Mag-log inจีน พาร์ท ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากนอนพักไปนานหลายชั่วโมง ริมฝีปากและลำคอเเห้งผาดทันทีที่พบว่าในห้อง มีเพียงแค่ฉันกับพี่ชายตัวเอง พี่เจย์นั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง สีหน้าเคร่งเครียด นั่งนิ่งไม่พูดไม่จา บ่งบอกว่าฉันเพิ่งจะพลาดอะไรไปสักอย่างระหว่างนอนหลับพี่ทัพหายไปแล้ว..จำได้ว่าฉันกินยาแก้เวียนหัวไป หลังจากนั้นก็หลับเหมือนซ้อมตายไปเลย“พี่เจย์” ฉันเอ่ยชื่อคนที่นั่งหน้านิ่ง พลางหยัดกายลุกขึ้นนั่ง เอนหลังพิงกับหัวเตียงอย่างหมดแรง“ก่อนหน้านี้ที่พี่โทรหาเราเป็นสิบสาย ทำไมไม่รับวะจีน”“.....”“เราอยู่ไหน”ไม่ทันจะได้ปรับโฟกัสหรือย้อนรำลึกความหลังว่าเกิดอะไรขึ้น คนที่จับผิดฉันมาตลอดก็จู่โจมคำถามที่หาเรื่องกันทันทีฉันยกมือขึ้นกุมขมับ ก่อนจะมุ่นคิ้วมองพี่เจย์กลับเช่นกัน“ก่อนหน้านั้นจีนอยู่ห้องค่ะ”“แน่ใจหรอว่าอยู่ห้อง..”“แน่ใจค่ะ” ฉันตอบกลับไม่เต็มเสียง นั่งชันเข่าเอามือกำผ้าปูที่นอนแน่นหัวใจมันเต้นแรงจนรู้สึกได้ การโกหกคำโตออกไปมันทำให้ฉันหน้าซีดเซียวเหมือนคนไม่มีแรง แม้กระทั่งจะสบตากับคู่สนทนาก็ยังไม่กล้าพอเลยหากโกหกเพียงหนึ่งครั้ง เราจะต้องปิดบังความลับนั้นตลอดไป ซึ่งมันทำให้ฉันรู้สึกใจค
ผมส่ายหน้าแทนคำตอบ พลางควักน้ำขึ้นมาลูบวนบนหัวไหล่มนสีชมพูผิวของเธอมันขาวอมชมพูราวกับไข่มุก แค่แตะนิดแตะหน่อยเนื้อตัวก็แดงแจ๋เป็นมะเขือเทศซะแล้วไม่ต้องพูดถึงจุดนั้นของเธอเลย บอกตามตรงว่าผมชอบตอนที่ได้รังแกเธอ เด็กนี่พัฒนาเร็วจนผมยังตั้งตัวไม่ทัน จากไร้เดียงสาก็ขยับขั้นขึ้นมาเป็นแมวป่ายั่วสวาทเหมือนเมื่อคืนซะแล้ว “อ่า ไม่เป็นไรค่ะ”“ถึงเวลาเดี๋ยวก็ได้ดู”เจ้าของแก้มนิ่มเอี่ยวใบหน้าหันมอง พลางพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มอย่างว่าง่ายผมยิ้มรับ“ว่าแต่เธอเริ่มชอบผลงานพวกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”“ตั้งแต่เห็นภาพ Girl with a Pearl Earring ค่ะ สวยสะดุดตาจนนึกว่าภาพถ่ายเลย”ผมพยักหน้ารับตาม นั่งตั้งใจฟังเธอที่อธิบายเสียงราบเรียบชวนน่าฟังแปลไม่ออกเลยว่าน้ำเสียงของเธอในตอนนี้ มันเป็นเรื่องจริงหรือโกหกกันแน่“เธอในภาพวาดสวยงามจนคิดว่าภาพถ่าย แถมภาพนั้นยังดูดีราวกับมีชีวิตอีกด้วย”“อืม แค่นั้นหรอ”“อีกอย่างจีนชอบที่ศิลปะไม่มีชนชั้นวรรณะ.. ไม่มีใครมาตัดสินเราได้ด้วย”อาจจะฟังดูสวยหรู แต่ใช่เขานิยามว่าศิลปะไม่มีชนชั้นวรรณะ ไม่มีผิดไม่มีถูก แต่ก็ยังมีคนตัดสินพวกเราอยู่ดีเพราะงั้นผมก็แค่ก้าวข้ามมันไป ทิ้ง
กองทัพ พาร์ทท้องทะเลสีครามภายใต้ฟ้าสีหม่นช่วงเช้ามืด เป็นช่วงเวลาที่ผมโปรดปราณเป็นพิเศษ ได้กลิ่นอายของทะเล ยืนฟังเสียงคลื่นพลางจุดบุหรี่แล้วอัดควันเข้าปอดเพียงลำพังผมชำเลืองหางตามองคนตัวเล็กบนเตียง ที่ยังคงนอนหลับใหลไม่ได้สติ เธอไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำตอนผมอุ้มขึ้นมานอนข้างบนนานร่วมนาทีแต่ผมยังอยู่ตรงนี้ไม่ขยับไปไหน ยืนมองท้องทะเลกว้างไกลแสนไกลจนลับตา ก่อนจะขยี้บุหรี่ในมือลงบนโถแล้วกลับเข้าไปข้างใน“เธอ” “....”“เธอครับ”ผมเดินกลับมานั่งลงที่ข้างเตียง พลางหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายภาพเจ้าของรอยยิ้มสวย ที่กำลังนอนหลับตาพริ้ม ริมฝีปากสีระเรื่อเผยอขึ้นเล็กน้อย“น่ารัก..” ผมแยกยิ้ม พลางกดชัตเตอร์บนมือถือรัวหลายภาพพอถ่ายเสร็จผมก็ยังคงนั่งจ้องใบหน้าหมดจดของอีกฝ่ายไม่ละไปไหน ก่อนจะลากไล้นิ้วเรียวไปตามแก้มระเรื่อของอีกฝ่ายอย่างถือสิทธิ์“อื้อ” เสียงงัวเงียดังขึ้นเมื่อถูกรบกวน แต่ผมก็ยังไม่หยุดหยอกเย้าคนหลับ ด้วยการฝังปลายจมูกลงบนต้นคอขาว สูดดมกลิ่นกายหอมยามเช้าตรู่“พี่ทัพ..” เธอส่งเสียงขัดใจในลำคอ“ว่าไงคะ” ผมคลอเคลียข้างแก้มขาว ก่อนจะกระถดตัวลงมานอนใต้ผ้าห่มเดียวกันกับเธอ“ขอนอนต่อได้มั้ย”“ไม่ไ
น้ำตาเอ่อคลอเบ้า ปล่อยให้เขาขยี้จุดกระสันซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนร่างกายที่เพิ่งเสร็จไปกระตุกตอดครั้งที่สองติดต่อกันแข้งขาฉันอ่อนแรง ถึงกับทรุดฮวบไปกับพื้นกับดอกสุดท้ายที่พี่ทัพสวนสะโพกเข้าใส่น้ำรักชุ่มแฉะคาร่องสวาท คลั่งค้างอยู่ข้างในและกำลังจะไหลออกมา จากการที่ฉันขมิบถี่รัวพี่ทัพอุ้มฉันขึ้นมานั่งบนตักอีกครั้ง กลางกายยังคงแข็งสู้มือไม่มีหด ส่วนฉันก็ยังรู้สึกถึงแรงอารมณ์ข้างในที่ยังไม่เคยพอ“ขอจีนขึ้นนะ”“จะออนท็อปหรอ”“ได้มั้ย..”“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” พูดจบเขาก็กระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะอุ้มฉันจนตัวลอย เดินลงมานั่งบนโซฟาเบดแนวยาวเจ้าตัวนอนราบลงไป พลางใช้สายตาพยักพเยิดให้ฉันขึ้นไปนั่งบนตอยักษ์ที่ชี้โด่ชี้เด่นั่นได้ทันทีฉันคลานเข่าเข้าไปหา ก้มหน้าจูบซับที่ต้นขาของพี่ทัพ ทำรอยรักสีช้ำเอาไว้เด่นหรา พลางเงยหน้าสบสายตาคู่สวยแล้วยกยิ้มมุมปากฉันจับแกนกายของเขาด้วยมืออันสั่นเทา ลมหายใจหอบถี่กระชั้น ก่อนจะยกสะโพกจับลำเอ็นจ่อเข้าที่ร่องสวาทที่อัดแน่นไปด้วยน้ำกามสีขาวขุ่นกึก“อ๊า”ลำเอ็นไหลเข้ามาพรวดเดียวด้วยความลื่นจากน้ำเหนียวก่อนหน้านี้ ท่านี้มันทำให้กลีบอูมเปิดกว้าง รวมถึงพี่ทัพสามารถมองเห็นสีหน้าฉ
น้ำตาร่วงเผาะลงบนแก้มใส ไม่ใช่ว่าเสียใจ แต่เป็นเพราะความเสียวซ่าน ยามที่ร่างกายขย่มตอยักษ์ขึ้นลงอย่างยากลำบากต่างหากจากที่แง่งอนพอได้พลิกบทบาทมาขึ้นคร่อม ฉันก็เผลอลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไปชั่วขณะฉันยกมือขึ้นเสยผมพ่นเสียงครางหวานกระเส่าเป็นระยะ ขณะที่กำลังขย่มตอยักษ์บนตักแกร่ง เอียงคอเล็กน้อยแล้วบดขยี้เอ็นร้อนจนอีกฝ่ายซู้ดปากร้องซี๊ด“ให้ช่วยมั้ย”“ไม่ค่ะ.. อื้อ จีนทำเอง”ไม่ใช่เวลาที่จะมาสนทนาพูดคุย ฉันกำลังรวบรวมสติที่เตลิดให้กลับคืนมา เพื่อจะไขว่คว้าความต้องการทำให้เขากระสันไปทั้งร่าง ในตอนที่ฉันเป็นฝ่ายคุมเกม"อึก" ฉันกัดริมฝีปากล่างจนห้อเลือด ไม่เคยรู้สึกเข้าใกล้ความวูบวาบขนาดนี้มาก่อน"สัด ถุงยางหยิบไม่ทัน" คนตัวสูงสบถหยาบ มือก็ฟาดลงบนก้นขาวจนเกิดรอยแดง"จะ..จริงหรอคะ""ใกล้แตกจะบอก.. ถอดให้ทันละกัน""อะ..อ๊า"ฉันหลุบตามองหน้าท้องที่กลัดเกร็ง ลมหายใจขาดห้วง พลางขยับสะโพกขึ้นลงบนกลางกายที่แข็งขืนขึ้นมาพี่ทัพนั่งอ้าขากว้าง งัดเอวสอบให้เป็นฐานรักระหว่างเราสองคน ความจุกเสียดแล่นลิ้วขึ้นมาที่หน้าท้อง ในตอนที่พี่ทัพอำนวยความสะดวกให้ฉันออนท็อปได้ง่ายขึ้นเสียวซ่านจนเลือดลม
พอทำท่าจะลุกขึ้นออกไป มือหนาก็รั้งเอวฉันไว้ไม่ให้หนี ดึงกลับมานั่งบนตักเพื่อดูหนังตรงหน้าให้จบ ท่ามกลางความรู้สึกอึดอัดระหว่างเราสองคน“ทำไมเวลาอยู่ด้วยกันถึงชอบพูดเรื่องคนอื่น”“จีนแค่อยากรู้นี่ อีกอย่างจีนนึกว่าพี่ทัพจะลืมเธอไม่ได้.. หรือไม่ก็ใช้จีนเพื่อลืมเธอ”“ตอนมีเธอดีกว่าเยอะ” พูดจบประโยคพี่ทัพก็ฝังจมูกลงมาที่ศีรษะ มือลูบไล้หัวไหล่มน พลางลูบหัวฉันปลอบประโลมไปกับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาฉันลอบถอนหายใจไล่ความเสียดแน่นกลางอก ก่อนจะหลุบสายตามองมือหนาที่เคลื่อนไหวอยู่ใต้ผ้าห่ม“จะทำอะไรคะ” ฉันพูดขึ้น ก่อนจะตะคุบมือไวของพี่ทัพเอาไว้“รู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ว่าฉันจะทำอะไร” เขาเอ่ยบอกข้างหู เป่าลมร้อนกระทบให้ขนมันลุกซู่ไปหมด“ตะ..แต่ว่าหนังยังไม่จบ” ฉันร้องบอก ขณะที่เรียวขาถูกแยกออกกว้างมือหนาล็อคขาฉันไม่ให้ขยับ ก่อนจะล้วงมือเข้ามาใต้กางเกงขาสั้น แล้วกอบกุมเนินอูมเอาไว้ฉันบิดเร่าบนตักแกร่ง อารมณ์ที่ค้างก่อนหน้านี้ถูกกระตุ้นขึ้นมา ด้วยปลายนิ้วเรียวของพี่ทัพเสียงฝนพรำดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท หนังตรงหน้าถูกชัตดาวน์ไปจากการได้ยินของฉันโดยปริยาย ร่างกายทุกส่วนเรียกร้องสัมผัสจากเขาจนมัน







