เข้าสู่ระบบบรรยากาศยามค่ำคืนของกรุงเทพถูกแต่งแต้มด้วยแสงไฟระยิบระยับจากตึกสูงระฟ้า
ภายในห้องทำงานส่วนตัวอันหรูหราและกว้างขวางของ พงษ์ รองประธานอาวุโสแห่ง 'Pattanasiri Entertainment' กลับมืดสลัวและเต็มไปด้วยความอึดอัด ชายวัยกลางคนผู้มีศักดิ์เป็นลุงแท้ๆของใยไหม กำลังยืนอยู่ริมหน้าต่างกระจกใสบานยักษ์ ในมือถือแก้วที่มีวิสกี้สีอำพันแกว่งไปมาเบาๆ สายตาคมกริบแต่เย็นชาทอดมองออกไปเบื้องล่างอย่างครุ่นคิด ในหัวกำลังประมวลผลเรื่องราวต่างๆ ที่เพิ่งได้รับรายงานจากสายสืบคนสนิท ความจริงที่ว่า... หลานสาวแท้ๆของเขา อย่างใยไหม ทายาทสายตรงผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดในอนาคต ซึ่งควรจะอยู่ที่ต่างประเทศตามแผนการเนรเทศทางอ้อมของเขา กลับมาอยู่เมืองไทยได้สักพัก โดยที่เขาไม่รู้ และเข้ามาสมัครเป็น เด็กฝึกหัด (เทรนนี) ภายในตึกสำนักงานใหญ่แห่งนี้ด้วยตัวเอง! ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งสั้นๆ ทำลายความเงียบภายในห้อง พงษ์ปรายตามองไปที่บานประตูด้วยหางตา ก่อนจะเอ่ยอนุญาตด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เข้ามา" บานประตูเปิดออกอย่างแผ่วเบา ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มของภพ เดินก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสำรวม ภพโค้งศีรษะทำความเคารพผู้มีพระคุณเบื้องหน้าเล็กน้อย ก่อนจะปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนาเพื่อความปลอดภัย "ท่านรองครับ...” “ผมได้รับรายงานจากทีมงานและตรวจสอบกล้องวงจรปิดรอบตึกเรียบร้อยแล้วครับ” “ข้อมูลที่ท่านสืบมาเป็นความจริงทุกประการ" ภพเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง สีหน้าเคร่งเครียด พงษ์หันกลับมาวางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะทำงานเสียงดัง กริ๊ก ใบหน้าคมเข้มที่มักจะซ่อนรอยยิ้มจอมปลอมไว้เสมอ บัดนี้กลับบึ้งตึงและเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียม "หึ...” “นึกไม่ถึงเลยจริงๆ” “เด็กที่ไม่เอาไหนอย่างใยไหม” “จะกล้าถึงขนาดปลอมตัวเป็นเทรนนีต๊อกต๋อย” “แอบเข้ามาขุดคุ้ยเรื่องราวภายในบริษัทของฉัน..." พงษ์แค่นหัวเราะในลำคอด้วยความสมเพช "คงคิดว่าตัวเองเป็นนางเอกผู้ผดุงความยุติธรรม” “ที่จะเข้ามาช่วยพ่อกอบกู้บริษัทจากเงื้อมมือของฉันสินะ“ ”ช่างเป็นเด็กที่ไร้เดียงสาและโง่เขลาเสียจริง" "แล้วเราจะเอายังไงดีครับท่านรอง?” “จะให้ผมจัดการเขี่ยเด็กนั่นออกจากตึก” “หรือใช้มาตรการเด็ดขาด” “เพื่อไม่ให้มันสอดรู้สอดเห็นเรื่องโครงสร้างการเงินของบริษัทไปมากกว่านี้?" ภพเสนอความคิดเห็นด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ พงษ์ยกมือขึ้นห้ามช้าๆ ดวงตาคมหรี่ลงอย่างใช้ความคิด "ใจเย็นๆภพ...” “การจะจัดการกับลูกสาวสุดที่รักของท่านประธานธนา” “จะทำแบบเปิดเผยไม่ได้ ” “ไม่งั้นบอร์ดบริหารคนอื่นๆจะไหวตัวทัน” “และอาจจะสาวมาถึงเส้นทางการเงินที่เรากำลังยักยอกอยู่ตอนนี้" พงษ์เว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง ก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างน่ากลัว "ในเมื่อใยไหมอยากเล่นเกมซ่อนหาในตึกนี้มากนัก...” “เราก็แค่จัดฉากต้อนรับเธอให้สมเกียรติหน่อยเป็นไร” “อีกอย่างถ้าเรากำจัดทั้งพ่อและลูกตระกูลนี้ไปพร้อมกันทีเดียว” “สมบัติและอำนาจบริหารทั้งหมดของ Pattanasiri Entertainment ก็จะตกเป็นของฉันคนเดียวแบบร้อยเปอร์เซ็นต์!" ภพกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อได้ยินแผนการอันเหี้ยมโหดนั้น แม้เขาจะเป็นคนโลภและคอยรับคำสั่งทำทุกเรื่องให้พงษ์มาโดยตลอด แต่การคิดจะกำจัดเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน มันก็ยังทำให้เขาอดรู้สึกเสียวสันหลังไม่ได้ "แล้วเรื่องแผนการขั้นเด็ดขาดที่เราคุยกันไว้ล่ะ” “เตรียมพร้อมไว้ถึงไหนแล้ว?" พงษ์เอ่ยถามเสียงเข้ม "เรียบร้อยดีครับท่าน..." ภพรีบรายงานความคืบหน้าทันที "ตอนนี้ผมได้ทำการแฝงตัวมือสังหารและสายลับฝีมือดีเข้ามาในทีมงานฝ่ายเทคนิคและดูแลอุปกรณ์ประจำตึกซ้อมเรียบร้อยแล้วครับ” “ประวัติการทำงานสะอาดไร้ที่ติ” “ไม่มีใครสงสัยแน่นอน” “เขามีความสามารถพิเศษในการสร้างอุบัติเหตุอำพรางได้อย่างแนบเนียนที่สุด” “รอแค่จังหวะเวลาที่เหมาะสมเท่านั้นครับ" พงษ์พึงพอใจกับคำตอบ เขาพยักหน้ารับเบาๆ "ดีมาก...” “จับตาดูเด็กคนนั้นให้ดี อย่าให้คลาดสายตา” “ถ้าหลานฉันเริ่มขยับเข้าใกล้ห้องเอกสารลับหรือห้องทำงานของประธานเมื่อไหร่...” “จัดการขั้นเด็ดขาดได้ทันที” “ไม่ต้องรอให้ฉันสั่งซ้ำ!" ตัดภาพมาที่ตึกฝึกซ้อมชั้นสาม... ในขณะที่แผนการชั่วร้ายกำลังถูกตระเตรียมขึ้นเพื่อเล่นงานเธอ ใยไหมกำลังนั่งพักเหนื่อยอยู่บนโซฟานุ่มในห้องพักเทรนนี หลังจากเพิ่งซ้อมร้องเพลงและเต้นติดต่อกันนานกว่าชั่วโมง ร่างกายของเธอระบมไปหมด แต่ความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจจากเหตุการณ์ที่ห้องอัดเมื่อตอนเย็นยังคงหลงเหลืออยู่ ตึ้ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนตักดังขึ้น ใยไหมหยิบขึ้นมาเปิดดู พบว่าเป็นข้อความจากแชทส่วนตัวของพี่กันต์ ลีดเดอร์หนุ่มรูปหล่อ Kant_Official: "ซ้อมเสร็จหรือยังครับเด็กดื้อ?” “อย่าหักโหมจนเกินไปนะ” “เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นมาปวดเมื่อยจนลุกไม่ไหว” “พี่สั่งโจ๊กอุ่นๆกับนมสดมาฝากไว้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ด้านล่างแล้ว” “ลงไปเอาด้วยนะ" พออ่านข้อความจบ เธอก็เผลอยิ้มออกมาจนแก้มปริ ความเหนื่อยล้าเมื่อครู่มลายหายไป เธอกดพิมพ์ข้อความตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว Yaimai_Trainee: "ขอบคุณนะคะพี่กันต์!” “พี่ใจดีจังเลย...” “แต่หนูเกรงใจจังค่ะ” “กลัวคนอื่นเห็นแล้วเอาไปนินทาอีกรอบจัง T_T" Kant_Official: "555 ไม่ต้องกลัวหรอกครับ” “พี่ฝากพี่ทีมงานใจดีเอาไปวางไว้ให้แบบแนบเนียนที่สุดแล้ว” “ไม่มีใครเห็นหรอกน่า ไปกินซะนะ” “จะได้มีแรงซ้อมต่อพรุ่งนี้” ใยไหมส่ายหัวเบาๆให้กับความใส่ใจเกินร้อยของไอดอลหนุ่ม แม้ปากจะบ่นว่าเกรงใจ แต่ลึกๆแล้วหัวใจเธอกลับพองโตจนแทบจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว ความใกล้ชิดที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ทำให้เธอยิ่งมั่นใจว่า ความรู้สึกที่เขามีให้เธอนั้น มันพิเศษกว่าแฟนคลับคนอื่นๆอย่างแน่นอน แต่ทว่า... ความสุขมักจะอยู่กับเราไม่นานนัก ในขณะที่ใยไหมกำลังจะลุกขึ้นเพื่อเดินลงไปเอาของที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ด้านล่าง สายตากลมโตก็บังเอิญเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆสีเหลืองที่สอดอยู่ใต้แฟ้มเอกสารตารางซ้อมบนโต๊ะทำงาน ด้วยความสงสัย เธอจึงเดินเข้าไปหยิบขึ้นมาดู ข้อความที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ปรากฏต่อสายตา "ถ้าไม่อยากให้ความลับเรื่องตัวจริงของคุณถูกเปิดเผย...” “และไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันกับคนรอบข้าง...” “จงหยุดสอดรู้สอดเห็นเรื่องของบริษัท” “แล้วถอนตัวออกไปซะ ก่อนที่จะไม่เหลือแม้แต่ลมหายใจ!" หัวใจของใยไหมหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทันทีที่อ่านข้อความขู่ฆ่าปริศนานั้นจบ ร่างกายของเธอชา สมองขาวโพลนไปหมด ความหวาดกลัวพวยพุ่งขึ้นมาเกาะกุมหัวใจจนมือไม้สั่นเทา นี่ไม่ใช่แค่การเตือนธรรมดา... แต่มันคือ "คำขู่เอาชีวิต"! พวกมันรู้ตัวตนที่แท้จริงของเธอแล้วอย่างนั้นเหรอ? แกร๊ก... ท่ามกลางความเงียบ เสียงฝีเท้าเบาราวกับเสียงย่องของใครบางคน ดังแว่วมาจากทางเดินด้านนอกห้องซ้อม ใยไหมสะดุ้งสุดตัว รีบซ่อนกระดาษโน้ตแผ่นนั้นลงในกระเป๋าเสื้อฮู้ดอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความหวาดระแวง หันไปมองรอบตัวเพื่อหาทางหนีทีไล่ เงามืดทอดยาวผ่านกระจกบานเกล็ดหน้าห้อง... ร่างสูงโปร่งในชุดทีมงานช่างเทคนิคสวมหมวกแก๊ปสีดำปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง เดินมาหยุดยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าประตูห้องซ้อมที่แง้มเปิดไว้เล็กน้อย ดวงตาคมภายใต้ปีกหมวกกวาดสายตามองเข้ามาด้านในอย่างเย็นชา ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มขึ้นช้าๆอย่างน่ากลัว ใยไหมยืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังตู้เก็บของ หัวใจเต้นรัวโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอรู้ทันทีว่า... ตอนนี้เธอตกเป็นเป้าหมายของ "มือสังหาร" ฝ่ายศัตรูเข้าอย่างจัง แล้วทางรอดเดียวของเธอคือ ต้องหาทางหนีออกไปจากตึกนี้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่ความตายจะมาเยือน!แสงไฟนีออนยามค่ำคืนของกรุงเทพสะท้อนผ่านกระจกใสบานใหญ่ของห้องซ้อมดนตรีชั้นบนสุด ณ ตึก Pattanasiri Entertainment เสียงจังหวะดนตรีแนวป๊อปผสมผสานกับเสียงร้องใสอันทรงพลังก้องกังวานไปทั่วห้อง ร่างบางในชุดลำลองกำลังยืนจับไมโครโฟน ถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดผ่านบทเพลงที่เธอเป็นคนลงมือแต่งขึ้นด้วยตัวเองจากก้นบึ้งของหัวใจแปะ แปะ แปะ!เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกับเสียงผิวปากแซวอย่างอารมณ์ดีจากมุมห้อง ทำให้ใยไหมต้องหยุดร้องแล้วหันไปมองด้วยรอยยิ้ม"โอโห...ยัยตัวแสบ”“ร้องเพลงเก่งขึ้นเป็นกองเลยนะเนี่ย”“แบบนี้พวกพี่ที่เป็นศิลปิน”“คงต้องกลัวเธอมาแย่งตำแหน่งซะแล้วมั้ง!" ทะเลเอ่ยแซวขึ้นด้วยรอยยิ้มทะเล้นตามสไตล์ ขณะที่เดินถือแก้วน้ำอุ่นเข้ามาส่งให้เธอใยไหมรับแก้วน้ำมาดื่มแก้คอแห้ง ก่อนจะค้อนขวับใส่หนุ่มกวนประสาท "พูดอะไรแบบนั้นคะพี่ทะเล”“หนูเพิ่งจะหัดแต่งเพลงและฝึกร้องอย่างจริงจังไม่นานเอง จะเอาอะไรไปสู้ศิลปินระดับท็อปของประเทศอย่างพวกพี่ล่ะคะ""สู้ได้สิ...เพราะเสียงของเธอไม่ได้มีดีแค่เทคนิค”“แต่มันเต็มไปด้วยความจริงใจและความรู้สึกที่กลั่นออกมาจากข้างในจริงๆ" กันต์ลีดเดอร์หนุ่มผู้สุขุมเดินเข้า
สายลมยามเย็นพัดผ่านระเบียงดาดฟ้าของตึก Pattanasiri Entertainment เบาๆ เส้นผมสีน้ำตาลเข้มของ ใยไหมปลิวไสวไปตามแรงลม ขณะที่เธอกำลังยืนมองภาพกรุงเทพเบื้องล่างที่เริ่มเปิดไฟระยิบระยับต้อนรับค่ำคืนใหม่ ความคิดและเรื่องราวตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวการได้พูดคุยกับกันต์ พีค ธามและทะเลทีละคน ทำให้เธอได้รับฟังความรู้สึกที่จริงใจและซื่อตรงจากพวกเขาทั้งสี่คนอย่างลึกซึ้ง ทุกๆถ้อยคำ ทุกๆสัมผัส และทุกๆแววตาเต็มไปด้วยความห่วงใยและการปกป้องที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจจริงๆทว่า... ยิ่งเธอได้รับความรักที่ยิ่งใหญ่และหนักแน่นจากพวกเขามากเท่าไหร่ หัวใจดวงน้อยๆของเธอกลับไม่ได้รู้สึกโล่งใจหรือพองโตอย่างที่ควรจะเป็นเลยกลับกัน... มันมีความอึดอัดบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ความรู้สึกเหมือนทุกคนพยายามฝืนข้ามผ่านขอบเขตธรรมชาติของตัวเอง เพื่อหาจุดลงตัวที่ประนีประนอมที่สุดสำหรับทุกคน‘พวกเราพร้อมที่จะดูแลเธอ เดินเคียงข้างเธอ และสร้างอนาคตไปด้วยกัน ทั้งห้าคน... แบบนี้นี่แหละ’คำพูดของธามในวันนั้น และรอยยิ้มของกันต์ พีค และทะเล ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท มันเป็นทางออกที่ดูสวยงามและแสนวิเศ
แม้หนุ่มๆทั้งสี่จะยืนยันว่าพร้อมก้าวข้ามกรอบความสัมพันธ์เดิมๆ แต่เธอรู้ดีว่าความรักไม่ใช่เรื่องของการตกลงกันเพียงครั้งเดียว หากยังมีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ได้พูดออกมา มันอาจกลายเป็นปัญหาในอนาคตได้ ด้วยเหตุนี้ ตลอดสัปดาห์ต่อมา ใยไหมจึงนัดพูดคุยกับพวกเขาทีละคน เพื่อเคลียร์ความรู้สึกให้ชัดเจน การพูดคุยครั้งที่หนึ่ง: กันต์ — พี่ชายผู้ปกป้องและเสาหลักของหัวใจ สถานที่นัดหมายคือห้องทำงานส่วนตัวของกันต์ในช่วงดึกที่เงียบสงบ แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบกรอบแว่นสายตาของลีดเดอร์หนุ่ม ขณะที่เขากำลังนั่งเซ็นเอกสารกองโต ใยไหมเดินถือแก้วชาอุ่นๆ เข้าไปวางตรงหน้าเขาอย่างเบามือ กันต์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว รอยยิ้มบางๆที่แสนอบอุ่นปรากฏขึ้นบนมุมปากทันที "ยังไม่กลับอีกเหรอโปรดิวเซอร์คนเก่ง ดึกมากแล้วนะ" "หนูมีเรื่องอยากคุยกับพี่กันต์ค่ะ..." หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางลากเก้าอี้มานั่งลงฝั่งตรงข้าม กันต์วางปากกาในมือลงทันที เขาสบตากลับด้วยแววตาที่นิ่งสงบและเปิดกว้าง "เรื่องวันนั้นใช่ไหม? ว่ามาสิ พี่ฟังอยู่" ใยไหมสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยความในใจออกมา “สำหรับหนู พี่กันต์ไ
แม้หนุ่มๆทั้งสี่จะยืนยันว่าพร้อมก้าวข้ามกรอบความสัมพันธ์เดิมๆ แต่เธอรู้ดีว่าความรักไม่ใช่เรื่องของการตกลงกันเพียงครั้งเดียว หากยังมีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ได้พูดออกมา มันอาจกลายเป็นปัญหาในอนาคตได้ ด้วยเหตุนี้ ตลอดสัปดาห์ต่อมา ใยไหมจึงนัดพูดคุยกับพวกเขาทีละคน เพื่อเคลียร์ความรู้สึกให้ชัดเจน การพูดคุยครั้งที่หนึ่ง: กันต์ — พี่ชายผู้ปกป้องและเสาหลักของหัวใจ สถานที่นัดหมายคือห้องทำงานส่วนตัวของกันต์ในช่วงดึกที่เงียบสงบ แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบกรอบแว่นสายตาของลีดเดอร์หนุ่ม ขณะที่เขากำลังนั่งเซ็นเอกสารกองโต ใยไหมเดินถือแก้วชาอุ่นๆ เข้าไปวางตรงหน้าเขาอย่างเบามือ กันต์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว รอยยิ้มบางๆที่แสนอบอุ่นปรากฏขึ้นบนมุมปากทันที "ยังไม่กลับอีกเหรอโปรดิวเซอร์คนเก่ง ดึกมากแล้วนะ" "หนูมีเรื่องอยากคุยกับพี่กันต์ค่ะ..." หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางลากเก้าอี้มานั่งลงฝั่งตรงข้าม กันต์วางปากกาในมือลงทันที เขาสบตากลับด้วยแววตาที่นิ่งสงบและเปิดกว้าง "เรื่องวันนั้นใช่ไหม? ว่ามาสิ พี่ฟังอยู่" ใยไหมสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยความในใจออกมา “สำหรับหนู พี่กันต์ไ
แสงแดดยามเช้าทอประกายอบอุ่นผ่านกระจกใสบานใหญ่ของห้องทำงานผู้บริหารระดับสูง ภายในตึกสำนักงานใหญ่ของ Pattanasiri Entertainment บนเก้าอี้หนังสีดำตัวใหญ่ ธนากำลังนั่งตรวจแฟ้มเอกสารตรงหน้าด้วยสีหน้าผ่อนคลาย ที่โซฟารับแขกใยไหมกำลังนั่งกอดอกก้มหน้ามองมือตัวเองอย่างใช้ความคิด ในหัวของเธอยังคงวนเวียนอยู่กับคำสารภาพรักของหนุ่มๆทั้งสี่คน— "นั่งเหม่ออะไรอยู่หึ” “ลูกสาวตัวแสบของพ่อ?" เสียงทุ้มอบอุ่นของธนาเอ่ยขึ้น ใยไหมสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะรีบเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มแห้งๆให้ "เปล่าค่ะคุณพ่อ…” “หนูแค่กำลังคิดอะไรเพลินๆค่ะ" ธนาวางแฟ้มลง ก่อนเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามลูกสาวด้วยแววตาเอ็นดู “พ่อรู้ว่าช่วงนี้ลูกต้องเจอเรื่องหนักมามาก” “ทั้งเรื่องบริษัท” “ความปลอดภัย” “และเรื่องหัวใจด้วยใช่ไหมล่ะ?” คำพูดรู้ทันของคุณพ่อ ทำเอาใยไหมหน้าแดงขึ้นมาทันที เธอรีบยกมือขึ้นจับแก้มตัวเองแก้เขิน "คุณพ่อก็...” “รู้ทันหนูตลอดเลยนะคะ!" ธนาหัวเราะออกมาเสียงดัง "ฮ่าๆๆ” “ลูกสาวพ่อโตเป็นสาวแล้วนี่หน่า” “จะไม่รู้ได้ยังไง...” “เอาล่ะ” “วันนี้ที่พ่อเรียกใยไหมมาคุยด้วย” “ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวหรอกนะ”
เสียงหัวเราะและรอยยิ้มที่สดใสกลับมาเติมเต็มห้องพักฟื้นพิเศษของโรงพยาบาลอีกครั้ง หลังจากที่ผ่านพ้นคืนที่เฉียดตายมาได้ บรรยากาศความตึงเครียดก็ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นและความใกล้ชิดที่เพิ่มมากขึ้น ระหว่างเหล่าสมาชิกหนุ่มทั้งสี่คนและทายาทสาวแห่ง Pattanasiri Entertainment ยามเย็นของวันหยุดสุดสัปดาห์ ใยไหมกำลังช่วยจัดเตรียมอาหารว่างและผลไม้สดใส่จานให้กับทุกคน โดยมีพีคที่อาการดีขึ้นมาก จนสามารถนั่งพิงหมอนและส่งสายตาออดอ้อนขอขนมกินได้ไม่หยุด ขณะที่ทะเลกำลังนั่งเถียงกับธามเรื่องเกมในมือถือเสียงดังลั่นห้อง จนกันต์ลีดเดอร์หนุ่มต้องเอ่ยปากปรามเบาๆ ด้วยรอยยิ้ม ภาพความวุ่นวายและเสียงโวยวายที่คุ้นเคยเหล่านี้ ทำให้หัวใจดวงน้อยของใยไหมรู้สึกอิ่มเอมและอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ใครจะไปคิดล่ะว่า... ศิลปินหนุ่มวงบอยแบนด์ชื่อดังที่เธอเคยติดตามสนับสนุนมาตลอดในฐานะ'เมน' จะก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตจริง จนถึงขั้นยอมแลกชีวิตเพื่อปกป้องเธอขนาดนี้... เมื่อถึงเวลาค่ำ บรรดาสมาชิกหนุ่มเริ่มทยอยแยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว และจัดกระเป๋าเตรียมตัวออกจากโรงพยาบาลในสัปดาห์หน้า ทำให้ภายในห้องพักเหลือเพียงทะเล







