Mag-log inบทที่3.เพียงฝันไป...
“ฉันเบื่อที่ต้องมาฟังคำตอบเดิมๆ คำตอบที่ตอบเหมือนเขาท่องอาขยานเอาไว้ แล้วแบบนี้มันจะแตกต่างจากที่อื่นยังไงล่ะ!!” มิแรนดาบ่นพึม...เธอเริ่มเบื่อที่จะต้องตั้งคำถามงี่เง่าที่ใครๆ ทุกคนทั่วทุกมุมโลกรู้ มันจะแตกต่างกับสื่อเจ้าอื่นยังไงหากลูคัสตอบคำถาม ด้วยคำตอบเดิมๆ แบบนี้ บทความของเธอคงแป็ก!! หากชายหนุ่มไม่ให้ความร่วมมือ
เอรินทร์กลืนน้ำลายหนืดๆ ลงคอ เธอรู้สึกหนาวจับขั้วหัวใจ เมื่อเหยียบย่างเข้ามาในอาณาจักรของเดมเชีย...ตึกสำนักงานโอ่อ่า สมกับการเป็นผู้นำเรื่องการก่อสร้าง ธุรกิจทำเงินของลูคัส และตึกหลายๆ ที่ ที่เดมเชียอินดัสเทรียสรับผิดชอบ ติดโผประติมากรรมชั้นยอด ไม่แปลกหรอกที่ช่วงๆ หลังๆ ชื่อของลูคัสถึงเด่นหราบนสื่อใหญ่ๆ
“ฉันมาขอพบมิสเตอร์ลูคัส!!”
มิแรนดาเอ่ยปากบอกประชาสัมพันธ์หน้าลอบบี้ด้วยน้ำเสียงห้วนๆ เธอกำลังหงุดหงิด เธอยังไม่สามารถติดต่อคลากส์ได้ หลังจากกล่อมจนอัลเฟรดเห็นดี เห็นงามด้วย...แต่คลากส์กลับหายตัวไป...และงานเกี่ยวกับลูคัสยังไม่จบ
“นัดไว้ไหมคะ?” สาวสวยตอบกลับมา น้ำเสียงห้วนๆ ไม่แพ้กัน
“นัดไว้ค่ะ คุณลูคัสบอกว่าจะสั่งประชาสัมพันธ์ไว้ให้” เอรินทร์ชิงตอบเสียก่อน ก่อนที่จะบานปลายไปกันใหญ่เมื่อทั้งมิแรนดาและพนักงาน ไม่ยอมอ่อนให้กัน
“ฉันไม่ได้รับคำสั่งอะไรจากเบื้องบนเลยค่ะ... ไม่มีคำสั่งพิเศษสำหรับการนัดกับท่านประธานของคุณ ไม่ทราบว่าพวกคุณพอมีหลักฐานไหมคะ หากท่านยอมให้คุณพบจริง ก็ต้องมีอะไรบ้างสิ” หล่อนทำตามหน้าที่ เพราะไม่อย่างนั้นความซวยมาเยือนแน่ วันๆ หนึ่ง มีคนมาขอพบลูคัสมากมายจนจำหน้าไม่ถูก หลากหลายอาชีพและหากปล่อยผ่านไปง่ายๆ คนที่ซวยคือตัวเอง
มิแรนดากลอกตามองบน หล่อนกดมุมปากจนโค้งเมื่อเกิดความไม่พอใจอย่างแรง เธอเป็นนักข่าวมีชื่อนะ ไม่ใช่คนเดินดินธรรมดาทั่วไป ยัยนี่ไปมุดหัวอยู่ที่ไหนถึงไม่รู้จักเธอ
“เอมมาจากปารีสเพรสค่ะ ไม่ทราบว่ามีบ้างไหม คุณเอ็ดมันส์เป็นคนนัดกับเราเวลานี้ค่ะ”
บัตรนักข่าวเอรินทร์ยื่นให้พนักงานสาวสวยดูด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้คิดจะอวดเบ่งแบบที่หลายๆ คนเคยใช้ เพราะมีปากกาในมือเรื่องเสียดสีคนอื่นผ่านตัวหนังสือ มีสื่อเป็นฐานเธอไม่เคยทำ
“อ๋อ!! พวกคุณนั่นเอง...โทษทีค่ะ ดิฉันเข้าใจว่านักข่าวดังต้องเป็นผู้ชาย ไม่คิดว่าจะเป็นผู้หญิงสวยๆ อย่างคุณสองคน”
หล่อนรีบกล่าวแก้เมื่อได้รู้ความจริง “เชิญชั้นบนสุดเลยค่ะ กดชั้นบนสุด...นั่นล่ะคือห้องท่านประธาน ขอโทษอีกครั้งนะคะ ดิฉันไม่ทราบจริงๆ”
มิแรนดาไม่ได้ตอบ หล่อนสะบัดหน้าฉับๆ แอบยิ้มเหยียดๆ ปนความดูถูกไปให้พนักงานสาวคนนั้น โดยที่เอรินทร์ยิ้มกว้าง พร้อมกับโบกมือลา “ไม่เป็นไรค่ะ คนไม่รู้ ไม่ผิด”
สองสาวเดินจากไปโดยที่พนักงานสาวคนนั้นบ่นตามหลัง
“ใครจะไปคิด นักข่าวอะไรแต่งตัวยังกับนางแบบ คิดว่าจะมาอ่อยท่านประธานเหมือนที่เคยเจอ แถมยโสจนไม่อยากพูดด้วยเลย อีกคนยังดีเสียกว่า”
“เป็นอะไรไปอีกล่ะเธอบ่นพึมเชียว?” เพื่อนร่วมงานที่ไปทำธุระส่วนตัวเดินกลับมา หล่อนเอ่ยปากถามเมื่อเพื่อนสาวบ่นงึมงำ
“ก็แม่นักข่าวจากปารีสเพรสนะสิ หยิ่งชะมัด มองฉันเหมือนไม่ใช่คน”
“อ้อ...มิแรนดา...หล่อนก็เป็นงี้แหละ พอดังเข้าหน่อยทำเป็นว่าข้านะเป็นหงส์ ทั้งๆ ที่เคยเป็นแค่อีกามาก่อน หล่อนชอบคนรวยใครๆ ก็รู้” เสียงตอบช่วยเปิดตาให้คนไม่รู้ตาสว่างกับพฤติกรรมของมิแรนดา
“โธ่!! แค่มีปากกาในมือ คิดว่าตัวเองสำคัญตาย...เธอไม่เห็น แต่งตัวเหมือนมาอ่อยผู้ชาย...”
“ช่างหล่อนสิ หล่อนคงอยากหาสามีรวยๆ ช่วงนี้หล่อนกำลังดัง เลยต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ ก่อนจะร่วง”
“คงงั้น...สู้อีกคนไม่ได้ คงสวยถ้าแต่งตัวดีๆ นิสัยก็ดี ไม่น่ามาเป็นเพื่อนร่วมงานแย่ๆ อย่างยัยมิแรนดาเลย”
หากมิแรนดาได้ยินหล่อนคงเต้น!! เพราะหญิงสาวไม่ชอบให้ใครพูดลับหลัง แม้มันจะเป็นความจริง
เอรินทร์ยืนพิงกระจกใส เธอมองเหม่อออกไปด้านนอก พร้อมกับนึกชมลูคัสในใจ วิวจากที่สายตามองเห็น เธอสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของเดมเชีย เขาวางโครงร่างได้สวยงามอลังการ เพราะช่วงเวลาที่ลิฟต์เคลื่อนที่ไปยังชั้นสูงสุด สายตาของเธอกวาดมองอาณาจักรของชายหนุ่มได้แบบเต็มๆ ตา มันเป็นการประกาศศักยภาพของเดมเชีย โดยไม่ต้องเปิดปากพูด ให้มองเห็นด้วยตาตัวเอง
ติ้ง!!
เสียงลิฟต์ร้องเตือนเมื่อมาถึงจุดหมายปลายทางที่ต้องการ ประตูลิฟต์เคลื่อนเปิด สองสาวจึงก้าวเดินออกมา พร้อมกับมองหาเป้าหมาย
ป้ายขนาดพอเหมาะเหนือประตูไม้สีเบส...
Lucas dumchear
CCO
ความอลังการที่ไม่ต้องเปิดปากพูดเพราะแค่ได้เห็นหรือสัมผัสจากทุกสิ่งรอบตัว สามารถยืนยันได้ สิ่งที่ลูคัสสร้างไว้ไม่ได้เสียเปล่าเลย
เลขานุการสวยสะดิ้ง!! ไม่เป็นรองใครหากเทียบกับนางแบบชื่อดังระดับโลก เพราะหากหล่อนยึดอาชีพนั้น ก็คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธ แต่...ขอโทษเถอะ หล่อนไม่ใช่หญิงแท้ เมื่อลูคัสเบื่อมารยาหญิง เขาสาปส่งผู้หญิงตั้งแต่เรื่องของ ‘ริชชี่’ อดีตแฟนสาวที่ลูคัสคิดว่าตัวเองรักหล่อน
“คุณมาเลทไป10 นาทีนะฮ้า...บอสกำลังรออยู่”
เสียงที่ผสมกับการตำหนิกลายๆ พร้อมกับเหลือบมองมิแรนดาลอดแว่นกรอบสีเงิน
นักข่าวชื่อดังเบ้ปากใส่ “มันช่วยไม่ได้ค่ะ!! การประสานงานของคุณห่วยแตกมาก และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ฉันมาเลทเอง...กว่าจะผ่านด่านชั้นล่างสุดมาได้ ฉันหืดขึ้นคอเลยนะคะ...กว่าที่คนของคุณจะเข้าใจและเปิดทางให้”
เมื่อเฉ่งมา...มิแรนดาเลยไม่รอช้าที่จะสวนกลับ หล่อนกำลังอารมณ์ไม่ดี และเมื่อมีคนมาสะกิดต่อมหงุดหงิดของเธอจึงทำงาน
แองเจิ้ลเลิกคิ้วขึ้นสูง!! เธอช้อนสายตามองหน้าผู้มาใหม่เต็มๆ ก่อนจะถอนใจเฮือกๆ
“เอาเป็นว่า...รีบเข้าไปดีกว่าไหมฮ้า ก่อนที่บอสของแองเจิ้ลจะเปลี่ยนใจ ไม่พบพวกคุณ”
เลขานุการคนสวยเปรยเสียงเย็น ชำเรืองมองเอรินทร์ ก่อนจะขมวดคิ้วนิดๆ เมื่อสองคนที่มาพบลูคัส แตกต่างกันแบบสิ้นเชิง คนหนึ่งเหมือนหลุดออกมาจากแคตตาล็อคแฟชั่นชั้นนำ อีกคนกลับแต่งตัวธรรมดา เหมือนแม่ค้าในตลาดที่เสื้อผ้าทั้งเก่าและใหญ่เพราะต้องการความคล่องตัว
“ขอโทษค่ะ เราผิดเอง ครั้งต่อไปเอมจะไม่ให้เกิดแบบนี้อีก ความจริงเอมกับหัวหน้า ควรมาก่อนเวลา แต่มันแอคซิเดนค่ะ ไม่คิดว่ารถที่นี่จะติดเหมือนที่อเมริกา” อเมริกาติดอันดับต้นๆ ของโลกเกี่ยวกับการจารจร และหากใครไม่รู้ ประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่งเชียวค่ะ กับการจารจรบนท้องถนนที่Bangkok
“วันทำงานค่ะ เป็นธรรมดาที่รถติด แต่บ่าย3 รถไม่น่าจะติดนี่ฮ้า” เพราะมารยาทอันดีของเอรินทร์ แองเจิ้ลเลยเต็มใจที่จะสนทนาด้วย
“น่าจะมีอุบัติเหตุค่ะ เอมเห็นรถติดยาวเป็นพรืด” หญิงสาวตอบยิ้มๆ การจารจรบนท้องถนนมักจะติดขัด หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น
“แต่คุณไม่ได้บอกฉันว่ามันเป็นงาน...อีลูกกาฝากของคุณ!” นางกัดฟันพูด แสยะยิ้มสู้กล้อง เมื่อสื่อบ้าๆ พวกนี้ดูจะให้ความสนใจตัวเองเป็นพิเศษ “มาดาม...เอมเป็นลูกสาวผม ยอมรับเถอะน่า ถ้าไม่ใช่เพราะเอมมาดามคงต้องสู้กับลูคัสอีกนาน...ไอ้หมอนั่นมันกัดมาดามไม่ปล่อยแน่...จนกว่าบาร์วจะย่อยยับ...มาดามคิดว่าจะตั้งรับลูคัสได้อีกนานแค่ไหนล่ะ...ที่ผมเห็นนะ เราเพลี่ยงพล้ำหลายรอบและหากเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ คงร่วงเหมือนเดมเชียเทรด” คำพูดของสามีทำให้มาดามคาเรียสลด นางเองก็รู้ตัวดี ลูกๆ ของนางไม่มีใครสู้ไอ้หนุ่มนั่นได้สักคน คลากส์บุตรชายที่นางเคยหวัง เขาไม่ได้ดั่งใจนางเลยสักนิด... เฮนน่าเก่งก็จริงแต่ก็ยังเป็นรองลูคัส... “เรื่องนั้นฉันไม่เถียง แต่ให้ฉันยอมรับมัน... คงไม่ได้” นางเชิดหน้าขึ้น แอบอิจฉาความโชคดีของเอรินทร์ หากนางทำใจเป็นกลาง เด็กคนนั้นก็ไม่เลวเลยทีเดียว คนแข็งกร้าวอย่างลูคัสหล่อนยังสยบได้...หากนางมีลูกสาวแบบนี้สักคน นางคงวางใจได้ “มาดามจะยอมรับเอมหรือไม่นั้น ผมไม่สนแล้วล่ะ เอมเขามีคนปกป้องแล้ว ต่อแต่นี้ไป มาดามแตะเอมก็ระวังหน่อยแล้วกัน ลูคัส
“Why?” ชายหนุ่มครางเสียงปร่า หรือว่า...กระสุนที่เขายิงไว้ เข้าเป้าตรงเผง!! เอรินทร์ยิ้ม เธอไม่ตอบ ซุกใบหน้ากับอกอุ่นของลูคัสแทน “เฮ้ๆ เฉลยมาทูนหัว แบบนี้งงเด้!!” มือแข็งแรงดันเรือนกายหญิงสาวออกห่าง เขาถามเสียงรน ดวงตาเต้นระริกแบบมีความหวัง “เอมก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เอมไม่มีอาการอะไรเลย ไม่เคยแพ้ ไม่มีอาการวิงเวียน แต่ไอ้ที่เคยมาทุกเดือน เอมว่ามันหายไป” หญิงสาวตอบอายๆ ครั้งแรกเธอรู้สึกตระหนก ไม่รู้จะหันหน้าปรึกษาใคร? การที่เธอหนีก็เพราะไม่อยากให้คนรอบตัวอาย เมื่อตัวเองประพฤติตัวเสื่อมเสีย ไม่คิดว่าลูคัสจะจริงจัง เพราะที่เขาทำก็เพราะต้องการแก้คืน...แต่เธอไม่เคยคิดที่จะทำลายก้อนเนื้อในอุทรแม้แต่น้อย ถึงไม่มีใครต้องการเอรินทร์ก็พร้อมจะอุ้มชู “ขอบคุณ!! ขอบคุณพระเจ้า” ลูคัสรวบกอดเอรินทร์จนแน่น เขาซบหน้ากับหัวไหล่กลมกลึง พูดจาวกไปวนมาเหมือนไม่ใช่ตัวเอง มันเป็นเพราะความดีใจล้วนๆ “ไม่อยากคิดเลยนะคะว่าเราสองคนจะมีวันนี้” เอรินทร์พูดลอยๆ เธอนั่งอยู่บนหน้าตักลูคัส เหม่อมองทิวไม้ที่ลดลั่นกันไปจนสุดลูกหูลูกตา ธ
ชายหนุ่มคะยั้นคะยอ...ปลอดภัยสำหรับตัวเขาด้วย...พื้นบ้านแข็งแรง...เขาจะได้ไม่ต้องออมแรง... “พอเลยคุณ เอาไว้คุยวันหลัง อย่ามาเปลี่ยนเรื่องสิ!!” เอรินทร์กระซิบเสียงเคร่ง เธออายจนหน้าชา ยิ่งพูดยิ่งเข้าตัว “ดุจัง...กลัวนะเนี้ยะ” ลูคัสบ่นอุบ เห็นเขารักหน่อยได้ใจ ทำหน้าเคร่งใส่ไม่พอ ยังจะคอยกำหลาบเขาอยู่เรื่อย หลายคนพากันอมยิ้ม ไม่คิดว่าผู้ชายร้ายกาจอย่างลูคัสจะยอมลงให้เอรินทร์ง่ายๆ แต่ก็มีบางคนหมั้นไส้โดยเฉพาะพ่อที่หวงลูกสาว ถึงจะพยายามทำใจยอมรับ สักวันหนึ่งบุตรสาวก็ต้องออกจากอกคนเป็นพ่อ ไปสู่อ้อมอกของสามีอยู่ดี แต่พอเอาเข้าจริงๆ คลอลินก็ยังทำใจไม่ได้ ยิ่งคนที่จะเข้ามาเป็นบุตรเขยคือลูคัส!! ชายสูงวัยไม่มีความวางใจเลย ท่านกลัวว่าบุตรสาวจะตกอยู่ใต้อำนาจของสามี กลัวสารพัดกลัว เมื่อลูคัสเคยเป็น ‘ศัตรู’ ตัวเอ้
บทที่18.บทสรุปของความรัก “พูดแบบนี้ คิดอะไรกับลูกสาวฉันล่ะ?” คลอลินถามเสียงเข้ม คนที่เสียหายคือบุตรสาว ไหนๆ ก็ไหนๆ มาถึงขั้นนี้แล้ว คงต้องเจรจากันให้รู้เรื่อง... “ถามจริงไม่รู้!! ผม ‘รัก’ ลูกสาวคุณเหรอคลอลิน...ที่มาตื้อเนี๊ยะ!! ขอแต่งงาน รักจริงหวังแต่งครับ ไม่ได้ฟันแล้วชิง” ลูคัสตอบเสียงกระแทกกระทั้น อายก็อาย แต่ดีกว่าอด เกิดมายังไม่เคยขอสาวแต่งงาน ยังตกลงกันไม่ได้ด้วยซ้ำ เอรินทร์นะดื้อยังกับอะไรดี เอรินทร์ตาเหลือก เธอรีบหันไปมองเฮนน่า และบังเอิญว่าพี่สาวของเธอกำลังมองมาพอดี รอยยิ้มของพี่ดูเศร้าๆ แต่ก็ยังเป็นยิ้มที่ไม่ได้น่าวิตกสักเท่าไร รอยแค้นในดวงตาของเฮนน่าไม่มีแล้ว... เอรินทร์ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด หากเป็นไปได้...วันนั้น ห
บทที่17.อาคันตุกะชี้ชะตาของลูคัส “ยาย...เมื่อคืนแผ่นดินไหวเหรอ แฟงว่าแฟงรู้สึกนะ ตอนดึกๆ” มือเรียวชะงักกึก รีบก้มหน้าลง ผิวแก้มมีริ้วแดงๆ เมื่อกำลังอายสุดขีด “อะไรแฟง? แผ่นดินโหวง แผ่นดินไหวที่ไหน?” ตาคมเดินโซเซเข้ามาใกล้ เขาทรุดนั่งไม่ไกลจากหลานสาว ยกมือขึ้นตบท้ายทอยแรงๆ เมื่อยังรู้สึกมึนๆ อยู่เช่นเดิม “จริงๆ นะตา แฟงนอนหลับอยู่ เหมือนบ้านมันสั่นเบาๆ” คำแฟงชี้แจง หล่อนกำลังซาวข้าว ล้างทำความสะอาดข้าวเหนียวที่แช่ทิ้งไว้ก่อนจะนำไปนึ่ง ใบหน้าคำแฟงจึงขึงขัง “เหลวไหล กินมากฝันไปเองนะสิ” ยายปีบตวาด
“ถามหน่อยพ่อหนุ่ม มีสิทธิ์อะไรมาห้ามฉัน?” คลอลินเส้นกระตุก ถึงจะรู้ความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างหนุ่มตรงหน้า กับบุตรสาว แต่เมื่อยังไม่ชัดเจน ไอ้หนุ่มนี่ก็ย่อมไม่มีสิทธิ์ “...” ลูคัสกระอึกกระอัก เขาอยากประกาศโต้งๆ แต่เมื่อหันไปมองเอรินทร์ คำพูดทุกอย่างถูกกลืนหายลงไปในคอ เขาไม่กล้าป่าวประกาศ เพราะหากเอรินทร์โกรธอีกครั้ง คงง้อยากบรม!! “ตอนนี้...ยังไม่มี แต่อนาคตมีแน่!!” ชายหนุ่มเถียงข้างๆ คูๆ เดินไปยืนคุมเชิงใกล้ๆ สาวที่ตนหมายปอง หากบิดาของเธอจะพากลับ ก็ต้องตกลงกันให้ได้ก่อน “หึ!! ไม่มีก็ฟัง...แล้วก็หุบปากด้วย” คลอลินทำหน้าเซ็ง “เอมกลับบ้านเราลูก ต่อไปนี้แด๊ดจะดูแลเอมเอง...” ท่านพูดกับเอรินทร์ “ไม่!!” แต่คนที่ตอบไม่ใช่หญิงสาว ตาคมฟังออก แม้คนทั้งหมดจะสื่อสารกันด้วยภาษาถิ่นเก
บทที่13.ในเงาน้ำมีพระจันทร์อีกดวงเรือนกายบอบบางยืนพิงรั้วเตี้ยๆ ในมือมีแก้วกาแฟควันกรุ่น และคิดอะไรเพลิดๆ ในหัว เอรินทร์ก็ได้ยินเสียงเดินกุกๆ กักๆ พอหันไปก็เห็นว่าเป็นตัวแทนมารดา ท่านมาพร้อมผ้าคลุมไหล่และจานใส่ขนมอบเล็กๆ ในมือ“ทำไมถึงอ
บทที่12.พิศวาสไม่วาย ไหล่บอบบางสั่นสะท้าน มันเกิดเพราะแรงสะอื้น เมื่อเจ้าตัวกำลังนอนคว่ำหน้าร่ำไห้อยู่บนเตียงแคบๆ ในห้องพักราคาย่อมเยา...เอรินทร์เหมือนนกปีกหัก เธอถูกพี่สาวขับไส ขุดอดีตที่แสนรันทดของมา
“อย่าถามเลยค่ะว่าอะไร...คุณน่าจะรู้อยู่แก่ใจดี คุณทำอะไรลับหลังเฮนน่า” เธอหันมาตวัดสายตาขุ่นขวางมองหน้าลูคัส กับคำตอบเย็นชา เมื่อหัวใจเธอแหลกเป็นผุยผง “ผมท
บทที่9.เด็ดปีกลูกสาวศัตรู “เธอหาใครอยู่เหรอ... เอม?” หญิงสาวผงะ!! รีบถอยหลังกรูดๆ ดวงตาเบิกกว้าง เมื่อหมุนตัวกลับมาเจอลูคัส ยืนขวางอยู่กลางประตู







