مشاركة

7. อำนาจในมือ (2)

last update تاريخ النشر: 2026-02-05 23:10:28

“...”

“แต่เอาเถิด อย่างไรก็พี่น้องร่วมสวามี ครั้งนี้ข้าจะให้พวกเจ้าชดใช้ข้าวของที่เสียหายไปทั้งหมด ขันทีฟ่ง ให้คนมาตีราคาข้าวของที่เสียหายไปแล้วเรียกเก็บจากพวกนาง”

“พ่ะย่ะค่ะ” สิ้นเสียงตอบรับของขันทีฟ่ง สนมทั้งสองก็ลอบยิ้มกับตัวเอง เสิ่นฮองเฮาพูดจาโอ้อวดอำนาจเสียใหญ่โต สุดท้ายก็ลงโทษเพียงให้พวกนางชดใช้ข้าวของที่เสียหาย

“มิต้องหรอกท่านขันที ข้าให้เจ้าไปทั้งหมดนี่ คงพอจะซื้อข้าวของพวกนี้ได้ทั้งหมด” เจียงกุ้ยเฟยโยนถุงเงินลงบนพื้น เซี่ยเจียวมี่ก็ไม่ยอมน้อยหน้า โยนถุงเงินให้ฟ่งหนานด้วยความเสียดาย

นางมาจากเผ่าชายแดน ยากนักจะได้ถือเงินทองเป็นกอบเป็นกำเช่นนี้ ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่ยอมเสียหน้าเป็นแน่

“อะ เอาของข้าไปด้วย เงิน- เงินเท่านี้ข้ามีจ่ายอยู่แล้ว”

“ว่าง่ายเช่นนี้ก็ดี อ่อ ในเมื่อพวกเจ้าทำพัง วันนี้ก็ปัดกวดเช็ดถูที่นี่ให้เรียบร้อย วันพรุ่งข้าจะให้ฟ่งหนานซื้อข้าวของมาวางไว้ที่เดิม”

“เพคะฮองเฮา พวกเจ้าขึ้นมาจัดการตามที่ฮองเฮาสั่งเสียสิ”

“เซี่ยเฟยหูมีปัญหาหรือ ข้าสั่งเจ้าสองคน มิใช่นางกำนัลพวกนั้น”

“ฮองเฮาหมายความว่าอย่างไรเพคะ” เซี่ยเจียวมี่หันมาถามด้วยความสงสัย จะให้พวกนางทำความสะอาดอย่างนั้นหรือ

“เจียงกุ้ยเฟยกับเซี่ยเฟยเป็นคนทำที่นี่พังมิใช่หรือ เช่นนั้นก็ต้องปัดกวาดทำความสะอาดที่นี่เองทั้งหมด”

“แต่มันมิใช่หน้าที่ของหม่อมฉัน!” ตั้งแต่เกิดมาเจียงลี่จูยังมิเคยจับงานของพวกบ่าวไพร่ ยามนี้นางเป็นถึงสนมขั้นกุ้ยเฟย เหตุใดต้องมาทำงานของพวกชั้นต่ำ

“ใช่มิใช่ ในเมื่อเป็นคนทำ ก็ต้องรับผิดชอบ จริงหรือไม่ไป่เฉิง”

“พ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่ ท่านอาจารย์สอนว่าก่อนจะกระทำสิ่งใดพึงคิดให้รอบคอบ เพราะทุกการกระทำที่เกิดจากตน ตนต้องเป็นผู้รับผิด” คำสั่งสอนของเด็กวัยห้าหนาว ทำเอาหน้าของสองสนมม้านไปครึ่งซีก แต่กระนั้นก็ยังไม่ยินยอม

และเหมือนสวรรค์จะเห็นใจพวกนาง เมื่อฝ่าบาทที่อยู่ในชุดเกราะเต็มยศกำลังเดินผ่านศาลาที่เกิดเหตุ อีกฝ่ายทำทีนิ่งเฉยราวกับไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น แต่มีหรือสนมรักอย่างเซี่ยเจียวมี่จะยอมพลาดโอกาสนี้ไป

“ฝ่าบาท~ ฝ่าบาทเพคะ ฮึก”

“เฮ้อ! ข้าบอกเจ้าแล้วว่าอย่าหันไปมอง” เจิ้งเฟยอวี่หันไปกล่าวโทษหม่าซาน องครักษ์ที่เดินมาด้วยกัน ทั้งที่เขาพยายามไม่สนใจเรื่องวุ่นวาย สาวเท้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่หม่าซานกลับหันไปมอง

“ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ”

“ฝ่าบาทเพคะ~ ช่วยให้ความเป็นธรรมกับหม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ”

สุดท้ายบนศาลาจึงมีผู้ตัดสินโทษเพิ่มขึ้นอีกหนึ่ง จากที่นั่งตรงกลางหนิงจินจึงต้องขยับตนเองและลูกมานั่งข้างๆ ใบหน้างามเฉมองไปทางสองสนมที่นั่งคุกเข่า บีบน้ำตาอย่างน่าสงสาร

อยู่ๆ เสิ่นหนิงจินก็กลายเป็นคนผิด กลายเป็นคนใจร้ายเสียอย่างนั้น แต่นางก็ชินชาไปเสียแล้ว หากให้เลือกฝ่าบาทมิเคยเลือกอยู่ข้างนางเลยสักครั้ง

แต่วันนี้ต่างกันที่นางมิได้รู้สึกเจ็บปวดกับความเอนเอียงของอีกฝ่าย เพียงรำคาญเสียงทุ้มที่เอ่ยพูด ไถ่ถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น

“หม่อมฉันมิได้เกี่ยงว่างานใดต่ำต้อยหรือสูงส่ง เพียงแต่หม่อมฉันเป็นสนมของฝ่าบาท อย่างไรเสียหม่อมฉันก็สมควรรักษาพระพักตร์ของฝ่าบาทไว้บ้าง”

“เป็นอย่างน้องหญิงว่าเพคะ หากผู้อื่นมาเห็นว่าสนมของฮ่องเต้ปัดกวดเช็ดถูศาลา คงมีพวกปากยื่นปากยาวนำไปนินทาจนเสื่อมเสียไปถึงฝ่าบาท” สองสนมเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ราวกับเมื่อครู่มิได้ทะเลาะตบตีแย่งแขกเยี่ยงคณิกาในหอนางโลม

“ฮองเฮา เจ้าคิดเห็นอย่างไร”

“หม่อมฉันแล้วแต่ฝ่าบาทจะตัดสินพระทัยเพคะ หม่อมฉันเพียงตัดสินโทษไปตามที่ตนเห็นสมควร ในฐานะผู้มีหน้าที่ดูแลวังหลังให้ฝ่าบาท” น้ำเสียงนิ่งเรียบ ทว่าถ้อยคำกลับแฝงด้วยความหมายบาดลึก หากว่าเฟยอวี่ยื่นมือเข้ามายุ่งเรื่องนี้ จะมิถือเป็นการก้าวก่ายหน้าที่ของผู้อื่นหรอกหรือ

นัยน์ตาวาวโรจน์มองหงส์เคียงบัลลังก์ พลางกระตุกยิ้มมุมปาก นับวันยิ่งปากคอเราะร้าย เห็นทีต้องปรามเสียบ้าง

“หึ หน้าที่ดูแลวังหลังข้ามอบให้ฮองเฮา นางตัดสินอย่างไรก็ให้เป็นไปตามนั้นเถิด”

“ฝ่าบาทเพคะ” น้ำเสียงอ้อนของเจียวมี่มิได้ช่วยอันใด ทำเอาเหล่าธารกำนัลต่างหันมองหน้ากันด้วยความเหลือเชื่อ ก่อนหน้านี้ไม่ว่าเซี่ยเฟยจะพูด จะขออะไรก็ไม่เคยถูกปฏิเสธ แล้วเหตุใดวันนี้จึงยอมทำตามที่ฮองเฮาว่าเสียอย่างนั้น

เสิ่นหนิงจินเองก็รู้สึกถึงความแปลกประหลาดนี้ ในหัวเอาแต่คิดว่าบุรุษตรงหน้าจะมาไม้ไหน ไม่ทันมองจนสะดุ้งตกใจ ที่อยู่ๆ อีกฝ่ายก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า

“ไป่เฉิง ไปเล่นกับพ่อที่ตำหนักเถิด ปล่อยให้มารดาเจ้าจัดการเรื่องทางนี้ไป”

“แต่ลูกเป็นห่วงเสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะ”

“มิต้องห่วงไป มารดาเจ้าร้ายกว่าที่เจ้าคิดไว้เสียอีก”

“ฝ่าบาทเพคะ-”

“เห็นหรือไม่ว่านางอาจหาญถึงขั้นกล้าเสียงแข็งใส่พ่อ” หนิงจินแทบอยากกรี๊ดใส่หน้าหล่อที่กระตุกยิ้มยั่วยุ แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่กัดฟัน ซ่อนอารมณ์โมโหไว้ใต้รอยยิ้มที่แสนจะจอมปลอม

“เสี่ยวไป่ไปเถิด ทางนี้มีเต๋อคุนอยู่ด้วย แม่นมซู และขันทีฟ่งก็อยู่”

“...พ่ะย่ะค่ะ แต่ลูกของกลับไปนอนที่ตำหนักกวนผิงได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” เด็กชายเงยหน้าขึ้นถามบิดา ช่วงนี้เสด็จแม่ยอมให้เขานอนด้วย ตรัสว่ามีเขานอนด้วยแล้วไม่เหงา กลัวว่าหากคืนนี้ไป่เฉิงไปนอนที่ตำหนักเทียนตงของเสด็จพ่อ เสด็จแม่จะนอนเหงาอยู่ที่ตำหนักเพียงผู้เดียว

อีกอย่าง...ไป่เฉิงกลัวเสด็จแม่จะโกรธที่เขาไปกับเสด็จพ่อ จนไม่ยอมให้เขาไปนอนด้วยอีก ช่วงนี้เสด็จแม่ยิ่งไม่ชอบหน้าเสด็จพ่ออยู่ด้วย

“...”

“ได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อ”

“หากนางอยากให้เจ้าไปนอนด้วย ก็ให้นางมารับเจ้าที่ตำหนักของพ่อ”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق
تعليقات (1)
goodnovel comment avatar
A James
เอาไว้ลงจบค่อยเข้ามาอ่านนะคะ กลัวโดนเท...
عرض جميع التعليقات

أحدث فصل

  • ฝ่าบาท ท่านช่วยไปไกลๆข้าที   44. ตอนพิเศษ : ผู้ใดมันกล้า (2)

    “เจ้า! เสด็จพี่ใหญ่ เจ้าคนนั้นที่แย่งหยกข้าไปจนมันแตกหัก” เสียงเล็กพูดขึ้นมาดังพอควร ทำให้คนรอบข้างต่างก็หันมอง“เสี่ยวซินนั่นองค์รัชทายาทแคว้นตงหลี่ ชี้หน้าเขาเช่นนั้นมิได้” ไป่เฉิงจับมือน้องสาวลง พลางค้อมศีรษะเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าอาหลานฝั่งตรงข้ามมองมาทางนี้เช่นกัน“รัชทายาทหรือ ตะ แต่นิสัยเขาแย่มากเลยนะเพคะ พี่รอง พี่สาม พี่สี่ พี่ห้า” ซินหรานหันไปกะพริบตาปริบๆ ทำตัวให้น่าสงสาร“เป็นรัชทายาทแล้วอย่างไร ไร้ความเป็นสุภาพบุรุษเช่นนี้ ก็ต้องโดนดีเสียบ้าง”“จริงอย่างพี่รองว่า ท่านจะทำอันใดข้าเอาด้วย” พี่ชายทั้งสี่เห็นน้องสาวกลับเข้าวังมาร้องห่มร้องไห้ตาแดง เอ่ยว่าของขวัญที่จะให้เสด็จแม่เสียหายไปเพราะชายผู้หนึ่ง ในเมื่อรู้แล้วว่าเป็นใครที่ทำน้องสาวร้องไห้ ย่อมต้องโดนดีเสียบ้าง“อย่าทำสิ่งใดที่เป็นอันตรายเล่า แคว้นตงหลี่มีสัมพันธ์อันดีกับเรามาโดยตลอด”“พี่ใหญ่วางใจ พกข้าเพียงเล่นสนุกขำๆ เท่านั้น” สี่พี่ชายกับน้องสาวอีกหนึ่ง แอบแวบออกมาอยู่สวนหลวง หลังจากที่พิธีการเสร็จสิ้น ซินหรานมองผ้าเช็ดหน้าที่ตนเองปักลายเองให้เป็นของขวัญพระมารดาแทนกำไลหยกที่ตั้งใจซื้อพอเข้าช่วงสังสรรค์ ซินหรานก็แอบกระ

  • ฝ่าบาท ท่านช่วยไปไกลๆข้าที   43. ตอนพิเศษ : ผู้ใดมันกล้า (1)

    ‘อยากรู้นักว่าผู้ใดมันกล้าแตะต้องแก้วตาดวงใจของคนแคว้นต้าหยาง’แคว้นต้าหยางในหลายสิบปีที่ผ่านมา เจริญรุ่งเรืองทั้งการค้า การทหาร และอยู่ดีมีสุข เหตุผลหลักคงเพราะสถาบันกษัตริย์ที่เข้มแข็งและรักราษฎร ขุนนางคนใดคิดฉ้อฉลคดโกงประชาชนล้วนถูกลงโทษจนผู้อื่นมิกล้าเอาเป็นเยี่ยงอย่างเหล่าองค์หญิงองค์ชายในราชวงศ์เจิ้งต่างก็เป็นที่รักของคนในแคว้น โดยเฉพาะองค์หญิงเพียงคนเดียวของราชวงศ์ เจิ้งซินหราน“เสี่ยวถัง เจ้าว่ากำไลหยกวงนั้นเป็นอย่างไร เหมาะกับเสด็จแม่หรือไม่”“เหมาะกับฮองเฮายิ่งนักเพคะ” บ่าวสาวพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย“พ่อค้า ข้าเอาวงนั้น-”“พ่อค้า ข้าเอาวงนี้-” สองเสียงดังประสานขึ้นพร้อมกัน ตำแหน่งที่ชี้ไปก็เป็นตำแหน่งเดียวกัน ชายหนึ่งหญิงหนึ่งเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงเด็กสาววัยเพียงสิบห้าหนาวสบสายตากับเด็กหนุ่มที่สวมเสื้อผ้าเนื้อดี ทว่าลวดลายและรูปแบบของเสื้อผ้านั้นแปลกตา ราวกับมิใช่คนแคว้นต้าหยาง“ขออภัยคุณชาย ข้ายืนดูอยู่นานแล้ว”“แต่ข้าหยิบก่อน” เด็กหนุ่มผู้นั้นหยิบฉวยเอากำไลหยกที่ซินหรานอยากได้ไปต่อหน้าต่อตา ช่างเป็นกิริยาที่ต่ำนัก“ไร้มารยาท ข้ายืนมองก่อนแล้ว ต่อรองกับพ่อค้าก่อนเจ้าเสีย

  • ฝ่าบาท ท่านช่วยไปไกลๆข้าที   42. ไม่เสียดาย (2) จบบริบูรณ์

    งานเลี้ยงสังสรรค์การแต่งงานของบ้านสกุลหม่าเป็นไปอย่างครึกครื้นและยิ่งใหญ่ ชาวบ้านต่างเอ่ยว่าจัดงานได้ดีทัดเทียมงานแต่งของเชื้อพระวงศ์ ถึงขั้นมีฮ่องเต้และฮองเฮาที่กำลังตั้งครรภ์มาร่วมงาน“พวกเขาดูมีความสุขมาก” ชายหญิงนั่งรถม้ามุ่งหน้าไปหอเลี่ยงซีตามที่หนิงจินได้เอ่ยขอไว้ตั้งแต่แรก ข้างกันมีเด็กชายที่จริงจังกับการแก้กลเครื่องเล่นไม้ที่ได้จากแม่ทัพเติ้ง“อืม วันเวลาผ่านไปเร็วเสียจริง ยังจำได้ตอนที่พี่ไปเจรจากับท่านแม่ทัพ เพราะหม่าซานดันปีนกำแพงเข้าไปหาซูหลินถึงในเรือนสกุลเติ้ง”“คิก มิคิดว่าคนเงียบขรึมเช่นองครักษ์หม่าจะถูกพิษรักเล่นงานได้ถึงเพียงนี้”“เรื่องพิษรักต้องถามเจ้ามิใช่หรือ” คนเอ่ยค่อนแคะถูกตีไปหนึ่งที อวี่เกอก็เป็นเช่นนี้ มักเอาเรื่องเก่ามาเย้าแหย่นางอยู่เรื่อย“ตอนนี้หม่อมฉันมิได้มัวเมาแล้วเพคะ เสี่ยวไป่ไปกันเถิด ท่านป้ารอแล้วกระมัง” ว่าเพียงเท่านั้นว่าที่มารดาก็เดินลงรถม้าไป ทิ้งให้ชายหนุ่มที่พึ่งจะเข้าใจความหมายของประโยคนั้น ถึงกับนั่งเหม่อ“นางเอ่ยเช่นนั้น มิใช่หมายความว่าไม่รักข้าแล้วหรอกหรือ...จะ จินเอ๋อร์ รอพี่ก่อน” ขาแกร่งรีบสาวเข้าใกล้ร่างท้วม รวบตัวพยุงแม่ของลูกให้เด

  • ฝ่าบาท ท่านช่วยไปไกลๆข้าที   41. ไม่เสียดาย (1)

    ‘แม้จะเสียเวลา แต่ข้ากลับรู้สึกว่าคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม’กำไลหยกในกล่องไม้ถูกหยิบขึ้นมาเชยชมอีกครั้ง เมื่อถึงวันครบรอบการตายของเสิ่นตงเป่า ปีที่แล้ว วันนี้เป็นวันที่เจิ้งเฟยอวี่และเสิ่นหนิงจินแทบล้มทั้งยืน เมื่อได้รับรายงานจากหม่าซานว่ามารดาและบิดาของพวกเขาจบชีวิตลงที่อารามหลิงเซียนพวกเขาผ่านเวลานั้นมาอย่างยากลำบาก ต่างคนก็ต่างเข้าใจเหตุผลของเรื่องราวในวันนั้นดี ท่านพ่อได้ลบล้างความเจ็บแค้นที่อดีตสนมทำไว้กับครอบครัว และจบชีวิตของตนเองลง“พวกเขามิคิดถึงข้าเลยสักนิด”“ฮองเฮาอย่าได้เอ่ยเช่นนั้นเลยเพคะ นายท่าน ฮูหยิน และคุณชายต่างก็รักฮองเฮาของหม่อมฉัน” แม่นมซูกล่าวปลอบใจ“อืม อย่างน้อยท่านพ่อก็ยังทิ้งของดูต่างหน้าไว้ให้ข้า...ช่วยเอาไปเก็บให้ข้าที” หนิงจินยื่นกล่องกำไลให้นางกำนัลเอาไปเก็บหากเอ่ยว่าไม่น้อยใจก็คงโกหก แม้จะได้รับการดูแล เลี้ยงดูอย่างดี แต่ก็ไม่เหมือนกับที่พี่ใหญ่ได้รับ นางยังเคยนึกน้อยเนื้อต่ำใจที่เกิดเป็นหญิงแต่ยังดีที่พี่ชายของนางแสนดีเป็นที่สุด“ทำสิ่งใดอยู่หรือ”“ฝ่าบาท” หนิงจินลุกขึ้นคำนับสวามี ข้ารับใช้ในตำหนักรู้ความ รีบลุกออกไปด้านนอกทันที ไม่ต้องรอให้ฝ่าบาทไล่เหมื

  • ฝ่าบาท ท่านช่วยไปไกลๆข้าที   40. มิเคยต้องการ (2)

    “เจิ้งฟานเฉิงผู้นั้น เขาขวางทางของลูก”“พ่ะย่ะค่ะ!?”“แม่เพียงจัดการมิให้เขาขัดวาสนาเจ้าก็เท่านั้น” สายตาของเสวียนฟางว่างเปล่าจนน่ากลัว นางเอ่ยความผิดมหันต์นั้นออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับเป็นการไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบทั่วไป“เสด็จแม่ หมายความว่าเช่นไร ลูกมิเคยต้องการนั่งบัลลังก์”“ก็เพราะเป็นเช่นนั้น เขาจึงต้องตาย! หากไม่แล้ว เจ้าก็จะยอมอยู่เป็นเงาของเขาตลอดไป เสด็จพ่อของเจ้าลำเอียง ทั้งที่เจ้ามีความสามารถมากกว่า สร้างคุณงามความดีให้บ้านเมืองมากมาย แต่กลับยกบัลลังก์ให้ฟานเฉิง” ความในใจของเสวียนฟางถูกกล่าวออกมาจนหมด สีหน้าที่เรียบเฉย บัดนี้เต็มไปด้วยความโกรธเคืองเสวียนฟางเป็นสนมขั้นหวงกุ้ยเฟย นางเป็นรองเพียงฮองเฮา โอรสของนางมีสิทธิ์ได้รับตำแหน่งรัชทายาท ทันทีที่ฮองเฮาสิ้นพระชนม์ นางคิดว่าตนเองจะได้ขึ้นครองตำแหน่งนั้นแทน แต่กลับเป็นมารดาของฟานเฉิงที่เป็นเพียงเฟย ได้รับแต่งตั้งขึ้นเป็นฮองเฮาแทนที่จะเป็นนางเพราะความไม่เป็นธรรมนี้ โอรสของนาง จึงกลายเป็นเงาของฟานเฉิงผู้เป็นพี่ชายมาโดยตลอด ทั้งที่ตำแหน่งรัชทายาทควรเป็นของอาอวี่ต่างหาก“...”“แต่อันที่จริง จะว่าแม่สังหารเขาก็ไม่ถูก เพราะแม่

  • ฝ่าบาท ท่านช่วยไปไกลๆข้าที   39. มิเคยต้องการ (1)

    ‘สุดท้ายแล้วกลายเป็นข้าที่ทำให้ท่านต้องตายหรือ’ขันทีเหล่ยลู่เปียวยืนมองแผ่นหลังของนายเหนือหัว ที่บัดนี้เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง หลังจากตัดสินโทษ พระราชทานผ้าแพรขาวให้กับเพ่ยไทเฮา ฝ่าบาทก็มีอาการเช่นนี้“ท่านขันที ฝ่าบาทเป็นอย่างไรบ้าง”“ยืนเหม่อมานานกว่าชั่วยาม (2 ชั่วโมง) แล้วพ่ะย่ะค่ะ ฮองเฮา” เหล่ยลู่เปียวเห็นว่าเจ้าของดวงใจจักรพรรดิเดินเข้ามา จึงรีบรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง“ท่านขันทีไปพักเถิด ข้าจะไปพูดคุยกับฝ่าบาทเอง” หนิงจินรู้เรื่องราวของเพ่ยไทเฮาจึงไม่แปลกใจ เพราะอย่างไรเสียเพ่ยไทเฮาก็มิได้มีเรื่องบาดหมางกับอวี่เกอมาก่อน คงรู้สึกไม่ดีที่ต้องตัดสินโทษเช่นนั้น“ยืนรับลมเย็น ประเดี๋ยวจะประชวรเอาได้นะเพคะ”“จินเอ๋อร์...เจ้าต่างหากที่จะไม่สบาย เดินฝ่าหิมะมาได้อย่างไร” เจิ้งเฟยอวี่ปัดเกล็ดหิมะที่เกาะตามผ้าคลุมขนสัตว์ออก ก่อนจะหันไปปิดหน้าต่าง เพราะกลัวคนรักจะหนาว“หม่อมฉันเป็นห่วงเพคะ กลัวฝ่าบาทจะคิดมากเรื่องไทเฮา อย่าได้รู้สึกผิดไปเลยนะเพคะ ถือเสียว่าทวงความยุติธรรมให้เฉิงเกอและพี่ใหญ่”“พี่มิได้รู้สึกผิดเรื่องนั้น เพ่ยเหมยเหลียนสมควรได้รับโทษตาย”“แล้วเรื่องอันใดกันเพคะ เหตุใ

  • ฝ่าบาท ท่านช่วยไปไกลๆข้าที   27. ข้าผิดเองทั้งหมด (1)

    ‘ข้ามิได้ต้องการฮองเฮาที่ดี ข้าต้องการเพียงจินเอ๋อร์คนเดิม’เปลือกตาสีสวยกะพริบถี่ ฝืนลืมตาขึ้นมาด้วยความหนักอึ้งในหัว ดูจากม่านที่คลุมเตียงจึงรู้ว่าตนเองมิได้อยู่ที่ลานชมจันทร์และแน่นอนว่ามิใช่ตำหนักกวนผิงของนางอย่างแน่นอน“ตื่นแล้วหรือ เป็นอย่างไรบ้าง”“...”“เจ้าเป็นไข้ ข้าจึงเรียกหมอหลวงมาดู เจ

    last updateآخر تحديث : 2026-03-26
  • ฝ่าบาท ท่านช่วยไปไกลๆข้าที   26. เผลอทั้งใจ เผลอทั้ง... (2)

    “มะ มิได้เริ่ม ฝ่าบาทหมายความว่าอย่างไรเพคะ” หนิงจินไม่ได้รับคำตอบเป็นคำพูด แต่กลับได้ประจักษ์แก่สายตาว่าสงครามครานี้พึ่งจะเริ่มจริงๆแท่งเนื้อที่แข็งขืนถูกนำออกมาจากกางเกงเนื้อดี มือใหญ่ชักรูดมันต่อหน้าต่อตาสตรีงามอย่างหน้าไม่อาย ก่อนที่ร่างสูงจะล้มตัวลงนอนตะแคงอยู่ข้างหนิงจินแขนข้างหนึ่งของฮ่องเ

    last updateآخر تحديث : 2026-03-26
  • ฝ่าบาท ท่านช่วยไปไกลๆข้าที   24. ทำให้เดือดร้อน (2)

    “ฮองเฮา พวกนางกำนัล-” อู่เต๋อคุนทำหน้าตื่นวิ่งเข้ามาในโถง“เจ้าดูทางนี้ เรียกหมอหลวงมาดู หากพวกเขาไม่มาก็นำหมอจากนอกวังเข้ามา” ว่าเพียงเท่านั้น ร่างบางก็ฮึดฮัดจะมุ่งหน้าไปตำหนักเทียนตง ก็ถูกเต๋อคุนรั้งไว้ เอ่ยว่าแม้ฝ่าบาทจะรู้ว่าฮองเฮาออกไปด้านนอกมา แต่คนในวังไม่ควรรับรู้เรื่องนี้ มิเช่นนั้นเรื่องจ

    last updateآخر تحديث : 2026-03-25
  • ฝ่าบาท ท่านช่วยไปไกลๆข้าที   22. หัวหลุดจากบ่า (2)

    “เจ้าเด็กตาโตนี่เป็นใคร ลูกเจ้าหรือ”“เจ้าค่ะ นี่ไป่เฉิง บุตรชายของข้าเอง” มือเรียวลูบแผ่นหลังเล็ก แนะนำให้พี่สาวได้รู้จัก“เหมือนบิดาหรือ อุ้มท้องเสียเปล่า มิได้เจ้ามาสักเสี้ยว”“มิใช่หรอกขอรับ มารดาผู้ให้กำเนิดข้าอยู่บนสวรรค์แล้วขอรับ ส่วนเสด็จแม่เป็นมารดาที่เลี้ยงดูข้า ดูแลข้ามาตั้งแต่เด็กเลยขอร

    last updateآخر تحديث : 2026-03-24
فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status