เข้าสู่ระบบภคมณนึกค้อนคนรู้ดี พอดีอีกฝ่ายโทรเข้ามา เธอจึงกดรับด้วยน้ำเสียงห้วนๆ “มีอะไร!”
(แค่จะถาม เมื่อวานพวกเราตกลงอะไรกันไว้ จำได้มะ?)
“ตกลงอะไร” เธอถามกลับไปงงๆ ด้วยนึกตามไม่ทัน
(เรื่องผัวหรือพ่อของลูกในอนาคตแกไง อย่ามาทำเป็นลืมนะ)
“แล้วไง”
(วีวี่เลยไปสืบหาพี่ธีร์มาให้แล้วน่ะสิ หุหุ)
“ว่าไงนะ!” ภคมณอุทานเสียงดังจนคนหันมามอง เธอยิ้มแหยก้มหน้าก้มตาเข็นรถหนีมาอีกทางพลางถามไปในสายด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นไม่รู้ตัว “แกไปสืบเรื่องพี่ธีร์มาแล้วเหรอ ได้เรื่องอะไรมาบ้าง”
(ใจเย็นๆ ค่อยพูดค่อยจาค่า)
คนลืมตัวเม้มปากเงียบ “...”
(โอเคๆ ไม่ล้อแล้ว แกก็รู้ว่าฉันรู้จักรุ่นพี่ที่โรงเรียนเยอะ เมื่อคืนเห็นพี่คนหนึ่งที่เป็นเพื่อนร่วมห้องของพี่ธีร์ออนไลน์อยู่ เลยทักไปคุยเล่น แล้วเนียนๆ ถามเรื่องพี่ธีร์ดู ปรากฏว่า...)
พูดถึงตรงนี้ประวีร์ก็เงียบไป ภคมณที่นิ่งฟังพลางนึกถึง ‘พี่ธีร์’ ด้วยหัวใจเต้นระรัวกลั้นใจถาม “ปรากฏว่าอะไร มีอะไรก็พูดๆ มาเถอะ!”
(พี่เขาบอกว่าไม่ค่อยรู้เรื่องพี่ธีร์อะ แบบไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น แต่เคยได้ยินเพื่อนคนหนึ่งพูดถึงพี่ธีร์ว่ายังทำงานอยู่ที่ต่างประเทศ และพี่ธีร์ก็…มีแฟนแล้ว...)
“...” ภคมณ
(ฮัลโหล แกอย่าเงียบสิ พูดอะไรหน่อย)
“ไม่รู้จะพูดอะไรอะ” เธอตอบไปเสียงเบา แววตาหม่นลงไม่รู้ตัว
(อย่าเสียใจเลย ถึงจะไม่ได้พี่ธีร์มาครอบครอง พวกฉันก็จะหาคนที่ดีพอๆ กับพี่ธีร์มาให้แกให้ได้!)
คนตอบรับเรื่องหาแฟนกับเพื่อนแบบขำๆ ไม่ได้คิดจริงจังอะไร รู้สึกเหมือนขุดหลุมฝังตัวเองก็ตอนนี้ ภคมณยกมือกุมขมับพลางบอกไปในสาย “แกอย่าจริงจังขนาดนั้น ฉันยังสาวยังสวย ไม่รีบร้อนหรอก”
(คนสวยอย่าชะล่าใจไปย่ะ การดูใจใครสักคน มันไม่ได้ดูกันแค่วันสองวันนะ เจอกันเร็วก็ได้ดูนิสัยใจคอกันเร็ว ในเมื่อพี่ธีร์เป็นคนมีเจ้าของไปแล้ว เราก็โบกมือลาไปหาคนใหม่ต่อไปเลยค่ะ)
“หึ! ก็บอกแล้วว่าอย่างพี่ธีร์น่ะ ไม่โสดหรอก”
(จ้าๆ ในเมื่อรักแรกของแกไม่โสดแล้ว ทีนี้เราก็โฟกัสไปที่ผู้ชายอื่นเลยเนาะ มีคนรู้จักของฉันสนใจแกอยู่หลายคนเลย เดี๋ยวคัดตัวได้แล้วจะนัดเจอให้นะ)
“นัดมาเลย แต่ถ้าเห็นแล้วไม่เอา อย่ามาว่ากันนะ!”
(แหม พอหมดหวังจากรักแรก เสียงนี่หงุดหงิดเลยนะ)
“ไม่อยากพูดกับแกแล้ว แค่นี้นะ!”
ด้วยคร้านจะต่อปากต่อคำกับคนปากดี ภคมณเลยเลื่อนนิ้วกดวางสายซะเลย จากนั้นก็เดินเลือกซื้อของต่อด้วยอารมณ์บูดๆ
รู้ละว่า ‘พี่ธีร์’ คงไม่โสดแล้ว เธอจึงไม่ได้คาดหวังอะไร
แต่ทำไมพอได้ยินว่าเขามีแฟน หัวใจมันถึงได้รู้สึกหน่วงๆ แบบนี้นะ
โชคดีที่ภคมณไม่ใช่คนจมอยู่กับอะไรนานๆ เดินซื้อของเสร็จ เรื่องที่ประวีร์โทรมาบอกก็ถูกลืมไปแล้ว ตอนนี้ร่างกายเธอถูกความง่วงนอนเล่นงานจนตาแทบปิด พอกลับถึงบ้าน วางของกองไว้แล้ว เธอก็ไม่สนใจอะไรอีก เดินขึ้นห้องไปหาเตียงนอนก่อนเลย
ภคมณไม่แม้แต่จะเสียเวลาเช็ดหน้า หยิบรีโมทมาจัดการเปิดเครื่องปรับอากาศในห้อง ปลดบราทิ้ง แล้วกระโจนขึ้นเตียงไปนอนกลางวันทันที
รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกทีก็บ่ายแล้ว
พอได้นอนพักตื่นหนึ่ง อาบน้ำให้สดชื่น ร่างกายล้าๆ ก็ฟื้นตัวพร้อมใช้ชีวิตต่อ
อย่างแรกที่ทำหลังตื่นนอนคือเก็บของที่ซื้อมา ทั้งหมดเป็นของใช้ในบ้าน มีแค่ไม่กี่อย่าง จัดเก็บไม่นานก็เสร็จ เสร็จจากนั้นค่อยไปทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้เมื่อเช้า และอบเค้กให้ยุพิน นานกว่าจะหลุดพ้นมานอนไถไอจีลงรูปเค้กเพื่อโพรโมตในเพจร้านต่อ
บ้านเงียบๆ กับคนที่เพิ่งทำงานเสร็จเหนื่อยๆ ชวนให้ง่วงดีแท้ หลังดูเพจร้านไปได้สักพัก ภคมณก็เคลิ้มหลับไปอีกรอบ
รอบนี้กินเวลาไม่นาน เพราะถูกความหิวเล่นงานจนต้องลุกมาทำอะไรง่ายๆ กินรองท้องก่อนมื้อเย็น
บ่ายสี่โมง ขณะที่กำลังยืนล้างจานอยู่ หูพลันได้ยินเสียงรถแล่นมาจอดแถวหน้าบ้าน น่าจะเป็นรถเพื่อนบ้านคนใหม่
ภคมณรีบทำงานให้เสร็จแล้วออกไปชะเง้อดู กำแพงที่โครงการสร้างกั้นระหว่างบ้านแฝดไม่ได้สูงมาก เตี้ยๆ อย่างเธอเขย่งเท้ายืดตัวขึ้นหน่อยก็มองข้ามไปยังบ้านข้างๆ ได้แล้ว
เมื่อสายตามองเห็นรถสีดำเงางามจอดอยู่ในลานจอด ความคิดอยากเอาเค้กไปสวัสดีทำความรู้จักเพื่อนบ้านคนใหม่ก็ผุดขึ้นมา
ไม่กี่นาทีจากนั้น ร่างอวบอิ่มในเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น รวบผมเป็นมวยต่ำ สวมรองเท้าแตะง่ายๆ ก็เดินหิ้วกล่องเค้กที่ทำสดใหม่ในวันนี้ไปหาเพื่อนบ้านคนใหม่ ที่จะอยากได้มาเป็นลูกค้าคนใหม่ด้วย ส่วนเค้กของยุพินนั้นเจ้าตัวจะมารับเองในตอนค่ำ เธอจึงไม่ได้หิ้วออกมาพร้อมกัน
ความที่รั้วบ้านมันสูงท่วมหัวพอดี ตอนเดินผ่านจึงมองไปเห็นว่ามีคนอยู่ในสวนด้วย
เธอแอบเขย่งดูจนเห็นผู้ชายตัวสูงคนหนึ่งยืนหันหลังอยู่ รูปร่างเขาสมส่วนมาก เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนครึ่งศอกกับกางเกงสแล็คสีเทาเข้มนั่นทำให้เขาดูดีไม่หยอกเลย
“แดดดี้มาแล้ววววววว”เสียงเล็กใสตะโกนขึ้นทันทีที่เหลือบเห็นธีร์เปิดประตูเดินเข้ามาในออฟฟิศเย็นฉ่ำของโรงงานเค้กแห่งนี้ จากนั้นเด็กหญิงวัยสี่ขวบในชุดกระโปรงสุดน่ารักก็ทิ้งจานขนมและของเล่นในมือ พุ่งตัวมาหาเขาอย่างดีใจธีร์ก้มลงช้อนอุ้มลูกสาวขึ้นมาหอมแก้มอย่างเอ็นดู พอไม่เห็นภรรยากับลูกชายคนเล็กที่ควรจะรอเขามารับกลับบ้านอยู่ในห้องนี้ด้วย จึงก้มถามลูกสาว “เค้กอยู่คนเดียวเหรอคะ มามี้กับน้องไปไหน”นี่เป็นสถานการณ์ไม่ปกติ ภคมณหายไปไหน ทำไมเธอไม่พาลูกคนนี้ไปด้วย ปกติเธอไม่เคยให้ลูกเล่นอยู่ตามลำพังอย่างนี้เลย หรือเพราะรู้ว่าเขากำลังจะมารับ?ขณะธีร์กำลังมุ่นคิ้วคิดกังวลอยู่นี่เอง คนตัวเล็กที่เขาอุ้มอยู่ก็ให้คำตอบมาว่า “คีนปู๊ดเหม็นๆ มามี้พาไปล้างก้นอยู่ค่ะ เค้กทำขนมรอ เดี๋ยวมามี้กับคีนออกมาซื้อ~”“โอเค ไหน เค้กทำขนมอะไรบ้างคะ แดดดี้ช่วยซื้อดีมั้ย”“ดีค่ะ!”ตอนนั้นเอง ภคมณกับเด็กชายธนนท์วัยสองขวบ ผู้มีใบหน้าถอดบิดาออกมาเป๊ะๆ ก็เปิดประตูเข้ามาพอดี เมื่อเห็นว่าธีร์อยู่ในห้องด้วยก็พากันยิ้ม
หลังจัดงานแต่งกันแบบเรียบง่าย ธีร์กับภคมณก็ไปฮันนีมูนหวานที่ทะเลใต้ ระหว่างนี้ธีร์ได้ดำเนินการเรื่องรีโนเวทบ้านทั้งสองให้กลายเป็นหลังเดียวไปด้วย ไม่รู้ว่าเขาทุ่มเงินกับเรื่องนี้มากแค่ไหน เพราะไปกันแค่ไม่กี่วัน กลับมาคือบ้านเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้วหลายเดือนหลังจากนั้น เด็กหญิงธยาดา รณวัฒน์ หรือ น้องเค้ก โซ่ทองคล้องใจของพวกเขาก็คลอดออกมา หนูน้อยร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง มีเครื่องหน้ากระจุ๋มกระจิ๋ม ผิวขาวอมชมพู ตัวและแขนขาอวบเป็นมัดๆ ใครเห็นก็พูดว่าได้มารดามาทั้งก้อน มีเพียงผมและดวงตาสีดำขลับที่ได้บิดามา เจ้าก้อนของพวกเขาน่ารักจนใครๆ ก็หลงกันหัวปักหัวปำแน่นอนว่าคนได้เป็นพ่อคนแม่คนสมใจอยากนั้นย่อมรักลูกสาวคนนี้ปานแก้วตาดวงใจ ประคบประหงมลูกน้อยอย่างกับไข่ในหินภคมณที่อยากเลี้ยงลูกเอง วางแผนถอนตัวจากร้านเค้กมาดูแลอยู่เบื้องหลังตั้งแต่ลูกยังไม่คลอด เธอค่อยๆ ปล่อยให้ลูกน้องทำงานกันเอง ไม่ลงไปลุยเองทุกอย่างเหมือนก่อน พอลูกคลอดออกมา เธอเลยเลี้ยงลูกและทำงานไปด้วยอย่างไม่มีปัญหา ยังสามารถขยายร้านเป็นโรงงานส่งเค้กตามฝันได้แล้วด้วย เมื่อต้นปีที่ผ่านมานี่เอง ที่เธอย้ายฐานผลิตไปอยู
เมื่ออวยพรพร้อมมอบของขวัญให้ลูกสะใภ้เรียบร้อยแล้ว คุณชนาธิปกับคุณรุจีก็ขยับให้ที่คุณภัคจิราอวยพรต่อ“ขอให้ทั้งสองคนใช้ชีวิตด้วยกันให้สนุกและมีความสุขนะจ๊ะ รักกันให้มาก ทะเลาะกันให้น้อย มีเรื่องอะไรให้หันหน้าคุยกัน อย่าหันหลังให้กัน เข้าใจมั้ยพายหวาน” ประโยคหลังคุณรุจีพูดเน้นกับลูกสาวเป็นพิเศษ พอภคมณพยักหน้ารับ จึงเอ่ยต่อ “แม้ว่าแม่จะไม่ได้อยู่กับลูกตลอดเวลา แต่แม่รักพายเสมอนะ ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่พายต้องการแม่ แม่จะมาหาพายทันที”“แม่ขา...” ภคมณโผเข้ากอดมารดาแน่น น้ำตาที่กลั้นมานานไหลออกมาทันที และนั่นก็ทำให้คุณภัคจิราน้ำตารื้นไปด้วย นาทีต่อมาทั้งสองก็ร้องไห้กันยกใหญ่ ร้องจนธีร์ใจไม่ดี รีบเอ่ยให้คำมั่นสยบน้ำตา“คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะรักและดูแลพายดีๆ จะไม่ทำให้พายและคุณแม่ผิดหวังเสียใจแน่ครับ”คุณภัคจิราข่มก้อนสะอื้นพูดกับลูกเขย ขณะลูบหลังปลอบลูกสาวในอ้อมอก “ฝากแก้วตาดวงใจของแม่ด้วยนะพี่ธีร์ พายหวานเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตแม่ วันนี้แม่ยกให้พี่ธีร์ เพราะรู้ว่าพี่ธีร์รักน้องไม่แพ้กับที่น้องรักพี่ธี
แม้จะเป็นแค่งานฉลองเล็กๆ แต่แขกก็มีมากกว่าสิบนับแขกทางฝ่ายธีร์ก็มีคนบ้านรณวัฒน์ทั้งบ้าน หลังจากพวกภคมณได้เห็นหน้าธาม พี่ชายของธีร์แล้วถึงบ้างอ้อ ว่าทำไมน้องไทม์ถึงหน้าเหมือนธีร์ขนาดนั้น สองหนุ่มนี่เหมือนกันอย่างกะแกะ ต่างแค่คนพี่เขาหน้าคมเข้มมากกว่า นอกจากนี้ยังมีสามหนุ่ม ตะวันฉาย เขมรุจ และยิ่งคุณ ที่ถูกเชิญมาด้วยส่วนแขกทางฝ่ายภคมณมีคุณภัคจิรา ประวีร์ รจนากับสามีและลูก พรชีวาอีกหนึ่งพูดได้เลยว่ามีแต่คนกันเองทั้งนั้น บรรยากาศในงานเลยเรียบง่ายและอบอุ่นมาก มองเผินๆ แล้วไม่ต่างจากการมารวมตัวรับประทานอาหารกันตามปกติเลย สิ่งที่บอกว่าพวกเขามาฉลองให้กับเรื่องอะไร คงจะเป็นผ้าคลุมผมเจ้าสาวบนหัวภคมณและเสื้อผ้าหน้าผมของทุกคนที่สวยหล่อกันเป็นพิเศษนั่นละวันนี้ธีร์กับภคมณมีความสุขจนยิ้มไม่หุบตลอด พวกเขาแทบไม่อยากให้งานจบลงเลยแต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราเมื่อได้เวลาอันสมควร ทุกคนก็พร้อมใจพาบ่าวสาวโดยนิตินัยไปส่งตัวเข้าห้องหอ ซึ่งก็คือห้องนอนที่บ้านธีร์นั่นเองเนื่องจากคุณชนาธิปกับคุณรุจีครองรักอยู่ด้วยกันอย่างราบรื่นและมีความสุขมาจนถึงทุกวันนี้
ราวกับว่าพวกผู้ใหญ่ก็เป็นกังวลเรื่องภคมณกับลูกอยู่ลึกๆ เมื่อธีร์บอกว่าจะเลื่อนงานแต่งออกไป ณ ตอนนี้พวกเขาจะจดทะเบียนสมรสให้ถูกต้องก่อน รอลูกโตสักขวบสองขวบค่อยจัดพิธีแต่งงาน พวกท่านถึงได้เห็นด้วยอย่างง่ายดายกระนั้นคุณรุจีก็ยังแอบไม่สบายใจ พอเห็นคุณแม่ของลูกสะใภ้ลุกไปยกของว่างมาเพิ่มในระหว่างที่พวกเขาคุยเรื่องขั้นตอนการไปจดทะเบียนสมรสอยู่กับคุณชนาธิป จึงแอบเดินตามไปถามให้แน่ใจ “พวกเราเลื่อนงานแต่งออกไปอย่างนี้ คุณแพทโอเคจริงๆ นะคะ”คุณภัคจิราพยักหน้าบอกยิ้มๆ “ก็แค่เลื่อนงานนี่คะ คนจะแต่งเขาก็ต้องการอย่างนั้น แพทน่ะ ขอแค่ลูกสบายใจก็พอแล้วค่ะ”“นั่นสิคะ ขอแค่ลูกสบายใจและมีความสุข แม่ๆ อย่างเราก็พอใจแล้ว” คุณรุจีพยักหน้าคล้อยตาม “แต่ว่านะคะ พอมีหลานออกมาสักคน เราจะลืมลูกไปเลยค่ะ ตอนแรกพี่ไม่เห็นด้วยเรื่องเลื่อนงานแต่งออกไปเลย แต่พอคิดถึงหลานในท้องหนูพายก็เปลี่ยนใจ ผู้หญิงเราจะเป็นเจ้าสาวทั้งที มันมีเรื่องให้จัดการมากมาย เกิดหนูพายเครียดที่ต้องเตรียมงานให้ทัน จนหลานในท้องเป็นอะไรขึ้นมาอีกทำไง แค่คิด... พี่ก็ใจไม่ดี รอให้หลานค
หลังภคมณออกจากโรงพยาบาลมาได้ไม่กี่วัน เธอก็ตัดสินใจไปทำบุญให้บิดาผู้ล่วงลับก่อนเวลา ด้วยอยากพาธีร์ไปแนะนำให้ท่านได้รู้จัก ก่อนจะแต่งงานแต่งการกันนั่นเองไม่กี่วันจากนั้น คุณรุจีก็ได้ฤกษ์แต่งงานมาให้ปรากฏว่าฤกษ์ดีที่สุดสำหรับการจัดงานแต่งอยู่ในช่วงต้นปีหน้าจริงๆ มีให้เลือกสองช่วง คือช่วงปลายเดือนมกราคมและกลางเดือนพฤษภาคม ไม่ว่าจะฤกษ์ไหน ล้วนเป็นช่วงที่ท้องของภคมณขยายใหญ่ขึ้นแล้วทั้งนั้น ทุกคนจึงเห็นตรงกันว่าให้ใช้ฤกษ์สะดวก ก็ลงเอยที่ต้นเดือนธันวาคมนี้นั่นหมายความว่ามีเวลาเตรียมงานแต่งนี้แค่เดือนกว่าๆ เท่านั้นภคมณมาคิดดูดีๆ แล้วรู้สึกว่าน่าจะฉุกละหุกไป จะแต่งงานทั้งทีเธอก็อยากทำให้ออกมาดีที่สุด ไม่อยากให้มีเรื่องผิดพลาด รอพร้อมจริงๆ ค่อยแต่งดีกว่าเย็นนี้สบโอกาสตอนที่ธีร์พามาเลือกเวดดิ้งแพลนเนอร์ที่บ้านเขาตามลำพังสองคน เธอเลยลองคุยกับเขาดู“พายว่า... เรายังไม่ต้องจัดงานแต่งกันดีมั้ยคะ”“หืม” ธีร์ที่กำลังเช็กรายชื่อแขกในงานรอพลางๆ ได้ยินอย่างนั้นก็เลิกคิ้วถาม “ทำไมพูดแบบนั้น พายไม่อยากแต่งงานกับพี่เหรอ&rd
...ห้องแชทเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีสติกเกอร์ตกใจส่งมารัวๆ จนเธอส่งอะไรไม่ได้ หน้าจอเหมือนจะค้างไปเลยพอไม่เห็นเธอตอบ ประวีร์จึงเริ่มวิดีคอลกลุ่ม รจนากดเข้าร่วมในทันทีคนตอบไม่ทันได้แต่ค้อนลมค้อนแล้ง ก่อนจะกดเข้าร่วม เสียงแหลมๆ ของประวีร์ดังรัวมาก่อนเลย“แกเจอพี่
“อืม ดูจากรูปร่างแล้วไม่เลวจริงๆ น่าจะอายุเยอะกว่าเรา ตัวสูง ไหล่กว้าง ขายาว ข้างหลังยังดูดีขนาดนี้ ไม่รู้หน้าตาจะหล่อดีอย่างที่พี่ยุบอกหรือเปล่า”ขณะพึมพำกับตัวเองอยู่ดีๆ พลันเห็นอีกฝ่ายหมุนตัวมาเหมือนรู้ตัวว่าถูกแอบมอง ภคมณรีบย่อตัวหลบด้วยความตกใจ ก่อนจะย่นคิ้ว“แกมาหาเขานะพาย จะหลบเพื่อ!”บ่นตัว
“กำลังจะออกไปส่งเค้กเหรอคะ น้องพาย”คนกำลังจะเอารถออกพยักหน้าบอกเพื่อนบ้านกึ่งลูกค้าประจำที่เดินมายืนเกาะรั้วถาม “จริงๆ ต้องออกไปแล้วค่ะ แต่พายโอ้เอ้ทำนู่นนี่นั่นอยู่ พี่ยุออกมาพอดีเลย พายมีเค้กให้ด้วย รอแป๊บนะคะ” พยักพเยิดบอกแล้วก็เปิดบ้านเข้าไปหยิบโรลมะยงชิดที่เหลือรอดจากประวีร์มายื่นข้ามรั้วไปให
เมื่อคืนภคมณอยู่เฮฮากับเพื่อนจนดึก กว่าจะปิดบ้านและอาบน้ำบำรุงผิวพรรณเสร็จ เวลาก็ล่วงเลยเข้าวันใหม่แล้วแต่ถึงจะเข้านอนดึกมากๆ ความเคยชินก็ทำให้เธอตื่นนอนตอนหกโมงเช้าได้อย่างไร้ปัญหาหลังล้างหน้าแปรงฟันแล้ว ร่างอวบอิ่มในเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นสบายๆ ถึงเดินนวยนาดลงมาชั้นล่าง แวะบดเมล็ดกาแฟใส่เครื่อง







