LOGINกรัณย์ไม่ฟังเสียงห้าม คราวนี้จริงจังมากกว่าเมื่อครู่ ปาฏลีเลิกปัดป้องคงรู้ว่าถึงห้ามอย่างไรก็ไม่เป็นผล หล่อนครางฮือ สองมือกอดไหล่เขา ลองอยู่สองสามแบบชายหนุ่มจึงรู้ว่าต้องใช้วิธีไหนน้ำนมถึงออกจากอก
...นี่เพิ่งเริ่มต้น การเดินทางยังอีกยาวไกล
“รสจืด ๆ มัน ๆ หวานปะแล่มติดปลายลิ้น” เขาบอกราวกับกำลังรีวิวรสอาหารอย่างไรอย่างนั้น กรัณย์ทำหน้าที่แทนเครื่องปั๊มนมกับอกข้างขวาของคนตัวเล็ก มือนวดอกอีกข้างอย่างแผ่วเบาให้ปาฏลีผ่อนคลาย
“อื้ออออออ”
“แบบนี้ดีไหม” เขาผละออกเพื่อถาม
“ไม่ดีค่ะ” ไม่ดีแน่ ๆ เขาดูดไม่เหมือนลูกดูดสักหน่อย และหล่อนมั่นใจว่ากรัณย์ไม่หยุดแค่นี้ นั่นไงเล่า ปากเขาป้วนเปี้ยนกับอกหล่อนอีกแล้ว แบบนี้เรียกว่าใครช่วยงานใครกันแน่ “คุณโอม เดี๋ยวอะตอมตื่นนะคะ”
“ผมจะทำเวลา”
“แต่กวางไม่ชินค่ะ” เมื่อคืนหล่อนแทบหมดแรง กรัณย์ทำงานหนักทว่าไม่เคยละเลยเรื่องบนเตียง เขาเคยพูดว่ามันคือการกระชับความสัมพันธ์ในรูปแบบหนึ่ง และเขาใส่ใจกับทุก ๆ การกระทำ อย่างน้อยก็ทำให้ปาฏลีรู้สึกว่าหล่อนเป็นแม่ของลูก หาใช่ที่ระบายความใคร่
“ไม่ชินไม่แปลก เพราะเป็นครั้งแรก ผมไม่เคยช่วยกวางปั๊มนมเลยสักครั้ง”
แน่ละ ครั้งนี้เป็นครั้งแรก และปาฏลีเกรงว่าจะมีครั้งที่สอง
“วันนี้คุณโอมพูดเยอะจัง”
ความเครียดกับเรื่องงานเมื่อครู่ดูจะไม่มีผลเสียแล้ว กรัณย์คนที่สละตักให้หล่อนนั่ง ช่างแตกต่างกับผู้ชายหน้านิ่วคิ้วขมวดที่เอาแต่สนใจข้อความอิเล็กทรอนิกส์บนหน้าจอคอมพิวเตอร์พกพา ปาฏลีชอบเขาในโหมดนี้ และหากเปรียบเขาในโหมดนี้เป็นดาวกระดาษ หล่อนอยากเก็บใส่ในขวดโหล เอาไว้นั่งมองเพลิน ๆ ยามเจ้าตัวอยู่ไกลกันคนละทวีป
“วันนี้กวางก็พูดเยอะ”
“เอ๊ะ !” ปาฏลีใช้ความคิดวาดภาพขวดโหลดาวกระดาษจนเพลินเกินไป พอหลุดออกจากความคิดมาสู่ความเป็นจริง คนที่หล่อนนั่งทับอยู่ก็ไม่มีเสื้อห่อหุ้มท่อนบนเสียแล้ว
“ไม่เอ๊ะละ”
“ช่วยกวางปั๊มนม แล้วทำไมคุณโอมต้องถอดเสื้อด้วยคะ”
“กวางคงไม่คิดว่าผมจะปั๊มนมอย่างเดียว”
“อื้ออออ”
ปาฏลีหูตาพร่าเลือนเป็นรอบที่เท่าไรแล้วก็สุดรู้ กรัณย์ไม่ได้หัวไวแค่เรื่องธุรกิจ แต่หัวไวในทุกเรื่องรวมทั้งเรื่องที่กำลังกระทำอยู่ หญิงสาวร้องอืออาขัดขืน หากแต่สองแขนโอบร่างแกร่งไว้แน่น สองมือค่อย ๆ เคลื่อนขึ้นซอกซอนเส้นผมสั้นแล้วเผลอนวดเบา ๆ โดยอัตโนมัติ กรัณย์หาได้รำคาญ ตรงกันข้าม เขารู้สึกผ่อนคลายและมีไฟมากขึ้นอีกหลายกอง
คุณโอมแย่งนมลูก
อาการคัดหน้าอกหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อผ่านไปครู่หนึ่ง ปาฏลีไม่แน่ใจเรื่องเวลาเนื่องจากสติสัมปชัญญะถูกทำลายไปจนหมด แต่มั่นใจว่ากรัณย์ทำเวลาได้ดีกว่าเจ้าเครื่องปั๊มน้ำนมทรงประสิทธิภาพที่เพิ่งพังไป แต่ถึงอย่างนั้น เขาทำหน้าที่พ่อของลูกอย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว หล่อนไม่ต้องการให้เขามีหน้าที่ช่วยผ่อนคลายอาการคัดเต้าเพิ่มมาอีกหนึ่งอย่าง เพราะแม้อาการเหล่านั้นหายไป ความรู้สึกอย่างอื่นกลับแทนที่
ปาฏลีรู้ตัวอีกทีร่างกายหล่อนก็เปลือยเปล่า เช่นเดียวกันกับกรัณย์ที่ไม่เหลือเครื่องนุ่งห่มใด ๆ บนกาย จากทีแรกจะช่วยปั๊มนม ทำไมทุกอย่างเดินทางมาไกลจนหาทางกลับที่เดิมไม่ได้เสียแล้ว เรี่ยวแรงกระผีกริ้นของหล่อนไม่สามารถต้านทานสิ่งใดได้อีก หญิงสาวจึงปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามครรลองอย่างที่ควรเป็นมาแต่แรก
แผ่นหลังนวลเนียนราบไปกับโซฟา พร้อม ๆ กับริมฝีปากที่ถูกปากหนาทาบทับดูดดึง หยอกล้อให้หลงใหลในวังวนแห่งแรงปรารถนา กรัณย์จูบนุ่มนวล ก่อนเปลี่ยนเป็นจูบดูดดื่มราวกับต้องการดูดเอาคนใต้ร่างให้เข้าไปอยู่ในท้อง มือเรียวที่วนเวียนลูบแผ่นหลังเขาเพราะไม่รู้จะระบายความต้องการออกด้วยวิธีไหน จึงกลายเป็นส่งให้เขาอยากเข้าไปในตัวหล่อนเสียตั้งแต่ตอนนี้
ปาฏลีไม่เคยไว้เล็บยาว หล่อนให้เหตุผลว่าไม่สะดวกในการทำอาหารหรือแม้แต่ใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งผลพลอยได้จากการหมั่นเล็มเล็บให้สั้นอยู่เสมอคือเมื่ออยู่ในอ้อมกอดกันเช่นนี้ แผ่นหลังเขาไม่เคยมีรอยขีดข่วนใด ๆ ให้รู้สึกแสบ
น้ำหวานในตัวหล่อนไม่ได้มีเพียงแต่รวงปาก เมื่อกวาดต้อนความหวานด้วยการจุมพิตจนพอใจ กรัณย์จึงเคลื่อนกายลงต่ำ จูบเบา ๆ ทั่วเนินอกอวบทั้งสองข้าง ไล่เรื่อยลงจูบรอบสะดือ ครีมบำรุงสมัยนี้มีประสิทธิภาพ หน้าท้องปาฏลีจึงเนียนสวยไร้รอยแตกจากภาวะตั้งครรภ์ ชายหนุ่มเคลื่อนกายกระทั่งแหล่งน้ำหวานปรากฏชัดแก่สายตา เขาจูบบนเนินสาว แล้วบรรจงละเลียดชิม เก็บเกี่ยวทุกหยาดหยด ในขณะที่ร่างเจ้าของแหล่งผลิตน้ำหวานบิดเร่าด้วยความไม่เป็นตัวของตัวเอง ฝ่ามือเขาทำหน้าที่ได้ดีไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าปากและลิ้น มือหนากอบกุมทรวงนุ่มหยุ่นทั้งสะกิดยอดอกทั้งสองข้าง คิดว่าน้ำนมเหือดแห้งไปแล้ว แต่ไม่เป็นอย่างนั้น
สองมือสัมผัสได้ถึงความชื้นจากน้ำสีขาวขุ่นซึ่งไหลจากยอดอกเปื้อนนิ้วเขา กรัณย์ไม่คณาหรือรังเกียจ ขนาดดื่มยังทำมาแล้ว นับประสาอะไรกับแค่เลอะตามง่ามนิ้ว
“เจ็บไหม แรงไปหรือเปล่า”
ไม่ต้องขยายความเพิ่ม ปาฏลีก็รู้ได้ทันทีว่าเขาหมายถึงสิ่งใด กรัณย์คงเกรงว่าเขาขยำหน้าอกแรงเกินจนหล่อนเจ็บ
“ไม่ค่ะ กวางไม่เจ็บ”
ริมฝีปากอิ่มบวมจากสมรภูมิจูบมาราธอนเมื่อครู่ถูกกรัณย์จูบปลอบขวัญซ้ำอีกระลอกใหญ่ ปาฏลีน้อมรับไว้โดยดุษณี หล่อนจูบตอบเขาได้ร้อนแรง แต่ยังเก่งได้ไม่เท่าครึ่งหนึ่งของคนที่สอนให้รู้จักความสัมพันธ์ขั้นลึกซึ้งระหว่างชายหญิง แผ่นอกบึกบึนบดเบียดทรวงสาว แทบไม่มีช่องว่างให้มดตัวน้อยเพียงหนึ่งตัวเดินผ่าน
“คะ...คุณโอม...”
อาการซ่านเสียวยังคงอยู่ เสียงที่เรียกยามเขาลุกขึ้น ก่อนแทรกตัวลงกลางระหว่างขาสองข้างจึงแหบพร่า ในมุมนี้หล่อนเห็นอาวุธร้ายกาจของกรัณย์อย่างเต็มตา
“เรียกชื่อ จะห้ามผมหรือไง”
“เปล่าค่ะ” หล่อนไม่กล้าห้าม และหากว่าปีกกล้าขาแข็งกล้าห้ามขึ้นมาจริง ๆ ก็มั่นใจว่าไม่มีทางห้ามเขาได้ “คุณโอม...สวมเสื้อกันฝนก่อนสิคะ”
สายตาหล่อนมองไปยังห้องนอน ซึ่งลิ้นชักข้างเตียงเคยมี ‘เสื้อกันฝน’ ที่ว่า กรัณย์มองตาม เข้าใจดีว่าเสื้อกันฝนนั้นหาใช่เสื้อที่ใช้ในยามฝนตก แต่หมายถึงอีกสิ่ง
“มันหมดตั้งแต่เมื่อคืน”
ผู้หญิงทุกคนมีความตระหนี่ซ่อนอยู่ในตัว ตลาดมีของสดของแห้งมากมายที่สามารถนำมาเป็นวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารไทย แถมราคาถูกกว่าในซูเปอร์มาเก็ต หากซื้อหลายอย่างก็ประหยัดเงินได้หลายดอลลาร์ออสเตรเลีย ปาฏลีไม่เรื่องมากเรื่องอาหารการกิน แต่หล่อนยังคงเป็นคนไทยที่กินอาหารไทยมากกว่าอาหารพื้นถิ่นของที่นี่ การปรุงอาหารเองจึงเป็นเรื่องจำเป็น“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่หนักเลย กวางถือได้ คุณโอมถือของเยอะแล้ว”“แน่ใจ”“อะตอมตัวหนักกว่าของในถุงผ้าตั้งเยอะค่ะ”“ถ้าไม่ไหวต้องรีบบอก”“ค่ะ กวางจะรีบบอก”หล่อนอุ้มแค่ถุงผ้าบรรจุผลไม้ ส่วนเขามีตั้งหลายอย่าง เป็นต้นว่าเนื้อสัตว์ ผักสด แต่ของเท่านี้สำหรับผู้ชายคงไม่หนักมากเท่าไร กรัณย์ทำเหมือนมันไม่มีน้ำหนักเลยด้วยซ้ำ แถมเขายังเดินไวกว่าหล่อน จะว่าไป การจากบ้านเกิดมาไกลบังคับให้หล่อนต้องปรับตัวกับอะไรหลายอย่างในชีวิต อยู่เมืองไทยไม่เคยพกถุงผ้าหากต้องออกจากบ้านเพื่อจับจ่ายใช้สอย แต่เมื่อมาอยู่ที่นี่ ถุงผ้าคือของที่ขาดไม่ได้ และหล่อนมีหลายใบในกระเป๋าสะพายข้างเดินคุยกันไป มองวิถีชีวิตของผู้คนรอบข้างกันไป ทั้งคู่ก็มาหยุดตรงป้ายรอรถ ตั้งแต่คลอดลูกปาฏลีไม่ชินนักสำหรับการไปไหน
“หมด ? หมดได้ยังไงกันคะ” ก็คราวก่อน ก่อนที่เขาจะบินกลับไทย หล่อนยังเห็นมันมีในลิ้นชักตั้งหลายกล่อง“ต้องให้ย้ำหรือเปล่าว่าตั้งแต่คืนแรกที่มาถึง ผมจัดให้กวางคืนละกี่รอบ บางทีอาจต้องรวมช่วงกลางวันเข้าไปด้วย เพราะกวางย้ำให้สวมเสื้อกันฝนทุกครั้ง”“ไม่ต้องแล้วค่ะ กวางรู้แล้ว”ปาฏลีเห็นถึงข้อเสียของการไม่มีผ้าห่มผืนเล็ก ๆ บนโซฟาก็คราวนี้ นอกจากหมอนอิง หล่อนไม่ชอบให้มีสิ่งอื่นใดบนโซฟา เพราะนอกจากกินพื้นที่ ยังทำให้ความน่ามองของห้องลดลงหลายระดับ แต่ตอนนี้อยากหยิบผ้าห่มมาคลุมตัวนัก หล่อนไม่มีอาภรณ์ใด ๆ ติดกาย มือไม้ก็ดูเล็กเกินไปหากใช้ปกปิดทรวงอกและของสงวนที่กรัณย์กำลังจด ๆ จ้อง ๆ คำพูดเขาทำหล่อนอาย แต่ยังไม่เท่าความอายซึ่งเกิดจากการที่สายตาเฉียบคมกำลังมองด้วยอารมณ์ที่หล่อนเองก็รู้ว่ามีเพียงวิธีเดียวที่ทำให้อารมณ์นี้สงบลงได้...และถ้าหากตาไม่ฝาด หล่อนเห็นรอยยิ้มจากเขา“แสดงว่าอนุญาตให้ผมไปต่อ”“แต่เราไม่มี...”“ประจำเดือนเพิ่งหมดไม่ใช่หรือ ระยะปลอดภัย”“ค่ะ”ปาฏลีเออออไปด้วย รู้ทั้งรู้ว่าแม้การนับวันแบบหน้าเจ็ดหลังเจ็ดเป็นหนึ่งในวิธีคุมกำเนิด แต่จริง ๆ แล้วไม่มีวิธีไหนได้ผลเต็มหนึ่งร้อยเปอร์เซ
กรัณย์ไม่ฟังเสียงห้าม คราวนี้จริงจังมากกว่าเมื่อครู่ ปาฏลีเลิกปัดป้องคงรู้ว่าถึงห้ามอย่างไรก็ไม่เป็นผล หล่อนครางฮือ สองมือกอดไหล่เขา ลองอยู่สองสามแบบชายหนุ่มจึงรู้ว่าต้องใช้วิธีไหนน้ำนมถึงออกจากอก...นี่เพิ่งเริ่มต้น การเดินทางยังอีกยาวไกล“รสจืด ๆ มัน ๆ หวานปะแล่มติดปลายลิ้น” เขาบอกราวกับกำลังรีวิวรสอาหารอย่างไรอย่างนั้น กรัณย์ทำหน้าที่แทนเครื่องปั๊มนมกับอกข้างขวาของคนตัวเล็ก มือนวดอกอีกข้างอย่างแผ่วเบาให้ปาฏลีผ่อนคลาย“อื้ออออออ”“แบบนี้ดีไหม” เขาผละออกเพื่อถาม“ไม่ดีค่ะ” ไม่ดีแน่ ๆ เขาดูดไม่เหมือนลูกดูดสักหน่อย และหล่อนมั่นใจว่ากรัณย์ไม่หยุดแค่นี้ นั่นไงเล่า ปากเขาป้วนเปี้ยนกับอกหล่อนอีกแล้ว แบบนี้เรียกว่าใครช่วยงานใครกันแน่ “คุณโอม เดี๋ยวอะตอมตื่นนะคะ”“ผมจะทำเวลา”“แต่กวางไม่ชินค่ะ” เมื่อคืนหล่อนแทบหมดแรง กรัณย์ทำงานหนักทว่าไม่เคยละเลยเรื่องบนเตียง เขาเคยพูดว่ามันคือการกระชับความสัมพันธ์ในรูปแบบหนึ่ง และเขาใส่ใจกับทุก ๆ การกระทำ อย่างน้อยก็ทำให้ปาฏลีรู้สึกว่าหล่อนเป็นแม่ของลูก หาใช่ที่ระบายความใคร่“ไม่ชินไม่แปลก เพราะเป็นครั้งแรก ผมไม่เคยช่วยกวางปั๊มนมเลยสักครั้ง”แน่ละ ครั้งนี้
ปาฏลีหวีดร้องยามร่างลอยหวือ สองแขนกอดคอกรัณย์แน่นโดยอัตโนมัติด้วยกลัวตก โล่งใจขึ้นมาหน่อยเมื่อไม่ได้จุ๊มปุ้กลงบนพื้นอย่างที่นึกกลัว หล่อนกำลังใช้ตักเขาเป็นที่นั่งแทนโซฟา ส่วนเครื่องปั๊มนมที่หวงนักหวงหนาหล่นไปอยู่บนพื้นพรม ปัญหาอยู่ที่มันกระแทกลงบนโต๊ะแข็ง ๆ ก่อนตกลงบนพื้นนิ่ม เจ้าเครื่องซึ่งตอนซื้อพนักงานขายการันตีว่าเป็นรุ่นที่ดีที่สุดและทนทานที่สุดแยกออกเป็นหลายส่วนเผยให้เห็นชิ้นส่วนและแผงวงจรต่าง ๆ ภายใน เท่านี้ก็รู้แล้วว่าไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีก“เล่นอะไรคะ พังแล้วแน่ ๆ”“ไว้ผมดูให้” เขารวบร่างเล็กแน่นขึ้น กันไม่ให้ก้มลงหยิบชิ้นส่วนเหล่านั้น“ดูยังไงคะ คุณโอมซ่อมเป็นด้วยหรือ กวางว่ามันเสียแล้วแน่ ๆ ถึงจะซ่อมได้แต่น่าใช้งานได้อีกแค่แป๊บเดียว กระแทกแรงขนาดนั้น”“ไว้อะตอมตื่น เราค่อยไปซื้อใหม่”“แต่กวางจำเป็นต้องใช้ตอนนี้ค่ะ” จำไม่ได้แล้วว่าเก็บที่ปั๊มนมแบบสุญญากาศไว้ที่ไหน และอีกอย่างเวลาต้องการหาอะไรสักอย่างมักหาไม่เจอ น่าจะต้องบีบน้ำนมด้วยมือแน่แล้ว ซึ่งหล่อนเคยลองและพบว่าเจ็บเอาการ“โทรให้แซเวียร์ซื้อเข้ามาตอนนี้เป็นไง”เขาคว้าโทรศัพท์ขึ้นเตรียมต่อสาย ทว่าปาฏลีห้ามไว้ทัน ขอ
“งานมีปัญหาหรือคะ” เมื่ออยู่กับความคิดของตนแล้วทำให้ใจเป็นทุกข์ จึงชวนคุยเสียคนถูกถามละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วมองปาฏลี คิ้วขมวดยุ่ง“กวางไม่เคยถามเรื่องงาน”“ก็...” ไม่เคยถาม ไม่ใช่ไม่อยากรู้ หรือหล่อนก้าวก่ายชีวิตเขามากเกินไป แต่ทั้งหมดทั้งมวลกลั่นจากความห่วงใยล้วน ๆ“ก็อะไร”“ก็...พักนี้คุณโอมไม่ปกติค่ะ” ปาฏลียอมบอกในที่สุด กรัณย์อาจเคยเป็นนักข่าวมาก่อน หล่อนไม่เคยปกปิดความรู้สึกกับเขาได้เกินหนึ่งวัน ชายหนุ่มมีวิธีมากมายที่ทำให้คู่สนทนาคายคำพูด“ไม่ปกติยังไง”“หลาย ๆ อย่างทำให้กวางพอจะปะติดปะต่อได้ว่าคุณโอมเครียดเรื่องงานค่ะ และก็...” น้ำเสียงหวานน่าฟังเงียบไปครู่หนึ่งเพื่อช่างใจ และผลจากการไตร่ตรองด้วยระยะเวลาอันสั้นคือควรพูดในตอนนี้ ไม่เช่นนั้นแล้วอาจไม่มีโอกาสพูดประเด็นนี้อีก “คุณโอมยังไม่ให้อะตอมกับกวางกลับไทย”เขาหยิบหมอนอิงที่กั้นระหว่างตนกับหล่อนวางอีกฝั่ง คอมพิวเตอร์พกพาถูกกำจัดให้ห่างกายเป็นลำดับถัดมา“ขยับมานั่งใกล้ ๆ”หญิงสาวนิ่งอยู่หลายวินาที จนกรัณย์ตบฝ่ามือบนที่ว่างเบา ๆ แทนการพูดซ้ำ ปาฏลีจึงขยับชิดเขาโดยที่เครื่องปั๊มนมยังวางอยู่บนตัก ท่อนขาเขากับหล่อนแนบชิด แม
การตัดสินใจครั้งสำคัญเกิดขึ้นกับปาฏลีเมื่ออายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ คำถามมากมายจากคนรอบข้างซึ่งไม่รู้ปูมหลังครอบครัวพุ่งเข้าใส่ราวดอกธนู เหตุใดหล่อนจึงทิ้งชีวิตที่กำลังไปได้สวยในมหาวิทยาลัยอันดับต้น ๆ ของประเทศที่คะแนนสอบเข้าสูงลิบ ปาฏลีตอบเพียงว่าต้องการเรียนต่อที่ออสเตรเลียซึ่งช่วงหนึ่งในวัยเด็กเคยใช้ชีวิตกับพ่อแม่ในมหาวิทยาลัยที่ประเทศไทย หล่อนเรียนดีและเป็นดาวคณะที่เพียงเอ่ยชื่อก็มีคนรู้จัก หนึ่งปีที่เรียกแทนตัวเองว่านิสิตทำให้ค้นพบว่าเลือกเรียนถูกทาง วันลาออก แม้แต่อาจารย์ที่ปรึกษายังลังเลที่จะจรดปลายปากกาอนุมัติ ทว่าสุดท้ายแล้วหล่อนก็พ้นจากสภาพนิสิตโดยสมบูรณ์ ป้าไม่ขัดข้องเลยสักนิด ท่านจองตั๋วเครื่องบินและพาไปทำวีซ่าด้วยซ้ำเมื่อหล่อนขอออกจากบ้านเพื่อเดินตามทางของตัวเอง นั่นเพราะท่านได้ทรัพย์สินทั้งหมดของย่ากับพ่อแม่ซึ่งตกทอดมาถึงหล่อน จากการอ้างว่าเป็นค่าบุญคุณตลอดห้าปี และเป็นหล่อนเองที่ยกสิ่งเหล่านั้นให้ท่านเพื่อตัดปัญหา อีกนัยหนึ่งคือตัดขาดจากกันและไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันอีก...นับจากวันนั้น ปาฏลีคือผู้หญิงตัวคนเดียว ไม่มีครอบครัว ไม่มีญาติ หญิงสาวมีเพียงเงินประกันชีวิตขอ







