาพูด

ความรำคาญเริ่มกลายเป็นความหงุดหงิด มี่ฮวาวางตะเกียบกระแทกโต๊ะ ตวัดดวงตากลมสวยที่ยามนี้เต็มไปด้วยความไม่พอใจมาที่ซีจงจวิน

สุดท้าย.. เทพอสูรก็ต้องหลบตา ไม่เงยขึ้นมาหานางอีก

"เก็บสายตาน่ารังเกียจของเจ้าไว้มองสิ่งอื่นเสีย มันทำให้ข้าอยากอาเจียนแต่เช้า"

ซีจงจวินฟังคำว่านั้นแล้วรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจนัก

กับบุรุษอื่นยังมองกันหวานเชื่อมได้ แล้วเหตุใดข้าถึงทำบ้างไม่ได้เล่า...

หรือมันเป็นเพราะ... เพราะเป็นตัวข้าผู้เดียวที่ไม่มีสิทธิ์ เช่นนั้นใช่หรือไม่

"รีบกินให้มันเสร็จๆแล้วไสหัวไปทำงานสักที"

วาจาเฉือนใจนั้นทำให้ซีจงจวินจำต้องวางอาหารตรงหน้าแล้วลุกออกไป ทั้งที่มีข้าวตกถึงท้องเพียงคำเดียว

ทั้งที่ตั้งใจไว้ว่าจะอยู่กับนางให้นานขึ้น แต่ในความเป็นจริง ชายหนุ่มกลับไม่อาจฝืนทำได้

นางไม่อยากเห็นหน้าเขาเพราะนางเกลียดเขา เรื่องนั้นซีจงจวินรู้ดี

แต่อย่างน้อยข้าก็เป็นสามีนางไม่ใช่หรือ..

เป็นคนที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน หาใช่หนอนแมลงสกปรกน่ารังเกียจ..

หรือแท้จริงแล้วในสายตามี่ฮวา ข้าไร้ค่าเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

ยิ่งคิด.. ความเจ็บปวดก็ยิ่งหยั่งราก ฝังลึกลงในหัวใจ.. เกินจะเยียวยาได้แล้ว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ผูกรัก ปักใจ ไม่อาจลืมเลือน   บทที่ 72 七十二

    ค่ำวันหนึ่งในวสันตฤดู มี่ฮวามายืนรอสามีหน้าประตูบ้าน เห็นเขากลับช้ากว่าปกติก็นึกเป็นห่วงขึ้นมาราวสามก้านธูปผ่านไปเขาก็ยังไม่มาทำเอานางร้อนใจไปหมด พวกลูกๆหิวจนทนไม่ไหวเลยพากันกินข้าวเย็นไปก่อนแล้ว เหลือแต่นางที่ยังรอกินพร้อมสามีทำไมถึงชักช้านัก..เพียงหลังจากนั้นไม่นาน ปรากฏเงาร่างดำๆบนท้องฟ้าตรงหลังบ้าน ซีจงจวินเห็นมี่ฮวามองออกไปยังทางที่เขากลับทุกวันก็แปลกใจ"มี่ฮวา ข้ากลับมาแล้ว"ได้ยินเสียงเรียกนางจึงหันหลังเดินมาหาด้วยสีหน้าขุ่นเคือง"ไปไหนมา""ข้าไปช่วยสัตว์อสูรอพยพอยู่เลยกลับช้า"ได้ยินคำเขาบอก นางหรี่ตามองเล็กน้อยคล้ายไม่ค่อยพอใจนัก"สัตว์อสูรที่ไหน""ตรงทางไปเขาสวรรค์นั่นแหละ พอดีข้าผ่านไปเห็นว่านางกำลังลำบากกับการย้ายถิ่นเลยช่วยไว้"เขาชี้แจงด้วยสีหน้างง ขณะอีกคนสะดุดใจในประโยคเมื่อครู่ แต่สุดท้ายก็ต้องถอนหายใจยอมรามือจากการเค้นถาม"เช่นนั้นก็แล้วไป วันนี้พวกลูกๆหิวจนรอเราไม่ไหว แต่ข้ายังไม่ได้กินข้าวเพราะรอท่าน" นางเข้ามาควงแขนเขาไว้ เอาใบหน้าถูไถออดอ้อนทำเอาสามีต้องอมยิ้มการทำแบบนั้นเขาคิดว่านางตั้งใจทำตัวน่ารัก แต่กลับกันนางกำลังแอบดมกลิ่นที่ติดตัวเขามาต่างหากในใจยังรู

  • ผูกรัก ปักใจ ไม่อาจลืมเลือน   บทที่ 71 七十一

    เจ็ดร้อยปีผ่านไป..ซวนเฟยกับกับชิงเหลียงอายุพันสามร้อยปีแล้ว ร่างกายกลายเป็นหนุ่มน้อยไม่ใช่เด็กตัวกะเปี๊ยกอีกต่อไปทั้งคู่ยังคงตั้งใจทำงานอย่างขยันขันแข็ง ในเรือนมีนายน้อยและคุณหนูเพิ่มขึ้นมาอีกหลายคนจนทั้งสองกลายสภาพจากคนรับใช้เป็นพี่เลี้ยงเด็กโดยสมบูรณ์"ถูตรงนั้นให้ดีๆล่ะ"ซวนเฟยสั่งแมวป่าน้อยที่มักจะถูพื้นบ้านด้วยความเร็วเกินไปจนไม่แน่ใจว่าสะอาดจริงหรือไม่"เจ้าค่าาา ทราบแล้วเจ้าค่ะท่านหัวหน้า" นางตอบกลับมาเสียงประชดเหมือนเคย"เจ้าด้วย บนเพดานยังมีฝุ่นอยู่เลย" คราวนี้หันไปว่าเจ้ากวางผา"ข้าจะปีนขึ้นเช็ดเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ" อสูรกวางผาตอบก่อนวิ่งไปหยิบไม้ปัดฝุ่นอย่างเร็วเพราะเจ้านายทั้งสองขยันมีลูกกันมาก เมื่อคนในบ้านเพิ่มงานก็เพิ่มตาม นายท่านจึงไปเสาะหาอสูรรับใช้ใหม่มาทำงานบ้าน ส่วนซวนเฟยกับชิงเหลียงมีหน้าที่อย่างเดียวคือเฝ้าจับตาดูลูกๆให้เจ้าวิหควายุเดินตรวจความเรียบร้อยตามส่วนต่างๆไปเรื่อย นายท่านของมันได้ขยายเรือนออกไปกว้างกว่าเดิมหลายส่วน ยิ่งทำความดีความชอบปกป้องยุทธภพด้วยแล้ว ยิ่งได้รับประทานรางวัลอย่างงาม ที่ดินอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ทำให้ต้องใช้เวลาเดินตรวจตรานานขึ้น"ซวนเฟย! ซ

  • ผูกรัก ปักใจ ไม่อาจลืมเลือน   บทที่ 70 七十

    "ท่า..ท่านป้อ!"เด็กน้อยเกอซือชี้นิ้วไปที่บิดา เอ่ยเรียกแล้วยิ้มแป้น แก้มยุ้ยๆขึ้นสีระเรื่อช่างน่าเอ็นดูคนถูกเรียกตาเป็นประกาย อุ้มลูกขึ้นมาไว้ในมืออดใจไม่ได้ต้องจูบแก้มหนักๆสักหลายที"เก่งมากลูกพ่อ"ซีจงจวินดูจะภูมิใจเหลือเกิน มี่ฮวาที่นั่งปักผ้าอยู่ไม่ไกลมองพ่อลูกเล่นกันก็พลอยยิ้มตามไปด้วย"ท่าน..แม่!""จ้า เก่งมากเสี่ยวเกอ"นางยอมวางมือจากเข็มปักผ้าแล้วมาเล่นกับลูกบ้าง เกอซือเริ่มเติบโต ช่างน่ารักน่าเอ็นดู"ท่านตา ท่านยาย ท่านป้า"เกอซือเหมือนพยายามท่องคำที่ถูกสอนมา เสร็จแล้วก็หัวเราะตบมือเพราะคนเหล่านั้นใจดีและรักเกอซือเช่นกันตั้งแต่มี่ฮวาตั้งท้อง พ่อแม่นางมาเที่ยวหาอยู่บ่อยครั้ง เมื่อคลอดเกอซือออกมาตายายก็ดูจะเห่อหลานกันมาก ขยันมาบ้านนี้จนเด็กน้อยจำได้"พ่อจ๋า วันไหนว่างๆเราพาลูกไปเยี่ยมตายายดีหรือไม่"เดี๋ยวนี้สรรพนามที่ใช้เรียกสามีเปลี่ยนไป เพราะทั้งคู่อยากให้ลูกจำได้และเรียกตาม"เช่นนั้นข้าจะทำเรื่องลางานสักสองวัน"ภรรยาว่าอย่างไรเขาไม่เคยขัดอยู่แล้ว ในเมื่อนางอยากพาลูกออกไปเที่ยวเล่นบ้างเขาก็ตามใจดีเหมือนกัน นานๆทีจะได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง นางกับลูกจะได้ไม่เบื่อความอุดอู้ใน

  • ผูกรัก ปักใจ ไม่อาจลืมเลือน   บทที่ 69 六十九

    สิบปีต่อจากนั้นมี่ฮวาตั้งครรภ์ครั้งแรก จากที่ได้รับการดูแลอย่างดี ตอนนี้สามีนางแทบไม่ให้ลุกเดินขยับไปไหนเลยด้วยซ้ำซวนเฟยกับชิงเหลียงเองก็ถูกสั่งให้ช่วยกันดูแลนางเป็นพิเศษกระทั่งลูกน้อยคลอดออกมาอย่างปลอดภัยเสียงร้องอุแว้ดังลั่นเรือน เซียนหมอสตรีมือฉมังจากแดนเทพที่ซีจงจวินไปเชิญเดินออกมาหาพ่อเด็กด้วยสีหน้ายินดี"เป็นคุณชายน้อยเจ้าค่ะ"นางบอกแล้วยื่นห่อผ้าให้ซีจงจวินอุ้ม เทพอสูรมองหน้าเด็กทารกในมือแล้วแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่เด็กคนนี้มีร่างกายเป็นเทพตัวขาวผ่องอมชมพูน่าทะนุถนอม แต่มีลักษณะคล้ายพ่อตรงที่บนหน้าผากมีเขาเล็กๆงอกออกมาสองคู่ ซึ่งมันจะค่อยๆขยายไปตามกาลเวลาซีจงจวินก้มลงหอมแก้มลูกเบาๆแล้วเดินเข้าไปหาภรรยาในห้องซวนเฟยมีหน้าที่ไปส่งท่านเซียนหมอ ชิงเหลียงช่วยเช็ดตัวให้มี่ฮวา ซีจงจวินนั่งลงข้างเตียงซับเหงื่อให้เล็กน้อยก่อนก้มลงจุมพิตที่หน้าผากนาง"ลูกเรา"เขายื่นเด็กน้อยให้นาง มี่ฮวารับเด็กที่ร้องไห้จ้าตั้งแต่เมื่อครู่มาไว้ในอ้อมแขน โอ๋กล่อมด้วยความรักใคร่"ตั้งชื่อว่าอะไรดีเจ้าคะ" นางถาม สามีใช้เวลาคิดครู่สั้นๆก่อนตอบเสียงนุ่มทุ้ม"เกอซือ"ได้ยินชื่อนั้นนางก็พยักหน้าเห็นด้วย ยิ้มให้

  • ผูกรัก ปักใจ ไม่อาจลืมเลือน   บทที่ 68 六十八

    ผ่านไปกี่คืนวันแล้วไม่รู้ตั้งแต่ซีจงจวินได้ร่างคืนมา เขาได้เป็นเทพเฝ้าประตูสวรรค์ดังเดิม ทุกวันทำงานตามปกติคล้ายเหตุการณ์เมื่อสี่สิบกว่าปี่ก่อนไม่เคยเกิดขึ้น"ข้ากลับมาแล้ว"ตะวันพึ่งลาลับขอบฟ้าไปได้ไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา ร่างเทพอสูรบึกบึนก็มาโผล่หน้าประตูเรียบร้อย น้ำเสียงของซีจงจวินดูร่าเริงมาก ผิดกับตอนเช้าก่อนออกไปทำงานที่จะอิดออดถ่วงเวลาอยู่นั่น"สำรับพร้อมแล้ว"ภรรยาผู้น่ารักเดินออกมาจากห้องอาหาร เนื้อตัวเป็นกลิ่นของคาวหวานคลุ้งไปหมด แต่สามีก็ยังวิ่งเข้ามาสวมกอดหอมฟัดนางเสียจนแทบล้มพับ"กินข้าวอาบน้ำก่อนซีจงจวิน"มี่ฮวาต้องรีบปราม ไม่เช่นนั้นนางจะไม่อาจหลุดจากอุ้งมือพันธนาการของสามีไปได้นับวันซีจงจวินยิ่งทำตัวเหมือนเป็นเด็กเข้าไปทุกที เขาชอบอ้อน ชอบเอาใจ จนบางครั้งมี่ฮวาก็อดคิดไม่ได้ว่าเพื่อนเขารู้ถึงตัวตนด้านนี้บ้างหรือเปล่าซีจงจวินยอมผละออกแต่โดยดี หลังจากถอดชุดเกราะออกแล้วก็มานั่งกินข้าว ไปอาบน้ำ เตรียมเข้านอนพร้อมภรรยาสุดที่รักแต่จะเรียกว่าเข้านอนเลยก็ไม่ได้เพราะก่อนหน้านั้นต้องมีกิจกรรมสำหรับคู่รักเสียก่อนซีจงจวินถึงจะยอมนอน"มี่ฮวา"สัมผัสจากปลายนิ้วสะกิดหลังเบาๆให้นางหันมาห

  • ผูกรัก ปักใจ ไม่อาจลืมเลือน   บทที่ 67 六十七

    เป็นจูบที่หวานที่สุดในชีวิตซีจงจวิน พอนางขยับเปิดปากเขาก็สอดลิ้นเข้าไปชิมรสชาติด้านใน กระหวัดเกี่ยวอย่างโหยหาเมื่อตักตวงจนมากพอแล้วมี่ฮวาผลักเขาออกเพื่อพักหายใจเล็กน้อย ดวงตายังสบประสานกันอย่างหวานฉ่ำ"เชื่อหรือยังว่าข้ารักเทพอสูรซีจงจวิน ไม่ใช่จงซีจ้านผู้นั้น"มี่ฮวารู้ว่าที่ซีจงจวินขอให้มหาเทพใส่จิตเขาลงไปในร่างของจงซีจ้านเพราะอะไรคนตอบพยักหน้าเล็กน้อย ช้อนสายตาขึ้นมองนางอย่างเด็กน้อยที่กลัวจะถูกว่าเมื่อทำผิด"ข้า.. เห็นว่าเจ้ายอมนอนกับข้าในร่างจงซีจ้าน เลยคิดว่าหากอยู่ในร่างนั้นเจ้าอาจจะชอบมากกว่า"ซีจงจวินไม่มั่นใจในตัวเองเอามากๆเลยสินะ ถึงได้มีความคิดแบบนี้มี่ฮวาระบายลมหายใจยาว กระเถิบขึ้นไปนั่งบนตักสวมกอดเขาไว้แน่นๆ ซุกหน้ากับแผ่นอกอีกรอบ"ข้าไม่สนว่าจะอยู่ในร่างไหน ขอแค่เป็นท่านก็พอ""เจ้าไม่รังเกียจข้าแล้วใช่หรือไม่""ไม่เลย ข้ากลับชอบด้วยซ้ำเวลาที่ท่านกอดข้าแบบนี้ข้ารู้สึกอบอุ่นปลอดภัย"นางชอบมือทุกข้างที่มอบความรู้สึกหลากหลายให้ มันมีความรักเจืออยู่ในทุกการกระทำร่างกายทั้งคู่ที่แนบชิดบดเบียดกันสร้างความร้อนขึ้นมา ตอนนี้ดูเหมือนว่าแค่กอดจากนางผู้เป็นที่รักเริ่มไม่เพียงพอเ

  • ผูกรัก ปักใจ ไม่อาจลืมเลือน   บทที่ 60 六十

    บนเตียงหลังใหญ่ในห้องที่แสงไฟสลัว ร่างหนึ่งกำลังละเลงลิ้นอย่างเมามันบนผิวเนื้อนุ่มของคนข้างใต้จนนางต้องครางดังเพราะแรงเสียวหนักหน่วงที่เขามอบให้"ท่าน.. ท่านแม่ทัพ อย่าเจ้าค่ะ!"หญิงสาวพยายามปรามไม่ให้คนด้านบนใช้ฟันคมกัดดึงตุ่มเนื้อยอดถันราวกับหมาป่าจะฉีกกระชากเหยื่อ จนตอนนี้ผิวส่วนนั้นกลายเป็นสีอม

  • ผูกรัก ปักใจ ไม่อาจลืมเลือน   บทที่ 55 五十五

    ราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่เป็นแค่ห้วงฝันเพียงหนึ่งชั่วยาม ตอนนี้ในกระโจมวุ่นวายไปหมด มี่ฮวาวิ่งรักษาทหารอย่างไม่หยุดพัก พยายามทำแผลให้เร็วที่สุด เมื่อเสร็จจากคนในนี้แล้วจึงจะรีบไปหาเขาหวังว่าคราวนี้ จงซีจ้านจะยอมให้นางรักษาจริงๆสักที..''ท่านหมอ คือว่า..''เมื่อมาถึงกระโจมก็พบเข้ากับฮวนเกอซึ่งยืนเฝ้

  • ผูกรัก ปักใจ ไม่อาจลืมเลือน   บทที่ 54 五十四

    วันเวลาในค่ายทหารยังคงดำเนินต่อไป...อย่างไม่ค่อยจะปกติเท่าไหร่นัก''ท่านหมอ! ท่านหมอ! ข้าโดนน้ำร้อนลวกตอนต้มโจ๊กเมื่อเช้า ทำแผลให้ข้าที''''ท่านหมอรักษาแผลมีดบาดให้ข้าอยู่ไม่เห็นหรือ เจ้ารอไปก่อน''''แต่แผลข้าใหญ่กว่าเจ้า''''แต่ข้ามาก่อน''''พวกท่านทั้งสองอย่าทะเลาะกันเลยเจ้าค่ะ ข้ารักษาให้ทุกคนอย

  • ผูกรัก ปักใจ ไม่อาจลืมเลือน   บทที่ 51 五十一

    กลุ่มหมอกจางหาย เหลือเพียงร่างสองร่างอยู่บนพื้น คนหนึ่งร่ำไห้ไม่หยุด ส่วนอีกตัวไม่รู้ว่ารู้สึกอย่างไร"ซีจงจวิน..ข้าขอโทษ"นางเอ่ยก่อนจะยื่นมือหมายจะให้เข้าไต่ขึ้นมา ทว่าร่างของแมงป่องทะเลทรายกลับกลายเป็นผงฝุ่นสลายไปกับสายลมในพริบตา"ไม่!!!!"มี่ฮวารีบคลานเข้ามาโกยเอาผงทรายอุ้มไว้ในมือ งอตัวก้มหน้า

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status