Masukรุ่งเช้ามาเยือนตำหนักคุนหนิงพร้อมความมุ่งมั่นที่ไม่เคยมีมาก่อนบนใบหน้าของอวิ๋นซินเยว่ แผลเป็นปรากฎรอยกรีดที่แก้มขวาถูกทายาจากตำหนักขององค์จักรพรรดิอย่างต่อเนื่อง ความเย็นซ่านจากเนื้อยาหายากนั้น คือเครื่องยืนยันความรู้สึกที่แท้จริงของเขา ความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเกรี้ยวกราด
เธอมองตัวเองในกระจกสำริด รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าไม่ได้อ่อนโยนเหมือนเมื่อก่อน แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจและเด็ดเดี่ยว นี่ไม่ใช่ หลินซินเยว่ ฮองเฮาผู้อ่อนแอคนเดิม แต่เป็นนักสู้ที่ได้รับอาวุธสำคัญที่สุดแล้วนั่นคือความจริงใจของอวี้เหยียน “จื่อเยว่...วันนี้ข้าจะไปเฝ้าฝ่าบาท” เธอเอ่ยเสียงหนักแน่น “ฮองเฮาเพคะ...แต่เมื่อวาน...” จื่อเยว่เอ่ยอย่างลังเล เพราะเกรงว่าเจ้านายจะไปเผชิญหน้ากับความโกรธขององค์เหนือหัวอีกครั้ง “วันนี้ไม่เหมือนเมื่อวาน” อวิ๋นซินเยว่ตัดบท “เจ้าเลือกชุดที่งดงามที่สุดมาให้ข้า ไม่ใช่ชุดสำหรับเข้าเฝ้าตามธรรมเนียม แต่เป็นชุดที่คู่ควรกับตำแหน่ง ‘ฮองเฮา’ ผู้เป็นภรรยาเอกขององค์จักรพรรดิ!” วันนี้เธอเลือกชุดที่เน้นความสง่างามตามแบบฉบับฮองเฮา ชุดสีแดงเข้มปักลายหงส์สีทอง เครื่องประดับหยกชั้นดีที่ขับเน้นให้ใบหน้าดูคมคายและมีอำนาจ เธอไม่ได้ไปเพื่อเอาใจแต่ไปเพื่อ ประกาศสิทธิ์ [หม่าม๊าดูสง่างามมากครับ] เสี่ยวหลิงโผล่หน้าออกมาจากพัดด้ามยาว [แต่ความเสี่ยงยังสูงนะคร้าบ! ฝ่าบาทกำลังสับสนในตัวเอง! ถ้าหม่าม๊าไปรุกหนักเกินไป...อาจเกิดผลตรงกันข้ามได้นะครับ!] “ไม่ต้องห่วงเสี่ยวหลิง” อวิ๋นซินเยว่ยิ้มเย็นชา “ฉันจะทำให้เขาได้รู้ว่า ความกลัวที่จะสูญเสียนั้น เป็นความรู้สึกที่น่ากลัวกว่าการที่ต้องรักใครสักคนมากนัก” ....... ตำหนักหยางซินในเวลานี้ยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียด ขันทีและองครักษ์ต่างเงียบงัน ทุกคนรับรู้ถึงพายุอารมณ์ที่พัดผ่านองค์จักรพรรดิในช่วงนี้ เมื่ออวิ๋นซินเยว่ก้าวเข้ามาในท้องพระโรง ความสง่างามของนางทำให้ทุกคนต้องก้มหน้าลงโดยอัตโนมัติ เธอเดินตรงเข้าไปหาบัลลังก์มังกรอย่างมั่นคง ดวงตาของเธอจับจ้องอยู่ที่จักรพรรดิอวี้เหยียนเพียงผู้เดียว อวี้เหยียนนั่งอยู่หลังโต๊ะทรงงาน ก้มหน้าดูเอกสารอย่างตั้งใจ ใบหน้าของเขาไร้อารมณ์ แต่ความเร็วในการเขียนฎีกาของเขาช้าลงอย่างเห็นได้ชัด พระองค์รู้ดีว่าใครกำลังเข้ามา “หม่อมฉันขอเข้าเฝ้าฝ่าบาทเพคะ” อวิ๋นซินเยว่ค้อมกายลงอย่างสมบูรณ์แบบ “เจ้ามาทำอะไรที่นี่” อวี้เหยียนเอ่ยเสียงเย็นชา ไม่เงยหน้าขึ้นมอง น้ำเสียงของเขาพยายามแสดงความรำคาญอย่างที่สุด “หม่อมฉันมาทวงสิทธิ์เพคะ” เธอตอบอย่างเรียบง่าย แต่ถ้อยคำนั้นรุนแรงจนขันทีข้าง ๆ สะดุ้งเฮือก! อวี้เหยียนหยุดการเขียนฎีกาทันที เขากระชากสายตาคมกริบขึ้นมองเธอ ความเย็นชาที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิดและความไม่เข้าใจอย่างแท้จริง ดวงตาของเขาจ้องมองรอยกรีดจาง ๆ ที่แก้มขวาของเธอเป็นอันดับแรก “สิทธิ์อะไร!” เขาถามเสียงดัง เต็มไปด้วยอำนาจที่ใช้ข่มขู่สตรีมานับไม่ถ้วน อวิ๋นซินเยว่ก้าวเข้าไปอีกสองก้าว เธอวางซองผ้าต่วนสีขาวสะอาดลงบนโต๊ะทรงงานของเขา ข้างกองเอกสารสำคัญ “สิทธิ์ที่จะได้รับความยุติธรรมเพคะ” เธอตอบ เธอไม่ได้ขอความรัก…แต่ขอความยุติธรรม “เมื่อวานนี้…หม่อมฉันนำซุปมาถวายด้วยความปรารถนาดี ทรงปฏิเสธซุปนั้นด้วยการปัดถ้วยจนแตก และทำให้หม่อมฉันได้รับบาดเจ็บ ซึ่งหม่อมฉันไม่ได้โกรธเคืองต่อพระองค์เลยแม้แต่น้อย แต่…ในฐานะที่หม่อมฉันเป็นฮองเฮา และเป็น‘ภรรยาเอก’ของพระองค์ หม่อมฉันขอทวงความยุติธรรม ในสิ่งที่หม่อมฉันควรจะได้รับเพคะ” อวี้เหยียนจ้องมองซองผ้าต่วนนั้นนิ่ง ๆ มือที่วางบนโต๊ะกำแน่นจนข้อเป็นสีขาว เขาพยายามเก็บงำอารมณ์ความผิดที่เขามีต่อเธอ “แล้วเจ้าต้องการอะไรจากข้า!” อวิ๋นซินเยว่เปิดซองผ้าต่วนนั้นออก ข้างในไม่ใช่เอกสารร้องเรียน…แต่เป็นยาทาจากตำหนักลับที่เขาส่งไปให้เธอ (ขันทีเฒ่าที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับใจหายวาบ!) “หม่อมฉันต้องการเพียงสิ่งเดียวเพคะ” เธอกล่าว จ้องมองพระเนตรของเขาอย่างไม่เกรงกลัว “หม่อมฉันต้องการให้พระองค์ทรงยุติการปฏิเสธความรู้สึกของตนเองเสียที!” คำพูดนั้นคือระเบิดลูกใหญ่ที่ทำลายความพยายามของเขาตลอดหลายวันที่ผ่านมา! “เจ้า…พูดเรื่องไร้สาระอะไร!” อวี้เหยียนตวาด เขาตบโต๊ะดังสนั่น! พลังอำนาจที่กดดันทำให้ทั้งห้องสั่นสะเทือน “ยาถอนพิษชนิดนี้” อวิ๋นซินเยว่ชูตลับยาขึ้นอย่างมั่นคง “มีเพียงหมอหลวงในตำหนักส่วนพระองค์เท่านั้นที่ปรุงได้ และวัตถุดิบมาจากคลังหลวงส่วนตัวของพระองค์! หม่อมฉันรู้ดีว่านี่คือยาที่ใช้สมานแผลจากร่องรอยพิษที่หม่อมฉันได้รับเมื่อคืนนั้น! และพระองค์…ทรงป้อนมันให้หม่อมฉันด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง!” เธอไม่ให้โอกาสเขาตอบโต้ เธอเดินหน้าต่อไปอย่างไม่ยั้งคิด นี่คือยุทธศาสตร์ของเสี่ยวหลิง: โจมตีในจุดที่เขาอ่อนแอที่สุด “ฝ่าบาททรงปฏิเสธซุปของหม่อมฉันด้วยความเกรี้ยวกราด แต่ในขณะเดียวกันก็ทรงส่งยาลับที่แพงที่สุดและใกล้ชิดที่สุดของพระองค์มาให้!” “พระองค์ทรงผลักไสหม่อมฉัน แต่กลับส่งคนมาเฝ้าดูอาการของหม่อมฉันตลอดทั้งคืน! พระองค์ทรงทำร้ายหม่อมฉันเพื่อปกป้องกำแพงน้ำแข็งของพระองค์! แต่ในขณะเดียวกัน…ยาถอนพิษนี้ก็กำลังรักษาทั้งบาดแผลที่แก้มของหม่อมฉัน…และรักษาหัวใจของพระองค์เอง!” อวี้เหยียนนั่งนิ่งราวรูปสลัก! ดวงตาของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง ความจริงที่เธอเปิดโปงออกมาอย่างชัดเจนทำให้เขาไม่สามารถปฏิเสธได้อีกต่อไป! “เจ้ากล้าดียังไงถึงมาสั่งสอนข้า!” เขาพยายามใช้โทสะเข้าสู้ แต่เสียงของเขาเริ่มสั่นเครือ “หม่อมฉันไม่ได้สั่งสอนเพคะ” เธอตอบอย่างนุ่มนวลที่สุด “หม่อมฉันเพียงแค่มาประกาศสิทธิ์ ในฐานะ ‘ภรรยาเอก’ ของพระองค์ หม่อมฉันมีสิทธิ์ที่จะดูแลพระวรกายของพระองค์อย่างใกล้ชิด และที่สำคัญที่สุด… หม่อมฉันมีสิทธิ์ที่จะดูแล ‘หัวใจ’ ของพระองค์ด้วยเพคะ!” คำว่าดูแลหัวใจ ทำลายกำแพงสุดท้ายของอวี้เหยียน! แววตาของเขามืดมิดลง! เขาไม่สามารถควบคุมโทสะและความต้องการที่ปะปนกันได้อีกต่อไป! “เจ้า…อยากได้นักใช่หรือไม่!” พระองค์คำราม คำพูดของเขาไม่ใช่การถาม…แต่เป็นเสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด อวี้เหยียนลุกขึ้นจากบัลลังก์มังกรอย่างรวดเร็วราวพายุ! เขาเดินสามก้าวมายืนอยู่เบื้องหน้าเธอ! ร่างสูงใหญ่และทรงอำนาจบดบังแสงสว่างทั้งหมด! เขายื่นมือออกไป…ไม่ได้บีบ…แต่กลับประคองใบหน้าของเธอไว้เบา ๆ! นิ้วโป้งของเขาสัมผัสรอยแผลที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นอย่างอ่อนโยนจนน่าประหลาดใจ อวิ๋นซินเยว่หายใจติดขัด! เธอไม่เคยอยู่ใกล้เขาขนาดนี้มาก่อนในสถานการณ์ปกติ! กลิ่นหอมของอำพันทะเลและอำนาจจากชายตรงหน้าแผ่ซ่านเข้ามาในโสตสัมผัส “ดี! ถ้าเจ้าอยากได้มันนัก! ข้าก็จะให้เจ้า!” อวี้เหยียนโน้มตัวลงมาทันที! ริมฝีปากของเขาประทับลงบนริมฝีปากของเธออย่างรุนแรงและเร่าร้อน! นี่ไม่ใช่จูบที่อ่อนโยน…แต่เป็นการแสดงความต้องการที่ถูกกดทับมานาน! เป็นการยอมรับความพ่ายแพ้ต่อความรู้สึกของตนเองอย่างบ้าคลั่งที่สุด! เป็นการ ‘ลงโทษ’ เธอที่กล้าเปิดโปงหัวใจของเขา! ทุกคนในท้องพระโรงต่างคุกเข่าก้มหน้าลงกับพื้น! ไม่มีใครกล้ามองฉากนี้! มีเพียงเสียงจูบที่รุนแรงและเสียงหอบหายใจของฮองเฮาที่ดังสะท้อนไปทั่วห้อง! [ติ๊ง! อุณหภูมิหัวใจฝ่าบาทพุ่งสูง+50องศาในทันที! คำเตือนฉุกเฉินระดับสีแดง! ฝ่าบาทเข้าสู่ระดับ‘ความคลั่งรักแบบทำลายล้าง’! ระบบกู้โลกเข้าสู่โหมดรักษาเสถียรภาพ! รอการคำนวณใหม่!] อวี้เหยียนปลดปล่อยจูบนั้นอย่างรุนแรง! ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยไฟราคะที่ถูกจุดขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจ! เขาจ้องมองเธอด้วยความสับสนและความต้องการที่ไม่เคยมีมาก่อน! “จำไว้! ฮองเฮา! เจ้าเป็นคนแรกที่กล้าทำลายความสงบของข้า! และต่อไปนี้…เจ้าจะไม่มีวันหลุดพ้นจากข้าได้อีก!”ชิงหรงไม่ได้สะทกสะท้าน นางเริ่มวางอุปกรณ์เสียงดัง กึกกัก ทั้งล้างพู่กัน ฝนหมึก และฮัมเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ผ่านไปหนึ่งเค่อ จื่อเยี่ยนที่ทนไม่ไหวจึงเงยหน้าขึ้นมาหมายจะดุ "เจ้าไม่เห็นหรือว่าข้าใช้สมาธิอยู่? ที่อื่นมีตั้งกว้างขวาง เหตุใดต้องมาวุ่นวายตรงนี้" ชิงหรงไม่กลัวสักนิด แถมยังเขยิบเข้าไปใกล้ "ก็ตรงนี้แสงตกกระทบผิวพระองค์สวยที่สุดนี่เพคะ! ดูสิ... หม่อมฉันวาดพระองค์เสร็จแล้วนะ" ชิงหรงยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้จื่อเยี่ยนดู มันไม่ใช่ภาพวาดเหมือนจริงแบบที่ครูสอน แต่เป็นภาพวาดพู่กันที่ลายเส้นดูมีชีวิตชีวา เป็นรูปจื่อเยี่ยนนั่งอ่านหนังสือ แต่บนหัวมี "ลูกนกตัวน้อย" เกาะอยู่หนึ่งตัว และรอบๆ มีมวลดอกไม้สีสันสดใสที่ดูแล้วรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด จื่อเยี่ยนชะงักไป แววตาที่เคยแข็งกร้าวสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพนั้น นางไม่เคยเห็นใครกล้าวาดภาพนางในลักษณะ "อ่อนโยน" เช่นนี้มาก่อน ทุกคนมักจะวาดนางให้ดูสง่า น่าเกรงขาม เหมือนรูปปั้นเทพธิดา "พระองค์ดูนิ่งเกินไป หม่อมฉันเลยเติมลูกนกให้ จะได้ไม่เหงาไงเพคะ... อ๊ะ! สีตรงนี้เลอะนิดหน่อย ขอหม่อมฉันซ่อมหน่อยนะเพคะ" พูดจบ ชิงหรงก็ถือวิสาสะขยับเข้าไป
สำนักศึกษาอวี้หลัน เมื่อก้าวผ่านซุ้มประตูหินแกะสลักลายดอกอวี้หลัน สิ่งแรกที่ปะทะสายตาคืออาคารไม้หมู่อันสง่างามที่ไม่ได้มีเพียงสีแดงทองตามขนบวังหลวง แต่กลับใช้ สีขาวนวลของหินอ่อน ตัดกับ สีน้ำตาลเข้มของไม้กฤษณา หลังคามุงกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินน้ำทะเลที่สะท้อนแสงแดดยามเช้าเป็นประกายระยิบระยับ อาคารเรียนหลักถูกออกแบบให้มี โถงระเบียงกว้างเปิดโล่ง ผนังบางส่วนถูกแทนที่ด้วยกระจกใสที่ซินเยว่สั่งหุงขึ้นเป็นพิเศษ ทำให้มองเห็นทัศนียภาพของสวนหย่อมด้านนอกที่จัดวางตามหลักเรขาคณิต ผสมผสานกับการจัดสวนป่าแบบเซน มีน้ำพุหินที่ไหลรินลงสู่สระมงคลซึ่งเต็มไปด้วยใบบัวสีเขียวขจี บรรยากาศในอวี้หลันไม่ได้มีเพียงกลิ่นกำยานฉุนกึกแบบวังหลัง แต่กลับอบอวลไปด้วย กลิ่นหอมสะอาดของกระดาษใหม่ และ กลิ่นหมึกจีน ที่ผสมกลิ่นเปลือกไม้หอมสดชื่น ลอยมาตามลมพร้อมกับ กลิ่นดอกอวี้หลัน สีขาวนวลที่บานสะพรั่งอยู่รอบสำนัก หากเดินผ่านห้องทดลองสมุนไพร จะได้กลิ่นจาง ๆ ของ ใบมิ้นต์และอบเชย ที่ให้ความรู้สึกตื่นตัว ในขณะที่ห้องสมุดกลับให้กลิ่น ไม้เก่าและชาอูหลง ที่นุ่มนวลชวนให้สงบนิ่ง เสียงที่นี่คือดนตรีแห่งชีวิต คุณจะได้ยิน เสียงฉะฉ
ท้องพระโรงจื่อเฉิน, ยามเฉิน บรรยากาศในท้องพระโรงวันนี้ดูแปลกตาไปกว่าทุกวัน เมื่อข้างพระราชบัลลังก์มังกรของ อวี้เหยียน มีเก้าอี้แกะสลักตัวเล็กอีกสองตัวตั้งขนาบซ้ายขวา อวี้เฉินซี และ อวี้จื่อเยี่ยน ในชุดพิธีการเต็มยศนั่งหลังตรงสง่างาม แววตาของทั้งคู่กวาดมองเหล่าขุนนางเบื้องล่างด้วยความนิ่งสงบ เหล่าขุนนางต่างกระซิบกระซาบด้วยความแปลกใจ บางคนลอบยิ้มเยาะในใจว่าเด็กเพียงสี่ขวบจะมาทำอะไรได้ นอกจากมานั่งเล่นเป็นเพื่อนบิดา อวี้เหยียนสุรเสียงทรงอำนาจ "เริ่มการประชุมได้! วันนี้ใครมีเรื่องอันใดจะรายงาน เกี่ยวกับสถานการณ์เมืองท่าทางใต้ที่ยังคาราคาซังอยู่บ้าง?" เสนาบดีเฉิน ขุนนางเก่าแก่ผู้มีเครือข่ายผลประโยชน์ลับๆ ก้าวออกมาเบื้องหน้าพร้อมรอยยิ้มที่ดูประจบสอพลอ เขารายงานด้วยท่าทางขึงขัง "ทูลฝ่าบาท... เรื่องการลักลอบขนสินค้าเถื่อนที่ป่าโกงกาง หม่อมฉันได้ส่งคนไปตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วพ่ะย่ะค่ะ พบว่าเส้นทางน้ำนั้นตื้นเขินและมีรากไม้หนาแน่น เรือเล็กมิอาจผ่านได้เลย ข่าวลือเรื่องโจรใช้เส้นทางนั้นจึงเป็นเพียงเรื่องเล่าไร้สาระของชาวบ้านพ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันเกรงว่าหากเราส่งทหารไปจะเสียแรงเปล่า..." เข
ทิศตะวันออกของวังหลวง, ยามเฉินอาคารไม้หอมหลังใหญ่ที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างความโอ่อ่าของราชวงศ์อวี้และฟังก์ชันการใช้งานแบบโลกอนาคตตั้งเด่นตระหง่าน ที่นี่คือ "สำนักศึกษาอวี้หลัน" โรงเรียนหลวงที่ อวิ๋นซินเยว่ เนรมิตขึ้นเพื่อปฏิรูปการศึกษาของเหล่าเชื้อพระวงศ์และลูกหลานขุนนาง ที่นี่ไม่มีการท่องจำตำราขงจื๊อแบบนกแก้วนกขุนทองเพียงอย่างเดียว แต่มีห้องทดลองวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ห้องสมุดที่บรรจุแผนที่โลก และลานกีฬาที่เน้นการทำงานเป็นทีม อวิ๋นซินเยว่ ในชุดฮองเฮาเรียบง่ายแต่สง่างาม "การปกครองแผ่นดินไม่ใช่แค่การรู้วิธีข่มขวัญคน แต่คือการรู้วิธีสร้างคน... และวันนี้ ครูคนแรกของพวกเจ้าคือ 'ความสงสัย' "ท่ามกลางกลุ่มเด็กชายลูกท่านเสนาบดี อวี้เฉินซี ในวัยสี่ขวบโดดเด่นออกมาด้วยออร่าที่เข้าถึงง่ายอย่างน่าประหลาด พระโอรสตัวน้อยมีใบหน้าที่คมคายทว่ามีลักยิ้มสองข้างแก้มแฝงความขี้เล่นแฝงอยู่ ดวงตาพราวระยับเหมือนอวิ๋นซินเยว่ไม่มีผิดเพี้ยนเฉินซีหัวเราะร่าพลางอธิบายการทำงานของกังหันน้ำให้เพื่อนๆ ฟัง "ดูสิ! หากเรากั้นน้ำไว้ตรงนี้ แรงกดจะดันไม้ให้หมุน เห็นไหม? ไม่ใช่เวทมนตร์หรอก แต่มันคือพลังงาน!
พระตำหนักคุนหนิง ยามเว่ย ภายในโถงกว้างที่ปูด้วยพรมขนสัตว์หนานุ่ม และมีเครื่องเล่นไม้เสริมสร้างทักษะที่ อวิ๋นซินเยว่ ออกแบบเองวางกระจายอยู่ บรรดานางกำนัลและแม่นมต่างพากันกลั้นหายใจด้วยความตื่นเต้น แววตาของทุกคนจับจ้องไปที่ร่างป้อมๆ สองร่างที่กำลังพยายามหยัดยืนด้วยขาเล็กๆ ของตนเอง โดยปกติแล้ว เด็กทารกทั่วไปจะเริ่มตั้งไข่เมื่ออายุใกล้ขวบปี แต่สำหรับ อวี้เฉินซี และ อวี้จื่อเยี่ยน ในวัยเพียง แปดเดือน พวกเขากลับทำในสิ่งที่คนทั้งวังต้องเรียกขานว่า "ปาฏิหาริย์" แม่นมหลี่กระซิบตัวสั่น “ทอดพระเนตรสิเพคะฮองเฮา... พระโอรสทรงเริ่มปล่อยมือจากราวไม้แล้วเพคะ!” อวี้เฉินซี พระโอรสแฝดผู้พี่ที่มีแววตาเด็ดเดี่ยวถอดแบบมาจากอวี้เหยียน ทรงยันพระวรกายขึ้นจากพื้นพรมอย่างมั่นคง พระหัตถ์เล็กๆ ปล่อยออกจากคอกกั้นไม้ ก่อนจะเตาะแตะก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว... สองก้าว... และสามก้าว ตรงไปหา อวี้เหยียน ที่นั่งย่อพระวรกายรอรับอยู่เบื้องหน้า อวี้เฉินซีส่งเสียงอ้อแอ้ชัดเจน “เสด็จ... ป้อ... (เสด็จพ่อ)” อวี้เหยียนถึงกับพระเนตรเบิกกว้าง ทรงโผเข้าอุ้มพระโอรสขึ้นมาแนบพระอุระด้วยความปิติอย่างที่สุด สุรเสียงที่เคยดุดันกลับสั
พระที่นั่งเป่าเหอเตี้ยน ยามซื่อท้องพระโรงกลางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดถูกเนรมิตให้กลายเป็นสรวงสวรรค์บนดิน โคมไฟไหมสีทองและผ้าแพรห้าสีถูกประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจง กลิ่นกำยานมงคลโชยอบอวลไปทั่วงานเลี้ยงฉลองครบรอบหนึ่งเดือน ของพระโอรส อวี้เฉินซี และพระธิดา อวี้จื่อเยี่ยนอวี้เหยียน ประทับอยู่บนบัลลังก์มังกรในฉลองพระองค์สีทองอร่าม ข้างกายคือ อวิ๋นซินเยว่ ที่ดูงามสง่าและทรงอำนาจในอาภรณ์หงส์เพลิงสีแดงเลือดนก ปักลายเมฆมงคลด้วยดิ้นทองแท้ ผิวพรรณของนางที่ผ่านการบำรุงด้วยโอสถลับดูผุดผ่องจนสตรีทั้งงานต้องอิจฉาอวี้เหยียนประกาศก้อง “วันนี้คือวันมงคลของแคว้นอวี้ ข้าขอขอบใจเหล่านักรบและราษฎร รวมถึงมิตรสหายจากแคว้นต่างๆ ที่มาร่วมยินดีกับรัชทายาทและพระธิดาของเรา!”หลังจากพิธีการเริ่มต้นขึ้น บรรดาทูตจากแคว้นต่างๆ ก็เริ่มทยอยออกมาถวายพระพร“ทูตจากแคว้นซีเหลียง... ถวายไข่มุกราตรีสิบลังและผ้าแพรพันพับ!”แต่สิ่งที่ทำให้คนทั้งโถงต้องหยุดหายใจ คือทูตจาก แคว้นเป่ยหลัว ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความงดงามของสตรี ทูตอาวุโสเดินออกมาพร้อมกับหญิงสาวนางหนึ่งที่คลุมหน้าด้วยผ้าโปร่งบาง“ทูลฝ่าบาท แคว้นเป่ยหลัวยินดียิ่งที่พระองค์ได







![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)