Masukกาลเวลาหมุนผ่านไปราวกับสายน้ำที่ไม่เคยหยุด ภาพบรรยากาศความสำเร็จในค่ำคืนวันเดบิวต์ของใยไหมกลายเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์อันงดงามที่สุดของค่าย Pattanasiri Entertainmentหลายเดือนหลังจากค่ำคืนเดบิวต์…เสียงเพลงของเธอยังคงติดชาร์ตอันดับหนึ่งติดต่อกันหลายสัปดาห์และชื่อของ ‘Yaimai’ ก็กลายเป็นศิลปินเดี่ยวหญิงแถวหน้าของวงการเพลงไทยที่ใครๆต่างก็จับตามองทว่า... สิ่งที่ล้ำค่าและงดงามยิ่งกว่าความสำเร็จบนยอดชาร์ตเพลงหรือชื่อเสียงเงินทอง ก็คือ "ความสัมพันธ์" ที่ลงตัวและมั่นคงที่สุดตัดภาพมาที่ปัจจุบัน ณ ห้องพักส่วนตัวชั้นบนสุดของตึกบรรยากาศแสนอบอุ่นและคุ้นเคยยังคงอยู่เช่นเดิม โซฟาตัวยาวตัวเดิมถูกใช้เป็นที่นั่งพักผ่อนหลังจากที่ทุกคนต้องลุยงานกันอย่างหนักหน่วง ใยไหมในชุดเสื้อเชิ้ตลำลองสบายๆกำลังนั่งตรวจตารางงานโปรเจกต์เพลงใหม่ของวงบอยแบนด์รุ่นพี่ทั้งสี่คนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเสียงหัวเราะครื้นเครงของ กันต์ พีค ธามและทะเลดังขึ้น เมื่อทะเลแกล้งแย่งขนมในมือของพีคจนเด็กหนุ่มต้องโวยวายเสียงดังลั่นห้อง บรรยากาศเหล่านี้ไม่มีความอึดอัด ไม่มีความหวาดระแวง และไม่มีความรักแบบหนุ่มสาวหลงเหลืออยู่อ
เสียงกรี๊ดและเสียงปรบมือจากแฟนคลับนับพันชีวิตในฮอลล์จัดแสดงคอนเสิร์ตใจกลางเมืองดังกระหึ่มขึ้นทันทีที่แสงไฟสปอตไลท์สีขาวนวลสาดส่องลงตรงกลางเวที เผยให้เห็นร่างบางในชุดเดรสยาวสีขาวระยิบระยับราวกับเจ้าหญิงแห่งเสียงเพลง ใยไหมยืนถือไมโครโฟนอยู่เบื้องหน้า ท่ามกลางทะเลป้ายไฟสีสันสดใสที่โบกสะบัดไปมาด้วยความตื่นเต้นแม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอต้องก้าวขึ้นมายืนบนเวทีใหญ่ในฐานะ "ศิลปินเดี่ยว" แทนที่จะเป็นโปรดิวเซอร์ผู้คอยอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของคนอื่น แต่ความตื่นเต้นประหม่าที่เคยมีกลับมลายหายไปจนหมดสิ้น เมื่อสายตาของเธอกวาดมองออกไปเห็นรอยยิ้มและแววตาแห่งความภาคภูมิใจจากผู้คนที่นั่งอยู่บริเวณแถวหน้าสุดของฮอลล์ณ ที่นั่งวีไอพีแถวแรก... คุณธนาประธานใหญ่แห่งตระกูลพัฒนศิริและเป็นคุณพ่อของเธอกำลังนั่งอมยิ้มกว้างด้วยความภาคภูมิใจ ดวงตาของชายสูงวัยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตัน มือข้างหนึ่งยกขึ้นปรบมือให้ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนอย่างสุดแรงในวินาทีนี้ท่านยิ่งมั่นใจว่า ใยไหมเกิดมาเพื่อเส้นทางนี้จริงๆเธอกลายเป็นผู้หญิงที่งดงาม ทรงพลัง และเปล่งประกายเจิดจรัสที่สุดบนเวทีและถัดจากค
แสงไฟนีออนยามค่ำคืนของกรุงเทพสะท้อนผ่านกระจกใสบานใหญ่ของห้องซ้อมดนตรีชั้นบนสุด ณ ตึก Pattanasiri Entertainment เสียงจังหวะดนตรีแนวป๊อปผสมผสานกับเสียงร้องใสอันทรงพลังก้องกังวานไปทั่วห้อง ร่างบางในชุดลำลองกำลังยืนจับไมโครโฟน ถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดผ่านบทเพลงที่เธอเป็นคนลงมือแต่งขึ้นด้วยตัวเองจากก้นบึ้งของหัวใจ แปะ แปะ แปะ! เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกับเสียงผิวปากแซวอย่างอารมณ์ดีจากมุมห้อง ทำให้ใยไหมต้องหยุดร้องแล้วหันไปมองด้วยรอยยิ้ม "โอโห...ยัยตัวแสบ” “ร้องเพลงเก่งขึ้นเป็นกองเลยนะเนี่ย” “แบบนี้พวกพี่ที่เป็นศิลปิน” “คงต้องกลัวเธอมาแย่งตำแหน่งซะแล้วมั้ง!" ทะเลเอ่ยแซวขึ้นด้วยรอยยิ้มทะเล้นตามสไตล์ ขณะที่เดินถือแก้วน้ำอุ่นเข้ามาส่งให้เธอ ใยไหมรับแก้วน้ำมาดื่มแก้คอแห้ง ก่อนจะค้อนขวับใส่หนุ่มกวนประสาท "พูดอะไรแบบนั้นคะพี่ทะเล” “หนูเพิ่งจะหัดแต่งเพลงและฝึกร้องอย่างจริงจังไม่นานเอง จะเอาอะไรไปสู้ศิลปินระดับท็อปของประเทศอย่างพวกพี่ล่ะคะ" "สู้ได้สิ...เพราะเสียงของเธอไม่ได้มีดีแค่เทคนิค” “แต่มันเต็มไปด้วยความจริงใจและความรู้สึกที่กลั่นออกมาจากข้างในจริงๆ
สายลมยามเย็นพัดผ่านระเบียงดาดฟ้าของตึก Pattanasiri Entertainment เบาๆ เส้นผมสีน้ำตาลเข้มของ ใยไหมปลิวไสวไปตามแรงลม ขณะที่เธอกำลังยืนมองภาพกรุงเทพเบื้องล่างที่เริ่มเปิดไฟระยิบระยับต้อนรับค่ำคืนใหม่ ความคิดและเรื่องราวตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวการได้พูดคุยกับกันต์ พีค ธามและทะเลทีละคน ทำให้เธอได้รับฟังความรู้สึกที่จริงใจและซื่อตรงจากพวกเขาทั้งสี่คนอย่างลึกซึ้ง ทุกๆถ้อยคำ ทุกๆสัมผัส และทุกๆแววตาเต็มไปด้วยความห่วงใยและการปกป้องที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจจริงๆทว่า... ยิ่งเธอได้รับความรักที่ยิ่งใหญ่และหนักแน่นจากพวกเขามากเท่าไหร่ หัวใจดวงน้อยๆของเธอกลับไม่ได้รู้สึกโล่งใจหรือพองโตอย่างที่ควรจะเป็นเลยกลับกัน... มันมีความอึดอัดบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ความรู้สึกเหมือนทุกคนพยายามฝืนข้ามผ่านขอบเขตธรรมชาติของตัวเอง เพื่อหาจุดลงตัวที่ประนีประนอมที่สุดสำหรับทุกคน‘พวกเราพร้อมที่จะดูแลเธอ เดินเคียงข้างเธอ และสร้างอนาคตไปด้วยกัน ทั้งห้าคน... แบบนี้นี่แหละ’คำพูดของธามในวันนั้น และรอยยิ้มของกันต์ พีค และทะเล ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท มันเป็นทางออกที่ดูสวยงามและแสนวิเศ
แม้หนุ่มๆทั้งสี่จะยืนยันว่าพร้อมก้าวข้ามกรอบความสัมพันธ์เดิมๆ แต่เธอรู้ดีว่าความรักไม่ใช่เรื่องของการตกลงกันเพียงครั้งเดียว หากยังมีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ได้พูดออกมา มันอาจกลายเป็นปัญหาในอนาคตได้ ด้วยเหตุนี้ ตลอดสัปดาห์ต่อมา ใยไหมจึงนัดพูดคุยกับพวกเขาทีละคน เพื่อเคลียร์ความรู้สึกให้ชัดเจน การพูดคุยครั้งที่หนึ่ง: กันต์ — พี่ชายผู้ปกป้องและเสาหลักของหัวใจ สถานที่นัดหมายคือห้องทำงานส่วนตัวของกันต์ในช่วงดึกที่เงียบสงบ แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบกรอบแว่นสายตาของลีดเดอร์หนุ่ม ขณะที่เขากำลังนั่งเซ็นเอกสารกองโต ใยไหมเดินถือแก้วชาอุ่นๆ เข้าไปวางตรงหน้าเขาอย่างเบามือ กันต์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว รอยยิ้มบางๆที่แสนอบอุ่นปรากฏขึ้นบนมุมปากทันที "ยังไม่กลับอีกเหรอโปรดิวเซอร์คนเก่ง ดึกมากแล้วนะ" "หนูมีเรื่องอยากคุยกับพี่กันต์ค่ะ..." หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางลากเก้าอี้มานั่งลงฝั่งตรงข้าม กันต์วางปากกาในมือลงทันที เขาสบตากลับด้วยแววตาที่นิ่งสงบและเปิดกว้าง "เรื่องวันนั้นใช่ไหม? ว่ามาสิ พี่ฟังอยู่" ใยไหมสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยความในใจออกมา “สำหรับหนู พี่กันต์ไ
แม้หนุ่มๆทั้งสี่จะยืนยันว่าพร้อมก้าวข้ามกรอบความสัมพันธ์เดิมๆ แต่เธอรู้ดีว่าความรักไม่ใช่เรื่องของการตกลงกันเพียงครั้งเดียว หากยังมีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ได้พูดออกมา มันอาจกลายเป็นปัญหาในอนาคตได้ ด้วยเหตุนี้ ตลอดสัปดาห์ต่อมา ใยไหมจึงนัดพูดคุยกับพวกเขาทีละคน เพื่อเคลียร์ความรู้สึกให้ชัดเจน การพูดคุยครั้งที่หนึ่ง: กันต์ — พี่ชายผู้ปกป้องและเสาหลักของหัวใจ สถานที่นัดหมายคือห้องทำงานส่วนตัวของกันต์ในช่วงดึกที่เงียบสงบ แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบกรอบแว่นสายตาของลีดเดอร์หนุ่ม ขณะที่เขากำลังนั่งเซ็นเอกสารกองโต ใยไหมเดินถือแก้วชาอุ่นๆ เข้าไปวางตรงหน้าเขาอย่างเบามือ กันต์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว รอยยิ้มบางๆที่แสนอบอุ่นปรากฏขึ้นบนมุมปากทันที "ยังไม่กลับอีกเหรอโปรดิวเซอร์คนเก่ง ดึกมากแล้วนะ" "หนูมีเรื่องอยากคุยกับพี่กันต์ค่ะ..." หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางลากเก้าอี้มานั่งลงฝั่งตรงข้าม กันต์วางปากกาในมือลงทันที เขาสบตากลับด้วยแววตาที่นิ่งสงบและเปิดกว้าง "เรื่องวันนั้นใช่ไหม? ว่ามาสิ พี่ฟังอยู่" ใยไหมสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยความในใจออกมา “สำหรับหนู พี่กันต์ไ







