LOGIN“นี่พี่ยังนึกไม่ออกอีกหรือไง...พี่ลืมการประมูลสร้างตึกที่โรม...ทีนี้นึกออกหรือยัง...เดมเชียมันกวาดไปเรียบเพราะบาร์วไม่มีคนไป....ตลกค่ะ!! เราไม่ควรแพ้แต่กลับแพ้”
คลากส์ตัวชา เขามัวแต่หลงระเริงกับผู้หญิงจนลืมงานสำคัญ กลับไปวอชิงตัน ดี.ซี.คราวนี้ เขาคงโดนมารดาบ่นหูชา เรื่องพฤติกรรมเหลวไหลที่ถูกคาดโทษไว้หลายหน
“เอ่อ...”
“ป่วยการแก้ตัวกับหนูค่ะ พี่ควรรีบกลับมาแก้ตัวกับแด๊ด”
หญิงสาวตัดบท เธอกดวางสาย สนใจงานตรงหน้าดีกว่าเมื่อคลากส์ยังมีลมหายใจ แค่นี้คือสิ่งที่เธอพอใจ เพราะความจริงแล้ว เฮนน่ากลัวที่สุดคือการที่คลากส์พลาด หากศัตรูคิดจะปลิดชีวิตพี่ชาย เขาคงไม่เหลือลมหายใจถึงวันนี้ เมื่อชายหนุ่มมีจุดอ่อนในเรื่องที่ไม่น่ามี
“แม่ม!! เป็นแม่กู หรือเป็นน้องกูว่ะ!! บ่นกูกันจัง”
ชายหนุ่มแก้เก้อโดยการแสร้งโวย เขาเสียหน้ากับลูกน้องเพราะเฮนน่าหลายครั้ง
“เตรียมเครื่องอีก30 นาทีกูจะกลับบ้าน!!”
ชายหนุ่มตวาดเขากระโจนลงจากเตียงนอนเดินเข้าไปทำธุระส่วนตัวด้วยความหัวเสีย เขาพลาดงานสำคัญอีกแล้ว แบบนี้เครดิตของเขาเสียยับ ตำแหน่งประธานที่ต้องการเริ่มขยับห่างออกไปอีกนิด เขาคงต้องรีบกลับไปขอความเห็นใจจากมารดา ไม่อย่างนั้น เฮนน่าได้ตำแหน่งนี้ไปครองแน่ๆ
คลากส์เดินหน้ายับนำหน้าการ์ดคู่ใจ เขากราดตามองไปรอบๆ แม่สาวคนนั้นหายไปแบบไร้ร่องรอย เขาไม่เห็นหล่อนตั้งแต่ลืมตา...
โรมคือแผ่นดินที่สวยสมกับประวัติอันยาวนาน ผู้คนผิวเข้มเพราะแดดและลม ผู้หญิงสาวๆ ก็สวยคมขำ หากไม่ต้องรีบกลับไปประจบมาดามคาเรีย เขาจะอยู่ชมโฉมสาวๆ อีกสักอาทิตย์ น่าเสียดาย...
สายตาของคลากส์สะดุดเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่ง หล่อนแต่ตัวด้วยเสื้อผ้าหลวมโพลก สะพายกล้องถ่ายรูปไว้ที่ไหล่ซ้าย กับกระเป๋าสะพายพะรุงพะรัง...ผมยาวถูกมัดง่ายๆ ด้วยเชือกสีน้ำตาลไหม้ กับรองเท้าผ้าใบเก่าๆ โทรมๆ การแต่งกายที่ไม่มีสาวๆ คนไหนแต่งตัวแบบนี้ เมื่อมันมองหาความสวยไม่มี แต่ผู้หญิงคนนั้นทำ หล่อนจะเป็นใครไปไม่ได้เลย ถ้าไม่ใช่น้องสาวคนสุดท้องของเขา เด็กสาวที่มารดาเกลียดขนาดทนเห็นหล่อนในสายตาไม่ได้ และเอรินทร์ก็ยืดอกเดินจากไปแบบไม่สะทกสะท้าน
คลากส์เปลี่ยนใจไม่เดินออกไปที่ประตูหน้า ตรงนั้นมีรถยนต์ลีมูซีนจอดรอเพื่อพาเขาไปยังสนามบิน
“ไง...เอม แกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
เสียงห้าวๆ ทักทายอยู่เบื้องหลัง เอรินทร์สะดุ้งกาแฟแก้วโตในมือแทบพลัดหล่น เธอหมุนตัวกลับไปมองก่อนจะส่งยิ้มแหยๆ ให้พี่ชาย
“คุณคลากส์!! แหะๆ”
“แกยังไม่ตอบฉันนะเอม แกมาทำอะไรที่โรม?”
คลากส์ถามเอรินทร์ แต่สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่มิแรนดา หล่อนสวยคมไม่ใช่เล่น แถมยังดูดีมีคลาสไม่เหมือนเอรินทร์ที่มอซอ...
มิแรนดากระพริบเปลือกตาปริบๆ ถ้าจำไม่ผิดผู้ชายที่ยืนหน้าบึ้งอยู่นี่ คือทายาทของบาร์ว แล้วผู้หญิงเปิ่นๆ เชยๆ อย่าเอรินทร์ไปรู้จักคนระดับนี้ได้ยังไง ฟังจากคำทักทาย... สองคนนี่น่าจะสนิทกันพอดู เธอครางๆ ในลำคอ เธอลืมไปได้ยังไง ผู้ช่วยสุดเปิ่นของเธอใช้นามสกุล...บาร์ว!!
“เอมมาทำงานค่ะ อีกไม่กี่วันก็กลับ” หญิงสาวตอบเสียงอ่อย
“งาน...แกทำงานอะไร? แกมีงานทำด้วยหรือ”
ชายหนุ่มเอ่ยเยาะ เอรินทร์หายไปจากบ้านนานกว่า2 ปี เขาไม่คิดว่าจะได้เจอกับเธออีก...
“เอ่อ...ถ้าจำไม่ผิดคุณคือคลากส์ บาร์วใช่ไหมคะ? ฉันมิแรนดา แกลร์ เป็นหัวหน้าของคนที่คุณทักค่ะ”
หญิงสาวพูดแทรก เธอยื่นมือออกไปข้างหน้าและคลากส์ก็รับลูก เขาโน้มตัวลงจับมือหล่อนขึ้นประทับจุมพิตเบาๆ ที่หลังมือ
“ใช่ครับ... ความจำคุณแม่นมาก และถ้าผมจำไม่ผิดคุณก็น่าจะเป็นคนดังของปารีสเพรส” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น เขาตอบกลับเสียงใส แววตาพราวเสียจนมิแรนดานึกกระหยิ่ม
เวลานี้เอรินทร์กลายเป็นไม้ประดับเสียแล้ว เพราะหนุ่มสาวตรงหน้า แสดงความสนใจกันอย่างเปิดเผย จนคลากส์เองก็ลืม... เขาเข้ามาเพื่อทักทายน้องสาวต่างแม่
“แรนดามาทำข่าวของมิสเตอร์ลูคัสน่ะค่ะ เขานัดเราที่นี่” เธอกล่าวตอบ ชะเง้อคอมองไปที่ประตูเมื่อลูคัสผิดนัดไปกว่า30 นาที จนป่านนี้ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของชายหนุ่ม
“หมอนั่นดังขนาดได้สัมภาษณ์กับคอลัมนิสต์ชื่อดังอย่างคุณด้วย...แล้วทำไมผมถึง...” ชายหนุ่มแสร้งทำเสียงอ่อยๆ เขาย้อมถามพร้อมกับไล้ปลายนิ้วกับหลังมือมิแรนดาเหมือนเป็นการส่งซิกเล็กๆ ให้หญิงสาวได้รับรู้
“โธ่ๆ มันเป็นคำสั่งจากบรรณาธิการค่ะ แรนดาไม่ได้ต้องการเลย คนอะไรก็ไม่รู้ หยิ่งโคตร!! เข้าถึงตัวก็ยาก ทำเหมือนกับมีความลับซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังเยอะแยะ จนไม่อยากเปิดเผยให้ใครรู้” หญิงสาวบ่นเสียงขุ่น ลูคัสเป็นผู้ชายคนเดียวที่ไม่โอ้โลมเธอ
“คุณอาจจะไม่รู้ปูมหลังหมอนั่น แต่ผมมั่นใจเชียวแหละว่าผมรู้จักหมอนั่นดี...หากคุณอยากรู้นะแรนดา...ผมจะบอกคุณทั้งหมด”
“คุณคลากส์คะ!!”
เอรินทร์พยายามท้วง เธอไม่อยากให้พี่ชายงัดปูมหลังเก่าๆ ของลูคัสมาแฉ เพราะมันอาจเป็นชนวนเหตุที่ไปกระตุ้นให้ผู้ชายคนนั้นคลั่งหนัก แล้วผลเสียก็จะตกอยู่กับคนของบาร์วทุกคน
“ยุ่งน่า!!...มันเป็นเรื่องจริงที่หมอนั่นต้องยอมรับ ครั้งหนึ่งเดมเชียเคยร่วงเป็นนกปีกหัก...”
คลากส์หันมาตวาดน้องสาวต่างแม่ เขาพูดเสียงเหยาะหยันเมื่อครั้งนั้น เขาก็มีส่วนร่วมเช่นกัน
“ใช่ครับ!!” เสียงทุ้มๆ พูดแทรก พร้อมกับการปรากฏตัวของลูคัส ดวงตาสีฟ้าของเขาเปล่งกระกายแวววาวจนเอรินทร์สยอง เมื่อแววตาแบบนี้เหมือนตอนนั้นเลย เหมือนตอนที่ชายหนุ่มบุกเข้ามาที่คฤหาสน์บาร์วพร้อมกับสาปแช่งคนในบาร์วทุกคน!! “การทำธุรกิจมันก็แบบนี้...มีพลาดกันได้ แต่...ผมก็พิสูจน์ให้ทุกๆ คนเห็นแล้วนี่ไงครับ เดมเชียคือของแท้...เราไม่เคยโกงใครเพื่อให้ตัวเองชนะ ทุกอย่างมาจากฝีมือบวกกับความเชื่อมั่นที่คู่ค้ามองเห็น” ชายหนุ่มตอบเสียงเย็น เขาเลิกคิ้วมองคลากส์เหมือนกำลังท้าทาย...
คลากส์กัดฟันกรอดๆ ลูคัสตอกหน้าเขาด้วยการคว้างานใหญ่ไปครองไม่พอ ยังคิดจะมาฉีกหน้าเขาต่อหน้าผู้หญิงที่คลากส์กำลังสนใจ
“ก็แล้วแต่มุมมองนะ...ลูคัส!! แต่ผมว่า...การที่บาร์วเปิดโอกาสให้เดมเชียเข้ามาแบ่งเค้กในจานไปกินด้วยนั้น ก็น่าจะรู้ว่าเราเมตตาเดมเชียแค่ไหน?”
ชายหนุ่มพูดเหมือนเป็นต่อ ธุรกิจนี้คลอลินบิดาเขา...เป็นคนบุกเบิก โครงงานใหญ่ๆ เคยผ่านมือบาร์วมานับไม่ถ้วน แล้วจะใจดีแบ่งให้บริษัทเล็กๆ ได้มีขนมหวานลิ้มลองบ้างก็ไม่เห็นเป็นไร
“ขอบคุณสำหรับความเมตตาที่ทางคุณมีให้...ผมจะสนองคุณนั้นให้สาสม...และหวังว่าพวกคุณทั้งหมดคงจะรออยู่นะ... ของขวัญจากเดมเชียชิ้นแรก!!”
ลูคัสเปรยแบบมีความใน ของขวัญชิ้นแรกที่เขามอบให้บาร์ว คือการฉกงานชิ้นใหญ่ที่บาร์วจ้องตาเป็นมันมาครอง
คลากส์กำมือแน่น เขาคงต้องรีบชิ่ง เมื่อวันนี้ไม่มีหนทางเอาชนะไอ้หน้าหล่อนี่ได้สักทาง สิ่งที่ควรทำคือไปเสียก่อนที่จะหน้าแหก...หากมันพูดถึงเรื่องการประมูลโครงงานใหญ่ของโรม...
“เอม...ฉันไปล่ะ!! กลับไปเรามีเรื่องต้องคุยกัน...”
ชายหนุ่มหันไปหาเอรินทร์ระบายความขัดใจด้วยการตะคอกหญิงสาว หญิงสาวหน้าม่อย เธอก้มหน้าหลบและเบ้ปากบ่นเบาๆ ไม่ว่าเมื่อไรเธอก็ยังเป็นกระโถนสำหรับระบายความไม่ดีใส่มาตลอด ต่อให้เธอไม่ได้อยู่ใต้ชายคาบาร์วแล้วก็ตาม
ลูคัสปรายตามองเอรินทร์ยิ้มๆ หล่อนคงไม่รู้สิ่งที่หล่อนปิดบังไว้ เขารู้แล้ว!!
“เริ่มงานกันเลยดีไหม!! ผมมีเวลาให้คุณแค่30นาที”
ลูคัสเปรย เขาทรุดตัวลงนั่ง ตวัดปลายขาขึ้นมาไขว่ห้างด้วยท่าทางสุดเท่ห์ มีสาวๆ ที่เดินผ่านไปมา ชำเรืองมองชายหนุ่มพร้อมกับโปรยยิ้มหวานๆ มาให้ แต่ผู้ชายอวดดีอย่างลูคัสหรือจะสนใจ เขานั่งนิ่งๆ มองตรงไปยังมิแรนดาด้วยสายตาเย็นชา
นักข่าวสุดฮอตนึกฉุน!! ชายหนุ่มมาสายแล้วยังมีเวลาให้เธอแค่สั้นๆ การพูดคุยเพื่อเจาะลึกคงทำไม่ได้ อีกอย่างเธอกำลังกังขาเรื่องความสัมพันธ์ของเอรินทร์กับคนของบาร์ว หล่อนปิดบังอะไรไว้แน่...สาวสุดเชยอย่างเอรินทร์คงไม่ใช่แค่คนนามสกุลคล้าย เมื่อหัวหอกของบาร์ว ว่าที่ผู้นำคนต่อไปยังรู้จักมักจี่หล่อนเป็นอย่างดี
“เอาเถอะค่ะ ก็ยังดีกว่ามานั่งรอเก้อ...เริ่มสักทีก็ดีเหมือนกัน”
“แต่คุณไม่ได้บอกฉันว่ามันเป็นงาน...อีลูกกาฝากของคุณ!” นางกัดฟันพูด แสยะยิ้มสู้กล้อง เมื่อสื่อบ้าๆ พวกนี้ดูจะให้ความสนใจตัวเองเป็นพิเศษ “มาดาม...เอมเป็นลูกสาวผม ยอมรับเถอะน่า ถ้าไม่ใช่เพราะเอมมาดามคงต้องสู้กับลูคัสอีกนาน...ไอ้หมอนั่นมันกัดมาดามไม่ปล่อยแน่...จนกว่าบาร์วจะย่อยยับ...มาดามคิดว่าจะตั้งรับลูคัสได้อีกนานแค่ไหนล่ะ...ที่ผมเห็นนะ เราเพลี่ยงพล้ำหลายรอบและหากเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ คงร่วงเหมือนเดมเชียเทรด” คำพูดของสามีทำให้มาดามคาเรียสลด นางเองก็รู้ตัวดี ลูกๆ ของนางไม่มีใครสู้ไอ้หนุ่มนั่นได้สักคน คลากส์บุตรชายที่นางเคยหวัง เขาไม่ได้ดั่งใจนางเลยสักนิด... เฮนน่าเก่งก็จริงแต่ก็ยังเป็นรองลูคัส... “เรื่องนั้นฉันไม่เถียง แต่ให้ฉันยอมรับมัน... คงไม่ได้” นางเชิดหน้าขึ้น แอบอิจฉาความโชคดีของเอรินทร์ หากนางทำใจเป็นกลาง เด็กคนนั้นก็ไม่เลวเลยทีเดียว คนแข็งกร้าวอย่างลูคัสหล่อนยังสยบได้...หากนางมีลูกสาวแบบนี้สักคน นางคงวางใจได้ “มาดามจะยอมรับเอมหรือไม่นั้น ผมไม่สนแล้วล่ะ เอมเขามีคนปกป้องแล้ว ต่อแต่นี้ไป มาดามแตะเอมก็ระวังหน่อยแล้วกัน ลูคัส
“Why?” ชายหนุ่มครางเสียงปร่า หรือว่า...กระสุนที่เขายิงไว้ เข้าเป้าตรงเผง!! เอรินทร์ยิ้ม เธอไม่ตอบ ซุกใบหน้ากับอกอุ่นของลูคัสแทน “เฮ้ๆ เฉลยมาทูนหัว แบบนี้งงเด้!!” มือแข็งแรงดันเรือนกายหญิงสาวออกห่าง เขาถามเสียงรน ดวงตาเต้นระริกแบบมีความหวัง “เอมก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เอมไม่มีอาการอะไรเลย ไม่เคยแพ้ ไม่มีอาการวิงเวียน แต่ไอ้ที่เคยมาทุกเดือน เอมว่ามันหายไป” หญิงสาวตอบอายๆ ครั้งแรกเธอรู้สึกตระหนก ไม่รู้จะหันหน้าปรึกษาใคร? การที่เธอหนีก็เพราะไม่อยากให้คนรอบตัวอาย เมื่อตัวเองประพฤติตัวเสื่อมเสีย ไม่คิดว่าลูคัสจะจริงจัง เพราะที่เขาทำก็เพราะต้องการแก้คืน...แต่เธอไม่เคยคิดที่จะทำลายก้อนเนื้อในอุทรแม้แต่น้อย ถึงไม่มีใครต้องการเอรินทร์ก็พร้อมจะอุ้มชู “ขอบคุณ!! ขอบคุณพระเจ้า” ลูคัสรวบกอดเอรินทร์จนแน่น เขาซบหน้ากับหัวไหล่กลมกลึง พูดจาวกไปวนมาเหมือนไม่ใช่ตัวเอง มันเป็นเพราะความดีใจล้วนๆ “ไม่อยากคิดเลยนะคะว่าเราสองคนจะมีวันนี้” เอรินทร์พูดลอยๆ เธอนั่งอยู่บนหน้าตักลูคัส เหม่อมองทิวไม้ที่ลดลั่นกันไปจนสุดลูกหูลูกตา ธ
ชายหนุ่มคะยั้นคะยอ...ปลอดภัยสำหรับตัวเขาด้วย...พื้นบ้านแข็งแรง...เขาจะได้ไม่ต้องออมแรง... “พอเลยคุณ เอาไว้คุยวันหลัง อย่ามาเปลี่ยนเรื่องสิ!!” เอรินทร์กระซิบเสียงเคร่ง เธออายจนหน้าชา ยิ่งพูดยิ่งเข้าตัว “ดุจัง...กลัวนะเนี้ยะ” ลูคัสบ่นอุบ เห็นเขารักหน่อยได้ใจ ทำหน้าเคร่งใส่ไม่พอ ยังจะคอยกำหลาบเขาอยู่เรื่อย หลายคนพากันอมยิ้ม ไม่คิดว่าผู้ชายร้ายกาจอย่างลูคัสจะยอมลงให้เอรินทร์ง่ายๆ แต่ก็มีบางคนหมั้นไส้โดยเฉพาะพ่อที่หวงลูกสาว ถึงจะพยายามทำใจยอมรับ สักวันหนึ่งบุตรสาวก็ต้องออกจากอกคนเป็นพ่อ ไปสู่อ้อมอกของสามีอยู่ดี แต่พอเอาเข้าจริงๆ คลอลินก็ยังทำใจไม่ได้ ยิ่งคนที่จะเข้ามาเป็นบุตรเขยคือลูคัส!! ชายสูงวัยไม่มีความวางใจเลย ท่านกลัวว่าบุตรสาวจะตกอยู่ใต้อำนาจของสามี กลัวสารพัดกลัว เมื่อลูคัสเคยเป็น ‘ศัตรู’ ตัวเอ้
บทที่18.บทสรุปของความรัก “พูดแบบนี้ คิดอะไรกับลูกสาวฉันล่ะ?” คลอลินถามเสียงเข้ม คนที่เสียหายคือบุตรสาว ไหนๆ ก็ไหนๆ มาถึงขั้นนี้แล้ว คงต้องเจรจากันให้รู้เรื่อง... “ถามจริงไม่รู้!! ผม ‘รัก’ ลูกสาวคุณเหรอคลอลิน...ที่มาตื้อเนี๊ยะ!! ขอแต่งงาน รักจริงหวังแต่งครับ ไม่ได้ฟันแล้วชิง” ลูคัสตอบเสียงกระแทกกระทั้น อายก็อาย แต่ดีกว่าอด เกิดมายังไม่เคยขอสาวแต่งงาน ยังตกลงกันไม่ได้ด้วยซ้ำ เอรินทร์นะดื้อยังกับอะไรดี เอรินทร์ตาเหลือก เธอรีบหันไปมองเฮนน่า และบังเอิญว่าพี่สาวของเธอกำลังมองมาพอดี รอยยิ้มของพี่ดูเศร้าๆ แต่ก็ยังเป็นยิ้มที่ไม่ได้น่าวิตกสักเท่าไร รอยแค้นในดวงตาของเฮนน่าไม่มีแล้ว... เอรินทร์ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด หากเป็นไปได้...วันนั้น ห
บทที่17.อาคันตุกะชี้ชะตาของลูคัส “ยาย...เมื่อคืนแผ่นดินไหวเหรอ แฟงว่าแฟงรู้สึกนะ ตอนดึกๆ” มือเรียวชะงักกึก รีบก้มหน้าลง ผิวแก้มมีริ้วแดงๆ เมื่อกำลังอายสุดขีด “อะไรแฟง? แผ่นดินโหวง แผ่นดินไหวที่ไหน?” ตาคมเดินโซเซเข้ามาใกล้ เขาทรุดนั่งไม่ไกลจากหลานสาว ยกมือขึ้นตบท้ายทอยแรงๆ เมื่อยังรู้สึกมึนๆ อยู่เช่นเดิม “จริงๆ นะตา แฟงนอนหลับอยู่ เหมือนบ้านมันสั่นเบาๆ” คำแฟงชี้แจง หล่อนกำลังซาวข้าว ล้างทำความสะอาดข้าวเหนียวที่แช่ทิ้งไว้ก่อนจะนำไปนึ่ง ใบหน้าคำแฟงจึงขึงขัง “เหลวไหล กินมากฝันไปเองนะสิ” ยายปีบตวาด
“ถามหน่อยพ่อหนุ่ม มีสิทธิ์อะไรมาห้ามฉัน?” คลอลินเส้นกระตุก ถึงจะรู้ความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างหนุ่มตรงหน้า กับบุตรสาว แต่เมื่อยังไม่ชัดเจน ไอ้หนุ่มนี่ก็ย่อมไม่มีสิทธิ์ “...” ลูคัสกระอึกกระอัก เขาอยากประกาศโต้งๆ แต่เมื่อหันไปมองเอรินทร์ คำพูดทุกอย่างถูกกลืนหายลงไปในคอ เขาไม่กล้าป่าวประกาศ เพราะหากเอรินทร์โกรธอีกครั้ง คงง้อยากบรม!! “ตอนนี้...ยังไม่มี แต่อนาคตมีแน่!!” ชายหนุ่มเถียงข้างๆ คูๆ เดินไปยืนคุมเชิงใกล้ๆ สาวที่ตนหมายปอง หากบิดาของเธอจะพากลับ ก็ต้องตกลงกันให้ได้ก่อน “หึ!! ไม่มีก็ฟัง...แล้วก็หุบปากด้วย” คลอลินทำหน้าเซ็ง “เอมกลับบ้านเราลูก ต่อไปนี้แด๊ดจะดูแลเอมเอง...” ท่านพูดกับเอรินทร์ “ไม่!!” แต่คนที่ตอบไม่ใช่หญิงสาว ตาคมฟังออก แม้คนทั้งหมดจะสื่อสารกันด้วยภาษาถิ่นเก
“คงงั้น... แต่รีบๆ ดีไหมฮะ ถึงบอสจะอนุญาตให้พบ แต่บอสก็เปลี่ยนใจได้น๊า” แองเจิ้ลเตือน เมื่อสองสาวยังไม่คิดจะเข้าไปด้านใน หากลูคัสเปลี่ยนใจขึ้นมา...จะเป็นการมาเสียเที่ยวเปล่า
บทที่3.เพียงฝันไป... “ฉันเบื่อที่ต้องมาฟังคำตอบเดิมๆ คำตอบที่ตอบเหมือนเขาท่องอาขยานเอาไว้ แล้วแบบนี้มันจะแตกต่างจากที่อื่นยังไงล่ะ!!” มิแรนดาบ่นพึม...เธอเริ่มเบื่อที่จะต้องตั้งคำถามงี่เง่าที่ใครๆ ทุกคนทั่วท
หญิงสาวเปรยเสียงขุ่น งานชิ้นนี้เธอนึกว่ามันจะท้าทายความสามารถ เมื่อเป้าหมายของเธอน่าสนใจไม่น้อย แต่พอเอาเข้าจริงๆ มันน่าเบื่อจนแทบอยากชิ่งหนี ลูคัสเหมือนเจ้าชายอสูร แห่งBeauty and the Beast เขาเย็นชาและดูเหมือนจะไร้หัวใจ “เข้าเรื่องเลยดีกว่า...และที่ชัดๆ เลย อย่าถามเรื่องส่วนตัว!!”
“ค่ะ คลากส์ไป ‘โรม’ แต่เวลานี้เรายังไม่สามารถติดต่อคลากส์ได้เลยค่ะมัม...เขาหายเข้ากลีบเมฆไปตั้งแต่เมื่อคืน” เฮนน่าตอบแบบสุดเซ็ง การหายตัวไปของพี่ชาย มีผลกระทบใหญ่กับบริษัท และหากหุ้นส่วนรู้เขามันไม่ใช่ผลดีเลย เพราะมันอาจจะทำให้คะแนนนิยมของคลากส์ตก...หากเขาหวังตำแหน่งประธานกรรมการ “แล้ว...







