로그인เขารักคนพี่แต่ทำไมเขาต้องแต่งกับคนน้อง.. ไอ้สัญญาระหว่างพ่อกับเพื่อนพ่อถ้าเขาไม่ทำมันก็ถือเป็นการเนรคุณ ดังนั้นการแต่งงานที่ไม่เต็มใจจึงเกิดขึ้นแต่ไม่เป็นไรเขาจะทำให้เธอทนไม่ได้และหายไปเอง “ทำไมคุณพ่อทำกับหนูแบบนี้คะ? เงินนั่นคุณแม่เก็บเอาไว้ให้หนู.. มันไม่ใช่น้อยๆ เลยนะคะ.. แล้วไหนจะเงินเดือนที่หนูส่งมาให้อีก.. คุณพ่อใจร้ายกับหนูมากเลยนะคะ.. หนูไม่คิดเลยว่าทุกคนจะเอาเปรียบหนูได้ถึงขนาดนี้.. พี่มายด์ลูกสาวสุดที่รักของคุณพ่อก็อีกคน.. โตขนาดนี้แล้วทำไมไม่หัดทำงานทำการบ้างคะ จะต้องรอให้แก่ตายก่อนรึยังไงถึงจะคิดได้… หนูรู้ค่ะว่าคุณพ่อรักพี่มายด์มาตลอดแต่หนูเลือกที่จะปิดตาข้างนึงและปลอบใจตัวเองว่าหนูคิดมากไป หนูอาจจะอิจฉาพี่มายด์.. แต่นับวันเมื่อหนูโตขึ้นมันเริ่มไม่เป็นแบบนั้น คุณพ่อไม่แม้แต่จะโทรมาหาหนูและถามว่าหนูสบายดีไหม.. หนูเหมือนอยู่ตัวคนเดียว.. ถ้าวันนั้นหนูเลือกไปกับคุณตาคุณยาย..”
더 보기ทิวเขาเขียวขจีทอดตัวสลับซับซ้อนสุดลูกหูลูกตา มวลอากาศยามเย็นอบอวลด้วยกลิ่นอายโอโซนบริสุทธิ์ ชวนให้สูดหายใจเข้าลึกจนชุ่มปอด สองข้างทางขนาบไปด้วยดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ที่กำลังอวดสีสันสดใสล้อแสงตะวันรอน
หญิงสาวตัดสินใจขับรถฝ่าความห่างไกลมาที่นี่ เพียงเพราะคำขอร้องจากมารดาที่ขอร้องให้เธอมาช่วยงาน หลังจากที่เธอเพิ่งเรียนจบกลับมาจากเมืองนอกได้ไม่นาน นัยน์ตากลมโตคู่สวยฉายแววกังวล พลางนึกคาดโทษระบบจีพีเอสเฮงซวยที่พาเธอหลงทางอ้อมป่าอ้อมเขาอยู่เกือบทั้งวัน จนสภาพของเธอตอนนี้ไม่ได้พร้อมลุยเอาเสียเลย มินิเดรสสายเดี่ยวสีแดงสดตัวสั้นที่จงใจใส่มาเพื่อจะเช็คอินคาเฟ่เก๋ ๆ ในตัวเมือง กลายเป็นสิ่งแปลกปลอมท่ามกลางป่าเขาไปโดยปริยาย
เท้าเรียวชะลอความเร็วรถลงเมื่อสายตาสะดุดเข้ากับรั้วไม้ที่ทอดยาวเลียบแนวถนน เบื้องหน้าคือซุ้มป้ายไม้แกะสลักอย่างประณีต ถูกโอบล้อมด้วยไม้ดอกเมืองหนาวที่กำลังออกดอกสะพรั่ง สายตาของเธออ่านอักษรที่สลักไว้ได้ว่า ไร่ภูตะวัน ดวงตากลมโตประกายวับพลางคิดในใจว่าเธอมาถูกทางแล้ว
ในขณะที่รถของเธอเคลื่อนมาจอดสนิทอยู่หน้าประตูทางเข้าไร่ เงาร่างสูงใหญ่บนหลังม้าก็ควบทะยานเข้ามาขนาบข้าง แสงสีทองของอาทิตย์อัสดงสาดพาดผ่านกรอบหน้าคมเด่นชัด ผิวสีน้ำตาลคร้ามแดด จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากหยักได้รูปดูหล่อเหลาสมชายชาตรี
หวันยิหวาตาพร่าเลือนยามสบเข้ากับความหล่อเหลาไร้ที่ติของบุรุษตรงหน้า แต่นัยน์ตาคมกริบดุดันคู่นั้นกลับไม่ได้มองเธออย่างเป็นมิตรเลยสักนิด มันทั้งเย็นชาและแผ่รังสีความดิบเถื่อนออกมาจากเรือนกายกำยำ จนหัวใจดวงน้อยสั่นสะท้านด้วยความหวาดหวั่นผสมปนเปไปกับความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นริ้วเข้ามาในอก
หญิงสาวลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ อดไม่ได้ที่จะกวาดสายตามองสำรวจความเพอร์เฟกต์ของเขา กล้ามเนื้อแน่นตึงล่ำสันที่โผล่พ้นคอเสื้อเชิ้ตเนื้อดีซึ่งปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างหมิ่นเหม่ และท่วงท่าการบังคับม้าที่ดูทรงพลัง รูปลักษณ์ของเขาทำให้เธอนึกถึงคาวบอยในภาพยนตร์ไม่มีผิด
เธอพยายามข่มความประหม่าที่แล่นริ้วขึ้นมาจนใบหน้าร้อนผ่าว พลางเอื้อมมืออันสั่นเทากดลดกระจกรถลงเพื่อเอ่ยปากถาม
“สวัสดีค่ะ นี่ทางเข้าไร่ภูตะวันใช่มั้ยคะ” หวันยิหวาเอ่ยถาม เสียงหวานสั่นพร่าเล็กน้อย
“ครับ” น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจตอบกลับมาสั้น ๆ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองสำรวจใบหน้าหวานของเธอผ่านกระจกรถอย่างจาบจ้วง
“ขับเข้าไปอีกไกลมั้ยคะ กว่าจะถึงที่พัก” หญิงสาวถามพลางขยับแว่นตาดำ
“ขอโทษนะครับคุณผู้หญิง... พอดีไร่ของเราปิดแล้ว” ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ดูร้ายกาจและเซ็กซี่ในเวลาเดียวกัน ก่อนจะขยับม้ามาขวางทางไม่ให้รถของเธอเข้าไป
“อ๋อ!!... ฉันเป็นแขกของพ่อเลี้ยงค่ะ แล้วก็เชิญเอาม้าของคุณหลีกทางฉันด้วย” หญิงสาวชะโงกหน้าออกมาบอกอย่างขัดใจ
เขาเอี้ยวตัวลงมาจากหลังม้าตัวใหญ่ และก้าวเข้ามาหยุดอยู่ที่ข้างประตูรถของเธอ ใบหน้าคมอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ
“ผมบอกว่าไร่ปิดแล้ว คุณหูตึงรึยังไง”
“นี่นาย!!! กล้าพูดจาแบบนี้กับฉันงั้นเหรอ”
“แล้วคุณยิ่งใหญ่มาจากไหนไม่ทราบ”
“แต่ฉันเป็นแขกของเจ้าของไร่” หวันยิหวาเริ่มมีน้ำเสียงตระหนก ผสมปนเปไปกับความโกรธที่ถูกกวนประสาท
“คุณจะเป็นใครก็ช่าง ผมไม่อนุญาตให้คุณเข้าไป”
“แต่ฉันมีธุระด่วนจริง ๆ ถ้าไม่เชื่อก็โทรไปถามเจ้าของไร่ได้เลย”
“แล้วคุณเป็นอะไรกับเจ้าของไร่ไม่ทราบ”
“ฉันเป็นลูกสาว”
ชายหนุ่มหรี่ตาลง มองดวงตากลมโตคู่สวยที่ส่องประกายสู้สายตาเขาอย่างพิจารณา หัวใจของเขากระตุกวูบด้วยความรู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าเคยเจอแววตาคู่หวานนี้ที่ไหน เขาก้มลงมาเกาะรถน้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหูเล็ก
“คุณชื่ออะไร”
“ธุระอะไรของนาย ทำไมฉันต้องบอกด้วย!” เธอตวาดแหว เชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี ทั้งที่หัวใจดวงน้อยเต้นระทึกจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
“ก็ถ้าคุณไม่บอก... ผมก็ไม่ให้คุณเข้าไป” ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบกวาดมองหน้าอกอวบขาวผ่องที่โผล่พ้นออกมาอย่างจาบจ้วง
“ยิหวา... ฉันชื่อหวันยิหวา! แม่ฉันชื่อดวงใจ เป็นภรรยาของพ่อเลี้ยงแสนคำ... เจ้าของไร่ที่นี่! รู้ไว้ซะ” เสียงหวานกระแทกเสียงใส่หน้าเขาอย่างเหลืออด
คำประกาศนั้นทำให้คิ้วเข้มขมวดมุ่น ชายหนุ่มนิ่งไปอึดใจ สายตาที่เคยมองอย่างยั่วยวนกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเคลือบแคลงระคนดุดัน เขาก้มลงมาจนชิดแก้มเนียน คล้ายจะจับผิด
“แต่น้าดวงใจไม่เคยบอกนะ... ว่ามีลูกสาว”
“มี! ถ้านายไม่เชื่อ... ก็โทรไปถามดูสิ!” หญิงสาวโต้กลับทันควัน
ชายหนุ่มจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่แฝงความพยศ ก่อนจะหัวเราะในลำคอ
“โอเค... ผมจะให้คุณเข้าไปก็ได้ แต่ไม่ใช่เพราะว่าผมเชื่อคุณหรอกนะ แล้วคุณก็ต้องนั่งม้าไปกับผมเท่านั้น”
“อ้าว!... แล้วรถฉันล่ะ!” หวันยิหวาเบิกตากว้าง
“ก็จอดทิ้งไว้ตรงนี้แหละ” เขาตอบหน้าตาย ราวกับมันเป็นเรื่องเล็กน้อย
“ไม่ได้! ถ้ารถฉันหายขึ้นมาจะทำยังไง!”
“ผมรับประกัน... ว่ารถของคุณจะไม่มีทางหายในเขตไร่ของผมแน่นอน” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“แล้วถ้ารถฉันหายขึ้นมา... น้ำหน้าอย่างนายมีปัญญาชดใช้รึไงห้ะ!” เธอพ่นคำประชดประชันออกไปทันที ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ
“งั้นก็เลือกเอา ว่าจะอยู่เฝ้ารถที่นี่แล้วรอไร่เปิดพรุ่งนี้ หรือจะนั่งม้าไปกับผม”
คำพูดตัดรอนกวนอารมณ์นั้นทำให้หวันยิหวาลอบสูดหายใจลึก นึกฉุนอยู่ในใจ มองไปรอบ ๆ ฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีอับแสงลงทุกที ขืนอยู่ตรงนี้คนเดียวเธอคงกลัวจนบ้าแน่
“งั้นขอขับรถเข้าไปจอดด้านในได้มั้ย ฉันเป็นห่วงรถ”
“เสียใจด้วยครับ ผมคงให้คุณทำแบบนั้นไม่ได้” เขาตอบ สายตาคมดุกวาดมองริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อของเธอ จนหวันยิหวารู้สึกวูบวาบขอบตาร้อนผ่าว
“นายคงเป็นคนงานที่ไร่นี้สินะ”
เสียงคลื่นทะเลที่ซัดสาดเข้ามาที่ชายฝั่งพร้อมกับลมที่พัดพากลิ่นทะเลอันหอมสดชื่นทำให้ใครก็ตามที่ได้มาเที่ยวทะเลต่างก็ต้องชื่นชอบและผ่อนคลาย.. ตอนนี้เธอพาทุกคนมาเที่ยวทะเลจะว่าเธอพามาก็ไม่ถูก ต้องบอกว่ากั๊ฟพามามากกว่า.. กั๊ฟมาครอบครัวเขาและครอบครัวเธอมาเที่ยวทะเลตามที่เขาสัญญาเอาไว้… กั๊ฟเลือกเช่าบ้านพักตากอากาศริมชายหาดและมีพื้นที่ใช้สอยส่วนตัวสำหรับพวกเราเอาไว้ด้วย.. แม่แป้งบอกว่าจะออกไปซื้ออาหารทะเลกับพ่อของเธอ.. เพราะว่าพ่อน่าจะมีความรู้เกี่ยวกับการเลือกซื้อมากกว่าแม่แป้ง แม่แป้งทำอาหารเป็นแต่เลือกซื้อของไม่เป็นดังนั้นหน้าที่ในการเลือกซื้อก็เลยตกเป็นของพ่อเธอ…^_^“ว่าไงคะคนสวยของแม่… น่ารักเชียว.. กั๊ฟ.. ให้น้องอ้ายเดินเองบ้าง.. น้องอ้ายน่าจะชอบ..”“อีฟ.. เรากลัวเปลือกหอยจะบาดเท้าลูกนี่นา..”“แล้วยังไงกัน บาดก็บาดสิ มันคือเรื่องธรรมชาติที่เราเองก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้.. ให้ลูกได้ทำในสิ่งที่เจ้าตัวไม่เคยทำบ้างก็ได้เราจะคอยตามโอ๋ลูกไปตลอดไม่ได้นะกั๊ฟ…”“แต่เราเลือกที่จะหลีกเลี่ยงได้นิอีฟ…”เฮ้อ.. ก็เป็นซะแบบนี้ไง.. เวลาเธอจะทำอะไรเธอก็ต้องแอบอยู่เสมอ.. กั๊ฟน่ะหวงลูกมากเกินไป หวงจนบาง
จากวันนั้นมาถึงวันนี้เธอก็เรียนมาจนครบหนึ่งปีการศึกษาแล้วและเธอก็มีเพื่อนใหม่ที่ชื่อไชน์… ไชน์กับกั๊ฟชอบทะเลาะกันมาก และสิ่งที่ทำให้เธอตกใจก็คือไชน์เป็นว่าที่คู่หมั้นของคิม… ซึ่งเรื่องนี้เธอกับกั๊ฟก็พึ่งจะรู้ได้ไม่นานส่วนไชน์ก็พึ่งจะได้เจอกับคิมไม่นานเหมือนกัน.. แต่เธอขอบอกเลย พูดตามความคิดของเธอเลยนะ.. คิมน่าจะเอาไชน์ไม่อยู่หรอก.. ไชน์เป็นผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเองมากๆ มีความคิดเป็นของตัวเองขั้นสุด แล้วตอนนี้เธอคิดว่าลูกสาวของเธอเริ่มติดน้าไชน์มากๆ ด้วย ทุกครั้งที่แวะมาหาเธอที่บ้านไชน์มักจะหอบหิ้วของเล่นของกิน เสื้อผ้าและอะไรต่อมิอะไรมาให้น้องอ้าย.. ไชน์มีมุมที่น่าเสมอเวลาที่เจ้าตัวเล่นกับเด็ก.. ไชน์ชอบพูดกับเธอว่าไชน์อยากมีลูกเยอะๆ ด้วยความที่ไชน์เองเป็นลูกสาวคนเดียว.. จะว่าคนเดียวก็ไม่ใช่ คือแม่ของไชน์มีแค่เธอคนเดียวแต่ไชน์มีพี่ชายพี่สาวต่างแม่อีกสองคนแต่ก็ไม่ได้สนิทกันมากเพราะพวกพี่ๆ อายุต่างจากไชน์เยอะอยู่พอสมควรจะมีก็แค่พี่สาวที่พอคุยกันได้บ้างแต่ก็ไม่ถึงกับสนิทดังนั้นเธอจึงถูกตามใจจากคนเป็นพ่อและคนเป็นแม่มากๆ เธออยากได้อะไรก็ต้องได้ เธออยากทำอะไรเธอก็จะทำ แต่ไชน์เป็นคนที่นิสัยดีส
ตื่นเต้นมากๆ เลย.. วันนี้เป็นวันเปิดเทอมครั้งแรกเธอรู้สึกตื่นเต้นสุดๆ การที่เธอต้องกลับมาเรียนที่นี้โดยไม่มีบอมเพื่อนสนิทของเธอบางครั้งมันก็น่ากลัวอยู่นะและด้วยที่เธออายุเยอะกว่าคนอื่นๆ ในคลาสด้วย.. มันทำให้เธอทำตัวไม่ค่อยถูก…“ณิชา จิตขจร..”“มาค่ะ…” เปิดเทอมวันแรกมันมักจะตื่นเต้นแบบนี้สินะแต่ทุกครั้งมันไม่ค่อยกังวลเท่าไรเพราะมีบอมอยู่ข้างๆ แต่วันนี้ไม่แล้ว.. เพื่อนของเธอเรียนจบกันไปหมดแล้ว..“นึกว่าใคร.. ครั้งนี้จะกลับมาเรียนจนจบไหมเนี่ยณิชา..”“จบค่ะอาจารย์..”แฮะๆเพียงสิ้นประโยคของอาจารย์ประจำภาควิชาเสียงของนักศึกษาคนอื่นก็ดังขึ้นมาทันที.. เธอไม่รู้หรอกว่านักศึกษาคนอื่นซุบซิบเธอเรื่องอะไรแต่ที่แน่ๆ เธอจะไม่ใส่ใจกับอย่างอื่นเธอจะใส่ใจแค่เรื่องเรียนเท่านั้น.. ออ.. เธอลืมบอกไป หลังจากที่กั๊ฟพยายามขอร้องให้เธอท้องลูกคนที่สองอีกครั้งเธอก็ไม่ไว้ใจเขาอีกเธอเลยซื้อยาคุมมาเผื่อไว้มีทั้งที่บ้านและในกระเป๋าของเธอ.. เขาน่ะเจ้าเล่ห์จะตาย… ไว้ใจไม่ได้ ส่วนน้องอ้ายก็เริ่มคลานแล้วตอนนี้คลานเร็วมาก เร็วจนบางครั้งพวกเราก็เหนื่อยสุดๆ เหนื่อยวิ่งตามเพราะกลัวว่าน้องอ้ายจะไปชนหรือร่วงจากบันไดนะสิ.. ดื
เขาและอีฟใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในบ้านหลังเล็กๆที่แม่ได้สร้างเอาไว้ให้จะว่าอึดอัดไหมก็ไม่นะเพราะว่าการมาอยู่ที่บ้านของแม่มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอึดอัดอะไรเลยสักนิดแต่กลับต่างกัน มันกลับทำให้เขารู้สึกว่านี่อาจจะเรียกว่าครอบครัว ความรู้สึกแบบนี้เขาไม่รู้จักมานานมากๆแล้ว.. อาหารฝีมือแม่.. เขาเองก็แทบจะจำไม่ได้ และยังมาเจอแฟนพี่เบิร์ดอีก.. คือแบบทำอาหารแม่งโคตรอร่อย ราวกับว่าเป็นคนสอนแม่เขายังไงยังงั้น แต่สิ่งที่เขาเห็นแล้วก็คิดว่ามันน่าแปลกมากๆก็คือ.. แฟนพี่เบิร์ดกับพี่เบิร์ดแม่งแบบ.. พี่เบิร์ดแกบังคับแฟนแกรึเปล่าวะ.. แต่จะว่าไป.. เขาเองก็บังคับ ช่างแม่งเถอะ เอาเป็นว่าอย่างน้อยๆเขาก็มีอีฟ น้องอ้าย และแม่อยู่ด้วย ส่วนป๊าก็.. มาบ้างเป็นบางครั้ง.. บางครั้งของเขาก็คือวันเว้นวัน เมื่อก่อนไม่อยากไปไหนเลย วันๆอยู่แต่บ้านพอตกกลางคืนก็ออกไปทำงาน ไปคุมร้าน แต่ช่วงนี้ป๊าอยู่ไม่ติดบ้านเลยเพราะว่าขยันมาหาหลานและมาหาเมียป๊าด้วย.. บางทีการที่เขาได้ดูคนแก่เล่นตัวมันก็เป็นอะไรที่สนุกดีนะ.. ตลกดี… “อีฟ.. เค้าไปคุยกับพี่ไคล์ให้แล้่วนะ พี่ไคล์บอกว่าเปิดเทอมหน้าอีฟก็ไปเรียนได้เลย.. ” พรึบ.. “จริงเหรอ? แต่ว่
กว่าเธอจะหาคำอ้างที่จะต้องมาอยู่กับเขาได้.. เธอก็ต้องหาตัวเลือกที่มันน่าจะเหมาะที่สุดและสิ่งที่เธอทำได้ก็คือ.. บอกพ่อไปว่าเธอต้องออกมาพักที่หอของมหาวิทยาลัยเพราะการเรียนต่อปริญญาตรีมันเรียนหนักและกลับบ้านดึกซึ่งการกลับบ้านดึกนั้นคือเธออ้างออกไปว่างานกลุ่มที่จะต้องทำกับเพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัยบางครั้งม
กั๊ฟ กลวัชร จิตขจร ลูกชายคนเดียวของครอบครัวที่มีป๊าสุดเก๋า มีแม่สุดเปรี้ยว… แต่ถามว่าครอบครัวมีความสุขไหม… ไม่นะ ป๊ากับแม่ของเขาแยกทางกันตั้งแต่เขาอายุได้เจ็ดขวบแล้ว.. สาเหตุที่แม่แยกทางกับป๊าก็เพราะเรื่องผู้หญิงน่ะสิ ที่สำคัญเท่าที่เขาได้ยินจากป๊าบ่อยครั้งเวลาป๊าเมา ป๊ามักจะบอกว่าแม่ทนป๊ามานาน… วั
ในขณะที่ทุกคนกำลังวุ่นวายกับการทำงานก็คงจะมีแค่เขานี่แหละที่เดินวนไปวนมากว่าจะทำยังไงต่อ.. มิ้นท์ยังไม่มีท่าทีที่จะท้องเลยสักนิด… เขาก็จัดหนักจัดเต็มทุกวันแล้วนะ มันเป็นเดือนแล้วนะที่เขาจัดหนักจัดเต็มหรือว่าน้ำยาเขาหมดแรงไปกระทันหัน.. ไม่ใช่หรอก ไม่น่าจะใช่ เอาไงดี… ตอนนี้เขากำลังนั่งมองมิ้นท์ไลฟ์ค
เขาก็แปลกนะเขาทำตัวเหมือนพวกโรคจิตที่คอยเฝ้าตามผู้หญิงที่ตัวเองสนใจแต่เอาจริงๆ เขาก็สนใจจริงๆ นั่นแหละแต่ไม่ได้สนใจแบบอยากได้มาครอบครองอะไรขนาดนั้นแค่ต้องการชิมแล้วก็ปล่อยไปน่ะ.. เขาลองๆ ถามไอ้คิมแล้วว่าผู้หญิงคนนั้นมีแฟนรึยังมันบอกว่าเท่าที่มันรู้เธอคนนั้นยังไม่มีแฟนมีแค่เพื่อนสนิทที่คิดไม่ซื่อที่