LOGINแสงแดดอ่อนยามเย็นลอดผ่านผ้าม่านโปร่งสีครีมของห้องซ้อมเต้นส่วนตัวบนชั้นห้า
บรรยากาศภายในห้องเงียบสงบลงหลังจากเสียงเพลงบีทหนักๆ หยุดบรรเลงลง เหล่าเทรนนีคนอื่นๆ ทยอยกันเดินออกไปพักผ่อนด้านนอกจนหมด เหลือเพียงร่างบางของใยไหม ที่ยังคงยืนหอบหายใจอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ หยาดเหงื่อไหลย้อยตามกรอบหน้าหวาน เสื้อฮู้ดสีขาวตัวโปรดเปียกชื้นแนบแผ่นหลัง เธอยกมือขึ้นปาดเหงื่อออกจากหน้าผากลวกๆ พลางถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยล้า วันนี้เป็นการซ้อมที่หนักหน่วงที่สุดในรอบสัปดาห์ ทั้งท่ายาก จังหวะเพลงที่เร็วขึ้น และสายตาจับผิดของคุณภพที่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ทำให้เธอรู้สึกสมองล้าไปหมด แอ๊ด... เสียงเปิดประตูดังแผ่วเบา พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกที่ลอยเข้ามา ใยไหมสะดุ้งเล็กน้อย ชำเลืองมองผ่านเงาสะท้อนในกระจกด้วยความตกใจ ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มสี่คน... กันต์ พีค ทะเล และธาม เดินเรียงแถวเข้ามาในห้องซ้อมอย่างคุ้นเคย สีหน้าของแต่ละคนดูผ่อนคลาย ต่างจากภาพลักษณ์ซุปตาร์ระดับประเทศ ที่ปรากฏต่อหน้าสื่อมวลชนลิบลับ "โอโหน้องใยไหมซ้อมหนักขนาดนี้” “เดี๋ยวก็ได้เดบิวต์ก่อนพวกพี่แน่เลยมั้งเนี่ย" ธามน้องเล็กจอมกวน เอ่ยแซวขึ้นทันทีที่ก้าวพ้นขอบประตู พร้อมกับโยนขวดน้ำเกลือแร่เย็นเฉียบไปตรงหน้าเธออย่างแม่นยำ ใยไหมรีบคว้าขวดน้ำไว้ได้ทัน เธอหันไปค้อนใส่เจ้าเด็กแสบเล็กน้อย "พี่ธามอะชอบแกล้งหนูอยู่เรื่อยเลย” “ขืนซ้อมหนักกว่านี้มีหวังขาหนูหักก่อนจะได้ขึ้นสเตจจริงแน่ๆ" พีคหัวเราะร่วน เดินเข้ามาใกล้ แล้วทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบกับพื้นห้อง อย่างไร้มาดซุปตาร์ ยกมือขึ้นตบพื้นแปะๆ เป็นเชิงชวนให้นั่งพัก "มานั่งพักตรงนี้ก่อนเถอะน่า หน้าซีดเป็นไก่ต้มแล้วเนี่ย” “ยืนไหวหรือเปล่าตัวแค่นี้" ใยไหมยิ้มแห้งๆ เธอยอมเดินไปทิ้งตัวลงนั่ง ห่างจากพวกเขานิดหน่อย ตามประสาเด็กฝึกใหม่ ที่ยังมีความเกร็งอยู่บ้าง แม้ว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกเขาจะแวะเวียนมาป้วนเปี้ยนใกล้ชิดเธอ จนแทบจะกลายเป็นเพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกันไปแล้วก็ตาม ทะเลเดินถือผ้าขนหนูสะอาดผืนเล็ก กับกล่องขนมปังโฮลวีตมาหยุดยืนตรงหน้า เขายื่นมันให้เธอด้วยรอยยิ้มละมุนที่ทำเอาใจสั่น "อะ... ซับเหงื่อซะหน่อย” “แล้วก็กินนี่รองท้องซะนะ” “เห็นเธอไม่ค่อนได้กินอะไรตั้งแต่เที่ยงแล้ว" ใยไหมรับของจากมือทะเล ด้วยความรู้สึกประหลาดใจแกมเกรงใจ หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นผิดจังหวะอีกครั้ง "ขอบคุณค่ะพี่ทะเล...” “แต่พวกพี่ทำดีกับหนูเกินไปแล้วนะ” “เดี๋ยวคนอื่นเห็นเข้าจะเข้าใจผิดกันไปใหญ่อีกรอบหรอกค่ะ" เธอเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี เพราะไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของใครในตึกนี้อีก กันต์ที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่เงียบๆ ยิ้มมุมปากเล็กน้อย ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นแฟชั่น มองเด็กสาวด้วยแววตาเอ็นดูระคนห่วงใย เขาก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ แล้วย่อตัวลงนั่งชันเข่าข้างหนึ่งให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับเธอ "ใครจะเข้าใจยังไงก็ช่างเขาเถอะครับ..." กันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม กังวานอบอุ่น "พวกพี่แค่อยากดูแลน้องสาวคนเก่งที่ตั้งใจซ้อมอย่างหนักก็เท่านั้นเอง...” “อีกอย่างใยไหมคอยซัพพอร์ตพวกพี่มาตลอดในฐานะแฟนคลับ” “ตอนนี้ถึงตาพวกพี่ซัพพอร์ตเธอบ้าง” “ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนเลย" คำพูดเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความใส่ใจนั้น ทำเอาใยไหมถึงกับพูดไม่ออก แก้มทั้งสองข้างร้อนผ่าวขึ้นมาในพริบตา เธอก้มหน้ามองพื้น หลบสายตาคมกริบที่มองตรงมาอย่างเปิดเผย หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ให้ตายเถอะ... จากคนที่เคยกรี๊ดอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ และมองพวกเขาผ่านเลนส์กล้องซูมไกล วันนี้เธอกลับต้องมานั่งใกล้ชิด ได้รับความห่วงใย และสบตาตรงๆ กับผู้ชายที่เป็นแรงบันดาลใจในชีวิตถึงสี่คน... มันเกินคำว่าฝันไปไกลลิบแล้ว และที่สำคัญที่สุด... ความรู้สึกในใจของเธอตอนนี้ มันเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่แค่ความชื่นชมแบบ ‘ศิลปินกับแฟนคลับ’ อีกต่อไปแล้ว... แต่ความอบอุ่น ความกวนโอ๊ย ความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่พวกเขามอบให้ กลับค่อยๆ ซึมซับ และสั่นคลอนหัวใจของเธอทีละน้อย จนเธอกลัวว่าตัวเองจะเผลอใจรักพวกเขาเข้าจริงๆ "เงียบไปเลย” “เขินเหรอเนี่ยหน้าแดงแจ๋เลยนะเรา" พีคแกล้งยื่นหน้าเข้ามาใกล้ จนใยไหมต้องผละตัวถอยหลังแทบไม่ทัน เรียกเสียงหัวเราะครื้นเครงจากสี่หนุ่มได้เป็นอย่างดี "เปล่าสักหน่อยค่ะ!” “ฝุ่นเข้าตาต่างหากเล่า!" ใยไหมรีบแก้ตัวเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความเขินอาย ธามหัวเราะร่วนแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะตบไหล่บางเบาๆ "เอาล่ะๆ เลิกแกล้งน้องดีกว่า” “เดี๋ยวเด็กมันร้องไห้ขึ้นมาพี่กันต์จะหันมาเล่นงานพวกเราเอา...” “จริงสิใยไหมเย็นนี้พวกเรากะว่าจะไปลองซ้อมร้องเพลงคอรัสเพลงใหม่ที่ห้องอัดสตูดิโอชั้นสาม สนใจไปนั่งฟังด้วยกันไหมล่ะ?" ใยไหมชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายด้วยความสนใจ การได้ฟังเสียงร้องสดๆ ของสี่หนุ่มในระยะประชิด คือความฝันสูงสุดของแฟนคลับทุกคน แต่ทว่า... "เอ่อ... จะดีเหรอคะ?” “เดี๋ยวคุณภพหรือคนอื่นมาเห็นเข้า..." ใยไหมลังเลด้วยความกังวล "ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอกครับ” “ห้องอัดส่วนตัวชั้นสามพี่จองไว้เรียบร้อยแล้ว” “ไม่มีใครกล้าเข้าไปรบกวนหรอก" กันต์เอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน เขายื่นมือหนาออกมาตรงหน้าเธอ "ไปเถอะ...ไปฟังพวกพี่ร้องเพลงกัน" ใยไหมมองมือหนาที่ยื่นมาตรงหน้า สลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ส่งยิ้มรอคำตอบอย่างใจเย็น สุดท้ายเธอก็พ่ายแพ้ให้กับความใจดีนั้น มือเล็กค่อยๆยื่นไปวางแปะบนฝ่ามืออุ่นของกันต์ อย่างไม่ลังเลอีกต่อไป "ก็ได้ค่ะ...” “ถ้าโดนดุพี่กันต์ต้องช่วยรับหน้าให้หนูด้วยนะ!" ใยไหมเอ่ยปากต่อรองพร้อมรอยยิ้มหวาน "รับรองว่าไม่มีใครกล้าทำอะไรน้องสาวคนนี้แน่นอนครับ" กันต์หัวเราะในลำคอเบาๆ ณ ห้องอัดเสียงสตูดิโอส่วนตัวชั้นสาม... แสงไฟนีออนสีส้มสลัว สาดส่องสร้างบรรยากาศผ่อนคลายภายในห้องกระจกเก็บเสียงขนาดใหญ่ เครื่องดนตรีและอุปกรณ์บันทึกเสียงระดับไฮเอนด์ตั้งเรียงรายอยู่รอบด้าน ใยไหมนั่งขัดสมาธิอยู่บนโซฟาตัวยาวในมุมห้อง ในมือถือแก้วชาร้อนที่ทะเลเพิ่งชงมาให้เมื่อครู่ เสียงดนตรีอะคูสติกเบาๆ เริ่มบรรเลงขึ้นจากปลายนิ้วของทะเลที่กำลังจรดลงบนคีย์บอร์ดไฟฟ้า ตามด้วยเสียงร้องนุ่มทุ้มอันเป็นเอกลักษณ์ของกันต์ ที่เปล่งออกมาประสานกับเสียงทุ้มและนุ่มนวลของเพื่อนๆ ในวง บทเพลงรักความหมายดีๆ ที่พวกเขาร้องสดๆ ให้ฟังตรงหน้า... สะเทือนความรู้สึกของใยไหมจนขอบตาร้อนผ่าว เสียงร้องที่เต็มไปด้วยความรู้สึกและอินเนอร์อันลึกซึ้ง ทำให้เธอเผลอหลับตาพริ้มดื่มด่ำไปกับเสียงเพลงอย่างลืมตัว ในขณะที่เธอกำลังเคลิบเคลิ้มอยู่นั้น... สายตาของกันต์ที่กำลังยืนร้องเพลงอยู่หน้าไมโครโฟน กลับเหลือบมองมาที่ร่างบางบนโซฟาเป็นระยะ แววตาของลีดเดอร์หนุ่มเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง ที่ลึกซึ้งและอ่อนโยนเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมค่าย พีคที่นั่งดีดคอร์ดกีตาร์อยู่ข้างๆ สังเกตเห็นสายตานั้นพอดี เขายิ้มเจ้าเล่ห์แล้วกระซิบแซวเพื่อนสนิทเบาๆ ระหว่างท่อนฮุก "มองขนาดนี้กินน้องเขาเข้าไปเลยดีไหมล่ะพ่อคุณ" กันต์ปรายตามองเพื่อนตัวแสบเล็กน้อย แต่ไม่ได้เอ่ยปฏิเสธ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปากของเขาแทนคำตอบ เมื่อเพลงสุดท้ายจบลง เสียงปรบมือเบาๆดังขึ้นจากเธอ ที่นั่งยิ้มแก้มปริด้วยความประทับใจ "เพาะมากเลยค่ะ!” “หนูกล้าการันตีเลยว่าเพลงนี้ปล่อยออกไปต้องขึ้นชาร์ตอันดับหนึ่งแน่ๆ!" "ถ้าแฟนคลับตัวยงการันตีเองแบบนี้” “ชาร์ตเพลงไม่พุ่งก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วล่ะ" ทะเลหันมายิ้มละมุนให้เธอ บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะ แต่ทว่า... ความสุขสงบนั้นมักจะอยู่ได้ไม่นาน ณ อีกด้านหนึ่งของตึก... ที่ห้องทำงานส่วนตัวของผู้จัดการอาวุโส ‘คุณภพ‘กำลังนั่งจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ ที่ฉายภาพจากกล้องวงจรปิดมุมอับบริเวณทางเดินหน้าห้องอัดสตูดิโอชั้นสาม ภาพที่ปรากฏบนจอคือภาพที่กันต์กำลังเดินเคียงคู่มากับใยไหม ด้วยท่าทางสนิทสนมเกินเลย ดวงตาภายใต้กรอบแว่นหรี่ลงด้วยความไม่พอใจ รังสีความอิจฉาริษยา และแผนการร้ายบางอย่างฉายชัดขึ้นในแววตาของชายวัยกลางคน "หึ...” “สนิทกันดีนักนะ แม่เด็กฝึกหน้าใหม่คนนี้..." ภพแค่นหัวเราะเยือกเย็น "แกคิดจะใช้ความสนิทกับพวกเด็กๆนี่” “มาเป็นเกราะกำบังหรือคิดจะสอดรู้สอดเห็นเรื่องของบริษัทสินี้หรอ” “ฝันไปเถอะ!" ภพหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดต่อสายหาใครบางคนทันที น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมเอ่ยสั่งการ "จัดการตามแผนที่คุยกันไว้...” “ทำให้เด็กฝึกคนนั้นรู้สำนึกเสียบ้าง” “ว่าอย่าล้ำเส้นขึ้นมาสูงเกินตัว!" ปลายสายรับคำสั่งสั้นๆ ก่อนจะตัดสายไป โดยที่ใยไหมและสี่หนุ่มที่กำลังมีความสุขกับเสียงเพลงในห้องอัด... ไม่มีทางล่วงรู้เลยแม้แต่น้อยว่า "พายุลูกใหญ่" กำลังจะโหมกระหน่ำเข้าใส่พวกเขา ในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้านี้แล้ว!กาลเวลาหมุนผ่านไปราวกับสายน้ำที่ไม่เคยหยุด ภาพบรรยากาศความสำเร็จในค่ำคืนวันเดบิวต์ของใยไหมกลายเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์อันงดงามที่สุดของค่าย Pattanasiri Entertainmentหลายเดือนหลังจากค่ำคืนเดบิวต์…เสียงเพลงของเธอยังคงติดชาร์ตอันดับหนึ่งติดต่อกันหลายสัปดาห์และชื่อของ ‘Yaimai’ ก็กลายเป็นศิลปินเดี่ยวหญิงแถวหน้าของวงการเพลงไทยที่ใครๆต่างก็จับตามองทว่า... สิ่งที่ล้ำค่าและงดงามยิ่งกว่าความสำเร็จบนยอดชาร์ตเพลงหรือชื่อเสียงเงินทอง ก็คือ "ความสัมพันธ์" ที่ลงตัวและมั่นคงที่สุดตัดภาพมาที่ปัจจุบัน ณ ห้องพักส่วนตัวชั้นบนสุดของตึกบรรยากาศแสนอบอุ่นและคุ้นเคยยังคงอยู่เช่นเดิม โซฟาตัวยาวตัวเดิมถูกใช้เป็นที่นั่งพักผ่อนหลังจากที่ทุกคนต้องลุยงานกันอย่างหนักหน่วง ใยไหมในชุดเสื้อเชิ้ตลำลองสบายๆกำลังนั่งตรวจตารางงานโปรเจกต์เพลงใหม่ของวงบอยแบนด์รุ่นพี่ทั้งสี่คนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเสียงหัวเราะครื้นเครงของ กันต์ พีค ธามและทะเลดังขึ้น เมื่อทะเลแกล้งแย่งขนมในมือของพีคจนเด็กหนุ่มต้องโวยวายเสียงดังลั่นห้อง บรรยากาศเหล่านี้ไม่มีความอึดอัด ไม่มีความหวาดระแวง และไม่มีความรักแบบหนุ่มสาวหลงเหลืออยู่อ
เสียงกรี๊ดและเสียงปรบมือจากแฟนคลับนับพันชีวิตในฮอลล์จัดแสดงคอนเสิร์ตใจกลางเมืองดังกระหึ่มขึ้นทันทีที่แสงไฟสปอตไลท์สีขาวนวลสาดส่องลงตรงกลางเวที เผยให้เห็นร่างบางในชุดเดรสยาวสีขาวระยิบระยับราวกับเจ้าหญิงแห่งเสียงเพลง ใยไหมยืนถือไมโครโฟนอยู่เบื้องหน้า ท่ามกลางทะเลป้ายไฟสีสันสดใสที่โบกสะบัดไปมาด้วยความตื่นเต้นแม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอต้องก้าวขึ้นมายืนบนเวทีใหญ่ในฐานะ "ศิลปินเดี่ยว" แทนที่จะเป็นโปรดิวเซอร์ผู้คอยอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของคนอื่น แต่ความตื่นเต้นประหม่าที่เคยมีกลับมลายหายไปจนหมดสิ้น เมื่อสายตาของเธอกวาดมองออกไปเห็นรอยยิ้มและแววตาแห่งความภาคภูมิใจจากผู้คนที่นั่งอยู่บริเวณแถวหน้าสุดของฮอลล์ณ ที่นั่งวีไอพีแถวแรก... คุณธนาประธานใหญ่แห่งตระกูลพัฒนศิริและเป็นคุณพ่อของเธอกำลังนั่งอมยิ้มกว้างด้วยความภาคภูมิใจ ดวงตาของชายสูงวัยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตัน มือข้างหนึ่งยกขึ้นปรบมือให้ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนอย่างสุดแรงในวินาทีนี้ท่านยิ่งมั่นใจว่า ใยไหมเกิดมาเพื่อเส้นทางนี้จริงๆเธอกลายเป็นผู้หญิงที่งดงาม ทรงพลัง และเปล่งประกายเจิดจรัสที่สุดบนเวทีและถัดจากค
แสงไฟนีออนยามค่ำคืนของกรุงเทพสะท้อนผ่านกระจกใสบานใหญ่ของห้องซ้อมดนตรีชั้นบนสุด ณ ตึก Pattanasiri Entertainment เสียงจังหวะดนตรีแนวป๊อปผสมผสานกับเสียงร้องใสอันทรงพลังก้องกังวานไปทั่วห้อง ร่างบางในชุดลำลองกำลังยืนจับไมโครโฟน ถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดผ่านบทเพลงที่เธอเป็นคนลงมือแต่งขึ้นด้วยตัวเองจากก้นบึ้งของหัวใจ แปะ แปะ แปะ! เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกับเสียงผิวปากแซวอย่างอารมณ์ดีจากมุมห้อง ทำให้ใยไหมต้องหยุดร้องแล้วหันไปมองด้วยรอยยิ้ม "โอโห...ยัยตัวแสบ” “ร้องเพลงเก่งขึ้นเป็นกองเลยนะเนี่ย” “แบบนี้พวกพี่ที่เป็นศิลปิน” “คงต้องกลัวเธอมาแย่งตำแหน่งซะแล้วมั้ง!" ทะเลเอ่ยแซวขึ้นด้วยรอยยิ้มทะเล้นตามสไตล์ ขณะที่เดินถือแก้วน้ำอุ่นเข้ามาส่งให้เธอ ใยไหมรับแก้วน้ำมาดื่มแก้คอแห้ง ก่อนจะค้อนขวับใส่หนุ่มกวนประสาท "พูดอะไรแบบนั้นคะพี่ทะเล” “หนูเพิ่งจะหัดแต่งเพลงและฝึกร้องอย่างจริงจังไม่นานเอง จะเอาอะไรไปสู้ศิลปินระดับท็อปของประเทศอย่างพวกพี่ล่ะคะ" "สู้ได้สิ...เพราะเสียงของเธอไม่ได้มีดีแค่เทคนิค” “แต่มันเต็มไปด้วยความจริงใจและความรู้สึกที่กลั่นออกมาจากข้างในจริงๆ
สายลมยามเย็นพัดผ่านระเบียงดาดฟ้าของตึก Pattanasiri Entertainment เบาๆ เส้นผมสีน้ำตาลเข้มของ ใยไหมปลิวไสวไปตามแรงลม ขณะที่เธอกำลังยืนมองภาพกรุงเทพเบื้องล่างที่เริ่มเปิดไฟระยิบระยับต้อนรับค่ำคืนใหม่ ความคิดและเรื่องราวตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวการได้พูดคุยกับกันต์ พีค ธามและทะเลทีละคน ทำให้เธอได้รับฟังความรู้สึกที่จริงใจและซื่อตรงจากพวกเขาทั้งสี่คนอย่างลึกซึ้ง ทุกๆถ้อยคำ ทุกๆสัมผัส และทุกๆแววตาเต็มไปด้วยความห่วงใยและการปกป้องที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจจริงๆทว่า... ยิ่งเธอได้รับความรักที่ยิ่งใหญ่และหนักแน่นจากพวกเขามากเท่าไหร่ หัวใจดวงน้อยๆของเธอกลับไม่ได้รู้สึกโล่งใจหรือพองโตอย่างที่ควรจะเป็นเลยกลับกัน... มันมีความอึดอัดบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ความรู้สึกเหมือนทุกคนพยายามฝืนข้ามผ่านขอบเขตธรรมชาติของตัวเอง เพื่อหาจุดลงตัวที่ประนีประนอมที่สุดสำหรับทุกคน‘พวกเราพร้อมที่จะดูแลเธอ เดินเคียงข้างเธอ และสร้างอนาคตไปด้วยกัน ทั้งห้าคน... แบบนี้นี่แหละ’คำพูดของธามในวันนั้น และรอยยิ้มของกันต์ พีค และทะเล ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท มันเป็นทางออกที่ดูสวยงามและแสนวิเศ
แม้หนุ่มๆทั้งสี่จะยืนยันว่าพร้อมก้าวข้ามกรอบความสัมพันธ์เดิมๆ แต่เธอรู้ดีว่าความรักไม่ใช่เรื่องของการตกลงกันเพียงครั้งเดียว หากยังมีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ได้พูดออกมา มันอาจกลายเป็นปัญหาในอนาคตได้ ด้วยเหตุนี้ ตลอดสัปดาห์ต่อมา ใยไหมจึงนัดพูดคุยกับพวกเขาทีละคน เพื่อเคลียร์ความรู้สึกให้ชัดเจน การพูดคุยครั้งที่หนึ่ง: กันต์ — พี่ชายผู้ปกป้องและเสาหลักของหัวใจ สถานที่นัดหมายคือห้องทำงานส่วนตัวของกันต์ในช่วงดึกที่เงียบสงบ แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบกรอบแว่นสายตาของลีดเดอร์หนุ่ม ขณะที่เขากำลังนั่งเซ็นเอกสารกองโต ใยไหมเดินถือแก้วชาอุ่นๆ เข้าไปวางตรงหน้าเขาอย่างเบามือ กันต์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว รอยยิ้มบางๆที่แสนอบอุ่นปรากฏขึ้นบนมุมปากทันที "ยังไม่กลับอีกเหรอโปรดิวเซอร์คนเก่ง ดึกมากแล้วนะ" "หนูมีเรื่องอยากคุยกับพี่กันต์ค่ะ..." หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางลากเก้าอี้มานั่งลงฝั่งตรงข้าม กันต์วางปากกาในมือลงทันที เขาสบตากลับด้วยแววตาที่นิ่งสงบและเปิดกว้าง "เรื่องวันนั้นใช่ไหม? ว่ามาสิ พี่ฟังอยู่" ใยไหมสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยความในใจออกมา “สำหรับหนู พี่กันต์ไ
แม้หนุ่มๆทั้งสี่จะยืนยันว่าพร้อมก้าวข้ามกรอบความสัมพันธ์เดิมๆ แต่เธอรู้ดีว่าความรักไม่ใช่เรื่องของการตกลงกันเพียงครั้งเดียว หากยังมีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ได้พูดออกมา มันอาจกลายเป็นปัญหาในอนาคตได้ ด้วยเหตุนี้ ตลอดสัปดาห์ต่อมา ใยไหมจึงนัดพูดคุยกับพวกเขาทีละคน เพื่อเคลียร์ความรู้สึกให้ชัดเจน การพูดคุยครั้งที่หนึ่ง: กันต์ — พี่ชายผู้ปกป้องและเสาหลักของหัวใจ สถานที่นัดหมายคือห้องทำงานส่วนตัวของกันต์ในช่วงดึกที่เงียบสงบ แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบกรอบแว่นสายตาของลีดเดอร์หนุ่ม ขณะที่เขากำลังนั่งเซ็นเอกสารกองโต ใยไหมเดินถือแก้วชาอุ่นๆ เข้าไปวางตรงหน้าเขาอย่างเบามือ กันต์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว รอยยิ้มบางๆที่แสนอบอุ่นปรากฏขึ้นบนมุมปากทันที "ยังไม่กลับอีกเหรอโปรดิวเซอร์คนเก่ง ดึกมากแล้วนะ" "หนูมีเรื่องอยากคุยกับพี่กันต์ค่ะ..." หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางลากเก้าอี้มานั่งลงฝั่งตรงข้าม กันต์วางปากกาในมือลงทันที เขาสบตากลับด้วยแววตาที่นิ่งสงบและเปิดกว้าง "เรื่องวันนั้นใช่ไหม? ว่ามาสิ พี่ฟังอยู่" ใยไหมสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยความในใจออกมา “สำหรับหนู พี่กันต์ไ







