LOGINเยี่ยนจิ่งหลิงมีท่าทีตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เขารีบผลักเว่ยหลีให้ออกห่างจากตัว เมื่อก้มลงมองก็พบว่าเจ้าหนอนน้อยที่หว่างขาของเขามันกำลังแข็งชูชันท้าทายสายตาของเว่ยหลีอยู่จริงๆ ชายหนุ่มใบหน้าแดงก่ำ ก่อนจะชี้หน้าด่าเว่ยหลีทันที
“เจ้ามันต่ำช้า แพศยา หน้าด้านไร้ยางอาย!”
เว่ยหลีถึงกับกรอกตาไปมาหนหนึ่ง พลางคิดในใจว่าตนเองแข็งเองแล้วยังจะมาโทษคนอื่นอีก
“ฝ่าบาท หนอนของพระองค์ทรงแข็งเองนี่เพคะ หม่อมฉันไม่ได้เป็นคนทำเสียหน่อย เอ๋? หรือว่าพระองค์ยังทรงตัดใจจากหม่อมฉันไม่ได้ จึงแข็งสู้มือเช่นนี้”
“เจ้าหุบปากเดี๋ยวนี้ หึ! ข้าคิดเอาไว้แล้ว สตรีเช่นเจ้ามันเป็นคนดีไม่ได้หรอก เดิมทีคิดว่าไปอยู่ในตำหนักเย็นแล้วจะทำตัวดีขึ้น กลับทุเรศยิ่งกว่าเดิม ต่อไปนี้เจ้าไม่ต้องไปอยู่ที่ตำหนักเย็นแล้ว มาเป็นนางกำนัลรับใช้อยู่ที่ตำหนักของข้า ข้าจะดัดนิสัยเสียของเจ้าเอง”
ดัดตัวเองก่อนเถอะ!
เว่ยหลีลอบก่นด่าเยี่ยนจิ่งหลิงอยู่ในใจ นางไม่อยากจะสนใจเขาอีก เยี่ยนจิ่งหลิงพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับโทสะของตนเอง ก่อนจะเอ่ยเรียกคนที่อยู่ข้างนอก
“ใครอยู่ข้างนอก ไสหัวเข้ามานี่!”
ไม่นานก็มีนางกำนัลและขันทีเดินเข้ามา เยี่ยนจิ่งหลิงจึงออกคำสั่งทันที
“หาชุดนางกำนัลมาให้นางใส่ นับแต่นี้งานหนักอันใดมอบให้นางทำทั้งหมด ไม่ต้องละเว้น ทุกๆ วันนางจะต้องมาคำนับข้าสามเวลา อย่าได้ขาด!”
บวชเป็นพระหรือจึงต้องให้ข้ามาคำนับสามเวลาน่ะ!
เว่ยหลีลอบก่นด่าเยี่ยนจิ่งหลิงในใจอีกหน นางอยากจะบ้าตาย เขานิสัยประหลาดพิลึกเกินคน ซ้ำยังเอาแต่ใจตนเองอย่างบ้าคลั่ง แต่เพราะยามนี้นางยังไม่อาจทำสิ่งใดได้จึงต้องตามน้ำไปก่อน
ขันทีผู้หนึ่งรีบพาตัวเว่ยหลีไปทันที พวกเขาจัดให้นางพักอยู่ที่เรือนเก่าซอมซ่อหลังหนึ่ง โชคดีที่เพื่อนนางกำนัลของนางค่อนข้างนิสัยดีและไม่มีปัญหากัน ทำให้เว่ยหลีพอจะวางใจลงไปได้มาก นับแต่นั้นงานทุกวันของนาง นอกจากการดูแลต้นไม้ กวาดพื้น และทำอาหารแล้ว ยังต้องไปรองรับอารมณ์ของเยี่ยนจิ่งหลิงอีกด้วย
เช้าวันนี้หลังจากทำงานเสร็จแล้ว เว่ยหลีก็มาที่ตำหนักมังกรสวรรค์เพื่อคำนับเยี่ยนจิ่งหลิง เมื่อเข้ามาถึงก็พบว่าบรรยากาศในวันนี้ค่อนข้างแปลกไปไม่น้อย เพราะไม่มีเสียงดนตรี ไม่มีการร้องรำทำเพลง และกลิ่นสุราอย่างเช่นทุกวัน ยามนี้เยี่ยนจิ่งหลิงกำลังยืนหันหลังให้นางอยู่ เว่ยหลีพลันย่นหว่างคิ้ว ก่อนจะค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ๆ เขา
“อ่างน้ำบัดซบ เจ้าจงบอกข้าทีเถิด วันนี้ข้าหล่อเหลาหรือไม่ อ้อ หล่อมากเลยหรือ ดีมาก เจ้าพูดได้ดี”
เว่ยหลีได้ยินก็ย่นหว่างคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนจะอุทานในใจเบาๆ ว่า
ประสาท!
นอกจากจะเป็นประสาทแล้วยังเป็นบ้าอีกด้วย น่ากลัวจริงๆ
ด้านเยี่ยนจิ่งหลิงเมื่อทำเรื่องของตนเองเสร็จก็หันกลับมาทันที เมื่อเห็นว่าเป็นเว่ยหลี ดวงตาของชายหนุ่มก็ฉายแววเย็นชาขึ้นมา กับสตรีนางนี้เขาทั้งรักทั้งชังในคราวเดียวกัน
“หม่อมฉันมาคำนับฝ่าบาทเพคะ”
เอ่ยจบเว่ยหลีก็ทำการคำนับเยี่ยนจิ่งหลิงทันที ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากราวกับมีความสุขอย่างยิ่ง เขาก้าวเข้ามาหานางช้าๆ พลางเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เว่ยหลี ข้ามีข่าวดีจะบอกเจ้า”
“ข่าวดีอันใดหรือเพคะ?”
“ข้าจะรับน้องสาวเจ้าเข้าวังหลวงมาเป็นพระสนมกุ้ยเฟย นางดีกับข้าไม่น้อยตอนข้าอยู่ในจวน ข้าอยากตอบแทนนาง ต่อไปหากนางเข้าวังมาแล้ว เจ้าก็จงรับใช้นางให้ดี หากเจ้ากล้าทำให้นางไม่พอใจ ข้าจะโบยเจ้าเสีย เข้าใจหรือไม่?”
เว่ยหลีเมื่อได้ยินก็ร้องอ้อในใจ เยี่ยนจิ่งหลิงคนบัดซบผู้นี้คิดจะเอาน้องสาวของนางมาทำให้นางอกแตกตายสินะ เดิมทีร่างนี้มีน้องสาวต่างมารดาคนหนึ่งซึ่งเกิดจากอนุ นางดีต่อเยี่ยนจิ่งหลิงอย่างมาก
เหอะ อยากรับก็รับเข้ามาสิ
“หากเป็นความพอใจของฝ่าบาท เช่นนี้หม่อมฉันก็ไม่ขัดเพคะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เยี่ยนจิ่งหลิงจึงจ้องเว่ยหลีเขม็ง เขามองไม่เห็นถึงความหึงหวงและความไม่พอใจของนางเลย อยู่ๆ เขาก็รู้สึกอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาอย่างมาก ชายหนุ่มก้าวเข้าไปกระชากแขนนางเข้าหาตัว พลางเอ่ยอย่างไม่พอใจ
“ร้องสิ ร้องไห้ออกมา บางทีข้าอาจจะเมตตาเจ้าขึ้นมานิดหน่อยก็ได้ ร้องออกมา!”
“ขออภัยด้วยเพคะ พอดีหม่อมฉันตาแห้ง ร้องไม่ออกเพคะ”
เยี่ยนจิ่งหลิง: “...”
เมื่อเห็นนางกล้าต่อปากต่อคำกับเขาอย่างไม่หวาดกลัวเช่นนี้ เยี่ยนจิ่งหลิงก็ถึงกับหน้าสั่นขึ้นมาทันที สิ่งที่เขาอยากเห็นมากที่สุดคือนางร้องไห้อ้อนวอนเขา ขอร้องเขาเหมือนที่เขาเคยขอร้องนาง แต่ดูนางยามนี้สิ!
“เจ้ามันน่าโมโหนัก ทำให้ข้าอารมณ์เสีย ข้าจะลงโทษเจ้า”
“ก่อนจะลงโทษหม่อมฉัน ทรงช่วยตนเองก่อนเถอะเพคะฝ่าบาท หนอนน้อยที่หว่างขาพระองค์ทรงแข็งอีกแล้วเพคะ ให้ตายเถอะ! พระองค์ควรชักออกบ้าง ขืนเป็นแบบนี้หม่อมฉันไม่กล้าเข้ามาคำนับแล้วนะเพคะ น่ากลัวจะตายชัก!”
เมื่อเยี่ยนจิ่งหลิงก้มดูหว่างขาของตนเองก็พบว่าหนอนบัดซบมันแข็งตัวขึ้นมาอีกแล้วจริงๆ เขาเจ็บใจตนเองยิ่งนัก นึกอยากจะเอามือฟาดหนอนบัดซบนี้ให้มันยอมสงบลงเสีย
“ไสหัวไป!”
“ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท อย่าลืมรีบชักออกนะเพคะ ปล่อยให้แข็งนานจะปวดเอาได้”
“ออกไป!”
เขาตวาดใส่นางอย่างไม่ไว้หน้า เว่ยหลีเองก็ไม่อยากอยู่กับคนอารมณ์ปรวนแปรจึงรีบหนีออกมาทันที ขันทีที่รออยู่ด้านนอกประตูเอ่ยวาจาตักเตือนนางเล็กน้อยเมื่อเห็นว่านางทำให้เยี่ยนจิ่งหลิงโมโห ก่อนจะรีบเดินเข้าไปในตำหนักทันที ต่อมาเว่ยหลีได้ยินเสียงของเยี่ยนจิ่งหลิงร้องครวญครางเบาๆ แต่นางกลับไม่สนใจและคิดว่าตนเองคงหูฝาดไป
ด้านเยี่ยนจิ่งหลิงก็ทนไม่ไหวแล้วเขารีบถอดกางเกงออก ก่อนจะใช้มือสาวชักลำแท่งของตนเองไม่หยุด ในหัวปรากฏภาพของเว่ยหลีวนเวียนไปมา ยิ่งกระตุ้นตัณหาในใจของเขาให้พุ่งประทุมากยิ่งขึ้น เขารังเกียจตัวเองยิ่งนัก เดิมทีเขาควรรังเกียจนาง แต่ดูสิ ยามนี้แค่เห็นหน้านางมันก็ทำให้เขาสุขสมได้อย่างประหลาด
นี่สินะ คือที่มาของคำว่า แค่มองหน้าก็แตกได้!
ด้านขันทีที่รีบร้อนวิ่งเข้ามาเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้าก็ถึงกับอึ้งงันไปทันที ยามนี้ฝ่าบาทกำลังร้องครวญครางพลางสาวมือไม่หยุด ต่อมาก็มีน้ำสีขาวขุ่นพุ่งพรวดออกมาจากหว่างขาของฝ่าบาท
ขันทีเฒ่าลอบกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะครุ่นคิดในใจเบาๆ
ให้ตายเถอะ! นี่มันโจ๊กน้ำข้นชัดๆ
แสงตะวันยามสายเริ่มทอแสงแรงขึ้น ทว่าความกระสันอยากของเยี่ยนจิ่งหลิง กลับไม่ได้ลดน้อยถอยลงเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มจูงมือหญิงสาวเดินลัดเลาะมายังป่าไผ่ด้านหลังโรงครัวอันเงียบสงบ ที่ซึ่งมีกำแพงหินสูงตระหง่านและแมกไม้หนาทึบคอยบดบังสายตาจากภายนอกกลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาลอยอวลอยู่ในอากาศ ลมโชยเอื่อย ๆ พัดพากระโปรงบางเบาของเว่ยหลีให้แนบเนื้อ เผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งอันเย้ายวนตา ความต้องการอันป่าเถื่อนในส่วนลึกของบุรุษเพศพลันปะทุขึ้นมาอีกคราเมื่อได้เห็นเรือนร่างงดงามของสตรีตรงหน้า“ฝ่าบาท ร่วมรักกันที่นี่จะดีหรือเพคะ?"”เว่ยหลีเอ่ยถามเสียงเบา แล้วจึงหันมาสบตากับเยี่ยนจิ่งหลิง และพบว่าชายหนุ่มกำลังยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่พอดี“ข้าคิดว่าในห้องหับมันอุดอู้เกินไป ลมธรรมชาติในสวนหลังโรงครัวเช่นนี้ ช่างเหมาะแก่การผ่อนคลายยิ่งนัก”ไม่รอให้นางได้ตั้งตัว ชายหนุ่มก็รวบเอวคอดกิ่วของนางเข้าหาตัวอย่างแรงจนหน้าอกอวบอิ่มบดเบียดเข้ากับแผงอกแกร่ง เยี่ยนจิ่งหลิงดันร่างบางของเว่ยหลีไปชนกับกำแพงหินเก่าที่มีเถาวัลย์เลื้อยพัน มือหนารื้อถอดเสื้อตัวบางของนางออกให้พ้นหูพ้นตา เผยให้เห็นดอกบัวคู่แสนงามที่กำลังชูช่อท้าสายตาของเขา
สิ้นคำสั่งของนางโจว เหล่าข้ารับใช้ก็กรูกันเข้ามาจับตัวของเว่ยหลีเอาไว้ทันที เว่ยหลีถึงกับสบถออกมาคราหนึ่ง ชีวิตของนางมันจะรันทดอันใดปานนั้น ตั้งแต่ทะลุมิติมาก็ไม่ได้อยู่สบายเลยสักวันเดียวเหล่าบ่าวไพร่กดตัวนางลงกับพื้น นางโจวที่เห็นเช่นนั้นก็สั่งให้คนไปเอาแส้มาให้ตน นางแกว่งแส้ในมือไปมา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงของผู้ที่อยู่เหนือกว่า“วันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าให้หลาบจำ ที่ผ่านมาข้าอาจจะเคยอยู่ภายใต้การกดข่มของแม่เจ้า นางคอยข่มข้าทุกทาง แม้แต่เจ้าก็ยังกดข่มลูกสาวของข้า แต่วันนี้ไม่เหมือนกัน เจ้ากลับต้องเป็นฝ่ายมากราบกรานข้า ช่างสาแก่ใจยิ่งนัก”เว่ยหลีเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองนางโจวด้วยสายตาเขม็ง ก่อนจะเอ่ย“การตายของท่านแม่ไม่ปกติ เจ้ามีส่วนรู้เห็นใช่หรือไม่?”“นางตายเอง อย่ามาใส่ร้ายข้า เหอะ ไม่พูดกับเจ้าแล้ว วันนี้ข้าจะตีเจ้าให้ตายคามือ”ด้านอาหร่วนก็คิดจะเข้ามาช่วยเว่ยหลี แต่กลับถูกคนของจวนตระกูลเว่ยจับตัวเอาไว้เช่นเดียวกัน นางโจวตวัดแส้หมายจะหวดเข้าใส่ร่างของเว่ยหลี แต่อยู่ๆ กลับมีเท้าของใครบางคนถีบเข้ามาที่เอวของนาง ทำเอานางโจวลอยกระเด็นไปประแทกพื้นกระอักเลือดออกมาคำโต ตามมาด้วยเสียงของเจ้าเ
หลังเสร็จกิจที่แสนเร่าร้อน เว่ยหลีก็แทบจะหมดแรง นางไม่คิดเลยว่าเยี่ยนจิ่งหลิงจะดุดันถึงเพียงนี้ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะลุกขึ้นมาจากเตียง นางรู้สึกปวดร้าวไปทั่วร่างกายทั้งหมด แต่เมื่อหันไปมองก็พบว่ายามนี้เยี่ยนจิ่งหลิงกำลังนั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์อยู่ที่ตั่งอย่างมีความสุข เว่ยหลีกรอกตาไปมาหนหนึ่ง นางรีบสวมเสื้อผ้าให้แล้วเสร็จ คิดว่าจะกลับไปพักที่เรือนของนางเสียหน่อย“หากไม่มีสิ่งใดแล้ว หม่อมฉันขอทูลลาเพคะ อย่าลืมเล่า สามพันตำลึงพร้อมปิ่นทองคำ”เยี่ยนจิ่งหลิงเงยหน้าขึ้นมามองเว่ยหลีคราหนึ่ง เมื่อได้ยินว่านางจะไปแล้ว ดวงตาของชายหนุ่มก็ฉายแววเย็นชาอย่างไม่ปิดบัง เขากระแทกถ้วยชาลงไปบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังปัง ก่อนจะเดินเข้ามาคว้าจับไหล่ของนางทั้งสองข้างเอาไว้“เจ้านี่มันต่ำช้ายิ่งนัก พอได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว ก็คิดจะถีบหัวส่งข้าอย่างนั้นหรือ!”เว่ยหลีมองบุรุษตรงหน้าเหมือนมองคนบ้า อารมณ์ของเยี่ยนจิ่งหลิงเปลี่ยนไปเปลี่ยนมายิ่งกว่าอันใดดี วันก่อนบอกไม่ให้นางเข้าใกล้ วันนี้กลับมาคอยตามติดนางแล้วยังใช้เงินมาหลอกล่อนางอีก เขาประสาทหรือไรกันหญิงสาวสะบัดไหล่ออกจากการเกาะกุมของชายหนุ่ม ก่อนจะเ
เมื่อได้ยินนางเอ่ยเช่นนั้น เยี่ยนจิ่งหลิงจึงโน้มใบหน้าลงมาครอบครองริมฝีปากเรียวบางของเว่ยหลีอย่างถือวิสาสะ เขามอบจูบอันเร่าร้อนและดุดันให้แก่นาง จนนางรู้สึกหายใจติดขัด เยี่ยนจิ่งหลิงสอดลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากของเว่ยหลี ก่อนที่จะใช้ลิ้นของเขาเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของนาง บรรจงจูบอย่างดูดดื่มเพื่อลิ้มรสความหวานฉ่ำจากริมฝีปากบางที่แสนเย้ายวนเว่ยหลีเริ่มอ่อนระทวยและคล้อยตาม สองมือเล็กโอบรัดรอบลำคอของเยี่ยนจิ่งหลิงเอาไว้ และจูบตอบเขาด้วยความปรารถนาที่ร้อนแรง เยี่ยนจิ่งหลิงผละออกจากริมฝีปากของเว่ยหลี ก่อนจะประทับรอยจูบลงมาที่ซอกคอขาวนวลเนียนของนางก่อนจะขบกัดมันเบา ๆ มือข้างหนึ่งก็ปลดอาภรณ์ของนางออกจนหมด เผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มและร่างบางระหงที่งดงามราวกับภาพวาดเยี่ยนจิ่งหลิงจ้องมองเรือนร่างของเว่ยหลีด้วยแววตาเร่าร้อน อารมณ์ของเขาตอนนี้กำลังพลุ่งพล่านจนอดกลั้นเอาไว้ไม่อยู่“อ่าห์ ฝ่าบาท เสียวเหลือเกินเพคะ”เว่ยลีร้องครางเสียงกระเส่าเมื่อถูกเขาใช้ลิ้นร้อนโลมเลียดูดดึงที่ยอดเนินอกอวบอิ่มทั้งสองข้าง มือหนาใหญ่ขยำดอกบัวทั้งสองดอกอย่างเอาแต่ใจ และกลืนกินยอดบัวงามสีชมพูที่ชูช่ออย่างหิวกระหายจ๊วบ จ๊
เว่ยหลีที่ได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาทันที การที่เรามีข้อต่อรองเช่นนี้มันช่างยอดเยี่ยมมากจริงๆ เมื่อประจวบโอกาสเหมาะเหม็งเช่นนี้ นางจึงลงมือตบตีเว่ยหลานจนใบหน้าบวมเหมือนสุกร เว่ยหลานร้องไห้โฮคิดจะขอความเมตตาจากเยี่ยนจิ่งหลิง แต่เขากลับทำหน้าตาเรียบเฉยราวกับไม่ยินดียินร้ายต่อการที่นางถูกทำร้ายเลยแม้แต่น้อยเว่ยหลีตบตีเว่ยหลานจนรู้สึกปวดข้อมือจึงยอมหยุด เยี่ยนจิ่งหลิงสั่งให้หมอหลวงมาดูอาการของเว่ยหลาน จากนั้นก็เดินเข้ามาหาเว่ยหลีก่อนจะกระชากแขนนางให้เดินตามเข้าไป เว่ยหลีกำลังอารมณ์ดีจึงไม่ได้ถือสาที่เยี่ยนจิ่งหลิงลากนางเหมือนวัวเหมือนควายเช่นนี้ เขาพานางเข้ามาในตำหนักมังกรสวรรค์ ก่อนจะปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา จากนั้นก็หันมาตวาดใส่นางทันที“เจ้ากล้าข่มขู่ข้าเชียวหรือ เจ้ามันช่างกล้าดียิ่งนัก!”เว่ยหลีหันมามองเยี่ยนจิ่งหลิงก่อนจะเอ่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจ“ข่มขู่ที่ใดกันเพคะ เขาเรียกว่ายื่นข้อตกลง ครั้งนี้หม่อมฉันไม่ได้ทำความผิด ย่อมต้องได้รับความยุติธรรมอยู่แล้ว และอีกอย่างหม่อมฉันก็ไม่ได้เป็นคนเริ่มก่อนด้วย แต่เว่ยหลานกลับเรียกหม่อมฉันมาตบตีเอง หม่อมฉันแค่อยากเอาคืนก็เท่านั้นเองเพ
เว่ยหลานถูกลดตำแหน่งและต้องย้ายไปอยู่ตำหนักใหม่ที่เล็กกว่าเดิม แม้นางจะไม่ยินยอมแต่กลับไม่อาจทำสิ่งใดได้ เว่ยหลานเก็บความแค้นนี้เอาไว้ในใจ เมื่อรักษาตัวจนหายดีแล้วนางจึงคิดแผนการหนึ่งขึ้นมาได้“เจ้าไปตามเว่ยหลีมาพบข้าที”เว่ยหลานหันไปเอ่ยกับนางกำนัลคนสนิทของตน ก่อนจะยกยิ้มมุมปากออกมา แม้ฝ่าบาทจะลดขั้นนาง แต่อย่างไรนางก็ยังได้ชื่อว่าเป็นสนมคนโปรดของเขาอยู่ดี ซ้ำร้ายยามนี้เว่ยหลีก็เป็นเพียงนางกำนัลต่ำต้อยคนหนึ่ง แล้วจะเอาสิ่งใดมาสู้รบปรบมือกับนางได้กันเล่า ในเมื่อเอาโทสะไปลงกับเยี่ยนจิ่งหลิงไม่ได้ เช่นนั้นก็เอาไปลงกับเว่ยหลีนี่ล่ะด้านเว่ยหลีนั้นยามนี้นางเพิ่งจะหาบน้ำเสร็จ เดิมทีคิดจะไปคำนับเยี่ยนจิ่งหลิงสักหน่อย แต่กลับพบว่าเขาไม่อยู่ที่ตำหนัก ขันทีน้อยจึงบอกนางว่าไว้ค่อยมาใหม่ ประจวบเหมาะกับมีสาวใช้ผู้หนึ่งมาแจ้งนางว่าเว่ยหลานต้องการพบ เว่ยหลีขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกสงสัยว่าเหตุใดเว่ยหลานจึงอยากพบนาง แต่หญิงสาวไม่ได้สงสัยสิ่งใดให้มากความ ก็ตามนางกำนัลผู้นั้นไปที่ตำหนักของเว่ยหลานทันที จวินหลานคิดจะตามไปด้วยแต่เว่ยหลีกลับบอกว่านางไปเองได้ จวินหลานจึงไม่กล้าขัดเจ้านาย ยามนี้แม้สถานะของนา







