Share

12

Penulis: RainyStarSea
last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-02 13:04:26

ในท้องพระโรงที่เพิ่งเกิดเหตุการณ์คลั่งรักแบบทำลายล้าง เสียงหอบหายใจของอวิ๋นซินเยว่ดังชัดเจนในความเงียบงัน ริมฝีปากของเธอชา ความรู้สึกทั้งหมดถูกเผาผลาญด้วยเปลวไฟขององค์จักรพรรดิ

อวี้เหยียนถอยห่างออกมาเพียงเล็กน้อย ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยไฟราคะที่ถูกจุดขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจ ความต้องการที่ฝังลึกและถูกกดทับมานานนับปี พุ่งพล่านออกมาอย่างบ้าคลั่ง แต่แล้ว...มันก็ถูกดับลงอย่างรวดเร็วด้วยความกลัวที่คุ้นเคย

เขาจ้องมองเธอด้วยสายตาที่ซับซ้อน ราวกับบุรุษผู้แข็งแกร่งกำลังต่อสู้กับปีศาจร้ายในจิตใจของตนเอง เขาพยายามหาความรังเกียจในตัวเธอ...แต่กลับพบเพียงความเข้าใจและความท้าทาย

“ออกไป” พระสุรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก เขาหันหลังให้เธอทันที มือทั้งสองข้างบีบเข้าหากันจนกระดูกลั่น เพื่อควบคุมความต้องการที่จะคว้าเธอมากอดไว้ให้แนบแน่นที่สุด

อวิ๋นซินเยว่ไม่รอช้า เธอรู้ดีว่าเธอได้บรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว เธอได้รับคำสารภาพรัก...ในรูปแบบของความต้องการที่รุนแรงที่สุดของเขา เธอทำลายกำแพงของเขาได้สำเร็จ!

“หม่อมฉันทูลลาเพคะ” เธอค้อมกายอย่างสง่างาม แม้ขาจะอ่อนเปลี้ยแทบยืนไม่ไหว เธอก้าวออกจากท้องพระโรงไปอย่างช้า ๆ ทิ้งให้จักรพรรดิผู้ทรงอำนาจยืนนิ่งอยู่เบื้องหลัง สับสนและอ่อนแอที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา

อวิ๋นซินเยว่กลับมาถึงตำหนักคุนหนิงด้วยอาการใจเต้นรัว เธอแทบล้มตัวลงนอนทันที ใบหน้าแดงก่ำจากฤทธิ์ของจูบที่เร่าร้อนนั้น

[อ๊ากกก หม่าม๊า! ภารกิจจีบพระเอกก้าวหน้า50 เปอร์เซ็นต์แล้ว]

เสี่ยวหลิงกรีดร้องอย่างตื่นเต้น

“ฉันรู้…เขาไม่ได้จูบฉันด้วยความรัก เขาจูบฉันด้วยความโกรธที่ควบคุมตัวเองไม่ได้” อวิ๋นซินเยว่พึมพำ “แต่...มันได้ผล”

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเร่งรีบก็ดังเข้ามาในตำหนักคุนหนิง มันเป็นเสียงขององค์จักรพรรดิอวี้เหยียน! พระองค์มาถึงตำหนักคุนหนิงเร็วกว่านางเสียอีก!

อวี้เหยียนก้าวเข้ามาในห้องบรรทมด้วยสีหน้าถมึงทึง แววตาของเขาเต็มไปด้วยพายุอารมณ์ที่ยังไม่สงบ ความเขินอายและความต้องการทำให้เขาดูอันตรายอย่างยิ่ง

“ฝ่าบาท…” จื่อเยว่และนางกำนัลทุกคนรีบคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความตกตะลึง

อวี้เหยียนไม่สนใจใครทั้งสิ้น เขาก้าวเข้ามาหาเตียง จับข้อมือของอวิ๋นซินเยว่ที่ยังชาอยู่ดึงขึ้นมาทันที

“นี่คือสิ่งที่เจ้าต้องการใช่หรือไม่!” เขากล่าวเสียงต่ำ “เจ้าอยากให้ข้าทำลายกำแพงที่ข้าสร้างไว้เพื่อปกป้องตัวเองใช่หรือไม่! เจ้าคิดว่าได้ชัยชนะแล้วงั้นรึ!”

“หม่อมฉัน…หม่อมฉันเพียงแค่ต้องการดูแลพระองค์เพคะ” เธอตอบอย่างกล้าหาญ แม้จะกลัวจนตัวสั่น

“ดูแลข้าอย่างนั้นรึ!” อวี้เหยียนยิ้มเยาะ รอยยิ้มของเขาทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ “ถ้าอย่างนั้นก็ดูแลข้าให้ดี! ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป! เจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ออกนอกตำหนักนี้! ไม่ได้รับอนุญาตให้ไปที่ใดก็ตามที่ข้าไม่อนุญาต! และที่สำคัญที่สุด! เจ้าไม่อนุญาตให้พูดคุยกับบุรุษอื่นคนใด! แม้แต่ขันทีหรือองครักษ์! เจ้าเป็นของข้า! ฮองเฮา!” พระองค์ไม่ได้ข่มขู่...แต่กำลัง ‘ประกาศพันธนาการ’ ต่อหน้าข้ารับใช้ทุกคน! นี่คือการแสดงความเป็นเจ้าของที่บ้าคลั่งที่สุดที่เขาเคยทำ!

อวี้เหยียนไม่รอคำตอบ เขาอุ้มร่างของอวิ๋นซินเยว่ขึ้นอย่างรวดเร็ว วางเธอลงบนเตียงที่ปูด้วยผ้าแพรชั้นดี ก่อนจะปลดเปลื้องเครื่องประดับหนัก ๆ บนศีรษะของเธอออกอย่างเร่งรีบ ในแววตาของเขามีเพียงความต้องการที่ถูกจุดติดอย่างบ้าคลั่ง

จื่อเยว่และนางกำนัลทุกคนถูกสั่งให้ถอยออกไป ประตูถูกปิดลงอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงเสียงหอบหายใจหนัก ๆ ของทั้งสองพระองค์ในความเงียบสงัด

“เจ้าคิดว่าเจ้าชนะแล้วใช่หรือไม่!” อวี้เหยียนก้มลงมาจ้องเธอด้วยดวงตาที่ลุกโชน เขาใช้มือบีบคางเธอเบา ๆ บังคับให้เธอมองใบหน้าของเขา “จงจำไว้! สิ่งที่เจ้านำมาให้ข้า…คือพันธนาการ! และข้าจะตอบแทนมันด้วยความคลั่งไคล้ที่ไม่มีวันจบสิ้น!”

เขาจูบเธออีกครั้ง ครั้งนี้เร่าร้อนและยาวนานกว่าครั้งแรกหลายเท่า ริมฝีปากของเขาครอบครองเธออย่างบ้าคลั่ง มือของเขาเริ่มรุกล้ำเข้าไปใต้ชุดอันงดงามของเธอ อวิ๋นซินเยว่ตอบรับจูบนั้นด้วยความสับสนและเร่าร้อนไม่แพ้กัน เธอไม่คาดคิดว่าการประกาศสิทธิ์จะนำไปสู่ฉากที่บ้าคลั่งขนาดนี้! ความปรารถนาที่รุนแรงของเขาทำลายตรรกะทั้งหมดที่เธอเคยมี! เธอตอบรับเขาในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง...ที่กำลังถูกพิชิตด้วยความปรารถนาที่ถูกกดทับมานานนับปี!

[ติ๊ง! คำเตือน! ระดับอุณหภูมิความรู้สึกเข้าสู่ระดับวิกฤต!

ระบบไม่สามารถควบคุมการทำงานของฮอร์โมนได้!

ระบบกู้โลกเข้าสู่โหมดรักษาเสถียรภาพ!..รอการคำนวณใหม่!]

แสงตะวันยามบ่ายสาดส่องเข้ามาในห้องบรรทมผ่านม่านแพรปักลายหงส์ เตียงที่เคยเรียบตึงบัดนี้ยับยู่ยี่ เสื้อผ้าอันงดงามถูกฉีกทึ้งอย่างไม่ใยดี อวี้เหยียนนอนกอดร่างเปลือยเปล่าของอวิ๋นซินเยว่ไว้แน่น ใบหน้าของเขาไม่ได้เย็นชาอีกต่อไป แต่เต็มไปด้วยความอ่อนล้าและความพึงพอใจที่ปิดบังไม่มิด เขาจ้องมองใบหน้าของเธอด้วยสายตาที่ลุ่มลึกและเป็นเจ้าของอย่างที่สุด

“ฮองเฮา…” พระองค์เอ่ยเสียงแหบพร่า เขาจูบลงบนหน้าผากของเธออย่างอ่อนโยน “เจ้าเป็นของข้า”

“หม่อมฉันรู้เพคะ” เธอตอบอย่างแผ่วเบา “และพระองค์ก็เป็นของหม่อมฉันเช่นกัน” คำพูดนั้นทำให้พระองค์ชะงัก ดวงตาของเขามืดมิดลงอีกครั้ง พระองค์ไม่เคยคิดว่าจะถูกตอบกลับด้วยความต้องการที่ทัดเทียมกันเช่นนี้

“จำไว้” เขากระซิบเสียงต่ำ คำพูดของเขาเต็มไปด้วยคำสัญญาที่น่ากลัว “ในโลกนี้…ไม่มีสิ่งใดที่จะพรากเจ้าไปจากข้าได้! ไม่มี! แม้แต่ความตาย! หรือ…ใครก็ตามที่เจ้าเคยรัก!” อวิ๋นซินเยว่ตัวแข็งทื่อ ใครก็ตามที่เธอเคยรัก? เขารู้สึกถึงภัยคุกคามจากอดีตที่เธอไม่เคยเปิดเผยหรือ?

ทันใดนั้น มือของอวี้เหยียนก็เลื่อนมาจับไปที่สร้อยหยกที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อคลุมที่ยับยู่ยี่ของเธอ สร้อยที่เธอไม่เคยถอดเลย

“นี่คือของใคร!” พระสุรเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงที่เย็นชาที่สุดที่เธอเคยได้ยิน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความริษยาและความโกรธที่น่ากลัวอย่างยิ่งยวด!

อวิ๋นซินเยว่ตื่นตระหนก ก็แค่สร้อยเส้นเดียว ทำไมเขาถึงได้โมโหถึงเพียงนี้ แล้วเธอควรจะตอบว่ายังไง หากตอบผิดขึ้นมาเขาคงไม่หักคอเธอด้วยมือเปล่าใช่ไหม!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   98

    ชิงหรงไม่ได้สะทกสะท้าน นางเริ่มวางอุปกรณ์เสียงดัง กึกกัก ทั้งล้างพู่กัน ฝนหมึก และฮัมเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ผ่านไปหนึ่งเค่อ จื่อเยี่ยนที่ทนไม่ไหวจึงเงยหน้าขึ้นมาหมายจะดุ "เจ้าไม่เห็นหรือว่าข้าใช้สมาธิอยู่? ที่อื่นมีตั้งกว้างขวาง เหตุใดต้องมาวุ่นวายตรงนี้" ชิงหรงไม่กลัวสักนิด แถมยังเขยิบเข้าไปใกล้ "ก็ตรงนี้แสงตกกระทบผิวพระองค์สวยที่สุดนี่เพคะ! ดูสิ... หม่อมฉันวาดพระองค์เสร็จแล้วนะ" ชิงหรงยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้จื่อเยี่ยนดู มันไม่ใช่ภาพวาดเหมือนจริงแบบที่ครูสอน แต่เป็นภาพวาดพู่กันที่ลายเส้นดูมีชีวิตชีวา เป็นรูปจื่อเยี่ยนนั่งอ่านหนังสือ แต่บนหัวมี "ลูกนกตัวน้อย" เกาะอยู่หนึ่งตัว และรอบๆ มีมวลดอกไม้สีสันสดใสที่ดูแล้วรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด จื่อเยี่ยนชะงักไป แววตาที่เคยแข็งกร้าวสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพนั้น นางไม่เคยเห็นใครกล้าวาดภาพนางในลักษณะ "อ่อนโยน" เช่นนี้มาก่อน ทุกคนมักจะวาดนางให้ดูสง่า น่าเกรงขาม เหมือนรูปปั้นเทพธิดา "พระองค์ดูนิ่งเกินไป หม่อมฉันเลยเติมลูกนกให้ จะได้ไม่เหงาไงเพคะ... อ๊ะ! สีตรงนี้เลอะนิดหน่อย ขอหม่อมฉันซ่อมหน่อยนะเพคะ" พูดจบ ชิงหรงก็ถือวิสาสะขยับเข้าไป

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   97

    สำนักศึกษาอวี้หลัน เมื่อก้าวผ่านซุ้มประตูหินแกะสลักลายดอกอวี้หลัน สิ่งแรกที่ปะทะสายตาคืออาคารไม้หมู่อันสง่างามที่ไม่ได้มีเพียงสีแดงทองตามขนบวังหลวง แต่กลับใช้ สีขาวนวลของหินอ่อน ตัดกับ สีน้ำตาลเข้มของไม้กฤษณา หลังคามุงกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินน้ำทะเลที่สะท้อนแสงแดดยามเช้าเป็นประกายระยิบระยับ อาคารเรียนหลักถูกออกแบบให้มี โถงระเบียงกว้างเปิดโล่ง ผนังบางส่วนถูกแทนที่ด้วยกระจกใสที่ซินเยว่สั่งหุงขึ้นเป็นพิเศษ ทำให้มองเห็นทัศนียภาพของสวนหย่อมด้านนอกที่จัดวางตามหลักเรขาคณิต ผสมผสานกับการจัดสวนป่าแบบเซน มีน้ำพุหินที่ไหลรินลงสู่สระมงคลซึ่งเต็มไปด้วยใบบัวสีเขียวขจี บรรยากาศในอวี้หลันไม่ได้มีเพียงกลิ่นกำยานฉุนกึกแบบวังหลัง แต่กลับอบอวลไปด้วย กลิ่นหอมสะอาดของกระดาษใหม่ และ กลิ่นหมึกจีน ที่ผสมกลิ่นเปลือกไม้หอมสดชื่น ลอยมาตามลมพร้อมกับ กลิ่นดอกอวี้หลัน สีขาวนวลที่บานสะพรั่งอยู่รอบสำนัก หากเดินผ่านห้องทดลองสมุนไพร จะได้กลิ่นจาง ๆ ของ ใบมิ้นต์และอบเชย ที่ให้ความรู้สึกตื่นตัว ในขณะที่ห้องสมุดกลับให้กลิ่น ไม้เก่าและชาอูหลง ที่นุ่มนวลชวนให้สงบนิ่ง เสียงที่นี่คือดนตรีแห่งชีวิต คุณจะได้ยิน เสียงฉะฉ

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   96

    ท้องพระโรงจื่อเฉิน, ยามเฉิน บรรยากาศในท้องพระโรงวันนี้ดูแปลกตาไปกว่าทุกวัน เมื่อข้างพระราชบัลลังก์มังกรของ อวี้เหยียน มีเก้าอี้แกะสลักตัวเล็กอีกสองตัวตั้งขนาบซ้ายขวา อวี้เฉินซี และ อวี้จื่อเยี่ยน ในชุดพิธีการเต็มยศนั่งหลังตรงสง่างาม แววตาของทั้งคู่กวาดมองเหล่าขุนนางเบื้องล่างด้วยความนิ่งสงบ เหล่าขุนนางต่างกระซิบกระซาบด้วยความแปลกใจ บางคนลอบยิ้มเยาะในใจว่าเด็กเพียงสี่ขวบจะมาทำอะไรได้ นอกจากมานั่งเล่นเป็นเพื่อนบิดา อวี้เหยียนสุรเสียงทรงอำนาจ "เริ่มการประชุมได้! วันนี้ใครมีเรื่องอันใดจะรายงาน เกี่ยวกับสถานการณ์เมืองท่าทางใต้ที่ยังคาราคาซังอยู่บ้าง?" เสนาบดีเฉิน ขุนนางเก่าแก่ผู้มีเครือข่ายผลประโยชน์ลับๆ ก้าวออกมาเบื้องหน้าพร้อมรอยยิ้มที่ดูประจบสอพลอ เขารายงานด้วยท่าทางขึงขัง "ทูลฝ่าบาท... เรื่องการลักลอบขนสินค้าเถื่อนที่ป่าโกงกาง หม่อมฉันได้ส่งคนไปตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วพ่ะย่ะค่ะ พบว่าเส้นทางน้ำนั้นตื้นเขินและมีรากไม้หนาแน่น เรือเล็กมิอาจผ่านได้เลย ข่าวลือเรื่องโจรใช้เส้นทางนั้นจึงเป็นเพียงเรื่องเล่าไร้สาระของชาวบ้านพ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันเกรงว่าหากเราส่งทหารไปจะเสียแรงเปล่า..." เข

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   95

    ทิศตะวันออกของวังหลวง, ยามเฉินอาคารไม้หอมหลังใหญ่ที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างความโอ่อ่าของราชวงศ์อวี้และฟังก์ชันการใช้งานแบบโลกอนาคตตั้งเด่นตระหง่าน ที่นี่คือ "สำนักศึกษาอวี้หลัน" โรงเรียนหลวงที่ อวิ๋นซินเยว่ เนรมิตขึ้นเพื่อปฏิรูปการศึกษาของเหล่าเชื้อพระวงศ์และลูกหลานขุนนาง ที่นี่ไม่มีการท่องจำตำราขงจื๊อแบบนกแก้วนกขุนทองเพียงอย่างเดียว แต่มีห้องทดลองวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ห้องสมุดที่บรรจุแผนที่โลก และลานกีฬาที่เน้นการทำงานเป็นทีม อวิ๋นซินเยว่ ในชุดฮองเฮาเรียบง่ายแต่สง่างาม "การปกครองแผ่นดินไม่ใช่แค่การรู้วิธีข่มขวัญคน แต่คือการรู้วิธีสร้างคน... และวันนี้ ครูคนแรกของพวกเจ้าคือ 'ความสงสัย' "ท่ามกลางกลุ่มเด็กชายลูกท่านเสนาบดี อวี้เฉินซี ในวัยสี่ขวบโดดเด่นออกมาด้วยออร่าที่เข้าถึงง่ายอย่างน่าประหลาด พระโอรสตัวน้อยมีใบหน้าที่คมคายทว่ามีลักยิ้มสองข้างแก้มแฝงความขี้เล่นแฝงอยู่ ดวงตาพราวระยับเหมือนอวิ๋นซินเยว่ไม่มีผิดเพี้ยนเฉินซีหัวเราะร่าพลางอธิบายการทำงานของกังหันน้ำให้เพื่อนๆ ฟัง "ดูสิ! หากเรากั้นน้ำไว้ตรงนี้ แรงกดจะดันไม้ให้หมุน เห็นไหม? ไม่ใช่เวทมนตร์หรอก แต่มันคือพลังงาน!

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   94

    พระตำหนักคุนหนิง ยามเว่ย ภายในโถงกว้างที่ปูด้วยพรมขนสัตว์หนานุ่ม และมีเครื่องเล่นไม้เสริมสร้างทักษะที่ อวิ๋นซินเยว่ ออกแบบเองวางกระจายอยู่ บรรดานางกำนัลและแม่นมต่างพากันกลั้นหายใจด้วยความตื่นเต้น แววตาของทุกคนจับจ้องไปที่ร่างป้อมๆ สองร่างที่กำลังพยายามหยัดยืนด้วยขาเล็กๆ ของตนเอง โดยปกติแล้ว เด็กทารกทั่วไปจะเริ่มตั้งไข่เมื่ออายุใกล้ขวบปี แต่สำหรับ อวี้เฉินซี และ อวี้จื่อเยี่ยน ในวัยเพียง แปดเดือน พวกเขากลับทำในสิ่งที่คนทั้งวังต้องเรียกขานว่า "ปาฏิหาริย์" แม่นมหลี่กระซิบตัวสั่น “ทอดพระเนตรสิเพคะฮองเฮา... พระโอรสทรงเริ่มปล่อยมือจากราวไม้แล้วเพคะ!” อวี้เฉินซี พระโอรสแฝดผู้พี่ที่มีแววตาเด็ดเดี่ยวถอดแบบมาจากอวี้เหยียน ทรงยันพระวรกายขึ้นจากพื้นพรมอย่างมั่นคง พระหัตถ์เล็กๆ ปล่อยออกจากคอกกั้นไม้ ก่อนจะเตาะแตะก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว... สองก้าว... และสามก้าว ตรงไปหา อวี้เหยียน ที่นั่งย่อพระวรกายรอรับอยู่เบื้องหน้า อวี้เฉินซีส่งเสียงอ้อแอ้ชัดเจน “เสด็จ... ป้อ... (เสด็จพ่อ)” อวี้เหยียนถึงกับพระเนตรเบิกกว้าง ทรงโผเข้าอุ้มพระโอรสขึ้นมาแนบพระอุระด้วยความปิติอย่างที่สุด สุรเสียงที่เคยดุดันกลับสั

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   93

    พระที่นั่งเป่าเหอเตี้ยน ยามซื่อท้องพระโรงกลางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดถูกเนรมิตให้กลายเป็นสรวงสวรรค์บนดิน โคมไฟไหมสีทองและผ้าแพรห้าสีถูกประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจง กลิ่นกำยานมงคลโชยอบอวลไปทั่วงานเลี้ยงฉลองครบรอบหนึ่งเดือน ของพระโอรส อวี้เฉินซี และพระธิดา อวี้จื่อเยี่ยนอวี้เหยียน ประทับอยู่บนบัลลังก์มังกรในฉลองพระองค์สีทองอร่าม ข้างกายคือ อวิ๋นซินเยว่ ที่ดูงามสง่าและทรงอำนาจในอาภรณ์หงส์เพลิงสีแดงเลือดนก ปักลายเมฆมงคลด้วยดิ้นทองแท้ ผิวพรรณของนางที่ผ่านการบำรุงด้วยโอสถลับดูผุดผ่องจนสตรีทั้งงานต้องอิจฉาอวี้เหยียนประกาศก้อง “วันนี้คือวันมงคลของแคว้นอวี้ ข้าขอขอบใจเหล่านักรบและราษฎร รวมถึงมิตรสหายจากแคว้นต่างๆ ที่มาร่วมยินดีกับรัชทายาทและพระธิดาของเรา!”หลังจากพิธีการเริ่มต้นขึ้น บรรดาทูตจากแคว้นต่างๆ ก็เริ่มทยอยออกมาถวายพระพร“ทูตจากแคว้นซีเหลียง... ถวายไข่มุกราตรีสิบลังและผ้าแพรพันพับ!”แต่สิ่งที่ทำให้คนทั้งโถงต้องหยุดหายใจ คือทูตจาก แคว้นเป่ยหลัว ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความงดงามของสตรี ทูตอาวุโสเดินออกมาพร้อมกับหญิงสาวนางหนึ่งที่คลุมหน้าด้วยผ้าโปร่งบาง“ทูลฝ่าบาท แคว้นเป่ยหลัวยินดียิ่งที่พระองค์ได

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status