Share

6

last update publish date: 2026-05-06 11:12:54

“ช่วยข้าด้วยเถอะ” ไม่คิดเลยว่าคนมีฝีมืออย่างเขาจะพลาดได้ถึงเพียงนี้เพราะความไม่ระวังจึงถูกจู่โจมทั้งที่ท่านประมุขสั่งให้เตรียมพร้อมตลอดเวลา

“ข้าช่วยท่าน แต่ท่านต้องซื้อสมุพนไพรของข้า”

นางเป็นคนประเภทไหนกัน เสียสติ ฟั่นเฟือน หรือเป็นคนดีที่มีแผนการร้ายเขามองนางไม่ออก สีหน้าคึกคักดูมีชิวิตชีวาไม่เกรงกลัวเลือดที่ไหลทะลักของฮุ่ยชิงชี้ไปที่ตะกร้าสีหน้านางเต็มไปด้วยความหวัง

“ข้าขายไม่แพง”

หน้าสิ่วหน้าขวานกลางคนเข่นฆ่ากันแม่นางน้อยคนนี้ยังคิดขายสมุนไพรของนาง “ตกลงซื้อก็ซื้อ ช่วยข้าเถอะ”

นางพูดไปเรื่อยเปื่อยเพื่อไม่ให้เขาเผลอมองบาดแผล ทั้งที่มือทำแผลและฉีกสมุนไพรไม่หยุด

 “สมุนไพรของข้าเก็บมาสดใหม่ มันจะช่วยให้แผลของท่านดีขึ้น”

มารดาของนางเป็นบุตรสาวของหมอเทวดา ท่านตาของนางไม่สนใจเรื่องการทำอาหารอย่างคนในตระกูลจึงเรียนรู้เรื่องสมุนไพรอย่างแตกฉาน มารดาพร่ำสอนเสมอว่ารู้วิชาแพทย์ไว้เพื่อช่วยเหลือคน หาไม่แล้ววิชาแพทย์ก็ไร้ประโยชน์แต่น่าแปลกโรคที่มารดานางเป็นกลับยังรักษาไม่หายน่าจะเป็นเพราะมารดาของนางตรอมใจมานานเกินไป

ฮุ่ยชิงเลิกคิดถึงเรื่องมารดา แล้วเร่งโปะยาสมุนไพรพันแผลเสร็จ ก็วิ่งไปช่วยเหลือบุรุษอีกสามคนที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกกระบี่แทงเช่นกัน แต่แผลสาหัสไม่เท่ากัน คนที่ได้รับบาดเจ็บที่ช่องท้องคนนั้นสาหัสที่สุดแล้ว ส่วนคนอื่นๆถูกแทงตามลำตัวและแขนขา ซึ่งนางก็ฉีกชายกระโปรงออกจนร่นขึ้นมาเกือบถึงหัวเข่าแล้ว

“กระโปรงข้าขาดวิ่นแบบนี้ เห็นทีท่านพ่อพบเข้าคงนึกว่าข้าไปฟัดกับ...” นางหยุดพูดแล้วลงมือช่วยคนต่อ

“ขอบคุณแม่นางมาก ข้าขอทราบชื่อท่านได้หรือไม่” บุรุษคนสุดท้ายที่บาดเจ็บที่แขนและขาถาม

“ข้าชื่อกุ้ยฮุ่ยชิง”

ฮุ่ยชิงบอกได้แค่นั้นก็ต้องรีบหันไปมองด้านหลัง เพราะตอนนี้เสียงฟาดฟันดังใกล้เข้ามา นางหันไปก็เห็นบุรุษใบหน้าหล่อเหลาคร้ามคมคนนั้นที่ไล่นางให้หนีไปกำลังขับเคี่ยววิทยายุทธ์กับโจรป่า ต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร หมายมาดจะเอาชีวิตอีกฝ่ายให้ได้

ฮุ่ยชิงรีบประคองคนป่วยที่ขวางการต่อสู้หลบ แม้จะยากลำบากแต่ก็ทำให้พ้นวิถีการต่อสู้ที่ดุเดือด

หยางต้าหลงเกือบเสียสมาธิเพราะเห็นแม่นางน้อยจอมยุ่งคนนั้นเข้ามาช่วยคนในสำนักของเขา ใจนางเด็ดนักไม่เกรงกลัว แต่เพียงแวบเดียวหยางต้าหลงก็เรียกสมาธิกลับคืนมา

“วันนี้คือวันตายของเจ้า” โจรป่าคำราม

หยางต้าหลงยิ้มเย็น เขาชี้ปลายกระบี่เมฆาเคลื่อนไปที่คนพูด “อย่ามัวแต่พูดมาก ถ้าอยากฆ่าข้าก็รีบเข้ามา”

ฮุ่ยชิงได้ยินคำพูดที่ทั้งสองพูดกันแล้วในใจหนาวเหน็บ กลัวโจรป่าจะฆ่านางด้วยอีกคน นางเอ่ยเบาๆ “ข้าไม่เกี่ยวนะข้าแค่ผ่านมา”

“แม่นางกุ้ยไม่ต้องกลัว ท่านประมุขของเราฝีมือเก่งกาจที่สุดต่อให้มีคนนับร้อยเข้ามาพร้อมกัน เขาต้องเอาชนะโจรป่าได้แน่” ชายที่นางช่วยไว้กล่าว

“ท่านแน่ใจใช่ไหม ข้าไม่อยากตายอยู่ที่นี่”

“อืม แน่ใจ ถ้าข้าระมัดระวังมากกว่านี้เรื่องนี้คงไม่เกิด”

ฮุ่ยชิงมองไปที่การต่อสู้เบื้องหน้า เห็นคนที่คาดว่าน่าจะเป็นท่านประมุขของพวกเขากำลังรุกไล่ใส่โจรป่าไม่หยุด กระบวนท่าที่ใช้ต่อสู้นั้นรวดเร็วดุจสายลมเคลื่อน กระบี่ก็บางคมจนมองไม่ทัน นางจ้องมองตาไม่กะพริบเพราะไม่เคยเห็นใครใช้วิชาตัวเบาและมีวิทยายุทธ์ล้ำเลิศเช่นนี้มาก่อน

“เห็นไหมท่านเจ้าสำนักของเราฝีมือไร้เทียมทาน”

โจรป่าถอยร่นจนหลังติดต้นไม่ใหญ่ สุดท้ายตั้งรับไม่ไหวถูกกระบี่แทงทะลุอก เลือดสดๆพุ่งกระจายออกมา โจรป่าตาเบิกกว้างสุดขีดก่อนจะสิ้นลมหายใจไปตรงนั้น

หยางต้าหลงชักกระบี่ออกหมุนตัวกลับ ฮุ่ยชิงที่มองเห็นเหตุการณ์ต่อสู้ตรงหน้ายังตะลึงตะลานไม่หายตกใจ นางมองเขาปากอ้าตาค้าง

“โหดมาก”

ร่างเล็กเผลอคราง พลันขนลุกชันทั่วทั้งร่าง

หยางต้าหลงทันเห็นสายตาของนาง “เจ้าช่วยศิษย์ของข้าเอาไว้ ขอบคุณแม่นางมาก”

“มะ ไม่เป็นไร” ความตกใจที่เห็นคนตายอยู่ตรงหน้านางจึงตอบเขาไปมั่ว “อย่าลืมซื้อสมุนไพรของข้าด้วย”

วันนี้เขาคงไม่ได้พานพบเพียงโจรแต่พบแม่ค้าหน้าเลือด

หยางต้าหลงแทบไม่เชื่อหูหญิงสาวคนนี้แปลกพิกล เขาปรายตามองนางอย่างเฉยชา สายตาของเขาทำให้ฮุ่ยชิงรู้สึกว่าตัวที่เล็กอยู่แล้วของนางถูกกดให้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินลงไปอีก

“สมุนไพรของเจ้าราคาเท่าไหร่ เท่านี้พอหรือไม่” เขาหยิบถุงเงินออกมาจากนั้นโยนให้นาง

นางรับถุงเงินหนักอึ้งไว้ได้ทันแล้วเผยผลิยิ้มดุจดอกท้อ “ข้าลืมพกถุงเงินมาคงไม่มีทอน” ฮุ่ยชิงมองถุงเงินที่พอใจแล้วพร้อมจะจากไปทันที            

หยางต้าหลงมองร่างเล็กที่วิ่งหายไปอย่างรวดเร็วพลางสูดลมหายใจเข้าลึก เขาส่ายหน้าก่อนจะผ่อนลมหายใจออกช้าๆ “วันนี้วันซวยอะไรข้าถึงถูกปล้นถึงสองรอบ”

หยางต้าหลงมีอาการบาดเจ็บ แต่ก็ฝืนทรงตัวเดินไปที่เกี้ยวเจ้าสาว ฮุ่ยชิงจะเดินจากไปแต่สายตาของนางดีมาก ทันเห็นเลือดไหลซึมจากอกเสื้อของหยางต้าหลง นางละล้าละลังสุดท้ายจึงย้อนกลับมา

‘เห็นแก่เงินของท่านที่ให้มามากพอหรอกนะ’

หยางต้าหลงเดินไปที่เกี้ยว เมื่อม่านเปิดออกจึงเห็นว่าในเกี้ยวมีเจ้าสาวในชุดแต่งงานสีแดงนั่งตัวสั่นอยู่มุมหนึ่ง หยางต้าหลงถามขึ้น

“แม่นางปลอดภัยดีหรือไม่”

“ขะ ข้าปลอดภัยดี แต่ว่าแม่นมกับสาวใช้ของข้าล่ะ” ระหว่างที่พูดนั้นเจ้าสาวก็ยังไม่ได้เปิดผ้าคลุมหน้าออกแต่ฮุ่ยชิงที่เดินมาสมทบด้วยใกล้ๆกันก็จับได้ว่าน้ำเสียงของคนในชุดเจ้าสาวนั้นสั่นพร่านางคงจะกลัวมากเหมือนนาง

“พวกเขาตายหมดแล้ว ตอนนี้เหลือแต่แม่นางคนเดียว”

“ตายหมดแล้ว!”

เจ้าสาวเงียบนิ่งไปด้วยความตกใจปนหวาดกลัว ส่วนหยางต้าหลงก็หน้าซีดขาวขึ้นจากบาดแผลที่มีเลือดไหลซึมไม่หยุด ฮุ่ยชิงเห็นว่าพระอาทิตย์ใกล้จะตกแล้ว นางควรจะกลับเสียทีแล้วทิ้งเรื่องทั้งหมดไว้ให้ผู้ชายตรงหน้าจัดการไม่เกี่ยวกับคนผ่านมาอย่างนางสักนิด

หยางต้าหลงหันไปเห็น “เจ้าควรกลับไปตั้งแต่เมื่อครู่แล้วไม่ใช่หรือ” พูดจบหยางต้าหลงก็ใช้กระบี่ยันตัวเองไว้ มือยกปิดหน้าอกที่มีเลือดไหลออกมาจากชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีสีขาว

“ข้าไม่กลับเพราะข้าเห็นว่าท่านเองก็ได้รับบาดเจ็บ” ฮุ่ยชิงบอก นางอยากจะกลับบ้าน ทำเป็นไม่สนใจคนบาดเจ็บแต่ความดีที่กดลึกเอาไว้มันโผล่ออกมาทุกที

“ข้าไม่เป็นอะไรมาก” หยางต้าหลงกัดฟันบอก เมื่อครู่เขารับมือโจรป่าสิบต่อหนึ่ง ย่อมเสียพลังไปมาก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พระชายาอ้อนรัก   69

    เจิ้งอี้เหยียนดวงตาดำมืดด้วยความขุ่นมัวเสด็จพ่อรู้ว่าเขากำลังหลบเลี่ยงเรื่องอะไร แล้วคิดใช้ไม้แข็งบังคับกันทางอ้อม“เสด็จพ่อรู้เรื่องที่ข้าแต่งงานกับสตรีในเกาซานแล้วใช่หรือไม่”“ฝ่าบาททราบเรื่องนี้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”ฮุ่ยชิงได้ยินก็พลันร่างกายแข็งค้างไปหมด “องค์ชายรอง!” นางครางออกมา ขอบตาแดงก่ำจู่ๆน้ำตาก็เห่อล้อมขึ้นมาคลอเบ้าตาแล้วไหลลงอาบแก้มทั้งสอง สิ่งที่นางคิดมาตลอดเป็นจริงแล้ว ตอนนั้นนางสงสัยว่าเหตุใดเขาจึงมีชุดคลุมมังกรห้าเล็บ และยังเมื่อสองวันก่อนนางเข้าไปเก็บแท่นหมึกและกระดาษในห้องทำงาน พบว่าเอกสารถูกเขียนค้าง มีลายเส้นแตกต่างกับใบสั่งของครั้งก่อนๆ ที่ถูกเก็บภายในห้องทำงาน คนเราจะลายมือเปลี่ยนได้มากขนาดนั้นเชียวหรือวันนี้นางได้รับคำตอบแล้ว ท่าทีแปลกๆ ที่หลายครั้งทำให้นางรู้สึกสับสนเขาไม่ใช่หยางต้าหลง... แล้วเขาคือใคร ที่ผ่านมานางใช้ชีวิตอยู่กับใครร่างเล็กเดินออกไปจากที่หลบซ่อนด้วยหัวใจเต้นระรัว ทั้งที่จริงเดินไม่กี่ก้าวก็ถึงเขาแล้วแต่เหตุใดดูห่างไกลนัก หรือหัวใจกำลังเจ็บปวดจ

  • พระชายาอ้อนรัก   68

    “เจ้าเป็นแมวหรือไง ถูอยู่ได้ เดี๋ยวเอาหน้าถูแขนข้าบ้าง ถูแผงอกข้าบ้าง จะเอายังไง”“ยังไงก็ได้เจ้าค่ะ แล้วแต่ท่านพี่แล้วกัน”“แน่นะ ที่พูดมา อย่างไรก็ได้?” ดวงตาแสนเจ้าเล่ห์วาบขึ้นทันทีฮุ่ยชิงเอาหน้ามาซบที่แผ่นอกอีกแล้ว นางเหมือนลูกแมวน้อยแบบที่เขาว่าไม่มีผิด แต่เขาเกลียดแมว มันชอบคลอเคลียทำให้รำคาญ แต่เหตุใดจึงไม่รำคาญเมียตัวน้อย และมือน้อยๆที่บังอาจซุกซนนัก ล้วงผ่านเสื้อเข้าไปลูบไล้ไปถึงแผงอก ยิ่งทำนิ่งไม่พูดอะไรเหมือนนางคงได้ใจ ทั้งซบและซุกอยู่อย่างนั้น‘เดี๋ยวข้าจะตัดมือเจ้าให้ ชอบลูบดีนัก อย่าให้ข้าลูบกลับบ้าง’เจิ้งอี้เหยียนกุมอำนาจทั้งกองทัพ ชื่อเสียงของเขาสะท้านแผ่นดิน ลาดไหล่กำยำแฝงด้วยกลิ่นอายทระนงโอบล้อมร่างบอบบางเอาไว้ เขาทนกับความรู้สึกส่วนลึกไม่ไหวจับนางเงยหน้าขึ้นแล้วก้มลงจุมพิตริมฝีปากนางที่หวานล้ำยิ่งกว่ารสหวานของลูกท้อ ดวงตาคมมองนางอย่างรักใคร่เอ็นดู“แต่งให้ข้าแล้วเจ้าเป็นของข้า ข้าเองก็ไม่คิดทอดทิ้งเจ้า จงจำเอาไว้นอกจากข้าใครก็รังแกเจ้าไม่ได้ ตบตีเจ้าไม่ได้” พูดไ

  • พระชายาอ้อนรัก   67

    ผ่านไปหนึ่งก้านธูป ดวงจันทร์ที่โผล่พ้นเงาดำของเมฆออกมาเวลานี้สาดแสงสว่างลงมาทำให้เรือนร่างเล็กรีบสาวเท้าเข้าไปใกล้ร่างสูงที่ยืนมองเรือนร้าง พลันชะงักเมื่อได้ยินเสียงก้าวสวบๆ ตามมาด้านหลัง นางจึงหยุดแล้วมอง“ท่านพี่! ท่านพี่เองหรือเจ้าคะ”“หากไม่ใช่ข้า แล้วเจ้าคิดว่าเป็นใคร”“เมื่อครู่ข้าเห็นเงาอะไรผ่านไปมาอยู่ใต้ต้นกุ้ยฮวา หรือข้าตาฝาด”นางคงตาฝาดไปกระมัง เมื่อครู่นางเห็นเงาแถวใต้ต้นกุ้ยฮวาที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ฮุ่ยชิงไม่สนใจเงานั้นอีก ตอนนี้เรื่องที่สำคัญคืออยากทำให้คนตรงหน้าหายโกรธ นางชักเท้าเข้าไปใกล้ ในสวนมีแต่เขากับนาง แสงจันทร์ในคืนเดือนแรมสาดส่องลงมาบางเบาทำให้เห็นเสี้ยวหน้าหล่อเหลาราวกับเทพเซียนเจิ้งอี้เหยียนรับรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ นางไม่ได้ตาฝาดมีองครักษ์เสื้อแพรของเสด็จพ่อ หรือองครักษ์เงาข้ารับใช้ของเขากันแน่ แต่เวลานี้ไปหลบตรงไหนเสียเล่าสตรีงามนั้นทำให้บุรุษลุ่มหลง แต่สตรีอ่อนน้อมช่างเอาอกเอาใจย่อมทำให้สามีรู้สึกสุขสงบอย่างแท้จริง เรื่องขุ่นข้องหมองใจในคืนนี้ นางควรรีบสร้างควา

  • พระชายาอ้อนรัก   66

    ฮุ่ยชิงขมวดคิ้ว นางได้ยินเขาแทนตัวเองด้วยคำว่าองค์... แต่ความโกรธเกรี้ยวที่มีต่อกันตอนนี้ทำให้นางไม่ทันได้ถามออกไปไม่มีครั้งใดที่บุรุษตรงหน้าจะตะเบ็งเสียงใส่นาง รสชาติฝาดขมทะลักขึ้นมาในใจ หยาดน้ำตากำลังรื้นขึ้นมาถึงดวงตา นางไม่เคยคิดนอกใจเขา เหตุใดต้องปรักปรำนางด้วย แต่นางนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก ทำไมจึงละเมอเรียกชื่อเถียนหลิงอย่างที่เขากล่าวหาแต่สถานการณ์ในเวลานี้ต่างคนต่างโมโห เขาเกรี้ยวกราดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ขืนนางยืนอยู่ตรงนี้คงได้ตีกันตาย ร่างบอบบางตัดสินใจหมุนกลับไปทางประตูทางออกของเรือน แล้วคิดว่าจะหนีไปตั้งหลักก่อน รออารมณ์เย็นกันทั้งสองฝ่ายแล้วค่อยกลับมาพูดจากันดีๆแค่เพียงนางหันหลังให้เขา ใบหน้าคมคายกลับสะท้อนให้เห็นถึงความเจ็บปวดราวกับมีดาบข้าศึกกำลังแทงหัวใจเขาอยู่“ฮุ่ยชิง นั่นเจ้าจะไปไหน”ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก หยุดยืนอยู่กับที่เสียงเขาก็ยังตวาดไล่หลังมาอีก “เดี๋ยวนี้เจ้าอวดดีกล้าเดินหนีข้าแล้วหรือ ชักบังอาจเกินไปแล้ว”ได้ยินคำพูดเช่นนี้ร่างเล็กรีบสาวเท้าหนีคนอารมณ์ร้าย เวลานี้ค่ำแล้วบ่าวไพร่ต

  • พระชายาอ้อนรัก   65

    เมื่อถึงสำนักคุ้มภัย ฮุ่ยชิงเดินตามร่างกำยำเข้าไปที่เรือนอย่างรวดเร็ว นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาถึงเงียบขรึมมาตลอดทาง ระหว่างทางนางพูดด้วยเขาก็ตอบเพียงสั้นๆ พอถึงเรือนฮุ่ยชิงรีบตามเขาเข้าไปในเรือน“ท่านพี่คงหิวมาก วันนี้ท่านอยากกินอะไรเจ้าคะ ข้าจะรีบเข้าครัวปรุงสำรับให้” แม้จะมีบ่าวไพร่เต็มเรือนแต่อาหารของสามีนางมักจะเป็นผู้ลงมือปรุงเองคนที่ยืนไพล่หลังพูดขึ้นเสียงทุ้มห้าว “ไม่ต้องทำ ข้าไม่อยากกิน”“แล้วท่านพี่ไม่หิวแล้วหรือเจ้าคะ” ในเมื่อตอนอยู่หน้ากรมอาญาท่าทางเขาหิวจนหงุดหงิด คนถามเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างน้ำเสียงถูกกดต่ำด้วยอารมณ์ไม่พอใจแต่เจ้าตัวก็พยายามฝืนพูดด้วยน้ำเสียงปกติ “เจ้ารู้จักรองแม่ทัพเถียนหลิงนานแล้วหรือ เหตุใดดูสนิทสนมกันนัก” เพียงแค่เขาปล่อยนกพิราบสื่อสารขึ้นฟ้าในระหว่างที่เดินทางกลับ เมื่อถึงประตูทางเข้าสำนักคุ้มภัยเขาได้คำตอบแล้วว่าชายที่ฮุ่ยชิงคุยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มนั้นคือรองแม่ทัพเถียนหลิง บุรุษผู้นั้นมากด้วยฝีมือ กำลังก้าวหน้าอย่างมากในกองทัพหญิงสาวเม้มริมฝ

  • พระชายาอ้อนรัก   64

    “ข้าเพิ่งกลับเข้าเมืองมาได้เพียงสองวัน”“พี่เถียนหลิงท่านเรียกข้าคุณหนูรอง ตอนนี้ข้าไม่ได้เป็นคุณหนูรองแล้วนะเจ้าคะ”เถียนหลิงขมวดคิ้วเข้ม “หมายความว่ายังไงหรือ” เขาไม่ได้กลับเข้าเมืองนาน มีอะไรที่เขาพลาดไปฮุ่ยชิงหน้าแดง “เวลานี้ข้าเป็นฮูหยินน้อยสกุลหยางแล้ว ข้าแต่งงานกับท่านประมุขหยางต้าหลง”“จริงหรือ ข้ายินดีด้วย นับว่าเหมาะสมกันแล้ว”“แล้วท่านเล่า ถูกสั่งย้ายกลับเข้าเมืองแล้วหรือเจ้าคะ”“ข้าถูกหัวหน้าสำนักตรวจการเรียกตัวมาสอบสวน”“ใต้เท้าซ่งเรียกท่านมาสอบสวน” คิ้วของนางขมวด เท่าที่นางพอรู้และสัมผัสได้ คนผู้นี้เป็นคนจิตใจดี ใจคอกว้างขวางไม่น่าจะทำเรื่องทุจริตในกองทัพให้ใต้เท้าซ่งเรียกตัวมาสอบสวนได้นี่นาเห็นสีหน้าเป็นกังวลของนาง เถียนหลิงกลับหัวเราะราวกับเขาไม่ทุกข์ร้อน ก็เขาไม่ได้ทำผิดเหตุใดต้องกังวล“เห็นท่านยิ้มได้แบบนี้คงรับมือใต้เท้าซ่งผู้เถรตรงได้ไม่ยาก คงไม่มีอะไรให้ท่านต้องวิตกกังวล”“

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status