LOGIN
“สามสิบเอ็ดแล้วนะรัก”
เสียงของ บัว เอมมาลิน เอ่ยขึ้นเป็นครั้งที่นับไม่ถ้วน จนแทนรักชินชาเสียแล้ว เพราะตั้งแต่ที่อายุของเธอเริ่มก้าวเข้าสู่เลขสามต้น ๆ คำพูดมากมายในทำนองเดียวกันนี้ก็กลายเป็นคำพูดประจำบ้านที่จะดังขึ้นทุกครั้งเมื่อแม่ของเธอนึกได้
“ค่ะ” ทว่าแทนรักก็ทำเพียงส่งเสียงขานรับตอบกลับไปเบา ๆ เท่านั้น
ในขณะที่สายตาคู่สวยยังคงจดจ่ออยู่กับแบบร่างชุดชั้นในคอลเลกชันใหม่ล่าสุดที่เธอกำลังตั้งใจว่าจะใช้เปิดตัวเพื่อขยายแบรนด์ EMMALINE เข้าไปสู่ตลาดแฟชั่นอื่น ๆ อีกหลายอย่าง ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า และรองเท้า
สำหรับหญิงสาวในวัยสามสิบเอ็ดปีอย่างแทนรักนั้น ชีวิตการทำงานของเธอก็นับว่าเดินทางมาแทบจะถึงจุดสูงสุดในอาชีพแล้ว เธอเป็นถึงดีไซเนอร์สาวสวยที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถมากมายหลายด้าน และยังนั่งแท่นเป็นผู้บริหารของ Emmaline Public Company Limited ที่มีมูลค่ามหาศาลอีกด้วย ความสำเร็จในหน้าที่การงานนั้นทำให้เธอไม่เคยรู้สึกขาดหายหรือโหยหาต้องการสิ่งอิ่นใดทั้งสิ้น แต่สิ่งที่ผู้เป็นแม่ของเธอคอยเฝ้าย้ำเตือนอยู่เสมอก็คือ เรื่องของชีวิตคู่
“แต่คุณมีแฟนแล้วนะรัก”
บัวเอ่ยขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นว่าลูกสาวของเธอยังคงเฉยเมย ราวกับว่าคำพูดของเธอเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่านไปมาเท่านั้น แต่แทนรักก็หาได้รู้สึกรู้สาอะไรไม่ เพราะน้องชายฝาแฝดของเธอที่ชื่อ แทนคุณ นั้นกำลังจะได้เข้าพิธีแต่งงานกับ มิว มณิณธร ว่าที่น้องสะใภ้ของเธอในอนาคตอันใกล้นี้ หลังจากที่มิวเรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี และได้ใช้ชีวิตร่วมกันมาพักใหญ่ ทำให้แทนรักเองก็รู้สึกโล่งใจไปเปราะหนึ่ง เผื่อว่าผู้เป็นแม่จะไม่กดดันเธอมากนัก
“รักรู้ค่ะว่าคุณกับมิวเป็นแฟนกันและอีกไม่นานก็กำลังจะแต่งงานกันด้วย” แทนรักตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเคย ส่วนตัวเธอก็ไม่ได้รู้สึกอิจฉาอะไรน้องชายเลยแม้แต่น้อย แถมตรงกันข้าม เธอกลับรู้สึกยินดีกับแทนคุณและมิวจากใจจริงด้วยซ้ำ
“...เฮ้อ… แม่กับคุณพ่ออยากเป็นคุณตากับคุณยายแล้ว” บัวถอนหายใจเล็กน้อยแต่ยังคงไม่ลดละความพยายาม
“คุณแม่กับคุณพ่อก็เป็นคุณปู่กับคุณย่าไปก่อนนะคะ เพราะรักยังไม่อยากแต่งงานค่ะ” แทนรักอมยิ้มบาง ๆ ก่อนจะตอบกลับไป
“ทำไมถึงไม่อยากแต่งงานล่ะรัก” บัวยังคงถามต่อด้วยความค้างคาใจไม่หาย
เมื่อได้ยินอย่างนั้น แทนรักก็วางปากกาในมือลง แล้วเธอก็เงยหน้าขึ้นมาจากกระดาษร่างแบบดีไซน์แล้วสบตาเข้ากับผู้เป็นแม่อย่างเต็มตาด้วยสีหน้าจริงจังมากขึ้น ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะเอ่ยตอบคำถามของแม่
“...คุณแม่เคยได้ยินไหมคะ ว่าการแต่งงานมันไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความรักอย่างที่ใครหลาย ๆ คนเข้าใจเลยค่ะ เพราะจริง ๆ แล้วการแต่งงานมันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น รักยังขอยืนยันคำเดิมนะคะคุณแม่ ว่ารักจะไม่แต่งงานจนกว่าจะแน่ใจในความรักความสัมพันธ์ที่มีค่ะ เพราะแค่การแต่งงานที่ผิดพลาดเพียงครั้งเดียว อาจจะต้องแลกมากับความทุกข์ทั้งชีวิตที่เหลืออยู่ทั้งหมดเลยก็ได้ค่ะ และสำหรับรัก…การแต่งงานไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของชีวิต ที่รักจะสามารถยอมแลกได้ทุกอย่างค่ะ คุณแม่เข้าใจนะคะ”
“แม่เข้าใจ แต่ว่า...”
“รักมีนัดสำคัญกับลูกค้าที่ต้องไปต่อค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”
แทนรักไม่ได้รอให้ผู้เป็นแม่ได้พูดจนจบประโยคดี เพราะเธอไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดไปมากกว่านี้อีกแล้ว เธอจึงตัดบทสนทนาอย่างไร้เยื่อใยและลุกขึ้นเก็บของใส่กระเป๋าสะพายข้างคู่ใจ หยิบแฟ้มงานที่ต้องนำไปเสนอลูกค้าขึ้นมาถือไว้แนบอก ก่อนจะเดินเข้าไปหอมแก้มของผู้เป็นแม่ทั้งสองข้าง ตามด้วยขยับไปหอมแก้มของผู้เป็นพ่อที่คอยนั่งร่วมวงเป็นผู้ฟังที่ดีมาพักใหญ่ ก่อนจะรีบเดินออกไป โดยไม่ปล่อยให้แม่ของเธอได้ทันตั้งตัวเลยสักนิด
สำหรับเธอ ระหว่างการได้อยู่ใช้ชีวิตร่วมกันก่อนแต่งงานกับเลือกจะแต่งงานแล้วค่อยใช้คำว่าสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มันช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะชีวิตคู่ในโลกแห่งความเป็นจริงมันไม่ได้สวยงามราวกับเทพนิยายเหมือนความรักแบบในวัยหนุ่มสาวเลย แต่การใช้ชีวิตคู่ร่วมกับใครอีกคนหนึ่งมันคือการทดสอบความอดทนของทั้งสองฝ่ายเลยก็ว่าได้
ทั้งการปรับตัวเข้าหากัน การปรับตัวเข้าหาคนอื่นในแบบคู่ และแน่นอนว่ามันก็ไม่ใช่แค่เรื่องของความรักที่เข้ามาทำให้กระชุ่มกระชวยหัวใจแต่เพียงเท่านั้น แต่มันคือการยอมลดทิฐิมาให้อภัยกันและกัน มีเมตตาต่อกันในยามที่อีกฝ่ายทำผิดและพลาดพลั้งไปบ้าง ซ้ำยังต้องซื่อสัตย์ต่อกัน ให้เกียรติกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง คอยดูแลกันและกัน และเข้าใจกันแม้ในวันที่ไม่เข้าใจเลยสักนิดก็ตาม คู่ชีวิตจะต้องหาทางว่าทำยังไงให้ทั้งสองฝ่ายอยู่ด้วยกันแล้วไปกันได้ตลอดรอดฝั่ง และอยู่ร่วมทีมเดียวกันไปโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
การเป็นแฟนกันอาจจะรักกันแค่สองคน แต่พอเปลี่ยนขั้นไปถึงการแต่งงานแล้วมันไม่ใช่เรื่องของคนสองคนอีกต่อไปเป็นแน่
ไม่นาน หลังจากเข้าพบลูกค้าตามนัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว แทนรักก็ขับรถมุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลทันที แม้จะยืนกรานว่ายังไม่อยากแต่งงานอย่างเด็ดขาด แต่ลึก ๆ เธอก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีความเป็นแม่และอยากมีลูกให้ได้ฟูมฟัก ทว่ายังไม่ใช่ในตอนนี้ก็เท่านั้น และนี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอมายืนอยู่ในแผนกสูตินรีเวชเพื่อปรึกษาเรื่องการฝากไข่นั่นเอง
ฝากไข่ (Oocyte Cryopreservation หรือ Egg Freezing) เป็นหนึ่งในทางเลือกเพื่อการวางแผนในอนาคตสำหรับผู้ที่อยากมีบุตรแต่ยังไม่พร้อม โดยแพทย์จะทำการดูดเอาไข่สุขภาพดีของผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ออกมาจากรังไข่ และนำไปแช่แข็งไว้ที่อุณหภูมิลบหนึ่งร้อยเก้าสิบหกองศาเซลเซียส เพื่อใช้ในการตั้งครรภ์ในอนาคต
เจ้าของโรงพยาบาลนี้ที่เป็นเสมือนญาติของเธอ ก็ได้แนะนำสูตินรีแพทย์ที่เก่งกาจและมีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้มากที่สุด ซึ่งแพทย์คนนี้กำลังมีชื่อเสียงโด่งดังและมีคนไข้ระบุตัวเพื่อขอเข้ารับการตรวจรักษามากที่สุด
ชายหนุ่มจัดตำแหน่งของตัวเองเล็กน้อย จับแก่นกายร้อนผ่าวของเขาจ่อเข้ากับร่องสวาทของแทนรักที่ชื้นแฉะอยู่แล้ว เขาไม่รอการเล้าโลมใด ๆ ทั้งสิ้น แต่กลับกดกระแทกสวนบั้นเอวสอบเข้าไปทีเดียวจนสุดลำแกนกายใหญ่“อึก! อ๊า!”เสียงของแทนรักดังอู้อี้อยู่ในหมอน ร่างทั้งร่างกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงจากความเจ็บปนเสียวซ่านที่แล่นปราดไปทั่วสรรพางค์กาย ช่องทางรักของเธอบีบรัดแก่นกายของเขาแน่นราวกับคีมเหล็ก แต่ความคับแน่นนั้นกลับยิ่งกระตุ้นความดิบเถื่อนในตัวเขาให้พุ่งสูงขึ้น“อึก!…ซี้ด! นี่ครั้งแรกหรือไง…ทำไมถึงแน่นขนาดนี้” เขาคำรามเสียงต่ำในลำคอ ก่อนจะเริ่มขยับเอวกระแทกกระทั้นเข้าออกได้ลื่นขึ้นอย่างไม่ปรานี ไม่มีการผ่อนปรน ไม่มีจังหวะที่อ่อนโยน มีเพียงแรงกระแทกที่หนักหน่วงและรุนแรงราวกับพายุโหมกระหน่ำใส่เธอเสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นอย่างหยาบโลนไปทั่วห้อง ประสานกันกับเสียงเตียงที่ลั่นเอี๊ยดอ๊าดตามแรงโยกไหวอย่างบ้าคลั่ง สะโพกสอบของเขากระแทกเข้ากับบั้นท้ายกลมกลึงของเธอจนเกิดรอยแดงเป็นปื้น ๆ ทุกครั้งที่เขาถอนแก่นกายออกเกือบสุดแล้วกระแทกกลับเข้าไปใหม่จนมิดลำตามแบบของบทรักอันดิบเถื่อนนี้ร่างกายของแทนรักยังคงสั่นสะท้า
ร่างสูงของชายหนุ่มผลักแทนรักลงเตียงอย่างรีบร้อน แล้วคร่อมทับร่างของเธออยู่ด้านบนอย่างอดทนไม่ไหว หัวใจของเขาเต้นรัวแรงด้วยความตื่นเต้นปนกับความสงสัยใคร่รู้ว่าคนตรงหน้าของเขาจะออกลวดลายมีลีลายังไงบ้าง เสียงงึมงำเบา ๆ เริ่มเล็ดลอดออกมาจากลำคอของแทนรักที่เมาแอ๋ ตามด้วยเสียงเสียดสีของเสื้อผ้าที่กำลังถูกถอดออกทีละชิ้น ยิ่งทำให้จินตนาการของเขาเตลิดไปไกลถึงไหนต่อไหนความร้อนรุ่มเริ่มแล่นพล่านไปทั่วร่างกาย ความต้องการที่ถูกจุดประกายขึ้นก่อนหน้านี้มันยังไม่มอดดับลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับยิ่งโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นเมื่อรู้ว่าอีกไม่นานนี้เขาจะได้ครอบครองเรือนร่างอันงดงามของเธอคนนี้ เป้ากางเกงของเขานูนเด่นขึ้นมาอย่างไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไป บ่งบอกถึงความพร้อมรบของแก่นกายที่ซ่อนอยู่ภายในชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ลมหายใจเริ่มติดขัด“คุณ…แน่ใจแล้วใช่ไหมครับ เพราะผม… จะทนไม่ไหวจริง ๆ แล้วนะ” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย เต็มไปด้วยความปรารถนาที่ใกล้จะปะทุออกมาเต็มที“งั้นจะมัวรออะไรอยู่ล่ะคะ”สิ้นเสียงหวานใสที่เล็ดลอดออกมา ชายหนุ่มก็ไม่รอช้าเลยแม้แต่วินาทีเดียว ภาพใบหน้าอัน
“เชิญคุณแทนรักที่ห้องตรวจหมายเลขสี่ค่ะ” เสียงพยาบาลที่อยู่หน้าห้องเอ่ยเรียก แทนรักจึงลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในห้องด้วยความมั่นใจภายในห้องตรวจ แทนรักเห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งไหล่กว้างนั่งอยู่ตรงหน้า บนใบหน้าของเขาสวมแว่นตาหนาเตอะทับสันจมูกโด่ง และมีหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าส่วนล่างเอาไว้ ทำให้มองเห็นเพียงดวงตาคมกริบคู่เดียวเท่านั้น ทว่าแทนรักกลับรู้สึกคุ้นเคยกับแววตาคู่นี้อย่างน่าประหลาด ราวกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก“สวัสดีครับคุณแทนรัก ผมนายแพทย์พันแสงนะครับ หรือจะเรียกหมอโชนก็ได้ครับ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับผายมือไปยังเก้าอี้ตรงหน้านายแพทย์พันแสง แพทย์ผู้ชำนาญการด้านสูตินรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธ์ุ เขาคืออัจฉริยะที่สอบติดคณะแพทย์ศาสตร์ตั้งแต่อายุสิบหกปี ด้วยการการสอบ GED หรือ General Educational Development คือ การสอบเทียบวุฒิเทียบเท่ากับมัธยมปลาย ตามหลักสูตรของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งนักเรียนในโรงเรียนอินเตอร์จะรู้จักกันเป็นอย่างดี”สวัสดีค่ะหมอโชน” แทนรักนั่งลงแล้วยกยิ้มทักทายอย่างสุภาพ“จากประวัติของคุณแทนรักที่ส่งมา ทำให้ผมรู้ว่าคุณแทนรักต้อ
“สามสิบเอ็ดแล้วนะรัก”เสียงของ บัว เอมมาลิน เอ่ยขึ้นเป็นครั้งที่นับไม่ถ้วน จนแทนรักชินชาเสียแล้ว เพราะตั้งแต่ที่อายุของเธอเริ่มก้าวเข้าสู่เลขสามต้น ๆ คำพูดมากมายในทำนองเดียวกันนี้ก็กลายเป็นคำพูดประจำบ้านที่จะดังขึ้นทุกครั้งเมื่อแม่ของเธอนึกได้“ค่ะ” ทว่าแทนรักก็ทำเพียงส่งเสียงขานรับตอบกลับไปเบา ๆ เท่านั้นในขณะที่สายตาคู่สวยยังคงจดจ่ออยู่กับแบบร่างชุดชั้นในคอลเลกชันใหม่ล่าสุดที่เธอกำลังตั้งใจว่าจะใช้เปิดตัวเพื่อขยายแบรนด์ EMMALINE เข้าไปสู่ตลาดแฟชั่นอื่น ๆ อีกหลายอย่าง ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า และรองเท้าสำหรับหญิงสาวในวัยสามสิบเอ็ดปีอย่างแทนรักนั้น ชีวิตการทำงานของเธอก็นับว่าเดินทางมาแทบจะถึงจุดสูงสุดในอาชีพแล้ว เธอเป็นถึงดีไซเนอร์สาวสวยที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถมากมายหลายด้าน และยังนั่งแท่นเป็นผู้บริหารของ Emmaline Public Company Limited ที่มีมูลค่ามหาศาลอีกด้วย ความสำเร็จในหน้าที่การงานนั้นทำให้เธอไม่เคยรู้สึกขาดหายหรือโหยหาต้องการสิ่งอิ่นใดทั้งสิ้น แต่สิ่งที่ผู้เป็นแม่ของเธอคอยเฝ้าย้ำเตือนอยู่เสมอก็คือ เรื่องของชีวิตคู่“แต่คุณมีแฟนแล้วนะรัก”บัวเอ่ยขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นว่าลูกสาวของเธอ







