Home / วัยรุ่น / พรางฐานะมาพบรัก / บทที่5 เงาปริศนาในตึกใหญ่

Share

บทที่5 เงาปริศนาในตึกใหญ่

Author: DJArtsyStory
last update publish date: 2026-08-06 20:49:58

แสงอาทิตย์ยามบ่ายเริ่มเคลื่อนตัวต่ำลง

ทอดเงายาวผ่านกระจกใสบานใหญ่ของอาคารสำนักงานใหญ่

“Pattanasiri Entertainment”

ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่

ที่ยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของวงการบันเทิง

แต่ในขณะที่เบื้องหน้าเต็มไปด้วยความสว่างไสว

เสียงเพลง

และความฝันอันสวยงามของเหล่าเด็กฝึก...

เบื้องหลังกำแพงคอนกรีตกั้นห้องทำงานชั้นบนสุด

กลับเต็มไปด้วยความอึดอัด

และบรรยากาศอันหนาทึบ

ราวกับมีเมฆหมอกพายุฝนปกคลุม

ภายในห้องทำงานประธานบริษัท

ที่กว้างขวางและตกแต่งด้วยโทนสีเข้มหรูหรา...

ท่านประธาน

‘ธนา พัฒนศิริ’

ชายวัยกลางคน

ผู้ทรงอิทธิพลและเป็นพ่อแท้ๆของใยไหม

กำลังยืนมองทิวทัศน์ของเมืองกรุง

ผ่านกระจกใสบานยักษ์

สีหน้าของเขาเคร่งเครียด

คิ้วหนาย่นเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม

ในมือถือแฟ้มเอกสารการเงินลับ

ที่เพิ่งได้รับรายงานจากทีมตรวจสอบบัญชีอิสระ

เมื่อไม่กี่นาทีก่อน

ตัวเลขมหาศาล

ที่ถูกโยกย้ายออกไปยังบริษัทเครือข่ายปริศนาในต่างประเทศ...

สัญญาโปรเจกต์คอนเสิร์ตใหญ่ที่ถูกอนุมัติงบเกินจริง...

และรายชื่อบริษัทคู่ค้าที่ถูกสับเปลี่ยนอย่างน่ากังขา

ทั้งหมดนี้ชี้ไปในทิศทางเดียวกันอย่างปฏิเสธไม่ได้ว่า

บริษัทกำลังถูกสูบเลือดสูบเนื้อจาก

"หนอนบ่อนไส้"

ที่ซ่อนตัวอยู่ในองค์กร

ก็อกๆๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ

ก่อนที่บานประตูจะถูกเปิดออกช้าๆ

ร่างสูงของเลขาคนสนิท

เดินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน

ในมือถือแท็บเล็ตสีดำ

ที่แสดงข้อมูลอัปเดตล่าสุด

"ท่านประธานครับ... ทีมสืบสวนภายในส่งรายงานชุดสุดท้ายมาแล้วครับ"

เลขากล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

ยื่นแท็บเล็ตส่งให้ชายวัยกลางคนรับไปอ่าน

เขากวาดสายตาอ่านข้อความบนหน้าจออย่างรวดเร็ว

ยิ่งอ่านดวงตาคมกริบ

ก็ยิ่งฉายแววความเจ็บปวดและโกรธเกรี้ยวระคนกัน

"หลักฐานทั้งหมด... ชี้ชัดไปที่คนคนเดียวกันใช่ไหม?"

ธนาเอ่ยถามเสียงเรียบ

ทว่าทรงพลัง

และเย็นเยียบจนคนฟังถึงกับเสียวสันหลัง

"ครับท่าน..."

เลขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

ก่อนจะเอ่ยออกมา

"เส้นทางการเงินทั้งหมดที่มีการทุจริตและแอบอ้างอนุมัติงบโครงการลับ”

“ถูกโอนถ่ายไปยังบัญชีส่วนตัวของคุณพงษ์ รองประธานอาวุโส...”

“หรือก็คือ...”

เขาพูดพร้อมสังเกตสีหน้าของท่านประธาน

“พี่ชายต่างมารดา ของท่านเองครับ"

สิ้นคำพูดนั้น

ห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบลงทันที

แม้ว่าธนาพอจะระแคะระแคะมาสักพักแล้ว

ว่ามีคนพยายามเลื่อยขาเก้าอี้

และฮุบกิจการของครอบครัว

แต่พอหลักฐานทั้งหมดมัดตัวแน่นหนา

ว่าคนที่ทำเรื่องเลวร้ายเหล่านี้

กลับเป็นสายเลือดเดียวกัน

คนที่เขาไว้ใจ

และมอบหมายตำแหน่งสำคัญให้ดูแลบริษัท

ร่วมกันมานานหลายปี...

มันกลับทำให้หัวใจของคนเป็นพี่ชายเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าถูกมีดกรีด

"หึ..."

ธนาแค่นหัวเราะในลำคอ

ด้วยความสมเพชและเจ็บใจ

"ไว้ใจมากที่สุด...”

“กลับกลายเป็นคนที่ถือมีดรอแทงข้างหลังสินะ”

“พี่อยากได้อำนาจบริหารทั้งหมดมากขนาดนั้นเลยหรอ”

“ถึงขนาดกล้าร่วมมือกับกลุ่มทุนมืดภายนอกเข้ามาฮุบบริษัท"

"ตอนนี้คุณพงษ์ไม่ได้ทำคนเดียวแน่ๆครับท่าน"

เลขารีบเสริมข้อมูลต่อ

"เราพบความเชื่อมโยงว่า”

“เขากำลังร่วมมือกับกลุ่มทุนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการซื้อหุ้นก้อนใหญ่เพื่อครอบครองสิทธิ์ขาดในบอร์ดบริหาร”

“โดยใช้คนในบริษัทอย่าง...”

เขาหยุดและมองหน้าท่านประธาน

“คุณภพ”

“ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบริหารศิลปิน คอยเป็นคนเดินเกมและจัดการเรื่องความวุ่นวายภายในตึกฝึกซ้อมครับ"

ธนาหรี่ตาลง

เมื่อได้ยินชื่อของผู้จัดการฝ่ายบริหารศิลปิน

"ภพงั้นเหรอ...”

“หมอนี่มันเด็กของพี่พงษ์ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่”

“สมล่ะ ช่วงนี้ถึงได้ทำตัวน่าสงสัยนัก"

ธนากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน

"พวกมันคงคิดว่าผมแก่เกินกว่าจะตามเกมทันสินะ”

“ถึงได้กล้าทำเรื่องอุกอาจแบบนี้ในบริษัทของผม"

"แล้วเราจะเอายังไงต่อดีครับท่าน”

“จะให้เปิดโปงหลักฐานทั้งหมดตอนนี้เลยไหมครับ?"

เลขาถามด้วยความกังวล

ธนายกมือขึ้นห้ามช้าๆ

แววตาฉายแววเจ้าเล่ห์

และเด็ดเดี่ยวในแบบฉบับนักธุรกิจผู้ผ่านศึกมาโชกโชน

"ยังไม่ใช่ตอนนี้...”

“ถ้าเราเปิดโปงตอนนี้ พวกมันอาจจะมีทางหนีทีไล่”

“หรือหาทางทำลายหลักฐานชิ้นสำคัญได้ทันที”

“ผมต้องการหลักฐานที่มัดตัวแบบดิ้นไม่หลุด”

“ให้พวกมันจนมุมในที่ประชุมใหญ่ครั้งหน้าทีเดียวเลย"

ชั่วขณะนั้นเอง

ความเป็นห่วงอีกเรื่องหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวของเขาทันที

"แล้วเรื่องที่ผมให้คนช่วยสืบ...”

“ลูกสาวของผมใยไหม ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?”

“ปลอดภัยดีไหมในตึกฝึกซ้อมนั่น?"

ธนาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวล

ปราศจากมาดนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่

เหลือเพียงความเป็นพ่อที่ห่วงลูกสาวสุดหัวใจ

"รายงานล่าสุดแจ้งว่า”

“คุณหนูใยไหมปรับตัวได้ดีมากครับ”

“ตอนนี้กำลังตั้งใจฝึกซ้อมในฐานะเทรนนีหน้าใหม่ตามที่ตั้งใจไว้”

“และไม่มีใครในตึกรู้ฐานะที่แท้จริงของคุณหนูเลยแม้แต่คนเดียวครับ”

“ยกเว้นผมกับทีมบอดี้การ์ดคอยดูแลความปลอดภัยลับๆครับ"

เลขารายงานตามจริง

ธนาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเบาๆ

"ดีแล้ว... เด็กดื้อคนนั้น ดันดื้อรั้นอยากจะพิสูจน์ตัวเองด้วยการสมัครเข้ามาเป็นเทรนนีเอง”

“โดยไม่ยอมบอกใคร”

“หวังว่าคงไม่มีใครไปรังแกหรือล่วงรู้ความลับเข้าหรอกนะ...”

“แต่ก็ช่างเถอะ”

“การที่ใยไหมเข้าไปอยู่ข้างในนั้น”

“บางที...”

“อาจจะเป็นหูเป็นตาที่ดีให้เราได้สืบเรื่องพวกหนอนบ่อนไส้นั่นด้วยก็ได้"

ตัดภาพมาที่บริเวณชั้นสามของตึกฝึกซ้อม...

บรรยากาศในห้องซ้อมเต้นส่วนตัว

กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง

หลังจากที่เทรนเนอร์ปล่อยให้เด็กฝึกพักเบรกสิบนาที

ใยไหมทรุดตัวนั่งลงพิงกระจกใส

หอบหายใจเบาๆ

พลางยกขวดน้ำขึ้นดื่มแก้กระหาย

ความเหนื่อยล้าจากการซ้อมท่าเต้นยากๆ

ตลอดทั้งบ่ายทำให้ขาของเธอระบมไปหมด

แต่ถึงกระนั้น

รอยยิ้มบางๆ

ก็ยังคงประดับอยู่บนใบหน้า

เมื่อเธอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนเที่ยงที่เพิ่งผ่านมา—

การได้เจอพี่กันต์ พี่พีค พี่ทะเล และพี่ธาม

ทำให้เธอลืมความเหนื่อยไปได้

"เฮ้อ...คิดแล้วก็ยังเขินไม่หาย”

“พี่กันต์นี่นะ ช่างกล้าพูดประโยคแบบนั้นออกมาได้..."

ใยไหมพึมพำกับตัวเองเบาๆ

พลางใช้มือพัดลมให้ใบหน้าที่ยังคงแดงก่ำของตัวเอง

แอ๊ด...

เสียงเปิดประตูดังขึ้นเบาๆ

ดึงให้ใยไหมหลุดออกจากภวังค์ความคิด

เธอเงยหน้าขึ้นมองทันที

คิดว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่น

หรือเทรนเนอร์ที่เดินกลับเข้ามา

แต่ทว่า...

เงาร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนคนหนึ่ง

กลับยืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตู

ใยไหมชะงักกึก

รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปในพริบตา

เมื่อพบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ใครที่ไหน...

แต่คือ

‘คุณภพ’

ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบริหารศิลปิน

คนที่เข้ามาทำตัวจับผิดเธอในโรงอาหาร

เมื่อตอนกลางวันนั่นเอง!

ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตา

กวาดมองสำรวจทั่วห้องซ้อมที่ว่างเปล่า

ก่อนที่สายตาคมกริบจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของใยไหมที่นั่งอยู่มุมห้องคนเดียว

รอยยิ้มแปลกประหลาดปรากฏขึ้นบนมุมปากของชายวัยกลางคน

"นั่งพักอยู่คนเดียวเหรอครับน้องใยไหม?"

ภพเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนขนลุก

เขาก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

จนใยไหมต้องรีบผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นตัว

ใยไหมฝืนยิ้มแห้งๆ ส่งให้ตามมารยาท

แม้ในใจจะรู้สึกหวาดระแวง

และไม่ชอบหน้าผู้ชายคนนี้เอาเสียเลย

"ค่ะ...พอดีเพื่อนๆออกไปห้องน้ำกันหมดค่ะ”

“คุณภพมีธุระอะไรกับหนูหรือเปล่าคะ?"

ภพหยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว

สายตาคมกริบ

พินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานของเด็กฝึกสาวตรงหน้าอย่างละเอียด

ราวกับกำลังพยายามค้นหาความจริงบางอย่างที่ถูกซ่อนเอาไว้

"ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอกครับ...”

“พอดีผมเดินตรวจความเรียบร้อยรอบตึก”

“แล้วผ่านมาเห็นน้องใยไหมซ้อมคนเดียวอย่างขยันขันแข็ง”

“ก็เลยแวะเข้ามาทักทายในฐานะผู้ดูแลศิลปินและเทรนนีของตึกนี้"

ภพพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ทว่าแววตาซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้

"ขอบคุณค่ะ”

“หนูจะตั้งใจฝึกซ้อมให้เต็มที่ค่ะ"

ใยไหมตอบเสียงสั่นเล็กน้อย

พยายามรักษาระยะห่าง

ภพหรี่ตามองเธอ

สรรหาคำพูดแทงใจดำออกมาช้าๆ

"ช่วงนี้...เห็นน้องใยไหมสนิทสนมกับพวกศิลปินเบอร์หนึ่งอย่างกลุ่มของกันต์เป็นพิเศษเลยนี่ครับ”

“ทั้งๆที่เพิ่งเข้ามาเป็นเทรนนีใหม่แท้ๆ”

“มันน่าแปลกใจนะ”

“ปกติแล้วพวกเขาสนใจคนยากจะตายไป”

“แต่ทำไมถึงเอ็นดูเด็กใหม่อย่างน้องเป็นพิเศษล่ะครับ?"

คำถามนั้นเปรียบเสมือนลูกศรที่พุ่งตรงมาปักอก

ใยไหมสะดุ้งเฮือกในใจ

รีบเก็บอาการตื่นตระหนกไว้ใต้ใบหน้าเรียบเฉย

เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้มั่นใจที่สุด

"พี่ๆเขาคงแค่เอ็นดูน้องๆ ในค่ายตามประสาคนอัธยาศัยดีมั้งคะ”

“ไม่มีอะไรพิเศษหรอกค่ะ หนูเองก็ระวังตัวตลอดเวลา”

“ไม่ได้ทำอะไรนอกลู่นอกทางแน่นอนค่ะ"

ภพจ้องมองเธอเนิ่นนาน

ราวกับกำลังชั่งใจว่าเด็กสาวคนนี้พูดจริงหรือโกหก

ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ

"งั้นเหรอครับ...”

“หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ เพราะถ้าใครคิดจะเล่นตลก”

“หรือเข้ามาในบริษัทนี้ด้วยจุดประสงค์อื่นแอบแฝงล่ะก็...”

“ผมคนนี้แหละที่จะเป็นคนจัดการเขี่ยออกไปเอง"

คำพูดขู่นั้น

ทำเอาใยไหมรู้สึกเสียวสันหลังวาบ

รังสีอำมหิตบางอย่างแผ่ออกมาจากตัวของผู้จัดการอาวุโสคนนี้อย่างชัดเจน

เขารู้สึกระแคะระแคะอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเธอหรือเปล่า?

หรือนี่คือคำเตือนกันแน่?

ก่อนที่บรรยากาศจะตึงเครียดไปมากกว่านี้

เสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยของเพื่อนๆเทรนนี

ที่เดินกลับเข้ามาในห้องซ้อมก็ดังขึ้นที่หน้าประตู

ทำให้ภพต้องชะงัก

และยอมถอยออกไป

"ถ้าอย่างนั้นก็ตั้งใจซ้อมต่อไปนะครับน้องใยไหม”

“หวังว่าจะไม่ทำให้ผมผิดหวัง"

ภพทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น

ก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปจากห้องซ้อมทันที

เมื่อร่างของเขาลับตาไป

ใยไหมถึงกับทรุดตัวลงนั่งลงกับพื้นอย่างหมดแรง

หัวใจเต้นรัวเร็วดังโครมคราม

เหงื่อแตกพลั่กเต็มแผ่นหลัง

อันตราย...

ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไปแล้ว!

ใยไหมกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ

เธอรู้ดีว่าตอนนี้

เธอไม่ได้กำลังเล่นสนุกอยู่กับการเป็นแฟนคลับที่ได้ใกล้ชิดศิลปินในดวงใจอีกต่อไปแล้ว

แต่เธอกำลังก้าวขาเข้าไปพัวพันกับเกมการต่อสู้แย่งชิงอำนาจอันมืด

ภายในบริษัทที่เดิมพันด้วยชื่อเสียงของครอบครัว

และความปลอดภัยของสี่หนุ่มที่เธอรัก

และในขณะที่เธอกำลังนั่งหวาดหวั่นอยู่คนเดียวนั้น...

ที่มุมตึกอีกด้านหนึ่ง

ท่ามกลางความมืดสลัวของทางหนีไฟ

กันต์ที่บังเอิญเดินผ่านมาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเมื่อครู่

ยืนกอดอกพิงผนังด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

รอยยิ้มขี้เล่นอันคุ้นเคยหายวับไป

เหลือเพียงสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและความสงสัย

"ใยไหม...”

“เธอซ่อนความลับอะไรไว้กันแน่นะ”

“ทำไมผู้จัดการภพถึงต้องคอยตามจับผิดเธอขนาดนั้น?"

กันต์พึมพำกับตัวเองเบาๆ ในความเงียบงัน

ก่อนที่เขาจะตัดสินใจก้าวเท้าเดินออกไปจากมุมมืด...

เพื่อเตรียมตัวปกป้องเด็กสาว

ผู้กุมหัวใจของเขา

จากภัยมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวเธอทุกทีๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พรางฐานะมาพบรัก   บทที่28 การเดบิวต์ในฐานะศิลปินเดี่ยว

    แสงไฟนีออนยามค่ำคืนของกรุงเทพสะท้อนผ่านกระจกใสบานใหญ่ของห้องซ้อมดนตรีชั้นบนสุด ณ ตึก Pattanasiri Entertainment เสียงจังหวะดนตรีแนวป๊อปผสมผสานกับเสียงร้องใสอันทรงพลังก้องกังวานไปทั่วห้อง ร่างบางในชุดลำลองกำลังยืนจับไมโครโฟน ถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดผ่านบทเพลงที่เธอเป็นคนลงมือแต่งขึ้นด้วยตัวเองจากก้นบึ้งของหัวใจแปะ แปะ แปะ!เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกับเสียงผิวปากแซวอย่างอารมณ์ดีจากมุมห้อง ทำให้ใยไหมต้องหยุดร้องแล้วหันไปมองด้วยรอยยิ้ม"โอโห...ยัยตัวแสบ”“ร้องเพลงเก่งขึ้นเป็นกองเลยนะเนี่ย”“แบบนี้พวกพี่ที่เป็นศิลปิน”“คงต้องกลัวเธอมาแย่งตำแหน่งซะแล้วมั้ง!" ทะเลเอ่ยแซวขึ้นด้วยรอยยิ้มทะเล้นตามสไตล์ ขณะที่เดินถือแก้วน้ำอุ่นเข้ามาส่งให้เธอใยไหมรับแก้วน้ำมาดื่มแก้คอแห้ง ก่อนจะค้อนขวับใส่หนุ่มกวนประสาท "พูดอะไรแบบนั้นคะพี่ทะเล”“หนูเพิ่งจะหัดแต่งเพลงและฝึกร้องอย่างจริงจังไม่นานเอง จะเอาอะไรไปสู้ศิลปินระดับท็อปของประเทศอย่างพวกพี่ล่ะคะ""สู้ได้สิ...เพราะเสียงของเธอไม่ได้มีดีแค่เทคนิค”“แต่มันเต็มไปด้วยความจริงใจและความรู้สึกที่กลั่นออกมาจากข้างในจริงๆ" กันต์ลีดเดอร์หนุ่มผู้สุขุมเดินเข้า

  • พรางฐานะมาพบรัก   บทที่27 บทสรุปความรัก : การเลือกหรือปล่อยวาง

    สายลมยามเย็นพัดผ่านระเบียงดาดฟ้าของตึก Pattanasiri Entertainment เบาๆ เส้นผมสีน้ำตาลเข้มของ ใยไหมปลิวไสวไปตามแรงลม ขณะที่เธอกำลังยืนมองภาพกรุงเทพเบื้องล่างที่เริ่มเปิดไฟระยิบระยับต้อนรับค่ำคืนใหม่ ความคิดและเรื่องราวตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวการได้พูดคุยกับกันต์ พีค ธามและทะเลทีละคน ทำให้เธอได้รับฟังความรู้สึกที่จริงใจและซื่อตรงจากพวกเขาทั้งสี่คนอย่างลึกซึ้ง ทุกๆถ้อยคำ ทุกๆสัมผัส และทุกๆแววตาเต็มไปด้วยความห่วงใยและการปกป้องที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจจริงๆทว่า... ยิ่งเธอได้รับความรักที่ยิ่งใหญ่และหนักแน่นจากพวกเขามากเท่าไหร่ หัวใจดวงน้อยๆของเธอกลับไม่ได้รู้สึกโล่งใจหรือพองโตอย่างที่ควรจะเป็นเลยกลับกัน... มันมีความอึดอัดบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ความรู้สึกเหมือนทุกคนพยายามฝืนข้ามผ่านขอบเขตธรรมชาติของตัวเอง เพื่อหาจุดลงตัวที่ประนีประนอมที่สุดสำหรับทุกคน‘พวกเราพร้อมที่จะดูแลเธอ เดินเคียงข้างเธอ และสร้างอนาคตไปด้วยกัน ทั้งห้าคน... แบบนี้นี่แหละ’คำพูดของธามในวันนั้น และรอยยิ้มของกันต์ พีค และทะเล ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท มันเป็นทางออกที่ดูสวยงามและแสนวิเศ

  • พรางฐานะมาพบรัก   บทที่26 การเคลียร์ใจทีละคน

    แม้หนุ่มๆทั้งสี่จะยืนยันว่าพร้อมก้าวข้ามกรอบความสัมพันธ์เดิมๆ แต่เธอรู้ดีว่าความรักไม่ใช่เรื่องของการตกลงกันเพียงครั้งเดียว หากยังมีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ได้พูดออกมา มันอาจกลายเป็นปัญหาในอนาคตได้ ด้วยเหตุนี้ ตลอดสัปดาห์ต่อมา ใยไหมจึงนัดพูดคุยกับพวกเขาทีละคน เพื่อเคลียร์ความรู้สึกให้ชัดเจน การพูดคุยครั้งที่หนึ่ง: กันต์ — พี่ชายผู้ปกป้องและเสาหลักของหัวใจ สถานที่นัดหมายคือห้องทำงานส่วนตัวของกันต์ในช่วงดึกที่เงียบสงบ แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบกรอบแว่นสายตาของลีดเดอร์หนุ่ม ขณะที่เขากำลังนั่งเซ็นเอกสารกองโต ใยไหมเดินถือแก้วชาอุ่นๆ เข้าไปวางตรงหน้าเขาอย่างเบามือ กันต์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว รอยยิ้มบางๆที่แสนอบอุ่นปรากฏขึ้นบนมุมปากทันที "ยังไม่กลับอีกเหรอโปรดิวเซอร์คนเก่ง ดึกมากแล้วนะ" "หนูมีเรื่องอยากคุยกับพี่กันต์ค่ะ..." หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางลากเก้าอี้มานั่งลงฝั่งตรงข้าม กันต์วางปากกาในมือลงทันที เขาสบตากลับด้วยแววตาที่นิ่งสงบและเปิดกว้าง "เรื่องวันนั้นใช่ไหม? ว่ามาสิ พี่ฟังอยู่" ใยไหมสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยความในใจออกมา “สำหรับหนู พี่กันต์ไ

  • พรางฐานะมาพบรัก   บทที่25 ความสัมพันธ์

    แม้หนุ่มๆทั้งสี่จะยืนยันว่าพร้อมก้าวข้ามกรอบความสัมพันธ์เดิมๆ แต่เธอรู้ดีว่าความรักไม่ใช่เรื่องของการตกลงกันเพียงครั้งเดียว หากยังมีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ได้พูดออกมา มันอาจกลายเป็นปัญหาในอนาคตได้ ด้วยเหตุนี้ ตลอดสัปดาห์ต่อมา ใยไหมจึงนัดพูดคุยกับพวกเขาทีละคน เพื่อเคลียร์ความรู้สึกให้ชัดเจน การพูดคุยครั้งที่หนึ่ง: กันต์ — พี่ชายผู้ปกป้องและเสาหลักของหัวใจ สถานที่นัดหมายคือห้องทำงานส่วนตัวของกันต์ในช่วงดึกที่เงียบสงบ แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบกรอบแว่นสายตาของลีดเดอร์หนุ่ม ขณะที่เขากำลังนั่งเซ็นเอกสารกองโต ใยไหมเดินถือแก้วชาอุ่นๆ เข้าไปวางตรงหน้าเขาอย่างเบามือ กันต์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว รอยยิ้มบางๆที่แสนอบอุ่นปรากฏขึ้นบนมุมปากทันที "ยังไม่กลับอีกเหรอโปรดิวเซอร์คนเก่ง ดึกมากแล้วนะ" "หนูมีเรื่องอยากคุยกับพี่กันต์ค่ะ..." หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางลากเก้าอี้มานั่งลงฝั่งตรงข้าม กันต์วางปากกาในมือลงทันที เขาสบตากลับด้วยแววตาที่นิ่งสงบและเปิดกว้าง "เรื่องวันนั้นใช่ไหม? ว่ามาสิ พี่ฟังอยู่" ใยไหมสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยความในใจออกมา “สำหรับหนู พี่กันต์ไ

  • พรางฐานะมาพบรัก   บทที่24 การเลือกเส้นทางชีวิตของใยไหม

    แสงแดดยามเช้าทอประกายอบอุ่นผ่านกระจกใสบานใหญ่ของห้องทำงานผู้บริหารระดับสูง ภายในตึกสำนักงานใหญ่ของ Pattanasiri Entertainment บนเก้าอี้หนังสีดำตัวใหญ่ ธนากำลังนั่งตรวจแฟ้มเอกสารตรงหน้าด้วยสีหน้าผ่อนคลาย ที่โซฟารับแขกใยไหมกำลังนั่งกอดอกก้มหน้ามองมือตัวเองอย่างใช้ความคิด ในหัวของเธอยังคงวนเวียนอยู่กับคำสารภาพรักของหนุ่มๆทั้งสี่คน— "นั่งเหม่ออะไรอยู่หึ” “ลูกสาวตัวแสบของพ่อ?" เสียงทุ้มอบอุ่นของธนาเอ่ยขึ้น ใยไหมสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะรีบเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มแห้งๆให้ "เปล่าค่ะคุณพ่อ…” “หนูแค่กำลังคิดอะไรเพลินๆค่ะ" ธนาวางแฟ้มลง ก่อนเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามลูกสาวด้วยแววตาเอ็นดู “พ่อรู้ว่าช่วงนี้ลูกต้องเจอเรื่องหนักมามาก” “ทั้งเรื่องบริษัท” “ความปลอดภัย” “และเรื่องหัวใจด้วยใช่ไหมล่ะ?” คำพูดรู้ทันของคุณพ่อ ทำเอาใยไหมหน้าแดงขึ้นมาทันที เธอรีบยกมือขึ้นจับแก้มตัวเองแก้เขิน "คุณพ่อก็...” “รู้ทันหนูตลอดเลยนะคะ!" ธนาหัวเราะออกมาเสียงดัง "ฮ่าๆๆ” “ลูกสาวพ่อโตเป็นสาวแล้วนี่หน่า” “จะไม่รู้ได้ยังไง...” “เอาล่ะ” “วันนี้ที่พ่อเรียกใยไหมมาคุยด้วย” “ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวหรอกนะ”

  • พรางฐานะมาพบรัก   บทที่23 คำสารภาพ

    เสียงหัวเราะและรอยยิ้มที่สดใสกลับมาเติมเต็มห้องพักฟื้นพิเศษของโรงพยาบาลอีกครั้ง หลังจากที่ผ่านพ้นคืนที่เฉียดตายมาได้ บรรยากาศความตึงเครียดก็ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นและความใกล้ชิดที่เพิ่มมากขึ้น ระหว่างเหล่าสมาชิกหนุ่มทั้งสี่คนและทายาทสาวแห่ง Pattanasiri Entertainment ยามเย็นของวันหยุดสุดสัปดาห์ ใยไหมกำลังช่วยจัดเตรียมอาหารว่างและผลไม้สดใส่จานให้กับทุกคน โดยมีพีคที่อาการดีขึ้นมาก จนสามารถนั่งพิงหมอนและส่งสายตาออดอ้อนขอขนมกินได้ไม่หยุด ขณะที่ทะเลกำลังนั่งเถียงกับธามเรื่องเกมในมือถือเสียงดังลั่นห้อง จนกันต์ลีดเดอร์หนุ่มต้องเอ่ยปากปรามเบาๆ ด้วยรอยยิ้ม ภาพความวุ่นวายและเสียงโวยวายที่คุ้นเคยเหล่านี้ ทำให้หัวใจดวงน้อยของใยไหมรู้สึกอิ่มเอมและอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ใครจะไปคิดล่ะว่า... ศิลปินหนุ่มวงบอยแบนด์ชื่อดังที่เธอเคยติดตามสนับสนุนมาตลอดในฐานะ'เมน' จะก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตจริง จนถึงขั้นยอมแลกชีวิตเพื่อปกป้องเธอขนาดนี้... เมื่อถึงเวลาค่ำ บรรดาสมาชิกหนุ่มเริ่มทยอยแยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว และจัดกระเป๋าเตรียมตัวออกจากโรงพยาบาลในสัปดาห์หน้า ทำให้ภายในห้องพักเหลือเพียงทะเล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status