แชร์

2.ลบเลือน (1)

ผู้เขียน: หมอนบนโซฟา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-05 23:10:07

‘ข้าจะลบเงาท่าน ออกจากใจของข้าให้จนได้’

หมอหลวงพากันมายืนรออยู่หน้าตำหนักกวนผิงพักใหญ่ ในที่สุดก็ได้รับอนุญาตให้เข้ามาตรวจพระอาการของมารดาแผ่นดิน

อาการหลับไม่ตื่นของพระนางทำให้เหล่าหมอหลวงเคร่งเครียดมาตลอดสิบกว่าวัน พอรู้ว่าวันนี้เสิ่นฮองเฮาฟื้นคืนสติ ต่างก็โล่งอกกันถ้วนหน้า

“ฮองเฮาเป็นอย่างไรบ้างขอรับท่านหมอหลวง”

“องครักษ์อู่อย่าได้กังวล พระวรกายดีขึ้นเจ็ดถึงแปดส่วนแล้ว ขอเพียงฮองเฮาเสวยให้มาก พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มโอสถทุกเช้า ก็จะดีขึ้นในเร็ววันพ่ะย่ะค่ะ ช่วงนี้ขอฮองเฮาอย่าพึ่งออกไปตากลมด้านนอกนะพ่ะย่ะค่ะ” หมอหลวงถอนมือออกจากข้อแขนเล็กด้วยใบหน้ายินดี

“ขอบใจท่านหมอมาก ข้าติดหนี้พวกท่านแล้ว”

“หามิได้พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมขอทูลลา”

เสิ่นหนิงจินพยักหน้าให้ขันทีฟ่งออกไปส่งหมอหลวง ก่อนจะยื่นมือให้แม่นมซูช่วยพยุงไปนั่งในสวนหลังตำหนัก อยู่แต่ในห้องบรรทมก็พลันจะทำให้รู้สึกอุดอู้เบื่อหน่ายเสียเปล่าๆ

“แม่นมซู แจ้งออกไปว่าร่างกายข้ายังอ่อนแอ แม้จะฟื้นแล้วก็ยังต้องพักผ่อน ให้เว้นการคำนับเช้าไปก่อน ข้ายังไม่อยากมีเรื่องให้กวนใจ”

“เพคะ หม่อมฉันจะบอกขันทีหน้าตำหนัก ว่ามิให้ผู้ใดเข้ามารบกวน”

“อืม” เสียงครางตอบรับในลำคอ ทำให้เต๋อคุนและซูถิงมองหน้ากันอย่างเศร้าใจ บ่าวที่ติดตามคุณหนูมาตั้งแต่เด็ก มีหรือจะไม่รู้ว่าภายในใจของคุณหนูบอบช้ำเพียงใด

“คุณหนูขอรับ”

“หืม เหตุใดเรียกข้าเช่นนั้นเล่า หากใครได้ยินมีหวังเจ้าได้หัวหลุดจากบ่าเป็นแน่” หนิงจินส่ายหน้ายิ้มๆ นางมิได้ใส่ใจเรื่องยศศักดิ์ มิทะนงตนว่าเป็นถึงฮองเฮา มีอำนาจเป็นรองเพียงคนไม่กี่ผู้

นิสัยเช่นนี้เป็นดาบสองคม มีทั้งดีทั้งเสีย

“ก็บ่าวชอบตอนที่คุณหนูยังไม่เข้าวังมากกว่า จำได้หรือไม่ขอรับ ที่เราแอบตามคุณชายใหญ่ไปหอโคมเขียว จนเกือบถูกจับได้ ฮ่าๆ”

“เหตุใดจะจำไม่ได้เล่า ข้าจำได้ว่าเจ้าแอบเอาชุดกระโปรงพี่สาวในหอคณิกามาใส่ เราจึงรอดมาได้ คิกๆ” หนิงจินนึกถึงภาพนั้นก็หัวเราะออกมา วันนั้นนางกลัวจนแทบถ่ายเบาออกมาเปื้อนเสื้อผ้า

“หา! มีเรื่องเช่นนั้นด้วยหรือเพคะ เหตุใดหม่อมฉันไม่รู้”

“เอ่อ ขะ ข้า- ก็เต๋อคุนน่ะสิ พาข้าแอบตามพี่ใหญ่ไป”

“คุณหนูต่างหากที่ขู่บ่าวว่า หากไม่ไปด้วยจะเอาบ่าวไปทิ้งวัด ให้โกนผมเป็นหลวงจีน เรื่องแอบดื่มสุราของนายท่านก็ด้วย คุณหนูเป็นผู้ออกความคิดเอง”

“เต๋อคุน!”

“ตายๆ หม่อมฉันจะเป็นลม” ซูถึงนึกถึงเรื่องที่นายท่านเสิ่นโวยวาย ตามหาสุราที่ตั้งใจหมักข้ามปี ไม่คิดว่าที่แท้หัวขโมยคือคุณหนูของเรือน

“แม่นมซูดุข้าคนเดียวไม่ได้นะ สุราไหนั้นพี่ใหญ่ก็ดื่มด้วย ฮ่าๆ” หนิงจินหัวเราะออกมาเต็มเสียง พอได้มองย้อนไปในอดีต ตอนนั้นนางมีความสุขมากจริงๆ ไม่ต้องสนใจสิ่งใด ขอเพียงได้ใช้ชีวิตสนุกๆ ไปวันๆ ก็พอแล้ว

ตื่นมาได้ทานข้าวรสมือท่านแม่กับแม่นมซูจนอิ่มท้อง เรียนการบ้านการเรือนชั่วครู่ก็ได้ออกไปเที่ยวเล่น มีลูกสมุนเป็นเสี่ยวคุนคอยเดินตาม แวะไปหาพี่ใหญ่ที่สำนักศึกษา แอบให้พี่ใหญ่สอนฟันดาบยิงธนู

ช่างเป็นช่วงเวลาที่มีความสุข ต่างจากสี่ห้าปีที่ผ่านมา...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฝ่าบาท ท่านช่วยไปไกลๆข้าที   44. ตอนพิเศษ : ผู้ใดมันกล้า (2)

    “เจ้า! เสด็จพี่ใหญ่ เจ้าคนนั้นที่แย่งหยกข้าไปจนมันแตกหัก” เสียงเล็กพูดขึ้นมาดังพอควร ทำให้คนรอบข้างต่างก็หันมอง“เสี่ยวซินนั่นองค์รัชทายาทแคว้นตงหลี่ ชี้หน้าเขาเช่นนั้นมิได้” ไป่เฉิงจับมือน้องสาวลง พลางค้อมศีรษะเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าอาหลานฝั่งตรงข้ามมองมาทางนี้เช่นกัน“รัชทายาทหรือ ตะ แต่นิสัยเขาแย่มากเลยนะเพคะ พี่รอง พี่สาม พี่สี่ พี่ห้า” ซินหรานหันไปกะพริบตาปริบๆ ทำตัวให้น่าสงสาร“เป็นรัชทายาทแล้วอย่างไร ไร้ความเป็นสุภาพบุรุษเช่นนี้ ก็ต้องโดนดีเสียบ้าง”“จริงอย่างพี่รองว่า ท่านจะทำอันใดข้าเอาด้วย” พี่ชายทั้งสี่เห็นน้องสาวกลับเข้าวังมาร้องห่มร้องไห้ตาแดง เอ่ยว่าของขวัญที่จะให้เสด็จแม่เสียหายไปเพราะชายผู้หนึ่ง ในเมื่อรู้แล้วว่าเป็นใครที่ทำน้องสาวร้องไห้ ย่อมต้องโดนดีเสียบ้าง“อย่าทำสิ่งใดที่เป็นอันตรายเล่า แคว้นตงหลี่มีสัมพันธ์อันดีกับเรามาโดยตลอด”“พี่ใหญ่วางใจ พกข้าเพียงเล่นสนุกขำๆ เท่านั้น” สี่พี่ชายกับน้องสาวอีกหนึ่ง แอบแวบออกมาอยู่สวนหลวง หลังจากที่พิธีการเสร็จสิ้น ซินหรานมองผ้าเช็ดหน้าที่ตนเองปักลายเองให้เป็นของขวัญพระมารดาแทนกำไลหยกที่ตั้งใจซื้อพอเข้าช่วงสังสรรค์ ซินหรานก็แอบกระ

  • ฝ่าบาท ท่านช่วยไปไกลๆข้าที   43. ตอนพิเศษ : ผู้ใดมันกล้า (1)

    ‘อยากรู้นักว่าผู้ใดมันกล้าแตะต้องแก้วตาดวงใจของคนแคว้นต้าหยาง’แคว้นต้าหยางในหลายสิบปีที่ผ่านมา เจริญรุ่งเรืองทั้งการค้า การทหาร และอยู่ดีมีสุข เหตุผลหลักคงเพราะสถาบันกษัตริย์ที่เข้มแข็งและรักราษฎร ขุนนางคนใดคิดฉ้อฉลคดโกงประชาชนล้วนถูกลงโทษจนผู้อื่นมิกล้าเอาเป็นเยี่ยงอย่างเหล่าองค์หญิงองค์ชายในราชวงศ์เจิ้งต่างก็เป็นที่รักของคนในแคว้น โดยเฉพาะองค์หญิงเพียงคนเดียวของราชวงศ์ เจิ้งซินหราน“เสี่ยวถัง เจ้าว่ากำไลหยกวงนั้นเป็นอย่างไร เหมาะกับเสด็จแม่หรือไม่”“เหมาะกับฮองเฮายิ่งนักเพคะ” บ่าวสาวพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย“พ่อค้า ข้าเอาวงนั้น-”“พ่อค้า ข้าเอาวงนี้-” สองเสียงดังประสานขึ้นพร้อมกัน ตำแหน่งที่ชี้ไปก็เป็นตำแหน่งเดียวกัน ชายหนึ่งหญิงหนึ่งเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงเด็กสาววัยเพียงสิบห้าหนาวสบสายตากับเด็กหนุ่มที่สวมเสื้อผ้าเนื้อดี ทว่าลวดลายและรูปแบบของเสื้อผ้านั้นแปลกตา ราวกับมิใช่คนแคว้นต้าหยาง“ขออภัยคุณชาย ข้ายืนดูอยู่นานแล้ว”“แต่ข้าหยิบก่อน” เด็กหนุ่มผู้นั้นหยิบฉวยเอากำไลหยกที่ซินหรานอยากได้ไปต่อหน้าต่อตา ช่างเป็นกิริยาที่ต่ำนัก“ไร้มารยาท ข้ายืนมองก่อนแล้ว ต่อรองกับพ่อค้าก่อนเจ้าเสีย

  • ฝ่าบาท ท่านช่วยไปไกลๆข้าที   42. ไม่เสียดาย (2) จบบริบูรณ์

    งานเลี้ยงสังสรรค์การแต่งงานของบ้านสกุลหม่าเป็นไปอย่างครึกครื้นและยิ่งใหญ่ ชาวบ้านต่างเอ่ยว่าจัดงานได้ดีทัดเทียมงานแต่งของเชื้อพระวงศ์ ถึงขั้นมีฮ่องเต้และฮองเฮาที่กำลังตั้งครรภ์มาร่วมงาน“พวกเขาดูมีความสุขมาก” ชายหญิงนั่งรถม้ามุ่งหน้าไปหอเลี่ยงซีตามที่หนิงจินได้เอ่ยขอไว้ตั้งแต่แรก ข้างกันมีเด็กชายที่จริงจังกับการแก้กลเครื่องเล่นไม้ที่ได้จากแม่ทัพเติ้ง“อืม วันเวลาผ่านไปเร็วเสียจริง ยังจำได้ตอนที่พี่ไปเจรจากับท่านแม่ทัพ เพราะหม่าซานดันปีนกำแพงเข้าไปหาซูหลินถึงในเรือนสกุลเติ้ง”“คิก มิคิดว่าคนเงียบขรึมเช่นองครักษ์หม่าจะถูกพิษรักเล่นงานได้ถึงเพียงนี้”“เรื่องพิษรักต้องถามเจ้ามิใช่หรือ” คนเอ่ยค่อนแคะถูกตีไปหนึ่งที อวี่เกอก็เป็นเช่นนี้ มักเอาเรื่องเก่ามาเย้าแหย่นางอยู่เรื่อย“ตอนนี้หม่อมฉันมิได้มัวเมาแล้วเพคะ เสี่ยวไป่ไปกันเถิด ท่านป้ารอแล้วกระมัง” ว่าเพียงเท่านั้นว่าที่มารดาก็เดินลงรถม้าไป ทิ้งให้ชายหนุ่มที่พึ่งจะเข้าใจความหมายของประโยคนั้น ถึงกับนั่งเหม่อ“นางเอ่ยเช่นนั้น มิใช่หมายความว่าไม่รักข้าแล้วหรอกหรือ...จะ จินเอ๋อร์ รอพี่ก่อน” ขาแกร่งรีบสาวเข้าใกล้ร่างท้วม รวบตัวพยุงแม่ของลูกให้เด

  • ฝ่าบาท ท่านช่วยไปไกลๆข้าที   41. ไม่เสียดาย (1)

    ‘แม้จะเสียเวลา แต่ข้ากลับรู้สึกว่าคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม’กำไลหยกในกล่องไม้ถูกหยิบขึ้นมาเชยชมอีกครั้ง เมื่อถึงวันครบรอบการตายของเสิ่นตงเป่า ปีที่แล้ว วันนี้เป็นวันที่เจิ้งเฟยอวี่และเสิ่นหนิงจินแทบล้มทั้งยืน เมื่อได้รับรายงานจากหม่าซานว่ามารดาและบิดาของพวกเขาจบชีวิตลงที่อารามหลิงเซียนพวกเขาผ่านเวลานั้นมาอย่างยากลำบาก ต่างคนก็ต่างเข้าใจเหตุผลของเรื่องราวในวันนั้นดี ท่านพ่อได้ลบล้างความเจ็บแค้นที่อดีตสนมทำไว้กับครอบครัว และจบชีวิตของตนเองลง“พวกเขามิคิดถึงข้าเลยสักนิด”“ฮองเฮาอย่าได้เอ่ยเช่นนั้นเลยเพคะ นายท่าน ฮูหยิน และคุณชายต่างก็รักฮองเฮาของหม่อมฉัน” แม่นมซูกล่าวปลอบใจ“อืม อย่างน้อยท่านพ่อก็ยังทิ้งของดูต่างหน้าไว้ให้ข้า...ช่วยเอาไปเก็บให้ข้าที” หนิงจินยื่นกล่องกำไลให้นางกำนัลเอาไปเก็บหากเอ่ยว่าไม่น้อยใจก็คงโกหก แม้จะได้รับการดูแล เลี้ยงดูอย่างดี แต่ก็ไม่เหมือนกับที่พี่ใหญ่ได้รับ นางยังเคยนึกน้อยเนื้อต่ำใจที่เกิดเป็นหญิงแต่ยังดีที่พี่ชายของนางแสนดีเป็นที่สุด“ทำสิ่งใดอยู่หรือ”“ฝ่าบาท” หนิงจินลุกขึ้นคำนับสวามี ข้ารับใช้ในตำหนักรู้ความ รีบลุกออกไปด้านนอกทันที ไม่ต้องรอให้ฝ่าบาทไล่เหมื

  • ฝ่าบาท ท่านช่วยไปไกลๆข้าที   40. มิเคยต้องการ (2)

    “เจิ้งฟานเฉิงผู้นั้น เขาขวางทางของลูก”“พ่ะย่ะค่ะ!?”“แม่เพียงจัดการมิให้เขาขัดวาสนาเจ้าก็เท่านั้น” สายตาของเสวียนฟางว่างเปล่าจนน่ากลัว นางเอ่ยความผิดมหันต์นั้นออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับเป็นการไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบทั่วไป“เสด็จแม่ หมายความว่าเช่นไร ลูกมิเคยต้องการนั่งบัลลังก์”“ก็เพราะเป็นเช่นนั้น เขาจึงต้องตาย! หากไม่แล้ว เจ้าก็จะยอมอยู่เป็นเงาของเขาตลอดไป เสด็จพ่อของเจ้าลำเอียง ทั้งที่เจ้ามีความสามารถมากกว่า สร้างคุณงามความดีให้บ้านเมืองมากมาย แต่กลับยกบัลลังก์ให้ฟานเฉิง” ความในใจของเสวียนฟางถูกกล่าวออกมาจนหมด สีหน้าที่เรียบเฉย บัดนี้เต็มไปด้วยความโกรธเคืองเสวียนฟางเป็นสนมขั้นหวงกุ้ยเฟย นางเป็นรองเพียงฮองเฮา โอรสของนางมีสิทธิ์ได้รับตำแหน่งรัชทายาท ทันทีที่ฮองเฮาสิ้นพระชนม์ นางคิดว่าตนเองจะได้ขึ้นครองตำแหน่งนั้นแทน แต่กลับเป็นมารดาของฟานเฉิงที่เป็นเพียงเฟย ได้รับแต่งตั้งขึ้นเป็นฮองเฮาแทนที่จะเป็นนางเพราะความไม่เป็นธรรมนี้ โอรสของนาง จึงกลายเป็นเงาของฟานเฉิงผู้เป็นพี่ชายมาโดยตลอด ทั้งที่ตำแหน่งรัชทายาทควรเป็นของอาอวี่ต่างหาก“...”“แต่อันที่จริง จะว่าแม่สังหารเขาก็ไม่ถูก เพราะแม่

  • ฝ่าบาท ท่านช่วยไปไกลๆข้าที   39. มิเคยต้องการ (1)

    ‘สุดท้ายแล้วกลายเป็นข้าที่ทำให้ท่านต้องตายหรือ’ขันทีเหล่ยลู่เปียวยืนมองแผ่นหลังของนายเหนือหัว ที่บัดนี้เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง หลังจากตัดสินโทษ พระราชทานผ้าแพรขาวให้กับเพ่ยไทเฮา ฝ่าบาทก็มีอาการเช่นนี้“ท่านขันที ฝ่าบาทเป็นอย่างไรบ้าง”“ยืนเหม่อมานานกว่าชั่วยาม (2 ชั่วโมง) แล้วพ่ะย่ะค่ะ ฮองเฮา” เหล่ยลู่เปียวเห็นว่าเจ้าของดวงใจจักรพรรดิเดินเข้ามา จึงรีบรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง“ท่านขันทีไปพักเถิด ข้าจะไปพูดคุยกับฝ่าบาทเอง” หนิงจินรู้เรื่องราวของเพ่ยไทเฮาจึงไม่แปลกใจ เพราะอย่างไรเสียเพ่ยไทเฮาก็มิได้มีเรื่องบาดหมางกับอวี่เกอมาก่อน คงรู้สึกไม่ดีที่ต้องตัดสินโทษเช่นนั้น“ยืนรับลมเย็น ประเดี๋ยวจะประชวรเอาได้นะเพคะ”“จินเอ๋อร์...เจ้าต่างหากที่จะไม่สบาย เดินฝ่าหิมะมาได้อย่างไร” เจิ้งเฟยอวี่ปัดเกล็ดหิมะที่เกาะตามผ้าคลุมขนสัตว์ออก ก่อนจะหันไปปิดหน้าต่าง เพราะกลัวคนรักจะหนาว“หม่อมฉันเป็นห่วงเพคะ กลัวฝ่าบาทจะคิดมากเรื่องไทเฮา อย่าได้รู้สึกผิดไปเลยนะเพคะ ถือเสียว่าทวงความยุติธรรมให้เฉิงเกอและพี่ใหญ่”“พี่มิได้รู้สึกผิดเรื่องนั้น เพ่ยเหมยเหลียนสมควรได้รับโทษตาย”“แล้วเรื่องอันใดกันเพคะ เหตุใ

  • ฝ่าบาท ท่านช่วยไปไกลๆข้าที   24. ทำให้เดือดร้อน (2)

    “ฮองเฮา พวกนางกำนัล-” อู่เต๋อคุนทำหน้าตื่นวิ่งเข้ามาในโถง“เจ้าดูทางนี้ เรียกหมอหลวงมาดู หากพวกเขาไม่มาก็นำหมอจากนอกวังเข้ามา” ว่าเพียงเท่านั้น ร่างบางก็ฮึดฮัดจะมุ่งหน้าไปตำหนักเทียนตง ก็ถูกเต๋อคุนรั้งไว้ เอ่ยว่าแม้ฝ่าบาทจะรู้ว่าฮองเฮาออกไปด้านนอกมา แต่คนในวังไม่ควรรับรู้เรื่องนี้ มิเช่นนั้นเรื่องจ

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-25
  • ฝ่าบาท ท่านช่วยไปไกลๆข้าที   22. หัวหลุดจากบ่า (2)

    “เจ้าเด็กตาโตนี่เป็นใคร ลูกเจ้าหรือ”“เจ้าค่ะ นี่ไป่เฉิง บุตรชายของข้าเอง” มือเรียวลูบแผ่นหลังเล็ก แนะนำให้พี่สาวได้รู้จัก“เหมือนบิดาหรือ อุ้มท้องเสียเปล่า มิได้เจ้ามาสักเสี้ยว”“มิใช่หรอกขอรับ มารดาผู้ให้กำเนิดข้าอยู่บนสวรรค์แล้วขอรับ ส่วนเสด็จแม่เป็นมารดาที่เลี้ยงดูข้า ดูแลข้ามาตั้งแต่เด็กเลยขอร

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-24
  • ฝ่าบาท ท่านช่วยไปไกลๆข้าที   16. อสรพิษ (2)

    เจิ้งเฟยอวี่เปิดอ่านบันทึกของท่านหมอหลวง หลังจากที่พี่ชายของเขาสิ้นลมไป เฟยอวี่ก็สงสัยเรื่องการตายของพี่ชายมาโดยตลอด เพราะฝีมือการต่อสู้ของท่านพี่และเสิ่นชุนถือว่าเป็นอันดับต้นๆ ของแคว้น ทว่าในสถานที่เกิดเหตุมีร่องรอยการต่อสู้น้อยเกินไปความสงสัยเล็กๆ นั่นทำให้เฟยอวี่ตัดสินใจสืบสาเหตุการตายของพี่ชา

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-21
  • ฝ่าบาท ท่านช่วยไปไกลๆข้าที   9. คับแคบ (2)

    แต่ยิ่งไม่อยากเจอ ก็ยิ่งจะได้เจอเสิ่นหนิงจินที่กำลังเก็บดอกไม้ไปทำถุงหอม เหลือบไปเห็นร่างองอาจเดินนำเหล่าขันทีกำนัลมาทางนี้ ก็รีบดึงแม่นมซูนั่งลง หลบข้างพุ่มไม้ เห็นเช่นนั้นข้ารับใช้ตำหนักกวนผิงก็ยอบนั่งเช่นเดียวกับนาย“ไปหรือยัง”“เอ่อ ฝ่าบาทหรือเพคะ เดินผ่านไปแล้วเพคะ”“จิ๊ ข้าไม่มีอารมณ์ทำถุงหอ

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-17
บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status