LOGINเซียวจิ้นเหยียนหวังใช้ความดิบเถื่อนของตนรังแกสตรีผู้อ่อนแอที่ถูกส่งมาแต่งงานกับเขา ให้นางหวาดกลัวจนหนีไป แต่ความดุดันและใหญ่โตนั้นดันถูกใจสตรีหื่นเงียบ "ท่านพี่..คืนนี้ก็รุนแรงกับข้าอีกนะเจ้าคะ"
View Moreแสงเทียนมงคลสีแดงในห้องหอสาดส่องวูบไหว สะท้อนเงาของสองร่างที่กำลังพัวพันกันอยู่บนเตียง ทว่าบรรยากาศภายในห้องหอกลับไร้ซึ่งความอ่อนหวานทะนุถนอมอย่างที่ควรจะเป็น
ไม่มีการร่วมดื่มสุรามงคล ไม่มีการกล่าวคำสาบานผูกผมร่วมบาน เซียวจิ้นเหยียนราชครูผู้ได้ฉายาว่าหมาบ้าแห่งราชสำนักไม่คิดจะทำตามธรรมเนียมอันน่ารำคาญเหล่านั้น มือแกร่งกระชากชุดอาภรณ์สีแดงสดที่เสนาบดีเจิ้งสั่งตัดเย็บอย่างประณีตให้บุตรีจนขาดวิ่น เสียงผ้าฉีกขาดดังก้องกังวานในความเงียบ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะโถมทับลงมาบดขยี้ริมฝีปากบางอย่างรุนแรงและป่าเถื่อน เขาตั้งใจจะลงทัณฑ์สตรีผู้นี้ให้หวาดกลัว ตั้งใจจะสั่งสอนให้นางล่วงรู้ว่าตำแหน่งฮูหยินราชครูนั้นมันไร้ซึ่งสิ่งที่เรียกว่าความรัก ไร้ซึ่งความสุขสมและไร้ซึ่งความเมตตา เขาพลิกตัวให้นางนอนคว่ำ ก่อนจะดึงรั้งหมอนมารองเอาไว้เพื่อสะโพกของนางโก่งขึ้น ก่อนที่เซียวจิ้งเหยียนจะจับเข้าที่กลางลำแกร่ง เคาะตรงรอยแยก ตีรอบรูอุ่นแล้วสอดทแยงเข้าไปด้านในครั้งเดียวจนสุดลำแท่ง เขาควงเอวไปรอบๆ ส่ายไปส่ายมาในร่องรัก บดคลึงเป็นวงกลม เนื้อก้นของนางสั่นกระเพื่อมเมื่อถูกฝ่ามือตีกระทบ อีกไม่นานจะต้องขึ้นริ้วแดงแน่ๆ ขาแกร่งล้อมอยู่ด้านนอก กระทั้นกายเข้าไปอย่างรุนแรงจนสตรีใต้ร่างรับไม่ไหว นางร้องคราง กดหน้าซบลงบนหมอน เข่าดึงเบียดชิดเข้าหากันด้วยความเสียดเสียวที่ปะทุอย่างรุนแรง เส้นผมที่นุ่มสลวยเริ่มยุ่งเหยิง ทั้งหมดตกอยู่ในสายตาของเซียวจิ้นเหยียนปรากฏเป็นทิวทัศน์ที่งามล้ำ เขาเปิดเปลือกตาขึ้น นัยน์ตาคมกริบดุจสัตว์ร้ายจดจ้องมองใบหน้างดงามของสตรีที่หลับตาอยู่ใต้ร่างด้วยแววตาหยามหยัน "มารยาทของสตรีในห้องหอ ตระกูลเจิ้งคงมิได้สั่งสอนเจ้ามาสินะ ถึงได้ร้อนรนพร้อมอ้าขาให้บุรุษถึงเพียงนี้" วาจาหยาบโลนถูกเอื้อนเอ่ยออกมากระทบโสตประสาท ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะฟาดลงบนสะโพกกลมกลึงอย่างไม่ออมแรง "เพี้ยะ!" เสียงฝ่ามือกระทบผิวเนื้อดังลั่น พร้อมๆกับที่แก่นกายใหญ่โตดุดันกระแทกกระทั้นจ้วงแทงเข้ามาในช่องทางคับแคบอย่างรุนแรง ไร้ซึ่งความปรานีหรือการเล้าโลมใดๆเขาไม่คิดจะออมกำลังแม้แต่น้อย แม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกของนาง เซียวจิ้นเหยียนโหมกระหน่ำสอดใส่เข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่าในท่วงท่าที่แสนประหลาดและลึกล้ำ ฝ่ามือกร้านศึกอีกข้างของเขายื่นมาบีบลำคอระหงของนางเอาไว้ ออกแรงกดหนักหน่วงจนร่างบางแอ่นโค้ง เซียวจิ้นเหยียนขยับกายเข้าหาอย่างบ้าคลั่งขณะที่มือก็บีบคอนางแน่นขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะก้มลงมากระซิบชิดใบหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "อย่างน้อยก็ยังดีที่เจ้างดงาม.." "อ๊ะ..อื้อ.." ดวงตากลมโตของเจิ้งลั่วอีเบิกกว้าง หางตาของนางคลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำตาสีใสก่อนจะไหลรินลงมาอาบแก้มสองข้าง ร่างบอบบางสั่นสะท้านไปตามแรงกระแทก ใบหน้างดงามแดงซ่าน ทั้งอึดอัดจากการถูกบีบรัดและจุกเสียดจากการถูกรุกล้ำอย่างป่าเถื่อน เซียวจิ้นเหยียนมองหยาดน้ำตาของสตรีใต้ร่างด้วยความพึงพอใจ เขาคิดว่านางกำลังแตกสลายและหวาดกลัวเขาจนถึงขีดสุด ..ทว่าหมาบ้าแห่งราชสำนักหารู้ไม่ ว่าภายใต้ดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตาและใบหน้าที่ดูเหมือนกำลังเจ็บปวดทรมานนั้น ภายในใจของเจิ้งลั่วอีกลับกำลังเบิกบานและกรีดร้องด้วยความสุขสม สวรรค์! ใหญ่โต..ใหญ่โตมาก! แถมยังดุดันถึงใจสุดๆ! อดีตเด็กกำพร้าที่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างคุณหนูผู้อ่อนหวานแอบลอบกลืนน้ำลายในใจ วันๆที่นางเอาแต่หมกตัวร่ำเรียนอยู่ในจวนตามคำสั่งบิดา ใครเล่าจะรู้ว่าความลับของนางคือการสะสมและอ่านปกขาวอย่างบ้าคลั่ง นางเฝ้าฝันมาตลอดว่าสามีในอนาคตจะต้องเป็นบุรุษที่เก่งกาจและดุดันในเรื่องบนเตียง คาดคิดเอาไว้ไม่มีผิด ราชครูเซียวผู้นี้ช่างตรงตามความต้องการของนางทุกกระเบียดนิ้ว เขาทั้งรุนแรง ป่าเถื่อน และใหญ่โตสาแก่ใจนางยิ่งนัก! เมื่อแสงอรุณแรกของวันใหม่มาเยือน แทนที่เจิ้งลั่วอีจะลืมตาขึ้นมาพร้อมกับคราบน้ำตาแห่งความเสียใจเฉกเช่นสตรีทั่วไปที่ถูกย่ำยี ทว่าบนใบหน้างดงามที่ซุกอยู่กับหมอนกลับเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ การแต่งงานครานี้..เห็นทีว่าชีวิตของนางจะมีความสุขและสมหวังที่สุดแล้ว ในอนาคตอันใกล้นี้ ท่านพี่จะทำกับนางริมระเบียง ในห้องหนังสือ และในรถม้าด้วยใช่หรือไม่เซียวจิ้นเหยียนทอดสายตามองสตรีที่นอนสั่นสะท้านอยู่ใต้ร่าง แววตาของเขาที่เคยมืดมิดและเย็นเยียบ บัดนี้กลับถูกจุดประกายด้วยไฟแห่งความปรารถนาอันลึกล้ำ ฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านจากการจับดาบและกรำศึก บัดนี้กลับลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าของเจิ้งลั่วอีด้วยความแผ่วเบาและทะนุถนอมอย่างหาตัวจับยาก เขาลากปลายนิ้วร้อนผ่าวจากหน้าท้องแบนราบ เลื่อนต่ำลงไปเรื่อยๆ ก่อนจะแยกเรียวขาขาวผ่องของนางออกกว้างแทนที่เขาจะใช้ความใหญ่โตของตนเองครอบครองนางในทันที ชายหนุ่มกลับโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงไปซุกไซ้ที่หว่างขาของนาง"อ๊ะ..ทะ..ท่านราชครู"ลั่วอีเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ทว่ายังไม่ทันที่นางจะเอ่ยห้าม เซียวจิ้นเหยียนก็สัมผัสนางด้วยความแผ่วเบา ก่อนจะใช้เกลียวลิ้นร้อนชื้นตวัดเลียลงไปบนปากทางเข้าที่ปิดสนิทโดยตรงปลายลิ้นสากที่ปาดเลียลงไปเบาๆ ราวกับกำลังลิ้มรสหยาดน้ำค้างบนกลีบดอกไม้นั้น ทำเอาร่างกายของเจิ้งลั่วอีคล้ายกับถูกกระแสไฟฟ้าแล่นปราดไปทั่วสรรพางค์กาย เลือดลมทั่วทั้งร่างพุ่งทะยานและไหลมากระจุกอยู่ในตำแหน่งเดียว ความรู้สึกเสียวซ่านและรัญจวนใจอย่างรุนแรงโจมตีจนสติสัมปชัญญะของนางแทบจะหลุดลอย"อ๊า..อื๊ออ.."ลั่วอีจิ
เมื่อเห็นอาการลังเล สองแก้มแดงปลั่งและดวงตากลมโตที่สั่นระริกราวกับลูกกวางน้อยหลงทางของสตรีตรงหน้า เซียวจิ้นเหยียนก็ไม่ได้บีบคั้นนางด้วยวาจาอีกต่อไป ชายหนุ่มเพียงแค่ตวัดท่อนแขนแกร่งช้อนร่างบอบบางของเจิ้งลั่วอีขึ้นมาอุ้มไว้แนบอกอย่างง่ายดายราวกับอุ้มปุยนุ่น"อ๊ะ! ท่านราชครู.."ลั่วอีแสร้งอุทานด้วยความตกใจ สองแขนเรียวรีบยกขึ้นคล้องลำคอหนาของเขาเอาไว้ตามสัญชาตญาณ ทว่าภายในใจของนางกำลังจุดพลุเฉลิมฉลองดังกึกก้อง ทะ..ท่าอุ้มเช่นนี้ กรี๊ดด! แผงอกของเขาช่างแน่นและอบอุ่นเหลือเกินเซียวจิ้นเหยียนอุ้มนางเดินลึกเข้าไปยังห้องปีกข้างซึ่งถูกจัดเตรียมไว้เป็นห้องนอนส่วนตัวของเขา บรรยากาศภายในห้องนอนนั้นเรียบง่ายทว่าแฝงไปด้วยความขรึมขลังและดุดัน มีเตียงนอนขนาดใหญ่โตตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง ปูทับด้วยฟูกหนานุ่มและผ้าไหมสีเข้ม และแม้แต่ในห้องนอนแห่งนี้ ก็ยังมีชั้นวางหนังสือและตำรามากมายวางเรียงรายเอาไว้แทบทุกมุมห้อง สมแล้วที่เขาคือท่านราชครูผู้ปราชเปรื่องและกุมอำนาจทางการศึกษาของแคว้นชายหนุ่มวางร่างของนางลงบนเตียงนอนอันกว้างใหญ่อย่างทะนุถนอมผิดกับนิสัยหมาบ้าของเขา ลั่วอีช้อนสายตาที่ฉ่ำปรือขึ้นมองหน้าเขา ใ
บนหอตำราอันกว้างใหญ่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและหมึกที่ลอยอบอวล เซียวจิ้นเหยียนยืนเอามือไพล่หลัง ทอดสายตาคมกริบผ่านบานหน้าต่างไม้แกะสลักลงไปยังเบื้องล่าง เขามองเห็นร่างบอบบางในชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนของเจิ้งลั่วอี กำลังก้าวเดินตามหลังค่อมๆของพ่อบ้านหลี่ไปตามระเบียงทางเดินริมสระบัวอย่างแช่มช้อยในจังหวะนั้นดรุณีน้อยหันไปมองกอบัวที่กำลังชูช่อ นางยกยิ้มขึ้นมาบางเบา..รอยยิ้มนั้นสว่างไสว บริสุทธิ์และนับได้ว่างดงามมากจริงๆนั่นแหละ งดงามเสียจนมันขัดแย้งกับโลกอันมืดมิดและเต็มไปด้วยคาวเลือดของเขาชายหนุ่มถอนหายใจออกมาแผ่วเบา สลัดความรู้สึกประหลาดในอกทิ้งไป ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปที่หน้าชั้นวางตำราไม้จันทน์แดง เขากวาดสายตาไล่ไปตามสันหนังสือ หมายจะเลือกตำรามาอ่านสักเล่มเพื่อดับความฟุ้งซ่าน เรื่องลั่วอีถูกญาติผู้พี่รังแกที่ไท่ซานรายงานเมื่อวาน กลับทำให้เขานึกย้อนไปถึงบางสิ่งที่เขาเกลียดชังที่สุดเขารู้ดี..รู้ดีกว่าใครทั้งหมดว่าคนอ่อนแอนั้นมันไร้หนทางเลือกเพียงใดเพราะตัวเขาเอง ก็เติบโตมากับความอ่อนแอและน่าสมเพชเช่นนั้น มารดาของเขาเป็นเพียงอนุภรรยาที่มีรูปโฉมงดงาม ทว่ากลับมีจิตใจที่บิดเบี้ยวแล
ยามเช้าตรู่ของวันต่อมา บรรยากาศหน้าประตูจวนเสนาบดีตระกูลเจิ้งคึกคักและวุ่นวายยิ่งกว่าเทศกาลเฉลิมฉลองใดๆ เสียงฆ้องและกลองป๋องแป๋งดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งถนนสายหลักของเมืองหลวง ดึงดูดให้ชาวบ้านร้านตลาดต่างพากันมาชะเง้อคอมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นขบวนสินสอดทองหมั้นจากจวนราชครูเซียวทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ราวกับมังกรสีแดงที่เลื้อยพาดผ่านใจกลางเมือง หีบไม้จันทน์แดงเคลือบเงานับร้อยใบถูกหาบเข้ามาวางเรียงรายจนแทบจะล้นลานกว้างของจวน ภายในบรรจุไปด้วยทองคำแท่งสุกปลั่ง ผ้าไหมทอลายหายากจากแดนใต้ อัญมณีล้ำค่า เครื่องประดับหยกเนื้อดีและโฉนดที่ดินอีกนับไม่ถ้วน ความยิ่งใหญ่และหรูหราอลังการนี้ สมกับฐานะของบุรุษผู้มีอำนาจล้นฟ้าและเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้อย่างแท้จริงทว่าท่ามกลางบรรยากาศแห่งความปีติยินดีนั้น กลับมีสตรีผู้หนึ่งยืนกำหมัดแน่นอยู่หลังเสาเรือนด้วยความริษยาที่แผดเผาอยู่ในอกเสิ่นไป๋จื่อจ้องมองหีบสินสอดเหล่านั้นจนตาแทบถลน ดวงตาเรียวรีของนางแดงก่ำไปด้วยความอิจฉาและไม่ยินยอมทำไมกัน! ทำไมเจิ้งลั่วอีถึงได้แต่งงานกับชายผู้มีอำนาจล้นฟ้าอย่างท่านราชครูเซียวกันนะ!นางกัดริมฝีปากจนห้อเลือด สตรีที่เอาแต











