LOGINนางกำนัลน้อยเอาแต่ซุกกอดพระนางเซี่ย ลืมหน้าที่ตัวเองไปซะสนิท ปล่อยให้เจ้านายรอจนพระพักต์บึ้งตึงอย
“ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้เลยนะ ปะ...ปล่อยนะ มิ้นต์บอกว่าให้ปล่อย!” ริมฝีปากแดงระเรื่อเม้มเข้าหากันแน่นอย่างขัดเคืองระคนขัดเขิน มินตราพยายามดิ้นพยศอยู่ในอ้อมอก เฉินหลงเทียนจึงอดใจไม่ไหว ต้องขอจุมพิตฝากรอยที่แก้มนวลเปล่งปลั่งจนเธอหลบไม่ทัน“อย่า!”น้ำเสียงคำรามดุเดือดเบาราวกับเสียงกระซิบและสายตาเกรี้ยวกราด ช่วยหยุดพักตร์คมสง่าที่กำลังคุกคามใกล้เรียวปาก มินตราเหลียวมองซ้ายขวาอย่างหวาดระแวง เพราะเธอยังคงมองเห็นเงาคนอื่นวูบไหวอยู่ภายนอก หากถูกพบเห็นเข้าก็คงมิกล้าสู้หน้าใครอีกเป็นแน่ เฉินหลงเทียนจึงได้แต่สรวลให้สาวขี้อาย“บอกเหตุผลที่เจ้าตามเรามาก่อนสิ” พระสุรเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเอื้อนแว่วหวาน ดวงเนตรส่องประกายความรักในใจแผ่หยด มินตรานิ่งอึ้งตกอยู่ในภวังค์ราวกับไม่เข้าใจคำถาม เดือดร้อนให้พระองค์ต้องรับสั่งถามซ้ำอีกรอบอย่างนึกขำ“มิ้นต์... เจ้ายังไม่ได้บอกเหตุผลแก่เรา” รับสั่งด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกจริงจัง และยังคงจ้องมองหญิงสาวด้วยความอ่อนหวานสุดแสนจะดูดดื่ม ใบหน้าหวานรูปไข่แดงก่ำจึงเสหลบสายตาช่างค้นหามองไปที่พื้นแทน&ld
ความห่วงใยที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความฮึดฮัดขัดเคือง พระองค์ทรงตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องเอานางมาอบรมสั่งสอนให้หลาบจำเสียให้เข็ด!ปัง!ฝาหีบไม้ถูกเปิดออกอย่างรวดเร็วอีกครั้งโดยฝีมือของอ๋องหนุ่ม แสงสว่างยามเย็นสาดส่องลงไปกระทบใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำกามเล็กน้อยที่มุมปาก ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ มองพระพักตร์ที่ถมึงทึงและบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิมของเฉินหลงเทียนเฉินหลงเทียนทรงโน้มพระวรกายลงไปใช้พระหัตถ์เท้าขอบหีบไว้ทั้งสองข้าง พระเนตรคมกริบจ้องเขม็งไปยังดรุณีตัวน้อยด้วยแววตาดุดัน คราวนี้พระองค์จะไม่ยอมใจอ่อนหรือหลงกลลูกไม้ตื้นๆ ของนางอีกแล้ว!"มิ้นต์! ยังไม่เข้าใจอีกหรือ!" เฉินหลงเทียนยังคงดุ แต่ลดน้อยลง พระโอษฐ์ขบเม้มด้วยความหงุดหงิด "รู้ตัวหรือไม่ว่าทำเรื่องบุ่มบ่ามขนาดไหนลงไป ถ้าเกิดทหารตรวจพบเข้า หรือเกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง เจ้าจะเป็นอย่างไร หืม?!"ทรงตั้งใจจะเอ่ยปากดุและเทศนาชุดใหญ่มินตราลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิแล้วก้มหน้างุดอยู่ในหีบ แม้พระองค์จะปิติที่ได้พบนางอีกครั้งเพียงใด แต่ภารกิจนี้ก็อันตรายนัก!“กลับไป เราไม่อยากเห็นหน้าเจ้า
บทที่ 54 เรือลำนี้สีชมพู หีบกล่องใหญ่หน้าตาธรรมดา แต่มีรูเจาะไว้โดยรอบ 4 รูเพื่อให้อากาศถ่ายเท มันไม่ได้ใช้บรรจุข้าวของอะไร แต่มีสิ่งล้ำค่าสำหรับอ๋องแคว้นเฉินจนมิสามารถประเมินราคาได้ มินตราแต่งกายในชุดหญิงชาวบ้านธรรมดาทั่วไป กำลังนอนหลับคุดคู้อยู่ภายในหีบแคบ ๆ สองมือกอดห่อผ้าที่เตรียมเสบียงกรังมาด้วยเรียบร้อย แต่เคี้ยวจนอิ่มหนังตาก็หย่อน เสียงกรนฟี้ ๆ ดังลอดออกมา ทำให้องครักษ์ที่คอยเดินตรวจตรานึกสงสัยนิดหน่อย แต่ก็เดินเลยผ่านไปมินตราตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เกือบเย็นด้วยความเมื่อยขบ เท้าเล็ก ๆ จึงเผลอยืดออกไปกระทุ้งผนังหีบเข้าจนเกิดเสียงดังตึงตัง เธอรีบอุดปากแล้วเกร็งตัวด้วยหวาดเสียวว่าคนข้างนอกจะรู้ แต่หลับตาปี๋เกร็งแน่นไปสักพักก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อแอบมองผ่านรูก็ไม่เห็นใครเลยยิ่งย่ามใจ คว้าผลไม้ออกมานอนเคี้ยวกร้วม ๆ แสนสบายใจฉับพลันฝาหีบก็ถูกเปิดออกอย่างรวดเร็วราวกับฟ้าผ่า!ใบหน้าหวานตื่นตะลึงและแสบตาจากแสงสว่างที่สาดเข้ามาทำร้าย ผลไม้ที่กัดไว้คาปากก็ร่วงผล็อยหล่นลงมา
ณ ท่าเรือหลวงหน้าพระราชวังแคว้นเซี่ย มีเรือสินค้าขนาดใหญ่พร้อมเรือบริวารอีก 2 ลำจอดเทียบท่า พร้อมที่จะออกเรือได้ทันทีตามพระบัญชา จวิ้นเหยาอ๋องและอิงฟ้าต่างมาส่งเสด็จอ๋องแคว้นเฉิน ทรงปลอมตัวเป็นพ่อค้าพุงพลุ้ยติดหนวดเคราปลอมรุงรัง และใช้สีทาผิวให้คล้ำขึ้นเพื่อความแนบเนียน แม้เฉินหลงเทียนจะพยายามสอดส่ายตาหานางผู้เป็นดวงใจ เพื่อกล่าวร่ำลาและฝากสัญญารักไว้ให้แน่นหนักสักครา แต่ก็ไร้วี่แววของนางจนสีหน้าหม่นหมองลงไป“นางคงโกรธเรามากใช่หรือไม่?... น้องเหม่ยอิง” รับสั่งถามเศร้าสร้อยยิ่งนัก แต่ความจริงก็คือความจริง“ไม่หรอกเพคะ อย่าคิดมากเลย มิ้นต์เข้าใจพระองค์ดี ตอนนี้ช้ามากแล้วโปรดรีบเสด็จเถิดเพคะ” อิงฟ้าจุมพิตและเร่งเฉินหลงเทียนให้เสด็จขึ้นเรือ เนื่องจากสายไปจากกำหนดการเดิมมากแล้ว เมื่อพระองค์เห็นว่าเปล่าประโยชน์ที่จะรอนางแล้วจึงยอมจากไปเสียที“ฝากบอกนางด้วยว่าเรารักนาง และจะรีบกลับมารับนางให้เร็วที่สุด” พระสุรเสียงมั่นคงจนอิงฟ้าพยักหน้ารับทราบและยิ้มปลื้มแทนเพื่อน แต่ก็แอบเพลีย ‘เป็นแม่สื่อแม่ชักนี่มันเหนื่อยจร
บทที่ 53 คนใจร้าย “ได้! เราจะช่วยเหลือพระองค์เอง มันช่างบังอาจนัก” จวิ้นเหยาตบเข่าดังฉาดใหญ่อย่างเจ็บแค้นแทนญาติผู้น้อง หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดอีกครั้งในเช้าวันรุ่งขึ้น “ขอบใจพี่ท่าน เราจะแสร้งทำเป็นป่วยหนักต่อไปจนต้องพักอยู่แต่ในตำหนัก แล้วลอบกลับไปกับทหารคนสนิทจำนวนหนึ่งก่อน ส่วนเหล่าขุนนางที่เหลือเราคงต้องทิ้งไว้ที่นี่เพื่อไม่ให้มันรู้ตัว เราจะให้พวกทหารติดตามทยอยลักลอบตามมาสมทบทีหลัง”เฉินหลงเทียนมาขอเข้าพบจวิ้นเหยาอ๋องเป็นการลับ พระเกศาดำขลับที่เคยเหยียดตรงสวยเป็นเงางาม บัดนี้กลับฟูฟ่องหยิกเป็นลอนคลื่นไปตามจังหวะเปียที่เพิ่งจะถูกแกะออกเมื่อเช้า ทำให้พระองค์อยากตีก้นมินตราและไล่เตะพวกลูกน้องเมื่อทรงทราบความจริง“เรื่องของนาง...เราอยากฝากให้ท่านดูแลจนกว่าเรื่องที่เมืองหลวงจะเรียบร้อย จะถือเป็นพระกรุณายิ่ง” เฉินอ๋องทรงตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ให้มินตราต้องไปเสี่ยงอันตรายโดยเด็ดขาด หากนางเป็นอะไรร้ายแรงขึ้นม
“ระวังจะเป็นแผนลวงให้ท่านไปติดกับของแม่ทัพคนนี้”คำตอบนี้ราวกับทะลุเปรี้ยงเข้าไปในสมองของชายหนุ่มจนนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ ในที่สุดสติก็กลับมาแจ่มใสสมบูรณ์เป็นปกติอีกครั้ง“ถูกของเจ้า... มิ้นต์ หากเจ้าไม่เอ่ยเตือนขึ้นมา เราก็คงไม่ทันคิด ข่าวที่ได้รับก็ส่งมาจากมันเพียงผู้เดียว ส่วนแม่ทัพขุนพลคนอื่น ๆ ต่างเงียบหายไม่มีข่าวคราว เรื่องในคราวนี้มันยังใช้เป็นข้ออ้างในการรวบรวมทัพจากหัวเมืองมาประชิดเมืองหลวงได้เป็นอย่างดี”ทรงคำรามอย่างคั่งแค้น ทรงเป็นถึงท่านอ๋องแต่กลับถูกแม่ทัพวางแผนปั่นหัวเล่น มินตรากลับดีดมะกอกใส่หน้าผากของพระองค์เสียก่อน“บ้ารึ! ตาบ๊อง ก็รู้อยู่ว่าเค้าวางกับดักไว้ยังจะเดินดุ่ม ๆ ไปหาอีก เราก็แกล้งวางแผนหลอกบ้างสิ ฮิฮิ ว่าแต่ถอนคำสั่งที่สั่งกับองครักษ์ไปเมื่อครู่ได้ทันหรือไม่ เร็วเข้า!” แม้จะไม่เข้าใจแต่ก็ทรงยอมทำตาม ฝ่ายตรงข้ามจึงยังไม่ได้รับแจ้งความเคลื่อนไหวใด ๆ จากพระองค์ทั้งสิ้น“ทำทีเป็นว่าจะทรงอยู่แคว้นเซี่ยต่อตามคำเชิญของจวิ้นเหยาอ๋องสักพักเพื่อรักษาอาการป่วยที่ยังไม่ทุเลา และต้องพูดคุยราชกิ







