Mag-log inปาฏลีหวีดร้องยามร่างลอยหวือ สองแขนกอดคอกรัณย์แน่นโดยอัตโนมัติด้วยกลัวตก โล่งใจขึ้นมาหน่อยเมื่อไม่ได้จุ๊มปุ้กลงบนพื้นอย่างที่นึกกลัว หล่อนกำลังใช้ตักเขาเป็นที่นั่งแทนโซฟา ส่วนเครื่องปั๊มนมที่หวงนักหวงหนาหล่นไปอยู่บนพื้นพรม ปัญหาอยู่ที่มันกระแทกลงบนโต๊ะแข็ง ๆ ก่อนตกลงบนพื้นนิ่ม เจ้าเครื่องซึ่งตอนซื้อพนักงานขายการันตีว่าเป็นรุ่นที่ดีที่สุดและทนทานที่สุดแยกออกเป็นหลายส่วนเผยให้เห็นชิ้นส่วนและแผงวงจรต่าง ๆ ภายใน เท่านี้ก็รู้แล้วว่าไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีก
“เล่นอะไรคะ พังแล้วแน่ ๆ”
“ไว้ผมดูให้” เขารวบร่างเล็กแน่นขึ้น กันไม่ให้ก้มลงหยิบชิ้นส่วนเหล่านั้น
“ดูยังไงคะ คุณโอมซ่อมเป็นด้วยหรือ กวางว่ามันเสียแล้วแน่ ๆ ถึงจะซ่อมได้แต่น่าใช้งานได้อีกแค่แป๊บเดียว กระแทกแรงขนาดนั้น”
“ไว้อะตอมตื่น เราค่อยไปซื้อใหม่”
“แต่กวางจำเป็นต้องใช้ตอนนี้ค่ะ” จำไม่ได้แล้วว่าเก็บที่ปั๊มนมแบบสุญญากาศไว้ที่ไหน และอีกอย่างเวลาต้องการหาอะไรสักอย่างมักหาไม่เจอ น่าจะต้องบีบน้ำนมด้วยมือแน่แล้ว ซึ่งหล่อนเคยลองและพบว่าเจ็บเอาการ
“โทรให้แซเวียร์ซื้อเข้ามาตอนนี้เป็นไง”
เขาคว้าโทรศัพท์ขึ้นเตรียมต่อสาย ทว่าปาฏลีห้ามไว้ทัน ของแบบนี้ใครเขาให้ผู้ชายเป็นฝ่ายซื้อกันเล่า เอาเถอะ หากกรัณย์ไปซื้อให้คงไม่น่าเกลียดเท่าไรเพราะเป็นพ่อของลูก แต่สำหรับแซเวียร์ เขาเป็นลูกน้องของกรัณย์ก็จริง แต่ใช่ว่าจะอาศัยไหว้วานได้ทุกเรื่องและหล่อนก็เกรงใจแซเวียร์อยู่เป็นทุนเดิม
“กวางต้องซื้อเองค่ะ ฝากแซเวียร์ซื้อน่าเกลียดตายเลย”
“ค่อยซื้อ ตอนนี้ผมอยากให้กวางช่วยงานมากกว่าทำอย่างอื่น”
“แต่กวางคัด เอ่อ...” ป่านนี้น้ำนมซึมบนแผ่นแปะซับเต็มแน่แล้ว ยิ่งตื่นเต้น อาการคัดหน้าอกก็เหมือนจะทวีความรุนแรงมากขึ้น
“คัดอะไร”
“หน้าอกค่ะ กวางคัดหน้าอก” ดวงตากลมใสเริ่มคลอหยาดน้ำ ยามนี้ทรวงอกร้อนเห่อและตึงจนเกรงจะปริแตก ร้านขายเครื่องปั๊มนมอยู่ห่างจากอะพาร์ตเมนต์พอสมควร อากาศด้านนอกก็หนาวเหน็บ สุดท้ายความผิดทั้งหมดจึงถูกโบ้ยไปยังเจ้าของตักที่ปาฏลีนั่งอยู่ “กวางต้องปั๊มนม แต่คุณโอมทำเครื่องปั๊มนมพังแล้ว”
“เอาเป็นว่าผมจะรับผิดชอบ”
“ออกไปซื้อให้หรือคะ” หล่อนค่อยใจชื้น แต่ยังเป็นกังวลเนื่องจากกรัณย์ส่อแววว่าจะไม่สบายและเพิ่งกินยาเม็ดลดน้ำมูกเข้าไปเมื่อครู่
ยาลดน้ำมูก...เขาไม่ง่วงแล้วหรือ
“ไม่”
“แล้ว...” คิ้วสวยยู่เข้าหากัน คำพูดถูกหยุดไว้เพียงแค่นั้น ก่อนเปลี่ยนเป็นเสียงอืออาในลำคอ ไม่ทันได้ตั้งคำถามต่อเมื่อฝ่ามือของอีกฝ่ายเคลื่อนเข้าภายใต้เสื้อแล้วลูบหน้าท้องหล่อนเล่น สติปาฏลีเริ่มพร่าเลือน อาการเสียวซ่านเข้าแทนที่
“อะไรพังก็ทำหน้าที่แทนอันนั้น”
กรัณย์กอบกุมทรวงอกภายใต้บราเซียร์ซึ่งอวบอิ่มกว่าปกติเนื่องด้วยภาวะให้นมบุตร มันไม่ได้นุ่มนิ่มเหมือนอย่างทุกครั้ง แต่เริ่มแข็งเป็นก้อนเพราะน้ำนมคัดเต็มอยู่ภายใน เสื้อพอดีตัวกับกางเกงที่หล่อนสวมอยู่กลายเป็นปัจจัยสี่ที่ไม่จำเป็นอีกต่อไป ชายหนุ่มลอกคราบคนบนตักจนร่างขาวผ่องเหลือเพียงชั้นในชิ้นบนกับชิ้นล่างเท่านั้น ประทับรอยจูบเหนือเนินอก ดูดเม้มแสดงความเป็นเจ้าของ ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความซาบซ่านให้กับอีกฝ่าย สูดเอากลิ่นน้ำนมที่คัดล้นติดแผ่นซับให้แล่นอบอวลในปอด
น้ำนมจากอกติดแก้มลูก กรัณย์หอมลูกก็พลอยได้ทำความคุ้นเคยกับกลิ่นนี้ไปในตัว เขาชอบมากถึงขั้นติดใจจนต้องหอมแก้มอะตอมทุกครั้งที่ลูกกินนมจนอิ่ม ทว่าไม่เคยลองชิมจากแหล่งผลิตเลยสักครั้งเนื่องจากเกรงว่าเป็นการแย่งลูก แต่คราวนี้จะได้ลองเพราะเสนอตัวรับผิดชอบแทนเจ้าเครื่องปั๊มนมที่กลายเป็นเศษซากจากฝีมือตน
เขาเลื่อนมือลูบแผ่นหลังบอบบาง ใช้เพียงสองนิ้วอย่างช่ำชอง ตะขอชั้นในชิ้นบนก็ดีดออกจากกันโดยง่าย ข้อดียามปาฏลีเคลิ้มคือให้ความร่วมมือกับเขาในทุก ๆ ขั้นตอน ริมฝีปากหนายิ้มพอใจเมื่อหญิงสาวยกแขนออกเพื่อให้เขาถอดมันออกห่างตัวและปาลงพื้นไปกองรวมกับเครื่องปั๊มนม แผ่นแปะน้ำนมบนอกหล่อนเปียกชุ่มทั้งสองข้าง
กลิ่นน้ำนมหอมละมุนยังโชยแตะจมูกอยู่จาง ๆ อยากรู้เหลือเกินว่าอาหารอันโอชะของลูกจะหวานหอมสักเพียงไร กรัณย์ค่อย ๆ ลอกแผ่นแปะซับน้ำนมออกทีละข้าง น้ำสีขาวขุ่นซึมออกจากยอดอกเชิญชวนให้ลิ้มลอง
“พอจะรู้แล้วว่าทำไมถึงมีนมตุนไว้เต็มตู้”
คนฟังค่อยได้สติ พอจะจับใจความได้ว่าเขาพูดอะไร แต่ยากยิ่งที่จะโต้ตอบใด ๆ สมองขาวโพลนราวกับเดินอยู่ท่ามกลางทุ่งหิมะที่ยังคงมีเกล็ดหิมะตกลงปกคลุมต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด ต่างกันเพียงแค่ทุ่งหิมะหนาวเหน็บ อยู่ไม่ได้แน่ ๆ หากไม่มีเครื่องแต่งกายมิดชิดที่ปกป้องร่างกายจากความหนาว แต่ยามนี้หล่อนร้อนรุ่มเพราะกรัณย์จุดไฟในกาย ขนาดว่าท่อนบนไม่เหลืออะไรเลยสักชิ้นยังไม่สบายตัว
“เมื่อยหรือเปล่า” เขาทัดเส้นผมนุ่มสลวยที่ปรกหน้าทัดไว้กับใบหูขาวสะอาด เมื่อหญิงสาวยังไม่ตอบจึงถามอีก “นั่งท่านี้สบายตัวไหม หรือต้องเปลี่ยนท่า”
“ไม่ค่ะ ดีแล้ว”
ท่าที่นั่งอยู่ไม่สบายตัวนัก แต่หล่อนพอใจเพราะตักนี้เป็นของเขา แม้ไม่นุ่มเท่าโซฟา ทว่ามีผลต่อหัวใจ
ใบหน้าผ่องก้มงุดทันทีที่เงยขึ้นหวังจะได้สบตาเขา แต่เอาเข้าจริงกลับเห็นว่าสายตากรัณย์จดจ่ออยู่กับหน้าอกหล่อนซึ่งกำลังคัดเต็มที่ ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอีกครั้งเมื่อมือเขาปัดป่ายยอดอกไล่ซับน้ำนมแทนแผ่นซับที่ถูกแกะไปวางบนโต๊ะ
“รสชาติเป็นยังไง ทำไมอะตอมถึงชอบนัก”
“กวะ...กวางไม่รู้ค่ะ” น้ำเสียงหล่อนขาดเป็นห้วง ไม่เคยชิมน้ำนมตัวเองสักครั้งแล้วจะรู้ได้อย่างไร
ปาฏลีนั่งบนตัก ทรวงสาวจึงอยู่ต่ำกว่าระดับคางเขาไม่มาก กรัณย์ครอบริมฝีปากลงกับยอดอกแล้วออกแรงดูดโดยอาศัยจังหวะที่หล่อนเผลอหลับตา ความตั้งใจมีเต็มเปี่ยมหากแต่น้ำนมไม่มีทีท่าว่าจะไหลออกเหมือนคราวลูกดูด
“คุณโอม !”
ฝ่ามือที่ดันไหล่เขาออกห่างจากตัวทำให้กรัณย์จำต้องถอยทัพ แววขันถูกซ่อนภายใต้ใบหน้าขรึมโดยที่อีกฝ่ายไม่อาจล่วงรู้ หญิงสาวตกใจไม่น้อยกับการกระทำของเขา คงไม่คิดว่าเขากล้าใช้วิธีนี้ หล่อนพยายามดิ้นลงจากตัก แต่มีหรือที่จะทำได้อย่างใจคิดหวัง หากราชสีห์หมายมั่นในการเลือกเหยื่อ มีหรือที่ลูกกวางตัวน้อยจะรอดพ้น
“จะช่วยปั๊มนม”
“ไม่ได้นะคะ !”
ผู้หญิงทุกคนมีความตระหนี่ซ่อนอยู่ในตัว ตลาดมีของสดของแห้งมากมายที่สามารถนำมาเป็นวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารไทย แถมราคาถูกกว่าในซูเปอร์มาเก็ต หากซื้อหลายอย่างก็ประหยัดเงินได้หลายดอลลาร์ออสเตรเลีย ปาฏลีไม่เรื่องมากเรื่องอาหารการกิน แต่หล่อนยังคงเป็นคนไทยที่กินอาหารไทยมากกว่าอาหารพื้นถิ่นของที่นี่ การปรุงอาหารเองจึงเป็นเรื่องจำเป็น“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่หนักเลย กวางถือได้ คุณโอมถือของเยอะแล้ว”“แน่ใจ”“อะตอมตัวหนักกว่าของในถุงผ้าตั้งเยอะค่ะ”“ถ้าไม่ไหวต้องรีบบอก”“ค่ะ กวางจะรีบบอก”หล่อนอุ้มแค่ถุงผ้าบรรจุผลไม้ ส่วนเขามีตั้งหลายอย่าง เป็นต้นว่าเนื้อสัตว์ ผักสด แต่ของเท่านี้สำหรับผู้ชายคงไม่หนักมากเท่าไร กรัณย์ทำเหมือนมันไม่มีน้ำหนักเลยด้วยซ้ำ แถมเขายังเดินไวกว่าหล่อน จะว่าไป การจากบ้านเกิดมาไกลบังคับให้หล่อนต้องปรับตัวกับอะไรหลายอย่างในชีวิต อยู่เมืองไทยไม่เคยพกถุงผ้าหากต้องออกจากบ้านเพื่อจับจ่ายใช้สอย แต่เมื่อมาอยู่ที่นี่ ถุงผ้าคือของที่ขาดไม่ได้ และหล่อนมีหลายใบในกระเป๋าสะพายข้างเดินคุยกันไป มองวิถีชีวิตของผู้คนรอบข้างกันไป ทั้งคู่ก็มาหยุดตรงป้ายรอรถ ตั้งแต่คลอดลูกปาฏลีไม่ชินนักสำหรับการไปไหน
“หมด ? หมดได้ยังไงกันคะ” ก็คราวก่อน ก่อนที่เขาจะบินกลับไทย หล่อนยังเห็นมันมีในลิ้นชักตั้งหลายกล่อง“ต้องให้ย้ำหรือเปล่าว่าตั้งแต่คืนแรกที่มาถึง ผมจัดให้กวางคืนละกี่รอบ บางทีอาจต้องรวมช่วงกลางวันเข้าไปด้วย เพราะกวางย้ำให้สวมเสื้อกันฝนทุกครั้ง”“ไม่ต้องแล้วค่ะ กวางรู้แล้ว”ปาฏลีเห็นถึงข้อเสียของการไม่มีผ้าห่มผืนเล็ก ๆ บนโซฟาก็คราวนี้ นอกจากหมอนอิง หล่อนไม่ชอบให้มีสิ่งอื่นใดบนโซฟา เพราะนอกจากกินพื้นที่ ยังทำให้ความน่ามองของห้องลดลงหลายระดับ แต่ตอนนี้อยากหยิบผ้าห่มมาคลุมตัวนัก หล่อนไม่มีอาภรณ์ใด ๆ ติดกาย มือไม้ก็ดูเล็กเกินไปหากใช้ปกปิดทรวงอกและของสงวนที่กรัณย์กำลังจด ๆ จ้อง ๆ คำพูดเขาทำหล่อนอาย แต่ยังไม่เท่าความอายซึ่งเกิดจากการที่สายตาเฉียบคมกำลังมองด้วยอารมณ์ที่หล่อนเองก็รู้ว่ามีเพียงวิธีเดียวที่ทำให้อารมณ์นี้สงบลงได้...และถ้าหากตาไม่ฝาด หล่อนเห็นรอยยิ้มจากเขา“แสดงว่าอนุญาตให้ผมไปต่อ”“แต่เราไม่มี...”“ประจำเดือนเพิ่งหมดไม่ใช่หรือ ระยะปลอดภัย”“ค่ะ”ปาฏลีเออออไปด้วย รู้ทั้งรู้ว่าแม้การนับวันแบบหน้าเจ็ดหลังเจ็ดเป็นหนึ่งในวิธีคุมกำเนิด แต่จริง ๆ แล้วไม่มีวิธีไหนได้ผลเต็มหนึ่งร้อยเปอร์เซ
กรัณย์ไม่ฟังเสียงห้าม คราวนี้จริงจังมากกว่าเมื่อครู่ ปาฏลีเลิกปัดป้องคงรู้ว่าถึงห้ามอย่างไรก็ไม่เป็นผล หล่อนครางฮือ สองมือกอดไหล่เขา ลองอยู่สองสามแบบชายหนุ่มจึงรู้ว่าต้องใช้วิธีไหนน้ำนมถึงออกจากอก...นี่เพิ่งเริ่มต้น การเดินทางยังอีกยาวไกล“รสจืด ๆ มัน ๆ หวานปะแล่มติดปลายลิ้น” เขาบอกราวกับกำลังรีวิวรสอาหารอย่างไรอย่างนั้น กรัณย์ทำหน้าที่แทนเครื่องปั๊มนมกับอกข้างขวาของคนตัวเล็ก มือนวดอกอีกข้างอย่างแผ่วเบาให้ปาฏลีผ่อนคลาย“อื้ออออออ”“แบบนี้ดีไหม” เขาผละออกเพื่อถาม“ไม่ดีค่ะ” ไม่ดีแน่ ๆ เขาดูดไม่เหมือนลูกดูดสักหน่อย และหล่อนมั่นใจว่ากรัณย์ไม่หยุดแค่นี้ นั่นไงเล่า ปากเขาป้วนเปี้ยนกับอกหล่อนอีกแล้ว แบบนี้เรียกว่าใครช่วยงานใครกันแน่ “คุณโอม เดี๋ยวอะตอมตื่นนะคะ”“ผมจะทำเวลา”“แต่กวางไม่ชินค่ะ” เมื่อคืนหล่อนแทบหมดแรง กรัณย์ทำงานหนักทว่าไม่เคยละเลยเรื่องบนเตียง เขาเคยพูดว่ามันคือการกระชับความสัมพันธ์ในรูปแบบหนึ่ง และเขาใส่ใจกับทุก ๆ การกระทำ อย่างน้อยก็ทำให้ปาฏลีรู้สึกว่าหล่อนเป็นแม่ของลูก หาใช่ที่ระบายความใคร่“ไม่ชินไม่แปลก เพราะเป็นครั้งแรก ผมไม่เคยช่วยกวางปั๊มนมเลยสักครั้ง”แน่ละ ครั้งนี้
ปาฏลีหวีดร้องยามร่างลอยหวือ สองแขนกอดคอกรัณย์แน่นโดยอัตโนมัติด้วยกลัวตก โล่งใจขึ้นมาหน่อยเมื่อไม่ได้จุ๊มปุ้กลงบนพื้นอย่างที่นึกกลัว หล่อนกำลังใช้ตักเขาเป็นที่นั่งแทนโซฟา ส่วนเครื่องปั๊มนมที่หวงนักหวงหนาหล่นไปอยู่บนพื้นพรม ปัญหาอยู่ที่มันกระแทกลงบนโต๊ะแข็ง ๆ ก่อนตกลงบนพื้นนิ่ม เจ้าเครื่องซึ่งตอนซื้อพนักงานขายการันตีว่าเป็นรุ่นที่ดีที่สุดและทนทานที่สุดแยกออกเป็นหลายส่วนเผยให้เห็นชิ้นส่วนและแผงวงจรต่าง ๆ ภายใน เท่านี้ก็รู้แล้วว่าไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีก“เล่นอะไรคะ พังแล้วแน่ ๆ”“ไว้ผมดูให้” เขารวบร่างเล็กแน่นขึ้น กันไม่ให้ก้มลงหยิบชิ้นส่วนเหล่านั้น“ดูยังไงคะ คุณโอมซ่อมเป็นด้วยหรือ กวางว่ามันเสียแล้วแน่ ๆ ถึงจะซ่อมได้แต่น่าใช้งานได้อีกแค่แป๊บเดียว กระแทกแรงขนาดนั้น”“ไว้อะตอมตื่น เราค่อยไปซื้อใหม่”“แต่กวางจำเป็นต้องใช้ตอนนี้ค่ะ” จำไม่ได้แล้วว่าเก็บที่ปั๊มนมแบบสุญญากาศไว้ที่ไหน และอีกอย่างเวลาต้องการหาอะไรสักอย่างมักหาไม่เจอ น่าจะต้องบีบน้ำนมด้วยมือแน่แล้ว ซึ่งหล่อนเคยลองและพบว่าเจ็บเอาการ“โทรให้แซเวียร์ซื้อเข้ามาตอนนี้เป็นไง”เขาคว้าโทรศัพท์ขึ้นเตรียมต่อสาย ทว่าปาฏลีห้ามไว้ทัน ขอ
“งานมีปัญหาหรือคะ” เมื่ออยู่กับความคิดของตนแล้วทำให้ใจเป็นทุกข์ จึงชวนคุยเสียคนถูกถามละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วมองปาฏลี คิ้วขมวดยุ่ง“กวางไม่เคยถามเรื่องงาน”“ก็...” ไม่เคยถาม ไม่ใช่ไม่อยากรู้ หรือหล่อนก้าวก่ายชีวิตเขามากเกินไป แต่ทั้งหมดทั้งมวลกลั่นจากความห่วงใยล้วน ๆ“ก็อะไร”“ก็...พักนี้คุณโอมไม่ปกติค่ะ” ปาฏลียอมบอกในที่สุด กรัณย์อาจเคยเป็นนักข่าวมาก่อน หล่อนไม่เคยปกปิดความรู้สึกกับเขาได้เกินหนึ่งวัน ชายหนุ่มมีวิธีมากมายที่ทำให้คู่สนทนาคายคำพูด“ไม่ปกติยังไง”“หลาย ๆ อย่างทำให้กวางพอจะปะติดปะต่อได้ว่าคุณโอมเครียดเรื่องงานค่ะ และก็...” น้ำเสียงหวานน่าฟังเงียบไปครู่หนึ่งเพื่อช่างใจ และผลจากการไตร่ตรองด้วยระยะเวลาอันสั้นคือควรพูดในตอนนี้ ไม่เช่นนั้นแล้วอาจไม่มีโอกาสพูดประเด็นนี้อีก “คุณโอมยังไม่ให้อะตอมกับกวางกลับไทย”เขาหยิบหมอนอิงที่กั้นระหว่างตนกับหล่อนวางอีกฝั่ง คอมพิวเตอร์พกพาถูกกำจัดให้ห่างกายเป็นลำดับถัดมา“ขยับมานั่งใกล้ ๆ”หญิงสาวนิ่งอยู่หลายวินาที จนกรัณย์ตบฝ่ามือบนที่ว่างเบา ๆ แทนการพูดซ้ำ ปาฏลีจึงขยับชิดเขาโดยที่เครื่องปั๊มนมยังวางอยู่บนตัก ท่อนขาเขากับหล่อนแนบชิด แม
การตัดสินใจครั้งสำคัญเกิดขึ้นกับปาฏลีเมื่ออายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ คำถามมากมายจากคนรอบข้างซึ่งไม่รู้ปูมหลังครอบครัวพุ่งเข้าใส่ราวดอกธนู เหตุใดหล่อนจึงทิ้งชีวิตที่กำลังไปได้สวยในมหาวิทยาลัยอันดับต้น ๆ ของประเทศที่คะแนนสอบเข้าสูงลิบ ปาฏลีตอบเพียงว่าต้องการเรียนต่อที่ออสเตรเลียซึ่งช่วงหนึ่งในวัยเด็กเคยใช้ชีวิตกับพ่อแม่ในมหาวิทยาลัยที่ประเทศไทย หล่อนเรียนดีและเป็นดาวคณะที่เพียงเอ่ยชื่อก็มีคนรู้จัก หนึ่งปีที่เรียกแทนตัวเองว่านิสิตทำให้ค้นพบว่าเลือกเรียนถูกทาง วันลาออก แม้แต่อาจารย์ที่ปรึกษายังลังเลที่จะจรดปลายปากกาอนุมัติ ทว่าสุดท้ายแล้วหล่อนก็พ้นจากสภาพนิสิตโดยสมบูรณ์ ป้าไม่ขัดข้องเลยสักนิด ท่านจองตั๋วเครื่องบินและพาไปทำวีซ่าด้วยซ้ำเมื่อหล่อนขอออกจากบ้านเพื่อเดินตามทางของตัวเอง นั่นเพราะท่านได้ทรัพย์สินทั้งหมดของย่ากับพ่อแม่ซึ่งตกทอดมาถึงหล่อน จากการอ้างว่าเป็นค่าบุญคุณตลอดห้าปี และเป็นหล่อนเองที่ยกสิ่งเหล่านั้นให้ท่านเพื่อตัดปัญหา อีกนัยหนึ่งคือตัดขาดจากกันและไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันอีก...นับจากวันนั้น ปาฏลีคือผู้หญิงตัวคนเดียว ไม่มีครอบครัว ไม่มีญาติ หญิงสาวมีเพียงเงินประกันชีวิตขอ