Mag-log inการตัดสินใจครั้งสำคัญเกิดขึ้นกับปาฏลีเมื่ออายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ คำถามมากมายจากคนรอบข้างซึ่งไม่รู้ปูมหลังครอบครัวพุ่งเข้าใส่ราวดอกธนู เหตุใดหล่อนจึงทิ้งชีวิตที่กำลังไปได้สวยในมหาวิทยาลัยอันดับต้น ๆ ของประเทศที่คะแนนสอบเข้าสูงลิบ ปาฏลีตอบเพียงว่าต้องการเรียนต่อที่ออสเตรเลียซึ่งช่วงหนึ่งในวัยเด็กเคยใช้ชีวิตกับพ่อแม่
ในมหาวิทยาลัยที่ประเทศไทย หล่อนเรียนดีและเป็นดาวคณะที่เพียงเอ่ยชื่อก็มีคนรู้จัก หนึ่งปีที่เรียกแทนตัวเองว่านิสิตทำให้ค้นพบว่าเลือกเรียนถูกทาง วันลาออก แม้แต่อาจารย์ที่ปรึกษายังลังเลที่จะจรดปลายปากกาอนุมัติ ทว่าสุดท้ายแล้วหล่อนก็พ้นจากสภาพนิสิตโดยสมบูรณ์ ป้าไม่ขัดข้องเลยสักนิด ท่านจองตั๋วเครื่องบินและพาไปทำวีซ่าด้วยซ้ำเมื่อหล่อนขอออกจากบ้านเพื่อเดินตามทางของตัวเอง นั่นเพราะท่านได้ทรัพย์สินทั้งหมดของย่ากับพ่อแม่ซึ่งตกทอดมาถึงหล่อน จากการอ้างว่าเป็นค่าบุญคุณตลอดห้าปี และเป็นหล่อนเองที่ยกสิ่งเหล่านั้นให้ท่านเพื่อตัดปัญหา อีกนัยหนึ่งคือตัดขาดจากกันและไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันอีก
...นับจากวันนั้น ปาฏลีคือผู้หญิงตัวคนเดียว ไม่มีครอบครัว ไม่มีญาติ
หญิงสาวมีเพียงเงินประกันชีวิตของพ่อแม่ รวมกับเครื่องประดับกับทองคำที่ย่าฝากไว้ในตู้นิรภัยธนาคารราวกับรู้อนาคตว่ามันเป็นสิ่งที่ป้าไม่สามารถเอาไปได้ ก่อนออกจากประเทศไทยหล่อนแปลงทั้งหมดเป็นเงิน คิดคำนวณอย่างดีก็พบว่าหากใช้ชีวิตในเมลเบิร์นอย่างสมถะ เงินก้อนนั้นสามารถส่งหล่อนเรียนได้จนจบระดับวิชาชีพชั้นสูง
หล่อนวางแผนจะทำงานและใช้ชีวิตในต่างแดนจนลมหายใจสุดท้าย ทว่าแผนการทุกอย่างหักเหตั้งแต่มัวมองบอลลูนหลายลูกหลากสีสันอย่างเหม่อลอยจนเดินชนกับกรัณย์บนสะพานพรินซิซ (Princes Bridge) ในวันที่อ่อนล้าที่สุดของชีวิต เขาเหมือนเจ้าชายตามชื่อสะพานนั้น การได้รับความช่วยเหลือในต่างแดนแถมความช่วยเหลือนั้นยังมาจากคนสัญชาติและเชื้อชาติเดียวกันไม่ใช่เรื่องง่าย ความรักที่มีต่อเขาจึงดำเนินอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขารู้สึกเช่นเดียวกันหรือไม่ หล่อนมีเขา มีลูก ชีวิตผู้หญิงที่เคยโดดเดี่ยวจึงมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง ปาฏลีเปรียบตัวเองเป็นน้ำเปล่ารสชาติจืดชืด กรัณย์คืออะไรสักอย่าง อาจเป็นน้ำผึ้งในบางครั้ง เป็นยาขมในบางครา แต่เมื่อหยดลงมาก็ทำให้น้ำใส ๆ ในแก้วมีรสชาติ
“อีกแค่แปดเดือน”
“ค่ะ ติดตรงที่กวางไม่รู้จะได้กลับไปเรียนอีกเมื่อไร ใจหนึ่งก็ห่วงลูก ไม่อยากจ้างพี่เลี้ยง แต่ถ้าดรอปเรียนไว้นานเกินอาจเสียสิทธิ์และต้องลงเรียนใหม่ค่ะ” ไม่มีใครเลี้ยงลูกได้ดีกว่าคนเป็นพ่อแม่ ปาฏลีไม่เคยคิดว่าจะมีลูกในช่วงอายุที่แทบทุกคนมองว่ายังน้อยเกินไป หล่อนเคยกลัวว่าจะเลี้ยงลูกเองไม่ได้ ด้วยไม่เคยคลุกคลีกับเด็กคนไหนมาก่อน แต่ความเป็นแม่ที่ไม่รู้มาจากไหนค่อย ๆ เพิ่มขึ้นพร้อม ๆ กับหน้าท้องที่โตขึ้น
“อะตอมโตพอจะอยู่กับพี่เลี้ยงได้แล้ว และแต่ละวันกวางก็เรียนไม่กี่ชั่วโมง”
“คุณโอมอยากให้กวางเรียนที่นี่ให้จบ ถึงจะพากวางกับลูกกลับไทยหรือคะ” กรัณย์บอกว่าจะพากลับไทยเมื่อลูกอายุสองเดือน แต่สุดท้ายต้องเปลี่ยนแผนด้วยเหตุผลที่ว่าเขาห่วงลูกหากต้องนั่งเครื่องบินหลายชั่วโมง แม้ว่าแพทย์ยืนยันแล้วก็ตามว่าเดินทางได้ ภายนอกสดใสร่าเริงแต่อะตอมมีปัญหาเกี่ยวกับลิ้นหัวใจที่สามารถทำการผ่าตัดได้เมื่ออายุครบหนึ่งปี แต่การเลื่อนเที่ยวบินกลับไม่ใช่เพียงครั้งนั้น เพราะไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมาเขาวางแผนพาลูกกับหล่อนกลับไทยก่อนเทศกาลคริสต์มาส ทว่าแผนกลับล้มไม่เป็นท่าเมื่องานที่บริษัทยังไม่ลงตัว
“ถ้าเป็นไปได้”
“ค่ะ”
ปาฏลีตอบเพียงสั้น ๆ หมดเหตุผลจะพูดต่อ บางครั้งกรัณย์ทำให้รู้สึกว่าเขาห่วงใย แต่บ่อยครั้งกลับรู้สึกว่าตัวเองเป็นเมียเก็บ เป็นผู้หญิงที่เขาซ่อนไว้ บอกให้ใครรู้ไม่ได้ ที่นี่หล่อนอาจมีตัวตน แต่มั่นใจว่าพ่อแม่เขาที่เมืองไทยไม่เคยรับรู้ถึงการมีอยู่ของหล่อนและหลานสาวอย่างเด็กหญิงปราณชนก
คอมพิวเตอร์แบบพกพาถูกยกขึ้นวางบนตัก กรัณย์เข้าสู่ระบบจึงเห็นว่ามีจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังไม่เปิดอ่านอยู่กว่าสิบฉบับ
“พร้อมเมื่อไรก็บอก จะได้ให้แซเวียร์มอง ๆ พี่เลี้ยงเด็กไว้ให้”
“ค่ะ เอ่อ ไว้กวางจะบอกค่ะ” เมื่อนึกขึ้นได้จึงต่อประโยคให้ยาวขึ้น แทนการตอบว่า ‘ค่ะ’ เพียงพยางค์เดียว กรัณย์ไม่ชอบให้ตอบสั้น ๆ เขาให้เหตุผลว่าเป็นคำตอบที่ดูไม่ใส่ใจตอบเท่าไรนัก
อีกเรื่องหนึ่งที่เขาไม่อยากให้ทิ้งคือการเรียน แม้เขายืนยันว่าสามารถเลี้ยงลูกกับหล่อนทั้งชีวิตได้แบบไม่ขัดสน กระนั้นการมีความรู้ติดตัวย่อมดีกว่าไม่มี ซึ่งปาฏลีเห็นด้วย เงินทองหากไม่รู้จักเก็บหอมรอมริบอาจหมดได้ในวันหนึ่ง แต่วิชาความรู้อยู่กับเราตลอดชีวิต ไม่มีใครโจรกรรมออกไปได้ และต่อให้ในอนาคตไม่ได้เป็นนักออกแบบเสื้อผ้าอย่างที่ฝัน ก็ขอแค่ได้ใช้วิชาที่ร่ำเรียนมาออกแบบเสื้อผ้าให้กรัณย์กับอะตอมสวมใส่บ้างก็พอ
“เริ่มง่วง” กรัณย์สะบัดศีรษะไล่อาการง่วงงุน เวลานี้ไม่ใช่เวลานอน ยังมีอะไรให้จัดการอีกมาก
“คงเป็นผลพวงจากยาเม็ดเมื่อกี้” ปาฏลีว่าพลางเปิดลิ้นชักข้างโซฟาแล้วหยิบของใช้ที่กลายเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่มีลูกมาวางบนตัก ก่อนวางหมอนอิงลงใกล้ ๆ กรัณย์ “งีบสักหน่อยไหมคะ อาการน้ำมูกไหลอาจจะดีขึ้น”
“อยากเช็กงานอีกสักหน่อย”
หากลางสังหรณ์ยังพอมีประสิทธิภาพ ใบหน้าเคร่งขรึมซึ่งเห็นอยู่นี้ รวมถึงการนัดคุยเรื่องงานกับแซเวียร์วันละไม่ต่ำกว่าสองรอบอาจมาจากปัญหาเรื่องงานที่น่าจะกำลังประสบอยู่ หล่อนรู้อะไรไม่มากนัก รู้เพียงแค่ว่านอกเหนือจากดูแลธุรกิจของครอบครัว เขายังมีแบรนด์เครื่องหนังของตัวเองที่มีสาขามากมายในไทยและกว่าสิบสาขาในต่างประเทศ สาขาเมลเบิร์นคือหนึ่งในนั้น ความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับธุรกิจของเขา แซเวียร์เป็นคนเปรยขึ้นลอย ๆ และดันลอยเข้าหูหล่อน กรัณย์ไม่เคยเล่าถึงงานของเขา แต่เท่าที่สัมผัสได้คือ แม้บินมาหาลูก เขาก็ยังทำงานหนักในทุกวัน วันละหลายชั่วโมง
ในชีวิตปาฏลีรู้จักคนไม่มากนัก และหากไม่นับผู้เป็นพ่อซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว กรัณย์คือคนที่แบ่งเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยามลูกตื่นเขาทุ่มเททุกวินาทีให้ลูก ไม่แตะคอมพิวเตอร์พกพา ไม่รับโทรศัพท์ ไม่แม้แต่ยกโทรศัพท์เคลื่อนที่ขึ้นมาดูว่ามีสายเข้ากี่สายหรือมีจดหมายอิเล็กทรอนิกส์รอให้อ่านกี่ฉบับ เวลาทำงานของเขาคือเวลาที่อะตอมหลับเท่านั้น
วูบหนึ่งปาฏลีอดตั้งคำถามกับใจตัวเองไม่ได้ว่า หากวันนี้ไม่มีเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่เขาตั้งชื่อจริงให้ว่าปราณชนก หล่อนจะยังมีตัวตนในชีวิตกรัณย์หรือเปล่า เขาใช้ชีวิตแสนเรียบง่าย แต่เดิมจึงคิดว่าเขาเป็นเพียงพนักงานบริษัทธรรมดา ๆ ที่จับพลัดจับผลูมาดูแลงานในเมลเบิร์น มารู้ว่าเขาเป็นเจ้าของกิจการและเป็นเจ้านายของแซเวียร์ ไม่ใช่เพื่อนร่วมงานอย่างที่คิดมาตลอดตอนตั้งครรภ์ได้เกือบสองเดือน ปาฏลีโตมาท่ามกลางความรักระหว่างพ่อแม่ จึงไม่เคยเชื่อว่าอายุและการศึกษาคืออุปสรรคด้านความรัก แต่ลืมคิดไปว่าฐานะทางสังคมที่แตกต่างกันไม่จัดอยู่ในความเชื่อนี้ สิ่งหนึ่งที่เรียนรู้หลังใกล้ชิดผู้ชายตรงหน้าคือ การรักเขาอาจเจ็บปวดในวันใดวันหนึ่ง แต่น่าแปลกที่หล่อนยังยืนหยัดจะรัก
ผู้หญิงทุกคนมีความตระหนี่ซ่อนอยู่ในตัว ตลาดมีของสดของแห้งมากมายที่สามารถนำมาเป็นวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารไทย แถมราคาถูกกว่าในซูเปอร์มาเก็ต หากซื้อหลายอย่างก็ประหยัดเงินได้หลายดอลลาร์ออสเตรเลีย ปาฏลีไม่เรื่องมากเรื่องอาหารการกิน แต่หล่อนยังคงเป็นคนไทยที่กินอาหารไทยมากกว่าอาหารพื้นถิ่นของที่นี่ การปรุงอาหารเองจึงเป็นเรื่องจำเป็น“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่หนักเลย กวางถือได้ คุณโอมถือของเยอะแล้ว”“แน่ใจ”“อะตอมตัวหนักกว่าของในถุงผ้าตั้งเยอะค่ะ”“ถ้าไม่ไหวต้องรีบบอก”“ค่ะ กวางจะรีบบอก”หล่อนอุ้มแค่ถุงผ้าบรรจุผลไม้ ส่วนเขามีตั้งหลายอย่าง เป็นต้นว่าเนื้อสัตว์ ผักสด แต่ของเท่านี้สำหรับผู้ชายคงไม่หนักมากเท่าไร กรัณย์ทำเหมือนมันไม่มีน้ำหนักเลยด้วยซ้ำ แถมเขายังเดินไวกว่าหล่อน จะว่าไป การจากบ้านเกิดมาไกลบังคับให้หล่อนต้องปรับตัวกับอะไรหลายอย่างในชีวิต อยู่เมืองไทยไม่เคยพกถุงผ้าหากต้องออกจากบ้านเพื่อจับจ่ายใช้สอย แต่เมื่อมาอยู่ที่นี่ ถุงผ้าคือของที่ขาดไม่ได้ และหล่อนมีหลายใบในกระเป๋าสะพายข้างเดินคุยกันไป มองวิถีชีวิตของผู้คนรอบข้างกันไป ทั้งคู่ก็มาหยุดตรงป้ายรอรถ ตั้งแต่คลอดลูกปาฏลีไม่ชินนักสำหรับการไปไหน
“หมด ? หมดได้ยังไงกันคะ” ก็คราวก่อน ก่อนที่เขาจะบินกลับไทย หล่อนยังเห็นมันมีในลิ้นชักตั้งหลายกล่อง“ต้องให้ย้ำหรือเปล่าว่าตั้งแต่คืนแรกที่มาถึง ผมจัดให้กวางคืนละกี่รอบ บางทีอาจต้องรวมช่วงกลางวันเข้าไปด้วย เพราะกวางย้ำให้สวมเสื้อกันฝนทุกครั้ง”“ไม่ต้องแล้วค่ะ กวางรู้แล้ว”ปาฏลีเห็นถึงข้อเสียของการไม่มีผ้าห่มผืนเล็ก ๆ บนโซฟาก็คราวนี้ นอกจากหมอนอิง หล่อนไม่ชอบให้มีสิ่งอื่นใดบนโซฟา เพราะนอกจากกินพื้นที่ ยังทำให้ความน่ามองของห้องลดลงหลายระดับ แต่ตอนนี้อยากหยิบผ้าห่มมาคลุมตัวนัก หล่อนไม่มีอาภรณ์ใด ๆ ติดกาย มือไม้ก็ดูเล็กเกินไปหากใช้ปกปิดทรวงอกและของสงวนที่กรัณย์กำลังจด ๆ จ้อง ๆ คำพูดเขาทำหล่อนอาย แต่ยังไม่เท่าความอายซึ่งเกิดจากการที่สายตาเฉียบคมกำลังมองด้วยอารมณ์ที่หล่อนเองก็รู้ว่ามีเพียงวิธีเดียวที่ทำให้อารมณ์นี้สงบลงได้...และถ้าหากตาไม่ฝาด หล่อนเห็นรอยยิ้มจากเขา“แสดงว่าอนุญาตให้ผมไปต่อ”“แต่เราไม่มี...”“ประจำเดือนเพิ่งหมดไม่ใช่หรือ ระยะปลอดภัย”“ค่ะ”ปาฏลีเออออไปด้วย รู้ทั้งรู้ว่าแม้การนับวันแบบหน้าเจ็ดหลังเจ็ดเป็นหนึ่งในวิธีคุมกำเนิด แต่จริง ๆ แล้วไม่มีวิธีไหนได้ผลเต็มหนึ่งร้อยเปอร์เซ
กรัณย์ไม่ฟังเสียงห้าม คราวนี้จริงจังมากกว่าเมื่อครู่ ปาฏลีเลิกปัดป้องคงรู้ว่าถึงห้ามอย่างไรก็ไม่เป็นผล หล่อนครางฮือ สองมือกอดไหล่เขา ลองอยู่สองสามแบบชายหนุ่มจึงรู้ว่าต้องใช้วิธีไหนน้ำนมถึงออกจากอก...นี่เพิ่งเริ่มต้น การเดินทางยังอีกยาวไกล“รสจืด ๆ มัน ๆ หวานปะแล่มติดปลายลิ้น” เขาบอกราวกับกำลังรีวิวรสอาหารอย่างไรอย่างนั้น กรัณย์ทำหน้าที่แทนเครื่องปั๊มนมกับอกข้างขวาของคนตัวเล็ก มือนวดอกอีกข้างอย่างแผ่วเบาให้ปาฏลีผ่อนคลาย“อื้ออออออ”“แบบนี้ดีไหม” เขาผละออกเพื่อถาม“ไม่ดีค่ะ” ไม่ดีแน่ ๆ เขาดูดไม่เหมือนลูกดูดสักหน่อย และหล่อนมั่นใจว่ากรัณย์ไม่หยุดแค่นี้ นั่นไงเล่า ปากเขาป้วนเปี้ยนกับอกหล่อนอีกแล้ว แบบนี้เรียกว่าใครช่วยงานใครกันแน่ “คุณโอม เดี๋ยวอะตอมตื่นนะคะ”“ผมจะทำเวลา”“แต่กวางไม่ชินค่ะ” เมื่อคืนหล่อนแทบหมดแรง กรัณย์ทำงานหนักทว่าไม่เคยละเลยเรื่องบนเตียง เขาเคยพูดว่ามันคือการกระชับความสัมพันธ์ในรูปแบบหนึ่ง และเขาใส่ใจกับทุก ๆ การกระทำ อย่างน้อยก็ทำให้ปาฏลีรู้สึกว่าหล่อนเป็นแม่ของลูก หาใช่ที่ระบายความใคร่“ไม่ชินไม่แปลก เพราะเป็นครั้งแรก ผมไม่เคยช่วยกวางปั๊มนมเลยสักครั้ง”แน่ละ ครั้งนี้
ปาฏลีหวีดร้องยามร่างลอยหวือ สองแขนกอดคอกรัณย์แน่นโดยอัตโนมัติด้วยกลัวตก โล่งใจขึ้นมาหน่อยเมื่อไม่ได้จุ๊มปุ้กลงบนพื้นอย่างที่นึกกลัว หล่อนกำลังใช้ตักเขาเป็นที่นั่งแทนโซฟา ส่วนเครื่องปั๊มนมที่หวงนักหวงหนาหล่นไปอยู่บนพื้นพรม ปัญหาอยู่ที่มันกระแทกลงบนโต๊ะแข็ง ๆ ก่อนตกลงบนพื้นนิ่ม เจ้าเครื่องซึ่งตอนซื้อพนักงานขายการันตีว่าเป็นรุ่นที่ดีที่สุดและทนทานที่สุดแยกออกเป็นหลายส่วนเผยให้เห็นชิ้นส่วนและแผงวงจรต่าง ๆ ภายใน เท่านี้ก็รู้แล้วว่าไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีก“เล่นอะไรคะ พังแล้วแน่ ๆ”“ไว้ผมดูให้” เขารวบร่างเล็กแน่นขึ้น กันไม่ให้ก้มลงหยิบชิ้นส่วนเหล่านั้น“ดูยังไงคะ คุณโอมซ่อมเป็นด้วยหรือ กวางว่ามันเสียแล้วแน่ ๆ ถึงจะซ่อมได้แต่น่าใช้งานได้อีกแค่แป๊บเดียว กระแทกแรงขนาดนั้น”“ไว้อะตอมตื่น เราค่อยไปซื้อใหม่”“แต่กวางจำเป็นต้องใช้ตอนนี้ค่ะ” จำไม่ได้แล้วว่าเก็บที่ปั๊มนมแบบสุญญากาศไว้ที่ไหน และอีกอย่างเวลาต้องการหาอะไรสักอย่างมักหาไม่เจอ น่าจะต้องบีบน้ำนมด้วยมือแน่แล้ว ซึ่งหล่อนเคยลองและพบว่าเจ็บเอาการ“โทรให้แซเวียร์ซื้อเข้ามาตอนนี้เป็นไง”เขาคว้าโทรศัพท์ขึ้นเตรียมต่อสาย ทว่าปาฏลีห้ามไว้ทัน ขอ
“งานมีปัญหาหรือคะ” เมื่ออยู่กับความคิดของตนแล้วทำให้ใจเป็นทุกข์ จึงชวนคุยเสียคนถูกถามละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วมองปาฏลี คิ้วขมวดยุ่ง“กวางไม่เคยถามเรื่องงาน”“ก็...” ไม่เคยถาม ไม่ใช่ไม่อยากรู้ หรือหล่อนก้าวก่ายชีวิตเขามากเกินไป แต่ทั้งหมดทั้งมวลกลั่นจากความห่วงใยล้วน ๆ“ก็อะไร”“ก็...พักนี้คุณโอมไม่ปกติค่ะ” ปาฏลียอมบอกในที่สุด กรัณย์อาจเคยเป็นนักข่าวมาก่อน หล่อนไม่เคยปกปิดความรู้สึกกับเขาได้เกินหนึ่งวัน ชายหนุ่มมีวิธีมากมายที่ทำให้คู่สนทนาคายคำพูด“ไม่ปกติยังไง”“หลาย ๆ อย่างทำให้กวางพอจะปะติดปะต่อได้ว่าคุณโอมเครียดเรื่องงานค่ะ และก็...” น้ำเสียงหวานน่าฟังเงียบไปครู่หนึ่งเพื่อช่างใจ และผลจากการไตร่ตรองด้วยระยะเวลาอันสั้นคือควรพูดในตอนนี้ ไม่เช่นนั้นแล้วอาจไม่มีโอกาสพูดประเด็นนี้อีก “คุณโอมยังไม่ให้อะตอมกับกวางกลับไทย”เขาหยิบหมอนอิงที่กั้นระหว่างตนกับหล่อนวางอีกฝั่ง คอมพิวเตอร์พกพาถูกกำจัดให้ห่างกายเป็นลำดับถัดมา“ขยับมานั่งใกล้ ๆ”หญิงสาวนิ่งอยู่หลายวินาที จนกรัณย์ตบฝ่ามือบนที่ว่างเบา ๆ แทนการพูดซ้ำ ปาฏลีจึงขยับชิดเขาโดยที่เครื่องปั๊มนมยังวางอยู่บนตัก ท่อนขาเขากับหล่อนแนบชิด แม
การตัดสินใจครั้งสำคัญเกิดขึ้นกับปาฏลีเมื่ออายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ คำถามมากมายจากคนรอบข้างซึ่งไม่รู้ปูมหลังครอบครัวพุ่งเข้าใส่ราวดอกธนู เหตุใดหล่อนจึงทิ้งชีวิตที่กำลังไปได้สวยในมหาวิทยาลัยอันดับต้น ๆ ของประเทศที่คะแนนสอบเข้าสูงลิบ ปาฏลีตอบเพียงว่าต้องการเรียนต่อที่ออสเตรเลียซึ่งช่วงหนึ่งในวัยเด็กเคยใช้ชีวิตกับพ่อแม่ในมหาวิทยาลัยที่ประเทศไทย หล่อนเรียนดีและเป็นดาวคณะที่เพียงเอ่ยชื่อก็มีคนรู้จัก หนึ่งปีที่เรียกแทนตัวเองว่านิสิตทำให้ค้นพบว่าเลือกเรียนถูกทาง วันลาออก แม้แต่อาจารย์ที่ปรึกษายังลังเลที่จะจรดปลายปากกาอนุมัติ ทว่าสุดท้ายแล้วหล่อนก็พ้นจากสภาพนิสิตโดยสมบูรณ์ ป้าไม่ขัดข้องเลยสักนิด ท่านจองตั๋วเครื่องบินและพาไปทำวีซ่าด้วยซ้ำเมื่อหล่อนขอออกจากบ้านเพื่อเดินตามทางของตัวเอง นั่นเพราะท่านได้ทรัพย์สินทั้งหมดของย่ากับพ่อแม่ซึ่งตกทอดมาถึงหล่อน จากการอ้างว่าเป็นค่าบุญคุณตลอดห้าปี และเป็นหล่อนเองที่ยกสิ่งเหล่านั้นให้ท่านเพื่อตัดปัญหา อีกนัยหนึ่งคือตัดขาดจากกันและไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันอีก...นับจากวันนั้น ปาฏลีคือผู้หญิงตัวคนเดียว ไม่มีครอบครัว ไม่มีญาติ หญิงสาวมีเพียงเงินประกันชีวิตขอ







