LOGINแสงอาทิตย์ยามบ่ายเริ่มเคลื่อนตัวต่ำลง
ทอดเงายาวผ่านกระจกใสบานใหญ่ของอาคารสำนักงานใหญ่ “Pattanasiri Entertainment” ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ ที่ยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของวงการบันเทิง แต่ในขณะที่เบื้องหน้าเต็มไปด้วยความสว่างไสว เสียงเพลง และความฝันอันสวยงามของเหล่าเด็กฝึก... เบื้องหลังกำแพงคอนกรีตกั้นห้องทำงานชั้นบนสุด กลับเต็มไปด้วยความอึดอัด และบรรยากาศอันหนาทึบ ราวกับมีเมฆหมอกพายุฝนปกคลุม ภายในห้องทำงานประธานบริษัท ที่กว้างขวางและตกแต่งด้วยโทนสีเข้มหรูหรา... ท่านประธาน ‘ธนา พัฒนศิริ’ ชายวัยกลางคน ผู้ทรงอิทธิพลและเป็นพ่อแท้ๆของใยไหม กำลังยืนมองทิวทัศน์ของเมืองกรุง ผ่านกระจกใสบานยักษ์ สีหน้าของเขาเคร่งเครียด คิ้วหนาย่นเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม ในมือถือแฟ้มเอกสารการเงินลับ ที่เพิ่งได้รับรายงานจากทีมตรวจสอบบัญชีอิสระ เมื่อไม่กี่นาทีก่อน ตัวเลขมหาศาล ที่ถูกโยกย้ายออกไปยังบริษัทเครือข่ายปริศนาในต่างประเทศ... สัญญาโปรเจกต์คอนเสิร์ตใหญ่ที่ถูกอนุมัติงบเกินจริง... และรายชื่อบริษัทคู่ค้าที่ถูกสับเปลี่ยนอย่างน่ากังขา ทั้งหมดนี้ชี้ไปในทิศทางเดียวกันอย่างปฏิเสธไม่ได้ว่า บริษัทกำลังถูกสูบเลือดสูบเนื้อจาก "หนอนบ่อนไส้" ที่ซ่อนตัวอยู่ในองค์กร ก็อกๆๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่บานประตูจะถูกเปิดออกช้าๆ ร่างสูงของเลขาคนสนิท เดินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน ในมือถือแท็บเล็ตสีดำ ที่แสดงข้อมูลอัปเดตล่าสุด "ท่านประธานครับ... ทีมสืบสวนภายในส่งรายงานชุดสุดท้ายมาแล้วครับ" เลขากล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ยื่นแท็บเล็ตส่งให้ชายวัยกลางคนรับไปอ่าน เขากวาดสายตาอ่านข้อความบนหน้าจออย่างรวดเร็ว ยิ่งอ่านดวงตาคมกริบ ก็ยิ่งฉายแววความเจ็บปวดและโกรธเกรี้ยวระคนกัน "หลักฐานทั้งหมด... ชี้ชัดไปที่คนคนเดียวกันใช่ไหม?" ธนาเอ่ยถามเสียงเรียบ ทว่าทรงพลัง และเย็นเยียบจนคนฟังถึงกับเสียวสันหลัง "ครับท่าน..." เลขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยออกมา "เส้นทางการเงินทั้งหมดที่มีการทุจริตและแอบอ้างอนุมัติงบโครงการลับ” “ถูกโอนถ่ายไปยังบัญชีส่วนตัวของคุณพงษ์ รองประธานอาวุโส...” “หรือก็คือ...” เขาพูดพร้อมสังเกตสีหน้าของท่านประธาน “พี่ชายต่างมารดา ของท่านเองครับ" สิ้นคำพูดนั้น ห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบลงทันที แม้ว่าธนาพอจะระแคะระแคะมาสักพักแล้ว ว่ามีคนพยายามเลื่อยขาเก้าอี้ และฮุบกิจการของครอบครัว แต่พอหลักฐานทั้งหมดมัดตัวแน่นหนา ว่าคนที่ทำเรื่องเลวร้ายเหล่านี้ กลับเป็นสายเลือดเดียวกัน คนที่เขาไว้ใจ และมอบหมายตำแหน่งสำคัญให้ดูแลบริษัท ร่วมกันมานานหลายปี... มันกลับทำให้หัวใจของคนเป็นพี่ชายเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าถูกมีดกรีด "หึ..." ธนาแค่นหัวเราะในลำคอ ด้วยความสมเพชและเจ็บใจ "ไว้ใจมากที่สุด...” “กลับกลายเป็นคนที่ถือมีดรอแทงข้างหลังสินะ” “พี่อยากได้อำนาจบริหารทั้งหมดมากขนาดนั้นเลยหรอ” “ถึงขนาดกล้าร่วมมือกับกลุ่มทุนมืดภายนอกเข้ามาฮุบบริษัท" "ตอนนี้คุณพงษ์ไม่ได้ทำคนเดียวแน่ๆครับท่าน" เลขารีบเสริมข้อมูลต่อ "เราพบความเชื่อมโยงว่า” “เขากำลังร่วมมือกับกลุ่มทุนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการซื้อหุ้นก้อนใหญ่เพื่อครอบครองสิทธิ์ขาดในบอร์ดบริหาร” “โดยใช้คนในบริษัทอย่าง...” เขาหยุดและมองหน้าท่านประธาน “คุณภพ” “ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบริหารศิลปิน คอยเป็นคนเดินเกมและจัดการเรื่องความวุ่นวายภายในตึกฝึกซ้อมครับ" ธนาหรี่ตาลง เมื่อได้ยินชื่อของผู้จัดการฝ่ายบริหารศิลปิน "ภพงั้นเหรอ...” “หมอนี่มันเด็กของพี่พงษ์ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่” “สมล่ะ ช่วงนี้ถึงได้ทำตัวน่าสงสัยนัก" ธนากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "พวกมันคงคิดว่าผมแก่เกินกว่าจะตามเกมทันสินะ” “ถึงได้กล้าทำเรื่องอุกอาจแบบนี้ในบริษัทของผม" "แล้วเราจะเอายังไงต่อดีครับท่าน” “จะให้เปิดโปงหลักฐานทั้งหมดตอนนี้เลยไหมครับ?" เลขาถามด้วยความกังวล ธนายกมือขึ้นห้ามช้าๆ แววตาฉายแววเจ้าเล่ห์ และเด็ดเดี่ยวในแบบฉบับนักธุรกิจผู้ผ่านศึกมาโชกโชน "ยังไม่ใช่ตอนนี้...” “ถ้าเราเปิดโปงตอนนี้ พวกมันอาจจะมีทางหนีทีไล่” “หรือหาทางทำลายหลักฐานชิ้นสำคัญได้ทันที” “ผมต้องการหลักฐานที่มัดตัวแบบดิ้นไม่หลุด” “ให้พวกมันจนมุมในที่ประชุมใหญ่ครั้งหน้าทีเดียวเลย" ชั่วขณะนั้นเอง ความเป็นห่วงอีกเรื่องหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวของเขาทันที "แล้วเรื่องที่ผมให้คนช่วยสืบ...” “ลูกสาวของผมใยไหม ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?” “ปลอดภัยดีไหมในตึกฝึกซ้อมนั่น?" ธนาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวล ปราศจากมาดนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ เหลือเพียงความเป็นพ่อที่ห่วงลูกสาวสุดหัวใจ "รายงานล่าสุดแจ้งว่า” “คุณหนูใยไหมปรับตัวได้ดีมากครับ” “ตอนนี้กำลังตั้งใจฝึกซ้อมในฐานะเทรนนีหน้าใหม่ตามที่ตั้งใจไว้” “และไม่มีใครในตึกรู้ฐานะที่แท้จริงของคุณหนูเลยแม้แต่คนเดียวครับ” “ยกเว้นผมกับทีมบอดี้การ์ดคอยดูแลความปลอดภัยลับๆครับ" เลขารายงานตามจริง ธนาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเบาๆ "ดีแล้ว... เด็กดื้อคนนั้น ดันดื้อรั้นอยากจะพิสูจน์ตัวเองด้วยการสมัครเข้ามาเป็นเทรนนีเอง” “โดยไม่ยอมบอกใคร” “หวังว่าคงไม่มีใครไปรังแกหรือล่วงรู้ความลับเข้าหรอกนะ...” “แต่ก็ช่างเถอะ” “การที่ใยไหมเข้าไปอยู่ข้างในนั้น” “บางที...” “อาจจะเป็นหูเป็นตาที่ดีให้เราได้สืบเรื่องพวกหนอนบ่อนไส้นั่นด้วยก็ได้" ตัดภาพมาที่บริเวณชั้นสามของตึกฝึกซ้อม... บรรยากาศในห้องซ้อมเต้นส่วนตัว กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง หลังจากที่เทรนเนอร์ปล่อยให้เด็กฝึกพักเบรกสิบนาที ใยไหมทรุดตัวนั่งลงพิงกระจกใส หอบหายใจเบาๆ พลางยกขวดน้ำขึ้นดื่มแก้กระหาย ความเหนื่อยล้าจากการซ้อมท่าเต้นยากๆ ตลอดทั้งบ่ายทำให้ขาของเธอระบมไปหมด แต่ถึงกระนั้น รอยยิ้มบางๆ ก็ยังคงประดับอยู่บนใบหน้า เมื่อเธอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนเที่ยงที่เพิ่งผ่านมา— การได้เจอพี่กันต์ พี่พีค พี่ทะเล และพี่ธาม ทำให้เธอลืมความเหนื่อยไปได้ "เฮ้อ...คิดแล้วก็ยังเขินไม่หาย” “พี่กันต์นี่นะ ช่างกล้าพูดประโยคแบบนั้นออกมาได้..." ใยไหมพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางใช้มือพัดลมให้ใบหน้าที่ยังคงแดงก่ำของตัวเอง แอ๊ด... เสียงเปิดประตูดังขึ้นเบาๆ ดึงให้ใยไหมหลุดออกจากภวังค์ความคิด เธอเงยหน้าขึ้นมองทันที คิดว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่น หรือเทรนเนอร์ที่เดินกลับเข้ามา แต่ทว่า... เงาร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนคนหนึ่ง กลับยืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตู ใยไหมชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปในพริบตา เมื่อพบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่คือ ‘คุณภพ’ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบริหารศิลปิน คนที่เข้ามาทำตัวจับผิดเธอในโรงอาหาร เมื่อตอนกลางวันนั่นเอง! ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตา กวาดมองสำรวจทั่วห้องซ้อมที่ว่างเปล่า ก่อนที่สายตาคมกริบจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของใยไหมที่นั่งอยู่มุมห้องคนเดียว รอยยิ้มแปลกประหลาดปรากฏขึ้นบนมุมปากของชายวัยกลางคน "นั่งพักอยู่คนเดียวเหรอครับน้องใยไหม?" ภพเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนขนลุก เขาก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนใยไหมต้องรีบผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นตัว ใยไหมฝืนยิ้มแห้งๆ ส่งให้ตามมารยาท แม้ในใจจะรู้สึกหวาดระแวง และไม่ชอบหน้าผู้ชายคนนี้เอาเสียเลย "ค่ะ...พอดีเพื่อนๆออกไปห้องน้ำกันหมดค่ะ” “คุณภพมีธุระอะไรกับหนูหรือเปล่าคะ?" ภพหยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว สายตาคมกริบ พินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานของเด็กฝึกสาวตรงหน้าอย่างละเอียด ราวกับกำลังพยายามค้นหาความจริงบางอย่างที่ถูกซ่อนเอาไว้ "ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอกครับ...” “พอดีผมเดินตรวจความเรียบร้อยรอบตึก” “แล้วผ่านมาเห็นน้องใยไหมซ้อมคนเดียวอย่างขยันขันแข็ง” “ก็เลยแวะเข้ามาทักทายในฐานะผู้ดูแลศิลปินและเทรนนีของตึกนี้" ภพพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตาซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้ "ขอบคุณค่ะ” “หนูจะตั้งใจฝึกซ้อมให้เต็มที่ค่ะ" ใยไหมตอบเสียงสั่นเล็กน้อย พยายามรักษาระยะห่าง ภพหรี่ตามองเธอ สรรหาคำพูดแทงใจดำออกมาช้าๆ "ช่วงนี้...เห็นน้องใยไหมสนิทสนมกับพวกศิลปินเบอร์หนึ่งอย่างกลุ่มของกันต์เป็นพิเศษเลยนี่ครับ” “ทั้งๆที่เพิ่งเข้ามาเป็นเทรนนีใหม่แท้ๆ” “มันน่าแปลกใจนะ” “ปกติแล้วพวกเขาสนใจคนยากจะตายไป” “แต่ทำไมถึงเอ็นดูเด็กใหม่อย่างน้องเป็นพิเศษล่ะครับ?" คำถามนั้นเปรียบเสมือนลูกศรที่พุ่งตรงมาปักอก ใยไหมสะดุ้งเฮือกในใจ รีบเก็บอาการตื่นตระหนกไว้ใต้ใบหน้าเรียบเฉย เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้มั่นใจที่สุด "พี่ๆเขาคงแค่เอ็นดูน้องๆ ในค่ายตามประสาคนอัธยาศัยดีมั้งคะ” “ไม่มีอะไรพิเศษหรอกค่ะ หนูเองก็ระวังตัวตลอดเวลา” “ไม่ได้ทำอะไรนอกลู่นอกทางแน่นอนค่ะ" ภพจ้องมองเธอเนิ่นนาน ราวกับกำลังชั่งใจว่าเด็กสาวคนนี้พูดจริงหรือโกหก ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ "งั้นเหรอครับ...” “หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ เพราะถ้าใครคิดจะเล่นตลก” “หรือเข้ามาในบริษัทนี้ด้วยจุดประสงค์อื่นแอบแฝงล่ะก็...” “ผมคนนี้แหละที่จะเป็นคนจัดการเขี่ยออกไปเอง" คำพูดขู่นั้น ทำเอาใยไหมรู้สึกเสียวสันหลังวาบ รังสีอำมหิตบางอย่างแผ่ออกมาจากตัวของผู้จัดการอาวุโสคนนี้อย่างชัดเจน เขารู้สึกระแคะระแคะอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเธอหรือเปล่า? หรือนี่คือคำเตือนกันแน่? ก่อนที่บรรยากาศจะตึงเครียดไปมากกว่านี้ เสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยของเพื่อนๆเทรนนี ที่เดินกลับเข้ามาในห้องซ้อมก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ทำให้ภพต้องชะงัก และยอมถอยออกไป "ถ้าอย่างนั้นก็ตั้งใจซ้อมต่อไปนะครับน้องใยไหม” “หวังว่าจะไม่ทำให้ผมผิดหวัง" ภพทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปจากห้องซ้อมทันที เมื่อร่างของเขาลับตาไป ใยไหมถึงกับทรุดตัวลงนั่งลงกับพื้นอย่างหมดแรง หัวใจเต้นรัวเร็วดังโครมคราม เหงื่อแตกพลั่กเต็มแผ่นหลัง อันตราย... ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไปแล้ว! ใยไหมกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอรู้ดีว่าตอนนี้ เธอไม่ได้กำลังเล่นสนุกอยู่กับการเป็นแฟนคลับที่ได้ใกล้ชิดศิลปินในดวงใจอีกต่อไปแล้ว แต่เธอกำลังก้าวขาเข้าไปพัวพันกับเกมการต่อสู้แย่งชิงอำนาจอันมืด ภายในบริษัทที่เดิมพันด้วยชื่อเสียงของครอบครัว และความปลอดภัยของสี่หนุ่มที่เธอรัก และในขณะที่เธอกำลังนั่งหวาดหวั่นอยู่คนเดียวนั้น... ที่มุมตึกอีกด้านหนึ่ง ท่ามกลางความมืดสลัวของทางหนีไฟ กันต์ที่บังเอิญเดินผ่านมาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเมื่อครู่ ยืนกอดอกพิงผนังด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง รอยยิ้มขี้เล่นอันคุ้นเคยหายวับไป เหลือเพียงสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและความสงสัย "ใยไหม...” “เธอซ่อนความลับอะไรไว้กันแน่นะ” “ทำไมผู้จัดการภพถึงต้องคอยตามจับผิดเธอขนาดนั้น?" กันต์พึมพำกับตัวเองเบาๆ ในความเงียบงัน ก่อนที่เขาจะตัดสินใจก้าวเท้าเดินออกไปจากมุมมืด... เพื่อเตรียมตัวปกป้องเด็กสาว ผู้กุมหัวใจของเขา จากภัยมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวเธอทุกทีๆแสงไฟนีออนยามค่ำคืนของกรุงเทพสะท้อนผ่านกระจกใสบานใหญ่ของห้องซ้อมดนตรีชั้นบนสุด ณ ตึก Pattanasiri Entertainment เสียงจังหวะดนตรีแนวป๊อปผสมผสานกับเสียงร้องใสอันทรงพลังก้องกังวานไปทั่วห้อง ร่างบางในชุดลำลองกำลังยืนจับไมโครโฟน ถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดผ่านบทเพลงที่เธอเป็นคนลงมือแต่งขึ้นด้วยตัวเองจากก้นบึ้งของหัวใจแปะ แปะ แปะ!เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกับเสียงผิวปากแซวอย่างอารมณ์ดีจากมุมห้อง ทำให้ใยไหมต้องหยุดร้องแล้วหันไปมองด้วยรอยยิ้ม"โอโห...ยัยตัวแสบ”“ร้องเพลงเก่งขึ้นเป็นกองเลยนะเนี่ย”“แบบนี้พวกพี่ที่เป็นศิลปิน”“คงต้องกลัวเธอมาแย่งตำแหน่งซะแล้วมั้ง!" ทะเลเอ่ยแซวขึ้นด้วยรอยยิ้มทะเล้นตามสไตล์ ขณะที่เดินถือแก้วน้ำอุ่นเข้ามาส่งให้เธอใยไหมรับแก้วน้ำมาดื่มแก้คอแห้ง ก่อนจะค้อนขวับใส่หนุ่มกวนประสาท "พูดอะไรแบบนั้นคะพี่ทะเล”“หนูเพิ่งจะหัดแต่งเพลงและฝึกร้องอย่างจริงจังไม่นานเอง จะเอาอะไรไปสู้ศิลปินระดับท็อปของประเทศอย่างพวกพี่ล่ะคะ""สู้ได้สิ...เพราะเสียงของเธอไม่ได้มีดีแค่เทคนิค”“แต่มันเต็มไปด้วยความจริงใจและความรู้สึกที่กลั่นออกมาจากข้างในจริงๆ" กันต์ลีดเดอร์หนุ่มผู้สุขุมเดินเข้า
สายลมยามเย็นพัดผ่านระเบียงดาดฟ้าของตึก Pattanasiri Entertainment เบาๆ เส้นผมสีน้ำตาลเข้มของ ใยไหมปลิวไสวไปตามแรงลม ขณะที่เธอกำลังยืนมองภาพกรุงเทพเบื้องล่างที่เริ่มเปิดไฟระยิบระยับต้อนรับค่ำคืนใหม่ ความคิดและเรื่องราวตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวการได้พูดคุยกับกันต์ พีค ธามและทะเลทีละคน ทำให้เธอได้รับฟังความรู้สึกที่จริงใจและซื่อตรงจากพวกเขาทั้งสี่คนอย่างลึกซึ้ง ทุกๆถ้อยคำ ทุกๆสัมผัส และทุกๆแววตาเต็มไปด้วยความห่วงใยและการปกป้องที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจจริงๆทว่า... ยิ่งเธอได้รับความรักที่ยิ่งใหญ่และหนักแน่นจากพวกเขามากเท่าไหร่ หัวใจดวงน้อยๆของเธอกลับไม่ได้รู้สึกโล่งใจหรือพองโตอย่างที่ควรจะเป็นเลยกลับกัน... มันมีความอึดอัดบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ความรู้สึกเหมือนทุกคนพยายามฝืนข้ามผ่านขอบเขตธรรมชาติของตัวเอง เพื่อหาจุดลงตัวที่ประนีประนอมที่สุดสำหรับทุกคน‘พวกเราพร้อมที่จะดูแลเธอ เดินเคียงข้างเธอ และสร้างอนาคตไปด้วยกัน ทั้งห้าคน... แบบนี้นี่แหละ’คำพูดของธามในวันนั้น และรอยยิ้มของกันต์ พีค และทะเล ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท มันเป็นทางออกที่ดูสวยงามและแสนวิเศ
แม้หนุ่มๆทั้งสี่จะยืนยันว่าพร้อมก้าวข้ามกรอบความสัมพันธ์เดิมๆ แต่เธอรู้ดีว่าความรักไม่ใช่เรื่องของการตกลงกันเพียงครั้งเดียว หากยังมีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ได้พูดออกมา มันอาจกลายเป็นปัญหาในอนาคตได้ ด้วยเหตุนี้ ตลอดสัปดาห์ต่อมา ใยไหมจึงนัดพูดคุยกับพวกเขาทีละคน เพื่อเคลียร์ความรู้สึกให้ชัดเจน การพูดคุยครั้งที่หนึ่ง: กันต์ — พี่ชายผู้ปกป้องและเสาหลักของหัวใจ สถานที่นัดหมายคือห้องทำงานส่วนตัวของกันต์ในช่วงดึกที่เงียบสงบ แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบกรอบแว่นสายตาของลีดเดอร์หนุ่ม ขณะที่เขากำลังนั่งเซ็นเอกสารกองโต ใยไหมเดินถือแก้วชาอุ่นๆ เข้าไปวางตรงหน้าเขาอย่างเบามือ กันต์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว รอยยิ้มบางๆที่แสนอบอุ่นปรากฏขึ้นบนมุมปากทันที "ยังไม่กลับอีกเหรอโปรดิวเซอร์คนเก่ง ดึกมากแล้วนะ" "หนูมีเรื่องอยากคุยกับพี่กันต์ค่ะ..." หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางลากเก้าอี้มานั่งลงฝั่งตรงข้าม กันต์วางปากกาในมือลงทันที เขาสบตากลับด้วยแววตาที่นิ่งสงบและเปิดกว้าง "เรื่องวันนั้นใช่ไหม? ว่ามาสิ พี่ฟังอยู่" ใยไหมสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยความในใจออกมา “สำหรับหนู พี่กันต์ไ
แม้หนุ่มๆทั้งสี่จะยืนยันว่าพร้อมก้าวข้ามกรอบความสัมพันธ์เดิมๆ แต่เธอรู้ดีว่าความรักไม่ใช่เรื่องของการตกลงกันเพียงครั้งเดียว หากยังมีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ได้พูดออกมา มันอาจกลายเป็นปัญหาในอนาคตได้ ด้วยเหตุนี้ ตลอดสัปดาห์ต่อมา ใยไหมจึงนัดพูดคุยกับพวกเขาทีละคน เพื่อเคลียร์ความรู้สึกให้ชัดเจน การพูดคุยครั้งที่หนึ่ง: กันต์ — พี่ชายผู้ปกป้องและเสาหลักของหัวใจ สถานที่นัดหมายคือห้องทำงานส่วนตัวของกันต์ในช่วงดึกที่เงียบสงบ แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบกรอบแว่นสายตาของลีดเดอร์หนุ่ม ขณะที่เขากำลังนั่งเซ็นเอกสารกองโต ใยไหมเดินถือแก้วชาอุ่นๆ เข้าไปวางตรงหน้าเขาอย่างเบามือ กันต์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว รอยยิ้มบางๆที่แสนอบอุ่นปรากฏขึ้นบนมุมปากทันที "ยังไม่กลับอีกเหรอโปรดิวเซอร์คนเก่ง ดึกมากแล้วนะ" "หนูมีเรื่องอยากคุยกับพี่กันต์ค่ะ..." หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางลากเก้าอี้มานั่งลงฝั่งตรงข้าม กันต์วางปากกาในมือลงทันที เขาสบตากลับด้วยแววตาที่นิ่งสงบและเปิดกว้าง "เรื่องวันนั้นใช่ไหม? ว่ามาสิ พี่ฟังอยู่" ใยไหมสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยความในใจออกมา “สำหรับหนู พี่กันต์ไ
แสงแดดยามเช้าทอประกายอบอุ่นผ่านกระจกใสบานใหญ่ของห้องทำงานผู้บริหารระดับสูง ภายในตึกสำนักงานใหญ่ของ Pattanasiri Entertainment บนเก้าอี้หนังสีดำตัวใหญ่ ธนากำลังนั่งตรวจแฟ้มเอกสารตรงหน้าด้วยสีหน้าผ่อนคลาย ที่โซฟารับแขกใยไหมกำลังนั่งกอดอกก้มหน้ามองมือตัวเองอย่างใช้ความคิด ในหัวของเธอยังคงวนเวียนอยู่กับคำสารภาพรักของหนุ่มๆทั้งสี่คน— "นั่งเหม่ออะไรอยู่หึ” “ลูกสาวตัวแสบของพ่อ?" เสียงทุ้มอบอุ่นของธนาเอ่ยขึ้น ใยไหมสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะรีบเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มแห้งๆให้ "เปล่าค่ะคุณพ่อ…” “หนูแค่กำลังคิดอะไรเพลินๆค่ะ" ธนาวางแฟ้มลง ก่อนเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามลูกสาวด้วยแววตาเอ็นดู “พ่อรู้ว่าช่วงนี้ลูกต้องเจอเรื่องหนักมามาก” “ทั้งเรื่องบริษัท” “ความปลอดภัย” “และเรื่องหัวใจด้วยใช่ไหมล่ะ?” คำพูดรู้ทันของคุณพ่อ ทำเอาใยไหมหน้าแดงขึ้นมาทันที เธอรีบยกมือขึ้นจับแก้มตัวเองแก้เขิน "คุณพ่อก็...” “รู้ทันหนูตลอดเลยนะคะ!" ธนาหัวเราะออกมาเสียงดัง "ฮ่าๆๆ” “ลูกสาวพ่อโตเป็นสาวแล้วนี่หน่า” “จะไม่รู้ได้ยังไง...” “เอาล่ะ” “วันนี้ที่พ่อเรียกใยไหมมาคุยด้วย” “ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวหรอกนะ”
เสียงหัวเราะและรอยยิ้มที่สดใสกลับมาเติมเต็มห้องพักฟื้นพิเศษของโรงพยาบาลอีกครั้ง หลังจากที่ผ่านพ้นคืนที่เฉียดตายมาได้ บรรยากาศความตึงเครียดก็ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นและความใกล้ชิดที่เพิ่มมากขึ้น ระหว่างเหล่าสมาชิกหนุ่มทั้งสี่คนและทายาทสาวแห่ง Pattanasiri Entertainment ยามเย็นของวันหยุดสุดสัปดาห์ ใยไหมกำลังช่วยจัดเตรียมอาหารว่างและผลไม้สดใส่จานให้กับทุกคน โดยมีพีคที่อาการดีขึ้นมาก จนสามารถนั่งพิงหมอนและส่งสายตาออดอ้อนขอขนมกินได้ไม่หยุด ขณะที่ทะเลกำลังนั่งเถียงกับธามเรื่องเกมในมือถือเสียงดังลั่นห้อง จนกันต์ลีดเดอร์หนุ่มต้องเอ่ยปากปรามเบาๆ ด้วยรอยยิ้ม ภาพความวุ่นวายและเสียงโวยวายที่คุ้นเคยเหล่านี้ ทำให้หัวใจดวงน้อยของใยไหมรู้สึกอิ่มเอมและอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ใครจะไปคิดล่ะว่า... ศิลปินหนุ่มวงบอยแบนด์ชื่อดังที่เธอเคยติดตามสนับสนุนมาตลอดในฐานะ'เมน' จะก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตจริง จนถึงขั้นยอมแลกชีวิตเพื่อปกป้องเธอขนาดนี้... เมื่อถึงเวลาค่ำ บรรดาสมาชิกหนุ่มเริ่มทยอยแยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว และจัดกระเป๋าเตรียมตัวออกจากโรงพยาบาลในสัปดาห์หน้า ทำให้ภายในห้องพักเหลือเพียงทะเล







