Mag-log inมาเก๊า ฮ่องกง
เสียงที่ดังอยู่รอบกายทำให้คนที่อยู่ในมุมหนึ่งของบาร์ด้านในสุดรีบขยับเสื้อกันหนาวให้กระชับกว่าเดิม สายตานั้นเหมือนกับกระต่ายน้อยที่ไม่คุ้นชินกับสถานที่ตอนนี้
มินตราหันมองโดยรอบอีกครั้ง เมื่อมีคนเดินใกล้เข้ามาเธอก็รีบหลบสายตาแล้วขยับชิดบาร์มุมสุดมากกว่าเดิม เวลาล่วงมาครึ่งค่อนคืนแล้ว แต่ชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนของเธอก็ยังไม่เสร็จภารกิจ
เธอหันมองโต๊ะที่อยู่มุมฝั่งตรงข้าม อีกฝ่ายกำลังวางชิปเดิมพันชุดสุดท้ายลงไป เจ้ามือก็หมุนรูเล็ตต์แล้วปล่อยลูกบอลลงไป จากนั้นผู้คนรอบโต๊ะก็ต่างลุ้นว่ามันจะตกไปยังเลขที่ตัวเองคิดไว้หรือเปล่า
เธอมองอย่างเบื่อหน่าย คิดว่ารอบนี้คงเป็นรอบสุดท้ายแล้ว เพราะเงินพนันที่แฟนหนุ่มเอามาตอนนี้ไม่เหลือให้แลกอีก และเธอจะได้กลับขึ้นไปนอนด้านบนเสียที
อันที่จริงเธอไม่เห็นด้วยกับการเล่นพนันครั้งนี้ แต่นาคินบอกว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่เขาจะเล่นพนัน เพราะหากไม่เล่นก็จะไม่มีเงินไปใช้ในวันแต่งงานของเรา
ทางบ้านของเธอเร่งเขามาหลายเดือน แม้จะพยายามทุกวิถีทาง แต่การหาเงินในเศรษฐกิจเช่นนี้ก็ยากยิ่งกว่าอะไร ผลสุดท้ายเขาก็พาเธอมาถึงจุดนี้
มินตรายกมือขึ้นปิดจมูกเมื่อควันบุหรี่ลอยมา เมื่อมองไปทางประตูก็พบว่าเป็นชายกลุ่มหนึ่งที่สวมชุดสูท บางคนก็ใส่เสื้อแขนสั้น จึงทำให้เห็นรอยสักตรงแขนทั้งสองข้าง
เธอจึงเผลอเหลือบมองคนที่ใส่สูทที่อยู่ด้านหน้าสุด ตรงปลายข้อมือเหมือนมีรอยสักโผล่ออกมา คิดว่าพวกเขาก็คงสักเหมือนกันหมด ในสมองก็เผลอคิดว่าหากพวกเขาถอดเสื้อออกมา จะเป็นภาพรอยสักแบบไหนกันนะ
ตึง!! เสียงมือทุบโต๊ะดังขึ้นทำให้มินตราหันกลับมามอง ก็เห็นนาคินที่ดูโกรธและโมโห “หมดแล้ว ไม่เหลือสักชิป”
เงินที่เอามาพนันล้วนเป็นเงินเก็บไว้สำหรับแต่งงาน ถึงไม่ได้มีมาก แต่ก็พอจะเลี้ยงแขกได้ 50 คน และเลือกชุดสวยได้ เพียงแต่ตอนนี้พอได้ยินว่าไม่เหลือสักชิป เธอก็ยิ่งถอนใจ
“ตาบอกแล้วว่ามันไม่ใช่ทางเลือกที่ดี คินก็ไม่เชื่อตาเลย”
นาคินหันมองหน้าคนพูดอย่างรำคาญ “แทนที่จะช่วยคิดหาเงินเพิ่ม กลับมาต่อว่าผมอีก คุณนี่มัน...” เขากัดฟันไม่ปล่อยคำหยาบออกมา เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายยังมีเงินเก็บบางส่วนที่ซ่อนเอาไว้อยู่
สายตาที่โกรธในตอนแรกก็เปลี่ยนเป็นหวานล้ำ จากนั้นน้ำเสียงก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน “ตา ผมรู้ว่าคุณมีเงินอยู่อีก ให้ผมเอาไปต่อทุนนะ ยังไงคืนนี้ผมก็ต้องได้ทุนกับดอกเบี้ยคืนกลับมาแน่ พ่อคุณก็เร่งให้แม่ผมไปขออยู่ทุกวัน คุณไม่สงสารผมหรือไง”
เป็นความคิดที่ผิดมหันต์ แต่พอเห็นสายตาเขาเธอก็ยอมหยิบกระเป๋าใบเล็กขึ้นมา คิดจะเปิดเพื่อหยิบบัตรให้เขา แต่อีกฝ่ายก็ชิงดึงไปเปิดเอง จากนั้นก็ยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อเห็นเงินอีกก้อนที่จะเอาทุนคืน
เขาจัดการถอนเงินออกจนหมด จากนั้นก็นำไปแลกชิปใหม่แล้วเดินกลับไปยังที่โต๊ะตัวเอง
มินตราถอนใจอีกรอบ ยกข้อมือขึ้นมาเพื่อดูนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้ล่วงเข้าวันใหม่แล้ว หากคำนวณดูจากสถานการณ์ คิดว่าคืนนี้เธอคงไม่ได้นอน กลิ่นบุหรี่และกลิ่นสุราลอยแตะจมูกใกล้ขึ้นมาอีก เธอจึงลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินไปหาแฟนหนุ่มเพื่อขอตัวขึ้นห้องก่อน
กาสิโนแห่งนี้ถือว่าหรูสุดในมาเก๊า ด้านล่างของโรงแรมจัดเตรียมเป็นสถานที่เล่นพนันให้กับนักพนันที่มุ่งหวังจะรวย ส่วนด้านบนก็เป็นโรงแรมหรู
แต่เพราะเงินส่วนหนึ่งถูกเอาไปเล่นพนันหมด พวกเขาจึงเลือกห้องที่ราคาถูกที่สุด ห้องของพวกเธออยู่ที่ชั้นสาม ซึ่งห้องจะแคบกว่าชั้นอื่น และแสงไฟทางเดินก็ดูมืดสลัวกว่าชั้นทั่วไป
เสียงโวยวายทั้งจากคนเมาและคนพักก็ดังออกมาให้มินตราสะดุ้งหวาดกลัวอยู่เป็นระยะ ชีวิตเธอไม่ควรมาเจออะไรแบบนี้ และไม่ควรที่จะตามใจแฟนหนุ่ม หากพรุ่งนี้เขาไม่สามารถคืนทุนได้ เธอก็คงหมดตัวจริงๆ
เพียงคิดแค่นี้เธอก็เหนื่อยจนเดินไม่ไหว จังหวะที่ออกจากลิฟต์นั้นก็มีคนวิ่งตัดหน้าไปอย่างรวดเร็ว เธอมองกลุ่มคนชุดดำที่ในมือล้วนมีมีดและปืน เท้าที่ก้าวออกจากลิฟต์แล้วก็รีบเปลี่ยนทิศวิ่งหลบไปยังทางบันไดหนีไฟที่อยู่ใกล้กัน
เห็นชายอีกคนที่เหมือนหนีมาเช่นกัน
“เฮ้ย มันอยู่ไหน”
เสียงใครบางคนในกลุ่มพวกนั้นร้องถาม เธอเห็นว่าคนตรงหน้าอาจจะได้รับอันตรายจึงรีบดันเขาเข้าไปด้านในประตูบันไดหนีไฟ
“ดูเหมือนกลุ่มคนพวกนั้นจะตามหาคุณ”
ชายหนุ่มที่ถูกตามล่าแปลกใจที่เห็นคนที่ช่วยเขาไว้เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ
“รีบ” มินตราจะบอกให้เขารีบลงไป ชายหนุ่มก็ยกมือขึ้นปิดปาก เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างหู
“ห้ามส่งเสียง ไม่งั้นเธอตาย!!” ห้ามเธอแล้วก็ยังลากเธอเข้าไปด้านหลังประตู ด้านนอกยังคงมีเสียงคนจำนวนมากวิ่งไปมาพร้อมกับเสียงต่อสู้
ส่วนเธอในตอนนี้ก็แทบจะหยุดหายใจ กลิ่นบุหรี่ผสมกลิ่นเหล้าจากมือเขาปิดอยู่ที่จมูกของเธอ กลิ่นนั้นเหมือนกับยาที่ทำให้เธอขาดสติ อันที่จริงแล้วเธอควรจะดิ้นรนให้หลุดพ้นจากเขา แต่เธอกลับไม่ทำ ร่างกายและขาที่คล้อยตามเขาถูกเขาลากไปยังห้องชั้นล่าง
จากนั้นเขาก็ผลักเธอเข้าไปยังห้องเก็บอุปกรณ์ในโรงแรม เมื่อประตูปิดลงความมืดก็เข้ามาแทนที่จนเธอเริ่มหวาดกลัว เขาก็ยอมปล่อยมือ
“ผมไม่ทำอะไรคุณ ถ้าคุณจะอยู่นิ่งๆ ห้ามส่งเสียง”
ก่อนหน้านี้ใครกันที่ขู่ว่าจะฆ่าเธออยู่!! เธอไม่น่าช่วยเขาเลย
ชายหนุ่มนั่งมองลูกที่ได้มาหมาดๆ นั่งหน้าบูดอยู่บนโซฟา พอหันจากลูกมาก็เห็นกองเอกสารมากมายวางอยู่บนโต๊ะ ที่ผ่านมาเขาสบายมาตลอด มีแค่รอเงินปันผลหุ้นส่วนทุกเดือน แต่ไม่เคยทำงานเป็นจริงเป็นจัง ไม่คิดเลยว่าธุรกิจสกุลหวังจะมีมูลค่าหลายหมื่นล้าน พี่ชายเขาเอาเวลาไหนนอนเนี่ย เพราะเขามาทำงานแค่ไม่กี่วัน ตาเขาก็ใกล้จะเป็นหมีแพนด้าแล้ว เขาหยิบปากกาขึ้นมากำลังจะทำงาน เด็กน้อยที่นั่งอยู่โซฟาก็พูดขึ้นว่า “ผมหิว” คนได้ตำแหน่งพ่อหมาดๆ เงยหน้าขึ้นมอง “ก่อนออกจากบ้านฉันให้นายกินข้าว แล้วแต่นายไม่กิน” ตอนนี้คำว่าลูกเขาก็ไม่พูดแล้ว โทสะก็เหมือนจะเพิ่มมากขึ้น เด็กน้อยทำปากเบะอีกแล้ว เขาเลยรีบลุกไปหา แล้วตะโกนให้เลขาหาอะไรมาให้เด็กน้อยกิน สุดท้ายก็วุ่นวายทั้งออฟฟิศ เพราะเด็กน้อยคนนี้ก็เหมือนพี่ชายเขาย่อส่วนมา “ไข่ดาวไม่สุกผมไม่กิน ขนมปังกรอบเกินไป นี่ก็เค็มไป กินแล้วจะไตวายได้ น้ำอุ่นไม่เอา ผมดื่มแล้วเจ็บคอ” นี่พี่ชายสอนลูกเขาแบบไหนนะ ถึงได้ถอดแบบมาหมดอย่างนี้ “ไม่ต้องบ่นน่า กินเข้าไป ไอ้ไข่ดาว ขนมปัง หรือแยมอะไรพวกนี้นายก็ยั
มินตราประคองเขาขึ้นมาโอบกอดไว้แน่น ชายหนุ่มหันมองคนที่กำลังถ่ายอยู่ เพียงพริบตาเดียวคนของเขาก็หันหลังอย่างพร้อมเพรียง แต่มีคนเดียวที่ยังหาญกล้าแอบถ่ายอยู่ สองคนที่ยืนอยู่ตรงระเบียงไม่ได้สนใจอีก เขามองตาเธอ โน้มจูบตรงหน้าผากแล้วเลื่อนริมฝีปากลงมาจรดที่จมูก และบรรจบที่ริมฝีปากที่แสนรัก ความอุ่นละมุนทำให้มินตราหลับตาพริ้มมีความสุข ยามเมื่อเขาถอนจูบแสนหวานนั้น ชายหนุ่มก็พูดสิ่งที่เก็บมานาน “ผมรักคุณ” คำสามคำแสนง่าย แต่ตราตรึงเข้าไปในใจเธอ ที่ผ่านมาไม่ว่าเขาจะใช้แผนการใดเพื่อให้เธอเข้าไปอยู่ในการพนันนั้น แต่ผลลัพธ์ของมันก็ทำให้เธอได้พบเจอกับรักที่แท้จริง “ขอบคุณนะคะ”คนอยากได้ยินคำว่ารักค่อนข้างผิดหวัง “ผมนึกว่าคุณจะบอกว่ารักผมเสียอีก” เขาพูดอย่างน้อยใจ จนกระทั่งหญิงสาวขยับเข้ามาใกล้เขาอีกก้าว ลมหายใจอุ่นอยู่แค่เอื้อม มินตราที่ตัวเล็กกว่าก็เขย่งเท้าขึ้นไปกอดคอเขา“ฉันรักคุณมากค่ะ” พูดจบก็ประกบปากเขา เป็นจูบที่หอมหวานที่สุด จากนั้นริมฝีปากของสองคนก็มอบความรักให้แก่กันอยู่นานบอดีการ์ดที่ยืนใกล้หยางเจิงสะกิดชายหนุ่ม“นายถ่ายหมดไหม”“หมดสิ”“ถ่ายแบบนี้เจ้าน
หยางเจิงที่ยืนอยู่ถึงกับอ้าปากค้าง แต่ก็ไม่แปลกใจ เพราะคุณชายรองเหมือนหาเรื่องเอง คงไม่คิดว่าพี่ชายจะโมโหเรื่องนี้ แต่เขาที่ติดตามเจ้านายมานานจึงรู้ว่าเจ้านายรักคุณมินตรามาก ดังนั้นหลังจากนี้ อย่าคิดเลยว่าจะมีผู้หญิงคนไหนได้เข้าใกล้เจ้านายได้อีก ยกเว้นคุณมินตราคนเดียว “แกเอาตัวเองให้รอดก่อนค่อยมายุ่งเรื่องของฉัน เรื่องของนายยังเอาตัวไม่รอดเลย ” แหม พี่ชายก็เกินไป เขาก็แค่หวังดี “เอาเถอะ เชิญพี่บูชาเมีย ยกย่องเมียไปคนเดียว ผมไม่เอาด้วยหรอก” “ทำมาเป็นปากดี แล้วฉันจะคอยดู ว่านายจะหอนมากกว่าฉันหรือเปล่า” “อ๊ะ พี่ยอมรับว่าตัวเองเป็นหมา” “เออ ฉันยอมรับว่าเป็นหมา หมาที่ซื่อสัตย์ต่อเมียตัวเดียว ไม่ได้หลายตัวอย่างนาย แต่ฉันจะคอยดู เพราะนายจะกลายเป็นหมาหัวเน่า และหอนยิ่งกว่าฉัน” หวังเทียนยกไหล่ พูดด้วยความมั่นใจ “ไม่มีทาง” ในเมื่อพี่ชายไม่ไป คืนนี้ผมไปเอง“เออ” พี่ชายพูดจบก็ยกเท้าขึ้นมาคล้ายจะถีบ คนเป็นน้องชายก็รู้ทันรีบวิ่งโดยไว พอพ้นก็ยกมือโบกบ๊ายบายกวนบาทาต่อไป ส่วนเขาก็ขยับสูทให้ดูดีเพื่อไปร
มินตราที่นั่งรออยู่ในรถแทบจะนั่งไม่ติด เขาหายไปหนึ่งชั่วโมงแล้ว จะโทรหาเขาก็โทรไม่ได้ แต่ว่าข้างในที่ยังเงียบสนิท ก็พอทำให้เธอเบาใจได้ จนกระทั่งประตูของสกุลเซิ่นเปิดออก แล้วชายหนุ่มก้าวขึ้นมานั่งบนรถ เธอก็รีบถาม “สำเร็จไหมคะ” ชายหนุ่มยิ้ม แล้วหยิบสัญญาขึ้นมาให้เธอดู มินตรารับไปอ่านรายละเอียดด้านใน “แต่ฉันรู้สึกว่าคุณเสียเปรียบ” “ไม่มีอะไรเสียเปรียบมากไปกว่าการไม่มีคุณ ผมยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้พวกเราได้อยู่ด้วยกัน” พูดถึงการอยู่ด้วยกัน ตอนนี้พวกเขาเหลืออุปสรรคอีกเพียงแค่ด่านเดียว มาดามหวัง ชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงสิ่งที่เธอกังวล “ไม่ต้องกลัว ผมเชื่อว่าแค่เรารักกันแม่จะเห็นใจเราในที่สุด” “แล้วถ้าผลมันออกมาตรงกันข้ามล่ะ คุณจะเสียใจไหม” “ไม่มีคำว่าเสียใจ และไม่มีคำว่าผิดหวัง เพราะผมจะทำให้แม่ยอมรับคุณให้ได้” มืออุ่นๆ กุมมือเธอแน่นตลอดทางจนมาถึงหน้าบ้านสกุลหวัง นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้มาอยู่หน้าบ้านของเขา ได้เห็นความอลังการของตัวบ้านที่สืบทอดมาหลายร้อยปี บ้านที่ได้ชื่อว่าเป็นข
“แค่ฉันช่วยคุณ คุณก็รักฉันแล้วเหรอ” ชายหนุ่มล้มตัวนอนแล้วดึงเธอเข้ามากอด จากนั้นก็จูบหน้าผากซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาถอนหายใจ แต่ก็ยอมพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา “ตอนผมอายุ 5 ขวบ ผมออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน เจอหมาตัวใหญ่ตัวหนึ่ง พอมันเห็นผมมันก็วิ่งไล่กัดจนขาผมเลือดออก แต่เพราะผมกลัวตาย ผมก็เลยรีบวิ่งหนีมาจนถึงหน้าบ้าน เมื่อไปถึงหน้าบ้านผมก็ตะโกนบอกแม่ให้รีบเปิดประตู แต่สิ่งที่แม่ทำคือ แม่ยืนอยู่หน้าประตู และพูดกับผมว่า ถ้าแกเป็นลูกชายสกุลหวังจริงก็ต้องรู้จักเอาตัวรอดด้วยตัวเอง เรื่องง่ายๆ แค่นี้ถ้าเอาตัวรอดไม่ได้ แกก็อยู่กับสภาพแวดล้อมนี้ไม่ได้เช่นกัน ตอนนั้นผมคิดว่าผมคงใกล้ตายแล้ว คงหนีหมาตัวนั้นไม่รอด ผมได้แต่มองสายตาเลือดเย็นของแม่ที่มองมา แม่ยืนตรงหน้า แต่ไม่แม้จะขยับมาเปิดประตูให้ผม จังหวะนั้นเอง ผมคิดว่าบนโลกใบนี้ไม่มีใครช่วยผมอีกแล้ว หากว่าคนพวกนั้นไม่ได้รับผลประโยชน์ ผมเห็นก้อนหินก้อนหนึ่งจึงหยิบมันขึ้นมาฟาดหมาตัวนั้น แต่เชื่อไหม กว่าหมาตัวนั้นจะตายผมเองก็ถูกกัดเกือบปางตายเช่นกัน ตั้งแต่วันนั้นผมก็ไม่เคยจะพึ่งพาใครยกเว้นตัวเอง แต่คุณที่เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ กลับรีบวิ่งม
สมองของหวังเฉินตอนนี้เหมือนภาพโฮโลแกรมที่หายไปได้ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ความทรงจำหนึ่งเดือนที่หายไปก่อนหน้าตอนนี้ได้กลับมาแล้ว เขาเงยหน้ามองมินตราก็รู้เลยว่ารักเธอแค่ไหน “ผมจำได้แล้ว” หญิงสาวที่คุกเข่าในสภาพเปล่าเปลือยตรงหน้ารีบเข้าไปกอดเขาด้วยความดีใจ ทำให้เนินอกของเธอเบียดกับแผ่นอก ยิ่งทำให้ท่อนเอ็นร้อนของชายหนุ่มขยับใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เขาเงยหน้ามองเธอแล้วจูบ ก่อนจะแทรกลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปาก ดูดกลืนแลกความอุ่นร้อนและซาบซ่านั้นให้กันและกัน น้ำตาของมินตราไหลออกมาด้วยความปลาบปลื้ม เขาเองก็จูบพรมซับน้ำตาให้หญิงสาว “ผมสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก” เธอก็ไม่อยากให้เขาลืมเธออีกแล้ว “อยู่กับฉันไปตลอดนะคะ อย่าไล่ฉันไปอีก” เธออยากอยู่กับเขา ไม่ว่าเขาจะให้อยู่ในฐานะไหนก็ตาม ความทรงจำกลับมาก็จริง แต่เรื่องราวยังไม่จบแค่นี้ ในเมื่อความปรารถนาจุดติดแล้ว ตอนนี้เพลิงในใจก็จุดติดเช่นกัน เขาประคองร่างบางไปที่เตียงนอน แล้วประคองเธอลงนอนบนเตียง ก่อนหน้านี้เขาคงเสียสติ ถึงได้ลากเธอลงไปบนพรมแบบนั้น ไม่รู้ว่าผิวขาวนวลตรงนั้นจะมีรอยหรือเปล่า พอคิดได้เขาก็รีบพลิกกายเธอให้หันหลัง เผยให้เห็นแผ่นห







