LOGINตอนที่2 หาเรื่องใส่ตัว
ฉันเดินมาหาอะไรกิน เพราะนี้คือช่วงพักเที่ยง ที่คณะมีของขายมากมาย ฉันไม่อยากขับรถออกไปกินข้างนอกเพราะเดี๋ยวบ่ายก็เรียนต่อ ฉันได้ข้าวมา 1 จานและหาที่นั่งได้แล้ว ฉันนั่งลงแล้วโทรหาคน ๆ หนึ่ง ที่กำลังอยากเจอ วันนี้ฉันยังไม่เจอเขาเลยนะ แต่โทรเท่าไหร่เขาก็ไม่รับสาย หรือ ยังไม่เลิกเรียน “ นี่ๆ เอวา พวกเราฝากซื้อข้าวกับน้ำด้วยนะ เดี๋ยวพวกเราจองโต๊ะให้ ”ยัยนิ้งกับเพื่อนคู่ขานี่อีกแหละ ไหนว่ารีบไปทำธุระ ทำไมมานั่งกินข้าวที่โรงอาหารคณะได้ “ อื้ม ได้สิ พวกเธอนั่งจองที่รอเลย ” เอวา ตอบ เฮ้อ ยัยนี่ก็น่าหงุดหงิด ดูไม่ออกเหรอว่า พวกนี้กำลังหลอกใช้ตัวเองอยู่ เมษา อย่าไปยุ่ง ฉันได้แต่เตือนสติตัวเอง พอยัยเอวาเดินออกไป ยัย 2 คนนี้ก็นั่งคุยกันสนุกปาก แต่งหน้าเติมหน้า แต่งอีกนิดจะขึ้นแสดงงานงิ้วได้เลยนะ “ เฮ้อ มีคนคอยซื้อข้าว ซื้อน้ำให้มันดีจริงๆ”เพื่อนคู่ขาของยัยนิ้งพูด “ ใช่ไหมล่ะ ดาว ไหนจะงานที่อาจารย์สั่ง เรา 2 คนก็แค่ฝากให้ยัยเอวาทำ แค่นั้นก็จบ มีงานส่งพร้อมเพื่อน” ยัยนิ้งพูด “ นี่ๆมันมาแล้วมันมาแล้ว” ยัยดาวเพื่อนยัยนิ้งรีบพูด “ เอิ่ม เราไม่รู้ว่าพวกเธอจะกินอะไร เราเลยซื้อข้าวกระเพราหมูสับมาให้แทน” เอวาพูดพร้อมวางจาน ลงตรงหน้า ยัย 2 คนนั้น จากนั้นก็หยิบน้ำที่แขวนอยู่ในถุงที่แขนตั้งให้กับยัยนิ้งแล้วยัยดาว “ หู้ย เรากินอะไรก็ได้ ขอบใจมากนะ ส่วนเงิน เดี๋ยวเราเอาให้ ” ยัยนิ้งพูด ใช้เขาซื้อข้าวให้กินไม่พอ ไม่จ่ายเงินด้วย ต้องโตมาแบบไหนกันนะ ฉันไม่ได่ตั้งใจแอบฟังอะไรนะ แต่พวกนั้นนั่งอยู่โต๊ะฝั่งตรงข้ามกับฉัน “ แค่ก แค่ก ๆ น้ำ ” จู่ๆ ยัยดาวก็สำลักข้าวออกมา “ อี้ สกปรก นี่เธอไอก็ปิดปากด้วยสิ” ยัยนิ้งพูดพร้อมทำหน้าอี้ใส่เพื่อน จากนั้นก็หันไปโวยวายเพื่อนคู่ขา “ ขอโทษแต่ว่า เธอ.... ” ยัยดาวเหมือนกำลังจะห้ามยัยนิ้งไม่ให้กินข้าวแต่ไม่ทันแล้ว ยัยนั่นตักข้าวเข้าปาก แล้วก็เป็นอาการเดียวกับยัยดาวเลย “ แค่ก แค่ก น้ำ น้ำ อ๊ากกก ทำไมมันเค็มขนาดนี้ ” ยัยนิ้งโวยวาย “ ของนิ้งเค็มเหรอ ของฉันเผ็ดแบบนรกเลย ” ยัยดาวพูดพร้อมทำท่าเผ็ด ส่วนยัยเอวายื่นมองทั้งคู่ตาใส เหมือนไม่ได้รู้เรื่องอะไร ปึง!! เสียงตบโต๊ะ “ นี่ เอวา เธอตั้งใจแกล้งพวกเราใช่ไหม ” ยัยนิ้งตะคอกใส่เอวาเสียงดัง ยัยเอวาสะดุ้งตกใจ “ ไม่ใช่นะ เราก็สั่งปกติ ” “ ใช่ เธอตั้งใจแกล้งเรา 2 คนใช่ไหม เห็นว่าพวกเราคุยเล่นด้วยหน่อยคิดจะทำอะไรก็ได้เหรอ ” ยัยดาวพูดเสียงดัง คนเริ่มมองมาที่ ทั้ง 3 คน ที่ส่งเสียงทะเลาะกันเสียงดัง “ มานี่เลย มาลองกินดูสิ ปกติของเธอมันรสชาติแบบนี้รึไง” ยัยนิ้งเดินมาจับแขนยัยเอวาดึงกระชากไป “ ปล่อยเรานะ เราเจ็บ” ยัยเอาวาน้องขัดขืน “ นี่ หยุดเลยนะ !!! ” ฉันทนไม่ไหวแล้ว พฤติกรรมพวกนี้มันเกินไป สงสัยดูละครมากเกินไป เมษา เธอทำอะไรลงไปเนี่ย ไปวุ่นวายกับยัยพวกนี้ทำไม ฉันทำอะไรไป๊ ฉันได้แต่คิดตำหนิตัวเองอยู่ในใจ แต่ร่างกายกลับส่วนทางกับความคิดสิ้นดี ฉันลุกขึ้นเดินไปจับแขนอีกข้างของเอวาไว้ไม่ให้ยัยนิ้งดึงไป “ ปล่อยนะ ฉันไม่อยากมีปัญหากับเธอ ” ยัยนิ้งพูด “ ถ้าไม่อยากก็ปล่อยเอวา ยัยนี้ไม่ผิด มีแต่พวกเธอเนี่ยแหละผิด ที่บ้านไม่สอนเหรอ ถึงได้มาทำพฤติกรรมแย่ๆ ใส่คนอื่น ” “ เหอะ พฤติกรรมแย่ๆ นั่นมันเธอรึเปล่า มนุษยสัมพันธ์ต่ำ ” “ ทำไมถึงไปว่าเมษาล่ะ ” เอวาพูดพร้อมพยายามสะบัดแขนให้หลุดจากมือยัยนิ้ง “ ถึงฉันจะมนุษยสัมพันธ์แย่ แต่ฉันไม่เคยกดหัวใครมาซื้อของให้กิน แถมยังไม่ให้เงินอีกด้วยนะ ” “ นี่ เสียมารยาท แอบฟังคนอื่นเขาคุยกัน ” “ เธอพูดเสียงดังขนาดนี้ คนเขาได้ยินกันทั้งโรงอาหารแล้วมั้ง ปล่อย เอวา ” “ ไม่ปล่อย ยัยนี่จงใจแกล้งพวกฉัน ” “ ทำไม ทำคนอื่นได้ฝ่ายเดียวรึไง พอถูกกระทำคืนบ้างรับไม่ได้เหรอ” “ นี่เธอ !!!” ซ่าา เสียงสาดน้ำ ฉันหยิบขวดน้ำใกล้มือ สาดใส่ยัยนิ้งก่อนที่ยัยนิ้งจะพููดจบ ยัยนั้นยอมปล่อยมือจากแขนเอวา ฉันดึงยัยเอวามาหลบด้านหลัง ยัยนิ้งกำลังตะลึงที่ฉันกล้าสาดน้ำใส่ “ เธอ เธอ สาดน้ำ ใส่ฉันเหรอ ” “ เอ่อ ถามแปลกๆ ก็เปียกอยู่คนเดียวไหม ” “ นี่ เมษา มันเกินไปหน่อยไหม ” ยัยดาวเดินมาถามฉัน “ เกินเหรอ พวกเธอทำกับยัยเอวาไม่เกินไปหน่อยเหรอ ยัยนี้คนเหมือนกันนะ สิทธิเท่าเทียมกัน พวกเธอเอาตรรกะอะไรมาตัดสินยัยเอวาถึงได้มีสิทธิ์มาใช้ยัยนี้ ” “ ก็ยัยนี้ไม่มีใครจะคบเป็นเพื่อนแล้วไง ” ดาวตอบด้วยคำตอบที่โง่ที่สุด ไม่ได้ผ่านการคัดกรองจากสมองมาเลย “ ถ้ามีเพื่อนแบบพวกเธอ อย่ามีดีกว่า ไปเอวา ” ฉันพูดพร้อมดึงมือยัยเอวาออกจากตรงนั้น “ หยุดนะ คิดว่าทำฉันแล้วฉันยอมเหรอ ” ยัยนิ้งพูดขึ้นแล้วเดินมาดักหน้าฉัน “ แล้วจะเอายังไง ” “ เอาแบบนี้ไง ” พูดจบ ยัยนิ้งก็กระโจนมาดึงผมฉัน ฉันรีบปล่อยมือยัยเอวา แล้วสู้กลับ ใครจะยอมก็ยอมไป แต่ฉัน เมษา ไม่ยอมเสียแน่นอนตอนที่5 แนะนำตัว วันนี้ฉันรู้สึกสนุกมาก ๆ ถึงยัยเอวาจะพูดมากไปหน่อย แต่กับคนอื่นยัยนี้ขี้อายมาก แล้วออกจะเด๋อ ๆ ไปหน่อยก็เถอะ แต่พออยู่กับฉันมันเข้ากันได้แบบแปลก ๆ “ขอบใจมากนะเมษาที่มาส่ง เจอกันที่มหาลัยพรุ่งนี้นะ” ยัยเอวาพูดแล้วเปิดประตูรถลงไป ฉันก็ขับรถออกจากหอยัยยนี้เพื่อกลับไปมหาลัย ฉันนัดพี่สายฟ้าไว้แล้ว เอาจริงฉันกับ พี่สายฟ้า ไม่ได้เป็นอะไรกันนะ และฉันก็คิดว่าตัวเองไม่ได้คิดกับพี่สายฟ้าไปเกินกว่าพี่ชายแน่ ๆ แต่ที่ฉันติดเขา เพราะ มันมีแค่พี่สายฟ้าเท่านั้นที่ปกป้องและดูแลฉันได้ ฉันไว้ใจพี่สายฟ้า และก็เป็นพี่สายฟ้าที่หยุดความพยศของฉันได้ พ่อแม่ฉันไว้ใจพี่สายฟ้ามาก ทุกครั้งที่ฉันพยศพวกท่าน ก็เป็นพี่สายฟ้าที่มาจัดการฉันตลอด พี่เขาก็เหมือนพี่ชายฉัน พ่อแม่ฉันเอ็นดูพี่สายฟ้ามาก ยิ่งพ่อให้พี่สายฟ้ามาช่วยงานที่บริษัทช่วงนี้ด้วย มันก็แปลก ๆ ไหม แทนที่จะสอนฉันเพื่อไปรับตำแหน่งแทนท่านแต่กลับสอนงานพี่สายฟ้า แต่นั่นแหละ ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่พี่สายฟ้ากับน้าแพรวดาวแม่ของพี่สายฟ้า สนิทกับครอบครัวเรามาก ๆ น้าแพรวดาวมาของเช่าตึกเพื่อเปิดสอนพิเศษนักเรียน พ่อเคยส่งฉันไปเรียนด้วยนะ พอจบมอปล
ตอนที่4 โดดเรียนฉันให้พี่สายฟ้าทำแผลให้ จากนั้นพี่สายฟ้าก็ให้ฉันเข้าเรียน เดี๋ยวนะ ฉันเจ็บตัวขนาดนี้ยังให้เข้าเรียนเนี่ยนะ เฮ้อ แต่จะเลือกอะไรได้ ถ้าพี่สายฟ้าโกรธ ฉันจะงานเข้าไง“ไหวไหมเมษา เดี๋ยวเราช่วยถือกระเป๋า”“ไม่ต้องเลย กระเป๋าฉันถือเองได้ นี่ มานี่สิเอวา ฉันอยากจะเตือนเธอนะ อย่าไว้ใจใคร อย่าเชื่อใจใครง่ายๆ แล้วอย่าทำตัวอ่อนแอ อย่าใจดีกับคนที่จ้องจะเอาเปรียบเรา เห็นไหมเพราะความใจดีของเธอ มันทำให้คนอื่นจ้องจะเอาเปรียบเธอ”“เข้าใจจ้ะ ขอบใจนะเมษา เราขอโทษด้วยที่ทำเมษาเจ็บตัว”“พอเลิกพูดเถอะ” ฉันกรอกตามองบนเมื่อเห็นยัยเอวาาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้“เราจะรับผิดชอบเองโดยการเป็นเพื่อนกับเธอ”“ไม่จ้ะ จะมาเป็นเพื่อนหรือเป็นภาระ ฉันไม่ได้ว่างมาดูแลเธอตลอดหรอกนะเอวา”“โอเคจ้ะ ต่อจากนี้ฉันจะเป็นเพื่อนกับเธอ ต่อให้เธอจะปฏิเสธ” ยัยเอวาพูดยิ้ม“เฮ้อ ฉันว่าเธอเป็นคนน่ารำคาญมากนะ ทำไม ยัยนิ้งถึงอยากจะรู้จักกับเธอ เอ่อ แต่อย่างว่าแหละ พวกนั้นจะหลอกใช้เธอ”“ไม่เป็นไร ฉันโอเค” เอวาพูดยิ้มตาหยี ฉันถึงกับคิ้วขมวดกับท่าทางของยัยนี้“โอเคอะไรก่อน ชิ น่าหมั่นไส้”“อิอิ หิวรึเปล่า เมื่อกี้เธอยังไม่ได้กินอ
ตอนที่3 แผลงฤทธิ์#สายฟ้าผมกำลังออกจากห้องเรียน ผมเห็นแล้วที่มีสายโทรเข้ามาหาผม 2 คน แต่ผมเรียนอยู่เลยไม่ได้รับสาย พออาจารย์ออก ผมก็กดโทรหา เมษาก่อนเลย แต่เธอไม่รับสาย ผมเลยเลือกที่จะโทรกลับหาอีกสาย ลุงเชนทร์พ่อของเมษาลุงเชนทร์ เป็นเจ้าของตึกที่แม่ผมเช่าอยู่ ผมกับแม่รู้จักกับครอบครัวของลุงเชนทร์มานานมาก‘สวัสดีครับลุงเชนทร์’‘อื้ม ตาสายฟ้า ยุ่งรึเปล่า’‘อ๋อ ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ เมื่อกี้ไม่ได้รับสาย พอดีผมเรียนอยู่ ลุงเชนทร์มีอะไรรึเปล่าครับ’‘เมื่อเช้าเมษา หัวเสียกลับมาจะไม่ยอมไปเรียนเลยมีปากเสียงกับลุง’‘ครับ เดี๋ยวผมไปดูเธอให้นะครับ ลุงเชนทร์ไม่ต้องเป็นห่วง’‘สายฟ้า ลุงฝากหน่อยนะ จะมีแค่เราแหละที่ปราบพยศยัยเมษาได้’‘ครับ’ลุงเชนทร์กดวางสายไป ผมก็โทรหาเมษาอีกครั้ง แต่เธอก็ไม่รับสาย“เฮ้ย ไอ้สายฟ้า ไปกินข้าวกันเถอะ” ไอ้อชิเดินมาเรียกผมผมกับเพื่อนเดินกันไปหาอะไรกิน ระหว่างทางผมก็พยายามติดต่อหาเมษาตลอด“เฮ้ย ช๊อตเด็ดจากคณะอักษรว่ะ” ไอ้พอร์ชพูดพร้อมกอดคอผมให้ดูคลิปกับมัน“ไอ้พอร์ชกูยุ่งอยู่” ผมพูดพร้อมดันตัวมันให้ห่างจากผม หางตาผมดันไปสะดุดกับคลิปในโทรศัพท์มัน คนที่อยู่ในคลิปไลฟ์สด เ
ตอนที่2 หาเรื่องใส่ตัว ฉันเดินมาหาอะไรกิน เพราะนี้คือช่วงพักเที่ยง ที่คณะมีของขายมากมาย ฉันไม่อยากขับรถออกไปกินข้างนอกเพราะเดี๋ยวบ่ายก็เรียนต่อ ฉันได้ข้าวมา 1 จานและหาที่นั่งได้แล้ว ฉันนั่งลงแล้วโทรหาคน ๆ หนึ่ง ที่กำลังอยากเจอ วันนี้ฉันยังไม่เจอเขาเลยนะ แต่โทรเท่าไหร่เขาก็ไม่รับสาย หรือ ยังไม่เลิกเรียน“ นี่ๆ เอวา พวกเราฝากซื้อข้าวกับน้ำด้วยนะ เดี๋ยวพวกเราจองโต๊ะให้ ”ยัยนิ้งกับเพื่อนคู่ขานี่อีกแหละ ไหนว่ารีบไปทำธุระ ทำไมมานั่งกินข้าวที่โรงอาหารคณะได้“ อื้ม ได้สิ พวกเธอนั่งจองที่รอเลย ” เอวา ตอบ เฮ้อ ยัยนี่ก็น่าหงุดหงิด ดูไม่ออกเหรอว่า พวกนี้กำลังหลอกใช้ตัวเองอยู่ เมษา อย่าไปยุ่ง ฉันได้แต่เตือนสติตัวเอง พอยัยเอวาเดินออกไป ยัย 2 คนนี้ก็นั่งคุยกันสนุกปาก แต่งหน้าเติมหน้า แต่งอีกนิดจะขึ้นแสดงงานงิ้วได้เลยนะ“ เฮ้อ มีคนคอยซื้อข้าว ซื้อน้ำให้มันดีจริงๆ”เพื่อนคู่ขาของยัยนิ้งพูด“ ใช่ไหมล่ะ ดาว ไหนจะงานที่อาจารย์สั่ง เรา 2 คนก็แค่ฝากให้ยัยเอวาทำ แค่นั้นก็จบ มีงานส่งพร้อมเพื่อน” ยัยนิ้งพูด“ นี่ๆมันมาแล้วมันมาแล้ว” ยัยดาวเพื่อนยัยนิ้งรีบพูด“ เอิ่ม เราไม่รู้ว่าพวกเธอจะกินอะไร เราเลยซื
ตอนที่1 หยิ่งบรื้น กึก เสียงรถหรูเคลื่อนตัวมาแล้วจอดอย่างแรงร่างเล็ก ส่วนสูง 162 ผมสีทองประกายยาวถึงหลัง ดวงตาดุคมที่แสนเย่อหยิ่ง ริมฝีปากอวบอิ่มแต่งตัวด้วยลิปสีพีช เธอจอดรถเดินเข้าบ้านด้วยความหงุดหงิด เธอกำลังอารมณ์ไม่ดีมากๆ“ทำไมกลับมาเร็วจังเลยลูก” หญิงสาววัยกลางคนเดินออกดูว่สเกิดเสียงดังอะไร“สวัสดีค่ะ”ฉัน เมษา เรียนอักษรศาสตร์ ปี 1เป็นคนสวยคม ความมั่นใจสูง หยิ่ง หงุดหงิดง่าย เอาแต่ใจ จะเรียกว่าคุณหนูเอาแต่ใจก็ได้ เพราะฉันไม่สนใจหรอก“ทำไมกลับเร็วจังเลยเมษา”“ปวดหัวค่ะ”“เป็นอะไรมากไหมลูก” แม่ฉันรีบถามฉันทันที“ข้ออ้างล่ะสิ กลับไปเรียน อย่ามาทำตัวเป็นเด็ก” พ่อฉันเดินมายืนข้างแม่แล้วกอดอกทำหน้านิ่ง ดูสิ มองฉันเหมือนจับผิดฉันอีกแหละ“พี่! / พ่อ” แม่และฉันเรียกขานพ่อออกมาพร้อมกัน“ลูกไม่ใช่เด็กนักเรียนแล้วนะ หัดโตได้แล้ว นี่ไม่พอใจอะไรมาอีกล่ะ ถึงได้หัวเสียกลับบ้านมา”“ไม่ได้เป็นอะไรคะ แต่ปวดหัว”“ปวดหัวของลูกมีเหตุผลอะไรมากกว่านี้ไหม”“เมษาไม่ชอบเพื่อนในห้องค่ะ”“เพราะว่า”“ก็แค่ไม่ชอบ ต้องมีเหตุผลด้วยเหรอคะ”“ต้องมีสิ ลูกจะไม่ชอบคนโดยไม่มีเหตุผลไม่ได้นะเมษา” แม่ของฉันพูดพร้อมจั







