登入สำนักคุ้มภัยเป่าจินจง
ด้านหน้าเป็นลานกว้างที่ใช้ฝึกยุทธ์และมีหมู่เรือนสองชั้นล้อมรอบสามด้านให้ศิษย์ในสำนักพักอาศัย หมู่เรือนของสำนักคุ้มภัยเป่าจินจงกินเนื้อที่กว้างขวางใหญ่โตจนเดินทั้งวันก็ไม่ทั่ว ด้านหลังเป็นเรือนพักอาศัยของอดีตประมุขและฮูหยินผู้เฒ่า มีต้นสนใหญ่และดอกกุ้ยฮวาปลูกอยู่ล้อมรอบ
อดีตท่านประมุขและฮูหยินผู้เฒ่ามีบุตรด้วยกันสามคน เป็นบุตรชายหนึ่งและบุตรสาวสองคน บุตรสาวสองคนนั้นได้ออกเรือนไปแล้ว เหลือแต่บุตรชายคนโตเพียงคนเดียวที่ได้ตำแหน่งประมุขของสำนักคุ้มภัยและได้เป็นหัวหน้าตระกูลหยาง แต่อดีตประมุขหยางมีบุตรที่เกิดจากอนุอีกหนึ่งคนซึ่งอายุน้อยกว่าหยางต้าหลงราวสามปีซึ่งแต่งงานแยกเรือนไปแล้ว
“ต้าหลงเจ้าบาดเจ็บมาเช่นนี้หัวใจแม่แทบจะสลาย รู้ไหมว่าแม่นอนไม่หลับทุกครั้งที่เจ้าออกไปทำงานรับคุ้มภัย ทำไมเจ้าไม่ส่งใครไปทำแทน”
“งานนี้สำคัญมาก ข้าต้องไปเอง อีกอย่างข้าก็ปลอดภัยดีแล้ว ท่านแม่โปรดวางใจเถอะ ข้าจะต้องปลอดภัยกลับมาหาท่านไม่มีทางเป็นอะไรไปง่ายๆ” หยางต้าหลงบอกขณะที่ปล่อยให้หมอเข้ามาพันแผลจนเสร็จและออกไปแล้ว
เมื่อวานหลังจากไปส่งเจ้าสาวที่บ้านเจ้าบ่าวแล้ว เขาก็นำหมอและรถม้าไปรับศิษย์ที่บาดเจ็บ พร้อมกับนำสินเดิมของเจ้าสาวไปส่งให้ที่บ้านเจ้าบ่าว ถือว่างานนี้เสร็จสิ้นเรียบร้อย แต่น่าเสียใจที่เสียศิษย์ในสำนักไปหกคน ซึ่งเขาก็ได้จัดการพิธีศพและช่วยเงินให้ทางบ้านของทั้งหกคนแล้ว
“ถ้าเช่นนั้นเจ้าต้องรับปากแม่ว่าจะแต่งฮูหยินภายในปีนี้”
“เรื่องนี้ข้าขอคิดดูก่อนท่านแม่”
“เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ ไข่ของเถ้าแก่หวังแม่ก็เอามาให้เจ้ากินแล้ว ยังไม่เกิดผลอีกหรือ” นางถอนหายใจอย่างจนปัญญา “ร่างกายของเจ้าไม่รุ่มร้อนเอ่อ...อยากจะมีฮูหยินบ้างเหรอ”
หัวคิ้วของหยางต้าหลงขมวดมุ่น ร่ายกายแข็งแกร่งใหญ่โตมองอาหารที่สาวใช้ยกเข้ามา “วันนี้ท่านแม่ไม่ได้นำไข่ต้มสูตรพิสดารมาให้ข้ากินใช่ไหมขอรับ”
“เถ้าแก่หวังให้นำมาฝากเจ้าเพียงสามใบเท่านั้น เห็นว่าหายาก หากเจ้าต้องการอีกแม่จะไปเอา...”
“ไม่ขอรับท่านแม่” ความรวดเร็วและหนักแน่นในคำตอบของเขาทำให้มารดามองหน้าแล้วยิ้มเจื่อนๆ เป็นเวลาเดียวกับสาวใช้สืบเท้าเข้ามาหาด้วยท่าทางนอบน้อมก่อนจะรายงานฮูหยินผู้เฒ่าว่า
“ฮูหยินเจ้าคะเถ้าแก่หวังมาขอพบท่าน แจ้งว่าจะมาขอเยี่ยมท่านประมุขเจ้าค่ะ”
“เจ้ารีบไปเชิญเถ้าแก่หวังเข้ามาเร็ว” นางกับเถ้าแก่หวังเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ครั้งวัยเยาว์สนิทสนมกันดีมีของดีก็มักนึกถึงกันตลอด
เถ้าแก่หวังรู้สึกถึงความกังวลคืบคลานเข้ามา ประมุขหยางไม่เคยมองเขาด้วยสายตาไม่ไว้ใจแบบนี้ ขณะที่เขายื่นกล่องไม้ภายในบรรจุของดีไปให้
“ข้านำปั๋งทุ้ยของดีมาเยี่ยมท่านประมุข ข้าได้ข่าวว่าท่านได้รับบาดเจ็บ ท่านรีบให้บ่าวไพร่นำไปต้มกับน้ำแกงไม่กี่วันท่านประมุขจะต้องกลับมาแข็งแรงดังเดิม”
“ปั๋งทุ้ยของท่านคงไม่ได้นำไปต้มกับฉี่เด็กบริสุทธิ์เหมือนไข่ต้มที่ฝากท่านแม่มาคราวก่อนใช่หรือไม่”
สีหน้าเฉยชาแลดูดุดันของท่านประมุขเจ้าสำนักคุ้มภัยทำให้เถ้าแก่หวังเสียวสันหลังวูบวาบอย่างประหลาด เขาฆ่าคนได้ภายในพริบตา ถ้าไม่พอใจขึ้นมาเขาอาจตายได้ง่ายๆ เขาอยากแก่ตายไม่อยากถูกสังหารตาย
“ไม่ขอรับ ปั๋งทุ้ยนี้ได้มาสดๆ ไม่ได้นำไปแช่อะไร แต่ไข่ต้มฉี่เด็กบริสุทธิ์ที่ข้าฝากฮูหยินมาคราวก่อนเป็นของดีจริงๆ นะขอรับ เวลานี้ไข่ของโรงน้ำชาข้าบุรุษทั่วเกาซานตามหากันให้ควั่ก เสียแต่คนทำนางไม่ว่าง”
“เห็นไหมต้าหลง แม่บอกเจ้าแล้วว่าเป็นของดี เถ้าแก่หวังมายืนยันด้วยตัวเอง” ฮูหยินผู้เฒ่าอมยิ้ม
หยางต้าหลงขยับกายลุกขึ้น ร่างกายเขากำยำใหญ่โตจนเถ้าแก่หวังเกรงจะทำให้เขาโกรธรีบถอยไปด้านหลังอีกสองก้าวเพราะสัมผัสได้กับรังสีสังหารที่แผ่กระจายออกมา
“ใครหน้าไหนเป็นคนปรุงไข่ต้มกับฉี่เด็กให้เถ้าแก่หวังบอกข้ามา”
เถ้าแก่หวังยิ้มแบ่งรับแบ่งสู้ไม่แน่ใจนักว่าท่านประมุขหยางจะไปบังคับให้นางต้มไข่สูตรลับของบรรพบุรุษเขาหรืออย่างไรกัน “เอ่อ ถ้าข้าน้อยบอกแล้วท่านประมุขต้องเก็บเป็นความลับนะขอรับ หากบิดานางรู้เข้าว่านางลอบออกจากจวนเพื่อมาแอบส่งไข่ต้มให้ข้านางต้องถูกบิดาทำโทษแน่”
“บอกมานางเป็นคุณหนูสกุลไหน ถึงได้กล้าทำเรื่องแบบนี้...”
‘พิเรนทร์นัก’
บุรุษในเกาซานอาจมองว่าไข่ต้มฉี่เด็กบริสุทธิ์ของนางเป็นอาหารเพิ่มกำลังวังชา เป็นยาโบราณก็ช่างแต่สำหรับเขาเท่ากับนางบังอาจลบหลู่หลอกให้เขากินฉี่ใครเข้าไปเห็นทีจะเก็บไว้ไม่ได้
ทว่าเมื่อเถ้าแก่หวังกระซิบชื่อของนาง เพลิงโทสะเมื่อครู่พลันผ่อนปรนลงช้าๆ กุ้ยฮุ่ยชิง เป็นคนเดียวกับสตรีประหลาดกลางป่าผู้นั้นเขาจะไตร่ตรองดูอีกทีระหว่างตัดนิ้วนางกับกัดนิ้วของนางอย่างไหนจึงจะเหมาะกว่า
หลังเถ้าแก่หวังกลับไปแล้ว หยางต้าหลงเห็นใบหน้าระทมทุกข์ของมารดาก็หลับตานิ่ง ครั้งนี้เขาบาดเจ็บกลับมา มารดาจึงทวีความเป็นห่วงและยิ่งเร่งรัดให้เขาแต่งฮูหยิน เขาจำต้องยอมรับปากในที่สุดเพราะทนการรบเร้าของนางไม่ไหวอยากให้แต่งเขาก็จะแต่ง จิ้มใครสักคนมาเป็นเมียคงไม่ใช่เรื่องยาก
“ข้ารับปากท่านแม่ ข้าพร้อมจะหาสะใภ้ให้ท่านแล้ว”
ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มกว้างด้วยความดีใจ นางสู้ไปไหว้พระขอพรมาหลายที่ วันนี้จะได้สมปรารถนาเสียที “ดี แม่จะให้แม่สื่อนำรายชื่อหญิงงามมาให้เจ้าเลือก” นางว่าแล้วทำท่าจะผลุนผลันไปแต่ถูกหยางต้าหลงเรียกไว้ก่อน
“ลำบากท่านแม่เปล่าๆ ข้าหาเองดีกว่า”
“เจ้ามีสตรีที่ถูกใจแล้วเช่นนั้นหรือ”
“นับว่ามีแล้ว” หยางต้าหลงบอกปัด
ขณะที่ฮูหยินผู้เฒ่าอมยิ้ม ลูกชายนางยังใช้การได้คงเป็นเพราะไข่ของเถ้าแก่กวัง นางคิดการในใจไว้แล้วว่าหากบุตรชายแต่งงานแล้ว นางจะรีบเร่งรัดให้มีลูก จากนั้นก็จะขอร้องให้บุตรชายไม่ต้องออกไปคุ้มภัยด้วยตัวเองอีก อย่างน้อยบุตรกับฮูหยินก็อาจทำให้บุตรชายของนางรักชีวิตมากขึ้น
“ถ้าเช่นนั้นก็ตามใจเจ้า เจ้าพอจะบอกแม่ได้หรือไม่ว่าเป็นคุณหนูบ้านไหน”
หยางต้าหลงอยากจะยกมือกุมขมับจะจิ้มนิ้วไปลงที่คุณหนูบ้านไหนดี พอดีกับมีบ่าวรับใช้เดินค้อมตัวเข้ามาพอดี
“ท่านประมุขขอรับ ข้าเตรียมม้าไว้แล้วขอรับ”
บ่าวคนสนิทของหยางต้าหลงรายงาน
“อืม ดีมาก ทำงานเร็วดีจริง” หยางต้าหลงดวงตาเจิดจ้า ยิ้มกว้าง ตบบ่าคนสนิทที่รู้ใจเข้ามาช่วยได้ทัน จริงๆเขาไม่ได้สั่งงานบ่าวเอาไว้ แต่ดูท่าว่าบ่าวคนสนิทจะรู้ใจ “ท่านแม่ข้าต้องไปพบอ๋องสามที่วังหลิวหยวน ข้าต้องรีบไปแล้ว จะให้อ๋องสามรอนานไม่ได้ ท่านแม่กลับเข้าห้องพักผ่อนได้แล้วนะขอรับ”
ฮูหยินผู้เฒ่ายังไม่ทันเอ่ยปากอะไร หยางต้าหลงก็สาวเท้าไปไกลแล้ว “เดี๋ยวก่อนสิต้าหลง เจ้ายังไม่บอกแม่เลยว่าคุณหนูบ้านไหนที่เจ้าถูกใจ”
แต่ไม่ทันแล้วร่างสูงสง่าที่อยู่ในชุดผ้าฝ้ายสีขาวสะอาด ผมเกล้ามีที่ครอบไว้เรียบร้อย ใบหน้าหล่อเหลาดุจหยกสลักเดินห่างออกไปไกลจนเห็นแต่แผ่นหลังที่เป็นจุดเล็กๆ ฮูหยินผู้เฒ่าได้แต่หันมาค้อนควักใส่บ่าวชายคนนั้นที่เข้ามาขัดจังหวะนาง
“คุณหนูบ้านไหนนะที่ทำให้ต้าหลงคิดแต่งงานแม่อยากเห็นหน้านางนัก คงจะเป็นกุลสตรีโฉมสะคราญที่เพียบพร้อม”
เจิ้งอี้เหยียนดวงตาดำมืดด้วยความขุ่นมัวเสด็จพ่อรู้ว่าเขากำลังหลบเลี่ยงเรื่องอะไร แล้วคิดใช้ไม้แข็งบังคับกันทางอ้อม“เสด็จพ่อรู้เรื่องที่ข้าแต่งงานกับสตรีในเกาซานแล้วใช่หรือไม่”“ฝ่าบาททราบเรื่องนี้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”ฮุ่ยชิงได้ยินก็พลันร่างกายแข็งค้างไปหมด “องค์ชายรอง!” นางครางออกมา ขอบตาแดงก่ำจู่ๆน้ำตาก็เห่อล้อมขึ้นมาคลอเบ้าตาแล้วไหลลงอาบแก้มทั้งสอง สิ่งที่นางคิดมาตลอดเป็นจริงแล้ว ตอนนั้นนางสงสัยว่าเหตุใดเขาจึงมีชุดคลุมมังกรห้าเล็บ และยังเมื่อสองวันก่อนนางเข้าไปเก็บแท่นหมึกและกระดาษในห้องทำงาน พบว่าเอกสารถูกเขียนค้าง มีลายเส้นแตกต่างกับใบสั่งของครั้งก่อนๆ ที่ถูกเก็บภายในห้องทำงาน คนเราจะลายมือเปลี่ยนได้มากขนาดนั้นเชียวหรือวันนี้นางได้รับคำตอบแล้ว ท่าทีแปลกๆ ที่หลายครั้งทำให้นางรู้สึกสับสนเขาไม่ใช่หยางต้าหลง... แล้วเขาคือใคร ที่ผ่านมานางใช้ชีวิตอยู่กับใครร่างเล็กเดินออกไปจากที่หลบซ่อนด้วยหัวใจเต้นระรัว ทั้งที่จริงเดินไม่กี่ก้าวก็ถึงเขาแล้วแต่เหตุใดดูห่างไกลนัก หรือหัวใจกำลังเจ็บปวดจ
“เจ้าเป็นแมวหรือไง ถูอยู่ได้ เดี๋ยวเอาหน้าถูแขนข้าบ้าง ถูแผงอกข้าบ้าง จะเอายังไง”“ยังไงก็ได้เจ้าค่ะ แล้วแต่ท่านพี่แล้วกัน”“แน่นะ ที่พูดมา อย่างไรก็ได้?” ดวงตาแสนเจ้าเล่ห์วาบขึ้นทันทีฮุ่ยชิงเอาหน้ามาซบที่แผ่นอกอีกแล้ว นางเหมือนลูกแมวน้อยแบบที่เขาว่าไม่มีผิด แต่เขาเกลียดแมว มันชอบคลอเคลียทำให้รำคาญ แต่เหตุใดจึงไม่รำคาญเมียตัวน้อย และมือน้อยๆที่บังอาจซุกซนนัก ล้วงผ่านเสื้อเข้าไปลูบไล้ไปถึงแผงอก ยิ่งทำนิ่งไม่พูดอะไรเหมือนนางคงได้ใจ ทั้งซบและซุกอยู่อย่างนั้น‘เดี๋ยวข้าจะตัดมือเจ้าให้ ชอบลูบดีนัก อย่าให้ข้าลูบกลับบ้าง’เจิ้งอี้เหยียนกุมอำนาจทั้งกองทัพ ชื่อเสียงของเขาสะท้านแผ่นดิน ลาดไหล่กำยำแฝงด้วยกลิ่นอายทระนงโอบล้อมร่างบอบบางเอาไว้ เขาทนกับความรู้สึกส่วนลึกไม่ไหวจับนางเงยหน้าขึ้นแล้วก้มลงจุมพิตริมฝีปากนางที่หวานล้ำยิ่งกว่ารสหวานของลูกท้อ ดวงตาคมมองนางอย่างรักใคร่เอ็นดู“แต่งให้ข้าแล้วเจ้าเป็นของข้า ข้าเองก็ไม่คิดทอดทิ้งเจ้า จงจำเอาไว้นอกจากข้าใครก็รังแกเจ้าไม่ได้ ตบตีเจ้าไม่ได้” พูดไ
ผ่านไปหนึ่งก้านธูป ดวงจันทร์ที่โผล่พ้นเงาดำของเมฆออกมาเวลานี้สาดแสงสว่างลงมาทำให้เรือนร่างเล็กรีบสาวเท้าเข้าไปใกล้ร่างสูงที่ยืนมองเรือนร้าง พลันชะงักเมื่อได้ยินเสียงก้าวสวบๆ ตามมาด้านหลัง นางจึงหยุดแล้วมอง“ท่านพี่! ท่านพี่เองหรือเจ้าคะ”“หากไม่ใช่ข้า แล้วเจ้าคิดว่าเป็นใคร”“เมื่อครู่ข้าเห็นเงาอะไรผ่านไปมาอยู่ใต้ต้นกุ้ยฮวา หรือข้าตาฝาด”นางคงตาฝาดไปกระมัง เมื่อครู่นางเห็นเงาแถวใต้ต้นกุ้ยฮวาที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ฮุ่ยชิงไม่สนใจเงานั้นอีก ตอนนี้เรื่องที่สำคัญคืออยากทำให้คนตรงหน้าหายโกรธ นางชักเท้าเข้าไปใกล้ ในสวนมีแต่เขากับนาง แสงจันทร์ในคืนเดือนแรมสาดส่องลงมาบางเบาทำให้เห็นเสี้ยวหน้าหล่อเหลาราวกับเทพเซียนเจิ้งอี้เหยียนรับรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ นางไม่ได้ตาฝาดมีองครักษ์เสื้อแพรของเสด็จพ่อ หรือองครักษ์เงาข้ารับใช้ของเขากันแน่ แต่เวลานี้ไปหลบตรงไหนเสียเล่าสตรีงามนั้นทำให้บุรุษลุ่มหลง แต่สตรีอ่อนน้อมช่างเอาอกเอาใจย่อมทำให้สามีรู้สึกสุขสงบอย่างแท้จริง เรื่องขุ่นข้องหมองใจในคืนนี้ นางควรรีบสร้างควา
ฮุ่ยชิงขมวดคิ้ว นางได้ยินเขาแทนตัวเองด้วยคำว่าองค์... แต่ความโกรธเกรี้ยวที่มีต่อกันตอนนี้ทำให้นางไม่ทันได้ถามออกไปไม่มีครั้งใดที่บุรุษตรงหน้าจะตะเบ็งเสียงใส่นาง รสชาติฝาดขมทะลักขึ้นมาในใจ หยาดน้ำตากำลังรื้นขึ้นมาถึงดวงตา นางไม่เคยคิดนอกใจเขา เหตุใดต้องปรักปรำนางด้วย แต่นางนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก ทำไมจึงละเมอเรียกชื่อเถียนหลิงอย่างที่เขากล่าวหาแต่สถานการณ์ในเวลานี้ต่างคนต่างโมโห เขาเกรี้ยวกราดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ขืนนางยืนอยู่ตรงนี้คงได้ตีกันตาย ร่างบอบบางตัดสินใจหมุนกลับไปทางประตูทางออกของเรือน แล้วคิดว่าจะหนีไปตั้งหลักก่อน รออารมณ์เย็นกันทั้งสองฝ่ายแล้วค่อยกลับมาพูดจากันดีๆแค่เพียงนางหันหลังให้เขา ใบหน้าคมคายกลับสะท้อนให้เห็นถึงความเจ็บปวดราวกับมีดาบข้าศึกกำลังแทงหัวใจเขาอยู่“ฮุ่ยชิง นั่นเจ้าจะไปไหน”ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก หยุดยืนอยู่กับที่เสียงเขาก็ยังตวาดไล่หลังมาอีก “เดี๋ยวนี้เจ้าอวดดีกล้าเดินหนีข้าแล้วหรือ ชักบังอาจเกินไปแล้ว”ได้ยินคำพูดเช่นนี้ร่างเล็กรีบสาวเท้าหนีคนอารมณ์ร้าย เวลานี้ค่ำแล้วบ่าวไพร่ต
เมื่อถึงสำนักคุ้มภัย ฮุ่ยชิงเดินตามร่างกำยำเข้าไปที่เรือนอย่างรวดเร็ว นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาถึงเงียบขรึมมาตลอดทาง ระหว่างทางนางพูดด้วยเขาก็ตอบเพียงสั้นๆ พอถึงเรือนฮุ่ยชิงรีบตามเขาเข้าไปในเรือน“ท่านพี่คงหิวมาก วันนี้ท่านอยากกินอะไรเจ้าคะ ข้าจะรีบเข้าครัวปรุงสำรับให้” แม้จะมีบ่าวไพร่เต็มเรือนแต่อาหารของสามีนางมักจะเป็นผู้ลงมือปรุงเองคนที่ยืนไพล่หลังพูดขึ้นเสียงทุ้มห้าว “ไม่ต้องทำ ข้าไม่อยากกิน”“แล้วท่านพี่ไม่หิวแล้วหรือเจ้าคะ” ในเมื่อตอนอยู่หน้ากรมอาญาท่าทางเขาหิวจนหงุดหงิด คนถามเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างน้ำเสียงถูกกดต่ำด้วยอารมณ์ไม่พอใจแต่เจ้าตัวก็พยายามฝืนพูดด้วยน้ำเสียงปกติ “เจ้ารู้จักรองแม่ทัพเถียนหลิงนานแล้วหรือ เหตุใดดูสนิทสนมกันนัก” เพียงแค่เขาปล่อยนกพิราบสื่อสารขึ้นฟ้าในระหว่างที่เดินทางกลับ เมื่อถึงประตูทางเข้าสำนักคุ้มภัยเขาได้คำตอบแล้วว่าชายที่ฮุ่ยชิงคุยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มนั้นคือรองแม่ทัพเถียนหลิง บุรุษผู้นั้นมากด้วยฝีมือ กำลังก้าวหน้าอย่างมากในกองทัพหญิงสาวเม้มริมฝ
“ข้าเพิ่งกลับเข้าเมืองมาได้เพียงสองวัน”“พี่เถียนหลิงท่านเรียกข้าคุณหนูรอง ตอนนี้ข้าไม่ได้เป็นคุณหนูรองแล้วนะเจ้าคะ”เถียนหลิงขมวดคิ้วเข้ม “หมายความว่ายังไงหรือ” เขาไม่ได้กลับเข้าเมืองนาน มีอะไรที่เขาพลาดไปฮุ่ยชิงหน้าแดง “เวลานี้ข้าเป็นฮูหยินน้อยสกุลหยางแล้ว ข้าแต่งงานกับท่านประมุขหยางต้าหลง”“จริงหรือ ข้ายินดีด้วย นับว่าเหมาะสมกันแล้ว”“แล้วท่านเล่า ถูกสั่งย้ายกลับเข้าเมืองแล้วหรือเจ้าคะ”“ข้าถูกหัวหน้าสำนักตรวจการเรียกตัวมาสอบสวน”“ใต้เท้าซ่งเรียกท่านมาสอบสวน” คิ้วของนางขมวด เท่าที่นางพอรู้และสัมผัสได้ คนผู้นี้เป็นคนจิตใจดี ใจคอกว้างขวางไม่น่าจะทำเรื่องทุจริตในกองทัพให้ใต้เท้าซ่งเรียกตัวมาสอบสวนได้นี่นาเห็นสีหน้าเป็นกังวลของนาง เถียนหลิงกลับหัวเราะราวกับเขาไม่ทุกข์ร้อน ก็เขาไม่ได้ทำผิดเหตุใดต้องกังวล“เห็นท่านยิ้มได้แบบนี้คงรับมือใต้เท้าซ่งผู้เถรตรงได้ไม่ยาก คงไม่มีอะไรให้ท่านต้องวิตกกังวล”“







