LOGIN
เสียงประทัดดังสนั่นสลับกับเสียงดนตรีมงคลที่บรรเลงครึกครื้นไปทั่วจวนสกุลเซี่ย ภายนอกเต็มไปด้วยแขกเหรื่อและคำอวยพร ทว่าภายในห้องของเจ้าสาวกลับเงียบงันเสียจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ
ใต้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงปักลายหงส์ทอง เซี่ยหว่านหว่านค่อยๆ ลืมตาขึ้น
ความทรงจำมากมายที่ไม่ใช่ของนางไหลบ่าเข้ามาในหัวราวกับกระแสน้ำเชี่ยว หากเป็นคนธรรมดาคงตกใจจนทำอะไรไม่ถูกไปแล้ว ทว่านางกลับใช้เวลาไม่นานนักในการเรียบเรียงทุกอย่าง ก่อนจะได้ข้อสรุปสั้นๆ ที่ทำให้อยากถอนหายใจ
นางทะลุมิติมาแล้ว จากนักเจรจาและนักวางกลยุทธ์ในยุคปัจจุบัน กลายมาเป็นเซี่ยหว่านหว่าน บุตรสาวของอนุภรรยาในตระกูลขุนนาง ผู้มีสถานะไม่ต่างจากคนไร้ตัวตนในจวนสกุลเซี่ย
ชีวิตก่อนหน้านี้ นางมีคติประจำใจเรียบง่ายมาก
เรื่องไหนนอนแก้ได้ให้นอน เรื่องไหนใช้สมองแก้ได้ก็อย่าเสียแรง และหากเรื่องไหนหลีกเลี่ยงได้ นางยินดีหลีกไปนอนนับเงินเงียบๆ มากกว่าจะวิ่งเข้าไปหาความวุ่นวาย
น่าเสียดายที่สถานการณ์ตรงหน้าดูเหมือนจะไม่เปิดโอกาสให้นางทำเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย
หว่านหว่านหลับตาลงอีกครั้ง พลางทบทวนความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมอย่างละเอียด
เดิมทีตระกูลเซี่ยได้รับพระราชโองการให้ส่งบุตรสาวเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับฉินอ๋อง หลี่โม่ โอรสของฮ่องเต้ผู้เคยมีชื่อเสียงโดดเด่นทั้งด้านการทหารและอำนาจในราชสำนัก
ทว่าหลังจากฉินอ๋องประสบเหตุจนขาทั้งสองข้างมีปัญหา ไม่อาจเดินเหินได้เช่นคนปกติ สถานการณ์ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
อำนาจในมือของเขาถูกลดทอน ขุนนางที่เคยเข้าหาต่างเริ่มถอยห่าง ฝ่ายตรงข้ามจับตามองทุกความเคลื่อนไหว แม้แต่ผู้คนในเมืองหลวงยังลือกันว่าจวนฉินอ๋องอาจกลายเป็นหลุมศพของผู้ที่เลือกยืนผิดฝ่ายได้ทุกเมื่อ
สกุลเซี่ยจึงไม่ยอมส่งคุณหนูใหญ่ บุตรสาวของภรรยาเอกผู้เป็นแก้วตาดวงใจเข้ามาเสี่ยงอย่างเด็ดขาด
และผู้ที่ถูกเลือกให้รับเคราะห์แทนก็คือเซี่ยหว่านหว่าน
บุตรสาวของอนุภรรยาที่มารดาเสียชีวิตไปแล้ว และแทบไม่มีผู้ใดในตระกูลเห็นความสำคัญ
“แต่งแทนก็ช่างเถอะ”
หว่านหว่านพึมพำเบาๆ ใต้ผ้าคลุมหน้า ก่อนยกมือแตะบริเวณหน้าท้องที่ยังรู้สึกปั่นป่วนอยู่เล็กน้อย
“แต่ถึงกับกรอกยาพิษใส่ปากก่อนส่งขึ้นเกี้ยว นี่มันเกินไปหน่อยกระมัง”
ก่อนออกจากจวนสกุลเซี่ย นางถูกบังคับให้กินยาพิษชนิดหนึ่ง
หว่านหว่านไม่รู้ว่ามันคือพิษอะไร เพราะเจ้าของร่างเดิมเองก็ไม่รู้เรื่องยาและพิษแม้แต่น้อย รู้เพียงคำข่มขู่ที่อีกฝ่ายจงใจบอกเอาไว้
ยาพิษชนิดนี้จะค่อยๆ กำเริบตามเวลา และจำเป็นต้องได้รับยาถอนพิษเป็นระยะ
หากนางต้องการมีชีวิตอยู่ต่อไป ก็ต้องส่งข่าวความเคลื่อนไหวภายในจวนฉินอ๋องกลับไปให้สกุลเซี่ยทุกครึ่งเดือน
แต่หว่านหว่านไม่ได้คิดจะส่งความลับสำคัญของจวนออกไปจริง ๆ อย่างมากนางก็จะส่งเพียงข่าวทั่วไปที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย เพื่อประคองสถานการณ์และทำให้สกุลเซี่ยยังเชื่อว่านางอยู่ใต้อำนาจของพิษ จนกว่าจะหาทางหลุดพ้นจากการควบคุมนี้ได้
หากไม่เชื่อฟัง ยาถอนพิษจะไม่ถูกส่งมา ง่าย กระชับ และสกปรกอย่างยิ่ง หว่านหว่านหัวเราะในลำคอ
“เอาชีวิตคนมาผูกไว้กับยาถอนพิษเพื่อบังคับให้เป็นสายลับ วิธีของพวกเจ้าช่างประหยัดความคิดเสียจริง”
แต่ถึงจะไม่พอใจเพียงใด นางก็ยังรู้ว่าเวลานี้ไม่ใช่จังหวะเหมาะที่จะพลิกโต๊ะ
ในเมื่อยังไม่รู้จักโลกใบนี้ดีพอ ไม่รู้ว่าพิษในร่างคืออะไร และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจวนฉินอ๋องที่กำลังจะเข้าไปอยู่นั้นมีสถานการณ์เช่นไร การรีบร้อนหักหน้าสกุลเซี่ยตั้งแต่ตอนนี้ไม่ต่างจากเอาชีวิตไปโยนทิ้ง
ดังนั้นนางจึงแกล้งรับปาก เอาตัวรอดก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน ส่วนบัญชีแค้นนั้น นางไม่รีบ
นางไม่ใช่คนประเภทถูกตบหนึ่งครั้งแล้วต้องรีบวิ่งกลับไปตบคืนในทันทีให้เหนื่อยเปล่า
ถ้าจะเอาคืนทั้งที ก็ควรรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วคิดต้นคิดดอกให้ครบถ้วน
ดีที่สุดคือให้อีกฝ่ายเจ็บจนจำโดยที่นางแทบไม่ต้องออกแรง แค่คิด หว่านหว่านก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อย แต่ความสงบของนางอยู่ได้ไม่นาน
เสียงประตูห้องเปิดออก ตามมาด้วยเสียงล้อรถเข็นไม้บดผ่านพื้น
ครืด...
ครืด...
หว่านหว่านหยุดความคิดทั้งหมดทันที เสียงล้อค่อยๆ ใกล้เข้ามา ก่อนหยุดลงไม่ไกลจากเตียงมงคล
ภายในห้องเงียบสนิท ครู่หนึ่งจึงมีเสียงบุรุษดังขึ้น
“คุณหนูใหญ่สกุลเซี่ยรูปร่างเล็กลงตั้งแต่เมื่อใดกัน”
หว่านหว่านชะงัก เพียงประโยคเดียว นางก็เข้าใจทันที
ถูกจับได้แล้ว
ไม่สิ บางทีเขาอาจรู้มาตั้งแต่ก่อนนางก้าวเข้าประตูจวนด้วยซ้ำ
“หรือเปิ่นหวางควรเรียกเจ้าว่า... คุณหนูรองเซี่ยหว่านหว่าน”
น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบจนยากจะคาดเดาอารมณ์
หว่านหว่านเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยกมือขึ้นปลดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวด้วยตนเองอย่างไม่รีบร้อน
ผ้าแดงเลื่อนพ้นใบหน้า เผยให้เห็นบุรุษที่นั่งอยู่บนรถเข็นตรงหน้า
ฉินอ๋อง หลี่โม่ ใบหน้าของเขาคมคาย หล่อเหลา แต่เย็นชาเสียจนความงามนั้นให้ความรู้สึกอันตรายมากกว่าน่าชื่นชม ชุดมงคลสีแดงเข้มไม่ได้ทำให้บุคลิกของเขาอ่อนลงแม้แต่น้อย โดยเฉพาะดวงตาคมกริบที่กำลังมองนางราวกับต้องการแยกทุกความคิดในหัวออกมาดูทีละชิ้น
หว่านหว่านมองเขาเพียงครู่เดียวก็ย่อตัวลงตามธรรมเนียม
“ถวายบังคมเพคะท่านอ๋อง”
หลี่โม่ไม่ได้บอกให้นางลุก
“เจ้ายอมรับง่ายกว่าที่เปิ่นหวางคิด”
“ในเมื่อท่านอ๋องทรงทราบอยู่แล้ว หม่อมฉันโกหกต่อก็เหนื่อยเปล่าเพคะ”
คิ้วของหลี่โม่ขยับเล็กน้อย คำตอบนี้ไม่เหมือนสิ่งที่เขาคาดไว้
ก่อนเกี้ยวเจ้าสาวจะมาถึงจวน เขาได้รับรายงานแล้วว่าผู้ที่อยู่ในเกี้ยวไม่ใช่คุณหนูใหญ่สกุลเซี่ย
เขาจึงจงใจไม่ขัดขวาง
สกุลเซี่ยกล้าสับเปลี่ยนเจ้าสาวใต้พระราชโองการ ย่อมหมายความว่ามีจุดประสงค์บางอย่างซ่อนอยู่
และแทนที่จะรีบเปิดโปง เขากลับอยากรู้มากกว่าว่าคนเหล่านั้นคิดจะเล่นอะไร
โดยเฉพาะสตรีตรงหน้า
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าสกุลเซี่ยทำเช่นนี้เท่ากับหลอกลวงเบื้องสูง”
“ทราบเพคะ”
“แล้วยังกล้ามา”
หว่านหว่านเงยหน้าขึ้น “หากหม่อมฉันไม่มา เกรงว่าคงไม่มีชีวิตมานั่งตอบคำถามท่านอ๋องตรงนี้แล้วเพคะ”
คำตอบตรงเกินไปจนภายในห้องเงียบลงอีกครั้ง
หลี่โม่หรี่ตามองนาง
“หมายความว่าอย่างไร”
หว่านหว่านสบตาเขา ก่อนตอบอย่างระมัดระวัง “หมายความตามที่พูดเพคะ หม่อมฉันไม่ได้มีสิทธิ์เลือกมากนัก”
นางยังไม่คิดเปิดเผยเรื่องยาพิษ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้
นางไม่รู้ว่าหลี่โม่เชื่อใจได้มากเพียงใด และยิ่งไม่รู้ว่าหากเขารู้ว่านางถูกบังคับให้ส่งข่าวให้สกุลเซี่ย เขาจะมองนางเป็นเหยื่อหรือกำจัดนางทิ้งเพื่อความปลอดภัย
ความลับบางอย่างควรเก็บไว้เป็นไพ่ในมือก่อน
หลี่โม่มองนางนิ่งๆ ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักทุกถ้อยคำ
“สกุลเซี่ยส่งเจ้ามาทำอะไร”
“แต่งงานกับท่านอ๋องเพคะ”
“เปิ่นหวางไม่ได้ถามเรื่องนั้น”
“แต่เรื่องอื่นหม่อมฉันยังไม่สะดวกตอบเพคะ”
“จะนอนกลางวัน”“ข้าจะพาไป”“จะตรวจบัญชี”“ข้านั่งข้างๆ”หว่านหว่านถอนหายใจ“ท่านอ๋อง”“อืม”“ท่านไม่มีงานทำหรือ”“มี”“แล้วทำไมไม่ทำ”หลี่โม่ตอบหน้าตาเฉย“ภรรยาสำคัญกว่า”หว่านหว่านเถียงไม่ออก นางจึงหยิบองุ่นเข้าปากแทน“ตามใจจนหม่อมฉันจะเสียคนแล้วเพคะ”“เสียก็เสีย”“ถ้าวันหนึ่งหม่อมฉันไม่ยอมทำอะไรเลยเล่า”“ข้าเลี้ยง”“ถ้าหม่อมฉันใช้เงินเก่งมาก”“ข้าหาเพิ่ม”“ถ้าหม่อมฉันเอาแต่นอน”“ข้าหาหมอนให้”หว่านหว่านเงียบ ก่อนยื่นมือไปหยิกแก้มเขา“ท่านนี่หมดทางรักษาแล้วจริงๆ”หลี่โม่จับมือนางไว้“ไม่ต้องรักษา”“ข้าเป็นเช่นนี้กับเจ้าเพียงคนเดียว”หว่านหว่านมองเขาหนึ่งปีผ่านไปแล้ว แต่บุรุษคนนี้ยังคงพูดประโยคที่ทำให้นางเถียงไม่ออกได้เสมอยามเย็น แสงอาทิตย์ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีส้มหว่านหว่านเดินช้าๆ อยู่ริมชายหาด หลี่โม่อยู่ข้างกาย มือหนึ่งของเขาจับมือนาง อีกมือคอยประคองเมื่อพื้นทรายไม่เรียบ“หม่อมฉันเดินเองได้เพคะ”“รู้”“แล้วประคองทำไม”“อยากประคอง”“ท่านเถียงเก่งขึ้นนะ”“อยู่กับเจ้ามานาน”“โทษหม่อมฉันอีกแล้ว”“เป็นความดีความชอบ”หว่านหว่านหัวเราะ ทั้งคู่เดินต่อไปเรื่อย ๆ คลื่นทะเลซัดเข้าหาฝั่งแล้วถ
“ผ่านมาตั้งหนึ่งปีแล้ว เหตุใดยังถามเรื่องนี้อีก”“อยากฟัง”“ท่านชนะ”“เทียบกับการนอน”หว่านหว่านหรี่ตา“อย่าได้คืบจะเอาศอกนะเพคะ”หลี่โม่หัวเราะ ก่อนวางถาดลงบนโต๊ะ เขาหยิบสมุดบัญชีออกจากมือนางหว่านหว่านรีบคว้า“ยังอ่านไม่จบ”“พรุ่งนี้ค่อยอ่าน”“แต่กำไรเดือนนี้...”“ไม่หนีไปไหน”“ท่านรู้ได้อย่างไร”“เพราะคนดูแลกิจการของเจ้าส่งรายงานมาแล้วว่า ทุกอย่างปกติ”หว่านหว่านหรี่ตา“ท่านแอบอ่านรายงานของหม่อมฉัน”“วางอยู่บนโต๊ะ”“ก็ไม่ควรอ่าน”“ข้าอ่านเพียงหน้าแรก”“หน้าแรกมีตัวเลขกำไร”“อืม”“เห็นหรือไม่”“เห็น”หว่านหว่านยิ้มอย่างภาคภูมิใจ“เยอะใช่ไหมเพคะ”หลี่โม่มองสีหน้าของนางแล้วหลุดยิ้ม“เยอะ”“ดังนั้นหม่อมฉันถึงต้องตรวจ”“แต่เจ้าตรวจมาสามชั่วยามแล้ว”“เพราะตัวเลขสวย”“หว่านหว่าน”“เพคะ”“ถ้าเจ้าจ้องมันต่อ เงินก็ไม่เพิ่มขึ้นเอง”นางคิดตาม“มีเหตุผล”จากนั้นเอนตัวกลับลงไปอย่างง่ายดาย“เช่นนั้นพัก”หลี่โม่หัวเราะ“เชื่อง่ายขนาดนี้”“หม่อมฉันเป็นคนมีเหตุผล”“เจ้าขี้เกียจแล้วต่างหาก”หว่านหว่านยกพัดขึ้นชี้เขา“ระวังคำพูดด้วยเพคะ”“ข้าพูดผิดหรือ”“หม่อมฉันไม่ได้ขี้เกียจ”“อืม”“หม่อมฉันเพียงไม่
นางยิ้ม คำสัญญานี้ เขาเคยพูดกับนางมาแล้ว และพิสูจน์ด้วยการกระทำมาตลอด หว่านหว่านจึงจับมือเขา“หม่อมฉันก็เหมือนกันเพคะ”“เรื่องใช้ดาบเป็นหน้าที่ท่าน”“เรื่องใช้สมองเจรจาและหาเงิน หม่อมฉันช่วย”“ส่วนเรื่องนอน...”หลี่โม่ตอบทันที“เป็นหน้าที่เจ้า”“ถูกต้องเพคะ” ทั้งคู่หัวเราะพร้อมกันหลังพิธีเสร็จสิ้น หลี่โม่พาหว่านหว่านออกไปยังระเบียงด้านนอกคืนนี้ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ดวงจันทร์ส่องแสงอยู่เหนือหลังคาจวน โคมสีแดงนับร้อยดวงไหวตามสายลม หว่านหว่านยืนพิงราวระเบียง หลี่โม่คลุมเสื้อคลุมให้นางจากด้านหลัง“หนาวหรือไม่”“นิดหน่อยเพคะ”เขาจึงโอบนางไว้ หว่านหว่านเอนหลังพิงอกเขา“ท่านอ๋อง”“อืม”“หลังจากนี้เราใช้ชีวิตสงบๆ ได้แล้วใช่ไหม”หลี่โม่คิดอยู่ครู่หนึ่ง“ตราบใดที่ไม่มีใครมาหาเรื่อง”หว่านหว่านถอนหายใจ“ถ้ามีอีกเล่า”“จัดการ”“แล้วกลับมานอน”“อืม”“หาเงิน”“อืม”“นับเงิน”“อืม”นางยิ้ม“ดีเพคะ”หลี่โม่ก้มลงกระซิบข้างหู“แล้วข้า”หว่านหว่านหันไปมอง“อะไรเพคะ”“ในแผนชีวิตของเจ้าไม่มีข้าหรือ”หว่านหว่านหัวเราะ“มีสิ”“อยู่ตรงไหน”นางจับมือที่โอบเอวตนไว้“อยู่ข้างๆ หม่อมฉันนี่แหละ”หลี่โม่มองนาง“ตลอดไ
หลี่โม่ขยับมือ“ตรงนี้”“อืม”“ดีหรือ”“ดีมาก”“เช่นนั้นงานแต่งยังน่าเบื่ออยู่หรือไม่”“น่าเบื่อเพคะ”“...”“แต่เจ้าบ่าวใช้ได้”หลี่โม่หัวเราะในลำคอ“แค่ใช้ได้”หว่านหว่านลืมตา“หล่อ”“แล้ว”“รวย”“แล้ว”“เดินได้แล้ว”หลี่โม่หรี่ตา“หว่านหว่าน”นางหัวเราะ ก่อนจับมือเขาไว้“แล้วก็รักหม่อมฉันมาก”คราวนี้เขาไม่เถียง“อืม”หว่านหว่านมองเขา“มากเพียงใด”หลี่โม่ตอบเรียบ ๆ“มากพอที่จะรู้ว่าชีวิตนี้ไม่ต้องการคนอื่นอีกแล้ว” รอยยิ้มบนใบหน้าของหว่านหว่านค่อยๆ อ่อนลง คำพูดเมื่อกลางวัน นางได้ยินทุกคำ“เรื่องพระชายารองกับอนุ”“อืม”“ท่านไม่จำเป็นต้องพูดต่อหน้าคนมากขนาดนั้นก็ได้”“จำเป็น”“ทำไม”หลี่โม่จับมือนาง“เพราะข้าไม่อยากให้ใครคิดว่า วันหนึ่งตำแหน่งข้างกายข้ายังว่างสำหรับคนอื่น”หว่านหว่านนิ่ง“ตำแหน่งนั้นเป็นของเจ้า”“ตั้งแต่เมื่อไรเพคะ”หลี่โม่คิด“ถ้าถามตามกฎหมาย ตั้งแต่ครั้งแรกที่แต่ง”“หม่อมฉันไม่ได้ถามตามกฎหมาย”“ถ้าเช่นนั้น...”เขามองนาง“ข้าก็ไม่รู้”“ไม่รู้”“อืม”“รู้ตัวอีกที ข้าก็ไม่อยากให้ชายอื่นเข้าใกล้เจ้า”หว่านหว่านหัวเราะ“ตอนนั้นยังบอกว่าเป็นเรื่องความปลอดภัยอยู่เลย”“ข้าจำไ
“คราวนี้ใกล้จริงๆ เพคะ”หว่านหว่านมองมงกุฎบนศีรษะผ่านกระจก“มันหนักเท่าไร”“หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ”“ข้ารู้สึกว่าถ้าเพิ่มอีกชิ้น คอข้าจะหัก”เสี่ยวชิงกลั้นหัวเราะ“วันนี้เป็นวันมงคลนะเพคะ”“วันมงคลไม่ควรทำให้เจ้าสาวคอหักสิ” คนในห้องหลุดหัวเราะกันเบาๆ หว่านหว่านถอนหายใจ“แต่งครั้งแรกก็เหนื่อย”“แต่งครั้งที่สองก็ยังเหนื่อย”เสี่ยวชิงถามยิ้มๆ“เช่นนั้นพระชายาเสียพระทัยหรือไม่เพคะ”หว่านหว่านชะงัก ก่อนมองเงาตัวเองในกระจก ชุดเจ้าสาวสีแดงมงกุฎหงส์ เครื่องประดับ ทุกอย่างคล้ายคืนแรกที่นางลืมตาขึ้นมาในโลกใบนี้ แต่ความรู้สึกกลับต่างกันโดยสิ้นเชิงวันนั้นนางไม่รู้ว่าตนเองจะรอดหรือไม่ ในท้องยังมีพิษที่ไม่รู้จัก สกุลเซี่ยกำลังใช้ชีวิตนางเป็นเครื่องมือเจ้าบ่าวก็รู้ตั้งแต่แรกว่านางไม่ใช่เจ้าสาวที่ควรถูกส่งมา และกำลังรอดูว่านางมีแผนอะไรคนสองคนในวันนั้น ไม่มีใครไว้ใจใคร หว่านหว่านยิ้มบางๆ“ไม่เสียใจ”เสี่ยวชิงมองนาง“เหนื่อยก็ส่วนเหนื่อย”“แต่อยากแต่งก็ส่วนอยากแต่ง”คราวนี้เสียงหัวเราะในห้องดังขึ้นกว่าเดิม พิธีดำเนินไปตามธรรมเนียมอย่างสมพระเกียรติแขกจากราชสำนักและตระกูลต่างๆ มาร่วมแสดงความยินดีหลี่โ
“คลั่งรัก”หลี่โม่ตอบทันที“เพิ่งรู้หรือ”หว่านหว่านหัวเราะออกมา ก่อนเอนตัวพิงไหล่เขาอย่างสบายใจ ความรู้สึกในวันนี้แตกต่างจากทุกวันที่ผ่านมาไม่มีใครตามจับผิดไม่มีพิษที่ต้องรอยากดอาการทุกครึ่งเดือนไม่มีความลับเรื่องขาของหลี่โม่ที่ต้องคอยระวังไม่มีสายลับในจวนไม่มีแผนใส่ร้ายที่ต้องคอยรับมืออย่างน้อย พวกเขาก็สามารถหายใจได้เต็มปอดเสียที หลี่โม่ก้มมองนาง“เหนื่อยหรือ”“มากเพคะ”“นอนเถอะ”“ยังไม่ได้”“ทำไม”หว่านหว่านลืมตา“เรายังมีเรื่องหนึ่งที่ไม่ได้จัดการ”“เรื่องอะไร”นางมองเขาอย่างมีเลศนัย“งานแต่งของเรา”หลี่โม่ชะงัก งานแต่งครั้งแรกเกิดขึ้นเพราะพระราชโองการ หว่านหว่านถูกส่งมาแทนคุณหนูใหญ่ นางไม่เต็มใจ เขาเองก็รู้ตั้งแต่ต้นว่าเจ้าสาวถูกสับเปลี่ยนและตั้งใจเก็บนางไว้เพื่อดูว่าสกุลเซี่ยคิดทำอะไรในคืนนั้นไม่มีความรัก มีแต่การหยั่งเชิง ความระแวง และผลประโยชน์ หว่านหว่านยื่นนิ้วไปจิ้มอกเขา“ครั้งแรกไม่นับนะเพคะ”หลี่โม่จับนิ้วนางไว้“เช่นนั้นแต่งใหม่”“ง่ายอย่างนี้เลยหรือ”“อืม”“ไม่ถามก่อนหรือว่าหม่อมฉันอยากแต่งกับท่านหรือไม่”หลี่โม่หรี่ตา“ไม่อยากหรือ”หว่านหว่านทำท่าครุ่นคิด“ต้องด







