Share

10

Penulis: RainyStarSea
last update Tanggal publikasi: 2025-08-28 19:17:06

รุ่งอรุณสาดแสงสีทองผ่านม่านบาง ๆ ของตำหนักคุนหนิง อวิ๋นซินเยว่ลุกขึ้นด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจจะทำสิ่งใดสักอย่างเพื่อตอบแทนพระเมตตาเมื่อคืนที่ผ่านมา จากที่ได้ฟังเรื่องราวที่เสี่ยวหลิงเล่าให้ฟัง ประกอบกับคำพูดของนางกำนัลถึงสิ่งที่ฝ่าบาททำให้ แม้จะไม่รู้ว่าคืนนั้นฝ่าบาทได้ยินอะไรไปบ้าง แต่หัวใจของนางก็เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ ความรู้สึกที่ว่าเธอกำลังก้าวเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของเขาได้สำเร็จ

“เตรียมสมุนไพรบำรุงร่างกาย ข้าจะลงมือทำซุปด้วยตัวเอง” นางสั่งเสียงหนักแน่น วันนี้ต้องไม่พลาดไม่นาน กลิ่นหอมละมุนของซุปสมุนไพรที่ใช้ ‘สกิลข้าวกล่องฮองเฮา’ ทำอย่างพิถีพิถัน ค่อย ๆ ลอยอบอวลไปทั่วตำหนัก มือเรียวเล็กยกถาดทองเหลืองขึ้นมั่นคง มุ่งตรงไปยังตำหนักหยางซิน ที่พำนักขององค์จักรพรรดิอวี้เหยียน

ภายในท้องพระโรง อวี้เหยียนประทับบนบัลลังก์มังกรสูงสง่า ใบหน้าของเขาเคร่งเครียด แววตาคมคายยังเย็นเฉียบไม่ต่างจากผืนน้ำแข็งพันปี เมื่อเห็นฮองเฮาก้าวเข้ามาพร้อมถาดในมือ พระเนตรหรี่ลงแวบหนึ่ง ความหงุดหงิดและความสับสนปะปนอยู่ในแววตา

“หม่อมฉัน…ทำซุปบำรุงมาถวายเพคะ” อวิ๋นซินเยว่เอ่ยเสียงอ่อนโยน แววตาเปี่ยมความจริงใจขันทีข้างพระวรกายรีบรับถาดมาวางตรงหน้าพระองค์ แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยต่อ เสียงถ้วยกระแทกแตกกระจายก็ดังก้องไปทั่วตำหนัก

เพล้ง!

อวี้เหยียนตวัดพระหัตถ์ผลักถ้วยซุปกระเด็นแตกกระจาย ความรุนแรงนั้นผิดปกติ เศษถ้วยปลิวว่อนจนเสี้ยวหนึ่งของขอบคมกริบบาดลงที่แก้มขวาของอวิ๋นซินเยว่เป็นรอยยาว เลือดสีแดงสดผุดซึมออกมาจากบาดแผลทุกคนในที่แห่งนั้นนิ่งค้างด้วยความตกตะลึง!

แววตาขององค์จักรพรรดิฉายแววตกใจอย่างรุนแรง เพียงแวบเดียว เมื่อเห็นรอยเลือดบนแก้มของฮองเฮา ร่างกายกระตุก มือขวาเหยียดยาวออกไป ราวกับใจหนึ่งอยากลุกขึ้นไปประคองนาง แต่แล้วเพียงเสี้ยวอึดใจนั้น ความเย็นชาก็กลับคืนมาอย่างแข็งกร้าวที่สุด

“หึ…มารยาสตรี มันใช้ได้ผลกับผู้อื่น แต่ไม่ใช่กับข้า!” พระสุรเสียงแผ่วต่ำ ทว่าทุกถ้อยคำเย็นยะเยือกแทงใจ

“ความเมตตาของข้า…มิใช่สิ่งที่เจ้าจะนำมาเล่นสนุก!”

อวิ๋นซินเยว่กำมือแน่น เจ็บทั้งกายและใจจนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ นางหรืออุตส่าห์ตั้งใจทำเพื่อตอบแทนน้ำใจ ไม่ได้หวังแม้แต่คำขอบคุณ เขากลับมีท่าทีเช่นนี้ ช่างคาดเดาอารมณ์ยากเหลือเกิน สมแล้วที่เป็นฮ่องเต้ทรราช ไม่ใส่ใจความรู้สึกผู้ใด…ทำตามอารมณ์ตัวเอง

'ไม่ได้! ข้าจะร้องไห้กับเรื่องแค่นี้ไม่ได้! ยิ่งไม่ควรให้เขาเห็นน้ำตา! เขาจะยิ่งรังเกียจเราและคิดว่าเรากำลังใช้มารยาเรียกร้องความสนใจ!’ อวิ๋นซินเยว่เชิดหน้าขึ้นอย่างสง่างาม ทนทานต่อความเจ็บปวดทั้งทางกายและใจ แม้เลือดแดงสดกำลังไหลลงมาตามแก้มขาวผ่องขันทีชราข้างกายฝ่าบาททำสีหน้ากระอักกระอ่วน ในใจคิดเพียงว่าฝ่าบาทกำลังทำร้ายตนเองมากกว่าจะทำร้ายฮองเฮาเสียอีก

......

อวิ๋นซินเยว่กลับตำหนักคุนหนิงด้วยแผลบนแก้ม นางกำนัลรีบเข้ามาช่วยเช็ดเลือด แต่เธอกลับนิ่งสงบ ความเงียบที่น่ากลัวนั้นเต็มไปด้วยความผิดหวัง

‘ตราบใดที่ฉันยังมีลมหายใจอยู่ในร่างนี้…ฉันจะไม่ยอมแพ้ให้เขามองว่าฉันเป็นแค่สตรีที่ไร้ค่า!

[ติ๊ง! คะแนนค่าความชอบของฝ่าบาทกำลังดิ่งลงอย่างมาก!

คำเตือนระดับอันตราย!

-25องศาในครั้งเดียว!

คะแนนความชอบต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มต้นภารกิจ!]

[หากหม่าม๊ายังปล่อยไว้เช่นนี้ จากกำหนดเวลาเดิมก่อนที่โลกนี้จะแตกคือ 365 วัน อาจลดลงมาเหลือ 60วันนะครับ!]

"อะไรนะ! กว่าคะแนนจะขึ้นแต่ละแต้ม โคตะระยากเลย! แต่พอนึกจะลดก็ลดฮวบฮาบเลยเนี่ยนะ! แถมยังลดเวลาทำภารกิจอีก จะบ้าตายรายวัน" อวิ๋นซินเยว่ว่าพลางยกสองมือขยุ้มผมตัวเองไปมาจนผมยุ่งไปหมด ความตื่นตระหนกเข้าครอบงำเธออย่างรวดเร็ว

[หม่าม๊าต้องรีบคิดหาทางเยียวยาจิตใจพระเอก และใกล้ชิดจนพระเอกตกหลุมรักให้ได้ก่อนเวลาจะหมดนะครับ ไม่อย่างนั้น...]

"ไม่อย่างนั้น?"

[ไม่อย่างนั้น หม่าม๊าก็ต้องติดในโลกนี้และตายไปพร้อมกับพระเอกครับ]

"ย่ะ! ไม่ต้องย้ำหรอก เฮ้อออ... ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเอาใจใครเลย แม้แต่พ่อแม่ก็โอ๋ฉันจะตาย แต่อีตาพระเอกบ้านี่เอาใจโคตรยาก! เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย! ฉันจะประสาทกินแล้วนะ!" อวิ๋นซินเยว่นอนกอดเข่าอยู่บนเตียงของตัวเองในตำหนักคุนหนิง

จื่อเยว่เห็นเจ้านายมีท่าทีเหม่อลอยและนั่งโดยไม่ระวังกิริยา นางก็รีบเอ่ย “พระนางนั่งเช่นนั้นได้อย่างไรเพคะ เอาขาลงมาเถิดเพคะ” ว่าพลางช่วยจัดท่าทางให้ผู้เป็นนาย อวิ๋นซินเยว่นั้นก็ทำเพียงนั่งนิ่งไม่พูดไม่จา ภายในหัวกำลังคิดอย่างหนักว่า เธอจะหาทางรุกคืบเข้าไปในกำแพงน้ำแข็งของอวี้เหยียนได้อย่างไร

.......

ในหัวของจักรพรรดิอวี้เหยียนมักปรากฏภาพเลือดบนแก้มของอวิ๋นซินเยว่ สายตาเจ็บปวดที่นางไม่ยอมให้ใครเห็น และริมฝีปากน้อย ๆ ที่ขบเม้มเข้าหากันแน่นราวกับพยายามข่มกลั้นอารมณ์บางอย่าง เขาไม่ชอบความรู้สึกเช่นนี้เลย! ความรู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นสัตว์ประหลาด…ที่ทำร้ายคนที่ปรารถนาดี

เขาบีบพระหัตถ์แน่นจนเส้นเอ็นปูดโปน‘ข้าไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายนาง! นางต่างหากที่มาทำลายความสงบในใจของข้า!’ เขาพยายามโทษเธอ แต่ไม่เป็นผลสายลมยามเย็นพัดผ่านหน้าต่างตำหนักคุนหนิง กลิ่นไม้หอมจาง ๆ ลอยคลุ้ง

ขันทีเฒ่าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม มือเหี่ยวย่นกุมห่อผ้าเล็ก ๆ ที่ทำจากผ้าต่วนเนื้อดีไว้อย่างทะนุถนอมนางกำนัลทั้งหลายต่างหยุดการกระทำทุกอย่างลงพลางก้มศีรษะย่อตัวลงทำความเคารพ เมื่อกงกงยกมือไล่ให้ทุกคนถอยออกไป เหลือเพียงสองนางกำนัลผู้ใกล้ชิดฮองเฮาเพียงเท่านั้น เขายื่นห่อผ้าให้พลางเอ่ยเสียงต่ำ

“นี่คือยาทาชั้นดี ยาจากตำหนักลับ ฝ่าบาททรงประทานให้แก่ฮองเฮา หาได้ยากยิ่ง… ยานี้เพียงแต้มเล็กน้อยก็สามารถสมานแผลให้หายได้อย่างรวดเร็วและไม่ทิ้งรอย” จื่อเยว่เบิกตากว้าง ก่อนจะเอื้อมไปรับ แต่เสียงของกงกงกลับดังขึ้นอีกครั้ง ทุ้มแผ่วแต่แฝงอำนาจ

“แต่พวกเจ้า ห้ามบอกฮองเฮาว่ายานี้มาจากไหน… หากฮองเฮาสงสัย ก็จงบอกไปว่า เจ้าส่งคนไปขอจากสำนักหมอหลวงมา ”จื่อเยว่และนางกำนัลอีกคนรีบพยักหน้ารับคำ สีหน้าฉายความประหลาดใจปนไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยคำถามขันทีชราหรี่ตาลงเล็กน้อย คล้ายจะพูดกับตนเองมากกว่าจะบอกผู้อื่น

“ฝ่าบาท…ทรงเมตตาเงียบ ๆ เช่นนี้แหละ ดีแล้ว หากให้ทรงแสดงความเมตตาต่อหน้า…เกรงว่ากำแพงที่ทรงพยายามปกป้องใจตนเองอยู่จะพังทลายลงในไม่ช้า”

เมื่อขันทีข้างกายฝ่าบาทหมุนกายจากไป เหลือนางกำนัลถือห่อผ้าไว้ในอ้อมแขน หัวใจสั่นระรัว พวกนางต่างรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดา หากพระองค์ไม่ทรงใส่ใจฮองเฮาเลย เหตุใดจะต้องประทานยาลับมาด้วยวิธีเช่นนี้กันเล่า

จื่อเยว่เดินเข้าไปหาผู้เป็นนายอย่างระมัดระวัง พร้อมนำยาออกมาบรรจงป้ายลงบนบาดแผลที่แก้มของฮองเฮา ทันทีที่เนื้อยาแตะกับบาดแผล ความรู้สึกเย็นซ่านก็แผ่กระจายไปทั่ว ความปวดร้าวลดลงอย่างรวดเร็ว

“ยานี้วิเศษยิ่งเพคะ! ฝ่าบาท…เอ่อ… สำนักหมอหลวงให้มา” จื่อเยว่รีบแก้คำพูดตามที่ได้รับสั่งมา อวิ๋นซินเยว่พยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก เพราะในหัวเธอกำลังยุ่งอยู่กับการวางแผน แต่ทันใดนั้น ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นที่คุ้นเคยจากเนื้อยา!‘กลิ่นนี้!’มันเป็นกลิ่นหอมเย็น ๆ ที่คล้ายกับกลิ่นสมุนไพรหายากที่เธอเคยใช้

[ติ๊ง! คำเตือนระดับสีเหลือง!

ส่วนผสมของยานี้...คือส่วนผสมที่ใช้ในการถอนพิษที่หม่าม๊าถูกวางยาเมื่อคืนก่อนนั้น!

และยานี้คือยาที่ฝ่าบาททรงนำมาป้อนหม่าม๊าด้วยพระองค์เอง!]

“จื่อเยว่! เจ้าเอายานี้มาให้ข้าดูใกล้ ๆหน่อยสิ” อวิ๋นซินเยว่สั่งด้วยน้ำเสียงที่รุนแรงผิดปกติเธอรับตลับยามาถือไว้ในมือ ใจเต้นระรัว ฝ่ามือเธอสั่นเทา กลิ่นของยานี้...ยืนยันสิ่งที่เสี่ยวหลิงบอก!พระองค์ไม่ได้ผลักไสเธอเพราะเกลียดชังแต่พระองค์ผลักไสเธอ...เพราะกลัวที่จะต้องเสียเธอไปอีกครั้ง!และที่สำคัญกว่านั้น…

[คำถาม: ใครเป็นคนปรุงยานี้? ยาถอนพิษที่หายากที่สุดในแคว้นอวี้?] คำตอบ : มีเพียงหมอหลวงคนเดียวที่ทำได้…และวัตถุดิบมาจากคลังหลวงที่ฝ่าบาทเก็บไว้ใช้ส่วนพระองค์เท่านั้น!

นี่คือความใส่ใจที่มาจากใจจริง!]

ความจริงที่ว่าจักรพรรดิผู้เย็นชาทำร้ายเธออย่างรุนแรง…แต่ในขณะเดียวกันก็ส่งยาลับที่แพงที่สุดและใกล้ชิดที่สุดของเขามาให้...มันทำให้หัวใจของอวิ๋นซินเยว่สั่นคลอนอย่างรุนแรง!เขาไม่ได้เกลียดเธอเลย! เขาแค่กลัวที่จะรักเธอ!เธอต้องทำลายความกลัวนั้นให้ได้!

“พรุ่งนี้…เตรียมชุดที่งดงามที่สุด ข้าจะไปพบฝ่าบาทที่ตำหนักหยางซิน และครั้งนี้…ข้าจะไปในฐานะของ ‘ฮองเฮา’ ผู้ประกาศสิทธิ์ในตัวพระสวามี!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   98

    ชิงหรงไม่ได้สะทกสะท้าน นางเริ่มวางอุปกรณ์เสียงดัง กึกกัก ทั้งล้างพู่กัน ฝนหมึก และฮัมเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ผ่านไปหนึ่งเค่อ จื่อเยี่ยนที่ทนไม่ไหวจึงเงยหน้าขึ้นมาหมายจะดุ "เจ้าไม่เห็นหรือว่าข้าใช้สมาธิอยู่? ที่อื่นมีตั้งกว้างขวาง เหตุใดต้องมาวุ่นวายตรงนี้" ชิงหรงไม่กลัวสักนิด แถมยังเขยิบเข้าไปใกล้ "ก็ตรงนี้แสงตกกระทบผิวพระองค์สวยที่สุดนี่เพคะ! ดูสิ... หม่อมฉันวาดพระองค์เสร็จแล้วนะ" ชิงหรงยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้จื่อเยี่ยนดู มันไม่ใช่ภาพวาดเหมือนจริงแบบที่ครูสอน แต่เป็นภาพวาดพู่กันที่ลายเส้นดูมีชีวิตชีวา เป็นรูปจื่อเยี่ยนนั่งอ่านหนังสือ แต่บนหัวมี "ลูกนกตัวน้อย" เกาะอยู่หนึ่งตัว และรอบๆ มีมวลดอกไม้สีสันสดใสที่ดูแล้วรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด จื่อเยี่ยนชะงักไป แววตาที่เคยแข็งกร้าวสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพนั้น นางไม่เคยเห็นใครกล้าวาดภาพนางในลักษณะ "อ่อนโยน" เช่นนี้มาก่อน ทุกคนมักจะวาดนางให้ดูสง่า น่าเกรงขาม เหมือนรูปปั้นเทพธิดา "พระองค์ดูนิ่งเกินไป หม่อมฉันเลยเติมลูกนกให้ จะได้ไม่เหงาไงเพคะ... อ๊ะ! สีตรงนี้เลอะนิดหน่อย ขอหม่อมฉันซ่อมหน่อยนะเพคะ" พูดจบ ชิงหรงก็ถือวิสาสะขยับเข้าไป

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   97

    สำนักศึกษาอวี้หลัน เมื่อก้าวผ่านซุ้มประตูหินแกะสลักลายดอกอวี้หลัน สิ่งแรกที่ปะทะสายตาคืออาคารไม้หมู่อันสง่างามที่ไม่ได้มีเพียงสีแดงทองตามขนบวังหลวง แต่กลับใช้ สีขาวนวลของหินอ่อน ตัดกับ สีน้ำตาลเข้มของไม้กฤษณา หลังคามุงกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินน้ำทะเลที่สะท้อนแสงแดดยามเช้าเป็นประกายระยิบระยับ อาคารเรียนหลักถูกออกแบบให้มี โถงระเบียงกว้างเปิดโล่ง ผนังบางส่วนถูกแทนที่ด้วยกระจกใสที่ซินเยว่สั่งหุงขึ้นเป็นพิเศษ ทำให้มองเห็นทัศนียภาพของสวนหย่อมด้านนอกที่จัดวางตามหลักเรขาคณิต ผสมผสานกับการจัดสวนป่าแบบเซน มีน้ำพุหินที่ไหลรินลงสู่สระมงคลซึ่งเต็มไปด้วยใบบัวสีเขียวขจี บรรยากาศในอวี้หลันไม่ได้มีเพียงกลิ่นกำยานฉุนกึกแบบวังหลัง แต่กลับอบอวลไปด้วย กลิ่นหอมสะอาดของกระดาษใหม่ และ กลิ่นหมึกจีน ที่ผสมกลิ่นเปลือกไม้หอมสดชื่น ลอยมาตามลมพร้อมกับ กลิ่นดอกอวี้หลัน สีขาวนวลที่บานสะพรั่งอยู่รอบสำนัก หากเดินผ่านห้องทดลองสมุนไพร จะได้กลิ่นจาง ๆ ของ ใบมิ้นต์และอบเชย ที่ให้ความรู้สึกตื่นตัว ในขณะที่ห้องสมุดกลับให้กลิ่น ไม้เก่าและชาอูหลง ที่นุ่มนวลชวนให้สงบนิ่ง เสียงที่นี่คือดนตรีแห่งชีวิต คุณจะได้ยิน เสียงฉะฉ

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   96

    ท้องพระโรงจื่อเฉิน, ยามเฉิน บรรยากาศในท้องพระโรงวันนี้ดูแปลกตาไปกว่าทุกวัน เมื่อข้างพระราชบัลลังก์มังกรของ อวี้เหยียน มีเก้าอี้แกะสลักตัวเล็กอีกสองตัวตั้งขนาบซ้ายขวา อวี้เฉินซี และ อวี้จื่อเยี่ยน ในชุดพิธีการเต็มยศนั่งหลังตรงสง่างาม แววตาของทั้งคู่กวาดมองเหล่าขุนนางเบื้องล่างด้วยความนิ่งสงบ เหล่าขุนนางต่างกระซิบกระซาบด้วยความแปลกใจ บางคนลอบยิ้มเยาะในใจว่าเด็กเพียงสี่ขวบจะมาทำอะไรได้ นอกจากมานั่งเล่นเป็นเพื่อนบิดา อวี้เหยียนสุรเสียงทรงอำนาจ "เริ่มการประชุมได้! วันนี้ใครมีเรื่องอันใดจะรายงาน เกี่ยวกับสถานการณ์เมืองท่าทางใต้ที่ยังคาราคาซังอยู่บ้าง?" เสนาบดีเฉิน ขุนนางเก่าแก่ผู้มีเครือข่ายผลประโยชน์ลับๆ ก้าวออกมาเบื้องหน้าพร้อมรอยยิ้มที่ดูประจบสอพลอ เขารายงานด้วยท่าทางขึงขัง "ทูลฝ่าบาท... เรื่องการลักลอบขนสินค้าเถื่อนที่ป่าโกงกาง หม่อมฉันได้ส่งคนไปตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วพ่ะย่ะค่ะ พบว่าเส้นทางน้ำนั้นตื้นเขินและมีรากไม้หนาแน่น เรือเล็กมิอาจผ่านได้เลย ข่าวลือเรื่องโจรใช้เส้นทางนั้นจึงเป็นเพียงเรื่องเล่าไร้สาระของชาวบ้านพ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันเกรงว่าหากเราส่งทหารไปจะเสียแรงเปล่า..." เข

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   95

    ทิศตะวันออกของวังหลวง, ยามเฉินอาคารไม้หอมหลังใหญ่ที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างความโอ่อ่าของราชวงศ์อวี้และฟังก์ชันการใช้งานแบบโลกอนาคตตั้งเด่นตระหง่าน ที่นี่คือ "สำนักศึกษาอวี้หลัน" โรงเรียนหลวงที่ อวิ๋นซินเยว่ เนรมิตขึ้นเพื่อปฏิรูปการศึกษาของเหล่าเชื้อพระวงศ์และลูกหลานขุนนาง ที่นี่ไม่มีการท่องจำตำราขงจื๊อแบบนกแก้วนกขุนทองเพียงอย่างเดียว แต่มีห้องทดลองวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ห้องสมุดที่บรรจุแผนที่โลก และลานกีฬาที่เน้นการทำงานเป็นทีม อวิ๋นซินเยว่ ในชุดฮองเฮาเรียบง่ายแต่สง่างาม "การปกครองแผ่นดินไม่ใช่แค่การรู้วิธีข่มขวัญคน แต่คือการรู้วิธีสร้างคน... และวันนี้ ครูคนแรกของพวกเจ้าคือ 'ความสงสัย' "ท่ามกลางกลุ่มเด็กชายลูกท่านเสนาบดี อวี้เฉินซี ในวัยสี่ขวบโดดเด่นออกมาด้วยออร่าที่เข้าถึงง่ายอย่างน่าประหลาด พระโอรสตัวน้อยมีใบหน้าที่คมคายทว่ามีลักยิ้มสองข้างแก้มแฝงความขี้เล่นแฝงอยู่ ดวงตาพราวระยับเหมือนอวิ๋นซินเยว่ไม่มีผิดเพี้ยนเฉินซีหัวเราะร่าพลางอธิบายการทำงานของกังหันน้ำให้เพื่อนๆ ฟัง "ดูสิ! หากเรากั้นน้ำไว้ตรงนี้ แรงกดจะดันไม้ให้หมุน เห็นไหม? ไม่ใช่เวทมนตร์หรอก แต่มันคือพลังงาน!

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   94

    พระตำหนักคุนหนิง ยามเว่ย ภายในโถงกว้างที่ปูด้วยพรมขนสัตว์หนานุ่ม และมีเครื่องเล่นไม้เสริมสร้างทักษะที่ อวิ๋นซินเยว่ ออกแบบเองวางกระจายอยู่ บรรดานางกำนัลและแม่นมต่างพากันกลั้นหายใจด้วยความตื่นเต้น แววตาของทุกคนจับจ้องไปที่ร่างป้อมๆ สองร่างที่กำลังพยายามหยัดยืนด้วยขาเล็กๆ ของตนเอง โดยปกติแล้ว เด็กทารกทั่วไปจะเริ่มตั้งไข่เมื่ออายุใกล้ขวบปี แต่สำหรับ อวี้เฉินซี และ อวี้จื่อเยี่ยน ในวัยเพียง แปดเดือน พวกเขากลับทำในสิ่งที่คนทั้งวังต้องเรียกขานว่า "ปาฏิหาริย์" แม่นมหลี่กระซิบตัวสั่น “ทอดพระเนตรสิเพคะฮองเฮา... พระโอรสทรงเริ่มปล่อยมือจากราวไม้แล้วเพคะ!” อวี้เฉินซี พระโอรสแฝดผู้พี่ที่มีแววตาเด็ดเดี่ยวถอดแบบมาจากอวี้เหยียน ทรงยันพระวรกายขึ้นจากพื้นพรมอย่างมั่นคง พระหัตถ์เล็กๆ ปล่อยออกจากคอกกั้นไม้ ก่อนจะเตาะแตะก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว... สองก้าว... และสามก้าว ตรงไปหา อวี้เหยียน ที่นั่งย่อพระวรกายรอรับอยู่เบื้องหน้า อวี้เฉินซีส่งเสียงอ้อแอ้ชัดเจน “เสด็จ... ป้อ... (เสด็จพ่อ)” อวี้เหยียนถึงกับพระเนตรเบิกกว้าง ทรงโผเข้าอุ้มพระโอรสขึ้นมาแนบพระอุระด้วยความปิติอย่างที่สุด สุรเสียงที่เคยดุดันกลับสั

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   93

    พระที่นั่งเป่าเหอเตี้ยน ยามซื่อท้องพระโรงกลางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดถูกเนรมิตให้กลายเป็นสรวงสวรรค์บนดิน โคมไฟไหมสีทองและผ้าแพรห้าสีถูกประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจง กลิ่นกำยานมงคลโชยอบอวลไปทั่วงานเลี้ยงฉลองครบรอบหนึ่งเดือน ของพระโอรส อวี้เฉินซี และพระธิดา อวี้จื่อเยี่ยนอวี้เหยียน ประทับอยู่บนบัลลังก์มังกรในฉลองพระองค์สีทองอร่าม ข้างกายคือ อวิ๋นซินเยว่ ที่ดูงามสง่าและทรงอำนาจในอาภรณ์หงส์เพลิงสีแดงเลือดนก ปักลายเมฆมงคลด้วยดิ้นทองแท้ ผิวพรรณของนางที่ผ่านการบำรุงด้วยโอสถลับดูผุดผ่องจนสตรีทั้งงานต้องอิจฉาอวี้เหยียนประกาศก้อง “วันนี้คือวันมงคลของแคว้นอวี้ ข้าขอขอบใจเหล่านักรบและราษฎร รวมถึงมิตรสหายจากแคว้นต่างๆ ที่มาร่วมยินดีกับรัชทายาทและพระธิดาของเรา!”หลังจากพิธีการเริ่มต้นขึ้น บรรดาทูตจากแคว้นต่างๆ ก็เริ่มทยอยออกมาถวายพระพร“ทูตจากแคว้นซีเหลียง... ถวายไข่มุกราตรีสิบลังและผ้าแพรพันพับ!”แต่สิ่งที่ทำให้คนทั้งโถงต้องหยุดหายใจ คือทูตจาก แคว้นเป่ยหลัว ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความงดงามของสตรี ทูตอาวุโสเดินออกมาพร้อมกับหญิงสาวนางหนึ่งที่คลุมหน้าด้วยผ้าโปร่งบาง“ทูลฝ่าบาท แคว้นเป่ยหลัวยินดียิ่งที่พระองค์ได

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   9

    วินาทีที่อวิ๋นซินเยว่เอ่ยพระนามอวี้เหยียนออกมานั้น แรงบดขยี้ที่บ่าของนางนั้นแข็งกร้าวราวกับคีมเหล็ก แต่แรงสั่นเทาที่ปลายนิ้วของเขา รุนแรงยิ่งกว่าอาการประชวรใด ๆ ดวงเนตรคมกริบของจักรพรรดิอวี้เหยียนเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนสุดขีด ภาพในอดีตฉายวาบเข้ามาในห้วงความคิด มีเพียงสตรีผู้เดียวในชีวิตที่เคยกล้

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   8

    อวิ๋นซินเยว่นอนนิ่งอยู่บนเตียงภายใต้ม่านแพรปักลายเมฆสีฟ้าอ่อน แสงตะวันยามสายสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ขับไล่ความมืดมิดของคืนที่ผ่านมาไปจนหมดสิ้น ทั่วร่างยังอ่อนเปลี้ยเพลียแรง แต่สติของเธอกลับแจ่มชัดอย่างน่าประหลาด เสียงกระซิบของระบบก้องอยู่ในหัว แต่เธอเลือกที่จะเพิกเฉย เพราะในห้วงความคิดยามนี้ มีเพีย

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   7

    ขณะที่คิดจะเตรียมผละจากไป อวิ๋นซินเยว่ก็อาเจียนออกมาเป็นเลือดสด ๆ!อวี้เหยียนเบิกตากว้าง ก่อนจะมองดูใบหน้างามนั้นชัด ๆ อีกครั้ง ครานี้จึงเพิ่งสังเกตว่านางผิดปกติ นี่ไม่ใช่อาการของคนเป็นไข้ หรือนางจะถูกวางยา!“ใครก็ได้ ตามหมอหลวงมาเดี๋ยวนี้” พระสุรเสียงดังสนั่นดุจฟ้าผ่า ทำเอาขันทีที่เฝ้า

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   6

    บ่ายคล้อย ลมหนาวพัดอวลเข้ามาในตำหนักคุนหนิงพร้อมเงาร่างเล็กที่ก้าวเข้ามาพร้อมขันทีประจำตำหนัก “ถวายพระพรเพคะ ฮองเฮา...หม่อมฉันชื่อฝูซิน เพิ่งถูกส่งมาเพื่อปรนนิบัติพระองค์เพคะ” เสียงสาวใช้ใหม่แหลมเล็ก ดวงตากลมใสระยิบระยับ ดูไร้พิษภัยติดจะทึ่ม ๆ เสียด้วยซ้ำ อวิ๋นซินเยว่มองอย่างสงสัย “ทำไมถึงส่งคน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status