Share

5

last update publish date: 2026-05-06 11:12:41

หยางต้าหลงยกมือปาดเหงื่อ คุ้มครองความปลอดภัยคนครั้งนี้นับว่าเป็นอีกงานหนึ่งที่ต้องเสี่ยงชีวิต แต่เมื่อรับงานมาแล้วก็ต้องยอม ดวงตาเฉียบคมกวาดมองศิษย์ในสำนักคุ้มภัย บาดเจ็บไปห้าคน ล้มตายไปหนึ่งคน ยังเหลือต่อสู้กับพวกโจรอีกสี่คน แต่โจรมีมากถึงยี่สิบคนต่อให้พวกเขามีปีกก็ยากจะบินหนี พวกคนคุ้มภัยที่บ้านเจ้าสาวที่จ้างมาต่างหากต่างตายเกลื่อนดังใบไม้ปลิดปลิวไปหมด

หยางต้าหลงยืนอยู่กลางวงล้อมโจรป่าท่าทางเด็ดเดี่ยว ใบหน้าหล่อเหลายังสงบนิ่ง ไม่มีแวววิตกพาดผ่าน เขาเหลือบตาเพียงนิดเดียว มองให้แน่ใจว่าเจ้าสาวยังอยู่ในเกี้ยวอย่างปลอดภัยไม่มีโจรป่าคนไหนไปยุ่ง แค่นี้เขาก็พอใจแล้ว คนยังไม่ตายนับว่างานยังสำเร็จอยู่

“เจ้ายอมแพ้พวกเราเถอะท่านประมุขหยาง สิบต่อหนึ่งยังไงท่านก็เอาชนะเราไม่ได้”

หยางต้าหลงเดาว่าคนที่พูดน่าจะเป็นลูกพี่ของพวกมัน เขาแค่นยิ้มเย็นชาครั้งหนึ่ง แต่แค่นั้นก็ทำให้คนมองขนคอตั้งชัน

“ว่ายังไง ยอมแพ้เถอะ ส่งตัวเจ้าสาวกับสมบัติมาให้พวกเราเดี๋ยวนี้”

“พวกสมองสุกร ตาสุนัข ข้าไม่มีวันให้ในสิ่งที่พวกเจ้าต้องการ ต่อให้พวกเจ้ามามากกว่านี้ข้าก็ไม่กลัว” หยางต้าหลงถีบตัวขึ้นกลางอากาศอย่างรวดเร็ว ปลายเท้าแตะกิ่งไม้ครั้งหนึ่ง ก็วาดกระบี่เมฆาเคลื่อนเข้าใส่พวกมัน ที่ไม่ทันแม้แต่จะได้กะพริบตา

สามคนถึงกับทรุดล้มลงกับพื้น เลือดที่ลำคอพุ่งกระฉูดเป็นสายน้ำหลาก เพราะคมมีดเมฆาเคลื่อนนั้นบางแต่คมกริบแถมยังแข็งแรง หาอาวุธใดเปรียบได้ยาก อีกทั้งพลังข้อมือของหยางต้าหลงทั้งหนักแน่น ว่องไว ลงกระบี่ครั้งเดียวตายไปสาม

“อ๊า”

เสียงคนที่เหลือร้องออกมาพร้อมกันด้วยความตกใจปนหวาดกลัว เทพเจ้าหน้าหยกคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว พวกมันต่างคิดไม่ถึงว่าวิทยายุทธ์ของเจ้าสำนักคุ้มภัยเป่าจินจงที่ได้ยินแต่เพียงคำเล่าลือจะร้ายกาจถึงเพียงนี้

“พวกเจ้าเข้ามาพร้อมกันให้หมดนี่ ข้าไม่อยากเสียเวลา” หยางต้าหลงคำรามครั้งเดียว วาดกระบี่ออก ดวงตาเฉียบคมย้อมไอสังหารจ้องมองที่ศัตรูเบื้องหน้าเขม็ง

พวกมันมองหน้ากัน แล้วพยักหน้าอย่างหวาดๆจะหนีก็หนีไม่ได้ จะสู้ก็ตายแต่มาถึงตอนนี้ ตายเป็นตาย จากนั้นก็กรูเข้าใส่เป้าหมายพร้อมกัน ค่าหัวของหยางต้าหลง รวมทั้งทรัพย์สมบัติที่จะได้จากการปล้นชิงครั้งนี้มากพอที่จะทำให้พวกมันขวัญกล้าเทียมฟ้า ประจันหน้ากับเทพสวรรค์ที่แม้ยืนอยู่หนึ่งเดียวก็ยังกล้าต่อกรกับคนสิบคนไม่หวาดหวั่น

หยางต้าหลงใช้กระบี่รับการฟาดฟันจากโจรป่าที่กระโดดลอยตัวมาจากด้านบนหมายจะตัดหัวของเขา เขารับด้วยตัวกระบี่จากนั้นก็สะบัดข้อมือเปลี่ยนจากการตั้งรับเป็นแทงกลับแต่มันใช้วิชาตัวเบาเตะเท้ากลางอากาศหลบคมกระบี่ได้ทัน

แต่หยางต้าหลงไม่มีเวลาหายใจเมื่อพวกโจรที่รอจังหวะทีเผลอก็พุ่งปลายกระบี่แหลมคมเข้าหาลำตัวของเขา เขาเอี้ยวตัวหลบแต่เอวก็ถูกถากไปทีหนึ่งจนเลือดซิบ

เขามองแผลที่เอวครั้งหนึ่งก่อนมองประเมินไปที่พวกโจร ในสถานการณ์นี้เขาจะประมาทไม่ได้ พวกมันยังเหลือนับสิบคนและเหมือนเลือดเข้าตาจนสู้ไม่กลัวตาย ส่วนอีกด้านศิษย์ในสำนักก็กำลังคุ้มภัยเจ้าสาวในเกี้ยวอย่างเต็มที่ สู้ไปสู้มาเหลือสี่ต่อสี่นับว่ายังพอรับมือได้

ดวงตาคมกริบเริ่มสงบนิ่งได้แล้วหันมามองศัตรูตรงหน้า วิทยายุทธ์ของเขาไม่ใช่เพิ่งฝีกปรือ แต่เขาฝึกปรือมาตั้งแต่ห้าขวบนับรวมเวลาก็ยี่สิบปี ผ่านการฆ่าคนมาไม่น้อย ศัตรูตรงหน้านับเป็นอะไรได้

หยางต้าหลงก้าวเท้าตั้งท่ารอรับการจู่โจม โจรป่าที่ต้องการสังหารเป้าหมายให้สิ้นซากวิ่งเข้าใส่พร้อมกัน พวกมันแทงกระบี่เข้าใส่หยางต้าหลง แต่แทงได้เพียงอากาศ เพราะหยางต้าหลงกระโดดแหวกอากาศขึ้นสูงแล้วหันมาฟันใส่พวกมันล้มไปสองคน

เหลืออีกแปดคน หยางต้าหลงไม่รอช้าให้พวกมันจู่โจม เขาเป็นฝ่ายรุกเองด้วยการเข้าไปประกระบี่กับพวกมัน

เสียงกระบี่เสียดสีแหวกสายลมกันไปมา หยางต้าหลงสังหารพวกโจรป่าตายลงไปทีละคน ร่างพวกมันล้มลงดุจใบไม้ร่วง แต่ขณะเดียวกันพลังลมปราณที่งัดมาใช้เกือบหมดก็ทำให้หยางต้าหลงพลาดท่าโดนคมกระบี่ฟันใส่ไหล่ไปแผลหนึ่ง

หยางต้าหลงขบกรามแน่น กำด้ามกระบี่เมฆาเคลื่อนในมือแล้วเข้าสู่ต่อ เพราะถ้าหากเขาเผลออ่อนแอให้พวกมันเห็น มันต้องเร่งรุกเข้าใส่เขาเป็นแน่

ขณะที่ทางด้านเกี้ยวเจ้าสาว ศิษย์ในสำนักคุ้มภัยเป่าจินจงก็สู้จนสังหารพวกมันได้หมด แต่ก็บาดเจ็บไม่น้อยเพราะวิทยายุทธ์ของพวกโจรป่านั้นสูสี ทำเอาศิษย์ที่เหลือรอดจากการต่อสู้จำนวนสี่คนได้แต่นอนเอามือกุมบาดแผลที่กระจายอยู่เต็มตัว

“ข้าซวยแล้ว! เพราะเจ้านั่นแหละกระต่ายน้อย ไม่ใช่งิ้วสักหน่อยคนกำลังฆ่ากัน” นางหันไปมองแต่เจ้ากระต่ายขนปุยหายไปแล้ว “ไปไหนแล้วเจ้ากระต่าย เอาตัวรอด ทิ้งข้า”

แวบหนึ่งหยางต้าหลงหันไปเห็นหญิงงามร่างเล็กเขาไม่แน่ใจนักว่านางอายุถึงสิบห้าปีหรือไม่แต่เกรงว่านางจะได้รับผลกระทบไปด้วย เขาขี้เกียจเก็บหัวสวยๆ ของนางไปตามหาพ่อแม่

“แม่นางน้อย เจ้ามาวิ่งเล่น เพ่นพ่านอะไรแถวนี้ ไม่ใช่เรื่องของเจ้า รีบไสหัวไปซะ”

ฮุ่ยชิงยกมือปิดปากซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ บุรุษร่างกำยำใบหน้าคร้ามคมคนนั้นช่างตาดีนักมองเห็นนางด้วย หรือว่าความสวยของนางถูกต้นไม้ใหญ่ซ่อนไม่มิดเลยกระแทกตาเขา

นางเอ่ยเบาๆ เพราะเกรงว่าพวกที่กำลังฟาดฟันกันอย่างเอาเป็นเอาตายจะมองเห็นนางด้วย

“ใครว่าข้ามาวิ่งเล่น ข้ามาเก็บสมุนไพร งั้นข้าไปดีกว่า เชิญสู้กันต่อไปนะ เรื่องนี้ข้าไม่เกี่ยว”

ร่างเล็กมองหาทางหนีทีไล่กำลังหาทางเร้นกายออกไปให้พ้นความตายที่นางไม่ควรผ่านเข้ามาเจอ

แต่แล้วนางก็ได้ยินเสียงของบุรุษนอนร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดอยู่ดังขึ้น นางหันกลับมามอง ยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่งไม่กล้าผลีผลามวิ่งไปเพราะกลัวถูกสังหารไปด้วย นางมองไปใกล้ๆกันมีร่างชายในชุดดำโพกผ้าปิดใบหน้าเห็นแต่ดวงตานอนตายอยู่ น่าจะเป็นโจรป่ามาดักชิงสมบัติของขบวนเกี้ยวเจ้าสาวดูจากขบวนเกี้ยวแล้วเจ้าสาวไม่ใช่คนธรรมดา

“งานยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพคนตาย ข้าว่าตายได้อีกเยอะเลย”

เท้าเล็กๆวิ่งตรงไปยังคนที่นอนเจ็บ นางมองเห็นอีกด้านยังมีการต่อสู้กันอยู่ แต่เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดก็ทำให้ฮุ่ยชิงไม่กล้าทิ้งคนเจ็บไว้ นางวางตะกร้าลงมองสำรวจบาดแผล เห็นเลือดออกตรงช่องท้อง นางมองเขาแวบหนึ่งคิดว่าจะช่วยดีหรือวิ่งหนีไปให้เร็ว นางคว้าตระกร้าสมุนไพรกำเอาไว้แน่น

“ไม่ใช่เรื่องของข้า ข้าไม่ควรยื่นมือเข้ามายุ่ง”

ทว่าจิตสำนึกฝ่ายดีทำให้นางวางตระกร้าอย่างอ่อนใจ

“ข้าไม่ได้ใจดี แต่ข้าใจอ่อน” ร่างอ้อนแอ้นถอนใจยาวพรืด คนที่นอนจมเลือดมีร่างแข็งแกร่งใหญ่โตเปี่ยมด้วยพลังของบุรุษ เขาปราดมองนางที่คิดจะวิ่งไปแล้วย้อนกลับมา

“ท่านมีเลือดออกมาก ข้าจะช่วยห้ามเลือดให้” ฮุ่ยชิงบอกแล้วรีบหยิบสมุนไพรห้ามเลือดที่นางเพิ่งเก็บออกมา ฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ อย่างชำนาญจากนั้นก็ฉีกเสื้อคนป่วยออก เลือดสดๆไหลซึมออกมาพร้อมกับกลิ่นคาว ฮุ่ยชิงมองซ้ายขวาจะหาผ้าสะอาดแต่ไม่เห็นอะไรเลย นางจึงฉีกชายกระโปรงส่วนที่สะอาดไม่เปื้อนดินโคลนขึ้นมา

“แม่นางช้าก่อน เหตุใดเจ้าจึงฉีกชายกระโปรงออก”

“เจ้าทึ่ม ถามได้ เจ้านี่ช่างไม่รู้อะไร”

คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยในเมืองเกาซานมีใครกล้าเหิมเกริมบังอาจเรียกเขาว่าเจ้าทึ่ม

“ข้าจะเช็ดปากแผลให้ ไม่อยากตายหุบปากซะ ถึงกระโปรงข้าจะเก่าไปหน่อย แต่สะอาดรับรองได้”

นางดุเขาแล้วค้อนปะหลับปะเหลือกราวกับเขาไม่รู้ความ “เจ้าทำแผลเป็นเหรอ”

“เงียบเถอะ ข้าไม่ใช่หมอก็จริงแต่ตอนนี้ท่านไม่มีสิทธิ์เลือก จะให้ข้าช่วยห้ามเลือดให้หรือไม่ ถ้าไม่ท่านก็รอหมอจริงๆมาดูเถอะแต่ก็ไม่รู้ว่านานแค่ไหน”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พระชายาอ้อนรัก   69

    เจิ้งอี้เหยียนดวงตาดำมืดด้วยความขุ่นมัวเสด็จพ่อรู้ว่าเขากำลังหลบเลี่ยงเรื่องอะไร แล้วคิดใช้ไม้แข็งบังคับกันทางอ้อม“เสด็จพ่อรู้เรื่องที่ข้าแต่งงานกับสตรีในเกาซานแล้วใช่หรือไม่”“ฝ่าบาททราบเรื่องนี้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”ฮุ่ยชิงได้ยินก็พลันร่างกายแข็งค้างไปหมด “องค์ชายรอง!” นางครางออกมา ขอบตาแดงก่ำจู่ๆน้ำตาก็เห่อล้อมขึ้นมาคลอเบ้าตาแล้วไหลลงอาบแก้มทั้งสอง สิ่งที่นางคิดมาตลอดเป็นจริงแล้ว ตอนนั้นนางสงสัยว่าเหตุใดเขาจึงมีชุดคลุมมังกรห้าเล็บ และยังเมื่อสองวันก่อนนางเข้าไปเก็บแท่นหมึกและกระดาษในห้องทำงาน พบว่าเอกสารถูกเขียนค้าง มีลายเส้นแตกต่างกับใบสั่งของครั้งก่อนๆ ที่ถูกเก็บภายในห้องทำงาน คนเราจะลายมือเปลี่ยนได้มากขนาดนั้นเชียวหรือวันนี้นางได้รับคำตอบแล้ว ท่าทีแปลกๆ ที่หลายครั้งทำให้นางรู้สึกสับสนเขาไม่ใช่หยางต้าหลง... แล้วเขาคือใคร ที่ผ่านมานางใช้ชีวิตอยู่กับใครร่างเล็กเดินออกไปจากที่หลบซ่อนด้วยหัวใจเต้นระรัว ทั้งที่จริงเดินไม่กี่ก้าวก็ถึงเขาแล้วแต่เหตุใดดูห่างไกลนัก หรือหัวใจกำลังเจ็บปวดจ

  • พระชายาอ้อนรัก   68

    “เจ้าเป็นแมวหรือไง ถูอยู่ได้ เดี๋ยวเอาหน้าถูแขนข้าบ้าง ถูแผงอกข้าบ้าง จะเอายังไง”“ยังไงก็ได้เจ้าค่ะ แล้วแต่ท่านพี่แล้วกัน”“แน่นะ ที่พูดมา อย่างไรก็ได้?” ดวงตาแสนเจ้าเล่ห์วาบขึ้นทันทีฮุ่ยชิงเอาหน้ามาซบที่แผ่นอกอีกแล้ว นางเหมือนลูกแมวน้อยแบบที่เขาว่าไม่มีผิด แต่เขาเกลียดแมว มันชอบคลอเคลียทำให้รำคาญ แต่เหตุใดจึงไม่รำคาญเมียตัวน้อย และมือน้อยๆที่บังอาจซุกซนนัก ล้วงผ่านเสื้อเข้าไปลูบไล้ไปถึงแผงอก ยิ่งทำนิ่งไม่พูดอะไรเหมือนนางคงได้ใจ ทั้งซบและซุกอยู่อย่างนั้น‘เดี๋ยวข้าจะตัดมือเจ้าให้ ชอบลูบดีนัก อย่าให้ข้าลูบกลับบ้าง’เจิ้งอี้เหยียนกุมอำนาจทั้งกองทัพ ชื่อเสียงของเขาสะท้านแผ่นดิน ลาดไหล่กำยำแฝงด้วยกลิ่นอายทระนงโอบล้อมร่างบอบบางเอาไว้ เขาทนกับความรู้สึกส่วนลึกไม่ไหวจับนางเงยหน้าขึ้นแล้วก้มลงจุมพิตริมฝีปากนางที่หวานล้ำยิ่งกว่ารสหวานของลูกท้อ ดวงตาคมมองนางอย่างรักใคร่เอ็นดู“แต่งให้ข้าแล้วเจ้าเป็นของข้า ข้าเองก็ไม่คิดทอดทิ้งเจ้า จงจำเอาไว้นอกจากข้าใครก็รังแกเจ้าไม่ได้ ตบตีเจ้าไม่ได้” พูดไ

  • พระชายาอ้อนรัก   67

    ผ่านไปหนึ่งก้านธูป ดวงจันทร์ที่โผล่พ้นเงาดำของเมฆออกมาเวลานี้สาดแสงสว่างลงมาทำให้เรือนร่างเล็กรีบสาวเท้าเข้าไปใกล้ร่างสูงที่ยืนมองเรือนร้าง พลันชะงักเมื่อได้ยินเสียงก้าวสวบๆ ตามมาด้านหลัง นางจึงหยุดแล้วมอง“ท่านพี่! ท่านพี่เองหรือเจ้าคะ”“หากไม่ใช่ข้า แล้วเจ้าคิดว่าเป็นใคร”“เมื่อครู่ข้าเห็นเงาอะไรผ่านไปมาอยู่ใต้ต้นกุ้ยฮวา หรือข้าตาฝาด”นางคงตาฝาดไปกระมัง เมื่อครู่นางเห็นเงาแถวใต้ต้นกุ้ยฮวาที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ฮุ่ยชิงไม่สนใจเงานั้นอีก ตอนนี้เรื่องที่สำคัญคืออยากทำให้คนตรงหน้าหายโกรธ นางชักเท้าเข้าไปใกล้ ในสวนมีแต่เขากับนาง แสงจันทร์ในคืนเดือนแรมสาดส่องลงมาบางเบาทำให้เห็นเสี้ยวหน้าหล่อเหลาราวกับเทพเซียนเจิ้งอี้เหยียนรับรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ นางไม่ได้ตาฝาดมีองครักษ์เสื้อแพรของเสด็จพ่อ หรือองครักษ์เงาข้ารับใช้ของเขากันแน่ แต่เวลานี้ไปหลบตรงไหนเสียเล่าสตรีงามนั้นทำให้บุรุษลุ่มหลง แต่สตรีอ่อนน้อมช่างเอาอกเอาใจย่อมทำให้สามีรู้สึกสุขสงบอย่างแท้จริง เรื่องขุ่นข้องหมองใจในคืนนี้ นางควรรีบสร้างควา

  • พระชายาอ้อนรัก   66

    ฮุ่ยชิงขมวดคิ้ว นางได้ยินเขาแทนตัวเองด้วยคำว่าองค์... แต่ความโกรธเกรี้ยวที่มีต่อกันตอนนี้ทำให้นางไม่ทันได้ถามออกไปไม่มีครั้งใดที่บุรุษตรงหน้าจะตะเบ็งเสียงใส่นาง รสชาติฝาดขมทะลักขึ้นมาในใจ หยาดน้ำตากำลังรื้นขึ้นมาถึงดวงตา นางไม่เคยคิดนอกใจเขา เหตุใดต้องปรักปรำนางด้วย แต่นางนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก ทำไมจึงละเมอเรียกชื่อเถียนหลิงอย่างที่เขากล่าวหาแต่สถานการณ์ในเวลานี้ต่างคนต่างโมโห เขาเกรี้ยวกราดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ขืนนางยืนอยู่ตรงนี้คงได้ตีกันตาย ร่างบอบบางตัดสินใจหมุนกลับไปทางประตูทางออกของเรือน แล้วคิดว่าจะหนีไปตั้งหลักก่อน รออารมณ์เย็นกันทั้งสองฝ่ายแล้วค่อยกลับมาพูดจากันดีๆแค่เพียงนางหันหลังให้เขา ใบหน้าคมคายกลับสะท้อนให้เห็นถึงความเจ็บปวดราวกับมีดาบข้าศึกกำลังแทงหัวใจเขาอยู่“ฮุ่ยชิง นั่นเจ้าจะไปไหน”ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก หยุดยืนอยู่กับที่เสียงเขาก็ยังตวาดไล่หลังมาอีก “เดี๋ยวนี้เจ้าอวดดีกล้าเดินหนีข้าแล้วหรือ ชักบังอาจเกินไปแล้ว”ได้ยินคำพูดเช่นนี้ร่างเล็กรีบสาวเท้าหนีคนอารมณ์ร้าย เวลานี้ค่ำแล้วบ่าวไพร่ต

  • พระชายาอ้อนรัก   65

    เมื่อถึงสำนักคุ้มภัย ฮุ่ยชิงเดินตามร่างกำยำเข้าไปที่เรือนอย่างรวดเร็ว นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาถึงเงียบขรึมมาตลอดทาง ระหว่างทางนางพูดด้วยเขาก็ตอบเพียงสั้นๆ พอถึงเรือนฮุ่ยชิงรีบตามเขาเข้าไปในเรือน“ท่านพี่คงหิวมาก วันนี้ท่านอยากกินอะไรเจ้าคะ ข้าจะรีบเข้าครัวปรุงสำรับให้” แม้จะมีบ่าวไพร่เต็มเรือนแต่อาหารของสามีนางมักจะเป็นผู้ลงมือปรุงเองคนที่ยืนไพล่หลังพูดขึ้นเสียงทุ้มห้าว “ไม่ต้องทำ ข้าไม่อยากกิน”“แล้วท่านพี่ไม่หิวแล้วหรือเจ้าคะ” ในเมื่อตอนอยู่หน้ากรมอาญาท่าทางเขาหิวจนหงุดหงิด คนถามเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างน้ำเสียงถูกกดต่ำด้วยอารมณ์ไม่พอใจแต่เจ้าตัวก็พยายามฝืนพูดด้วยน้ำเสียงปกติ “เจ้ารู้จักรองแม่ทัพเถียนหลิงนานแล้วหรือ เหตุใดดูสนิทสนมกันนัก” เพียงแค่เขาปล่อยนกพิราบสื่อสารขึ้นฟ้าในระหว่างที่เดินทางกลับ เมื่อถึงประตูทางเข้าสำนักคุ้มภัยเขาได้คำตอบแล้วว่าชายที่ฮุ่ยชิงคุยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มนั้นคือรองแม่ทัพเถียนหลิง บุรุษผู้นั้นมากด้วยฝีมือ กำลังก้าวหน้าอย่างมากในกองทัพหญิงสาวเม้มริมฝ

  • พระชายาอ้อนรัก   64

    “ข้าเพิ่งกลับเข้าเมืองมาได้เพียงสองวัน”“พี่เถียนหลิงท่านเรียกข้าคุณหนูรอง ตอนนี้ข้าไม่ได้เป็นคุณหนูรองแล้วนะเจ้าคะ”เถียนหลิงขมวดคิ้วเข้ม “หมายความว่ายังไงหรือ” เขาไม่ได้กลับเข้าเมืองนาน มีอะไรที่เขาพลาดไปฮุ่ยชิงหน้าแดง “เวลานี้ข้าเป็นฮูหยินน้อยสกุลหยางแล้ว ข้าแต่งงานกับท่านประมุขหยางต้าหลง”“จริงหรือ ข้ายินดีด้วย นับว่าเหมาะสมกันแล้ว”“แล้วท่านเล่า ถูกสั่งย้ายกลับเข้าเมืองแล้วหรือเจ้าคะ”“ข้าถูกหัวหน้าสำนักตรวจการเรียกตัวมาสอบสวน”“ใต้เท้าซ่งเรียกท่านมาสอบสวน” คิ้วของนางขมวด เท่าที่นางพอรู้และสัมผัสได้ คนผู้นี้เป็นคนจิตใจดี ใจคอกว้างขวางไม่น่าจะทำเรื่องทุจริตในกองทัพให้ใต้เท้าซ่งเรียกตัวมาสอบสวนได้นี่นาเห็นสีหน้าเป็นกังวลของนาง เถียนหลิงกลับหัวเราะราวกับเขาไม่ทุกข์ร้อน ก็เขาไม่ได้ทำผิดเหตุใดต้องกังวล“เห็นท่านยิ้มได้แบบนี้คงรับมือใต้เท้าซ่งผู้เถรตรงได้ไม่ยาก คงไม่มีอะไรให้ท่านต้องวิตกกังวล”“

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status