เข้าสู่ระบบ“คนหล่อๆ ที่สวมแว่นน่ะ ชื่อพี่ธีร์ นอกจากจะหล่อมากแล้ว ยังเรียนเก่งมากด้วย บ้านรวยสุดๆ มาโรงเรียนก็มีรถคอยรับส่งเหมือนแกแหละ ส่วนตี๋หล่อที่มาด้วยกันนั่นชื่อพี่ตง เป็นเพื่อนสนิทของพี่ธีร์ บ้านรวยไม่แพ้กัน ไม่รู้ทำไมวันนี้พวกเขาถึงมาใช้รถเมล์ สงสัยจะเป็นพรหมลิขิตนำพาให้เรามาเจอกัน อ๊าย! ฉันได้นั่งรถกลับบ้านพร้อมสองหนุ่มที่ฮอตที่สุดในโรงเรียนเราด้วยอะ!”
ภคมณรับข้อมูลมาครบแล้วก็ช้อนตามองเพื่อนที่หวีดเสียงสูงขึ้นในตอนหลัง “ทำไมวีรู้เรื่องพี่เขาเยอะจัง”
“ไม่ใช่แค่พี่ธีร์กับพี่ตงนะ วีวี่รู้เรื่องคนหล่อๆ ในโรงเรียนเราทุกคนนั่นแหละ” ประวีร์บอกเสียงใส ก่อนจะหรี่ตาถาม “แกน่ะ สนใจพี่ธีร์หรอ”
“อือ พี่เขาหล่อมาก” ภคมณเอ่ย แล้วแอบหันหน้าไปดูคนหล่อด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ เป็นผลให้ประวีร์อมยิ้มแซว
“ตกหลุมรักเข้าแล้วสิเพื่อนฉัน”
“ตกหลุมรัก...”
“ค่า อาการที่แกเป็นอยู่ตอนนี้ เรียกกันว่าตกหลุมรัก ก็ไม่แปลกอะนะ ฉันกับสาวๆ ทั้งโรงเรียนเคยตกหลุมรักพี่ธีร์มาแล้วทั้งนั้น เค้กกับช็อกโกแลตที่แกได้กินบ่อยๆ ส่วนใหญ่ก็มาจากที่ฉันเอาไปให้พี่ธีร์ที่เรารักนี่ละ”
“เขาคือคนที่พวกแกเอาเค้กกับช็อกโกแลตไปให้ แต่โดนตีกลับมาทุกครั้งคนนั้นน่ะหรอ” เป็นปีๆ แล้วที่ภคมณได้กินเค้กกับช็อกโกแลตฟรีเพราะเพื่อนซื้อให้รุ่นพี่ที่ปลื้ม แต่เขาไม่เคยรับไว้ กระนั้นเพื่อนก็ไม่เคยเข็ด
“คนนั้นแหละ ชวนแกไปด้วยก็ไม่เคยจะไป มัวแต่หวงของกินอยู่นั่น”
ภคมณฟังแล้วนั่งอึ้ง ที่ผ่านมาเธอไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมเพื่อนต้องเอาของอร่อยๆ ไปให้คนอื่นกินด้วย มาบัดนี้ถึงพอจะเข้าใจ เธอบอกประวีร์ทันที “วางใจได้ ต่อไปฉันจะเอาเค้กไปให้พี่ธีร์กับแกแน่!”
“มึงนี่น้า ไปไหนก็มีแต่คนมอง เห็นน้องอ้วนคนนั้นมั้ย มองตามมึงไม่ละสายตาเลย”
เสียงกระซิบถามจากเพื่อนสนิท ทำให้คนที่เพิ่งหย่อนตัวนั่งลงเบาะแถวสุดท้ายบนรถเมล์หันไปมองหุ่นหมีของมันแวบหนึ่ง แล้วตอบไปเสียงเรียบ
“มึงอ้วนกว่าน้องเขาอีกนะ”
“นี่มึงด่ากูอ้วนเหรอ!” ตะวันฉายถลึงตาใส่ทันที “ใช่ซี้! กูมันอ้วน ไม่หุ่นดีเป็นนายแบบเหมือนมึงหรอก ชิ!”
“ไม่อยากให้คนอื่นว่าตัวเอง ก็อย่าไปพูดว่าคนอื่นเขา”
“เออๆ กูมันปากเสีย แต่กูไม่ได้ว่าน้องเขานะ แค่เรียกด้วยความเอ็นดูน่ะ ตัวกลมๆ หน้าตาจิ้มลิ้ม น่ารักดี ไม่รู้อยู่ชั้นไหน ไม่คุ้นหน้าเลย”
ธีร์ฟังเพื่อนพูดพลางมองไปทางคนที่พวกตนเอ่ยถึงเงียบๆ ปกติแล้วเขาไม่ค่อยได้นั่งรถโดยสารประจำทางแบบนี้ เพราะมีรถที่บ้านคอยรับส่งทุกวัน แต่วันนี้ตะวันฉายดันนึกสนุก ชวนนั่งรถเมล์กลับบ้านเอง พอออกมาขึ้นรถปรับอากาศไม่ทัน มันก็พาขึ้นบนรถธรรมดาแทน ในก้าวแรกที่เหยียบขึ้นมาบนรถ เขาก็สบสายตาเด็กหญิงตัวกลมในชุดนักเรียนมัธยมต้นเข้า เด็กคนนั้นมองเขาด้วยสีหน้าตื่นตะลึงเลยทีเดียว
ตั้งแต่โตเป็นหนุ่ม ธีร์รู้ดีว่าตนเป็นที่ชื่นชอบของสาวๆ แต่ไม่เคยมีใครจ้องเขาด้วยนัยน์ตาเป็นประกายพร้อมกับกินกล้วยทอดไปด้วยแบบที่เด็กคนนั้นทำมาก่อน ทั้งที่มองเขาตาเป็นประกาย ปากเล็กๆ นั่นก็ยังเขี้ยวตุ้ยๆ จนแก้มป่อง มองแล้วให้ความรู้สึกอย่างที่ตะวันฉายบอก
น่ารักดี
ความอ้วนกลมไม่ได้ลดความน่ารักจิ้มลิ้มของเจ้าตัวเลย ดูน่ารักน่าเอ็นดูขึ้นด้วยซ้ำไป
“ดูจากสายตาที่น้องเขามองมึงเมื่อกี้ กูว่าพรุ่งนี้ต้องมีคนตามกรี๊ดพี่ธีร์เพิ่มแน่” ตะวันฉายเอ่ยขึ้นมาอีกยิ้มๆ
ธีร์ส่ายหน้าบอก “เพื่อนน้องเขาเอาเค้กมาให้กูบ่อยๆ ถ้าน้องเขาจะตามกรี๊ดกู คงมากับเพื่อนตั้งนานแล้ว”
“ให้ร้อยเอาบาทเดียวเลยเอ้า!”
“ไร้สาระ มึงคิดเรื่องเรียนให้ได้เหมือนที่คิดเรื่องพวกนี้คงจะดี”
“...” ตะวันฉาย
ธีร์เบือนหน้าหนีคนเรียนยังไงก็ไม่เข้าหัวไปมองภาพข้างถนนผ่านหน้าต่างที่เปิดรับลมเย็นๆ ขณะรถแล่นออกจากป้าย ภายใต้ท่าทีเฉยชาที่แสดงออกมา ลึกๆ ในใจแล้วเขาก็อดคิดไม่ได้
ถ้าเด็กอ้วนตาแป๋วคนนี้มาตามกรี๊ดจริงๆ เขาจะเฉยชาใส่เหมือนที่ทำกับคนอื่นลงไม่นะ
“ฉันอยู่แต่ในบ้านที่ไหน” ภคมณพูดยิ้มๆ พลางวางมัลลิกาลงกับเบาะข้างตัว “ไม่เห็นเหรอว่าออกไปส่งเค้กทุกวัน เจอคนเยอะแยะไป รอสักวันข้างหน้า ฟ้าต้องส่งคนดีๆ มาเป็นพ่อของลูกฉันสักคนแหละน่า”“รอแล้วจะบ่นทำไม บ่นแล้วได้อะไร อยากมีต้องหาสิ!”“เออ ถ้าไงให้พวกเราช่วยหาให้มั้ย” รจนารีบเอ่ยสนับสนุน “เพื่อนของพ่อยายหนูก็งานดีทั้งนั้น เดี๋ยวคัดให้เลย”อีกละ...ภคมณละทั้งขำทั้งฉุน นี่เป็นรอบที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ ที่เพื่อนทั้งสองเสนอตัวช่วยหาผู้ชายให้ ในเมื่ออยากช่วยนัก จะสงเคราะห์ให้แล้วกัน คิดแล้วก็ทำเป็นพยักหน้าบอก “ก็ได้ แต่ต้องหาให้ได้คุณสมบัตินี้นะ” เธองัดนิ้วป้อมๆ ของมัลลิกาชูขึ้นหนึ่งนิ้วแล้วพูดต่อ “ข้อแรก นิสัยดี”“ถึงแกไม่บอก พวกฉันก็ต้องหาให้อยู่แล้ว!!” ประวีร์กับรจนาบอกพร้อมกัน“โอเค ข้อสองขอคนหน้าตาดีหน่อย ลูกจะได้เกิดมาสวยหล่อเหมือนพ่อแม่”“เยอะแยะ!!”“อายุมากกว่า ขอไม่เกินห้าปี แก่ไปเข้ากันยาก”“มีอยู่แล้ว!”“ขอคนไม่เจ้าชู้ อบอุ่น สุขุมนุ่มลึก พึ่งพาได้”รจนาบอกอย่างมั่นใจ “หาได้น่า!”“อืม อะไรอีกดีอะ” ภคมณเอียงคอคิดเล็กน้อยพลางเล่นมือน้อยของมัลลิกาไปด้วย ครู่หนึ่งก็บอกออกมา “ขอคนที่เลี้
ภคมณนั้นเบ้ปากแล้วก็พูดลอยๆ ขึ้นมา “ว้า แอบไปกินของหวานล้างปากมาก่อนแล้วแบบนี้ ของหวานที่เราเก็บไว้ให้ คงไม่มีที่ให้ยัดแล้วสินะ”“มีสิ!” ประวีร์ทำตาโตบอกทันที “สำหรับของหวานที่ทั้งสวยทั้งอร่อยของพายหวาน วีวี่มีที่ให้ยัดไม่จำกัดเลยค่ะ ว่าแต่วันนี้มีของโปรดวีวี่มะ?”“มะยงชิดชีสพาย โปรดหรือเปล่าล่ะ”“อ๊าย! ถ้ารู้ว่าวันนี้แกทำของโปรดฉัน จะรีบมาแต่บ่ายเลย!”พูดจบประวีร์ก็ปรี่ไปเปิดตู้แช่เค้กในห้องติดกับครัว ภคมณนั้นชื่นชอบการอบเค้กมาแต่ไหนแต่ไร พอคุณภัคจิราย้ายไปอยู่เมืองนอก เลยจัดการรีโนเวทห้องอเนกประสงค์ข้างครัวเป็นห้องอบขนม จากที่ทำกินเองบ้าง แจกเพื่อนบ้าง ภคมณก็เริ่มเปิดรับออเดอร์ขายเป็นงานอดิเรก ทำไปทำมาดันขายดิบขายดีจนรายได้พุ่งแซงเงินเดือน ภคมณจึงลาออกจากการเป็นลูกน้องเขา แล้วมาทำเค้กขายอย่างจริงจัง ทำให้ห้องนี้กลายเป็นสถานที่ทำงานหลักของเจ้าตัวมาเกือบสองปีแล้วตอนที่ทำเป็นงานอดิเรก ‘พายหวาน’ ร้านเค้กโฮมเมดเล็กๆ แต่คุณภาพไม่เล็กของภคมณก็มีชื่อเรื่องรสชาติและความสวยงามตามสมัยนิยมในกลุ่มเค้กเลิฟเวอร์แล้ว ในแต่ละเดือนทำเงินได้เยอะพอสมควร เมื่อหันมาลงมือทำจริงจังจึงได้รับการตอบรับเป็นอย
ชีวิตนี้ภคมณเกิดมาบนกองเงินกองทองโดยแท้ ได้รับความรักจากครอบครัวล้นเหลือ พวกเขาประคบประหงมเธอดั่งไข่ในหิน ไม่ว่าต้องการสิ่งใดก็ล้วนได้มาง่ายดายยิ่ง ไม่เคยได้รับความทุกข์ยากลำบากใจเลยทว่าเรื่องใดๆ ในโลกนี้ล้วนไม่จีรังยั่งยืนเป็นคุณหนูบ้านรวยอยู่ดีๆ ก็กลายเป็นคุณหนูตกอับไม่ทันตั้งตัว!เหตุมันเกิดขึ้นในตอนที่ภคมณเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย จู่ๆ บริษัทของบิดาก็ประสบปัญหาทางการเงินครั้งใหญ่ มีการฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนมาก คุณเรวัช บิดาของเธอพยายามหาทางออกให้ปัญหาที่เกิดขึ้น แต่กลับถูกหุ้นส่วนหักหลังด้วยการขอถอนตัวกะทันหัน โยนปัญหาให้ท่านสะสางคนเดียวความเครียดและกดดันในขณะนั้น คงหนักหนาเกินกว่าท่านจะทนไหว วันหนึ่งท่านจึงตัดสินใจจบชีวิตด้วยการยิงตัวเองในห้องทำงานบนชั้นสองของบ้าน แต่การจบชีวิตของท่าน ไม่ได้ทำให้ปัญหาจบตามไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจกับการสูญเสียหัวหน้าครอบครัวไปแบบไม่มีวันกลับยังไม่ทันจืดจาง ก็มีคนมาโวยวายให้คุณภัคจิรา มารดาของเธอชดใช้เงินแทนสามีที่ล่วงลับ...เป็นเงินก้อนใหญ่สมราคาที่คุณเรวัชตัดสินใจจบชีวิตหนีมันพวกเธอแม่ลูกคิดว่าเงินที่มีอยู่ไม่น่าจะพอชดใช้ จึงบากหน้
“คนหล่อๆ ที่สวมแว่นน่ะ ชื่อพี่ธีร์ นอกจากจะหล่อมากแล้ว ยังเรียนเก่งมากด้วย บ้านรวยสุดๆ มาโรงเรียนก็มีรถคอยรับส่งเหมือนแกแหละ ส่วนตี๋หล่อที่มาด้วยกันนั่นชื่อพี่ตง เป็นเพื่อนสนิทของพี่ธีร์ บ้านรวยไม่แพ้กัน ไม่รู้ทำไมวันนี้พวกเขาถึงมาใช้รถเมล์ สงสัยจะเป็นพรหมลิขิตนำพาให้เรามาเจอกัน อ๊าย! ฉันได้นั่งรถกลับบ้านพร้อมสองหนุ่มที่ฮอตที่สุดในโรงเรียนเราด้วยอะ!”ภคมณรับข้อมูลมาครบแล้วก็ช้อนตามองเพื่อนที่หวีดเสียงสูงขึ้นในตอนหลัง “ทำไมวีรู้เรื่องพี่เขาเยอะจัง”“ไม่ใช่แค่พี่ธีร์กับพี่ตงนะ วีวี่รู้เรื่องคนหล่อๆ ในโรงเรียนเราทุกคนนั่นแหละ” ประวีร์บอกเสียงใส ก่อนจะหรี่ตาถาม “แกน่ะ สนใจพี่ธีร์หรอ”“อือ พี่เขาหล่อมาก” ภคมณเอ่ย แล้วแอบหันหน้าไปดูคนหล่อด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ เป็นผลให้ประวีร์อมยิ้มแซว“ตกหลุมรักเข้าแล้วสิเพื่อนฉัน”“ตกหลุมรัก...”“ค่า อาการที่แกเป็นอยู่ตอนนี้ เรียกกันว่าตกหลุมรัก ก็ไม่แปลกอะนะ ฉันกับสาวๆ ทั้งโรงเรียนเคยตกหลุมรักพี่ธีร์มาแล้วทั้งนั้น เค้กกับช็อกโกแลตที่แกได้กินบ่อยๆ ส่วนใหญ่ก็มาจากที่ฉันเอาไปให้พี่ธีร์ที่เรารักนี่ละ”“เขาคือคนที่พวกแกเอาเค้กกับช็อกโกแลตไปให้ แต่โดนตีกลับมาทุก
“อ้าว! ไม่ทันละ” ภคมณทำตาปริบๆ มองตามรถไป“เพราะแกแหละ ห่วงแต่กิน!”“เอาน่า นู้นไง มาอีกคันแล้ว ไม่เห็นต้องรอนานเลย”ประวีร์มองรถเมล์สายเดียวกันที่แล่นเข้ามาแต่ไกลแล้วถลึงตาใส่แม่ตัวดี เพราะคันเมื่อกี้เป็นรถปรับอากาศแสนเย็นฉ่ำ แต่คันนี้น่ะเป็นรถปรับอากาศด้วยการเปิดหน้าต่าง!“ไม่ต้องรอนาน แต่มันร้อนนนนนนนน” เขาลากเสียงโอดครวญ“ขึ้นๆ ไปเถอะน่า ถึงบ้านเหมือนกันแหละ”ว่าแล้วภคมณก็เดินไปยืนโบกมือเรียกให้รถเมล์จอด พอเห็นว่าบนรถมีผู้โดยสารนั่งมาไม่ถึงสิบคนก็รีบก้าวขึ้นไปอย่างร่าเริง สงสัยคนที่จะโดยสารไปกับรถสายนี้คงขึ้นรถปรับอากาศไปหมดแล้วแน่ๆสาวน้อยเลือกนั่งลงบนเก้าอี้คู่แถวกลางๆ โดยนั่งชิดหน้าต่าง ให้ประวีร์นั่งด้านใน มือก็ล้วงเศษเหรียญในกระเป๋าสตางค์ใบเล็กออกมารอจ่ายค่าตั๋วรถ แล้วค่อยเปิดถุงกล้วยทอดหยิบกินอย่างมีความสุข คนน้อยแบบนี้ หน้าต่างเปิดกว้างจนลมโกรกแบบนี้ เธอก็จกของกินแบบไม่ต้องกลัวว่าจะส่งกลิ่นรบกวนคนอื่นได้เลยน่ะสิ“ง่ำ!”“แกนี่มัน...” ประวีร์ที่ก้าวขึ้นรถตามมาเห็นเข้าถึงกับจนด้วยคำพูด ได้แต่นั่งลงข้างเพื่อน เตรียมเหรียญจ่ายค่าตั๋วรถอย่างอ่อนใจแกมเอ็นดูในตอนนี้เองที่สายตาเขาม
ครอบครัวของภคมณนั้นมีฐานะร่ำรวย เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้าน จึงโตมาแบบอยู่ดีกินดี เรียนโรงเรียนเอกชนชื่อดัง มีคนขับรถรับส่งตลอด เพื่อนในห้องเรียกเธอว่า ‘คุณหนูพายหวาน’ กันทั้งนั้นเพราะอยู่ดีกินดีนี่ละ เธอเลยกินเก่งมาก จ้ำม่ำสุดๆ แต่ด้วยมีหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม แก้มแดงเป็นมะเขือเทศสุก ผิวขาวผ่องปานน้ำนม พออ้วนๆ กลมๆ จึงดูน่ารักน่าหยิกเป็นที่สุดภคมณเป็นที่รักของเพื่อน พอๆ กับเป็นที่รักพ่อค้าแม่ค้าหน้าโรงเรียน เพราะเธอแวะไปอุดหนุนพวกเขาหลังเลิกเรียนทุกวัน ยิ่งวันที่ขอนั่งรถกลับบ้านกับเพื่อนๆ ได้นี่ คือซื้อสะบัด...เหมือนวันนี้พอเสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้นปุ๊บ ภคมณก็ลากรจนากับประวีร์พุ่งตัวออกจากโรงเรียนปั๊บไม่ใช่รีบกลับบ้านอะไรแต่รีบไปซื้อของกินหน้าโรงเรียนต่างหาก!“ฉันจะไปซื้อน้ำปั่นกับขนมเบื้องร้านนั้น พวกแกอยากกินอะไรก็ไปซื้อเอานะ” พูดจบก็เดินตัวปลิวไปหาของกินจนผมเปียทั้งสองข้างสะบัดไปมาพอเห็นของกิน ภคมณคือไม่สนใจอะไรอย่างนี้ทุกทีเด็กหญิงรจนาหน้าหวานคิดพลางหันไปส่ายหน้ายิ้มๆ กับเด็กชายประวีร์ ผู้มีร่างเป็นชายแต่ใจเป็นหญิง“คอยดูนะ หางเปียสะบัดขนาดนั้น ยายนั่นไม่ได้ซื้อมาแค่สองอย่า







