เข้าสู่ระบบ“ตารุจ!!” เธอได้ยินทุกอย่างที่ลูกชายกับกานดาคุยกัน “ทำไมหาลูกสะใภ้ได้ถูกใจแม่แบบนี้” เคียงดาวรีบสาวเท้าเดินออกมาจากหน้าประตูห้องนั่งเล่น
“ยังไม่นอนอีกเหรอครับ” เขาคิดว่าแม่ตัวเองขึ้นไปนอนแล้วเสียอีก คงจะติดละครอีกตามเคยถึงได้ยังไม่ขึ้นไป “พร้อมมั้ยครับ แม่ย่า”
“พร้อมตั้งแต่เห็นหน้าว่าที่ลูกสะใภ้แล้ว” คุณนายของฟาร์มพูดออกมาอย่างคนอารมณ์ดี นึกภาพไปถึงฟาร์มโคนมที่แสนกว้างใหญ่แห่งนี้ จะมีเสียงเด็กน้อยมาเพิ่มความสดใสในแต่ละวัน
“ครับ ไว้กลับมาจากประชุมโครงการ เดี๋ยวจะรีบจัดการให้เลยครับ”
“เยี่ยมมากลูกรัก แต่...มันจะไม่นานไปเหรอลูก” ความกังวลกลับมาอีกแล้ว ใบหน้าของหญิงวัยกลางคนกำลังคิดนัก
“คุยอะไรกันแม่ลูกคู่นี้ เสียงดังขึ้นไปชั้นบนเลย” เสียงของบุคคลที่สามดังขึ้นมาจากบันไดขึ้นชั้นสองของบ้าน เรียกความสนใจให้สองแม่ลูกหันไปมองเป็นตาเดียวกัน
“สวดมนต์เสร็จแล้วเหรอคะ รบกวนคุณหรือเปล่า” ภรรยาถามออกมาด้วยความเกรงใจ เพราะคิดว่าเสียงที่คุยกับลูกชายเมื่อสักครู่จะไปรบกวนสามีที่กำลังสวดมนต์อยู่ในห้องพระ
“ไม่รบกวนครับ” น้ำเสียงสุขุมและอ่อนโยนของสามีตอบกลับภรรยาออกไปอย่างสุภาพ “กำลังคุยเรื่องสนุกอะไรกันอยู่เหรอ” ร่างท้วมของชายวัยกลางคนเดินลงมาถึงบันไดขั้นสุดท้ายพอดี แล้วจึงสาวเท้าเดินมานั่งลงข้างกันกับลูกชาย
“หึ หึ” อติรุจน์ขำเบา ๆ ออกมาผ่านลำคอ
“ตกลงเรื่องอะไรกันตารุจ” ครองภพยังไม่หายสงสัย ประจวบเหมาะกับภรรยาของตัวเองเดินมานั่งลงด้านข้าง จึงหันหน้ามาทางคนที่นั่งลงใหม่ พลางเลิกคิ้วขึ้นอย่างขอคำตอบ
“กำลังคุยกันเรื่องน่ายินดีอยู่ค่ะ” รอยยิ้มของภรรยาถูกส่งมาให้สามีอย่างคนที่มีความสุข
“น่ายินดี?” ครองภพทำหน้าด้วยความสงสัย จนคุณนายของบ้านอย่างเคียงดาวอดขำไม่ได้
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณ เราขึ้นไปนอนกันดีกว่า เดี๋ยวตื่นมาใส่บาตรกันไม่ทัน” หญิงวัยใกล้หกสิบเปลี่ยนเรื่องพูดเพราะยังไม่อยากให้สามีรู้เรื่องด้วย
“เดี๋ยว ๆ ผมยังไม่รู้เรื่องด้วยเลยนะคุณนาย”
หลังจากผู้ให้กำเนิดทั้งสองขึ้นชั้นบนเพื่อไปนอนแล้ว อติรุจน์ยังคงนั่งปักหลักอยู่ที่เดิม ขณะเดียวกันก็นึกไปถึงใบหน้าหวานที่ปานนี้คงกลับไปร้องไห้ขี้มูกโป่งต่อในห้องของตัวเองต่อแล้ว
ที่เขาบอกวรดาไปว่า ใครจะคิดยังไงก็ช่างเขาไม่สนใจ คนเดียวที่เขาสนใจความรู้สึกตอนนี้ คือคนชื่อวรดาต่างหาก
ในเวลาเดียวกัน ห้องพักขนาดเล็กทางด้านหลังของบ้านไม้ทรงไทยหลังใหญ่
ภายในห้องสี่เหลี่ยมเวลานี้ยังเปิดไฟสว่างโร่ทั่วทั้งห้อง ทว่าเจ้าของห้องกลับนั่งนิ่งจ้องมองตัวเองผ่านกระจกหน้าโต๊ะเครื่องแป้งไม่ไหวติง
หยาดน้ำเม็ดเล็กเกาะพราวตามตัว ผมที่ยังไม่แห้งสนิทดีเพราะเพิ่งผ่านการสระมาหมาด ๆ ทว่าหญิงสาวเจ้าของเรือนร่างกลับมองมันอย่างไม่สนใจ
ในหัวยังคงคิดวนเวียนไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนเธอตั้งรับไม่ทัน ไหนจะความรู้สึกของเธอที่อยู่ข้างในก็ตีรวนไปพร้อมกันด้วย
คนบ้า!
ทำไมถึงมาเล่นกับใจเธอแบบนี้ แล้วเวลาเจอกันครั้งหน้าเธอต้องทำตัวแบบไหน ถึงจะเก็บอาการให้สงบนิ่งได้
วรดารีบดึงสติตัวเองกลับมา ก่อนจะลงมือจัดการให้ตัวเองอยู่ในชุดพร้อมนอนอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนที่เธอจะได้ทำอะไร เสียงมือถือดังขึ้นมาเสียก่อน
ครืด..ครืด
ครืด..ครืด
สองสายผ่านไปโดยที่เจ้าของเครื่องมือสื่อสารไม่ใส่ใจที่จะรับสักเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากรับสาย แต่มันเป็นเพราะว่าเธอไม่พร้อมคุยด้วยต่างหาก จึงเลือกไม่สนใจแล้วเดินไปปิดไฟในห้องเพื่อที่จะได้เข้านอนแทน
ส่วนเจ้าของเบอร์ที่โทรไปหาคนตัวเล็ก ได้แต่ยืนรับลมบนระเบียงบ้านชั้นสองด้วยใบหน้าที่ไม่สบอารมณ์
ดวงตาคมเข้มมองไฟในบ้านหลังเล็กที่ถูกดับลงไปต่อหน้าต่อตา ทว่าแม่คุณคนที่เขาต่อสายหา กลับไม่สนใจรับโทรศัพท์เขาเลย
ทั้งที่เขายืนอยู่บนนี้ยังได้ยินเสียง
ไว้ให้วรดาใจเย็นลงกว่านี้ก่อน ถ้าจะให้รวดเร็วทันใจเขาเลยเดี๋ยวนี้คงไม่ได้ แค่โทรไปเธอยังไม่คิดจะรับสายเขาเลย
เช้าวันต่อมาท้องฟ้าปลอดโปร่งไร้เมฆหนาปกคลุมเหมือนอย่างเคย ทำให้อากาศในเช้าวันนี้สดชื่นขึ้นกว่าเมื่อวานมาก
“วิว เช้านี้เตรียมอาหารแค่สองที่นะ” กวินตาเดินเข้ามาหลังจากที่คุยกับแม่พึ่งเสร็จ
“ทำไมถึงสองที่คะพี่กุ้ง” วรดาชะงักมือกับวัตถุดิบตรงหน้า เธอกำลังเตรียมของเพื่อทำมื้อเช้า ก่อนจะหันไปหาคนที่ตัวเองนับถือเหมือนพี่สาวด้วยความแปลกใจ
“คุณรุจไม่อยู่น่ะ แม่บอกว่าไปธุระตั้งแต่เช้ามืดแล้ว”
“อ๋อ...ค่ะ” ความรู้สึกดีใจผลุดขึ้นกลางอก เมื่อได้ยินสิ่งที่กวินตาบอกเล่า เธอไม่พร้อมที่จะเจอเขา
เหตุการณ์เมื่อวานมันยังใหม่สำหรับเธอมาก ไม่รู้ว่าพี่สาวกับป้ามาเห็นด้วยหรือเปล่า
“ใกล้จะเสร็จหรือยังลูก” กานดาเดินเข้ามาถามสองสาวอยู่ในห้องครัว
“ใกล้แล้วแม่” กวินตาตอบแม่ออกไปโดยที่ไม่ได้หันไปมอง เพราะมัวแต่ยุ่งอยู่กับกระทะอาหารที่กำลังเดือดได้ที่
“งั้นถ้าทำเสร็จแล้ว ยกออกไปตั้งโต๊ะรอได้เลยนะ” บอกสองสาวเสร็จก็เดินออกไปจากห้องครัว เพื่อไปเตรียมความพร้อมด้านนอกรอ
“ค่า” สองสาวประสานตอบรับอย่างพร้อมเพรียงกัน
โต๊ะอาหารสไตล์ลักชูรี่ ถูกจัดวางเมนูอาหารไว้สองสามเมนูอย่างเป็นระเบียบ หญิงวัยกลางคนเดินมาพร้อมกับคนเป็นสามี รู้สึกพึงพอใจมาก หลังจากที่ใช้สายตาตรวจมองเมนูสำหรับมื้อเช้าวันนี้
ผัดบวบไข่ใส่หมูสับถูกตักชิมเป็นอย่างแรก หลังจากที่เคียงดาวนั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว เมนูต่อมาคือยำมะเขือย่างไข่ต้มกุ้งสุก ถูกคุณนายของบ้านตักชิมเป็นอย่างที่สอง
ประกายตาแวววาวของคุณนายของบ้านฉายขึ้นอย่างถูกอกถูกใจ จนต้องตักขึ้นมาคลุกกับข้าวชิมอีกครั้ง
“เป็นยังไงบ้างคุณ ไม่พูดไม่จา” ทำหน้าทำตาให้คนได้ลุ้นตามจริง ๆ เมียเขานี่
คนถูกตามไม่ตอบ แต่กลับยื่นมือไปตักต้มจืดไข่น้ำเมนูสุดท้ายบนโต๊ะอาหารขึ้นมาชิม “หื้ม..เข้ากันแบบสุด ๆ เลยอาหารเช้านี้” หันหน้าไปทางสามี แล้วชี้นิ้วไปทางเมนูที่สอง
“อร่อยมากคุณ ลองชิมนี่ดูค่ะ แล้วก็ซดน้ำต้มจืดตบท้ายด้วย” ยำมะเขือย่างไข่ต้มกุ้งสุก ถูกตักไปที่จานของครองภพ คุณผู้ชายของบ้านไม่รอช้า รีบยกขึ้นตักชิมตามคำแนะนำของภรรยา ตามด้วยต้มจืดถูกตักซดตบท้าย
“แซ่บมาก! ไม่เผ็ดจัดจ้านเกินไป มันกลมกลืนกันมาก” ไม่ได้มีแค่คำชมเพียงเท่านั้น แต่ยังมีท่าทางประกอบ ทำเอาเคียงดาวที่รอฟังคำตอบจากปากของสามี ต้องขำพืดออกมาเลยทีเดียว
“อันนี้หนูวิวเป็นคนทำใช่มั้ย” เคียงดาวหันหน้ามาทางกวินตา ที่เดินออกมาจากประตูห้องครัวพอดี
สามสาวแม่ครัวประจำฟาร์ม หลังจากช่วยกันตั้งโต๊ะรับประทานอาหารเรียบร้อยแล้ว จึงพากันไปนั่งทานข้าวที่หลังครัวใต้ต้นมะยม เพราะไม่อยากรบกวนเวลาทานข้าวของเจ้านาย ได้ยินเจ้านายคุยกันเสียงดัง แม่จึงใช้ให้เธอมาดู เผื่อเจ้านายต้องการอะไรเพิ่มเติม
“ใช่ค่ะ น้องทำต้มจืดไข่น้ำกับยำมะเขือย่างไข่ต้มกุ้งสุก ส่วนผัดบวบไข่ใส่หมูสับ กุ้งเป็นคนทำค่ะ” กวินตามองหน้าของเจ้านายด้วยความสงสัย หรือว่าอาหารไม่ถูกปากของคุณทั้งสอง “มีอะไรหรือเปล่าคะ? หรือว่าไม่อร่อย” เธอจะได้ไปบอกแม่มาทำให้ใหม่ เพราะแต่เดิมแม่เป็นคนทำอาหารให้คุณทั้งสองทาน
เมื่อก่อนแม่เธอจะเป็นคนทำอาหารให้คุณนายกับคุณผู้ชายทาน ทว่าเดี๋ยวนี้อาหารเกือบทุกเมนูที่ทำขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นวรดาที่เป็นคนเสียมากกว่า
“อร่อยมากต่างหาก ฉันกับคุณภพชอบมาก โดยเฉพาะอันนี้ อะไรย่าง ๆ นะ” จำชื่อไม่ได้ด้วยสิ แต่เธอชอบมาก รสชาติมันถึงพริกถึงขิงดี
“ยำมะเขือย่างไข่ต้มกุ้งสุกค่ะ”
“นั่นแหละชอบมาก”
คำชื่นชมจากสองสามีภรรยา ถูกถ่ายทอดมาถึงคนทำอย่างวรดา หญิงสาวยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจและถอนหายใจอย่างโล่งอกในเวลากัน เพราะเธออยากทำอาหารที่ดูแตกต่างไปจากเมนูในทุกเช้าดูบ้าง
จึงเลือกลองทำเมนูนี้ขึ้นมา เธอเคยเห็นมาผ่านตาบ้างในโซเชียล
“อย่างนั้นเหรอคะ” ใบหน้าสวยยิ้มออกมาอย่างดีใจ จนเห็นฟันเรียงตัวกันอย่างสวยงาม
“ดูท่าแล้วคงชอบมากเลยล่ะวิว” คนมีสักเป็นพี่เก็บรายละเอียดมาจากท่าทางของเจ้านายพูดออกไปตามที่เห็นแบบนั้นจริง ๆ
“อย่างนี้ป้าคงเบาใจมาก ที่คุณนายชอบรสมือของวิว”
รอยยิ้มดวงน้อยบนมุมปาก ถูกส่งไปให้คนตรงหน้า อย่างถ่อมตน พลางมองหน้าของคนที่เปรียบเสมือนแม่คนที่สองของเธอ
“ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยเหลือหนู”
มือสวยถูกยกขึ้นไหว้อย่างอ่อนน้อม จนคนมองรู้สึกเอ็นดูไม่น้อย มือที่เริ่มเหี่ยวย่นยกขึ้นมากุมมือสวยเอาไว้ พร้อมกับมองหน้าหญิงสาวไปด้วย
วรดาคือคนที่สวยมาก แถมยังเป็นที่เรียร้อย รู้จักกาลเทศะคนหนึ่งเท่าที่เคยเห็นมา ไม่แปลกที่เจ้านายของเธอจะตกหลุมรัก
“ไม่เป็นไรเลยลูก ป้ายินดีมาก ๆ” ถ้ามันจะทำให้หลานสาวเธอคนนี้ มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน “คุณรุจเขามาขออนุญาตป้า”
ตอนพิเศษ3...ปัจจุบัน“วิวรู้หรือเปล่า วันนั้นทำไมวิวหันมาถึงเห็นพี่ยืนอยู่ข้างหลังเรา” อติรุจน์พูดขึ้นหลังจากที่พาวรดาขับรถเอทีวีเข้ามาในสวน ก่อนเขาจะพาหญิงสาวเดินเข้ามาหลบแดดในศาลากลางสวนวรดานึกย้อนไปถึงหนก่อนที่เธอเข้ามาในสวนคนเดียว “ทำไมคะ” หญิงสาวหันหน้ามายิ้มละมุน “พี่รุจตามวิวเข้ามาเหรอคะ”คนอายุมากกว่านึกขำ “ก็ไม่เชิง พี่เข้ามาตามไอ้พลมันน่ะ แต่ตอนขากลับออกมาเห็นจักรยานวิวจอดอยู่ พี่ก็เลยจะเข้ามาเคลียร์ปัญหากับเรา”“อ๋อค่ะ”“แล้วตอนนั้นเราไม่ได้ยินเดสียงรถพี่เลยเหรอ”หญิงสาวขมวดคิ้วพร้อมกับเอียงคอ “ไม่เลยค่ะ” ตอนนั้นเธอไม่ได้ยินเสียงรถของเขาจริง ๆ เพราะมัวแต่ใจลอยคิดเรื่องของเขานั้นแหละ“คิดอะไรอยู่ ฮึ” อติรุจน์นึกเอ็นดูเมียตัวน้อยของตัวเอง “ไม่ใช่ว่ากำลังคิดถึงคนอื่นที่ไม่ใช่พี่อยู่หรอกนะ”เจ้าของใบหน้ารูปไข่รีบส่ายหน้าไปมาพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม “วิวยอมรับตรงนี้เลยค่ะ ตั้งแต่ที่วิวรู้จักพี่รุจมาไม่มีเลยสักครั้งที่จะไม่นึกถึง”คนฟังอมยิ้มปลื้มปริ่มเข้าไปอีก “แล้วตกลงว่าวันนั้นเราเหม่ออะไรอยู่ครับ”“เหม่อหาพี่รุจเลยค่ะ”“หื้ม?”“ค่ะ” วรดาพยักหน้ารับ“ยังไงครับ”“เรื่องพี
ตอนพิเศษ2...สองปีก่อน“ตอนนี้จากับพี่โจอยู่ที่ไหนกันแล้ว”วรดารีบก้าวเท้าไปตามทางเดินข้างตึกเรียน ที่เธอเพิ่งเดินลงมาถึงชั้นล่างด้วยความเร่งรีบเธอมีนัดกับพี่สาวของเพื่อนตอนเที่ยงพอดี ก่อนหน้านี้พี่สาวของจารวีโทรมาหาบอกว่าถึงแล้วเพื่อนของเธอเลยขอตัวไปรับก่อน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เธอขอแยกไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำด้วยก็เลยคาดกัน(ร้านคาเฟ่ข้างตึกเรียนเราเลยวิว ตอนนี้วิวอยู่ที่ไหน)“เดินลงมาจากตึกแล้ว กำลังจะเดินไปหาจ้ะ”พอวางสายจากเพื่อนเสร็จวรดาก็รีบเดินไปให้ถึงเร็วที่สุดมุมด้านในของร้านคาเฟ่ขนาดเล็ก มีสองหนุ่มเพื่อนซี้กำลังนั่งสนทนากันด้วยท่าทีสบาย ซึ่งตรงที่ทั้งสองนั่งอยู่นั้นเป็นมุมที่ติดกับกระจกใสบานกว้าง เผยให้เห็นทางเดินภายนอกได้อย่างชัดเจน“แล้วตกลงมึงจะว่างตอนไหน กูจะได้แจ้งผู้ใหญ่ไป” วีรภัทรพูดขึ้นหลังจากวางแก้วกาแฟที่จิบลง “แต่ถ้ามึงไม่ว่างก็ไม่เป็นไร”อติรุจน์ขมวดคิ้ว “หาคนได้แล้วรึ” แก้วกาแฟที่กำลังจะยกขึ้นถูกวางลงไปทันที“ไม่เชิงหรอก ก็ถ้ามึงไม่ว่างไง อาจารย์พ่ออาจารย์แม่ในคณะก็ต้องมีตัวเลือกสำรองถูกต้องมั้ย” แต่ที่เลือกอติรุจน์มาเป็นอันดับแรกคือเพื่อนเขามันเก่งไง ปริ
ตอนพิเศษ1...เสียงนกร้องลอยมาตามลมช่วยปลุกให้หญิงสาวที่กำลังหลับไหลอยู่บนเตียงนุ่มลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสายของอีกวันแสงแดดที่แทรกผ่านผ้าม่านผืนบางเข้ามา ทำให้คนที่พึ่งรู้สึกตัวรู้ว่าเวลานี้น่าจะสายมากแล้ว เธอจากนั้นจึงหันไปสำรวจห้องกว้างเพื่อมองหาใครบางคนทว่าทั้งห้องกลับตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงนกร้องที่ดังสอดแทรกเข้ามาอยู่เป็นระยะ แสดงว่าอติรุจน์คงอยู่ในฟาร์มแล้ว หญิงสาวจึงมองหาโทรศัพท์มือถือเพื่อมองดูเวลา ในขณะเดียวกันเครื่องมือสื่อสารก็แผดเสียงออกมาเช่นเดียวกัน“ค่ะ พี่รุจ” หญิงสาวขานรับด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง(พึ่งตื่น?)วรดาทำหน้าบึ้งส่งให้คนในสาย “ค่ะ กี่โมงแล้วคะ?” เมื่อสักครู่เธอยังไม่ทันได้ดูเวลา อติรุจน์ก็โทรเข้ามาก่อน(จะเที่ยงแล้วครับ)“ห๊ะ!” จากที่ยังรู้สึกเพลียๆอยู่ ตอนนี้เธอตื่นเต็มตาแล้วตอนแรกที่รู้สึกตัว เธอนึกว่าแค่ช่วงประมานเก้าโมงเช้าไม่เกินนี้แน่นอนแต่ทว่าสิ่งที่อติรุจน์ตอบกลับมาทำให้เธอแทบกระโดดลงจากเตียงแม่เจ้าเธอทุบสถิติจากเมื่อวานได้อย่างไม่คาดคิดเสียงหัวเราะดังมาจากปลายสายยิ่งทำให้เธอรู้สึกมีน้ำโหขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย“ทำไมพี่ไม่ปลุกวิวคะ? ไม่รู้ว
บทที่สามสิบเก้า สามีที่ดีไม่ควรจะเอาเปรียบภรรยา...มือหนาจับลูกบิดประตูหมุน ก่อนจะผลักบานประตูไม้เข้าไปด้านในและปิดกลับลงไปตามเดิมเท้าแกร่งพาวรดาก้าวไปหยุดยืนที่ปลายเตียงก่อนจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระ“มีอะไรเหรอคะ?” หรือเขางอนที่เธอหายไปนาน เธอมองสบตากับเขาที่ยังทำสีหน้าเรียบนิ่งอติรุจน์ก้าวขาเดินต้อนคนตัวเล็กไปอย่างเชื่องช้า จนเข้ามุมของห้องได้จนสำเร็จ ลำแขนแกร่งยกขึ้นขังคนตัวเล็กไว้ทั้งสองข้างสีหน้าของวรดาดูตกใจมากที่โดนเขาไล่ต้อนแบบนี้ ทว่าก็ยังไม่ได้กระโตกกระตากออกมาให้เขาได้เห็น เวลาต่อมาเป็นเขาเสียเองที่อดทนทำหน้าเรียบนิ่งต่อไม่ไหววรดารู้สึกสับสนไปกับอาการของอีกคน เมื่อกี้ยังดูขึงขังจนน่ากลัวอย่างกับยักษ์ ทำไมตอนนี้กลายมาเป็นคนอารมณ์ดีไปแล้ว“ตกลงพี่รุจเป็นอะไรคะ?” หญิงสาวถามออกไปอีกครั้ง เป็นบ้าน่ะสิเธอว่า แต่เธอไม่มีทางพูดออกไปหรอก เธอยังห่วงความปลอดภัยของตัวเองอยู่“อยากโกรธที่เราหายไปนาน พอดวงตาคู่นี้มองกลับมาหาพี่ตาแป๋ว กลับโกรธเราไม่ลง” อติรุจน์ตอบออกไปยิ้มๆ ทั้งยังขำตัวเองในใจ แค่ตาหวานคู่นี้มองมาอย่างคนซื่อ เขากลับโกรธคนตัวเล็กไม่ลง มันกลายเป็นความหมั่นเขี้ยวเข้ามาแทนว
บทที่สามสิบแปด ท้อง...19.58 น.เสียงกุกกักดังมาจากห้องครัว ทำให้สองแม่ลูกที่กำลังนั่งทานข้าวอยู่ใต้ต้นมะยม ห่างจากประตูด้านหลังครัวไปไม่มาก หันมองพร้อมกัน“เดี๋ยวกุ้งไปดูเอง” กวินตาหันมาบอกคนเป็นแม่ก่อน จากนั้นจึงลุกเดินเข้าไปดู เห็นหญิงสาวร่างบางหน้าตาคุ้นเคย กำลังจะล้างอะไรบางอย่างอยู่ที่ซิงค์ล้างมือ“เฮ้ย! วิวไม่ต้องเดี๋ยวพี่ล้างเอง” กวินตารีบเข้าไปห้ามน้องสาวแทบไม่ทันแล้วมันก็ไม่ทันแล้วด้วย กวินตามองเห็นเหลือจานอยู่เพียงไม่กี่ใบวรดาก็จะล้างเสร็จแล้ว “อะไรกันเนี่ย แย่งงานพี่กับแม่ไปทำหมดแล้ว แบบนี้กะจะเลิกจ้างกันเลยหรือไง”วรดาละมือจากจานที่กำลังล้างอยู่ ก่อนจะหันหน้าไปมอง “ไม่เอาหรอกค่ะ ให้วิวช่วยดีกว่า” ทานข้าวพึ่งเสร็จเธอก็ไม่มีอะไรให้ทำแล้ว จึงเป็นคนอาสาเก็บถ้วยจานเข้ามาในครัวล้างเองทีแรกคุณนายเคียงดาวกับอติรุจน์ห้ามเธอแล้ว แต่เธอบอกว่าขอเป็นคนทำเพราะไม่ชินกับการที่จะต้องมานั่งกินนอนกิน“ยัยคนนี้นี่ห้ามก็ไม่ยอมฟัง ดื้อมาก” กวินตาเดินเข้าไปใกล้วรดาแล้วใช้แขนกอดน้องรักไว้จนแน่นเธอกับแม่เคยบอกวรดาไปแล้วตั้งแต่ที่เกิดเรื่องขึ้น ว่าไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องกลัวว่าเธอกับแม่จะรู้สึกไม
บทที่สามสิบเจ็ด อบอุ่น...“ไอ้พล! มึงดู๊ มึงดูพี่มึงงง”กรวิชญ์ชี้มือไปข้างหลังของอิทธิพลอย่างรวดเร็ว เมื่อมองเห็นอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนตัวออกไปจากฟาร์ม ใจของคนเรียกเต้นแรงจนรูจมูกขยายออกกว้าง ราวกับคนกำลังอยู่ในอารมณ์โกรธจัด มือที่กำลังชี้ให้เพื่อนดูเริ่มสั่นขึ้นเรื่อย ๆอิทธิพลหันหลังไปตามมือของกรวิชญ์ที่กำลังชี้ไป ปากหยักยกยิ้มขึ้นอย่างเข้าใจในอารมณ์ของเพื่อนตัวเอง“เข้ามายังไม่ถึงยี่สิบนาทีด้วยซ้ำ ออกไปอีกแล้ว”กูยังไม่หายเหนื่อยเลย !พี่มึงขับรถพาเมียออกไปข้างนอกอีกแล้วไอ้พล!“เออน่า..มึงก็เข้าใจเจ้านายมึงหน่อย”“เข้าใจบ้าอะไรกูเหนื่อย!”“แล้วจะทำยังไง ลาออกเลยมั้ยล่ะ” อิทธิพลว่าขึ้นมาอย่างใจเย็น ทั้งยังขำเพื่อนตัวเองไปด้วย“ไม่! กูยอมเหนื่อยเพิ่มก็ได้โว้ย!” ไอ้ห่าพลมันก็รู้ว่าเขาไม่กล้า ยังมาบอกให้ลาออกอีกถ้าลาออกแล้วกูจะเอาเงินที่ไหนกินว่ะ!แถวนี้ก็มีแค่ที่นี่ที่เดียวที่เงินดี แถมยังได้อยู่ใกล้บ้านตัวเองด้วย“งั้นก็ไปทำงาน เลิกน้อยใจเจ้านายมึงอย่างกับเป็นเมียเขาอีกคน” ส่ายหัวเมื่อพูดกับเพื่อนจบ เตรียมตัวจะก้าวขาเดินเข้าไปในออฟฟิศต่อ เขาตั้งใจว่าจะเข้าไปเคลียร์งานเอกสารที่ยัง
บทที่ยี่สิบสี่ พาแมวกลับไปรับโทษ...“คุณรุจ!!”หญิงสาวอุทานออกมาด้วยความตกใจ แทนที่เธอจะความรู้สึกกลัว แต่มันกลับตรงกันข้ามอติรุจน์มาทำอะไรที่นี่หรือว่า..เขาพาเดินห้างกับแฟนไวเท่าความคิด วรดาก็พยายามสอดส่ายสายตาไปทางนั้นทีทางนี้ที ผลปรากฏว่ามีเพียงเขาคนเดียวที่ยืนอยู่จุดนี้ ถ้าไม่นับรวมกับคนอื่น
บทที่สิบสาม เสน่ห์แรงเหลือร้าย...“ของพี่เอาทุกอย่างเลยครับ” น้ำเสียงสุภาพของผู้มาใหม่ ทำให้ร่างบางที่มัวแต่ก้มหน้าก้มตา ตักกับข้าวอย่างเดียวต้องเงยหน้าขึ้นมาดู“ค่ะ”รับคำเสร็จวรดาก็รีบจัดการให้ ไม่ลืมที่จะส่งรอยยิ้มบนมุมปากที่เผยขึ้นมาเล็กน้อย ทำให้คนที่ทำงานมาเหนื่อย ๆ หายเป็นปลิดทิ้ง“วันนี้พี่
บทที่สิบสอง กินกันไม่ลง...จักรยานคันสีชมพูซีดถูกนำออกมาจากโรงจอดรถของบ้านทรงไทยโดยมีกวินตาเป็นคนปั่นส่วนวรดานั้นเป็นคนนั่งซ้อนท้าย ทิศทางของรถหันหน้าไปทางด้านขวามือของคนปั่นจุดมุ่งหมายที่สองสาวจะไปคือโรงครัวหรือโรงอาหารของฟาร์มแห่งนี้หลังจากช่วยกันทำความสะอาดภายในบ้านทรงไทยจนเสร็จแล้ว“พี่กุ้ง
บทที่สิบเอ็ด มีแต่คุณรุจ...วรดาชะงักค้างกับสิ่งที่ได้ยิน ลมหายใจเริ่มติดขัด ริมฝีปากเม้มเข้าหากันจนแน่น ทำให้คนที่ผ่านประสบการณ์มาก่อนอย่างกานดารับรู้ได้ไม่ยาก“หึ หึ” เสียงขำในลำคอของกานดายิ่งทำให้วรดาเริ่มใจคอไม่ดี“ข...ขออะไรคะ” น้ำลายเหนียว ๆ ถูกกลืนลงไปอย่างอยากลำบาก ปากเริ่มสั่น กลัวเหลือเกิ







