LOGINให้เธอกินก่อนจะเสียมารยาทหรือเปล่า มินตรามีสีหน้าลังเล แต่ท้องเธอก็ร้องจนปวดขึ้นมาเพราะหิว พอพนักงานบริการขยับไปที่ของตนแล้วเธอก็หยิบช้อนขึ้นมา จากนั้นก็เริ่มตักกินทีละนิด ตอนแรกก็กินเพราะเกรงใจ แต่พอพบว่าอาหารพวกนั้นอร่อยอย่างที่ไม่เคยกินมาก่อน เธอก็เลยไม่ยั้งมือที่จะกิน
มินตรารวบช้อน มองจานว่างทุกจาน เธอเขินอายจนหน้าแดงไปหมดเพราะความตะกละของตัวเอง แต่ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงแล้ว คุณหวังที่ทุกคนกล่าวถึงก็ยังไม่มา
พนักงานบริการคนเดิมเดินมาแล้วพูดกับเธออีกรอบ
“คุณมินตราอิ่มแล้วใช่ไหมครับ กระผมจะนำทางไปรอคุณหวังครับ”
ถึงเวลาแล้วเหรอ มินตราบีบมือตัวเองแน่น พยายามสะกดให้ตัวเองก้าวเดินไป แต่เท้าเธอก็ก้าวช้าลงเรื่อยๆ เพราะความหวาดกลัว พนักงานบริการคนเดิมพาเธอไปยังห้องหนึ่งในเรือสำราญ เมื่อเข้าไปในนั้นเธอนึกว่าเขาจะรออยู่ แต่เปล่า... ทุกอย่างมีแต่ความว่างเปล่าเหมือนเดิม
พนักงานบริการยิ้มให้เธอแล้วบอกให้เธอรออีกแล้ว เธอต้องทำยังไง อาบน้ำก่อนไหม หรือว่าถอดผ้ารอเลย มินตราสับสนไปหมด เพราะสิ่งที่ตัวเองเจอเป็นสิ่งที่ไม่ต้องการ
เธอยืนอยู่ที่เดิม ไม่กล้าขยับนั่ง ไม่กล้าขยับหนี จนกระทั่ง
ก๊อกๆ เสียงเคาะดังขึ้นทำเธอตกใจจนผวา รีบถอยหนี แต่เมื่อประตูเปิดออกกลับเป็นผู้ชายที่เธอเคยเจอ
“คุณ”
หวังเฉินยิ้มแล้วพูด “คุณนั่นเอง ตามผมมา”
ตามเขาไปไหน? มินตราอยากถาม แต่เขาก็ห้ามไม่ให้เธอส่งเสียงจากนั้นก็จูงมือเธอลงไปใต้เรือ จนเห็นเรือลำเล็กที่จอดรออยู่ด้านล่าง
“ผมจะพาคุณหนี”
“ไม่ได้ ถ้าฉันหนีคุณหวังจะโกรธ”
หวังเฉินยิ้มกลับ ความใจดีของเธอที่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน ตัวเองมีทางรอด แต่ก็กลัวคนที่กระทำชั่วพวกนั้นเสียผลประโยชน์
“พี่ชายผมไม่โกรธหรอก อย่างมากก็แค่ตัดเงินเดือนผมแค่เดือนสองเดือนเท่านั้น”
“พี่ชาย?”
หวังเฉินพยักหน้ารับ แล้วอ้างน้องชายตัวดีที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวตอนนี้ขึ้นมาใหม่ “หวังเทียน ผมเป็นน้องชายของพี่เฉิน และไม่เห็นด้วยที่เขาทำแบบนี้กับคุณ พวกเรารีบไปเถอะ เรื่องนี้ผมจัดการเอง”
มินตรามองเรือลำเล็กก่อนก้าวเท้าขึ้นไปด้วยสีหน้ากังวล ชายคนที่เธอช่วยเอาไว้เขาเป็นคนดีจริงๆ เหรอ
สถานที่ที่เขาพาเธอมานั้นเป็นเกาะส่วนตัวกลางทะเล ที่ทั้งเกาะมีเพียงบ้านหลังตรงหน้าหลังเดียว หวังเฉินจูงมือมินตราเข้าไปด้านใน ก่อนรีบหยิบเสื้อมาคลุมให้
“น้ำเย็นมาก คุณรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ”
แต่มินตราก็ยังกังวลอยู่ “แล้วพี่ชายคุณจะไม่โกรธเหรอคะ”
“ไม่หรอก ผมรับประกันได้ อย่างน้อยผมก็ยกเรื่องที่คุณช่วยชีวิตผมเอาไว้” เขากล่าวปลอบเธอ จากนั้นก็จับจูงมือเธอไปยังห้องหนึ่งเพื่อให้เธอผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่
มินตราทำตามอย่างว่าง่าย พอออกมาก็เห็นว่าเขานั่งอยู่บนโซฟา ความรู้สึกแปลกนั้นทำเธอประหม่า แม้จะเคยเจอหน้ากัน แต่ก็แค่ครั้งเดียวเท่านั้น
เขาหันมองคนด้านหลังแล้วยกมือขึ้นตบเบาะ “มานั่งนี่สิครับ ผมไม่กัดหรอก”
เธอขยับเท้าเดินไปหาเขาเหมือนวางใจให้โดยไม่รู้ตัว พอนั่งลงเขาก็ยกขวดไวน์ขึ้นมารินใส่แก้วส่งให้เธอ มินตรามองมันแล้วพูด
“ฉันดื่มไม่เป็นค่ะ”
“ไม่เป็นก็ลองดื่มดู ไวน์ไม่ได้ดื่มให้เมา แต่เป็นยารักษา”
คำว่ายารักษาก็เหมือนหลอกเด็ก แต่เธอก็มองอย่างชั่งใจ ก่อนจะรับมาด้วยความเกรงใจอีกแล้ว
“ดื่มเถอะครับ ผมไม่วางยาคุณหรอก” หวังเฉินมองมินตราที่มองอยู่ครู่หนึ่ง แต่ความใจดีและเกรงใจของเธอก็เหมือนยาพิษ เมื่อหญิงสาวยอมดื่มอย่างเต็มใจ
ใช่ สิ่งที่เขาสรรหาทำตอนนี้ก็เพราะอยากให้เธอเต็มใจที่จะทำ ไม่ใช่ถูกบีบบังคับ เขาชอบเธอก็จริง แต่ไม่ชอบการกดขี่ข่มเหงจิตใจ และการที่จะทำให้เธอยอม เขาก็ต้องสร้างละครซ้อนละครขึ้นมาอย่างตอนนี้
ไวน์ไม่ได้ทำให้คนเมา แต่ทำให้สมองว่างเปล่ารู้สึกสบายกว่าเดิม จากที่เครียดมาตลอดทั้งวันก็เหมือนปลดปล่อยความกังวลออกไป
“ผมขอถามคุณตรงๆ ทำไมคุณถึงไม่ปฏิเสธข้อเสนอ”
มินตราหันมองคนถาม “สิบล้านที่พวกเขาต้องการชั่วชีวิตนี้ฉันคิดว่าคงหาไม่ได้ อีกอย่าง ฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีค่าถึงสิบล้าน” เธอมองตัวเองไร้ค่ามาตลอด พอค่าตัวถูกกำหนดด้วยเงินจำนวนสูงก็รู้สึกดีอยู่ชั่วขณะหนึ่ง แม้ผลของมันจะแลกมาด้วยการต้องนอนกับคนแปลกหน้า
“ทำไมดูถูกตัวเองแบบนั้นครับ” เขากำลังปลอบให้คนด้อยค่าตัวเองรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย แม้รู้ว่าตัวเองก็ไม่ได้ดีอย่างที่แสดงอยู่
“ฉันไม่ได้ดูถูก แต่เป็นแบบนี้จริงๆ ค่ะ ถ้าคุณรู้จักชีวิตฉันจริงๆ จะรู้ว่าตั้งแต่เกิดมาฉันก็ไม่เคยมีค่าในสายตาใคร”
เธอดูถูกตัวเองมากเกินไปแล้ว เขาจึงขยับเข้าใกล้อีกนิด แล้วรินไวน์เพิ่มใส่ในแก้ว คงเพราะกำลังคิดว่าตัวเองด้อยค่าขนาดไหน มินตราเลยยกขึ้นดื่มอย่างรวดเร็ว
ส่วนคนรินก็รินเติมให้ ไม่ห้ามแต่อย่างใด ผ่านไปห้าแก้วร่างกายของเธอก็รู้สึกร้อนขึ้นมา สายตาเริ่มพร่ามั่ว ไม่รู้ว่าตัวเองถูกใจมาเฟียเถื่อนไปแล้ว ยิ่งมองความไม่ประสาของเธอเขาก็ยิ่งถูกใจ มือจึงขยับวางที่ต้นขาของหญิงสาว ความอุ่นร้อนของมือนั้นทำให้มินตราหันมอง
เพราะเริ่มเมาเลยมองคนตรงหน้าไม่ชัดเจน รู้เพียงแค่ว่าริมฝีปากเขาเริ่มขยับเข้ามาใกล้ มืออีกข้างก็โอบเอวเธอเอาไว้แล้วพูดต่อ
“สำหรับผมแล้ว คุณเป็นคนที่ดีที่สุด” เพราะเธอเป็นคนแรกที่ปกป้องเขาโดยที่ไม่ได้หวังผลประโยชน์
“ฉันดีจริงหรือคะ”
“จริงครับ” เขาขยับมือที่แตะต้นขามาแตะคางหญิงสาว จากนั้นก็ขยับให้อีกฝ่ายมองหน้าเขาให้ชัดขึ้น ความพร่ามัวนั้นทำสติเธอหายไปเช่นกัน ความรู้สึกที่น้อยใจว่าไร้ค่าก็พลันรู้สึกดีที่มีคนชม
“แต่ถ้าเรื่องในวันนี้แพร่ออกไป หรือว่าพี่ชายคุณไม่ยอม พี่คินจะเดือดร้อนไหมคะ” ทั้งที่ตัวเองกำลังถูกขายให้คนอื่น แต่เธอยังห่วงผู้ชายแบบนั้นอีก หวังเฉินเริ่มเลือดขึ้นหน้า เลยไม่รอให้เธอพร้อมอีกแล้ว เขาผลักหญิงสาวนอนลงไปบนโซฟาจากนั้นก็ขึ้นคร่อม
ดวงตาที่พร่ามัวเริ่มได้สติ “คุณหวังจะทำอะไร”
ไม่ทันแล้ว เมื่อริมฝีปากหยาบนั้นประกบปิดปากหญิงสาว ไม่ได้รุนแรง แต่แฝงด้วยความเร่าร้อน
ชายหนุ่มนั่งมองลูกที่ได้มาหมาดๆ นั่งหน้าบูดอยู่บนโซฟา พอหันจากลูกมาก็เห็นกองเอกสารมากมายวางอยู่บนโต๊ะ ที่ผ่านมาเขาสบายมาตลอด มีแค่รอเงินปันผลหุ้นส่วนทุกเดือน แต่ไม่เคยทำงานเป็นจริงเป็นจัง ไม่คิดเลยว่าธุรกิจสกุลหวังจะมีมูลค่าหลายหมื่นล้าน พี่ชายเขาเอาเวลาไหนนอนเนี่ย เพราะเขามาทำงานแค่ไม่กี่วัน ตาเขาก็ใกล้จะเป็นหมีแพนด้าแล้ว เขาหยิบปากกาขึ้นมากำลังจะทำงาน เด็กน้อยที่นั่งอยู่โซฟาก็พูดขึ้นว่า “ผมหิว” คนได้ตำแหน่งพ่อหมาดๆ เงยหน้าขึ้นมอง “ก่อนออกจากบ้านฉันให้นายกินข้าว แล้วแต่นายไม่กิน” ตอนนี้คำว่าลูกเขาก็ไม่พูดแล้ว โทสะก็เหมือนจะเพิ่มมากขึ้น เด็กน้อยทำปากเบะอีกแล้ว เขาเลยรีบลุกไปหา แล้วตะโกนให้เลขาหาอะไรมาให้เด็กน้อยกิน สุดท้ายก็วุ่นวายทั้งออฟฟิศ เพราะเด็กน้อยคนนี้ก็เหมือนพี่ชายเขาย่อส่วนมา “ไข่ดาวไม่สุกผมไม่กิน ขนมปังกรอบเกินไป นี่ก็เค็มไป กินแล้วจะไตวายได้ น้ำอุ่นไม่เอา ผมดื่มแล้วเจ็บคอ” นี่พี่ชายสอนลูกเขาแบบไหนนะ ถึงได้ถอดแบบมาหมดอย่างนี้ “ไม่ต้องบ่นน่า กินเข้าไป ไอ้ไข่ดาว ขนมปัง หรือแยมอะไรพวกนี้นายก็ยั
มินตราประคองเขาขึ้นมาโอบกอดไว้แน่น ชายหนุ่มหันมองคนที่กำลังถ่ายอยู่ เพียงพริบตาเดียวคนของเขาก็หันหลังอย่างพร้อมเพรียง แต่มีคนเดียวที่ยังหาญกล้าแอบถ่ายอยู่ สองคนที่ยืนอยู่ตรงระเบียงไม่ได้สนใจอีก เขามองตาเธอ โน้มจูบตรงหน้าผากแล้วเลื่อนริมฝีปากลงมาจรดที่จมูก และบรรจบที่ริมฝีปากที่แสนรัก ความอุ่นละมุนทำให้มินตราหลับตาพริ้มมีความสุข ยามเมื่อเขาถอนจูบแสนหวานนั้น ชายหนุ่มก็พูดสิ่งที่เก็บมานาน “ผมรักคุณ” คำสามคำแสนง่าย แต่ตราตรึงเข้าไปในใจเธอ ที่ผ่านมาไม่ว่าเขาจะใช้แผนการใดเพื่อให้เธอเข้าไปอยู่ในการพนันนั้น แต่ผลลัพธ์ของมันก็ทำให้เธอได้พบเจอกับรักที่แท้จริง “ขอบคุณนะคะ”คนอยากได้ยินคำว่ารักค่อนข้างผิดหวัง “ผมนึกว่าคุณจะบอกว่ารักผมเสียอีก” เขาพูดอย่างน้อยใจ จนกระทั่งหญิงสาวขยับเข้ามาใกล้เขาอีกก้าว ลมหายใจอุ่นอยู่แค่เอื้อม มินตราที่ตัวเล็กกว่าก็เขย่งเท้าขึ้นไปกอดคอเขา“ฉันรักคุณมากค่ะ” พูดจบก็ประกบปากเขา เป็นจูบที่หอมหวานที่สุด จากนั้นริมฝีปากของสองคนก็มอบความรักให้แก่กันอยู่นานบอดีการ์ดที่ยืนใกล้หยางเจิงสะกิดชายหนุ่ม“นายถ่ายหมดไหม”“หมดสิ”“ถ่ายแบบนี้เจ้าน
หยางเจิงที่ยืนอยู่ถึงกับอ้าปากค้าง แต่ก็ไม่แปลกใจ เพราะคุณชายรองเหมือนหาเรื่องเอง คงไม่คิดว่าพี่ชายจะโมโหเรื่องนี้ แต่เขาที่ติดตามเจ้านายมานานจึงรู้ว่าเจ้านายรักคุณมินตรามาก ดังนั้นหลังจากนี้ อย่าคิดเลยว่าจะมีผู้หญิงคนไหนได้เข้าใกล้เจ้านายได้อีก ยกเว้นคุณมินตราคนเดียว “แกเอาตัวเองให้รอดก่อนค่อยมายุ่งเรื่องของฉัน เรื่องของนายยังเอาตัวไม่รอดเลย ” แหม พี่ชายก็เกินไป เขาก็แค่หวังดี “เอาเถอะ เชิญพี่บูชาเมีย ยกย่องเมียไปคนเดียว ผมไม่เอาด้วยหรอก” “ทำมาเป็นปากดี แล้วฉันจะคอยดู ว่านายจะหอนมากกว่าฉันหรือเปล่า” “อ๊ะ พี่ยอมรับว่าตัวเองเป็นหมา” “เออ ฉันยอมรับว่าเป็นหมา หมาที่ซื่อสัตย์ต่อเมียตัวเดียว ไม่ได้หลายตัวอย่างนาย แต่ฉันจะคอยดู เพราะนายจะกลายเป็นหมาหัวเน่า และหอนยิ่งกว่าฉัน” หวังเทียนยกไหล่ พูดด้วยความมั่นใจ “ไม่มีทาง” ในเมื่อพี่ชายไม่ไป คืนนี้ผมไปเอง“เออ” พี่ชายพูดจบก็ยกเท้าขึ้นมาคล้ายจะถีบ คนเป็นน้องชายก็รู้ทันรีบวิ่งโดยไว พอพ้นก็ยกมือโบกบ๊ายบายกวนบาทาต่อไป ส่วนเขาก็ขยับสูทให้ดูดีเพื่อไปร
มินตราที่นั่งรออยู่ในรถแทบจะนั่งไม่ติด เขาหายไปหนึ่งชั่วโมงแล้ว จะโทรหาเขาก็โทรไม่ได้ แต่ว่าข้างในที่ยังเงียบสนิท ก็พอทำให้เธอเบาใจได้ จนกระทั่งประตูของสกุลเซิ่นเปิดออก แล้วชายหนุ่มก้าวขึ้นมานั่งบนรถ เธอก็รีบถาม “สำเร็จไหมคะ” ชายหนุ่มยิ้ม แล้วหยิบสัญญาขึ้นมาให้เธอดู มินตรารับไปอ่านรายละเอียดด้านใน “แต่ฉันรู้สึกว่าคุณเสียเปรียบ” “ไม่มีอะไรเสียเปรียบมากไปกว่าการไม่มีคุณ ผมยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้พวกเราได้อยู่ด้วยกัน” พูดถึงการอยู่ด้วยกัน ตอนนี้พวกเขาเหลืออุปสรรคอีกเพียงแค่ด่านเดียว มาดามหวัง ชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงสิ่งที่เธอกังวล “ไม่ต้องกลัว ผมเชื่อว่าแค่เรารักกันแม่จะเห็นใจเราในที่สุด” “แล้วถ้าผลมันออกมาตรงกันข้ามล่ะ คุณจะเสียใจไหม” “ไม่มีคำว่าเสียใจ และไม่มีคำว่าผิดหวัง เพราะผมจะทำให้แม่ยอมรับคุณให้ได้” มืออุ่นๆ กุมมือเธอแน่นตลอดทางจนมาถึงหน้าบ้านสกุลหวัง นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้มาอยู่หน้าบ้านของเขา ได้เห็นความอลังการของตัวบ้านที่สืบทอดมาหลายร้อยปี บ้านที่ได้ชื่อว่าเป็นข
“แค่ฉันช่วยคุณ คุณก็รักฉันแล้วเหรอ” ชายหนุ่มล้มตัวนอนแล้วดึงเธอเข้ามากอด จากนั้นก็จูบหน้าผากซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาถอนหายใจ แต่ก็ยอมพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา “ตอนผมอายุ 5 ขวบ ผมออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน เจอหมาตัวใหญ่ตัวหนึ่ง พอมันเห็นผมมันก็วิ่งไล่กัดจนขาผมเลือดออก แต่เพราะผมกลัวตาย ผมก็เลยรีบวิ่งหนีมาจนถึงหน้าบ้าน เมื่อไปถึงหน้าบ้านผมก็ตะโกนบอกแม่ให้รีบเปิดประตู แต่สิ่งที่แม่ทำคือ แม่ยืนอยู่หน้าประตู และพูดกับผมว่า ถ้าแกเป็นลูกชายสกุลหวังจริงก็ต้องรู้จักเอาตัวรอดด้วยตัวเอง เรื่องง่ายๆ แค่นี้ถ้าเอาตัวรอดไม่ได้ แกก็อยู่กับสภาพแวดล้อมนี้ไม่ได้เช่นกัน ตอนนั้นผมคิดว่าผมคงใกล้ตายแล้ว คงหนีหมาตัวนั้นไม่รอด ผมได้แต่มองสายตาเลือดเย็นของแม่ที่มองมา แม่ยืนตรงหน้า แต่ไม่แม้จะขยับมาเปิดประตูให้ผม จังหวะนั้นเอง ผมคิดว่าบนโลกใบนี้ไม่มีใครช่วยผมอีกแล้ว หากว่าคนพวกนั้นไม่ได้รับผลประโยชน์ ผมเห็นก้อนหินก้อนหนึ่งจึงหยิบมันขึ้นมาฟาดหมาตัวนั้น แต่เชื่อไหม กว่าหมาตัวนั้นจะตายผมเองก็ถูกกัดเกือบปางตายเช่นกัน ตั้งแต่วันนั้นผมก็ไม่เคยจะพึ่งพาใครยกเว้นตัวเอง แต่คุณที่เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ กลับรีบวิ่งม
สมองของหวังเฉินตอนนี้เหมือนภาพโฮโลแกรมที่หายไปได้ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ความทรงจำหนึ่งเดือนที่หายไปก่อนหน้าตอนนี้ได้กลับมาแล้ว เขาเงยหน้ามองมินตราก็รู้เลยว่ารักเธอแค่ไหน “ผมจำได้แล้ว” หญิงสาวที่คุกเข่าในสภาพเปล่าเปลือยตรงหน้ารีบเข้าไปกอดเขาด้วยความดีใจ ทำให้เนินอกของเธอเบียดกับแผ่นอก ยิ่งทำให้ท่อนเอ็นร้อนของชายหนุ่มขยับใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เขาเงยหน้ามองเธอแล้วจูบ ก่อนจะแทรกลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปาก ดูดกลืนแลกความอุ่นร้อนและซาบซ่านั้นให้กันและกัน น้ำตาของมินตราไหลออกมาด้วยความปลาบปลื้ม เขาเองก็จูบพรมซับน้ำตาให้หญิงสาว “ผมสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก” เธอก็ไม่อยากให้เขาลืมเธออีกแล้ว “อยู่กับฉันไปตลอดนะคะ อย่าไล่ฉันไปอีก” เธออยากอยู่กับเขา ไม่ว่าเขาจะให้อยู่ในฐานะไหนก็ตาม ความทรงจำกลับมาก็จริง แต่เรื่องราวยังไม่จบแค่นี้ ในเมื่อความปรารถนาจุดติดแล้ว ตอนนี้เพลิงในใจก็จุดติดเช่นกัน เขาประคองร่างบางไปที่เตียงนอน แล้วประคองเธอลงนอนบนเตียง ก่อนหน้านี้เขาคงเสียสติ ถึงได้ลากเธอลงไปบนพรมแบบนั้น ไม่รู้ว่าผิวขาวนวลตรงนั้นจะมีรอยหรือเปล่า พอคิดได้เขาก็รีบพลิกกายเธอให้หันหลัง เผยให้เห็นแผ่นห







