LOGINช่วงบ่ายหลังกิจกรรมรับน้องจบลงทุกคนก็แยกย้ายกัน บ้างก็กลับห้อง บ้างก็ไปเที่ยวต่อ บ้างก็หาอะไรทำในมอเพราะวันนี้ไม่มีเรียน
“ไอ้ยัก มึงแอบมีเมียเหรอ กูเห็นนั่งจ้องจออมยิ้มคนเดียวมาหลายปีแล้วนะมึง”
“เออ เอาไปซุกไว้ที่ไหนวะ กูเสือกยังไงก็ไม่เจอ พามาเปิดตัวเลยนะไอ้ห่า จะเรียนจบอยู่แล้วไม่บอกเพื่อนบอกฝูงเลยว่าคบใครอยู่”
เสียงเพื่อนในกลุ่มว่าให้ผมขณะเดินเข้ามาหาผมที่นั่งโต๊ะม้าหินอ่อนรออยู่ข้างตึก ผมไม่ได้ตอบคำถามพวกมันแต่เบี่ยงตัวหลบไม่ให้พวกมันเห็นหน้าจอมือถือ ตอนนี้ผมกำลังดูคลิปวิดีโอที่ใครบางคนกำลังเต้นอยู่
“เดี๋ยวสักวันกูจะมอมเหล้ามึงแล้วเปิดดูให้ได้ว่ามึงซ่อนอะไรไว้ในมือถือ” พอผมไม่ให้ดูมันก็ขู่ผม
“เหี้ย หรือมันจะดูหนังโป๊” ไอ้มงคลว่า
“สัส!” ผมยันมันไปทีก่อนจะเก็บโทรศัพท์มือถือเข้ากระเป๋ากางเกง
“เออยัก ว่าแต่น้องสาวมึงนี่มีแฟนยังวะ” คราวนี้ไอ้บิ๊กถามขึ้น
“กูไม่เคยบอกพวกมึงว่ามีน้องสาวนะ” ผมไหวไหล่ใส่มันก่อนจะหันไปมองทางหนึ่งของถนนซึ่งมีใครบางคนกำลังเดินอยู่กับเพื่อน
“กวนตีนอีกแล้ว หวงน้องสาวเหรอมึงอะ” ไอ้บิ๊กยังไม่เลิกถาม พ่อผมกับพ่อพวกมันทำธุรกิจด้วยกันเราเลยต้องเป็นเพื่อนกันด้วย ทำให้พวกมันรู้อะไรหลายอย่างเกี่ยวกับครอบครัวของผม
“น้องน้องไง ลูกสาวบุญธรรมของบ้านมึงอะ” ไอ้มงคลคนขี้เสือกเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะหันไปทางที่ผมนั่งมองอยู่ “นั่นไง ขาวมาแต่ไกลเลย” มันว่าก่อนจะบุ้ยปากให้ไอ้บิ๊กมองตาม
“โห ออร่านางฟ้ามาเต็ม ว่าแต่น้องสาคูก็น่ารักอยู่นะ”
“กูว่าน้องน้ำน่ารักกว่า ตัวกลม ๆ ป้อม ๆ สเปกเลย”
“ไอ้ห่า ไปบอกสาวว่าชอบเขาเพราะตัวกลมมึงคิดว่าเขาจะให้อะไรมึงกลับมา ซาลาเปาหรือไง” พวกมันสองคนคุยกัน
“ส้นตีนสิครับ” ว่าแล้วก็หัวเราะกันเสียงดัง
“น้องเขาจะไปไหนกันวะ มึงชวนมานั่งนี่ดิยัก จะได้รู้จักกันไว้” ไอ้มงคลหันมาบอก ท่าทางมันจะสนใจยัยเน่ามากจนผมหมั่นไส้
“ไปร้านหนังสือ เอาคูปองไปแลก” ผมตอบมันขณะอ่านแคปชันหน้าไทม์ไลน์ของใครบางคนที่ถ่ายรูปคูปองร้านหนังสือลง
“แล้วน้องมึงจะลงประกวดดาวเดือนไหม กูว่าถ้าลงนะ ได้ชัวร์” ไอ้บิ๊กถามบ้าง
“ไม่ลง” ผมตอบขณะเปลี่ยนมาเลื่อนอ่านข้อความเก่า ๆ ของใครบางคนที่คุยกับรุ่นพี่คนหนึ่งเมื่อวันก่อน ตอนนี้ผมล็อกอินเข้าบัญชีโซเชียลนี้อยู่ ทางนั้นทักมาชวนเธอลงประกวดดาวเดือนซึ่งคนถูกชวนก็ตอบปฏิเสธไปอย่างสุภาพ
“มึงไม่ให้น้องมึงลงเหรอ” บางทีพวกมันก็ควรเกิดเป็นพ่อแม่ยัยเน่านะ เพิ่งเคยเห็นกันแค่วันนี้แท้ ๆ แต่อยากรู้เรื่องเขาไปเสียหมด ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าแนะนำให้รู้จักกันตั้งแต่มอปลายจะเป็นยังไง
“ยัยนั่นไม่ลงเอง”
“ทำไมเรียกน้องสาวตัวเองว่ายัยนั่น” เห็นไหม พวกมันขี้เสือกจริง ๆ
“ยัยนั่นไม่ใช่น้องสาวกู”
“มึงไม่ชอบน้องเขาเหรอ กูก็ว่าน่ารักดีออก ดูทรงแล้วนิสัยก็คงไม่แย่ น่าจะเป็นน้องสาวที่ดีอยู่นะ”
“น้องสาวที่ดีกับผีน่ะสิ”
“ทำไม อยู่บ้านมึงน้องเขาทำตัวไม่ดีเหรอ”
“เปล่า”
“หรือมึงเกลียดน้องเขาเพราะไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของพ่อแม่มึง ไอ้นี่ขี้อิจฉาว่ะ”
“แล้วพวกมึงจะมาสัมภาษณ์กูทำห่าอะไรครับ ถามขนาดนี้ไม่รับยัยนั่นเป็นลูกเองเลยล่ะ” คราวนี้ผมย่นคิ้วมองพวกมันทั้งคู่ที่กำลังนั่งกอดอกจ้องหน้าผมอยู่ ท่าทางจริงจังกว่าตอนนั่งฟังอาจารย์สอนทำให้ผมอยากตบกบาลพวกมันคนละป้าบ
“ไม่เป็นพ่อได้ปะอยากเป็นแฟนอะ” ไอ้บิ๊กทำหน้าทะเล้นใส่
“เป็นแฟนกับส้นตีนกูนี่ เดี๋ยวกูถีบไปโน่นเลย” ผมว่ามันก่อนจะเตะขามันไปหนึ่งที
“อ้าว? ไอ้เหี้ยแฮคใช่ป่าววะนั่น” คราวนี้ไอ้มงคลทำให้ผมกับไอ้บิ๊กต้องหันไปมองตาม “น้องมึงรู้จักมันเหรอ” มันถามผมต่อ
“เดี๋ยวกูมานะ” พอเห็นว่าใครบางคนเดินตามไอ้แฮคไปพร้อมกับเพื่อนของเธอผมก็ลุกขึ้น
“มึงจะไปไหน หวงน้องสาวจนออกนอกหน้าเดี๋ยวไอ้เวรนั่นก็กวนตีนกลับหรอก” ไอ้มงคลรีบคว้ามือผมไว้ มันมองตามทางที่ยัยเน่ากับเพื่อนกำลังเดินไป
“แต่กูว่ากันไว้ดีกว่าแก้นะ ถ้าไอ้เหี้ยนั่นหลอกแดกน้องน้องขึ้นมาจะทำยังไง” ไอ้บิ๊กพูดเข้าหูจนผมต้องยกนิ้วโป้งสองข้างให้มัน “ต้องคนดีอย่างกูนี่ ถ้ามึงยกน้องน้องให้ กูจะดูแลอย่างดีเลย” แต่ประโยคต่อมาของมันกลับไม่รื่นหูผมเท่าไร
“พอเลยมึง หยุดความคิดนั้นไว้ซะ ไม่งั้นกูให้ไอ้เพลิงไปล่อน้องมึงแน่” คำพูดของผมทำให้มันยกมือขึ้นยอมแพ้ แน่นอนว่ากลุ่มเราตกลงกันไว้ว่าห้ามแตะต้องพี่สาวหรือน้องสาวของกันและกัน
“แต่มึงบอกว่าน้องน้องไม่ใช่น้องสาวมึงนี่ งั้นกูล่อได้”
“ล่อตีนกูก่อนไหม” ว่าแล้วก็ไล่กระทืบมันที่กระโดดหนีผมราวกับรู้ทัน
__________
>>> ฝากอีบุ๊กรุ่นพ่อแม่ ปู่ย่า และรุ่นทวดด้วยนะคะ
- รักนี้ต้องรีเทิร์น (แนวแฟนเก่า+หลัวชั่ว)
- ของเล่นชิ้นสุดท้ายของนายวายร้าย (แนวไอ้โบ้ค่ะ เมียหนี)
- ร้ายแลกรัก (แนวปากหนัก ปากแข็ง โบ้ยกกำลังสอง)
- อาถรรพ์ลานเกียร์ (แนวรักวัยรุ่นโรแมนติก ยิ้มแก้มแตก)
***แจ้งก่อนว่าอีบุ๊กเรื่องเก่า ๆ เนื้อหาอาจมีคำผิดและการจัดหน้าที่ดูขัดตา เพราะตอนนั้ันไรท์ไม่ได้ให้ร้านทำให้ค่ะ ทำเองทุกอย่าง แต่กำลังตามแก้ไข และจะแก้ให้ครบทุกเรื่องค่ะ***
“พ่อกับแม่เรียกน้องเหรอคะ” ฉันเดินไปนั่งโซฟาตรงข้ามพ่อกับแม่แล้วถามขึ้น“ใช่จ้ะ แม่กับพ่อมีเรื่องสำคัญอยากคุยกับน้อง” แม่ตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ทว่าแววตาท่านกลับมีบางอย่างแฝงอยู่ คล้ายกับว่าลังเลที่จะพูด“เมื่อวานพ่อพาคนงานไปทำศาลาให้วัดแถวบ้านมาน่ะ แล้วก็ไปเจอกับหลวงพ่อรูปหนึ่ง” พ่อพูดราวกับกำลังชั่งใจว่าจะพูดต่อดีไหม“พ่อกับแม่พูดมาเถอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรน้องจะค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ ตัดสินใจ” ฉันส่งยิ้มให้พวกท่าน“พ่อไปเจอพ่อกับแม่ของน้องมาน่ะ พ่อแม่แท้ ๆ ของน้อง”“…” พ่อแม่แท้ ๆ ของฉันงั้นเหรอ? พอได้ยินแบบนี้ก็สับสน ไม่รู้ว่าตัวเองควรรู้สึกยังไง ต้องทำตัวแบบไหน แล้วถ้าเป็นแบบนี้ พ่อกับแม่จะส่งฉันกลับไปหรือเปล่า หลายอย่างในหัวตีกันไปหมด ทุกอย่างมันอื้ออึงจนคิดอะไรไม่ออกว่าต้องพูดอะไรเมื่อได้ฟังเรื่องนี้&ldqu
“เรา… เข้าใกล้กันให้มากกว่านี้ดีไหม” เสียงแหบเอ่ยถามขณะเคลื่อนใบหน้าขึ้นมาสบตากัน “ยักอยากเข้าใกล้น้องให้มากกว่านี้”“ค่ะ”“ขอบคุณครับ”ฉันหลับตาลงช้า ๆ เพื่อรับรสจูบละมุนที่ป้อนลงมา เรากลืนกินกันและกัน โอบกอดกันและกันเอาไว้อยู่เนิ่นนาน กระทั่งอิ่มเอมจากความหวานล้ำจึงผละออก มือใหญ่กระตุกแขนสองข้างให้ลุกนั่งตรงหน้าเขา เราสบตากันอีกครั้งก่อนจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าของกันและกันออก เสื้อนอนตัวบางถูกคนตรงหน้าปลดกระดุมออกทีละเม็ดอย่างเชื่องช้า ในขณะเดียวกันเสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่ก็ถูกฉันค่อย ๆ ถลกขึ้นทางศีรษะเขา และดึงมันออกมากองอยู่ข้างตัว วินาทีที่ท่อนบนของเราเปลือยเปล่าต่อหน้ากัน หัวใจฉันมันเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง สายตาของเราทั้งคู่ต่างไล่มองกันตั้งแต่ลำคอ หัวไหล่ เนินเนื้อเปลือยเปล่า และไล่ลงต่ำเรื่อย ๆ มาจนถึงหน้าท้อง เมื่อดึงสายตากลับมาประสานกันอีกครั้ง ความร้อนมากมายก็แผ่ซ่านไปทั่วใบหน้า
ซ่าา!สายน้ำเย็นยามดึกไหลลงมากระทบผิวกายทำให้อาการมึนหัวหายไปและรู้สึกสบายตัวขึ้น วันนี้ฉันไม่ดื่มเยอะเพราะเข็ดจากวันนั้น วันที่อ้วกใส่รถคุณพยัคฆ์ ตอนนั่งที่โต๊ะเลยดื่มแค่พันซ์กับแอลกอฮอล์ที่สาคูส่งให้ครึ่งแก้ว ทำให้ไม่เมาเหมือนคนอื่นแต่มึนหัวนิดหน่อย พอได้อาบน้ำเย็น ๆ ก็กลับมาเป็นปกติ“ได้กลิ่นสบู่หอม ๆ แล้วสดชื่นดีแฮะ” ฉันเช็ดเนื้อเช็ดตัวเสร็จ พันผ้าเช็ดตัวรอบตัวแล้วเดินออกจากห้องน้ำ แต่พอจะแกะผ้าออกก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อใครบางคนเปิดประตูห้องฉันเข้ามาพอดี “คุณพยัคฆ์!”“…” คนที่ก้าวเข้ามาในห้องชะงักกึกทั้งยังมองมาที่ฉันราวกับว่าเขาเองก็ตกใจเหมือนกัน“เข้ามาทำไมคะ”“ส่งข้อความมาแล้วเธอไม่อ่านก็เลยโทรหา เห็นเธอไม่รับสายเลยเข้ามาดู” เขาตอบทั้งที่สายตายังจับจ้องมาที่ฉัน“น้องอาบน้ำอยู่ค่ะเลยไม่ได้ยินเสียงโทรศ
หนึ่งปีต่อมา…♪ ♬ ♫〜 “…แฮปปี้เบิร์ด เดย์ ทู ยู~” สิ้นเสียงเพลงฉันก็หลับตาลงอธิษฐานก่อนจะเป่าเทียนที่ปักอยู่บนเค้กวันเกิด ปีนี้ฉันอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์แล้ว ความจริงวันเกิดของฉันผ่านมาได้สองวันแล้ว แต่เรายุ่งกับเรื่องเรียนและกิจกรรมต่าง ๆ เลยทำให้ไม่มีเวลาฉลองกัน วันเกิดปีนี้ฉันเข้าผับได้พอดี สาคูกับสายน้ำอยากมาที่นี่นานแล้วเราเลยตกลงจัดงานวันเกิดฉันที่นี่ ส่วนแขกที่มาน่ะเหรอ… พี่บิ๊ก พี่มงคล พี่ซีน พี่พระพาย พี่พระเพลิง แล้วก็คุณพยัคฆ์“สาว ๆ ดื่มแค่พอไหวกันนะ อย่าฝืนดื่มเกินไป แล้วก็อย่าลุกออกจากโต๊ะไปไหนคนเดียวด้วย” พี่พระพายเอ่ยขึ้น“รับทราบค่ะท่านพ่อ” เราสามคนพูดขึ้นพร้อมกัน ทำให้โดนเคาะหัวไปคนละที“อย่ารับเครื่องดื่มจากคนแปลกหน้า โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่มาเป็นแก้วเข้าใจไหม” คราวนี้พี่พระเพลิงพูดบ้าง“เข้าใจแล้วค่าา” เราสามคนรับคำพร
และแล้ววันที่ฉันต้องเผชิญหน้ากับความจริงก็มาถึง วันนี้สาคูกับสายน้ำมาหาที่คอนโดตั้งแต่เช้า พวกนางจะไปเรียนพร้อมฉันโดยมีคุณพยัคฆ์ทำหน้าที่ขับรถให้ เขาเองก็มีเรียนเช้าเหมือนกัน จากที่กังวลว่าจะทำตัวยังไงตอนมาถึงมหาลัย แต่พอมีเพื่อนอยู่ด้วยโลกที่หนักอึ้งก็เบาลงทันที“ทำไมพี่ไม่ไปจอดหน้าตึกเราเลยล่ะ มาจอดตรงนี้กว่ายัยน้องจะเดินไปถึงตึกเดี๋ยวคนเขาก็มองนางหรอก” สาคูถามคนที่กำลังเปิดประตูรถ“ก็เดินไปพร้อมกันหมดนี่แหละ จะหลบตลอดไปไม่ได้หรอก เพื่อนเรามีเลือดนักสู้นะ จำวันนั้นไม่ได้หรือไง” คนบางคนว่าพร้อมพยักหน้าให้ฉันลงจากรถ“ก็ได้ ๆ” สาคูพยักหน้าให้เขาแล้วพูดกับฉันในประโยคต่อมา “ถ้ามีใครพูดไม่เข้าหูหรือล้ำเส้นเกินไปแกก็ซัดหน้ามันเลยนะยัยน้อง ถ้าสู้ไม่ไหวเดี๋ยวฉันช่วยรุม”“ฉันด้วย” สายน้ำเสริมทัพ คุณพยัคฆ์เห็นเราคุยกันก็แค่นขำออกมา คงเพราะไม่เคยเห็นมุมนี้ของพวกเรา
“น้องกลับห้องดีกว่าค่ะ” ว่าแล้วก็ทำท่าจะลุกออกจากเตียง แต่คนตัวใหญ่กว่าไม่ยอมผละออกจากตัวฉัน เขายังคงคร่อมฉันไว้ในท่วงท่าเดิม “คุณพยัคฆ์คะ น้องจะกลับห้องแล้ว”“นอนนี่แหละ” เหมือนเขาเพิ่งได้สติ มองหน้าฉันแล้วก็พูดบางอย่างต่อ “เวลาอื่นจะอยู่กันสองคนแทบไม่มีเลย”“แต่คืนนี้น้องไม่สะดวก”“สะดวกสิ แบบนี้แหละสะดวกดี”“คุณพยัคฆ์…” ประโยคแปลก ๆ กับเม็ดเหงื่อมากมายที่ผุดขึ้นตามกรอบหน้าเขาหยดลงมาใส่ฉันทำให้ความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว ทั้งที่เครื่องปรับอากาศก็ทำงานปกติดีแท้ ๆ แต่เขากลับมีเหงื่อชุ่มหน้าทั้งยังหายใจติดขัด“ขออะไรหน่อยได้ไหม”“ไม่ได้ค่ะ” ฉันตอบกลับทันควันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น วินาทีนั้นหัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามราวกับจังหวะรัวกลองในงานรับน้อง“







