Mag-log inคืนต่อมา ณ โกดังร้างริมแม่น้ำที่ถูกดัดแปลงเป็นเซฟเฮ้าส์ของเรน รุ่นพี่สารเลวสองคนถูกมัดอยู่บนเก้าอี้เหล็ก สภาพใบหน้าบวมช้ำจากการโดนจัดการโดยลูกน้องของเรน ข้าวฟ่างยืนอยู่กลางแสงไฟสลัว ดวงตาสีทองของเธอวาวโรจน์ด้วยพลังมืดที่ได้รับมาใหม่ เธอไม่ได้มองพวกเขาเป็นคน แต่มองเป็นเพียงหนูสกปรกที่ต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกมันทำลงไป
"อยากลองโดนกระทำบ้างไหมคะรุ่นพี่..." ข้าวฟ่างกระซิบพลางพยักหน้าให้เรน เรนยิ้มอย่างกระหาย เธอเดินเข้าไปหารุ่นพี่คนแรกที่กำลังสั่นงันงก เธอไม่ได้ใช้มีดหรือปืน แต่ใช้การดูดกลืนพลังชีวิตผ่านกามารมณ์ที่บิดเบี้ยว เรนจัดการพันธนาการรุ่นพี่คนแรกไว้กับแท่นเหล็ก ก่อนจะสั่งการให้ผู้หญิงในองค์กรของเธอที่ได้รับพลังพิเศษจากข้าวฟ่างมา ก้าวขึ้นไปขย่มร่างของรุ่นพี่ทั้งสองอย่างรุนแรงและรวดเร็ว จังหวะที่พวกเธอขยับกายไม่ได้เพื่อมอบความสุข แต่เพื่อสร้างช่องว่างในจิตวิญญาณเพื่อสูบเอาพลังงานชีวิตออกมา ในขณะเดียวกัน... สตรีทั้งสองในองค์กรที่สวมหน้ากากสีดำโน้มตัวลงไปหาหน้าของรุ่นพี่ที่ถูกมัดอยู่ เธอประกบปากจูบเขาอย่างดุดัน ลิ้นของเธอทำหน้าที่เหมือนท่อที่ดูดเอาความทรงจำ สติปัญญา และความนึกคิดออกมาจากลำคอของเขาอย่างตะกรุมตะกราม [ Siphoning Process: Life Energy Transferring ] เสียงกรีดร้องที่ไร้เสียงดังขึ้นในลำคอของรุ่นพี่ทั้งสอง ดวงตาของพวกเขาเหลือกค้าง แสงแห่งปัญญาในแววตาค่อยๆ มอดดับลง ข้าวฟ่างยืนมองภาพนั้นด้วยความสะใจอย่างประหลาด เธอเห็นเส้นแสงแห่งพลังงานสีเทาหม่นไหลออกจากร่างของพวกเขาไปสู่สตรีทั้งสองคน แล้วร่างกายพวกนั้นก็เริ่มซูบซีด ผิวหนังเหี่ยวแห้งลงราวกับคนแก่ในชั่วพริบตา "พอแล้ว... เหลือไว้ให้มันมีลมหายใจพอ" ข้าวฟ่างสั่งเมื่อเห็นว่าระดับพลังชีวิตของพวกเขาลดลงจนเหลือเพียง 1% สตรีทั้งสองผละออกอย่างช้าๆ เช็ดริมฝีปากที่เปื้อนคราบน้ำลายและเหงื่อ เธอหันมามองข้าวฟ่างด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยพลังงานที่เพิ่งสูบมา "เรียบร้อย... ตอนนี้พวกมันก็ไม่ต่างจากผัก สติปัญญาหายเกลี้ยง เหลือแค่สัญชาตญาณการหายใจไปวันๆ เท่านั้น" รุ่นพี่ทั้งสองคอพับคออ่อน น้ำลายไหลยืด ดวงตาเหม่อลอยไร้จุดหมาย พวกเขาไม่ได้ตาย... แต่ตัวตน และจิตวิญญณของพวกเขาถูกลบหายไปตลอดกาล กลายเป็นคนปัญญาอ่อนที่ต้องอยู่อย่างทรมานในโลกที่พวกเขาจะไม่มีวันไม่เข้าใจอีกต่อไป ข้าวฟ่างเดินเข้าไปตบแก้มรุ่นพี่ทั้งสองคนเบาๆ "ขอบคุณสำหรับ 'บทเรียน' นะคะ... จากนี้ไปชีวิตที่เหลืออยู่ของพวกคุณ คือของขวัญจากฉัน" ..... เมื่อข้าวฟ่างเริ่มเข้าใจว่าพลังพิเศษไม่ได้มาจากแค่ความเก่งกาจหรือความดิบเถื่อน แต่อาจมาจากความพิเศษของจิตวิญญาณก็เป็นไปได้ เธอจึงเริ่มมองหาบุคคลที่มีประสาทสัมผัสแตกต่างจากคนทั่วไป จนกระทั่งเธอได้พบกับดารา นักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์ซึ่งผู้พิการทางสายตา... ดาราเป็นหญิงสาวที่เงียบขรึมแต่มีเสน่ห์ลึกลับ ใบหน้าที่เรียวงามคมเข้มใต้แว่นสีดำชวนมอง เธอมีพรสวรรค์ในการปั้นดินเผาที่ดูมีชีวิตชีวาจนน่าทึ่ง ข้าวฟ่างสนใจในตัวดาราเพราะอยากรู้ว่า คนที่มองไม่เห็นโลกเลยแต่สามารถสร้างผลงานระดับนั่นได้ จะส่งต่อพลังงานแบบไหนผ่านสัมพันธ์สวาทกับเธอ ข้าวฟ่างนัดดารามาที่สตูดิโอส่วนตัวในคฤหาสน์ของเธอ โดยอ้างว่าอยากให้ช่วยสอนงานปั้น แต่ความตั้งใจจริงคือการสำรวจความพิเศษในโลกของดารา ข้าวฟ่างยอมปิดตาตัวเองลงด้วยผ้าสีดำ เพื่อลดทอนการมองเห็นและเปิดรับประสาทสัมผัสอื่นตามแบบดารา "คุณข้าวฟ่างคะ... ในโลกของฉัน เราไม่ได้มองเห็นด้วยตา แต่เรามองเห็นด้วยอุณหภูมิ แรงสั่นสะเทือน และผิวสัมผัส" ดารากระซิบพลางใช้ปลายนิ้วที่อ่อนนุ่มลูบไล้ไปตามโครงหน้าของข้าวฟ่าง "สวยเหลือเกิน สวยจริงๆ" ดาราเอ่ยรำพึงรำพันไม่ขาดปาก เมื่อได้ลูบไล้ใบหน้าที่งดงามของข้าวฟ่าง ข้าวฟ่างจับมือเรียวงามนั้นมาสัมผัสที่หน้าอกเธอ ดาราถึงกับผงะไปทันที มือเธอสั่นระริก หน้าอกสมส่วนความหยุ่นตึงพอดี ขนาดก็งดงาม ดารารู้สึกถึงพลังบางอย่างที่ทั้งไหลเวียน และสงบนิ่ง อยู่กลางทรวงอกนั้น "อยากสัมผัสมากกว่านี้มั้ย ดารา..." เธอพยักหน้าเบาๆ แก้มระเรื่อแดงขึ้นใต้แว่นตาสีดำ การร่วมรักกับดาราในครั้งนี้ เริ่มต้นอย่างแช่มช้าแผ่วเบา จากสัมผัสทางหน้าอกเปลือยเปล่าที่ข้าวฟ่างแอ่นให้ดาราบีบคลำ สองเม็ดชมพูอมแดงบนปลายเต้าอวบอิ่มถูกดาราบีบบี้เบาๆ เคล้าคลึงด้วยสองปลายนิ้วมือ ดาราอดทไม่ไกว กระซิบบอกข้าวฟ่างเสียวแผ่วเบา เหมือนจะเอียงอาย "ขอฉันชิมมันหน่อยได้มั่ยคะ..." "ด้วยความยินดี" หน้าของดาราซุกลงที่เนินหน้าอก จูบเคล้าเคลียสูดดมกลิ่นหอม แก้มเธอแนบเต้าอวบอิ่ม เหมือนพยายามรับรสสัมผัสของเต้างามให้เต็มที่ จวบจนเธออ้าปากอมดูดที่หัวนมของข้าวฟ่าง เธอถึงกับตะลึงงันทันที... "โอวววว... นี่มันอะไรกัน " ดาราสัมผัสถึงพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในตัวข้าวฟ่างได้ เธอเห็นแสงสีทองสุกสว่าง เป็นพลังที่เธอพร้อมยอมพลีกายให้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของพลังนั้น ดารายิ้มกว้าง..บอกข้าวฟ่างให้เตรียมพร้อมรับพลังงานที่เธอยินดีและเต็มใจจะมอบให้ ดาราลุกขึ้นปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเธอออก ร่างสูงระหงผิวงามละเอียดยืนเปลือยต่อหน้าข้าวฟ่างราวกับรูปปั้น เธอดึงข้าวฟ่างเข้ามาซุกกอดแนบแน่น บทรักเริ่มขึ้นโดยที่ข้าวฟ่างยังผูกปิดดวงตาเอาไว้ บรรยากาศดูแผ่วเบา... ทว่าหนักหน่วงในแง่ของอารมณ์ เมื่อข้าวฟ่างมองไม่เห็น เธอจึงรับรู้ถึงทุกลมหายใจ ทุกกลิ่นกาย ทุกรอยสัมผัสของดาราได้ชัดเจนกว่าปกติเป็นทวีคูณ ดาราใช้มือที่ช่ำชองจากการปั้นงาน สำรวจร่างกายของข้าวฟ่างเหมือนกำลังขึ้นรูปดินเหนียวที่ล้ำค่า ดาราไม่ได้รุกรานด้วยความรุนแรง แต่เธอใช้การเต้นของชีพจรเป็นตัวนำทาง เธอสอดแทรกนิ้วและริมฝีปากในจุดที่ข้าวฟ่างไม่เคยคิดว่ามันจะไวต่อความรู้สึกได้ขนาดนี้ ทุกครั้งที่ดาราสัมผัส... ข้าวฟ่างรู้สึกเหมือนร่างกายของเธอระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ในความมืดมิด "กรี๊ดดด!!!..." ข้าวฟ่างร้องออกมาสุดเสียงเมื่อดาราค้นพบจุดกระตุ้นลับที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุด สัมผัสของผู้พิการนั้นละเอียดอ่อนจนสามารถดึงเอาความเสียวซ่านที่ข้าวฟ่างไม่เคยเข้าถึงออกมาได้ทั้งหมด [ NEW POWER UNLOCKED: 'Hyper-Spatial Perception' (380%) ] ในวินาทีที่ถึงจุดสุดยอด ข้าวฟ่างไม่ได้เห็นแสงสีทองเหมือนทุกครั้ง แต่เธอมองเห็นโครงสร้างของอะตอมรอบตัว เห็นการสั่นสะเทือนของโมเลกุลอากาศ และเห็นแผนผังของตึกทั้งตึกได้โดยไม่ต้องลืมตา เธอได้รับพลังในการรับรู้รอบทิศทาง 360 องศา และความสามารถในการอ่านภาษากายของคนอื่นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง แม้คนคนนั้นจะซ่อนสีหน้าไว้ก็ตาม ..... ในโลกของคนที่มีประสาทสัมผัสพิเศษอย่างดารา พลังที่เธอแสดงออกมาในตอนแรกเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น ความจริงแล้วดารายังมีความสามารถในการจูนคลื่นสมอง ผ่านการสัมผัสแบบเนื้อแนบเนื้อ ซึ่งจะทำให้คนสองคนเห็นนิมิตเดียวกันได้ในสภาวะที่ถึงจุดสุดยอด สตูดิโอเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหยดน้ำ ข้าวฟ่างหันกลับมาหาดาราอีกครั้ง ครั้งนี้เธอไม่ได้ต้องการเป็นฝ่ายรับ เธอต้องการรุก รุกเข้าไปขุดรากถอนโคนพลังที่ซ่อนอยู่ ดารายิ้มบางๆ อย่างรู้ทัน เธอคว้าข้อมือข้าวฟ่างแล้วลากขึ้นไปบนจุดซ่อนเร้นของเธอ ที่ซึ่งอบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานอ่อนๆ "คุณฟ่างอยากเห็น... ในสิ่งที่ฉันเห็นไหมคะ?" ดารากระซิบพลางเริ่มปลุกจินตนาการของข้าวฟ่างขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ดาราใช้กลิ่นหอมชนิดพิเศษที่เธอสกัดเองที่อบร่ำในซอกหลืบเป็นประจำ เล้าโลมบดถูบนผิวกายของข้าวฟ่าง สัมผัสที่ลื่นไหล หอมกรุ่น และอุ่นร้อนจากเนินเนื้อของดาราทำให้ประสาทรับรู้ของข้าวฟ่างตื่นตัวจนถึงขีดสุด บทรักเริ่มต้นด้วยความพลิ้วไหวราวกับการร่ายรำในโลกมืด ดาราใช้ริมฝีปากและปลายลิ้นวาดน้ำลายไปตามร่างกายของข้าวฟ่างอย่างพิถีพิถัน เธอไม่ได้จู่โจมจุดยุทธศาสตร์ในทันที แต่ค่อยๆ สร้างกระแสไฟฟ้าสถิตสะสมไปทั่วผิวหนัง ข้าวฟ่างครางกระเส่า ร่างกายของเธอเริ่มสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อดาราโน้มตัวลงมาประทับจูบที่หน้าผาก พร้อมกับสอดแทรกนิ้วเรียวเข้าสู่กึ่งกลางความสาวอย่างนุ่มนวลทว่าหนักแน่น จากที่ตั้งใจมารุก... กลายเป็นตั้งรับเต็มตัวอีกครั้ง [ Synchronization Initiated: Merging Visual Fields ] ในนาทีที่ความเสียวซ่านพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด ข้าวฟ่างถูกดาราลดตัวลงใช้ริมฝีปากประกบปากทางสวรรค์ของเธอแล้วเริ่มดูดเลียติ่งเนื้อและร่องรูอย่างรุนแรง ความสุขเสียวจากเรียวลิ้นของดาราระเบิดตูมทันที.. เธอมองเห็นทุกสิ่งอย่างในความมืด เธอปิดตาลงเพื่อรับสัมผัสรักของดารา แต่ทว่า... เธอเห็นคลื่นพลังงานสีทองและสีน้ำเงินที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของดาราและตัวเธอเอง มันหมุนวนเป็นเกลียวสว่านหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว เสียงครางของดาราไม่ได้เป็นเพียงเสียง แต่มันกลายเป็นภาพกราฟิกของคลื่นเสียงที่สวยงามระยิบระยับ "มันคืออะไร... ฉันเห็น... ฉันเห็นทุกอย่าง!" ข้าวฟ่างกรีดร้องออกมาเมื่อดาราเร่งจังหวะลิ้นเร็วรัวอย่างเร้าอารมณ์ ในวินาทีที่ทั้งคู่ถึงจุดสุดยอดพร้อมกัน ข้าวฟ่างเห็นนิมิตประหลาด เป็นภาพอนาคตของบริษัทและศัตรูที่กำลังวางแผนร้าย ภาพเหล่านั้นแจ่มชัดราวกับดูภาพยนตร์ระดับ super HD อยู่ในหัว [ NEW POWER UNLOCKED: 'Pre-Cognitive Vision' (450%) ] พลังที่ดารามอบให้คือการเห็นอนาคตระยะสั้น ผ่านการกระตุ้นประสาทสัมผัสที่รุนแรง ข้าวฟ่างนอนหอบหายใจอยู่บนอกของดารา ดวงตาของเธอยังคงสั่นระริกด้วยภาพนิมิตที่เพิ่งจางหายไป เธอรู้แล้วว่าดาราคือ "กุญแจ" ที่จะทำให้เธออยู่เหนือเวลาและเหตุการณ์ทั้งปวง .....พี่แพรวเจ้าของร้านดอกไม้ชื่อดัง Hot Love Flora วัย 32 ปี ผู้ที่ดูเรียบร้อย พูดจาอ่อนหวาน ริมฝีปากบางทาลิปสีเบจดูอ่อนละมุน แววตาที่คมกริบของเธอจับจ้องดูนีน่าที่เป็นพนักงานสาวพาร์ทไทม์ นักศึกษาภาควิชาคหกรรมที่มาขอฝึกงานช่วยจัดดอกไม้ช่วงปิดเทอม เธอคอยชำเลืองมองดูนีน่าบ่อยครั้ง จะว่าคอยตรวจตราหรือจับผิดก็ไม่น่าใช่ เพราะรอยยิ้มน้อยๆ ที่มุมปากนั้นดูมีความหมายที่น่าจะมีอะไรลึกซึ้งไปมากกว่านั้น วันนี้เป็นวันแรกที่นีน่าเริ่มมาฝึกงาน เธอมาในชุดที่พี่แพรวสั่งให้ใส่มา โดยอ้างว่าเพื่อความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย เสื้อเชิ๊ตลูกไม้ขาวบาง กับกระโปรงรัดรูปสั้นเหนือเข่า นีน่าสูงเกือบ 170 ซม. มีสัดส่วน 34-25-36 คัพ D ใครเห็นก็แทบอดใจไม่ไหวกันเกือบทุกคน ไม่เว้นแม้แต่พี่แพรวผู้เป็นเจ้าของร้าน เธอตั้งใจให้นีน่าแต่งตัวมาเพื่อความสุขทางสายตาของเธอ ที่ห้องเย็นเก็บดอกไม้หลังร้านเต็มไปด้วยกลิ่นหอมหวลของกุหลาบเอลซัลวาดอร์ และลิลลี่ฮอลแลนด์ แสงไฟสีขาวสลัวตัดกับอุณหภูมิที่เย็นฉ่ำจนผิวหนังลุกชัน วันนี้นีน่ากำลังจัดเรียงดอกไม้ที่เพิ่งมาใหม่ให้เป็นระเบียบ ความเย็นทำให้รู้สึกสะท้านขึ้นมาบ่อยๆ ขนแขนลุกเกร
ลินดานั่งไขว่ห้างอยู่หลังกระจกวันเวย์ในห้องมืด สายตาคมกริบจ้องมองไปยังแสงไฟสปอตไลท์กลางห้องแคสติ้งที่สว่างจ้า เธออยู่ในชุดสูทสีเทาเข้มดูภูมิฐานแต่แฝงความเซ็กซี่ด้วยเสื้อตัวในลูกไม้ซีทรูบางเบา ในมือถือไอแพดที่มีโปรไฟล์ของซุปตาร์ตัวเต็งทั้ง 4 คน ซึ่งแต่ละคนล้วนเป็นระดับดาวรุ่งที่กำลังเป็นกระแสที่สุดในขณะนี้ ข้าวฟ่างมอบอำนาจดาบอาญาสิทธิ์ให้เธอตัดสินใจเลือกพรีเซ็นเตอร์โครงการคอนโดมิเนียมสุดหรูริมเจ้าพระยาได้ทันที ลินดาจึงจัดฉากการแคสติ้งที่ไม่ได้วัดแค่ความสวยหล่อ แต่เธอกำลังวัดเคมีและ ความกล้าของพวกเขาภายใต้สถานการณ์กดดัน จากบทแคสติ้งเรียบง่ายบนเวทีใหญ่ นักแสดงที่โมเดลลิ่งส่งมาแคสมีเป็นร้อยชีวิต แต่ก็เหลือแค่สี่คนตัวเต็งนี้ตามที่ลินดาคาดการณ์ไว้จริงๆ บรรยากาศในห้องแคสติ้งรอบต่อไป มีผนังที่กั้นด้วยกระจกวันเวย์เอาไว้ มันกำลังจะเริ่มเปลี่ยนจากความตึงเครียดของงานเป็นการระอุด้วยแรงราคะ ลินดานั่งขยับตัวไปมาบนเก้าอี้หนัง สลับขาขึ้นไขว่ห้างไปมาหลายครั้ง ความเย็นจากแอร์ในห้องมืดไม่สามารถดับความร้อนผ่าวที่กึ่งกลางกายของเธอได้ ต้นขาที่เบียดไปมาช่วยเสียดสีถูไถให้กลีบเนื้อพอได้คลายความต้องการลงไปได
สายลมทะเลพัดเอื่อยเฉื่อยพัดโชยเอาความสดชื่นมาปะทะใบหน้าในขณะที่ ข้าวฟ่าง และ วิศรุต นั่งดื่มด่ำกับมื้ออาหารทะเลสุดพิเศษ ณ ร้านอาหารริมหาดส่วนตัวที่เงียบสงัด แสงแดดยามสายทอประกายระยิบระยับบนผืนน้ำ แต่ทว่าบรรยากาศที่ควรจะโรแมนติกกลับเริ่มร้อนระอุขึ้น เมื่อสายตาซุกซนของข้าวฟ่างเหลือบไปเห็นหญิงสาวชาวต่างชาติร่างสูงเพรียวกำลัวนอนคว่ำอาบแดดอยู่บนหาดทรายของบ้านพักตากอากาศติดกัน เธอปลดบราบิกินี่ออกจนแผ่นหลังเนียนละเอียดเปลือยเปล่าท้าแสงตะวัน "รุตคะ... ดูนั่นสิ ของสวยๆ งามๆ ทั้งนั้นเลยนะ" ข้าวฟ่างสะกิดยิ้มยั่ว แต่วิศรุตกลับส่ายหน้าเบาๆ พลางกุมมือเธอไว้ "ของดีที่สุดน่ะนั่งอยู่ตรงหน้าผมแล้วครับ ผมไม่มองคนอื่นให้เสียสายตาหรอก" ข้าวฟ่างหัวเราะในลำคอ ก่อนจะบุ้ยหน้าไปทางพุ่มไม้ข้างรั้วบ้านพักหลังนั้น วิศรุตมองตามจนเห็นเด็กหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งแอบซุ่มอยู่ มือขยับขึ้นลงอย่างเมามันใต้กางเกงขาสั้นขณะจ้องมองร่างเปลือยของฝรั่งสาว วิศรุตหลุดขำออกมากับความไร้เดียงสาที่รุ่มร้อนนั้น แต่ข้าวฟ่างยังไม่หยุด เธอชี้ชวนให้เขาดูอีกทาง หลังร้านอาหารที่มีเด็กสาวอีกคนแอบอยู่หลังลังไม้ เธอใช้มือสอดเข้าไปใต้กระโปรง
ข้าวฟ่างและลินดาใช้เวลาในช่วงบ่ายเดินเลือกซื้อของในห้างสรรพสินค้าสุดหรู บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความหรูหราและสินค้าแบรนด์เนมระดับโลก หลังจากเดินดูของอยู่พักใหญ่ ทั้งคู่ตัดสินใจแวะทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารมิชลินสตาร์ภายในห้าง ระหว่างมื้ออาหาร อุบัติเหตุเล็กน้อยเกิดขึ้นเมื่อพนักงานเสิร์ฟทำซอสราดสเต็กหกใส่กระโปรงหรูสีครีมของลินดา แม้พนักงานจะขอโทษอย่างหนักและพยายามช่วยเช็ด แต่คราบซอสสีเข้มก็เด่นชัดเกินกว่าจะปล่อยไว้ได้ ข้าวฟ่างจึงแนะนำให้ลินดาไปซื้อกระโปรงตัวใหม่ทันที ลินดาเดินเข้าไปในช็อปแบรนด์เนมแห่งหนึ่งที่เธอเล็งไว้ เธอเลือกกระโปรงทรงเอสีดำคัตติ้งเนี้ยบมาหนึ่งตัวและเดินตรงไปยังห้องลองชุดที่อยู่ด้านในสุดของร้าน ห้องลองชุดถูกตกแต่งด้วยกระจกบานใหญ่รอบด้านและไฟที่ส่องสว่างอย่างทั่วถึง ลินดารีบถอดกระโปรงตัวเก่าที่เปื้อนซอสออกและคว้ากระโปรงตัวใหม่มาเตรียมสวม แต่ด้วยความเร่งรีบ เธอลืมล็อคประตูห้องลองชุดให้สนิท ประตูจึงแง้มอยู่เล็กน้อย บรรยากาศในโซน VIP ของห้างสรรพสินค้าชั้นนำเงียบสงัด มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สแผ่วเบาที่คลอเคล้าไปกับกลิ่นหอมของเทียนหอมราคาแพง ลินดาในห้องลองชุดกว้างข
ท่ามกลางแสงไฟนีออนสลัวของย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ เม่ยหลิน... นักธุรกิจสาวอสังหาริมทรัพย์ชาวฮ่องกงในชุดสูทสุดเนี้ยบสีเทาเข้ม นั่งพิงพนักโซฟาหนังราคาแพงภายในห้องนิรภัยส่วนตัวของคาร์เทลคลับระดับลึกลับ เธอเพิ่งเซ็นสัญญามูลค่าพันล้านเสร็จสิ้น และสิ่งเดียวที่เธอต้องการตอนนี้คือการปลดปล่อยพันธนาการจากโลกธุรกิจที่แสนตึงเครียด เบื้องหน้าของเธอคือกระจกวันเวย์บานยักษ์ที่มองออกไปเห็นเวทีกลางทรงกลม ซึ่งบัดนี้กำลังมีโชว์ "Sapphic Arts" ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นที่สุดของกรุงเทพฯบนเวทีที่ถูกเนรมิตเป็นเตียงผ้าไหมสีแดงเพลิง หญิงสาวสองคนในร่างที่เปลือยเปล่าเริ่มร่ายระบำแห่งกามารมณ์ เธอจ้องมองภาพนั้นอย่างไม่วางตา หญิงสาวคนหนึ่งเริ่มใช้ปลายนิ้วกรีดกรายไปตามโคนขาหนีบของอีกฝ่าย ก่อนจะเร่งจังหวะการสอดใส่ที่เนียนแน่น เสียงการเสียดสีที่ดูรุนแรงทว่านุ่มนวลส่งผ่านลำโพงคุณภาพสูงเข้ามาในห้อง จนเม่ยหลินรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่โคนขา ภาพการก้มลงปรนเปรอด้วยเรียวลิ้นที่ช่ำชองบนเวทีนั้นช่างสมจริงจนเม่ยหลินต้องเม้มปากแน่น เธอเห็นทุกจังหวะการตวัดลิ้นที่เน้นย้ำไปยังจุดอ่อนไหว จนหญิงสาวบนเวทีแอ่นอกสะท้านร้องครางแบบไร้
ลมพัดเอื่อยเฉื่อยหอบเอาอากาศบริสุทธิ์จากแมกไม้เข้าสู่ปอดของข้าวฟ่าง เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้สนามไม้สีเขียวเข้มพลางถอดแว่นสายตาออกเพื่อพักสายตา ทว่าจังหวะที่มือกำลังจะวางลงบนที่เท้าแขน เธอกลับสะดุดตากับคราบแห้งกรังเป็นวงเล็กๆ หลายวงกระจายอยู่บนรอยแตกของเนื้อไม้ "บนเก้าอี้ในสวนสาธารณะแบบนี้เนี่ยนะ..." ข้าวฟ่างพึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัย เธอดีดนิ้วเบาๆ เพื่อเปิดโหมดการจำลองภาพย้อนอดีตผ่านเลนส์สัมผัสพิเศษ ภาพเบื้องหน้าเริ่มบิดเบี้ยวและหมุนย้อนเวลากลับไปทีละชั่วโมง ทีละวัน จนกระทั่งการจำลองภาพในอดีตค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างมนุษย์สองคน ภาพที่ข้าวฟ่างเห็นคือความคาวฉาวโฉ่ที่เกิดขึ้นแทบจะทุกคืน และบางครั้งก็เป็นช่วงพลบค่ำที่ผู้คนเริ่มบางตา บนเก้าอี้ตัวเดิมๆ ที่เธอนั่งอยู่นี้ มีคู่รักหลากหลายคู่วนเวียนมาใช้เป็นสนามรักกลางแจ้ง บางคู่เป็นพนักงานออฟฟิศที่ดูเร่งรีบ ฝ่ายหญิงอยู่ในชุดกระโปรงที่ถูกเลิกขึ้นสูงขณะที่ฝ่ายชายยืนประชิดบดเบียดร่างกายเข้าหาอย่างดุดัน แต่ที่เด็ดที่สุดคือภาพย้อนหลังไปเมื่อคืนนี้... ข้าวฟ่างเห็นร่างอวบอัดของหญิงสาววัยกลางคนคนหนึ่ง เธอนั่งแยกขาออกกว้างบนเก้าอี้







