공유

EP.6 : รับน้อง

last update 게시일: 2026-07-24 00:47:25

หลายวันต่อมาหลังจากงานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่จบไป วันรับน้องเข้าคณะก็เริ่มขึ้น เนื่องจากตอนนี้มหาวิทยาลัยหลายแห่ง หลายภาควิชา ได้ยกเลิกกิจกรรมรับน้องแบบเดิม ๆ ไปแล้ว วันนี้คณะของฉันจึงมีเพียงการพบปะและเล่นเกมสนุก ๆ ทำความรู้จักกับเพื่อน ๆ และรุ่นพี่เท่านั้น

“การเรียนในช่วงเทอมแรกของพวกน้อง ๆ ก็จะประมาณนี้ครับ มีใครสงสัยอะไรอีกไหมครับ หรือจะเป็นเรื่องอื่นก็ได้ พวกพี่จะได้ช่วยกันตอบ” ตัวแทนรุ่นพี่ที่ยืนอยู่กลางวงล้อมน้องปีหนึ่งถามขึ้น

“เรื่องการแต่งกายกายค่ะพี่” ปีหนึ่งคนหนึ่งยกมือขึ้นถาม

“แต่งเครื่องแบบปกติเลยครับ เอาแค่สุภาพก็พอ นอกจากช่วงสอบอาจจะเนี๊ยบนิดหนึ่ง”

“แล้วผู้หญิงใส่ทรงเอได้ตอนไหนคะ มีกำหนดไหมว่าปีไหนต้องใส่อะไร ห้ามใส่อะไร”

“แต่งแบบไหนมาก็ได้ค่ะ สั้น ยาว หรือคลุมเข่า เอาที่เราสะดวกเลย แค่ช่วงสอบ ช่วงฝึกงาน ขอสุภาพหรือเป็นทางการนิดหนึ่ง เพราะเราเรียนบริหารเวลาไปพบลูกค้าหรือคู่ค้าในอนาคตก็ต้องแต่งตัวดูดีใช่ไหม การสอบหรือฝึกงานก็เช่นกันค่ะ เป็นตัวของตัวเองได้ในบางเวลา แต่ก็ต้องดูสถานที่ เวลา และบริบทอื่น ๆ ประกอบด้วย”

รุ่นพี่หลายคนทั้งหญิงและชายเริ่มเข้ามาแนะนำพวกเราเกี่ยวกับการเรียนการสอนของแต่ละชั้นปี การใช้ชีวิตในรั้วและนอกรั้ว รวมถึงแนะนำสถานที่เที่ยว ที่พักผ่อน ร้านอาหารอร่อย ร้านของกินของใช้ราคาประหยัด การวางแผนตารางเรียน ที่ทำงานพาร์ตไทม์ และสายรถเมล์ที่พวกเราต้องใช้กัน ฉันชอบการรับน้องแบบนี้ เพราะเหมือนได้ฟังคนที่เขาผ่านช่วงเวลาที่เรากำลังจะก้าวเข้าไปมาเล่าประสบการณ์ให้เราฟัง อะไรที่ไม่ดีจะได้ระวังไว้ อะไรที่ดีจะได้จำและประยุกต์ใช้

“งั้นต่อไปเราจะแนะนำตัวกันนะครับ เมื่อกี้พวกพี่แนะนำตัวกันไปแล้วใช่ไหม ทีนี้ให้พวกน้อง ๆ แนะนำตัวกันบ้าง” รุ่นพี่หน้าหล่อที่ยืนถือไมค์อยู่พูดขึ้น

“พี่จะให้น้อง ๆ แนะนำชื่อเล่นของตัวเองพร้อมกับท่าเต้นน่ารัก ๆ ให้พี่ ๆ เพื่อน ๆ ได้ชมกัน” พอพี่เขาพูดจบเท่านั้นแหละ เสียงฮือฮาของปีหนึ่งก็ดังขึ้น

“เดี๋ยวก่อนครับ ใจเย็น ๆ พี่ไม่บังคับให้เต้นกันทุกคนนะ เพราะบางคนอาจจะแบบเฮ้ยอายว่ะ เขินไรงี้ หรือบางคนอาจไม่ชอบเต้น แต่แค่อยากมานั่งฟังเฉย ๆ พวกพี่ก็เลยมีข้อเสนอมาให้ ยุคนี้มันยุคเสรีใช่ไหมล่ะ เดี๋ยวจะว่ารุ่นพี่แม่งใช้อำนาจไรงี้ แต่พวกพี่แบบคนดีไง เลยมีข้อเสนอมาให้” พี่เขาว่าติดตลกซึ่งพวกฉันหลายคนก็ขำตาม ตอนนั้นเองที่รุ่นพี่คนอื่น ๆ ช่วยกันถือกล่องกระดาษสามใบใหญ่ ๆ เข้ามา

“นี่คือคูปองโรงอาหาร คูปองร้านชานมไข่มุกเจ้าดังของมอเรา แล้วก็คูปองส่วนลดร้านหนังสือมือสองประจำมอเราครับ เจ้าของร้านเป็นรุ่นพี่ในคณะเรานี่แหละเขาให้มา คูปองหนึ่งใบใช้ซื้อของได้หนึ่งอย่าง เช่น คูปองโรงอาหารก็แลกข้าวได้หนึ่งจานไม่จำกัดราคา คูปองร้านชานมก็ได้เครื่องดื่มฟรีหนึ่งแก้ว คูปองร้านหนังสือก็ได้หนังสือฟรีหนึ่งเล่ม” รุ่นพี่คนเดิมชูคูปองใบเล็ก ๆ ขึ้นให้พวกเราดู ปีหนึ่งหลายคนเริ่มสนใจรวมถึงฉันด้วยเมื่อได้ยินคำว่าฟรี เราแค่เต้น ๆ อะไรสักท่าในเวลาสั้น ๆ ก็ได้มันมาแล้ว

“แต่พี่ไม่ได้ให้ทุกคนนะครับ ใครแนะนำชื่อแล้วเต้น พี่ให้คูปองหนึ่งใบ น้องเลือกได้เลยว่าเอาใบไหน ส่วนใครที่ไม่เต้นก็ลุกขึ้นแนะนำตัวแล้วนั่งลง แค่นั้นเองครับ ง่ายใช่ไหม”

“แก ฉันอยากได้คูปองร้านหนังสือ” เราสามคนหันไปมองหน้ากันแล้วกระตุกยิ้มพร้อมกันราวกับนัดไว้

“งั้นเราต้องเต้น” ยัยสาคูว่า ฉันกับยัยน้ำก็พยักหน้าให้ก่อนจะมองไปยังเป้าหมายที่รุ่นพี่ถืออยู่

คูปองพวกนั้นราคาอาจจะไม่มาก แต่สำหรับเด็กปีหนึ่งอย่างพวกเราแล้วมันก็ช่วยประหยัดได้ หลายคนที่มาเรียนไม่ได้เป็นลูกผู้ดีมีเงินทุกคน บางคนต้องทำงานส่งตัวเองเรียน บางคนพ่อแม่ให้ค่าขนมมาแบบจำกัด อย่างฉันกับพวกพี่ ๆ ถึงจะเป็นลูกเศรษฐีแต่พ่อกับแม่ไม่ได้มีบัตรเครดิตแบบไม่จำกัดวงเงินให้ใช้เหมือนพระนางในนิยายหลายเรื่องที่เคยอ่าน ยิ่งไปกว่านั้นฉันต้องใช้เงินเดือนแค่ครึ่งเดียวมันก็ยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่

“เดี๋ยวพี่จะทำให้ดูก่อนว่าถ้าใครอยากได้คูปองนี้ต้องทำยังไง” พี่หน้าหล่อพูดขึ้นก่อนจะเริ่มแนะนำตัวเองอีกครั้ง “สวัสดีครับ พี่ชื่อหมู ชอบทำท่าอย่างนี้อย่างนี้” ท่าเต้นของพี่เขาที่เด้งหน้าเด้งหลังพร้อมกับจังหวะกลองของรุ่นพี่คนอื่นที่รัวขึ้นพร้อมกันทำให้พวกฉันหัวเราะร่วนทั้งหอประชุม

“แล้วถ้าคนที่ไม่อยากเต้นล่ะครับพี่หมู” ปีหนึ่งคนหนึ่งยกมือขึ้นถาม

“สำหรับคนที่ไม่อยากเต้นก็ไม่ยากเลยครับ น้องก็แค่แนะนำตัว สวัสดีครับ ผมชื่อหมูครับ แล้วก็นั่งลงครับ ทีนี้เพื่อน ๆ พี่ ๆ ก็จะปรบมือให้ เป็นไง ง่ายใช่ไหม”

“ครับ / ค่ะ”

“งั้นมาเริ่มกันเลยครับ เอาทางนี้ก่อนเลย วนไปจนครบทุกคน” พี่หน้าหล่อเดินมาทางที่ฉันนั่งอยู่ เขายื่นไมค์ให้เพื่อนคนหนึ่งแล้วทุกอย่างก็เริ่มขึ้น

“สวัสดีค่ะ หนูชื่อสาคู ชอบทำท่าอย่างนี้อย่างนี้”

“ฮ่า ฮ่า” / “วี๊ดวิ้ววว” ทันทีที่สาคูเริ่มแนะนำตัว บรรดาเพื่อน ๆ และพี่ ๆ ในหอประชุมก็เริ่มส่งเสียงเฮฮาเหมือนกับที่เพื่อนคนอื่นโดนกัน ส่วนฉันก็นั่งปรบมือและหัวเราะร่วนไม่ต่างจากคนอื่น

“สวัสดีค่ะ หนูชื่อน้ำ ชอบทำท่าอย่างนี้อย่างนี้” ยัยน้ำลุกขึ้นเต้นท่าทางตลก ๆ ของนางบ้าง ในหอประชุมก็เริ่มหัวเราะร่วนด้วยความสนุก บ้างก็ปรบมือให้กันเหมือนทุก ๆ คนที่ผ่านมา

“สวัสดีค่ะ หนูชื่อน้อง ชอบทำท่าอย่างนี้อย่างนี้”

“อ๊ากก น่าร้ากก” / “ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

พวกเราแต่ละคนเรียกเสียงฮาให้กันและกัน ถึงจะอายหน่อย ๆ แต่พอได้ทำแล้วก็โล่ง มันทำให้มีคนรู้จักและจำเราได้ เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่สนุกและน่าจดจำ

“คิวต่อไปเลยครับ ใครเต้นแล้วออกมาเอาคูปองเลยนะครับไม่งั้นพี่ยึดนะ” ฉันส่งไมค์ให้เพื่อนคนอื่นแล้วเดินออกไปรับคูปองด้วยความเขินอายหน่อย ๆ ทว่ากำลังจะเข้าไปหยิบคูปองของร้านหนังสือ สายตาเจ้ากรรมก็ปะทะกับใครบางคนที่เดินยิ้มกรุ้มกริ่มมาทางนี้ เขามาตั้งแต่เมื่อไรกัน ก่อนหน้านี้ฉันมองหาแล้วไม่เจอนี่นา

“ชอบเต้นก็ไม่บอก สงสัยก่อนนอนต้องให้เธอเต้นให้ดูวันละรอบแล้วมั้ง” เขาโน้มลงมากระซิบก่อนจะหยิบคูปองส่งให้ฉัน

“…” ตอนนั้นเองที่ใบหน้าของฉันร้อนผ่าวขึ้น ไม่ได้เขินที่ได้อยู่ใกล้คนหล่อ แต่อาย อายมาก อายท่าเต้น! พอกำลังจะหมุนตัวกลับไปก็เห็นพี่พระพายยืนโบกมือให้อยู่ข้างหลังยัยสาคู ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่เขาไปอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไร ในมือพี่เขาถือกล้องตัวใหญ่อยู่ ท่าทางของพี่ชายคนโตทำให้ฉันรู้ว่าไลน์กลุ่มบ้านใหญ่ต้องมีคลิปเต้นของฉันหลุดไปแน่ ๆ

“เดี๋ยวก่อนครับเดี๋ยวก่อน น้องคนสวยอย่าเพิ่งไป” พี่คนหนึ่งเดินถือไมค์อีกอันฝ่าวงล้อมเข้ามาหาฉันพร้อมกับรอยยิ้มแปลก ๆ

“น้องเป็นน้องสาวไอ้พระเพลิงใช่ไหมครับ” พี่เขาถามขึ้นก่อนจะหันไปอีกด้านที่มีพี่พระเพลิงนั่งไหวไหล่อยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงิน

“ใช่ค่ะ”

“เอาแล้ว ๆ”

“วู้ววว” ทันทีที่ฉันตอบรับรุ่นพี่คนนี้ รุ่นพี่หลายคนก็เฮกันลั่น พร้อมกันนั้นยังปรบมือด้วยความชอบอกชอบใจกันใหญ่

“ปีที่แล้วพวกมึงจำได้ปะว่าไอ้เพลิงมันพูดอะไรไว้” พี่คนเดิมหันไปถามรุ่นพี่คนอื่น ซึ่งก็มีบางคนเป็นตัวแทนปีสอง ปีสามและปีสี่

“ไอ้เพลิงมันแกล้งน้องสาวกู มันบอกว่าถ้าปีหน้าน้องสาวมันสอบเข้าคณะนี้ได้มันจะให้กูแกล้งคืน” ตอนนั้นเองที่ทุกคนในหอประชุมส่งเสียงเฮลั่น ส่วนฉันหันไปหาพี่พระเพลิงก็เห็นว่าพี่เขาหลบอยู่หลังเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง

“ไอ้เหี้ยเพลิงอย่างเลวอะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” รุ่นพี่หลายคนตะโกนว่าพี่ชายฉัน ส่วนฉันยืนเหงื่อแตกพลั่ก หันไปมองยัยสองเพื่อนซี้ก็เห็นว่าพวกนางกำลังหัวเราะคิกคักกันและหยิบมือถือขึ้นมาอัดคลิปรอ

“น้องชื่อน้องใช่ปะ”

“ค่ะ”

“ไม่ต้องกลัวนะ พี่ไม่ทำอะไรแปลก ๆ หรือน่ากลัวแน่นอน” พี่คนเดิมว่าก่อนจะส่งสัญญาณมือให้พวกเดียวกันประจำที่ แน่นอนว่ามีมือกลองกับมือฉิ่ง

“เฮ้ยเดี๋ยวก่อน ถ้าน้องเขาไม่ชอบเต้นล่ะ” พี่คนที่เป็นพิธีกรอยู่ก่อนแล้วปรามเพื่อน

“ไม่หรอก คนที่ออกมารับคูปองก็คือคนที่โอเคกับการเต้นไง ใช่ไหมครับ” พอพี่เขาพูดจบ เสียงในหอประชุมก็ดังขึ้นอีก ฉันได้แต่ไว้อาลัยให้กับตัวเอง การเป็นน้องสาวที่มีพี่ชายแสบ ๆ แบบนี้ช่างน่าสงสาร

“เต้นเพลงเดียวแล้วพี่ให้คูปองเพิ่มอีกสองใบเลย” พี่คนเดิมว่า ฉันก็พยักหน้าให้ คิดว่ามันคือการเล่นสนุก ๆ ก็แล้วกัน

“พี่จะเต้นให้ดูก่อน แล้วเพลงต่อไปน้องน้องต้องเต้นเองคนเดียวนะ”

“ค่ะ”

“เอ้า เพลงมาเลยย!”

ตึง!!!!!

♪ ♬ ♫〜 “เสียงไก่ขันล่ะเมื่อตอนตีสี่ อาฮ้า อาฮ้า บ้านหลังนี้ทำไมถึงสั่น อาฮ้า อาฮ้า” ทันทีที่เสียงเพลงและเสียงกลองดังขึ้น พี่คนหล่อก็เริ่มโยกย้ายส่ายเอวไปมาในท่วงท่าที่ฉันอยากจะเอาหน้ามุดดินหนี ขณะเดียวกันเพื่อน ๆ และรุ่นพี่ที่นั่งดูอยู่ก็หัวเราะกันใหญ่ บ้างก็ปรบมือรัว ๆ บ้างก็ขำค้างจนหน้าดำหน้าแดง หลังเพลงจบลงเสียงปรบมือของทุกคนก็ดังขึ้นเพื่อขอบคุณพี่เขา

“ต่อไปน้องน้องเต้นคนเดียวนะ เอาให้เหมือนพี่นะ ไม่งั้นไม่ให้กลับ” เสียงเพื่อน ๆ หลายคนร้องเฮกันอีกครั้ง ฉันหันไปมองพี่ชายทั้งสามก็เห็นว่าทุกคนไปนั่งรวมตัวกันตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ รู้แต่ว่าตั้งกล้องหันมาทางฉันกันหมด

อ๊ากก! อยากจะบ้าตาย

“เอ้า เพลงมา!”

ตึง!!!!!

♪ ♬ ♫〜 “เสียงไก่ขันล่ะเมื่อตอนตีสี่ อาฮ้า อาฮ้า บ้านหลังนี้ทำไมถึงสั่น อาฮ้า อาฮ้า อยากจะรู้เขาทำอะไรกัน อาฮ้า อาฮ้า บ้านมันสั่นเป็นเพราะอะไร อาฮ้า อาฮ้า” ♪ ♬ ♫〜

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“วู้ววว”

พอเพลงจบ การทัวร์นรกพร้อมกับเสียงหัวเราะของฉันก็จบลงด้วย ฉันไม่กล้าเงยหน้ามองใครแล้วตอนนี้ แต่ก็ต้องทำเป็นหน้าด้านเข้าไว้ เพราะเป้าหมายคือคูปองสองใบที่จะได้เพิ่ม วันนี้ฉันต้องได้หนังสือฟรีสามเล่ม!

__________

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • พยัคฆ์มันรักน้อง   EP.54 : บทส่งท้าย

    “พ่อกับแม่เรียกน้องเหรอคะ” ฉันเดินไปนั่งโซฟาตรงข้ามพ่อกับแม่แล้วถามขึ้น“ใช่จ้ะ แม่กับพ่อมีเรื่องสำคัญอยากคุยกับน้อง” แม่ตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ทว่าแววตาท่านกลับมีบางอย่างแฝงอยู่ คล้ายกับว่าลังเลที่จะพูด“เมื่อวานพ่อพาคนงานไปทำศาลาให้วัดแถวบ้านมาน่ะ แล้วก็ไปเจอกับหลวงพ่อรูปหนึ่ง” พ่อพูดราวกับกำลังชั่งใจว่าจะพูดต่อดีไหม“พ่อกับแม่พูดมาเถอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรน้องจะค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ ตัดสินใจ” ฉันส่งยิ้มให้พวกท่าน“พ่อไปเจอพ่อกับแม่ของน้องมาน่ะ พ่อแม่แท้ ๆ ของน้อง”“…” พ่อแม่แท้ ๆ ของฉันงั้นเหรอ? พอได้ยินแบบนี้ก็สับสน ไม่รู้ว่าตัวเองควรรู้สึกยังไง ต้องทำตัวแบบไหน แล้วถ้าเป็นแบบนี้ พ่อกับแม่จะส่งฉันกลับไปหรือเปล่า หลายอย่างในหัวตีกันไปหมด ทุกอย่างมันอื้ออึงจนคิดอะไรไม่ออกว่าต้องพูดอะไรเมื่อได้ฟังเรื่องนี้&ldqu

  • พยัคฆ์มันรักน้อง   EP.53 : (NC) กันและกัน

    “เรา… เข้าใกล้กันให้มากกว่านี้ดีไหม” เสียงแหบเอ่ยถามขณะเคลื่อนใบหน้าขึ้นมาสบตากัน “ยักอยากเข้าใกล้น้องให้มากกว่านี้”“ค่ะ”“ขอบคุณครับ”ฉันหลับตาลงช้า ๆ เพื่อรับรสจูบละมุนที่ป้อนลงมา เรากลืนกินกันและกัน โอบกอดกันและกันเอาไว้อยู่เนิ่นนาน กระทั่งอิ่มเอมจากความหวานล้ำจึงผละออก มือใหญ่กระตุกแขนสองข้างให้ลุกนั่งตรงหน้าเขา เราสบตากันอีกครั้งก่อนจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าของกันและกันออก เสื้อนอนตัวบางถูกคนตรงหน้าปลดกระดุมออกทีละเม็ดอย่างเชื่องช้า ในขณะเดียวกันเสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่ก็ถูกฉันค่อย ๆ ถลกขึ้นทางศีรษะเขา และดึงมันออกมากองอยู่ข้างตัว วินาทีที่ท่อนบนของเราเปลือยเปล่าต่อหน้ากัน หัวใจฉันมันเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง สายตาของเราทั้งคู่ต่างไล่มองกันตั้งแต่ลำคอ หัวไหล่ เนินเนื้อเปลือยเปล่า และไล่ลงต่ำเรื่อย ๆ มาจนถึงหน้าท้อง เมื่อดึงสายตากลับมาประสานกันอีกครั้ง ความร้อนมากมายก็แผ่ซ่านไปทั่วใบหน้า

  • พยัคฆ์มันรักน้อง   EP.52 : (Mini NC) เข้าใกล้ให้มากกว่านี้

    ซ่าา!สายน้ำเย็นยามดึกไหลลงมากระทบผิวกายทำให้อาการมึนหัวหายไปและรู้สึกสบายตัวขึ้น วันนี้ฉันไม่ดื่มเยอะเพราะเข็ดจากวันนั้น วันที่อ้วกใส่รถคุณพยัคฆ์ ตอนนั่งที่โต๊ะเลยดื่มแค่พันซ์กับแอลกอฮอล์ที่สาคูส่งให้ครึ่งแก้ว ทำให้ไม่เมาเหมือนคนอื่นแต่มึนหัวนิดหน่อย พอได้อาบน้ำเย็น ๆ ก็กลับมาเป็นปกติ“ได้กลิ่นสบู่หอม ๆ แล้วสดชื่นดีแฮะ” ฉันเช็ดเนื้อเช็ดตัวเสร็จ พันผ้าเช็ดตัวรอบตัวแล้วเดินออกจากห้องน้ำ แต่พอจะแกะผ้าออกก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อใครบางคนเปิดประตูห้องฉันเข้ามาพอดี “คุณพยัคฆ์!”“…” คนที่ก้าวเข้ามาในห้องชะงักกึกทั้งยังมองมาที่ฉันราวกับว่าเขาเองก็ตกใจเหมือนกัน“เข้ามาทำไมคะ”“ส่งข้อความมาแล้วเธอไม่อ่านก็เลยโทรหา เห็นเธอไม่รับสายเลยเข้ามาดู” เขาตอบทั้งที่สายตายังจับจ้องมาที่ฉัน“น้องอาบน้ำอยู่ค่ะเลยไม่ได้ยินเสียงโทรศ

  • พยัคฆ์มันรักน้อง   EP.51 : วันเกิดน้อง

    หนึ่งปีต่อมา…♪ ♬ ♫〜 “…แฮปปี้เบิร์ด เดย์ ทู ยู~” สิ้นเสียงเพลงฉันก็หลับตาลงอธิษฐานก่อนจะเป่าเทียนที่ปักอยู่บนเค้กวันเกิด ปีนี้ฉันอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์แล้ว ความจริงวันเกิดของฉันผ่านมาได้สองวันแล้ว แต่เรายุ่งกับเรื่องเรียนและกิจกรรมต่าง ๆ เลยทำให้ไม่มีเวลาฉลองกัน วันเกิดปีนี้ฉันเข้าผับได้พอดี สาคูกับสายน้ำอยากมาที่นี่นานแล้วเราเลยตกลงจัดงานวันเกิดฉันที่นี่ ส่วนแขกที่มาน่ะเหรอ… พี่บิ๊ก พี่มงคล พี่ซีน พี่พระพาย พี่พระเพลิง แล้วก็คุณพยัคฆ์“สาว ๆ ดื่มแค่พอไหวกันนะ อย่าฝืนดื่มเกินไป แล้วก็อย่าลุกออกจากโต๊ะไปไหนคนเดียวด้วย” พี่พระพายเอ่ยขึ้น“รับทราบค่ะท่านพ่อ” เราสามคนพูดขึ้นพร้อมกัน ทำให้โดนเคาะหัวไปคนละที“อย่ารับเครื่องดื่มจากคนแปลกหน้า โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่มาเป็นแก้วเข้าใจไหม” คราวนี้พี่พระเพลิงพูดบ้าง“เข้าใจแล้วค่าา” เราสามคนรับคำพร

  • พยัคฆ์มันรักน้อง   EP.50 : เผชิญหน้า

    และแล้ววันที่ฉันต้องเผชิญหน้ากับความจริงก็มาถึง วันนี้สาคูกับสายน้ำมาหาที่คอนโดตั้งแต่เช้า พวกนางจะไปเรียนพร้อมฉันโดยมีคุณพยัคฆ์ทำหน้าที่ขับรถให้ เขาเองก็มีเรียนเช้าเหมือนกัน จากที่กังวลว่าจะทำตัวยังไงตอนมาถึงมหาลัย แต่พอมีเพื่อนอยู่ด้วยโลกที่หนักอึ้งก็เบาลงทันที“ทำไมพี่ไม่ไปจอดหน้าตึกเราเลยล่ะ มาจอดตรงนี้กว่ายัยน้องจะเดินไปถึงตึกเดี๋ยวคนเขาก็มองนางหรอก” สาคูถามคนที่กำลังเปิดประตูรถ“ก็เดินไปพร้อมกันหมดนี่แหละ จะหลบตลอดไปไม่ได้หรอก เพื่อนเรามีเลือดนักสู้นะ จำวันนั้นไม่ได้หรือไง” คนบางคนว่าพร้อมพยักหน้าให้ฉันลงจากรถ“ก็ได้ ๆ” สาคูพยักหน้าให้เขาแล้วพูดกับฉันในประโยคต่อมา “ถ้ามีใครพูดไม่เข้าหูหรือล้ำเส้นเกินไปแกก็ซัดหน้ามันเลยนะยัยน้อง ถ้าสู้ไม่ไหวเดี๋ยวฉันช่วยรุม”“ฉันด้วย” สายน้ำเสริมทัพ คุณพยัคฆ์เห็นเราคุยกันก็แค่นขำออกมา คงเพราะไม่เคยเห็นมุมนี้ของพวกเรา

  • พยัคฆ์มันรักน้อง   EP.49 : (Mini NC) แค่นิดเดียว

    “น้องกลับห้องดีกว่าค่ะ” ว่าแล้วก็ทำท่าจะลุกออกจากเตียง แต่คนตัวใหญ่กว่าไม่ยอมผละออกจากตัวฉัน เขายังคงคร่อมฉันไว้ในท่วงท่าเดิม “คุณพยัคฆ์คะ น้องจะกลับห้องแล้ว”“นอนนี่แหละ” เหมือนเขาเพิ่งได้สติ มองหน้าฉันแล้วก็พูดบางอย่างต่อ “เวลาอื่นจะอยู่กันสองคนแทบไม่มีเลย”“แต่คืนนี้น้องไม่สะดวก”“สะดวกสิ แบบนี้แหละสะดวกดี”“คุณพยัคฆ์…” ประโยคแปลก ๆ กับเม็ดเหงื่อมากมายที่ผุดขึ้นตามกรอบหน้าเขาหยดลงมาใส่ฉันทำให้ความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว ทั้งที่เครื่องปรับอากาศก็ทำงานปกติดีแท้ ๆ แต่เขากลับมีเหงื่อชุ่มหน้าทั้งยังหายใจติดขัด“ขออะไรหน่อยได้ไหม”“ไม่ได้ค่ะ” ฉันตอบกลับทันควันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น วินาทีนั้นหัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามราวกับจังหวะรัวกลองในงานรับน้อง“

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status