เข้าสู่ระบบ“อ้าว! ไม่ทันละ” ภคมณทำตาปริบๆ มองตามรถไป
“เพราะแกแหละ ห่วงแต่กิน!”
“เอาน่า นู้นไง มาอีกคันแล้ว ไม่เห็นต้องรอนานเลย”
ประวีร์มองรถเมล์สายเดียวกันที่แล่นเข้ามาแต่ไกลแล้วถลึงตาใส่แม่ตัวดี เพราะคันเมื่อกี้เป็นรถปรับอากาศแสนเย็นฉ่ำ แต่คันนี้น่ะเป็นรถปรับอากาศด้วยการเปิดหน้าต่าง!
“ไม่ต้องรอนาน แต่มันร้อนนนนนนนน” เขาลากเสียงโอดครวญ
“ขึ้นๆ ไปเถอะน่า ถึงบ้านเหมือนกันแหละ”
ว่าแล้วภคมณก็เดินไปยืนโบกมือเรียกให้รถเมล์จอด พอเห็นว่าบนรถมีผู้โดยสารนั่งมาไม่ถึงสิบคนก็รีบก้าวขึ้นไปอย่างร่าเริง สงสัยคนที่จะโดยสารไปกับรถสายนี้คงขึ้นรถปรับอากาศไปหมดแล้วแน่ๆ
สาวน้อยเลือกนั่งลงบนเก้าอี้คู่แถวกลางๆ โดยนั่งชิดหน้าต่าง ให้ประวีร์นั่งด้านใน มือก็ล้วงเศษเหรียญในกระเป๋าสตางค์ใบเล็กออกมารอจ่ายค่าตั๋วรถ แล้วค่อยเปิดถุงกล้วยทอดหยิบกินอย่างมีความสุข คนน้อยแบบนี้ หน้าต่างเปิดกว้างจนลมโกรกแบบนี้ เธอก็จกของกินแบบไม่ต้องกลัวว่าจะส่งกลิ่นรบกวนคนอื่นได้เลยน่ะสิ
“ง่ำ!”
“แกนี่มัน...” ประวีร์ที่ก้าวขึ้นรถตามมาเห็นเข้าถึงกับจนด้วยคำพูด ได้แต่นั่งลงข้างเพื่อน เตรียมเหรียญจ่ายค่าตั๋วรถอย่างอ่อนใจแกมเอ็นดู
ในตอนนี้เองที่สายตาเขามองไปเห็นผู้โดยสารที่เพิ่งก้าวขึ้นมาบนรถและกำลังจะเดินผ่านพวกเขาไปนั่งที่เบาะแถวหลัง ประวีร์เบิกตากว้างเหลียวมองตามทั้งสองไปอย่างไม่เชื่อสายตา
นั่นมันสองหนุ่มหล่อสุดฮอตของโรงเรียนนี่!
ประวีร์จรดสายตาตามพวกเขาไป ขณะยกมือสะกิดไหล่ภคมณยิกๆ “พายช่วยดูหน่อย สองคนหล่อๆ ที่เดินไปนั่งข้างหลังนั่น แกว่าใช่พี่ธีร์กับพี่ตงหรือเปล่า”
“...”
เมื่อไม่มีเสียงตอบ ประวีร์ก็นึกว่าเพื่อนตัวกลมมัวแต่สนใจของกินจึงหันขวับไปเตรียมบ่น แต่สิ่งที่เห็นคือภคมณเองก็กำลังมองตามทางนั้นไปด้วยดวงตาเป็นประกายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน กระนั้นมือขาวอวบข้างหนึ่งก็ยังส่งกล้วยทอดเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ไปด้วย
“แกรู้จักคนที่ใส่แว่นนั่นมั้ย?” ภคมณกลืนของในปากแล้วค่อยถามออกมา สายตายังตรึงไว้กับร่างสูงในชุดนักเรียนมัธยมปลายของโรงเรียนเดียวกันไม่ละไปไหน
คนที่เธอมองอยู่ในตอนนี้เป็นผู้ชายตัวสูงมาก เครื่องหน้าคมชัดทุกองศา หล่อเหลาดึงดูดทุกสายตา แว่นตากรอบบางบนจมูกโด่งนั่นเสริมให้เขาดูหล่อเนี้ยบขึ้นสุดๆ
ภคมณเคยเห็นคนหล่อมาหลายคน แต่ไม่เคยเห็นใครหล่อและมีบุคลิกดูดีไปทั้งตัวแบบเขาคนนี้มาก่อนเลยจริงๆ เพื่อนที่มาด้วยกันกับเขาก็หน้าตาดี แต่ยังดีไม่เท่าเขา ตอนเขาก้าวขึ้นมาบนรถแล้วหันมาสบสายตาเธอที่มองไปพอดีนั้น มันเหมือนมีอะไรบางอย่างพุ่งชนเข้าที่หัวใจเธออย่างจัง ทำให้หัวใจดวงน้อยที่ไม่ค่อยหวั่นไหวกับอะไรง่ายๆ เต้นแรงไม่หยุดมาจนถึงตอนนี้...
จากที่ตกใจเพราะเจอหนุ่มฮอตประจำโรงเรียน คราวนี้ประวีร์ตกใจกับอาการผิดปกติของเพื่อนตัวกลมจนตาค้าง นี่ถ้าไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง เขาคงไม่เชื่อว่าภคมณคนเห็นแต่ของกินอยู่ในสายตากำลังมองผู้ชายด้วยนัยน์ตาเป็นประกาย
พอหันไปมองใบหน้าหล่อเหลาของผู้ชายที่เพื่อนจับจ้อง ประวีร์ก็เผยสีหน้าเข้าอกเข้าใจ คนเขาหล่อขนาดนั้น เป็นใครก็ตบะแตก ไม่แปลกที่ยายคนไม่สนใจอะไรนอกจากของกินนี่จะสนใจมองไม่วางตา
แต่ว่านะ...
ประวีร์มุ่นคิ้วถามขณะรถเริ่มแล่นไปตามถนนอีกครั้ง “แกไม่รู้จักพี่ธีร์จริงๆ หรอ?”
“พี่ธีร์...” ภคมณทวนชื่อของเขาเสียงเบา ไม่คิดว่าเจ้าตัวจะหันมองมาทางนี้และสบสายตากันเข้าพอดี ทำเอาเธอสะดุ้งหันหน้าหนีกลับมาแทบไม่ทัน มือน้อยๆ ยกขึ้นกุมหัวใจที่เต้นระรัว
โอยย หัวใจเกือบวายแน่ะ!
กระเป๋ารถเมล์พลันเดินมาเก็บเงินค่าตั๋วรถในตอนนั้น เธอรีบจ่ายเงินแล้วแอบหันไปมองแวบหนึ่ง เห็นเขาหันไปคุยกับเพื่อน ไม่ได้มองมาทางนี้แล้ว เธอก็แอบยิ้มกับตัวเอง เอียงตัวไปกระซิบถามประวีร์ โดยระวังไม่ให้คนที่เบาะหลังได้ยิน
“เขาเป็นใครอะ ดังมากเลยหรอ?”
ประวีร์รอจนจ่ายค่าตั๋วรถเสร็จและพนักงานเดินจากไปเก็บเงินคนด้านหลังแล้วค่อยถลึงตาใส่คนข้างๆ “แกไปมุดหัวอยู่ที่ไหนมา ถึงไม่รู้จักประธานนักเรียนโรงเรียนตัวเองน่ะฮะ!”
“ก็อยู่กับพวกแกตลอดนะ” ภคมณทำตาปริบๆ ตอบ
“...” เป็นอีกครั้งที่ประวีร์พูดไม่ออก ได้แต่ถอนใจแล้วเอียงหน้าไปใช้เสียงซุบซิบบอกเพื่อน
“ฉันอยู่แต่ในบ้านที่ไหน” ภคมณพูดยิ้มๆ พลางวางมัลลิกาลงกับเบาะข้างตัว “ไม่เห็นเหรอว่าออกไปส่งเค้กทุกวัน เจอคนเยอะแยะไป รอสักวันข้างหน้า ฟ้าต้องส่งคนดีๆ มาเป็นพ่อของลูกฉันสักคนแหละน่า”“รอแล้วจะบ่นทำไม บ่นแล้วได้อะไร อยากมีต้องหาสิ!”“เออ ถ้าไงให้พวกเราช่วยหาให้มั้ย” รจนารีบเอ่ยสนับสนุน “เพื่อนของพ่อยายหนูก็งานดีทั้งนั้น เดี๋ยวคัดให้เลย”อีกละ...ภคมณละทั้งขำทั้งฉุน นี่เป็นรอบที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ ที่เพื่อนทั้งสองเสนอตัวช่วยหาผู้ชายให้ ในเมื่ออยากช่วยนัก จะสงเคราะห์ให้แล้วกัน คิดแล้วก็ทำเป็นพยักหน้าบอก “ก็ได้ แต่ต้องหาให้ได้คุณสมบัตินี้นะ” เธองัดนิ้วป้อมๆ ของมัลลิกาชูขึ้นหนึ่งนิ้วแล้วพูดต่อ “ข้อแรก นิสัยดี”“ถึงแกไม่บอก พวกฉันก็ต้องหาให้อยู่แล้ว!!” ประวีร์กับรจนาบอกพร้อมกัน“โอเค ข้อสองขอคนหน้าตาดีหน่อย ลูกจะได้เกิดมาสวยหล่อเหมือนพ่อแม่”“เยอะแยะ!!”“อายุมากกว่า ขอไม่เกินห้าปี แก่ไปเข้ากันยาก”“มีอยู่แล้ว!”“ขอคนไม่เจ้าชู้ อบอุ่น สุขุมนุ่มลึก พึ่งพาได้”รจนาบอกอย่างมั่นใจ “หาได้น่า!”“อืม อะไรอีกดีอะ” ภคมณเอียงคอคิดเล็กน้อยพลางเล่นมือน้อยของมัลลิกาไปด้วย ครู่หนึ่งก็บอกออกมา “ขอคนที่เลี้
ภคมณนั้นเบ้ปากแล้วก็พูดลอยๆ ขึ้นมา “ว้า แอบไปกินของหวานล้างปากมาก่อนแล้วแบบนี้ ของหวานที่เราเก็บไว้ให้ คงไม่มีที่ให้ยัดแล้วสินะ”“มีสิ!” ประวีร์ทำตาโตบอกทันที “สำหรับของหวานที่ทั้งสวยทั้งอร่อยของพายหวาน วีวี่มีที่ให้ยัดไม่จำกัดเลยค่ะ ว่าแต่วันนี้มีของโปรดวีวี่มะ?”“มะยงชิดชีสพาย โปรดหรือเปล่าล่ะ”“อ๊าย! ถ้ารู้ว่าวันนี้แกทำของโปรดฉัน จะรีบมาแต่บ่ายเลย!”พูดจบประวีร์ก็ปรี่ไปเปิดตู้แช่เค้กในห้องติดกับครัว ภคมณนั้นชื่นชอบการอบเค้กมาแต่ไหนแต่ไร พอคุณภัคจิราย้ายไปอยู่เมืองนอก เลยจัดการรีโนเวทห้องอเนกประสงค์ข้างครัวเป็นห้องอบขนม จากที่ทำกินเองบ้าง แจกเพื่อนบ้าง ภคมณก็เริ่มเปิดรับออเดอร์ขายเป็นงานอดิเรก ทำไปทำมาดันขายดิบขายดีจนรายได้พุ่งแซงเงินเดือน ภคมณจึงลาออกจากการเป็นลูกน้องเขา แล้วมาทำเค้กขายอย่างจริงจัง ทำให้ห้องนี้กลายเป็นสถานที่ทำงานหลักของเจ้าตัวมาเกือบสองปีแล้วตอนที่ทำเป็นงานอดิเรก ‘พายหวาน’ ร้านเค้กโฮมเมดเล็กๆ แต่คุณภาพไม่เล็กของภคมณก็มีชื่อเรื่องรสชาติและความสวยงามตามสมัยนิยมในกลุ่มเค้กเลิฟเวอร์แล้ว ในแต่ละเดือนทำเงินได้เยอะพอสมควร เมื่อหันมาลงมือทำจริงจังจึงได้รับการตอบรับเป็นอย
ชีวิตนี้ภคมณเกิดมาบนกองเงินกองทองโดยแท้ ได้รับความรักจากครอบครัวล้นเหลือ พวกเขาประคบประหงมเธอดั่งไข่ในหิน ไม่ว่าต้องการสิ่งใดก็ล้วนได้มาง่ายดายยิ่ง ไม่เคยได้รับความทุกข์ยากลำบากใจเลยทว่าเรื่องใดๆ ในโลกนี้ล้วนไม่จีรังยั่งยืนเป็นคุณหนูบ้านรวยอยู่ดีๆ ก็กลายเป็นคุณหนูตกอับไม่ทันตั้งตัว!เหตุมันเกิดขึ้นในตอนที่ภคมณเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย จู่ๆ บริษัทของบิดาก็ประสบปัญหาทางการเงินครั้งใหญ่ มีการฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนมาก คุณเรวัช บิดาของเธอพยายามหาทางออกให้ปัญหาที่เกิดขึ้น แต่กลับถูกหุ้นส่วนหักหลังด้วยการขอถอนตัวกะทันหัน โยนปัญหาให้ท่านสะสางคนเดียวความเครียดและกดดันในขณะนั้น คงหนักหนาเกินกว่าท่านจะทนไหว วันหนึ่งท่านจึงตัดสินใจจบชีวิตด้วยการยิงตัวเองในห้องทำงานบนชั้นสองของบ้าน แต่การจบชีวิตของท่าน ไม่ได้ทำให้ปัญหาจบตามไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจกับการสูญเสียหัวหน้าครอบครัวไปแบบไม่มีวันกลับยังไม่ทันจืดจาง ก็มีคนมาโวยวายให้คุณภัคจิรา มารดาของเธอชดใช้เงินแทนสามีที่ล่วงลับ...เป็นเงินก้อนใหญ่สมราคาที่คุณเรวัชตัดสินใจจบชีวิตหนีมันพวกเธอแม่ลูกคิดว่าเงินที่มีอยู่ไม่น่าจะพอชดใช้ จึงบากหน้
“คนหล่อๆ ที่สวมแว่นน่ะ ชื่อพี่ธีร์ นอกจากจะหล่อมากแล้ว ยังเรียนเก่งมากด้วย บ้านรวยสุดๆ มาโรงเรียนก็มีรถคอยรับส่งเหมือนแกแหละ ส่วนตี๋หล่อที่มาด้วยกันนั่นชื่อพี่ตง เป็นเพื่อนสนิทของพี่ธีร์ บ้านรวยไม่แพ้กัน ไม่รู้ทำไมวันนี้พวกเขาถึงมาใช้รถเมล์ สงสัยจะเป็นพรหมลิขิตนำพาให้เรามาเจอกัน อ๊าย! ฉันได้นั่งรถกลับบ้านพร้อมสองหนุ่มที่ฮอตที่สุดในโรงเรียนเราด้วยอะ!”ภคมณรับข้อมูลมาครบแล้วก็ช้อนตามองเพื่อนที่หวีดเสียงสูงขึ้นในตอนหลัง “ทำไมวีรู้เรื่องพี่เขาเยอะจัง”“ไม่ใช่แค่พี่ธีร์กับพี่ตงนะ วีวี่รู้เรื่องคนหล่อๆ ในโรงเรียนเราทุกคนนั่นแหละ” ประวีร์บอกเสียงใส ก่อนจะหรี่ตาถาม “แกน่ะ สนใจพี่ธีร์หรอ”“อือ พี่เขาหล่อมาก” ภคมณเอ่ย แล้วแอบหันหน้าไปดูคนหล่อด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ เป็นผลให้ประวีร์อมยิ้มแซว“ตกหลุมรักเข้าแล้วสิเพื่อนฉัน”“ตกหลุมรัก...”“ค่า อาการที่แกเป็นอยู่ตอนนี้ เรียกกันว่าตกหลุมรัก ก็ไม่แปลกอะนะ ฉันกับสาวๆ ทั้งโรงเรียนเคยตกหลุมรักพี่ธีร์มาแล้วทั้งนั้น เค้กกับช็อกโกแลตที่แกได้กินบ่อยๆ ส่วนใหญ่ก็มาจากที่ฉันเอาไปให้พี่ธีร์ที่เรารักนี่ละ”“เขาคือคนที่พวกแกเอาเค้กกับช็อกโกแลตไปให้ แต่โดนตีกลับมาทุก
“อ้าว! ไม่ทันละ” ภคมณทำตาปริบๆ มองตามรถไป“เพราะแกแหละ ห่วงแต่กิน!”“เอาน่า นู้นไง มาอีกคันแล้ว ไม่เห็นต้องรอนานเลย”ประวีร์มองรถเมล์สายเดียวกันที่แล่นเข้ามาแต่ไกลแล้วถลึงตาใส่แม่ตัวดี เพราะคันเมื่อกี้เป็นรถปรับอากาศแสนเย็นฉ่ำ แต่คันนี้น่ะเป็นรถปรับอากาศด้วยการเปิดหน้าต่าง!“ไม่ต้องรอนาน แต่มันร้อนนนนนนนน” เขาลากเสียงโอดครวญ“ขึ้นๆ ไปเถอะน่า ถึงบ้านเหมือนกันแหละ”ว่าแล้วภคมณก็เดินไปยืนโบกมือเรียกให้รถเมล์จอด พอเห็นว่าบนรถมีผู้โดยสารนั่งมาไม่ถึงสิบคนก็รีบก้าวขึ้นไปอย่างร่าเริง สงสัยคนที่จะโดยสารไปกับรถสายนี้คงขึ้นรถปรับอากาศไปหมดแล้วแน่ๆสาวน้อยเลือกนั่งลงบนเก้าอี้คู่แถวกลางๆ โดยนั่งชิดหน้าต่าง ให้ประวีร์นั่งด้านใน มือก็ล้วงเศษเหรียญในกระเป๋าสตางค์ใบเล็กออกมารอจ่ายค่าตั๋วรถ แล้วค่อยเปิดถุงกล้วยทอดหยิบกินอย่างมีความสุข คนน้อยแบบนี้ หน้าต่างเปิดกว้างจนลมโกรกแบบนี้ เธอก็จกของกินแบบไม่ต้องกลัวว่าจะส่งกลิ่นรบกวนคนอื่นได้เลยน่ะสิ“ง่ำ!”“แกนี่มัน...” ประวีร์ที่ก้าวขึ้นรถตามมาเห็นเข้าถึงกับจนด้วยคำพูด ได้แต่นั่งลงข้างเพื่อน เตรียมเหรียญจ่ายค่าตั๋วรถอย่างอ่อนใจแกมเอ็นดูในตอนนี้เองที่สายตาเขาม
ครอบครัวของภคมณนั้นมีฐานะร่ำรวย เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้าน จึงโตมาแบบอยู่ดีกินดี เรียนโรงเรียนเอกชนชื่อดัง มีคนขับรถรับส่งตลอด เพื่อนในห้องเรียกเธอว่า ‘คุณหนูพายหวาน’ กันทั้งนั้นเพราะอยู่ดีกินดีนี่ละ เธอเลยกินเก่งมาก จ้ำม่ำสุดๆ แต่ด้วยมีหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม แก้มแดงเป็นมะเขือเทศสุก ผิวขาวผ่องปานน้ำนม พออ้วนๆ กลมๆ จึงดูน่ารักน่าหยิกเป็นที่สุดภคมณเป็นที่รักของเพื่อน พอๆ กับเป็นที่รักพ่อค้าแม่ค้าหน้าโรงเรียน เพราะเธอแวะไปอุดหนุนพวกเขาหลังเลิกเรียนทุกวัน ยิ่งวันที่ขอนั่งรถกลับบ้านกับเพื่อนๆ ได้นี่ คือซื้อสะบัด...เหมือนวันนี้พอเสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้นปุ๊บ ภคมณก็ลากรจนากับประวีร์พุ่งตัวออกจากโรงเรียนปั๊บไม่ใช่รีบกลับบ้านอะไรแต่รีบไปซื้อของกินหน้าโรงเรียนต่างหาก!“ฉันจะไปซื้อน้ำปั่นกับขนมเบื้องร้านนั้น พวกแกอยากกินอะไรก็ไปซื้อเอานะ” พูดจบก็เดินตัวปลิวไปหาของกินจนผมเปียทั้งสองข้างสะบัดไปมาพอเห็นของกิน ภคมณคือไม่สนใจอะไรอย่างนี้ทุกทีเด็กหญิงรจนาหน้าหวานคิดพลางหันไปส่ายหน้ายิ้มๆ กับเด็กชายประวีร์ ผู้มีร่างเป็นชายแต่ใจเป็นหญิง“คอยดูนะ หางเปียสะบัดขนาดนั้น ยายนั่นไม่ได้ซื้อมาแค่สองอย่า







