LOGINข้าวฟ่างเข้าเรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับงานของเธอ เธอเลือกเรียนภาคอินเตอร์ไม่ใช่แค่มันเท่ห์หรูดูแพง แต่มันคือคอนเนคชัน ธุรกิจของเธอยังต้องขับเคลื่อนไปด้วยชนชั้นสูง ซึ่งคนในสาขาวิชานี้ และครอบครัวของพวกเขาสามารถช่วยเธอได้
ในงานปาร์ตี้รับน้องใหม่ของคณะบริหารธุรกิจที่จัดขึ้นในบาร์ลับสุดหรู ข้าวฟ่างถูกจับตามองในฐานะ "ดาวรุ่ง" ที่ทั้งสวยและรวยล้นฟ้า รุ่นพี่กลุ่มหนึ่งที่อิจฉาในท่าทีจองหองของเธอแอบหยอดยาบางอย่างลงในแก้วไวน์ ข้าวฟ่างที่มั่นใจในตัวเองเกินไปจิบมันเข้าไปจนหมด เพียงไม่กี่นาที โลกของเธอก็หมุนคว้าง แข้งขาอ่อนแรงจนแทบพยุงไม่อยู่ รุ่นพี่ชายสองคนเข้ามาประคองเธอด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ไปพักห้องข้างบนก่อนนะน้องฟ่าง เดี๋ยวพี่จะดูแลเอง รับรองว่าน้องได้เสียวสุดหัวใจแน่" ในห้องมืดสลัวที่ถูกปิดล็อคเอาไว้ ข้าวฟ่างถูกผลักลงบนเตียง ความสะอิดสะเอียนผะอืดผะอมพุ่งขึ้นมาเธอพยายามจะเรียกพลังสมองมาใช้หาทางรอด แต่สติที่เลอะเลือนจากฤทธิ์ยาทำให้เธอเชื่อมต่อพลังไม่ได้ จนกระทั่งมือหยาบโลนเริ่มรุกรานเข้ามาใต้กระโปรง ทันใดนั้น... ใจกลางหน้าอกของเธอสั่นสะเทือนรุนแรงจนผิวหนังเหมือนจะปริแตกระเบิดออกมา พลังงานสีทองเข้มที่ร่างกายเธอแอบสะสมไว้ในส่วนลึกของจิตวิญญาณระเบิดโพลนออกมาเป็นคลื่นกระแทก ผลักรุ่นพี่สองคนกระเด็นไปกระแทกผนังจนสลบเหมือด แต่มันต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงลิ่ว [ Warning: Total Depletion !!!... System Shutdown in 10 Minutes!!!... ] ระบบในร่างกายเธอแอบสะสมพลังงานสำรองยามฉุกเฉินที่มีอันตรายแก่ชีวิตเอาไว้ เธอเองก็เพิ่งรู้!!!... ข้าวฟ่างพยุงร่างที่สั่นเทาเดินโซซัดโซเซออกมาจากบาร์ทางประตูหลัง ลมหนาวปะทะหน้าแต่ความร้อนในกายกลับพุ่งสูงขึ้นเพราะผลข้างเคียงของพลังงานฉุกเฉิน ร่างกายของเธอกำลังหิวโหยพลังงานอย่างรุนแรง ถ้าเธอไม่ได้ขึ้นเตียงเพื่อชาร์จพลังใหม่ภายในสิบนาที สมองของเธออาจจะเสียหายถาวรจนกลายเป็นคนปัญญาอ่อน เธอล้มลงข้างถังขยะในซอยเปลี่ยว สติกำลังจะดับวูบ... จนกระทั่งรองเท้าส้นสูงสีแดงเพลิงเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า "สภาพดูไม่ได้เลยนะ... สาวน้อยอัจฉริยะ" เสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกดังขึ้น... ข้าวฟ่างเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาพร่าเลือน เธอพบกับหญิงสาวลึกลับในชุดหนังรัดรูปสีดำสนิท ผู้มีกลิ่นอายของอันตรายและแรงดึงดูดทางเพศที่รุนแรงกว่าใครที่ข้าวฟ่างเคยเจอ เธอไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาๆ แน่นอน แต่เธอคือ... ตัวแม่ของคลับใต้ดินที่ซ่อนอยู่ในตึกข้างๆบาร์ลับเมื่อสักครู่นี่เอง เรน... เจ้าของคลับใต้ดิน องค์กรลับที่ทำธุรกิจมืดในเมืองนี้ในทุกรูปแบบ เธอก้มลงมองข้าวฟ่างด้วยสายตาพิจารณา เธอสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากใจกลางหน้าอกเด็กสาว เธอแอบติดตามข้าวฟ่างมาระยะหนึ่งแล้ว ในฐานะนักธุรกิจสาวอัจฉริยะรุ่นใหม่ที่มาแรงที่สุด เธอพอจะรู้ว่าความลับของข้าวฟ่างคืออะไร... "พลังงานหมดเกลี้ยงเลยสินะ... อยากให้ฉันช่วยเติมพลังให้มั้ย แต่บอกก่อนนะว่าวิธีของฉันมันไม่เหมือนกับคู่ขาเก่าๆ ของเธอหรอก" ข้าวฟ่างไม่มีทางเลือก เธอคว้าชายเสื้อของเรนไว้แน่น แม้จะเป็นฟางเส้นสุดท้ายกลางมหาสมุทร เธอก็ต้องคว้ามันเอาไว้ก่อน... "ช่วย... ฉัน... ที..." เรนยิ้มกว้างเผยให้เห็นเขี้ยวเสน่ห์ที่ฝังเพชรเก้ากะรัตเอาไว้ "ได้สิ... แต่คืนนี้ เธอต้องกลายเป็นสัตว์เลี้ยงของฉันนะ ข้าวฟ่าง" ..... บอดี้การ์ดของเรนอุ้มร่างไร้เรี่ยวแรงของข้าวฟ่าง ขึ้นมาจากพื้น พาเธอเข้าไปในคลับใต้ดินที่เต็มไปด้วยแสงสีม่วงแดงสลัว และเสียงดนตรีที่กระหึ่มเร้าใจ กลิ่นคาวๆ ผสมกับเหล้าและเหงื่อคละคลุ้งไปทั่วบรรยากาศ ข้าวฟ่างถูกผลักลงบนโซฟาหนังสีแดงก่ำกลางห้องวีไอพีที่ลับตาคน เสียงกระซิบของเรนดังแว่วอยู่ในหู "ถึงเวลาเรียนรู้บทเรียนใหม่แล้วนะสาวน้อย... บทเรียนที่ว่าพลังที่แท้จริงน่ะ ไม่ได้มีแค่ในตำราหรือใต้กระโปรงนักเรียนของเธอหรอกนะ" เรนฉีกทึ้งเสื้อผ้าของข้าวฟ่างออกอย่างไม่ปราณี เผยให้เห็นเรือนร่างอันบอบบางที่ยังคงสั่นเทาจากฤทธิ์ยา และพลังที่หมดลง ข้าวฟ่างพยายามจะขัดขืน แต่เรี่ยวแรงที่หดหายไปทำให้เธอทำได้เพียงครวญครางอย่างน่าสมเพช เรนไม่ได้ใช้ความอ่อนโยน แต่ใช้การบังคับ...กดขี่...ควบคุม เธอโน้มตัวลงบดขยี้ริมฝีปากกับข้าวฟ่างอย่างรุนแรง ลิ้นร้อนๆ สอดเข้าปากบางๆ มาอย่างดุดัน บังคับให้ข้าวฟ่างต้องตอบสนองด้วยสัญชาตญาณดิบที่สุดที่เธอเคยมี มือของเรนไม่ได้ลูบไล้ แต่กลับบีบเค้นไปตามเนื้อตัวของข้าวฟ่างอย่างจงใจ สร้างความเจ็บปวดที่ปนเปไปกับความเสียวซ่านที่ประหลาดและไม่เคยรู้จักมาก่อน ข้าวฟ่างกรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียงเมื่อเรนใช้นิ้วเรียวยาวสอดแทรกเข้าสู่จุดอ่อนไหวอย่างรวดเร็วและไร้ความปราณี แรงกระแทกที่รุนแรงทำให้ร่างกายของเธอแอ่นโค้งด้วยความทรมาน แต่ในความเจ็บปวดนั้นเอง กลางหน้าอกของข้าวฟ่างที่เคยสั่นสะเทือนและเต้นรัวอย่างรุนแรงเมื่อสักครู่กลับค่อยๆสงบลง และเริ่มเปล่งแสงสีทองหม่นๆ ออกมา [ Submissive Protocol Engaged: Feral Instinct Charging ] เรนยิ้มอย่างพึงพอใจ เธอส่งเสียงขึ้นจมูกนิดๆ "เฮอะ... แค่นั่นแหละ... ยิ่งเธอเกลียดฉันมากเท่าไหร่ ยิ่งเธอเสียวมากขึ้น และพยายามต่อต้านฉัน พลังงานของเธอก็ยิ่งกลับมาเร็วเท่านั้น" เรนกระซิบแนบชิดใบหูข้าวฟ่าง จนเธอรู้สึกเหมือนหัวใจกำลังถูกบีบคั้นจนแหลกละเอียด ความขยะแขยงในสิ่งที่เรนกำลังทำ ผสมกับความต้องการในความใคร่ที่ทวีความรุนแรงขึ้น เป็นสิ่งที่เธอไม่อาจเข้าใจ มันตีกันอยู่ในสมองและหัวใจ เรนไม่ได้เพียงแค่ร่วมรักกับเธอ... แต่เธอควบคุมทุกการตอบสนอง ทุกเสียงคราง ทุกหยาดน้ำตาที่ไหลรินออกจากดวงตาของข้าวฟ่าง เธอใช้สายตาที่เฉียบคมกดดันให้ข้าวฟ่างต้องแสดงออกถึงความรู้สึกทั้งหมดอย่างไม่มีการปิดบัง มันเหมือนการถูกข่มขืนทางจิตใจ!!!... แรงเสียดทานของนิ้วเรนในร่องสวาทของข้าวฟ่างที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ร่างกายของเธอบิดไปมาอย่างบ้าคลั่ง เธอพยายามจะฝังใบหน้าลงกับอกของเรนเพื่อกลืนเสียงกรีดร้องขอชีวิต แต่เรนกลับเชยคางเธอขึ้น บังคับให้ดวงตาของทั้งคู่สบตากันในห้วงเวลาที่เร่าร้อนถึงขีดสุด "มองฉันสิ... มองผู้หญิงที่ช่วยชีวิตเธอไว้ในคืนนี้" เรนกระซิบ... ท่วงท่าที่เธอใช้ไม่ได้มีแค่ความเร่าร้อนจากปลายนิ้ว และลิ้นระรัว แต่เรนถลกกระโปรงหนังรัดรูปของเธอขึ้น ใช้อวัยวะที่งดงามอวบอิ่ม ติ่งเนื้อแห่งรักที่ชูชัน ค่อยๆ บดบี้ลงที่เนินนูนของข้าวฟ่าง จนข้าวฟ่างถึงกับครวญครางอย่างลืมตัว แต่แล้วเรนก็ขยี้เนินเนื้อของเธอลงใส่กลีบนุ่มๆ ของข้าวฟ่างอย่างรุนแรง กลีบต่อกลีปาดร่องรผบ เม็ดเนื้อต่อเม็ดเนื้อ เรนบดบี้ให้ทุกสิ่งเสียดสีขยี้กันจนข้าวฟ่างทั้งเสียว ทั้งทรมาน ปากร่องรูสวาทเต้นระริก มันขมิบ จุ้บๆ จิ้บๆ เหมือนพยายามจะกลืนกินกลีบเนื้อของอีกฝ่ายหนึ่ง มันคือการปลดปล่อยด้านมืดในตัวข้าวฟ่างที่เธอไม่เคยรู้ว่ามีอยู่ จากที่เคยร่วมรักด้วยความคลาสสิค โหมอารมณ์ให้ร้อนแรงแล้วระเบิดพลังมาโดยตลอด กลับกลายเป็นการบดอัดเหมือนโยนลูกระเบิดใส่ถังน้ำมัน ที่เพียงตูมเดียว... ทุกสิ่งก็พังทลาย เสียงกรีดร้องสุดท้ายของข้าวฟ่างดังขึ้นพร้อมกับน้ำรักที่เปรอะเปื้อนไปทั่วโซฟา ข้าวฟ่างรู้สึกเหมือนร่างกายถูกฉีกกระชาก แต่ในขณะเดียวกัน... เธอกลับรู้สึกว่าพลังพิเศษเต็มเปี่ยมอีกครั้งแล้ว แสงสีทองจากดวงตาสว่างจ้าเป็นประกายราวกับแบตเตอรี่ที่ถูกชาร์จจนเต็มพลัง สมองของเธอกลับมาแล่นปราดอย่างรวดเร็ว ความคิดเรื่องการแก้แค้นรุ่นพี่ผุดขึ้นมาในหัว พร้อมกับความเข้าใจในโลกใต้ดินที่ลึกซึ้งกว่าเดิม เรนผละออกอย่างช้าๆ จัดการเสื้อผ้าของเธอให้เรียบร้อย ก่อนจะส่งเสื้อคลุมให้ข้าวฟ่าง พร้อมกับยื่นนามบัตรสีดำสนิทให้ "พลังเต็มแล้วสินะ... ทีนี้ถึงเวลาจ่ายค่าบริการ เรื่องคืนนี้ฉันจะเก็บไว้เป็นความลับ แลกกับการที่เธอต้องสนับสนุนคลับแห่งนี้แบบลับๆ เช่นกัน" ข้าวฟ่างมองนามบัตรในมือด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอกลับมามีพลังอีกครั้ง... แต่เธอต้องแลกมันด้วยการก้าวเข้าสู่โลกที่มืดมิดและบิดเบี้ยวใบนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ คุณภาพพลังงานที่ได้จากเรน: [Feral Instinct & Dark Intuition 350%] พลังนี้ช่วยให้ข้าวฟ่างสามารถเข้าถึง "สัญชาตญาณดิบ" ของตัวเอง ทำให้เธอสามารถเอาตัวรอดในสถานการณ์คับขันได้อย่างไม่คาดฝัน และมีความเข้าใจใน "จิตวิทยามืด" ที่จะใช้ควบคุมคนอื่นได้อย่างเหนือชั้นกว่าเดิม .....พี่แพรวเจ้าของร้านดอกไม้ชื่อดัง Hot Love Flora วัย 32 ปี ผู้ที่ดูเรียบร้อย พูดจาอ่อนหวาน ริมฝีปากบางทาลิปสีเบจดูอ่อนละมุน แววตาที่คมกริบของเธอจับจ้องดูนีน่าที่เป็นพนักงานสาวพาร์ทไทม์ นักศึกษาภาควิชาคหกรรมที่มาขอฝึกงานช่วยจัดดอกไม้ช่วงปิดเทอม เธอคอยชำเลืองมองดูนีน่าบ่อยครั้ง จะว่าคอยตรวจตราหรือจับผิดก็ไม่น่าใช่ เพราะรอยยิ้มน้อยๆ ที่มุมปากนั้นดูมีความหมายที่น่าจะมีอะไรลึกซึ้งไปมากกว่านั้น วันนี้เป็นวันแรกที่นีน่าเริ่มมาฝึกงาน เธอมาในชุดที่พี่แพรวสั่งให้ใส่มา โดยอ้างว่าเพื่อความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย เสื้อเชิ๊ตลูกไม้ขาวบาง กับกระโปรงรัดรูปสั้นเหนือเข่า นีน่าสูงเกือบ 170 ซม. มีสัดส่วน 34-25-36 คัพ D ใครเห็นก็แทบอดใจไม่ไหวกันเกือบทุกคน ไม่เว้นแม้แต่พี่แพรวผู้เป็นเจ้าของร้าน เธอตั้งใจให้นีน่าแต่งตัวมาเพื่อความสุขทางสายตาของเธอ ที่ห้องเย็นเก็บดอกไม้หลังร้านเต็มไปด้วยกลิ่นหอมหวลของกุหลาบเอลซัลวาดอร์ และลิลลี่ฮอลแลนด์ แสงไฟสีขาวสลัวตัดกับอุณหภูมิที่เย็นฉ่ำจนผิวหนังลุกชัน วันนี้นีน่ากำลังจัดเรียงดอกไม้ที่เพิ่งมาใหม่ให้เป็นระเบียบ ความเย็นทำให้รู้สึกสะท้านขึ้นมาบ่อยๆ ขนแขนลุกเกร
ลินดานั่งไขว่ห้างอยู่หลังกระจกวันเวย์ในห้องมืด สายตาคมกริบจ้องมองไปยังแสงไฟสปอตไลท์กลางห้องแคสติ้งที่สว่างจ้า เธออยู่ในชุดสูทสีเทาเข้มดูภูมิฐานแต่แฝงความเซ็กซี่ด้วยเสื้อตัวในลูกไม้ซีทรูบางเบา ในมือถือไอแพดที่มีโปรไฟล์ของซุปตาร์ตัวเต็งทั้ง 4 คน ซึ่งแต่ละคนล้วนเป็นระดับดาวรุ่งที่กำลังเป็นกระแสที่สุดในขณะนี้ ข้าวฟ่างมอบอำนาจดาบอาญาสิทธิ์ให้เธอตัดสินใจเลือกพรีเซ็นเตอร์โครงการคอนโดมิเนียมสุดหรูริมเจ้าพระยาได้ทันที ลินดาจึงจัดฉากการแคสติ้งที่ไม่ได้วัดแค่ความสวยหล่อ แต่เธอกำลังวัดเคมีและ ความกล้าของพวกเขาภายใต้สถานการณ์กดดัน จากบทแคสติ้งเรียบง่ายบนเวทีใหญ่ นักแสดงที่โมเดลลิ่งส่งมาแคสมีเป็นร้อยชีวิต แต่ก็เหลือแค่สี่คนตัวเต็งนี้ตามที่ลินดาคาดการณ์ไว้จริงๆ บรรยากาศในห้องแคสติ้งรอบต่อไป มีผนังที่กั้นด้วยกระจกวันเวย์เอาไว้ มันกำลังจะเริ่มเปลี่ยนจากความตึงเครียดของงานเป็นการระอุด้วยแรงราคะ ลินดานั่งขยับตัวไปมาบนเก้าอี้หนัง สลับขาขึ้นไขว่ห้างไปมาหลายครั้ง ความเย็นจากแอร์ในห้องมืดไม่สามารถดับความร้อนผ่าวที่กึ่งกลางกายของเธอได้ ต้นขาที่เบียดไปมาช่วยเสียดสีถูไถให้กลีบเนื้อพอได้คลายความต้องการลงไปได
สายลมทะเลพัดเอื่อยเฉื่อยพัดโชยเอาความสดชื่นมาปะทะใบหน้าในขณะที่ ข้าวฟ่าง และ วิศรุต นั่งดื่มด่ำกับมื้ออาหารทะเลสุดพิเศษ ณ ร้านอาหารริมหาดส่วนตัวที่เงียบสงัด แสงแดดยามสายทอประกายระยิบระยับบนผืนน้ำ แต่ทว่าบรรยากาศที่ควรจะโรแมนติกกลับเริ่มร้อนระอุขึ้น เมื่อสายตาซุกซนของข้าวฟ่างเหลือบไปเห็นหญิงสาวชาวต่างชาติร่างสูงเพรียวกำลัวนอนคว่ำอาบแดดอยู่บนหาดทรายของบ้านพักตากอากาศติดกัน เธอปลดบราบิกินี่ออกจนแผ่นหลังเนียนละเอียดเปลือยเปล่าท้าแสงตะวัน "รุตคะ... ดูนั่นสิ ของสวยๆ งามๆ ทั้งนั้นเลยนะ" ข้าวฟ่างสะกิดยิ้มยั่ว แต่วิศรุตกลับส่ายหน้าเบาๆ พลางกุมมือเธอไว้ "ของดีที่สุดน่ะนั่งอยู่ตรงหน้าผมแล้วครับ ผมไม่มองคนอื่นให้เสียสายตาหรอก" ข้าวฟ่างหัวเราะในลำคอ ก่อนจะบุ้ยหน้าไปทางพุ่มไม้ข้างรั้วบ้านพักหลังนั้น วิศรุตมองตามจนเห็นเด็กหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งแอบซุ่มอยู่ มือขยับขึ้นลงอย่างเมามันใต้กางเกงขาสั้นขณะจ้องมองร่างเปลือยของฝรั่งสาว วิศรุตหลุดขำออกมากับความไร้เดียงสาที่รุ่มร้อนนั้น แต่ข้าวฟ่างยังไม่หยุด เธอชี้ชวนให้เขาดูอีกทาง หลังร้านอาหารที่มีเด็กสาวอีกคนแอบอยู่หลังลังไม้ เธอใช้มือสอดเข้าไปใต้กระโปรง
ข้าวฟ่างและลินดาใช้เวลาในช่วงบ่ายเดินเลือกซื้อของในห้างสรรพสินค้าสุดหรู บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความหรูหราและสินค้าแบรนด์เนมระดับโลก หลังจากเดินดูของอยู่พักใหญ่ ทั้งคู่ตัดสินใจแวะทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารมิชลินสตาร์ภายในห้าง ระหว่างมื้ออาหาร อุบัติเหตุเล็กน้อยเกิดขึ้นเมื่อพนักงานเสิร์ฟทำซอสราดสเต็กหกใส่กระโปรงหรูสีครีมของลินดา แม้พนักงานจะขอโทษอย่างหนักและพยายามช่วยเช็ด แต่คราบซอสสีเข้มก็เด่นชัดเกินกว่าจะปล่อยไว้ได้ ข้าวฟ่างจึงแนะนำให้ลินดาไปซื้อกระโปรงตัวใหม่ทันที ลินดาเดินเข้าไปในช็อปแบรนด์เนมแห่งหนึ่งที่เธอเล็งไว้ เธอเลือกกระโปรงทรงเอสีดำคัตติ้งเนี้ยบมาหนึ่งตัวและเดินตรงไปยังห้องลองชุดที่อยู่ด้านในสุดของร้าน ห้องลองชุดถูกตกแต่งด้วยกระจกบานใหญ่รอบด้านและไฟที่ส่องสว่างอย่างทั่วถึง ลินดารีบถอดกระโปรงตัวเก่าที่เปื้อนซอสออกและคว้ากระโปรงตัวใหม่มาเตรียมสวม แต่ด้วยความเร่งรีบ เธอลืมล็อคประตูห้องลองชุดให้สนิท ประตูจึงแง้มอยู่เล็กน้อย บรรยากาศในโซน VIP ของห้างสรรพสินค้าชั้นนำเงียบสงัด มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สแผ่วเบาที่คลอเคล้าไปกับกลิ่นหอมของเทียนหอมราคาแพง ลินดาในห้องลองชุดกว้างข
ท่ามกลางแสงไฟนีออนสลัวของย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ เม่ยหลิน... นักธุรกิจสาวอสังหาริมทรัพย์ชาวฮ่องกงในชุดสูทสุดเนี้ยบสีเทาเข้ม นั่งพิงพนักโซฟาหนังราคาแพงภายในห้องนิรภัยส่วนตัวของคาร์เทลคลับระดับลึกลับ เธอเพิ่งเซ็นสัญญามูลค่าพันล้านเสร็จสิ้น และสิ่งเดียวที่เธอต้องการตอนนี้คือการปลดปล่อยพันธนาการจากโลกธุรกิจที่แสนตึงเครียด เบื้องหน้าของเธอคือกระจกวันเวย์บานยักษ์ที่มองออกไปเห็นเวทีกลางทรงกลม ซึ่งบัดนี้กำลังมีโชว์ "Sapphic Arts" ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นที่สุดของกรุงเทพฯบนเวทีที่ถูกเนรมิตเป็นเตียงผ้าไหมสีแดงเพลิง หญิงสาวสองคนในร่างที่เปลือยเปล่าเริ่มร่ายระบำแห่งกามารมณ์ เธอจ้องมองภาพนั้นอย่างไม่วางตา หญิงสาวคนหนึ่งเริ่มใช้ปลายนิ้วกรีดกรายไปตามโคนขาหนีบของอีกฝ่าย ก่อนจะเร่งจังหวะการสอดใส่ที่เนียนแน่น เสียงการเสียดสีที่ดูรุนแรงทว่านุ่มนวลส่งผ่านลำโพงคุณภาพสูงเข้ามาในห้อง จนเม่ยหลินรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่โคนขา ภาพการก้มลงปรนเปรอด้วยเรียวลิ้นที่ช่ำชองบนเวทีนั้นช่างสมจริงจนเม่ยหลินต้องเม้มปากแน่น เธอเห็นทุกจังหวะการตวัดลิ้นที่เน้นย้ำไปยังจุดอ่อนไหว จนหญิงสาวบนเวทีแอ่นอกสะท้านร้องครางแบบไร้
ลมพัดเอื่อยเฉื่อยหอบเอาอากาศบริสุทธิ์จากแมกไม้เข้าสู่ปอดของข้าวฟ่าง เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้สนามไม้สีเขียวเข้มพลางถอดแว่นสายตาออกเพื่อพักสายตา ทว่าจังหวะที่มือกำลังจะวางลงบนที่เท้าแขน เธอกลับสะดุดตากับคราบแห้งกรังเป็นวงเล็กๆ หลายวงกระจายอยู่บนรอยแตกของเนื้อไม้ "บนเก้าอี้ในสวนสาธารณะแบบนี้เนี่ยนะ..." ข้าวฟ่างพึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัย เธอดีดนิ้วเบาๆ เพื่อเปิดโหมดการจำลองภาพย้อนอดีตผ่านเลนส์สัมผัสพิเศษ ภาพเบื้องหน้าเริ่มบิดเบี้ยวและหมุนย้อนเวลากลับไปทีละชั่วโมง ทีละวัน จนกระทั่งการจำลองภาพในอดีตค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างมนุษย์สองคน ภาพที่ข้าวฟ่างเห็นคือความคาวฉาวโฉ่ที่เกิดขึ้นแทบจะทุกคืน และบางครั้งก็เป็นช่วงพลบค่ำที่ผู้คนเริ่มบางตา บนเก้าอี้ตัวเดิมๆ ที่เธอนั่งอยู่นี้ มีคู่รักหลากหลายคู่วนเวียนมาใช้เป็นสนามรักกลางแจ้ง บางคู่เป็นพนักงานออฟฟิศที่ดูเร่งรีบ ฝ่ายหญิงอยู่ในชุดกระโปรงที่ถูกเลิกขึ้นสูงขณะที่ฝ่ายชายยืนประชิดบดเบียดร่างกายเข้าหาอย่างดุดัน แต่ที่เด็ดที่สุดคือภาพย้อนหลังไปเมื่อคืนนี้... ข้าวฟ่างเห็นร่างอวบอัดของหญิงสาววัยกลางคนคนหนึ่ง เธอนั่งแยกขาออกกว้างบนเก้าอี้
บ่ายวันพุธในห้องบรรยายรวมที่มหาวิทยาลัยชั้นนำใจกลางกรุงเทพฯ เครื่องปรับอากาศที่เย็นฉ่ำกลับไม่ได้ช่วยให้ข้าวฟ่างรู้สึกดีขึ้นเลย เธอนั่งเกร็งอยู่บนเก้าอี้เลคเชอร์ มือเรียวบีบปากกาแน่นจนปลายนิ้วซีด ตื๊ด... ตื๊ด... ตื๊ด... กำไลข้อมือใต้สายนาฬิกาแบรนด์หรูสั่นเตือนด้วยจังหวะที่น่ากลัวที่สุดเท่าท
ข้าวฟ่างไม่ได้มีแค่สมาร์ทโฟนที่คอยเตือนตารางนัดหมาย แต่ที่ข้อมือซ้ายภายใต้แขนเสื้อสูทหรูหรา เธอสวมกำไลโลหะฝังชิปพิเศษที่เชื่อมต่อกับระบบประสาทของเธอโดยตรง มันทำหน้าที่วัดระดับ 'Endorphin & Oxytocin' ในกระแสเลือด นี่เป็นสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้เธอ จากพลังพิเศษที่เธอได้ม
วันหนึ่งข้าวฟ่างให้ลินดาออกไปติดต่อธุรกิจให้ ลินดาขับรถคันหรูไปเสียกลางทาง เธอติดต่อให้คนมาจัดการเรื่องรถเสียจนเรียบร้อย จึงตั้งใจจะรีบไปจัดการธุระต่อ เธอเห็นว่าสถานที่ๆจะไปทำธระอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าที่อยู่ตรงนั้นพอดีได้ เธอจึงตัดสินใจขึ้นรถไฟฟ้า MRT ไป แล้วบนรถไฟฟ้านั้นเธอ
ห้องทำงานของท่านประธานที่เงียบสงบ ปกติมีเพียงเสียงลมแอร์เย็นๆที่ดังหวีดหวิว บัดนี้ถูกกลบด้วยเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้นของคนสองคน วิศรุตไม่ใช่เด็กหนุ่มขี้อายที่แอบมองเธออยู่ห่างๆ อีกต่อไป ในวินาทีที่เขารู้ว่านางฟ้าของเขาต้องการเขาเพื่อเพิ่มพลังพิเศษ เขาจะรีบมาหาเธอทันที และตอบสนองเธอด้วยสัญชาตญาณด







