بيت / วัยรุ่น / พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา / บทที่ 6 แทบทุกที่เป็นเรื่องเธอ

مشاركة

บทที่ 6 แทบทุกที่เป็นเรื่องเธอ

last update تاريخ النشر: 2025-03-07 06:50:58

ระหว่างทาง ร่างสูงก็ได้ยินนักเรียนยืนพูดคุยกันอยู่ไม่ไกลจากนอกอาคารด้วยความบังเอิญ แต่แล้วเนื้อความในนั้นกลับทำให้เขาหูผึ่งเสียอย่างช่วยไม่ได้

“นี่ ได้ยินข่าวลือเรื่องที่ตระกูลฟลอเรนซ์ใกล้จะล้มละลายหรือเปล่า”

“ได้ยินมาบ้างเหมือนกัน ข่าวลือดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก”

ระหว่างที่เงี่ยหูฟังไปด้วย ช่วงก้าวของขาก็สั้นลงจนเรียกว่าแทบจะหยุดนิ่ง และเมื่อรู้ตัวก็ต้องรีบส่ายศีรษะขึ้นอย่างทันควัน

มันก็ไม่ใช่เรื่องของเขาสักหน่อย เหตุใดต้องสนใจ!

แต่ในขณะที่กำลังเดินผ่านโซนตู้ล็อคเกอร์ อยู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่กำลังมุ่งตรงเข้ามาหาเขาจากทางด้านหลัง

ด้วยสัญชาตญาณ ใบหน้าหล่อจึงรีบหันกลับไปมองด้วยสายตาคมกริบ ก่อนจะพบกับหญิงสาวที่กำลังวิ่งเข้ามาอย่างเอาเป็นเอาตาย เธอทำราวกับว่าหากช้าไปกว่านี้อีกเพียงนิดเดียว เขาจะหายไปตลอดกาลอย่างนั้นแหละ

“เจย์เนส!” เธอหยุดยืนหอบอยู่ตรงหน้าเขา เหมือนวิ่งมาไกลพอสมควรเชียวล่ะ มิหนำซ้ำ ดวงตากลมโตของเธอยังฉายแววหลากหลายอารมณ์อีกต่างหาก

ทั้งดูกังวลใจ รู้สึกผิดจนอยากจะเอ่ยปากขอโทษ หรือแม้แต่ความประหม่า

ขณะเดียวกันนั้นมือเรียวก็หยิบกล่องเข็มกลัดออกมาถือไว้ในมืออย่างระมัดระวัง

“เอ่อ... นี่...ฉันเอามาคืนน่ะ” เธอพูดเสียงเบา แต่แววตาของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึก “เมื่อเช้าฉันยืนตั้งนาน แต่ว่าฉันคงมาช้าไปก็เลยคิดว่านายอาจจะเข้าห้องเรียนไปแล้ว”

เจย์เนสมองเข็มกลัดในอุ้งมือเรียวเล็กนั้นอย่างเงียบงัน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธออีกครั้ง

“ขะ...ขอโทษนะ ต่อไปฉันจะไม่ทำแบบนั้นอีก” อาเรียพูดเสียงสั่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเสียใจ “แล้วก็...ขอบคุณที่ช่วยฉันเมื่อคืนด้วย”

เขาไม่ได้ตอบอะไรทันที แต่สายตาคมกลับจับจ้องเธอไว้อย่างไม่ตั้งใจ ในขณะที่ดวงหน้าสวยก็รีบก้มหน้าก้มตาลงงุดมองปลายเท้าราวกับกลัวว่าจะต้องเจอสายตาตำหนิจากเขา

เจย์เนสยืนมองเธอที่ทำท่าทีรุกลี้รุกลนก่อนจะแอบกระตุกมุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างได้ใจ แต่ก็ทำได้เพียงไม่นานต้องรีบหุบยิ้มลงเสียก่อน

เพราะหลังจากก้มหน้าก้มตาอยู่ในความเงียบมาสักพัก อาเรียก็ตัดสินใจค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นด้วยท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ พร้อมตาแป๋ว เธอทำท่าทีราวกับเป็นแมวน้อยที่ตั้งใจจะถามเจ้าของว่า ‘ยังโกรธอยู่ไหม’ อย่างไรอย่างนั้น

เจย์เนสเห็นแบบนั้นก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะตัดสินใจพูดออกไปในที่สุด

“ไม่ต้องขอโทษหรอก” ว่าพลางยื่นมือออกไปรับเข็มกลัดคืนมา “แค่จำไว้ว่าอย่าทำอะไรโง่ ๆ แบบนั้นอีกก็พอ” น้ำเสียงยังคงรักษาระดับความเย็นชาได้โดยไม่ขาดตบกพร่อง

ได้ยินแบบนั้นหญิงสาวก็รีบพยักหน้าตอบรับ “อื้ม ไม่ต้องห่วง ฉํนจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วล่ะ”

ได้ยินแบบนั้น ใบหน้าหล่อจากที่เข้มขรึมก็เปลี่ยนเป็นผ่อนคลายลงอย่างพออกพอใจ มือหนายกขึ้นกระชับสายกระเป๋าเป้ก่อนจะหมุนตัวหันหลังแล้วเดินจากไป

แต่ในระหว่างทาง...

ขณะที่ดวงตาสีแดงของเขาจับจ้องมองตรงทางข้างหน้า แต่แล้ว...ประสาทสัมผัสอันว่องไวของแวมไพร์ก็ทำให้เขารู้ว่ามีคนเดินตามอยู่ด้านหลัง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ใกล้หรือไกลเกินไป นอกจากนี้กลิ่นของเธอยังชัดเจนมากอีกด้วย เสียงฝีเท้าแผ่วเบาในระยะไกล ราวกับตั้งใจให้เงียบที่สุด แต่สำหรับเจย์เนสแล้ว มันชัดเจนเสียจนไม่อาจทำใจให้นิ่งเฉยไดเลย

‘เหอะ ยัยแมวขโมยอีกแล้วสินะ…’

ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจำกลิ่นเอกลักษณ์ของเธอได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ อาจจะเป็นเมื่อสักครู่นี้ก็ได้ แต่เอาเป็นว่าหลังจากนี้ก็คงไม่ลืมแล้วล่ะ

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้หันกลับไปมอง แต่ก็รู้ทุกช่วงการเคลื่อนไหวของเธอ ด้วยการแอบสังเกตผ่านเงาสะท้อนจากกระจกหน้าต่างไปตามทางเดินของโถงปราสาท

จึงได้เห็นว่าเธอกำลังก้มหน้าก้มตาเดินตามรอยเท้าของเขาเหมือนเด็กน้อยกำลังเล่นเกมอย่างสนุกสนาน

ทุกท่วงท่าการเคลื่อนไหวของเธอถูกจับจ้องอยู่ตลอด ไม่รู้ว่าเธอจะทันสังเกตหรือเปล่า ว่าเขาแอบก้าวให้ช้าลงอีกนิด เพื่อให้เธอได้สังเกตและย่ำรอยเท้าของเขาได้อย่างไม่มีขาดช่วง

ว่าแต่...ทำไมต้องทำแบบนั้นด้วยล่ะ

เมื่อคนตัวสูงที่เดินนำอยู่ข้างหน้าทราบถึงพฤติกรรมของตัวเองก็ได้แต่ส่ายศีรษะไปมาอย่างนึกสับสน และเมื่อมาถึงทางแยกใกล้ทางขึ้นหอพัก เขาก็เดินเลี้ยวเข้าไปโดยไม่หันกลับมามองเธออีก

เฮ้อ หวังว่าจะไม่ต้องข้องเกี่ยวกันอีกนะ ฟลอเรนซ์...

อาเรียที่เห็นว่าเขาเดินเข้าเขตแดนหอพักชายไปเป็นที่เรียบร้อย ขาเรียวก็หยุดก้าวลงแทบจะเรียกได้ว่าทันที แล้วเพียงแค่ยืนมองตามแผ่นหลังของเขาที่ค่อย ๆ เรลือนหายไปจนสุดสายตา

ไม่มีอะไรหรอก เธอเพียงแค่ต้องการจะเดินมาส่งเพื่อเป็นการขอบคุณก็เท่านั้นเอง แต่อีกฝ่ายดูเข้าหายาก เธอจึงเลือกใช้วิธีเดินตามมาอย่างห่าง ๆ แต่เดินไปเดินมากลับกลายเป็นเล่นไปเสียลืมตัว

‘โชคดีที่เขาไม่เห็นนะเนี่ยอาเรีย ไม่อย่างนั้นคงน่าอายแย่’ ยืนอยู่สักพักเธอก็หันหลังกลับแล้วเดินเข้าไปทางเขตแดนหอพักหญิงเช่นกัน

กลับมาถึงหอพักชาย มือหนาก็คว้าสายสะพายกระเป๋าแล้วเหวี่ยงมันลงบนโต๊ะอ่านหนังสือ ก่อนจะเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลองเพื่อลงไปนั่งพูดคุยกับพวกเพื่อน ๆ ของตัวเอง

แต่ขณะที่กำลังทำอะไรไปเรื่อยเปื่อย อยู่ ๆ สมองก็ฉายภายของอาเรียที่เดินตามหลังเขาเมื่อสักครู่ขึ้นมาให้หวนนึกถึง

‘ยัยลูกแมวจอมขโมย...’

คำว่าลูกแมวนี้เขาใช้แค่กับเรย์เน่น้องสาวฝาแฝดเพียงเท่านั้น ด้วยเหตุที่ว่าเธอเองก็ชอบทำตัว แมว ๆ เหมือนแม่ของพวกเขา แต่ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะมีแมวเพิ่มอีกตัวเข้าแล้วสิ

แล้วก็เป็นอีกครั้งที่เขาจะต้องพยายามสลัดความคิดเรือ่งแม่สาวฟลอเรนซ์ หลังจากนั้นก็เดินออกจากห้องนอเพื่อลงไปรวมกลุ่มกับพวกเพื่อน ๆ

โซฟาตัวใหญ่กลางห้องนั่งเล่นรวมเป็นที่ประจำสำหรับกลุ่มเพื่อนสนิทของเจย์เนส ซึ่งพวกเขานั้น เรียกได้ว่าก็เป็นที่หมายปองของพวกสาว ๆ ในโรงเรียนอย่างไม่น้อยหน้ากันเลย

และจุดร่วมอย่างหนึ่งที่พวกเขามีเหมือน ๆ กันอีกอย่างก็คือ ทุกคนล้วนเป็นลูกหลานจากตระกูลแวมไพร์เก่าแก่...

เอเดรียน คาร์เตอร์ ชายหนุ่มผู้มีบุคลิกสดใส เขาเรียกได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ช่างจ้อกว่าทุกคนในกลุ่ม ส่วนใหญ่จะเป็นเขาเนี่ยแหละ ที่ชอบเปิดประเด็นสนทนาของกหลุ่มแทบทุกครั้ง

และครั้งนี้ก็เช่นกัน ระหว่างที่โยนขนมใส่ปาก ประเด็นร้อนมาแรงในช่วงนี้ก็ผุดขึ้นมา “เฮ้ พวกนายได้ยินเรื่องตระกูลฟลอเรนซ์กันหรือเปล่า”

คำพูดนั้นทำเอาเซบาสเตียน เกรย์ ถึงกับละความสนใจออกจากการเพ่งสมาธิบังคับสิ่งของให้ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ “ตระกูลฟลอเรนซ์ที่ลือกันว่าบุตรสาวของท่านมาร์ลอนช่างงดงามนัก”

เขาเป็นหนุ่มมาดเนี้ยบผู้มีใบหน้าหล่อเหลาที่จงใจหลบซ่อนมันอยู่ภายใต้แว่นตา แต่ดูเหมือนว่าพวกสาว ๆ ก็สายตาดีจนมองเห็นความหล่อเหลาที่พุ่งทะลุแว่นนั้นออกมาเสียจงได้

“เหมือนจะอยู่โรงเรียนเดียวกับพวกเราด้วยหนิ”

“ใช่ งดงามมาก แต่ดูเหมือนข่าวลือว่าตระกูลนี้ใกล้จะล้มละลายแล้ว” เอเดรียนตอบกลับ

“เอ๊ะ ตระกูลฟลอเรนซ์เป็นตระกูลเก่าแก่ ไม่มีทางจะล้มละลายง่าย ๆ หรอก หรือหากมีพลาดท่าให้คู่ค้าก็ไม่แน่...” ลูคัส สเตอร์ลิง สมาชิกอีกคนในกลุ่มก็เปิดปากเสวนาขึ้นมาบ้างหลังจากเงียบอยู่นาน

“เพราะแบบนี้ไง ข่าวลือจึงบอกว่าท่านมาร์ลอนวางแผนจะให้บุตรสาวแต่งเข้าตระกูลสูงศักดิ์เพื่อจุนเจือตระกูลของตัวเอง”

คำพูดนั้นทำให้สมาชิกในกลุ่มเริ่มให้ความสนใจและมาเข้าร่วมวงสนทนา เซบาสเตียนทำหน้าฉงนก่อนจะเอ่ยถามสิ่งที่คาใจ “แต่งกับใครล่ะ”

เอเดรียนยักไหล่ “ไม่รู้สิ คงเป็นใครสักคนที่ชอบพอลูกสาวท่านมาร์ลอนนั่นแหละ หรือไม่แน่ก็อาจจับคลุมถุงชนไปเลย”

“สมัยนี้แล้ว ยังมีใครกล้าทำแบบนั้นอยู่อีกหรือไง”

“แต่ถ้าเป็นฉันก็คงไม่ปฏิเสธนะ ถ้าคลุมถุงชนแล้วจะได้อยู่กับสาวสวยแบบนี้ไปตลอดชีวิตน่ะ”

“น่าสงสารนะ ฉันว่าเธอดูใสซื่อมาก คงไม่ทันเกมพ่อตัวเองหรอก”

“ก็ใช่ แต่อย่างน้อยการลือแบบปากต่อปากจากพวกเราก็คงทำให้เธอไหวตัวทันบ้างแหละนะ” เอเดรียนเสริม “แต่ถ้าได้แต่งกับเธอก็ไม่แย่นะว่าไหมล่ะ สวยจะตายไป”

ลูคัสที่ได้ยินแบบนั้นก็หรี่ตามองสหายของตนอย่างเหนื่อยหน่ายใจ “เห็นสาวสวยก็เป็นต้องพูดแบบนี้ทุกทีเลยสิ”

“ทำไมล่ะ อยากให้ฉันพูดแบบนั้นกับนายด้วยหรือไง”

“พอเลย ขยะแขยง”

ทุกคนได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะขึ้น ระหว่างที่นั่งฟังพวกเพื่อน ๆ เสวนากัน เจย์เนสที่ไม่ได้มีนิสัยช่างจ้ออยู่แล้วก็ได้แต่นั่งปิดปากทำตัวเงียบเป็นผู้ฟังอย่างเดียว ทุกคนจึงคิดว่าเขาไม่ได้ให้ความสนใจบทสนทนานี้

หารู้ไม่ว่าสิ่งที่คิดภายในใจนั้นสวนทางกับการกระทำอย่างยิ่งยวด

‘เฮ้อ ฟลอเรนซ์อีกแล้ว...’ เจย์เนสที่กำลังนั่งพิงพนักโซฟาด้วยท่าที่สบายก็ลอบถอนหายใจออกมา เขาพยายามจะไม่คิดเรื่องเธออยู่แท้ ๆ แต่รอบตัวก็ยังส่งเรื่องของยัยนี่เข้ามาวนเวียนอยู่นั่นแหละ

ว่าแต่...แต่งงานแบบคลุมถุงชนอย่างนั้นเหรอ คนเป็นพ่อจะทำแบบนั้นกับลูกสาวได้ลงคอเชียวหรือไง แต่ดูแนวโน้มแล้ว คนอย่างยัยแมวขโมยคงไม่กล้าปฏิเสธพ่อของเธออย่างแน่นอน ก็ใสซื่อออกเสียขนาดนั้นน่ะ แล้วแบบนี้จะทำอย่างไรดีล่ะเนี่ยนยัยแมวขโมยเอ๊ย

เขานั่งคิดเรื่องอขงเธอเสียนิ่งเฉยจนเหมือนสติกำลังหลุดลอย เซบาสเตียนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เห็นแบบนั้นก็ยกมือขึ้นดีดนิ้วเรียกสติเข้าให้

“เหม่ออะไรองค์ชาย”

“เปล่าสักหน่อย แค่ใช้ความคิด”

“อย่างนั้นเหรอ แล้วนายคิดยังไงเรื่องแม่สาวฟลอเรนซ์นี่ล่ะ”

“ไม่คิด...” ว่าจบก็ยกขาขึ้นนั่งไขว่ห้าง ทำหน้าเรียบเฉยตามเคย

“ไม่รู้สึกเห็นอกเห็นใจเธอสักหน่อยเหรอ นายนี่สมกับเป็นเจ้าชายน้ำแข็งซะเหลือเกิน”

เจย์เนสได้ยินแบบนั้นก็ยักไหล่ขึ้นอย่างไม่ยี่หระต่อสิ่งที่สหายของเขาเอ่ย สำหรับเขาแล้ว การแสดงออกว่าไม่ยุ่งเรื่องของคนอื่นเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตเป็นไปอย่างเรียบง่าย

และนั่นก็เป็นความพึงพอใจส่วนตัวของเขา

“เอาเถอะ เดี๋ยวเอาไว้มีสาวสักคนก็คงจะหายแหละ อาการแบบนี้” เอเดรียนพูดพึมพำ แต่ทุกคนต่างก็ได้ยินกันถ้วนหน้า จึงพากันหลุดหัวเราะพรืดออกมา

นั่งไปสักพัก เจย์เนสก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทำท่าเหมือนจะเดินออกไปนอกหอพักชาย

“จะไปไหนน่ะองค์ชาย”

“หิว” ช่างเป็นการโต้ตอบที่ประหยัดเสียงพูดได้ดีเสียเหลือเกิน!]

เอเดรียนได้ยินแบบนั้นก็ลุกพรวดขึ้นตามพร้อมเสนอความคิดหนึ่งขึ้นมา “เฮ้ ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปหาอะไรกินที่เขตสังสรรค์นอกโรงเรียนดีกว่า ฉันอยากไปลองร้านที่เปิดใหม่ตรงข้างโรงน้ำชานั่น!”

“เอาสิ” เซบาสเตียนตอบทันทีพร้อมหยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมาสะพายไว้ ส่วนลูคัสก็พยักหน้าน้อย ๆ เป็นการตอบรับ

เจย์เนสได้ยินแบบนั้นก็ลอบถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย อุตส่าห์อยากหลบเลี่ยงไปใช้ความคิดของตัวเองเพียงลำพังแท้ ๆ แต่ก็ยังไม่วายมีพวกชอบยุ่งตามมาด้วย แต่การปฏิเสธและไปอยู่ตัวคนเดียวมันจะยิ่งดูมีพิรุธเข้าไปใหญ่ ก็ในเมื่ออ้างว่าหิวไปแล้ว เขาจึงยอมไปกับพวกเขาแต่โดยดี

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา   ตอนพิเศษ 2

    ชีวิตหลังแต่งงานของเจย์เนสเริ่มเต็มไปด้วยความบันเทิง แต่เหนือสิ่งอื่นใด สองแฝดดูจะเป็นเรื่องที่รับมือได้ยากที่สุด(รองจากแม่ของพวกเขา)กลางดึก สองหนุ่มน้อย เรเวียน ไวน์อัส ก็แอบย่องออกจากห้องนอนลงมา ก่อนจะเริ่มหากิจกรรมเล่นกัน นับว่าดีมากที่พวกเขาได้นอนอแยกห้องกับท่านพ่อท่านแม่ จึงสะดวกแก่การย่องออกมาที่สุดอันที่จริงของพวกนี้ก็เป็นเรื่องปกตินี่นา พวกเขาเป็นแวมไพร์ก็ต้องใช้ชีวิตตอนกลางคืนมากกว่าตอนกลางวันสิถึงจะถูก!“ดูนี่สิไวน์อัส!” เรเวียนพุ่งขึ้นไปอยู่บนตู้เก็บหนังสือในห้องสมุด ก่อนจะกระโดดข้ามชั้นไปมาอย่างช่ำชอง“รอฉันด้วยสิ!” ไวน์อัสเห็นแฝดตัวเองทำแบบนั้นได้ก็ไม่อยากน้อยหน้า รีบกระโดดตามข้นไปก่อนจะวิ่งโลดโผนกันอยู่บนนั้นเสียงตึงตังข้างล่างทำเอาแวมไพร์หนุ่มอย่างเจย์เนสที่กำลังนอนอยู่ข้างอาเรียเริ่มขมวดคิ้ว ‘โจรขึ้นบ้านหรือไงนะ’นั่นเป็นความคิดแรกที่ผุดขึ้นมา ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าที่นี่เป็นบ้านแวมไพร์นะ จะมีโจรหน้าไหนกล้าบุกเข้ามากัน!แต่ด้วยความสงสัย เจย์เนสจึงยอมลุกออกจากเตียงแล้วลงไปสังเกตการณ์ดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า และเมื่อไปถึงข้างล่างปึง! ปัง! ตึง! ตัง!เสียงปึงปังเหมือนม

  • พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา   ตอนพิเศษ 1

    อาเรียเริ่มปรับตัวกับร่างกายใหม่ในฐานะแวมไพร์ได้แล้ว แต่ก็ยังมีอีกหนึ่งบทบาทที่เธอยังต้องเรียนรู้ไม่แพ้กันนั่นก็คือ “การเป็นแม่” ของลูกชายฝาแฝดที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่นาน แเต่อย่างที่บอกว่าลูกแวมไพร์โตเร็วมาก นอกจากนี้ยังแข็งแรงเกินกว่าที่ทุกคนคาดเอาไว้ด้วยแม้ว่าจะคลอดก่อนกำหนด แต่พละกำลังของพวกเขากลับไม่ต่างจากเด็กแวมไพร์ทั่วไปเลย บอกตามตรงว่าตอนแรกเธอเป็นกังวลมาก ว่าการเลี้ยงลูกแวมไพร์จะเหมือนกับการเลี้ยงเด็กทั่วไปหรือเปล่าแต่โชคยังดีที่ ลินิน แม่สามีของเธอคอยช่วยให้คำปรึกษาอยู่ตลอด“เลี้ยงลูกแวมไพร์ก็เหมือนเลี้ยงลูกมนุษย์นั่นแหละอาเรีย แต่ก็ยังมีเรื่องที่ต้องดูแลเป็นพิเศษด้วย” ลินินเอ่ยพลางอุ้มหลานชายคนหนึ่งไว้ในอ้อมแขน“ค่ะแม่...” อาเรียพยักหน้า ขณะที่มองดูลูกอีกคนนอนหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมแขน“เด็กแวมไพร์จะมีสัญชาตญาณนักล่าตั้งแต่ยังเล็ก เพราะฉะนั้นต้องคอยควบคุมพวกเขาให้ดี ไม่อย่างนั้นบ้านจะเละเอาได้”ระหว่างที่กำลังให้คำปรึกษา ลินินก็เล่าถึงลูกแวมไพร์ทั้งสี่ของเธอให้ฟัง“เจ้าสี่คนนี้เนี่ยนะ ตอนนั้นทำคฤหาสน์แทบจะถล่ม” ซึ่งสี่คนที่ลินินกำลังพูดถึง ก็รวมพ่อของทั้งสองแฝดนี้ด้วยนั่น

  • พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา   บทที่ 64 ปาฏิหาริย์

    สามวันผ่านไป ร่างบางของอาเรียยังนอนแน่นิ่งอยู่ในโรงแก้วเย็นที่ช่วยรักษาสภาพร่างกายของเธอเอาไว้ เจย์เนสคอยนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง แต่ในใจก็เริ่มหวั่น ด้วยเพราะไม่รู้ว่าจะยังพอมีหวังกับปาฏิหาริย์ได้อยู่หรือเปล่า“เจ้าต้องพักผ่อนบ้าง” เจย์เดนเดินเข้ามาบอกลูกชาย“อาเรียไม่ฟื้น ผมเสียเธอไปตลอดกาลแล้วใช่ไหม” น้ำเสียงเว้าวอน เหมือนอยากจะยอมแพ้แต่ก็ยังไม่อยากปล่อยวาง ถ้าหากว่าเขายอมแพ้ตอนนี้อาเรียรู้เข้าคงเสียใจแน่“ข้าตอบเจ้าไม่ได้หรอก แต่เจ้าต้องพักบ้าง ถ้าอาเรียตื่นขึ้นมาเห็นสภาพเจ้าตอนนี้ นางคงปวดใจหนักแน่”เจย์เนสหันมองภาพตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกเงาบานใหญ่กลางห้อง ก็จริงอย่างที่ท่านพ่อว่า เขาควรจะไปแต่งตัวหล่อ ๆ รอต้อนรับเธอกลับมาสิร่างสูงพยักหน้า ก่อนจะยอมเดินออกจากห้องโถงที่ตั้งวางโลงแก้วเย็นอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่เพียงลับตาจากห้องโถง ร่างบางในโลงแก้วก้เริ่มมีปฏิกิริยา ร่างกายเริ่มฟูฟ่อง บาดแผลฉกรรจ์ที่ได้รับตอนผ่าคลอดเริ่มสมาน เชิงกรานที่เคยแตกหักเชิ่มต่อกันอีกครั้ง เส้นผมที่เคยแห้งกร้านจากการที่เลือดไม่ไปหล่อเลี้ยงเริ่มกลับมาเงาสลวยอีกครั้ง ไม่เพียงเท่านั้น ผิวพรรณยังเริ่มเปล่งประ

  • พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา   บทที่ 63 เรื่องไม่คาดฝัน

    หลังจากนั้น เจย์เนสก็แทบไม่ปล่อยให้เธอคลาดสายตาไปแม้แต่วินาทีเดียว เขาคอยดูแลเธอทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องอาหาร การพักผ่อน แม้กระทั่งการเดินเพียงไม่กี่ก้าว เขาก็ต้องคอยประคอง ทำอย่างกับว่าอาเรียเหมือนแก้วที่เปราะบางมากแต่ถึงอย่างนั้น ความกังวลก็ยังไม่ลดลง เมื่อเห็นว่าภรรยายังซูบผอมอยู่ตลอดทั้งที่ทานเยอะกว่าแต่ก่อนหลายเท่าตัว“ลองให้นางดื่มเลือดดูดีไหม” เจย์เดนเสนอความเห็น เมื่อเห็นว่าอาเรียทานไปเยอะเท่าไหร่ก็ยังไม่มีน้ำมีนวลขึ้นมาเลย แถบยังซุบจนเกือบจะเหลือแต่กระดูกแล้ว“ลองดูก็ไม่เสียหายครับ” เจย์เนสสั่งให้คนไปเตรียมเลือดมนุษย์มา ก่อนจะบรรจุลงในแก้วน้ำเพื่อให้เธอลองดื่มตอนแรกทุกคนต่างกังวลว่าเธอจะสะอืดสะเอียนแล้วดื่มไม่ได้ แต่กลับกลายเป็นว่าดื่มเก่งกว่าแวมไพร์เสียอีก โดยเฉพาะช่วงที่กระหาย บอกตามตรงว่าบางครั้งอาเรียก็นึกกลัวตัวเองเหมือนกันแล้วมันก็ได้ผล หลังจากที่เธอดื่มเลือดมนุษย์ควบคู่กับการทานเนื้อเสต็กติดต่อกันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ หน้าตาก็เริ่มสดใสขึ้น เจย์เนสเห็นแบบนั้นก็แทบจะรีบไปสรรหาเลือดจากทุกแหล่งมาถวายให้เธอเลยทีเดียวไม่เพียงเท่านั้น ทุกสิ่งอย่างที่อาเรียร้องบอกว่าอยากทาน ไ

  • พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา   บทที่ 62 อาการป่วย

    ไม่นานหมอประจำตระกูลก็ถูกเรียกตัวมา หลังจากตรวจร่างกายด้วยเครื่องมือทันสมัยแล้ว เขาก็บอกเล่าอาการของท่านหญิงคนใหม่แห่งตระกูลแบรดฟอร์ดด้วยน้ำเสียงหนักใจ“ท่านหญิงตั้งครรภ์ขอรับ”อาเรียเบิกตากว้างก่อนจะรีบหันไปมองเจย์เนส ที่เป็นแบบนี้ไม่ใช่ว่าเพราะเหนื่อยล้าจากการเดินทาง แต่เป็นเพราะ…ลูก เธอกำลังจะมีลูก...มือเรียวลูบไล้หน้าท้องตัวเอง ใจหนึ่งก็ตกใจจนแทบคลั่ง แต่ลึก ๆ ก็รู้สึกมีความสุขจนเหลือล้นแต่ฝ่ายที่นิ่งเงียบไปราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่างก็คือสามีของเธอ ดวงตาสีแดงเข้มของเขาสั่นไหว ก่อนจะหันรีบถามหมอทันที“แต่เธอเป็นมนุษย์ แล้วแบบนี้เด็กก็เป็น…” เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง รู้ดีว่าไม่ต้องพูดให้จบประโยค ทุกคนในห้องก็เข้าใจดีว่าทารกในครรภ์ของอาเรียเป็นอะไรท่านหมอพยักหน้ายืนยันคำตอบ “ใช่ขอรับ เป็นลูกครึ่งแวมไพร์”“มันเกิดขึ้นได้เหรอครับ ไม่ใช่ว่าต้องเป็นแวมไพร์ด้วยกันเหรอ” น้ำเสียงของเจย์เนสดูร้อนรนมาก แต่ไหนแต่ไรมาเขาไม่เคยได้ยินเรื่องที่มนุษย์ตั้งท้องกับแวมไพร์เลย เพราะส่วนใหญ่แล้วไข่ที่ปฏิสนธินั้นไม่ได้แข็งแรงพอจะหล่อเลี้ยงลูกแวมไพร์ได้“จริง ๆ แล้วมันเกิดขึ้นได้ แต่ปกติแล้วโอกาสน้อยมาก ท่

  • พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา   บทที่ 61 ไม่อยากทำให้เสียบรรยากาศ

    แดดยามเช้าส่องผ่านม่านสีขาวพร้อมเสียงคลื่นที่ กระทบฝั่งเบา ๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอสัมผัสเย็นไล้ผ่านแผ่นหลังบางอย่างแผ่วเบา ก่อนจะตามมาด้วยเสียงทุ้มของเจย์เนสที่ทำให้อาเรียลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย“เธอเจ็บหรือเปล่า”ได้ยินคำถามนั้นหัวใจของอาเรียก็เต้นวูบ ทำไมอยู่ดี ๆ เจย์เนสถึงถามแบบนั้นล่ะ หรือว่า...เขาเปลี่ยนเธอแล้วอย่างนั้นเหรอแต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้สำรวจตัวเอง มือหนาของเขาก็ยื่นออกมาสัมผัสผิวบริเวณต้นแขน ข้อมือ และต้นขาบางส่วนของเธอ นั่นทำให้อาเรียเห็นรอยจ้ำสีจางที่ประปรายอยู่บนนั้นดวงตาคู่สวยปรายมองเจย์เนสที่กำลังใช้นิ้วเกลี่ยรอยเหล่านั้นบนผิวของเธออย่างแผ่วเบา ดวงตาสีแดงเข้มของเขาฉายแววเจือความกังวล"เมื่อคืนฉันเผลอแรงไปหรือเปล่า"แบบี้นี่เอง เขาไม่ได้เปลี่ยนเธอเป็นแวมไพร์แต่อย่างใด แต่กำลังหมายถึงร่องรอยที่เขาเผลอทำเอาไว้เมื่อคืนบนตัวเธอต่างหากอาเรียแอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ รุ้สึกผิดหวังยังไงก็ไม่รู้ ถึงแม้ว่าเขาจะบอกแล้วว่ามันจะทำให้เธอทรมานมากหากไม่ใช้พิษที่สกัดบริสุทธิ์ แต่เธอก็ยังอยากเปลี่ยนเลยอยู่ดี เพราะอย่างน้อยก็จะได้ก้าวเข้าสู่โลกของเขา...เธอพร้อมแล้ว เตรียมใจมาตลอด

  • พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา   บทที่ 4 ความช่วยเหลือ

    “เป็นอะไรไปน่ะแบรดฟอร์ด ทำไมนอนคุดคู้แบบนั้น”เมื่อได้ยินเสียงอาจารย์ใกล้มาก แขนเรียวเล็กก็คว้ากอดร่างของคนตัวสูงเข้าเต็มปังเหมือนคอยลุ้นตามว่าจะโดนจับได้หรือเปล่า ทำเอาเจย์เนสชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็ยังพยายามดึงน้ำเสียงให้มั่นคงแล้วตอบกลับอาจารย์ไป“ปวดท้องครับ แต่...เดี๋ยวก็หายแล้ว”“งั้นเหรอ อืม ด

  • พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา   บทที่ 3 ยัยแมวขโมย

    “นะ...นายเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่” สองนิ้วเรียวพันวนกันไปมาแสดงความประหม่าอย่างชัดเจน“นี่ห้องฉัน...” เขากดเสียงต่ำพลางเดินเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ “แล้วอีกอย่าง ฉันอยู่ในนี้มาตลอด”ว่าจบก็มาหยุดยืนประชันหน้ากับเธอเข้าพอดี เขาจ้องมองหญิงสาวที่กำลังกก้มหน้างุดมองปลายเท้าอยู่เพียงครู่หนึ่ง“บางที นายค

  • พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา   บทที่ 2 เกมท้าทายความกล้าหาญ

    หลังจากวันหยุดสุดสัปดาห์ผ่านไป เจย์เนสและเรย์เน่ก็กลับเข้ารั้วโรงเรียนอีกครั้ง สองพี่น้องใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนอย่างสงบสุข แต่ทว่าความสงบสุขนี้ดูเหมือนจะไกลเกินเอื้อมสำหรับหญิงสาวอย่าง อาเรียน่า ฟลอเรนซ์เพราะหลังจากเหตุการณ์ในห้องสมุด โซเฟียก็เพ่งเล้งเธออยู่แทบตลอดเวลา และเจ้าหล่อนก็ดูเหมือนจะไม่ป

  • พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา   บทที่ 1 อาเรียน่า ฟลอเรนซ์

    ชีวิตในโรงเรียนสำหรับพวกนักเรียนแวมไพร์เป็นเรื่องที่ไม่ได้ยากลำบากนัก แต่กลับเป็นที่น่ากดดันสำหรับพวกนักเรียนมนุษย์ ด้วยความที่โรงเรียนนี้เต็มไปด้วยเหล่าลูกหลานชนชั้นสูงของตระกูลแวมไพร์จากทั่วทุกมุมโลก มันจึงเกิดเป็นชนชั้นทางสังคมภายในโรงเรียนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดสำหรับเจย์เนสกับเรย์เน่แล้วเรื่องน

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status