Beranda / โรแมนติก / ผู้มอบแสงแห่งรัก / บทที่สิบสอง กินกันไม่ลง...

Share

บทที่สิบสอง กินกันไม่ลง...

last update Tanggal publikasi: 2026-04-20 10:18:16

บทที่สิบสอง กินกันไม่ลง...

จักรยานคันสีชมพูซีดถูกนำออกมาจากโรงจอดรถของบ้านทรงไทย

โดยมีกวินตาเป็นคนปั่นส่วนวรดานั้นเป็นคนนั่งซ้อนท้าย ทิศทางของรถหันหน้าไปทางด้านขวามือของคนปั่น

จุดมุ่งหมายที่สองสาวจะไปคือโรงครัวหรือโรงอาหารของฟาร์มแห่งนี้

หลังจากช่วยกันทำความสะอาดภายในบ้านทรงไทยจนเสร็จแล้ว

“พี่กุ้ง เราช่วยงานที่โรงอาหารเสร็จ พาวิวเข้าไปดูในสวนหน่อยนะ” เธออยากรู้ว่าในสวนมีผลไม้ชนิดไหน ที่พอจะนำมาแปรรูป เป็นส่วนประกอบของอาหารได้บ้าง

“ได้สิ เดี๋ยวไปชวนพี่ก้องไปเป็นเพื่อนด้วย”

“แบบนั้นมันจะไปรบกวนเวลางานพี่ก้องหรือเปล่าคะ”

“ไม่หรอก จะได้รีดนมอีกที ก็ตอนบ่ายสองนู้น”

“อ๋อ” วรดาขานรับคำพลางพยักหน้า เธอรู้เพียงว่าก้องภพเป็นหัวหน้าคนงาน ทางฝั่งที่เป็นโซนของโรงรีดนม แต่ไม่รู้ว่าต้องรีดนมกันตอนไหน

ใช้เวลาไม่นานกวินตาก็ปั่นมาถึงตึกสำนักงาน ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างทางก่อนจะถึงโรงอาหาร

วรดาอดไม่ได้ที่จะสอดส่ายสายตามองหาใครบางคน แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าเขาไม่อยู่ในฟาร์ม แต่เธอก็เลือกที่จะทำแบบนั้นอยู่ดี

“ทำไมมาช้ากันจังเลยสองคนนี้” กานดาพูดขึ้นทันทีที่มองไปเห็นวรดาเดินมา ส่วนลูกสาวเธอนั้นเดินตามหลังเข้ามา

ตัวเธอเองมาเตรียมตัวรอตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อน เพื่อจัดเตรียมของไว้ให้พร้อมล่วงหน้า จะได้ไม่ต้องเสียเวลาตอนที่สองสาวมาถึง ทั้งกลัวว่าจะไม่ทันเวลาพักเที่ยงของพนักงานที่นี่ด้วย

วรดาเดินนำพี่สาวเข้ามาก่อน พร้อมกับเงยหน้าไปมองนาฬิกาแบบดิจิตอล ติดไว้กับผนังอยู่ตรงหน้าเธอพอดิบพอดี เวลาพักเที่ยงของที่นี่คือ 11.30 น. - 13.00 น. แสดงว่ายังเหลือเวลาอีกแค่ สองชั่วโมงกว่าเท่านั้นเอง

วันนี้พวกเธอมาถึงช้ากว่าทุกครั้ง เพราะมัวแต่คุยเล่นกันจนเพลิน ตอนที่ทำความสะอาดบ้าน

“หูย~ แม่ วิวตัวหนักจะตายกว่าจะปั่นมาถึง” กวินตาพูดขึ้นเมื่อเดินมาถึงวรดาพอดี

“ยังไปว่าน้องมันอีก มัวแต่พากันคุยเล่นจนเพลินล่ะสิไม่ว่า”

“เหมือนแม่ไปนั่งฟังเราคุยกันตอนทำความสะอาดเลยเนาะวิว” กวินตาหันมากระซิบกระซาบกับวรดาเพียงแค่สองคน ทว่าเสียงนั้นดังจนไปเข้าหูของคู่สนทนา

“เลิกนินทาแม่เอ็ง แล้วรีบมาช่วยกันเลยเร็ว เดี๋ยวไม่ทัน” กานดาเอี้ยวตัวมาทางด้านหลัง พลางใช้มือที่ยังถือตะหลิวค้างไว้ ยกขึ้นชี้มาทางสองสาว

“วันนี้ยายแกอยู่ในอารมณ์โหด อย่าไปแหย่รังเด็ดขาด” กวินตายังไม่เลิกหันมาคุยเล่นกับน้องสาว ก่อนจะรีบวิ่งหลบสิ่งของบางอย่างที่ลอยมาทางนี้อย่างไว

“ว้าย! วิวหลบ” สองสาวรีบแยกออกไปคนละทิศละทาง ก่อนจะมองตามของสิ่งนั้น ว่ามันจะไปหล่นที่ตรงไหน

แต่แล้วทั้งสามคนก็ต้องตกใจเพราะจุดหมายปลายทางของสิ่งของที่มันไปตกคือ ลอยไปโดนหน้าผากของผู้ชายตัวโตผิวเข้ม จนคนโดนต้องร้องโอดโอยออกมาด้วยความเจ็บปวด

“โอ้ย!! อะไรกันเนี่ยป้าก้าน จะฆ่าจะแกงกันเลยหรือไง เกิดผมตายไปใครจะรับผิดชอบ คนยิ่งหาเมียไม่ได้อยู่”

กรวิชญ์ร้องโอดโอยออกมา ด้วยความรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ที่เขาบ่นออกมาแบบโอเว่อร์อลังการงานสร้าง เพียงเพราะอยากพูดแหย่แม่ครัวประจำฟาร์มเล่นก็เท่านั้น

“อย่ามาพูดเว่อร์ขนาดนั้น” พูดซะว่าเธอปามีดปาไม้หน้าสามออกไป แค่มะเขือลูกเท่าฝายาหม่องตราลิงถือลูกท้อเอง

“แฮ่ เขาก็พูดหยอกตัวเองไปแบบนั้นเองแหละ” กรวิชญ์เดินเข้าไปหากานดา ก่อนจะส่งลูกมะเขือเจ้าปัญหากลับคืนเจ้าของไป

ทั้งกวินตาและวรดาที่ยืนลุ้นอยู่นาน หันมามองหน้ากัน ก่อนจะพากันขำพรืดออกมา กับคำพูดคำจาของผู้ชายตัวโตผิวเข้ม

“เดี๋ยวจะโดนจริง ๆ ซะหรอกเอ็งนี่” แม่ครัวประจำฟาร์มว่าอย่างคาดโทษ ก่อนจะหันกลับไปสนใจในสิ่งที่ตนเองกำลังทำค้างไว้ต่อ “สองคนนั้นด้วยมาเร็ว ๆ เลย มัวแต่โอ้เอ้อยู่นั่นแหละ”

ประโยคต่อมา เมื่อรู้ตัวว่าหมายถึงตัวเองต่างก็ไม่รอช้าพากันเร่งฝีเท้าเข้าประจำที่อย่างไว

กรวิชญ์คนที่ไม่ได้มีหน้าที่ในครัวแห่งนี้ เพียงแต่เขาเดินมาดู เพราะได้ยินเสียงคนคุยกันเสียงดัง ในตอนที่เขากำลังยืนคุยโทรศัพท์กับเจ้านายอยู่ไม่ไกลจากโรงอาหาร เลยทำทีเดินมาดู หลังจากวางสายเจ้านายไปแล้ว

ทว่ากลับโดนโชคใหญ่ปาเข้าหน้าผากอย่างจัง จนตอนนี้ยังต้องยกมือขึ้นลูบเบา ๆ เพราะยังรู้สึกเจ็บไม่หาย พลางหันไปมองหญิงสาวทั้งสองที่เพิ่งเดินไปเมื่อครู่

ถ้าจะให้เขาบรรยายถึงความสวยของสองคนนี้ บอกเลยว่ากินกันไม่ลงเพราะสวยทั้งคู่

อีกคนดูเรียบร้อยอ่อนหวานเหมือนขี้อายไปหน่อย ส่วนอีกคนสวยคมดูทะมัดทะแมงมั่นใจ และกล้าแสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติ

“อ้าว ๆ มัวเดินยืนน้ำลายยืดอยู่นั่นแหละ มาช่วยยกน้ำให้ป้าหน่อยวิท” แม๊!! แอบมองลูกสาวกับหลานสาวข้า จนตาละห้อยเชียว ไม่ต้องมองให้เสียเวลาหรอก มีคนจองตัวแล้วทั้งนั้น

“ได้ครับผม” ทันทีที่ขานรับกรวิชญ์ก้เดินไปช่วยยกให้เดี๋ยวนั้นเลย จากนั้นจึงขอตัวเพราะไม่อยากกวนเวลาทำงานของสาว ๆ อีกทั้งตัวเองยังมีงานที่ยังไม่ได้สะสางค้างอยู่ด้วย

“วันนี้มีอะไรกินบ้างจ้ะคนสวย”

คนถูกถามมัวแต่ก้มหน้าก้มตาอยู่กับจานชามที่เพิ่งยกออกมาตั้งไว้ข้างกับหม้ออาหาร แต่เธอจำเสียงพูดได้ เป็นเสียงเดียวกันกับที่มารับโชคใหญ่เมื่อตอนสายนี่เอง

ผู้คนต่างเริ่มทยอยตามกันเข้ามาแล้วจนโรงอาหารตอนนี้มีที่ว่างอยู่แค่สองโต๊ะเท่านั้น จากที่มีทั้งหมดเกือบยี่สิบโต๊ะ

“ส้มตำ ไก่ทอด แกงเขียวหวานไก่ แล้วก็มีขนมจีนน้ำยาป่าจ้ะ แล้วก็มีของหวานตบท้ายเป็นน้ำลำไยหวาน ๆ ด้วยจ้ะ” เธอตอบพร้อมกับเงยหน้ามองคนถาม

“ว้าว วันนี้พิเศษมากเลยคงจะแซบน่าดู ใช่มั้ยจ้ะ น้องวิวคนสวย”

หญิงสาวตัวเล็กอย่างวรดายิ้มตอบกลับไปอย่างที่ไม่ได้สนใจมองหน้าคนพูดอีก เพราะมัวแต่ทำหน้าที่ของตัวเองอยู่

และไม่ได้รับรู้เลยว่ามีใครบางคนกำลังยืนมองอย่างไม่สบอารมณ์อยู่ใต้ต้นไม้หน้าโรงอาหารไม่ไกลกัน

ถึงจะอยู่ไกลไม่มากแต่เขาได้ยินทุกคำที่เธอพูดจ้ะพูดจ๋าด้วย ทั้งยังส่งยิ้มมาให้ลูกน้องเขาอีก

“ไอ้วิทย์เลิกหม้อแล้วรีบไปแดกข้าว ก่อนที่มึงจะได้แดกอย่างอื่นแทน” อิทธิพลเดินตามหลังมาสมทบกับเพื่อน ทั้งยังเป็นคู่หูในการทำงาน เรียกได้ว่าพวกเขาเป็นมือซ้ายและมือขวาให้เจ้านาย

“อะไรของมึงวะ” กรวิชญ์หันมาทางเพื่อนตัวเอง แล้วจึงถามต่อด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบ

“เจ้านายมึงไง มึงจะได้แดกอย่างอื่นจากเขาแทน”

 อิทธิพลตอบเพื่อนกลับไป พร้อมกับพยักพเยิดหน้าไปทางอติรุจน์ที่ยืนดูอยู่ด้านนอก ด้วยใบหน้าที่บอกบุญไม่รับอยู่ขณะนี้

“เกี่ยวอะไรกับคุณรุจวะ กูยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะเว้ย” เขายังไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย จะได้แดกอย่างอื่นแทนข้าวอย่างที่ อิทธิพลว่าได้ยังไง

ไอ้วิทมันงงไปหมดแล้วเพื่อน

“ทำไมจะไม่เกี่ยววะ นั่นของนาย มึงไม่มีสิทธิ์” ไอ้เพื่อนโง่นี่ มันยังดูไม่ออกอีกเหรอ เจ้านายตัวเองเป็นเอามากซะขนาดนี้ ไหนจะสายตาที่มองมาทางนี้อย่างกับจะกินเลือดกินเนื้ออีก

“ฉิบหายแล้วมั้ยวะ ทำไมมึงไม่บอกกูให้เร็วกว่านี้ไอ้พล”

“แล้วมึงเดินรอกูที่ไหนครับเพื่อน ไปเลยรีบเอาข้าวแล้วไปนั่งแดกซะ”

อารมณ์ของกรวิชญ์เปลี่ยนไปทันที จากที่อารมณ์ดีสดใส ทว่ากลับต้องมาบูดเป็นตูดลิงเพียงเพราะได้ยินสิ่งที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน!

อิทธิพลมองตามหลังเพื่อนตัวเองเดินคอตกไปหาที่นั่ง แล้วจึงหันกลับมาเพื่อนสั่งอาหารของตัวเองต่อ

“ของพี่เอาส้มตำกับไก่ทอดพอครับ” รับจานอาหารของตัวเองมาถือเสร็จ จึงหันหลังกลับตามไปนั่งที่โต๊ะกับเพื่อนต่อ

“เล่าเถอะ อย่าให้กูถามซ้ำเลย” สายตาที่ทอดมองออกไปด้านนอก อย่างไม่รู้ทิศรู้ทางทั้งน้ำเสียงแผ่วเบาที่เอ่ยถามคนมาใหม่ โดยไม่ได้หันหน้าไปมองเขาก็รู้ว่ามันคือใคร

อิทธิพลมองอาการของเพื่อนแล้วได้แต่ส่ายหัว อาหารในจานที่ยังไม่ได้ตักขึ้นมากินสักคำแล้วไหนจะสายตาที่ดูเลื่อนลอยนี้อีก “เล่าอะไรของมึง” ไอ้นี่ท่าจะอาการหนัก

“น้องวิวของกู” กรวิชญ์พูดพลางหันหน้ามาทางเพื่อน ริมฝีปากที่เบะออกเล็กน้อย ทำให้คนที่นั่งข้างกันอย่างอิทธิพล ต้องยกมือขึ้นมาเคาะที่หัวเบา ๆ เพื่อเรียกสติ

“เล่นใหญ่อะไรของมึง รีบกินจะได้รีบไปทำงานต่อ” อิทธิพลว่าอย่างไม่สนใจ ก่อนจะหันไปสนใจกับข้าวในจานของตัวเองแทน

“แดกไม่ลงเลยพล”

“ต้องลง ถ้ามึงแดกไม่ลง มึงจะได้แดกอย่างอื่นแทนข้าวและอีกอย่าง ถ้ามึงยังเล่นไม่เลิก เรื่องนี้ถึงหูน้องฟาง ร้านป้าขายข้าวแกงในตลาดแน่นอน”

“เออ! แดกลงก็ได้วะ!!” กรวิชญ์พูดออกมาอย่างหัวเสีย พลางคิดในใจไอ้เพื่อนห่านี่มันรู้ได้ยังไงวะ กูอุตส่าห์กินเงียบ ๆ ของกูแล้วแท้ ๆ

“เออ! ก็แค่นั้น” ไอ้นี่ต้องให้ขู่ มีอย่างที่ไหน ตัวเองมีเมียอยู่แล้ว ยังจะเจ้าชู้ไม่เลือกที่อีก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   ตอนพิเศษ3...

    ตอนพิเศษ3...ปัจจุบัน“วิวรู้หรือเปล่า วันนั้นทำไมวิวหันมาถึงเห็นพี่ยืนอยู่ข้างหลังเรา” อติรุจน์พูดขึ้นหลังจากที่พาวรดาขับรถเอทีวีเข้ามาในสวน ก่อนเขาจะพาหญิงสาวเดินเข้ามาหลบแดดในศาลากลางสวนวรดานึกย้อนไปถึงหนก่อนที่เธอเข้ามาในสวนคนเดียว “ทำไมคะ” หญิงสาวหันหน้ามายิ้มละมุน “พี่รุจตามวิวเข้ามาเหรอคะ”คนอายุมากกว่านึกขำ “ก็ไม่เชิง พี่เข้ามาตามไอ้พลมันน่ะ แต่ตอนขากลับออกมาเห็นจักรยานวิวจอดอยู่ พี่ก็เลยจะเข้ามาเคลียร์ปัญหากับเรา”“อ๋อค่ะ”“แล้วตอนนั้นเราไม่ได้ยินเดสียงรถพี่เลยเหรอ”หญิงสาวขมวดคิ้วพร้อมกับเอียงคอ “ไม่เลยค่ะ” ตอนนั้นเธอไม่ได้ยินเสียงรถของเขาจริง ๆ เพราะมัวแต่ใจลอยคิดเรื่องของเขานั้นแหละ“คิดอะไรอยู่ ฮึ” อติรุจน์นึกเอ็นดูเมียตัวน้อยของตัวเอง “ไม่ใช่ว่ากำลังคิดถึงคนอื่นที่ไม่ใช่พี่อยู่หรอกนะ”เจ้าของใบหน้ารูปไข่รีบส่ายหน้าไปมาพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม “วิวยอมรับตรงนี้เลยค่ะ ตั้งแต่ที่วิวรู้จักพี่รุจมาไม่มีเลยสักครั้งที่จะไม่นึกถึง”คนฟังอมยิ้มปลื้มปริ่มเข้าไปอีก “แล้วตกลงว่าวันนั้นเราเหม่ออะไรอยู่ครับ”“เหม่อหาพี่รุจเลยค่ะ”“หื้ม?”“ค่ะ” วรดาพยักหน้ารับ“ยังไงครับ”“เรื่องพี

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   ตอนพิเศษ2...

    ตอนพิเศษ2...สองปีก่อน“ตอนนี้จากับพี่โจอยู่ที่ไหนกันแล้ว”วรดารีบก้าวเท้าไปตามทางเดินข้างตึกเรียน ที่เธอเพิ่งเดินลงมาถึงชั้นล่างด้วยความเร่งรีบเธอมีนัดกับพี่สาวของเพื่อนตอนเที่ยงพอดี ก่อนหน้านี้พี่สาวของจารวีโทรมาหาบอกว่าถึงแล้วเพื่อนของเธอเลยขอตัวไปรับก่อน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เธอขอแยกไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำด้วยก็เลยคาดกัน(ร้านคาเฟ่ข้างตึกเรียนเราเลยวิว ตอนนี้วิวอยู่ที่ไหน)“เดินลงมาจากตึกแล้ว กำลังจะเดินไปหาจ้ะ”พอวางสายจากเพื่อนเสร็จวรดาก็รีบเดินไปให้ถึงเร็วที่สุดมุมด้านในของร้านคาเฟ่ขนาดเล็ก มีสองหนุ่มเพื่อนซี้กำลังนั่งสนทนากันด้วยท่าทีสบาย ซึ่งตรงที่ทั้งสองนั่งอยู่นั้นเป็นมุมที่ติดกับกระจกใสบานกว้าง เผยให้เห็นทางเดินภายนอกได้อย่างชัดเจน“แล้วตกลงมึงจะว่างตอนไหน กูจะได้แจ้งผู้ใหญ่ไป” วีรภัทรพูดขึ้นหลังจากวางแก้วกาแฟที่จิบลง “แต่ถ้ามึงไม่ว่างก็ไม่เป็นไร”อติรุจน์ขมวดคิ้ว “หาคนได้แล้วรึ” แก้วกาแฟที่กำลังจะยกขึ้นถูกวางลงไปทันที“ไม่เชิงหรอก ก็ถ้ามึงไม่ว่างไง อาจารย์พ่ออาจารย์แม่ในคณะก็ต้องมีตัวเลือกสำรองถูกต้องมั้ย” แต่ที่เลือกอติรุจน์มาเป็นอันดับแรกคือเพื่อนเขามันเก่งไง ปริ

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   ตอนพิเศษ1...

    ตอนพิเศษ1...เสียงนกร้องลอยมาตามลมช่วยปลุกให้หญิงสาวที่กำลังหลับไหลอยู่บนเตียงนุ่มลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสายของอีกวันแสงแดดที่แทรกผ่านผ้าม่านผืนบางเข้ามา ทำให้คนที่พึ่งรู้สึกตัวรู้ว่าเวลานี้น่าจะสายมากแล้ว เธอจากนั้นจึงหันไปสำรวจห้องกว้างเพื่อมองหาใครบางคนทว่าทั้งห้องกลับตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงนกร้องที่ดังสอดแทรกเข้ามาอยู่เป็นระยะ แสดงว่าอติรุจน์คงอยู่ในฟาร์มแล้ว หญิงสาวจึงมองหาโทรศัพท์มือถือเพื่อมองดูเวลา ในขณะเดียวกันเครื่องมือสื่อสารก็แผดเสียงออกมาเช่นเดียวกัน“ค่ะ พี่รุจ” หญิงสาวขานรับด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง(พึ่งตื่น?)วรดาทำหน้าบึ้งส่งให้คนในสาย “ค่ะ กี่โมงแล้วคะ?” เมื่อสักครู่เธอยังไม่ทันได้ดูเวลา อติรุจน์ก็โทรเข้ามาก่อน(จะเที่ยงแล้วครับ)“ห๊ะ!” จากที่ยังรู้สึกเพลียๆอยู่ ตอนนี้เธอตื่นเต็มตาแล้วตอนแรกที่รู้สึกตัว เธอนึกว่าแค่ช่วงประมานเก้าโมงเช้าไม่เกินนี้แน่นอนแต่ทว่าสิ่งที่อติรุจน์ตอบกลับมาทำให้เธอแทบกระโดดลงจากเตียงแม่เจ้าเธอทุบสถิติจากเมื่อวานได้อย่างไม่คาดคิดเสียงหัวเราะดังมาจากปลายสายยิ่งทำให้เธอรู้สึกมีน้ำโหขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย“ทำไมพี่ไม่ปลุกวิวคะ? ไม่รู้ว

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   บทที่สามสิบเก้า สามีที่ดีไม่ควรจะเอาเปรียบภรรยา...

    บทที่สามสิบเก้า สามีที่ดีไม่ควรจะเอาเปรียบภรรยา...มือหนาจับลูกบิดประตูหมุน ก่อนจะผลักบานประตูไม้เข้าไปด้านในและปิดกลับลงไปตามเดิมเท้าแกร่งพาวรดาก้าวไปหยุดยืนที่ปลายเตียงก่อนจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระ“มีอะไรเหรอคะ?” หรือเขางอนที่เธอหายไปนาน เธอมองสบตากับเขาที่ยังทำสีหน้าเรียบนิ่งอติรุจน์ก้าวขาเดินต้อนคนตัวเล็กไปอย่างเชื่องช้า จนเข้ามุมของห้องได้จนสำเร็จ ลำแขนแกร่งยกขึ้นขังคนตัวเล็กไว้ทั้งสองข้างสีหน้าของวรดาดูตกใจมากที่โดนเขาไล่ต้อนแบบนี้ ทว่าก็ยังไม่ได้กระโตกกระตากออกมาให้เขาได้เห็น เวลาต่อมาเป็นเขาเสียเองที่อดทนทำหน้าเรียบนิ่งต่อไม่ไหววรดารู้สึกสับสนไปกับอาการของอีกคน เมื่อกี้ยังดูขึงขังจนน่ากลัวอย่างกับยักษ์ ทำไมตอนนี้กลายมาเป็นคนอารมณ์ดีไปแล้ว“ตกลงพี่รุจเป็นอะไรคะ?” หญิงสาวถามออกไปอีกครั้ง เป็นบ้าน่ะสิเธอว่า แต่เธอไม่มีทางพูดออกไปหรอก เธอยังห่วงความปลอดภัยของตัวเองอยู่“อยากโกรธที่เราหายไปนาน พอดวงตาคู่นี้มองกลับมาหาพี่ตาแป๋ว กลับโกรธเราไม่ลง” อติรุจน์ตอบออกไปยิ้มๆ ทั้งยังขำตัวเองในใจ แค่ตาหวานคู่นี้มองมาอย่างคนซื่อ เขากลับโกรธคนตัวเล็กไม่ลง มันกลายเป็นความหมั่นเขี้ยวเข้ามาแทนว

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   บทที่สามสิบแปด ท้อง...

    บทที่สามสิบแปด ท้อง...19.58 น.เสียงกุกกักดังมาจากห้องครัว ทำให้สองแม่ลูกที่กำลังนั่งทานข้าวอยู่ใต้ต้นมะยม ห่างจากประตูด้านหลังครัวไปไม่มาก หันมองพร้อมกัน“เดี๋ยวกุ้งไปดูเอง” กวินตาหันมาบอกคนเป็นแม่ก่อน จากนั้นจึงลุกเดินเข้าไปดู เห็นหญิงสาวร่างบางหน้าตาคุ้นเคย กำลังจะล้างอะไรบางอย่างอยู่ที่ซิงค์ล้างมือ“เฮ้ย! วิวไม่ต้องเดี๋ยวพี่ล้างเอง” กวินตารีบเข้าไปห้ามน้องสาวแทบไม่ทันแล้วมันก็ไม่ทันแล้วด้วย กวินตามองเห็นเหลือจานอยู่เพียงไม่กี่ใบวรดาก็จะล้างเสร็จแล้ว “อะไรกันเนี่ย แย่งงานพี่กับแม่ไปทำหมดแล้ว แบบนี้กะจะเลิกจ้างกันเลยหรือไง”วรดาละมือจากจานที่กำลังล้างอยู่ ก่อนจะหันหน้าไปมอง “ไม่เอาหรอกค่ะ ให้วิวช่วยดีกว่า” ทานข้าวพึ่งเสร็จเธอก็ไม่มีอะไรให้ทำแล้ว จึงเป็นคนอาสาเก็บถ้วยจานเข้ามาในครัวล้างเองทีแรกคุณนายเคียงดาวกับอติรุจน์ห้ามเธอแล้ว แต่เธอบอกว่าขอเป็นคนทำเพราะไม่ชินกับการที่จะต้องมานั่งกินนอนกิน“ยัยคนนี้นี่ห้ามก็ไม่ยอมฟัง ดื้อมาก” กวินตาเดินเข้าไปใกล้วรดาแล้วใช้แขนกอดน้องรักไว้จนแน่นเธอกับแม่เคยบอกวรดาไปแล้วตั้งแต่ที่เกิดเรื่องขึ้น ว่าไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องกลัวว่าเธอกับแม่จะรู้สึกไม

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   บทที่สามสิบเจ็ด อบอุ่น...

    บทที่สามสิบเจ็ด อบอุ่น...“ไอ้พล! มึงดู๊ มึงดูพี่มึงงง”กรวิชญ์ชี้มือไปข้างหลังของอิทธิพลอย่างรวดเร็ว เมื่อมองเห็นอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนตัวออกไปจากฟาร์ม ใจของคนเรียกเต้นแรงจนรูจมูกขยายออกกว้าง ราวกับคนกำลังอยู่ในอารมณ์โกรธจัด มือที่กำลังชี้ให้เพื่อนดูเริ่มสั่นขึ้นเรื่อย ๆอิทธิพลหันหลังไปตามมือของกรวิชญ์ที่กำลังชี้ไป ปากหยักยกยิ้มขึ้นอย่างเข้าใจในอารมณ์ของเพื่อนตัวเอง“เข้ามายังไม่ถึงยี่สิบนาทีด้วยซ้ำ ออกไปอีกแล้ว”กูยังไม่หายเหนื่อยเลย !พี่มึงขับรถพาเมียออกไปข้างนอกอีกแล้วไอ้พล!“เออน่า..มึงก็เข้าใจเจ้านายมึงหน่อย”“เข้าใจบ้าอะไรกูเหนื่อย!”“แล้วจะทำยังไง ลาออกเลยมั้ยล่ะ” อิทธิพลว่าขึ้นมาอย่างใจเย็น ทั้งยังขำเพื่อนตัวเองไปด้วย“ไม่! กูยอมเหนื่อยเพิ่มก็ได้โว้ย!” ไอ้ห่าพลมันก็รู้ว่าเขาไม่กล้า ยังมาบอกให้ลาออกอีกถ้าลาออกแล้วกูจะเอาเงินที่ไหนกินว่ะ!แถวนี้ก็มีแค่ที่นี่ที่เดียวที่เงินดี แถมยังได้อยู่ใกล้บ้านตัวเองด้วย“งั้นก็ไปทำงาน เลิกน้อยใจเจ้านายมึงอย่างกับเป็นเมียเขาอีกคน” ส่ายหัวเมื่อพูดกับเพื่อนจบ เตรียมตัวจะก้าวขาเดินเข้าไปในออฟฟิศต่อ เขาตั้งใจว่าจะเข้าไปเคลียร์งานเอกสารที่ยัง

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   บทที่แปด พี่ถามว่ามองอะไร...  

    บทที่แปด พี่ถามว่ามองอะไร...“ว่าแต่ใครกันเหรอคะ? ป้าเคียงที่ชื่อวิว”หลังทานข้าวเสร็จ อัสมาเลือกอยู่คุยเล่นกับญาติผู้ใหญ่ต่อ ก่อนจะถามถึงสิ่งที่เธอยังไม่กระจ่างดี ซึ่งตอนนี้มีเพียงเธอกับป้าแค่สองคน ที่นั่งอยู่ภายในห้องนั่งเล่น“หลานของแม่ก้านเขานั่นแหละ”“น้าก้านมีหลานด้วยเหรอคะ?” อัสมาถามด้วยความ

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   บทที่เจ็ด อัสมา...

    บทที่เจ็ด อัสมา...วรดาสะดุ้งขึ้นด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงเรียกคุ้นหู ทุกสรรพสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหวพลันหยุดชะงักไปชั่วขณะ ร่างกายของเธอราวกับถูกสาปให้แข็งทื่อ ความหวาดหวั่นเริ่มแผ่กระจายไปทั่วทุกอณูกลัวคนเป็นป้าจะรู้เหลือเกินว่าเธอกำลังคิดไม่ซื่อกับเจ้านายของตัวเองอยู่“คะ” วรดาขานรับหลังจากรวบ

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   บทที่หก เซอร์ไพรส์...

    บทที่หก เซอร์ไพรส์...“มาคุยเรื่องของวิวกันดีกว่า”“เรื่องอะไรคะ?”“ทำไมไม่บอกพี่ครับ? ว่าเรากำลังเดือดร้อนอยู่” คิ้วหนาเลิกขึ้นสูงอย่างต้องการคำตอบวรดาทำหน้างงส่งไปให้คนอายุมากกว่า “แล้วจะให้หนูบอกคุณว่ายังไงคะ” เขาคิดอะไรอยู่ จู่ ๆ จะให้เธอไปบอกเขาว่า ‘คุณรุจขา หนูยังไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมเลยค่ะ’

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   บทที่ห้า หวั่นไหว...

    บทที่ห้า หวั่นไหว...เสียงโห่แซวเล็ดลอดผ่านซอกประตูเข้ามาในห้องสี่เหลี่ยม ทำให้หญิงสาวที่เพิ่งเดินมาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ต้องรีบหันกลับไปมองด้วยความสงสัยแต่ทว่าทุกอย่างกลับเงียบลงราวกับรู้ว่าเธอกำลังให้ความสนใจอยู่อย่างไรอย่างนั้นครั้นพอหันหน้ากลับมาทางเดิม ความสงสัยทุกอย่างกลับถูกแทนที่ด้วยค

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status