เข้าสู่ระบบ‘ฮื้อๆ เจเจ็บ ฮื้อ พี่คินนิสัยไม่ดี แง’มือเล็กๆ ของยัยเด็กน้อยยกขึ้นถูที่ดวงตาของตัวเองเพราะถูกคนที่โตกว่านั้นผลักจนล้ม
‘สำออยน่า ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้นางผีเสื้อสมุทรมาให้อุลตร้าแมนเคนจิจัดการซะดีๆ’ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจเด็กหญิงที่กำลังร้องไห้เลย แถมยังพยายามทำให้น้องลุกขึ้นมาเล่นกับตัวเองให้ได้ ‘ไม่เอา พี่คินเล่นแรง เจไม่เล่นด้วยหรอก อึก’ ‘โอ้ย ถ้าเธอจะไม่เล่นกับฉัน แล้วจะมาบ้านฉันทำไมทุกวันหะ’ อนาคินวัยเก้าขวบยกมือขึ้นเท้าเอวอย่างไม่พอใจ ‘คิน นี้ทำอะไรให้น้องเจนะ’คีรินพี่พึ่งช่วยพ่อพาน้องสาวของเขาเข้านอนกลางวันเดินเข้ามานั่งลงข้างเด็กหญิงก่อนจะพาน้องลุกขึ้น ‘ไม่ร้องนะ เดี๋ยวเราไปนอนกลางวันกันดีกว่า’ คีรินลูบหัวน้องอย่างอ่อนโยนโดยมีอนาคินยืนมองอยู่อย่างขัดใจ ‘พี่คินไม่ดีเลย’เด็กหญิงฟ้องพลางชี้นิ้วไปที่คนต้นเรื่อง ‘งั้นคนดีไปกับพี่คีรินนะครับ’คีรินรีบจูงมือเด็กหญิงออกไป ‘ยัยตัวดี’ส่วนหนุ่มน้อยอีกคนก็ทำได้เพียงมองตาขวางใส่ทั้งคู่ ‘จะไปไหนยัยแว่น’ อนาคินวัยมหาลัยได้พาเพื่อมาดักรอเจย่าที่โรงเรียนมัธยมซึ่งพึ่งเลิกเรียนและกำลังจะกลับบ้าน ‘หลีกไปนะพี่คิน เจจะกลับบ้าน’ หญิงสาวถอยไปหนึ่งก้าวตอนที่พี่ชายจอมขี้แกล้งเดินเข้ามายืนใกล้ ‘ทำไมถึงได้พูดห่างเหินกับพี่ขนาดนั้นล่ะแว่น’ เขาพูดกวนพลางยื่นมือมาปลดแว่นหนาเตอะของน้องไป แล้วยกแขนที่ถือแว่นขึ้นสูงเกินเอื้อม ‘อะ! พี่คินเอาของเจคืนมาน่ะพี่!’ ‘อยากได้ก็มาแย่งเอาสิแว่นหรือจะเรียกเตี้ยดี’ เขายิ้มออกมาอย่างชอบใจที่ได้เห็นสีหน้าบูดบึ้งของเธอ ‘พี่คิน เจไม่ตลกด้วยนะ ว๊าย!!’ เด็กสาวที่มัวแต่สนใจแว่นในมืออนาคินทำให้ไม่ทันสังเกตเพื่อนของเขาที่เข้ามาแย่งหนังสือในมือของเธอไป ‘เอาคืนมานะ นั่นฉันยืมมาจากห้องสมุดนะ’เธอมองพวกผู้ชายเหล่านั้นที่จับหนังสือเธอไปแล้ววิ่งไปทั่วรอบตัวเธอจนน่าปวดหัว ‘พี่คินเอาแว่นเจมาแล้วบอกเพื่อนพี่คืนหนังสือเจเดี๋ยวนี้นะ’เจย่าหันมาโฟกัสตัวต้นเหตุ เธอกระโดดขึ้นลงเพื่อหวังแย่งแว่นในมือเขา อนาคินเอาแต่จ้องที่หน้าเธอจนเผลอทำแว่นหลุดมือตกพื้นแตก เด็กสาวถึงกับชะงักนิ่ง ‘แว่นที่พี่แจมซื้อให้’ เธอก้มหน้าน้ำตาตกทำอนาคินที่กำลังหัวเราะเงียบกริบ ฟังที่น้องพึมพำตัดพ้อให้ตัวเอง ‘คนนิสัยไม่ดี’ ‘เฮ้ย!! ขี้ขาดจังวะ’เพื่อนของเขาที่มาด้วยกัน เดินเข้ามาผลักไหล่เธอที่เอาแต่ก้มหน้าจนเธอล้มลง อนาคินหันไปมองค้อนพร้อมผลักเพื่อนคนนั้นกลับ ‘มึงทำอะไรเนี่ย’ ‘อ้าว ไหนมึงบอกว่าจะพาพวกกูมาแกล้งมันไง’เพื่อนของเขาดูจะไม่ชอบใจ ทั้งสองทิ้งหนังสือลงพื้นเต็มแรงจนเจย่าสะดุ้งก่อนจะเดินหนี ทิ้งให้อนาคินยืนมองเจย่าร้องไห้ด้วยความรู้สึกผิด วินาทีนั้นเขาเหมือนกำลังจะก้มลงไปช่วยเธอเก็บของ แต่ดันเห็นว่าพี่ชายฝาแฝดเดินมาซะก่อนทำให้เขาหยุดชะงัก ‘คินนายทำอะไรให้น้องนะ!’คีรินเดินมานั่งย่อตัวลงข้างเจย่า ‘เมื่อไหร่นายจะเลิกแกล้งน้องด้วยอะไรที่ไม่เข้าเรื่องแบบนี้สักที’ และไม่ลืมเงยหน้าขึ้นมาต่อว่าน้องชาย อนาคินยืนนิ่งสีหน้าเรียบเฉยแต่พอเห็นว่าเธอหันไปกอดพี่ชายของเขาพลางร้องไห้ อนาคินก็คิ้วขมวดแล้วหันหลังเดินหนีด้วยความโมโห ‘ไม่ต้องร้องนะเจย่า เดี๋ยวพี่จะพาไปตัดแว่นใหม่เอง’ แล้วปล่อยให้ฮีโร่อย่างคีรินปลอบเธอให้สมใจ “ชิ!!”อนาคินในปัจจุบันที่นอนเอามือก่ายหน้าผากอยู่บนห้องยกยิ้มมุมปากพลางขมวดคิ้วรู้สึกไม่พอใจ เมื่อมานอนนึกถึงเรื่องราวในอดีต “อะไรอะไรก็คีรินคีริน ถามจริงๆ เหอะ ถ้าไม่มีไอ้คินคนนี้มาเป็นผู้ร้ายให้ คีรินมันจะได้เป็นฮีโร่ของเธองั้นเหรอ โธ่เอ้ย!!”เขาเอามือลงมากอดอกก่อนจะหันนอนตะแคงด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ ส่วนคนที่ทำให้เขาต้องมาตกอยู่ในอาการแบบนี้ กลับกำลังนั่งอมยิ้มอยู่บนเตียงให้กับรูปภาพในอดีตของตนเอง เจย่าหยิบรูปออกมาจากกล่องสะสมของเธอ รูปแรกเป็นรูปที่พ่อแม่จับพวกเธอถ่ายรวมกันซึ่งในนั้นก็มีตั้งแต่ แจมมี่พี่สาวคนสวยของเธอคนที่โตสุดในรูป ถัดมาก็คือฝาแฝดลูกคุณหมออย่างพี่นีวายและพี่วิน่า เขาคนนั้นที่ชอบแกล้งคนอื่นให้ร้องไห้ก็คือพี่เจ้าไฟ ถัดมาคือพี่ชายคนหล่อจอนนี่กำลังยืนกอดคออยู่กับพี่เฟิร์ส ลูกของคุณลุงหนึ่งเดียว ต่อไปก็เขาคนที่ทำให้เธอยิ้มออกเพียงแค่เห็นรูป คีริน กำลังยืนข้างเขาอีกคนที่เธอเห็นแล้วต้องหุบยิ้ม อนาคิน ซึ่งในรูปเขายังดึงผมเปียของเธอที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เจ้าหญิงข้างลลิซและเนลินอยู่เลย เจย่าถอนหายใจแล้ววางรูปนั้นลง ก่อนปรายตาไปดูรูปอื่น ซึ่งหลายๆ รูปต่อจากนั้นตัวเธอก็เอาแต่ยืนข้างพี่คีริน ตัวติดเขาไม่ห่างแทบทุกรูป “น่ารักมาก” เธอเอ่ยชมเขาเบาๆ ก่อนจะวางรูปวัยเด็กทั้งหลายลงแล้วจับขึ้นมาต่อด้วยรูปสมัยวัยใส เธอมีอาการแอบเสียดายเล็กน้อยที่ตอนนั้นตัวเธอเอาแต่ใส่แว่นหนาๆ แล้วก็แต่งตัว… “ไร้รสนิยมสิ้นดี รู้แบบนี้เราน่าจะแต่งตัวน่ารักๆ ทุกครั้งที่ถ่ายรูปกับพี่คีรินอะ จะได้เป็นความทรงจำดีๆ หากเขาเปิดรูปดู” หญิงสาวถอนหายใจยาว “แต่ไม่เป็นไรใส่แว่นเราก็น่ารักนี่น่า” เธอทำเป็นพูดเข้าข้างตัวเอง ก่อนจะหยิบเอาแค่รูปที่มีเธอกับคีรินขึ้นมา พร้อมนอนราบลงบนเตียงก่อนเปิดมันดูทีละรูป เจย่าคิ้วขมวดเธอพึ่งจะมาจำได้ว่าทุกรูปที่เธอถ่ายกับพี่คีรินนั้นมันมักจะถูกพับส่วนใดส่วนหนึ่งหลบไว้เสมอ เธอเปิดส่วนที่พับเอาไว้ออกดู แล้วก็ใช่! ทุกรูปที่เธอถ่ายคู่กับคีรินเพื่อจะให้มันเป็นแค่รูปคู่ของเธอและเขาน่ะ มันมักจะมีอนาคินเข้ามาแทรกและป่วนจนติดเขาเข้ามาด้วยเกือบทุกรูปไม่มากก็น้อย “คนบ้าเอ้ย” เธอบ่นถึงชายหนุ่มเบาๆ พลันใบหน้าเขาที่มองเธอวันนี้ก็แวบเข้ามาในหัว แม้ว่าเขาจะหน้าตาเหมือนกับคนที่เธอชอบทุกระเบียบนิ้ว แต่มันก็ยังมีสิ่งที่แตกต่างนั้นคือแววตา คีรินจะมีแววตาที่อ่อนโยนเวลาที่เขามองใคร ตรงข้ามกับอนาคินที่มองครู่เดียวก็รู้แล้วว่าเขานั้นมันตัวเจ้าชู้ตัวเพลย์บอยขนาดไหน พร้อมกับสีผิวที่มีส่วนต่างกันอยู่เล็กน้อย เพราะคีรินเป็นเด็กเรียนดี ส่วนอนาคินจะเป็นหนุ่มสายกิจกรรม ทำให้พี่คีรินของเธอมีผิวที่ขาวสว่างกว่าอนาคิน แต่อนาคินก็มีข้อได้เปรียบคือเขาดูแข็งแรงกว่า แต่กระนั้นหากไม่สังเกตดีๆ มองแค่ผ่านตาก็เกือบจะแยกไม่ออก คิดแล้วเจย่าก็เกิดอาการขนลุกซู่ ที่เธอเผลอเข้าไปกอดเขาเพราะคิดว่าเขาเป็นคนที่เธอมีใจให้ “มันจะเป็นครั้งสุดท้ายนั่นแหละที่เขาจะได้แตะต้องตัวเรา พร้อมหวังว่าต่อแต่นี้ไปเราจะสู้เขาได้” เธอมีแววตาแน่วแน่ก่อนจะยิ้มที่มุมปาก “ถ้าเจได้เป็นพี่สะใภ้ของพี่ล่ะก็ เจจะเอาคืนพี่ให้สาสมเลยพี่คิน!” เธอมองรูปของอนาคินในมือด้วยแววตาคาดโทษณ ยามเย็นของย่านแอ็คตันบรรยากาศกำลังเย็นสบาย เวลานั้นสวนสาธารณะที่เขียวขจีมีผู้คนมากมายออกมาเดินเล่นหลังจากทานข้าวเย็นกัน เสียงลมพัดเบาๆ พร้อมกับเสียงรถไฟวิ่งไปมาบนราง มีสองร่างชายหญิงที่ชอบมาเดินคู่กันหลังทานข้าวเย็นแบบนี้เป็นประจำ จนแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของสวนสาธารณะแห่งนี้ พวกเขาเดินตัวชิด มือเล็กจับแขนของฝ่ายชาย แขนใหญ่โอบรัดร่างเล็กของแฟนสาว ย่างก้าวเดินไปพร้อมกันตามทางเดิน “พี่คีริน วันมะรืนนี้ ซาเวียร์จะแต่งงาน เขาโทรมาชวนฉัน พี่จะไปด้วยกันไหมคะ” โซเฟียถามกับคนที่เดินข้างกัน ชายหนุ่มชะงัก “นี่ไอ้หมอนั่นจะแต่งงานแล้วเหรอ” “ใช่ค่ะ เขาบอกว่าเจอคนที่ถูกใจแล้วและไม่อยากปล่อยไปอีกเลยรีบขอแต่งนะ แถมยังบอกว่าให้ฉันไปดูให้เห็นกับตาว่าเมียเขาสวยกว่าฉันขนาดไหนอีกด้วยนะคะ” โซเฟียเล่าไปพลางนึกขำไปด้วย “แต่สำหรับพี่ไม่มีใครสวยกว่าโซเฟียนะ” คีรินอมยิ้มในขณะที่คนฟังหน้าร้อนผ่าว พักหลังนี้เขาหยอดไม่หยุดเลย “ถ้าโซเฟียอยากไปงานแต่งเขาก็ไปสิ เดี๋ยวพี่จะขับรถพาไปเอง” “แน่นอนสิคะ เพราะถ้าพี่ไม่ไปด้วยฉันคงไม่ไปหรอก เดี๋ยวจะโดนเย้ยเอา” ทั้งสองหลุดขำใส่กันก่อนจะเดินข้างกันไปเงียบๆ “แต่พี่คีร
เช้าที่สดใสของเหล่าพนักงานบริษัทศิลาทรัพย์ ในวันที่งานไม่ค่อยเยอะ ผู้คนแอบจับกลุ่มนั่งคุยเม้าท์มอย อยู่ๆ เสียงตู้ลำโพงบนกำแพง เพดาน มุมห้องก็เหมือนจะดังก๊อกแก๊กจนพนักงานหลายคนตื่นตัว “สวัสดีครับ” เสียงของคนที่ถือไมค์อยู่ในห้องประชาสัมพันธ์ดังขึ้น “เสียงท่านรอง?” ทุกคนต่างแปลกใจและตื่นเต้นเพราะตอนที่เขาประกาศบอกรักเลขาคนสวยยังติดอยู่ในหัว บ้างก็รีบหยิบมือถือขึ้นจ่อตู้ลำโพงหวังอัดคลิปไว้เรียกยอดไลก์ บ้างก็วิ่งมาฟังอย่างตั้งใจ “ท่านรองจะประกาศอะไรอีกวะ พึ่งแต่งงานไปไม่ใช่เหรอ” พี่ซูชิพึมพำกับแก๊งเพื่อนสาว “จะรู้ไหมล่ะ” “เอาล่ะ!” ทุกคนเงียบฟังเมื่อเขาเอ่ย “พวกคุณคงรู้ดีนะครับว่าผมกับเลขาเจริยาเราพึ่งจะแต่งงานกันไป แล้วตอนนี้เธอกำลังท้องลูกของผมอยู่นะ” เสียงคนพูดดูนิ่งชิวราวนั่งเม้าท์กับเพื่อนสาวในร้านคาเฟ่ “และวันนี้ผมก็ไม่ได้จะมาจับผิดใครที่ชอบเม้าท์มอยเจ้านายหรือใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นหรอกครับ” สาวปลาสาวแมวคนชอบเม้าท์ถึงกับสะดุ้ง “ผมแค่จะขอความช่วยเหลือกับทุกคน ห้ามใช้งานภรรยาของผมหนักเกินไป และช่วยเป็นหูเป็นตา หากเห็นเธอดื้อยกของหนักก็อย่าลืมแจ้งผม หรือช่วยเหลือเธอแทน ตอนผมไม่อยู่ด
งานแต่งของพวกเขาก็ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่สนามหญ้ากว้างของบริษัท ซึ่งบ่าวสาวเลือกเอง เพราะพวกเขาบอกว่าความรักของพวกเขาเกิดขึ้นที่บริษัทแม้เจ้าบ่าวจะเล็งเธอไว้ตั้งแต่สี่ขวบ วันนี้บรรยากาศช่างเป็นใจมากเสียด้วย ไม่มีฝน ไม่มีแดดแรงมาก ท้องฟ้าแจ่มใสอากาศสดชื่นยิ่งกว่าวันไหนๆ ของเดือน “ไม่อยากจะเชื่อเลยนะ ว่าโอมกับเจนจะได้ดองกันจริงๆ” มุมโซฟาตัวสีแดงมีสี่ร่างวัยเริ่มแก่ นั่งคุยกันอยู่ตามประสาเพื่อนสนิท เสี่ยโอมอมยิ้มให้คำพูดของไนยะ ในระหว่างที่พลอยเจนส่ายหน้าไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายอะไรมากมาย ที่ต้องดองกับเพื่อนรัก “นั่นสิ เด็กสองคนนี้ก็นะ แกล้งกันอยู่ดีๆ ผีผลักเฉยเลย” หนึ่งเดียวเอ่ยแซวบ้าง วันนั้นที่เขาเห็นอนาคินแกล้งเจย่าจนกรี๊ดลั่นบ้านศิลาแดงยังติดอยู่ในตาดังอยู่ในหูเขาอยู่เลย “แล้วจะให้ทำไงได้ ก็ลูกเพื่อนพวกนายมันร้ายเหมือนพ่อมันนี่”พลอยเจนว่าสายตามองเหล่าเมียๆ ของเพื่อนที่กำลังเดินมาทางนี้ “เอาเหอะน่า ลูกเธอโชคดีแล้วแหละเจน ได้เป็นสะใภ้บ้านศิลาแดงนะ บอกเลยนะเป็นกันได้ง่ายๆ ซะที่ไหน”ทั้งสี่คนหลุดขำออกมาพลางนึกถึงเรื่องราวในอดีตลากยาวมาถึงปัจจุบันแม้ว่าช่วงนี้พวกเขาจะไม่ได้รวมตัวก
“มาแล้ว มาแล้ว” อนาคินวิ่งพรวดเข้ามาในห้องเพราะเขาอาสาเป็นคนไปซื้อของให้เอง ชายหนุ่มมีท่าทีร้อนรนใจเขารีบเทถุงที่ซื้อมา ลงบนโต๊ะตรงหน้าที่เจย่านั่งมองอยู่ หญิงสาวถึงกับตาโต “พี่คินซื้อมาทำไมเยอะแยะคะ” อนาคินถอนหายใจแรงรีบนั่งลงข้างเธอ “ก็เอาให้แน่เอาให้ชัวร์ไงครับ ปะ!” “พี่คินพี่รออยู่ตรงนี้แหละ” เธอปรามเมื่อเห็นว่าเขาจะลุกตามเธอไปห้องน้ำ ก่อนเดินเข้าไปคนเดียว ชายหนุ่มนั่งลุ้นตัวเกร็ง ถ้าเขามีเจ้าตัวน้อยจริงจะเป็นยังไง? ลูกจะหน้ามึนเหมือนเขาหรือน่ารักเหมือนเธอ เขาชะเง้อคอมองไปที่ห้องน้ำอยู่ครู่ใหญ่ “เจเสร็จหรือยัง” เมื่อเห็นเธอเงียบนานก็รีบตะโกนตาม “รอก่อนสิ” อนาคินลุกพรวดจากเตียงเอามือไพล่หลังเดินไปเดินมา จนเห็นเจย่าเดินหน้าซีดออกมาเขาจึงรีบพุ่งตัวไปประคองเธอนั่ง “เป็นยังไงบ้างครับ” หญิงสาวจ้องเขาน้ำตาคลอ “เพราะพี่เลย!” เธอยื่นที่ตรวจทั้งห้าอันในมือให้เขา ซึ่งทุกอันขึ้นเป็นสองขีดหมด อนาคินนั่งเงียบ ก่อนจะกรีดร้องออกมาด้วยความดีใจ “ฮ่า พี่จะได้เป็นพ่อคนแล้วเหรอเนี่ย พี่จะได้เป็นพ่อ! เป็นพ่อของลูกเจ” สีหน้าท่าทีดีใจของเขาทำให้เธอที่กำลังกลุ้มใจยิ้มอ่อน “เอ่อ...พะ พี่ต้องทำ
บริษัท “หัดซิ่ว!!” คีรินจามเสียงดัง ดูเหมือนว่าเขาจะติดไข้หวัดมาจากยัยตัวเล็กซะแล้ว “ยามาแล้วครับท่านประธาน นี่ไปทำอะไรมาครับถึงได้ดูจะเป็นไข้หวัดแบบนี้” โดวินเอายามาให้เขา พร้อมกับคำถามที่ทำให้คีรินแอบเขินไม่น้อย “สงสัยอากาศจะเปลี่ยนมั้ง” เขาทำเป็นตอบปัดๆ แต่ภาพสาเหตุของไข้หวัดเมื่อคืนกลับผุดขึ้นเป็นฉากๆ จนเอาแต่ยืนยิ้มให้เม็ดยาในมือ “ท่านประธาน!!”โดวินสังเกตความแปลกได้เลยเอ่ยเรียก คีรินชะงักรีบกรอกยาใส่ปากและตามด้วยน้ำ “เดี๋ยวอีกห้านาทีจะประชุมแล้ว ไหวแน่นะครับ” เขาพยักหน้าตอบคำถามพร้อมยกนิ้วชูว่าโอเคส่งให้เลขา แต่ในหัวก็ยังคงคิดถึงเรือนรางของสาวเจ้าที่พึ่งจะเปิดซิงเขาไปเมื่อคืน จนเผลอยิ้มกับโต๊ะกับคอม เหมือนคนเป็นบ้า “จะจ่ายหรือไม่จ่ายหะ ถ้าไม่จ่ายก็เก็บข้าวของออกไปเลย ฉันจะได้ให้คนอื่นมาเช่าต่อ” คุณป้าหัวขาวเจ้าของบ้านเช่ามายืนตะเพิดไล่โซเฟียถึงหน้าบ้าน ในระหว่างที่หญิงสาวยืนดูใบสัญญาเช่าด้วยหน้าจืดๆ “มีอะไรกัน” โชคดีที่คีรินเลิกงานพอดีเมื่อเห็นว่าแฟนสาวกำลังมีเรื่อง เขาก็จอดรถที่หน้าบ้าน และเดินลงมายืนข้างเธอ โซเฟียเงยหน้ามองเขา “พี่คีรินคือ ฉันเข้าใจมาตลอดว่าบ้านหลังนี้
“ถ้าอยากรู้ว่าขนมในกล่องถูกกินไปแล้วหรือยัง ก็ต้องเปิดดูสิคะ หรือว่าพี่คีรินไม่กล้า” คำพูดยั่วยุของเธอมันช่างขัดหูเขา คีรินพลิกตัวเธออย่างฉับพลัน หญิงสาวนอนยิ้มอยู่ใต้ล่างในขณะที่ตอนนี้เขาคร่อมร่างเธอไว้ ตรงหน้าคือหน้าอกอันน่ารักซึ่งกำลังเด้งออกจากเสื้อมาท้าทายเขาอยู่ “แล้วอย่าเสียใจทีหลังล่ะ” เขาก้มหน้าลงไปพูดใกล้ๆ เธอ “พี่นั่นแหละที่จะเสียใจ ถ้าพี่ปล่อยฉัน” โซเฟียแย้งด้วยท่าทีที่เขาไม่อยากจะเห็นจนต้องรีบก้มลงไปใช้ปากประกบปากของเธอเอาไว้ บดขยี้มันเบาๆ อย่างโหยหาและเร้าร้อน แค่เพียงแรงจูบเตียงนอนก็ยุบขึ้นลง เจ้าของร่างเล็กหายใจโรยรินอาจจะเพราะฤทธิ์ไข้ เขาคลายจูบออกเพราะกลัวว่าเธอจะไข้ขึ้นอีกรอบ แต่โซเฟียไม่ยอมเธอเอามือคล้องคอเขาและกระชากลงมา ริมฝีปากรีบประกบกลับไปทันทีเพื่อไม่อยากให้เขาเสียอารมณ์ เสียงลมหายใจของโซเฟียยังร้อนรุ่ม ขณะที่ริมฝีปากของเธอคลอเคลียข้างแก้มเขา “คืนนี้...อย่าหนีไปไหนนะคะ” เสียงแผ่วเบาราวกระซิบหล่นลงกลางหัวใจคีริน เขาเงยหน้ามองเธอ ดวงตาคู่นั้นที่แดงก่ำจากไข้ ตอนนี้กลับมีประกายบางอย่างที่ทำให้เขาหายใจไม่ทั่วท้อง “เธอแน่ใจใช่ไหม?” เขาเอ่ยถามเบาๆ เสียงแหบพร่าแ







