LOGIN“ก่อนหน้านี้เฮียเสนอรถ บ้าน คอนโด ให้ใช่ไหม หนูก็เขียนลงไปหมดนั่นแหละ เพิ่มเงินรายเดือนไปด้วย อยากได้เท่าไหร่ก็แล้วแต่หนูเลย” ฮะ! ฮะ! จะบ้าเหรอ แค่อยากนอนกับฉันต้องทุ่มขนาดนี้เชียว ต้องรวยขนาดไหนถึงได้มีเงินมาโปรยเล่นแบบนี้ได้
“หนูว่าเฮียควรกรอกเองดีกว่านะคะ แต่หนูขอไม่รับค่าจ้างเป็นสิ่งของอย่างพวกรถ บ้าน คอนโด พวกนั้น ไม่งั้นเฟรจะต้องสงสัยเอา”
“ได้สิ เรื่องนั้นเฮียไม่มีปัญหาอยู่แล้ว …ว่าแต่ 20 ล้านพอไหม”
เขาถามฉันด้วยท่าทีเหมือนเรากำลังเล่นขายของกันตอนเด็กๆ แต่มันไม่ใช่ไง เพราะสำหรับฉันมันเหมือนเรากำลังดีลธุรกิจพันล้านกันอยู่“20 ล้าน?” ฉันฟังไม่ผิดจริงๆ ใช่ไหม?
เขากำลังเสนอเงิน 20 ล้านให้เพื่อแลกกับการมาเป็นเด็กของเขาในระยะเวลา 2 เดือน ประมาณ 8 สัปดาห์ ซึ่งฉันมาเจอเขาได้แค่สัปดาห์ละ
2 ครั้ง รวมๆ แล้วฉันทำงาน 16 วันแลกกับเงิน 20 ล้าน!กำลังฝันอยู่หรือเปล่า!?
“ไม่พอเหรอคะ แต่ถ้าอยากได้มากกว่านี้ หนูต้องมาหาเฮียทุกวันแล้วล่ะ” เขาคิดได้ยังไงว่าไม่พอ มันมากมายเกินกว่าที่ฉันคิดไว้เป็นหลายเท่า ที่หน้าเหวอและขยับปากพูดยังไม่ได้เพราะฉันตกใจ!
20 ล้าน!!!!!! ยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่งอีก
“20 ล้าน เพื่อแลกกับการที่หนูมาเป็นเด็กเลี้ยงของเฮียเนี่ยนะคะ?”
“เฮียบอกแล้วไงครับ ว่ามากกว่านี้เฮียก็จ่ายได้ เพราะถ้าถูกใจไม่มีคำว่าแพง…ว่าไงครับ หนูตกลงไหม” มันมีคำตอบอื่นด้วยเหรอ 20 ล้านนะ หลังเรียนจบจะนอนตบพุงเล่นอยู่บ้านโดยไม่ต้องทำงานก็ยังได้
“ตกลงค่ะ” มันมีคำตอบอื่นด้วยเหรอ?
“น่ารักมากสาวน้อย แต่…ถ้าหนูผิดสัญญาเมื่อไหร่หนูรู้ใช่ไหมว่าต้องจ่ายคืนให้เฮีย 40 ล้าน” ฟังดูเหมือนเขากำลังขู่ฉันกลายๆ
แม้ว่าเขาจะดูอ่อนโยน แต่ฉันกลับสัมผัสได้ถึงความดุดัน
ความเด็ดขาดที่แฝงในตัวเขาเหมือนคนเคยตัวกับการใช้อำนาจและการออกคำสั่ง“ค่ะ เซ็นสัญญาแล้วหนูต้องเริ่มงานวันไหนคะ” ฉันรับปากอย่างไม่คิดเกรงกลัว เพราะฉันไม่มีวันไปนอนกับคนอื่นอยู่แล้ว
“วันนี้เลยสิครับ เพราะนับจากวันนี้ไปถึงวันกำหนดกลับฮ่องกงของเฮียก็ 60 วันพอดี” เขาบอกพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ แต่สายตากลับวิบวับอย่างร้ายกาจ คงเตรียมตัวขย้ำฉันเต็มที่แล้วสินะ ก็ยี่สิบล้านเชียวหนิ นักธุรกิจอย่างเขาคงคิดไตร่ตรองมาดีแล้ว
มาขนาดนี้แล้วก็ต้องเดินหน้าต่อให้จบอย่างสมบูรณ์ด้วยการจรดลายเซ็นและกรอกจำนวนเงินค่าจ้างจำนวนยี่สิบล้านที่เขาเป็นคนเสนอลงบนกระดาษสัญญาทั้งสองฉบับอย่างไม่อิดออด ซึ่งหลังจากฉันเซ็นเสร็จเขาก็รับปากกาอันเดียวกันไปเซ็นเช่นกัน
“ปกติเฮียทำสัญญากับผู้หญิงทุกคนที่นอนด้วยเหรอคะ” ถามเขาเพราะอดสงสัยไม่ได้
“ที่ฮ่องกงไม่จำเป็นเพราะผู้หญิงทุกคนที่เข้ามารู้ดีว่าเฮียเป็นใคร” ฟังดูเป็นคนมีอิทธิพลผลเอาเรื่อง แต่คนรวยๆ เขาก็มีอิทธิพลกันทั้งนั้นเพราะเงินซื้อได้ทุกอย่าง
“แต่ที่เฮียทำสัญญากับหนู ก็เพื่อไม่ให้หนูเสียผลประโยชน์ไงครับ” เพื่อผลประโยชน์ของฉัน? แต่ก็น่าจะใช่เพราะในสัญญาระบุชัดเจนว่าฉันจะได้ค่าตอบแทนเท่าไหร่ โดยเขาจะจ่ายให้วันนี้ 10 ล้านบาทและวันสุดท้ายอีก 10 ล้านบาท
มีแอบคิดในใจนิดหน่อยว่าเขาทำเหมือนอยากผูกมัดฉันไว้ด้วยสัญญานี้ แต่มันไม่มีเหตุผลที่เขาจะผูกมัดฉันไว้หนิ เขาก็แค่ถูกใจ
“แล้วถ้าเฮียไปถูกใจผู้หญิงคนอื่นในระหว่างนี้ละคะ” ถูกใจฉันวันนี้ พรุ่งนี้เขาอาจจะเจอผู้หญิงที่สวยและและถูกใจมากกว่าฉันก็ได้
“เฮียก็จะจ่ายให้หนู 40 ล้าน เพราะเฮียเป็นคนผิดสัญญา แต่เฮียมั่นใจว่าจะไม่มีวันนั้นแน่นอน” ความมั่นใจของเขาไม่ได้ทำให้ฉันมั่นใจเลย เพราะตอนนี้เขาแค่อยากได้ฉันแหละ จะพูดดียังไงก็ได้ ถึงวันนั้นที่เขาเกิดอยากได้ผู้หญิงอื่นขึ้นมา เขาก็คงยอมจ่ายเงิน 40 ล้านบาทเพื่อให้ฉันออกไปจากชีวิตเขา เมื่อถึงวันนั้นมาฉันก็คงทำอะไรไม่ได้นอกจากรับเงิน 40 ล้านแล้วออกไปจากชีวิตเขา
ฉันไม่ควรคาดหวังอะไรจากเขาอยู่แล้ว เขาก็บอกอยู่โต้ง ๆ ว่าอยากได้ตัวฉัน ซึ่งเงินมากมายที่เขายื่นเสนอให้มันก็มากพอที่ฉันจะกระโดดลงหลุมพลางนี้ของเขาไปง่ายๆ
“เฮียยอมรับตรงๆ เลยนะ ว่าเฮียไม่เคยถูกใจผู้หญิงคนไหนเท่าหนูมาก่อน และเฮียก็อยากให้หนูอยู่กับเฮียในช่วงเวลาที่เฮียอยู่ที่นี่” ถูกใจมากในที่นี้คือการที่เขาพอใจกับรูปลักษณ์ภายนอกของฉัน โดยไม่ได้มีความรู้สึกจากหัวใจมาเกี่ยวข้องด้วยสินะ
ก็ดี ที่เขาไม่คิดขายฝันกัน ฉะนั้นท่องเอาไว้นะเทียร์ ว่านี่คืองาน! ควรปิดประตูหัวใจแล้วล็อกกุญแจขังมันไว้ให้แน่น อย่าได้ให้มันกระโดดไปหาเขาเชียวล่ะ ไม่งั้นคนที่จะเจ็บปวดกับเรื่องนี้มากที่สุดคือฉัน ซึ่งไม่รู้ว่าระยะเวลาหนึ่งเดือนนี้ฉันต้องเตือนใจตัวเองบ่อยแค่ไหนเพราะฉันรู้ว่าตอนนี้หัวใจตัวเองพร้อมจะโดดไปหาเขาอย่างง่ายดาย ยิ่งลึกซึ้งก็ยิ่งอันตราย การผูกสัมพันธ์ทางกายอาจจะเกิดความสัมพันธ์ทางใจได้ ไม่รู้เลยว่าคนไร้ประสบการณ์ด้านความรักอย่างฉันจะต้านทานเสน่ห์ของเขาได้หรือเปล่า
“ตอนนี้หนูเป็นเด็กของเฮียแล้วนะ ถ้าอยากได้เงินชอปปิงเพิ่ม
ก็อ้อนเฮียได้เสมอ สำหรับหนูเฮียพร้อมเปย์” ป๋ากว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!“ขอบคุณค่ะ” ฉันเอ่ยปากขอบคุณความใจดีของเขา แต่ไม่ได้ยกมือไว้เพราะจำได้ว่าเขาบอกว่าถ้าอยู่กันสองคนไม่ต้องยกมือไหว้
ร่างสูงใหญ่เดินไปหยิบสมุดเช็คที่โต๊ะหัวเตียงก่อนจะเขียนจำนวนเงินและเซ็นลายเซ็นตัวเองลงไปแล้วยื่นให้ฉัน
“10 ล้านบาทถ้วนสำหรับวันแรกของการเริ่มงานครับ”
ฉันขยับตัวลุกขึ้นนั่ง มองเฟรอย่างช่างใจ ไม่แน่ใจว่าเพื่อนกำลังรู้สึกยังไง แต่ดูจากสีหน้าก็ไม่ได้บึ้งตึงเหมือนคนกำลังโกรธ หรือแม้แต่น้ำเสียงที่ถามเมื่อกี้ฟังดูแปลกใจเสียมากกว่า“แกเห็นฉันกับเขาที่ห้องครัวเมื่อกี้ใช่ไหม”“อืม เห็นแกหายไปนาน เป่าผมเสร็จก็ยังไม่ขึ้นมาเลยลงไปตาม แล้วสรุปเป็นอะไรกัน ไปรู้จักกันตอนไหน ไหนเล่ามาซิ” ความลับแตกแล้วสิ! สงสัยไอ้นิยามที่ว่าที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุดคงไม่มีอยู่จริง “ฉันเจอเขาที่เลาจน์อ่ะ ก่อนจะบังเอิญมาเจอที่นี่แล้วก็ได้รู้ว่าเขารู้จักแกกับเฮียฟราน”“โลกกลมจริงจริ๊ง!” ใช่! โลกกลมมาก และบางครั้งความโลกกลมก็ไม่ได้เป็นผลดีเลย เฟรยังยิงคำถามอย่างต่อเนื่อง “แล้วไปรู้จักกันอีท่าไหนถึงได้จูบกอดรัดฟัดเหวี่ยง นัวเนียกันเหมือนในห้องครัวเมื่อกี้”“แค่จูบกันเฉยๆ” ฉันอ้อมแอ้มแก้คำพูดของเฟร ก็เพื่อนก็ใช้คำซะเกินงาม“สรุปคบกัน?” ฉันส่ายหัวตอบเฟร ไม่กล้าแม้แต่จะโกหกว่าเราคบกันเพราะอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการสถานะนี้กับฉันตั้งแต่แรก“อย่าบอกว่าแค่เอากันเฉยๆ เพราะฉันไม่เชื่อว่าคนอย่างแกจะทำแบบนั้น” ความที่เป็นเพื่อนกันมาหลายปีและเราก็รู้จักนิสัยใจคอกันมากแ
เทียร์คืนนี้เป็นคืนที่สี่ที่ฉันต้องมานอนค้างกับเฟรเพื่อความสบายใจของเฮียไคเดน ในระหว่างที่เขาบินไปเคลียร์งานที่ฮ่องกง ซึ่งตลอดสี่วันที่ผ่านมาแม้ว่าเขาจะยุ่งมากแค่ไหน แต่เขาก็ยังเจียดเวลาโทรมาถามไถ่ทุกวัน งานเขาคงยุ่งมากๆ เพราะทุกครั้งที่เขาโทรหาเราไม่เคยได้คุยกันเกิน 10 นาทีเลย และวันนี้เขาหายเงียบไปเลยตั้งแต่ตอนบ่าย สงสัยจะประชุมลากยาวอีกตามเคยหลังจากดื่มน้ำและหยิบขวดน้ำติดมือมาอีกหนึ่งขวดเผื่อเฟรเพราะเมื่อตอนเย็นนั่งดูหนังด้วยกันพร้อมแล้วเผลอทานขนมขบเคี้ยวเยอะไปหน่อย ตอนนี้เลยรู้สึกคอแห้ง กระหายน้ำ เฟรเองก็คงไม่ต่างกันจังหวะที่กำลังเดินออกจากห้องครัวมุ่งหน้าไปที่บันไดขึ้นชั้นสอง ทว่ากลับเห็นแผ่นหลังหนาในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกางเกงสีโทนเดียวกัน ที่ฉันจำได้แม่นว่าเจ้าของแผ่นหลังคือใคร“เฮีย” ฉันเรียกเขาเสียงไม่เบาและไม่ดังมาก แต่ดังพอที่ทำให้ขายาวๆ ที่กำลังก้าวขึ้นบันไดหยุดชะงักแล้วหันหลังมา“เทียร์! ทำไมไม่รับโทรศัพท์เฮีย” เขาเดินมาหาด้วยสายตาดุๆ ก่อนจะลากฉันกลับเข้าไปในห้องครัวทั้งที่พึ่งเดินออกมา“เฮียปล่อยก่อนค่ะ เดี๋ยวเฮียฟรานเห็น” ไม่ได้กลัวเฮียฟรานซิสลงมาเจอเท่ากับไอ้กล้อง
ไคเดน“นายต้องการให้ผมลงโทษมันยังดีครับ” ‘จางหมิ่น’ มือขวาคู่ใจถามผมผมก้มมองร่างผอมแห้งอายุรุ่นราวคราวเดียวกับตัวเองที่ตอนมันมีสภาพสะบักสะบอมเหมือนโดนหมาฟัดมา กำลังยกมือไหว้ร่ำร้องขอชีวิตอยู่บนพื้นห้องที่เปรอะเปื้อนไปด้วยหยดเลือดสีแดงสดหรือเลือดชั่วของมัน“เก็บมันซะ!” ผมไม่เคยลังเลที่จะลงโทษคนทรยศด้วยวิธีนี้ ในเมื่อลูกน้องที่ผมรับเข้ามาทำงานให้เงินเดือนดีๆ มันไม่จงรักภักดี ขโมยสินค้าล็อตใหญ่ของลูกค้าคนสำคัญไปขายทอดตลาด ส่งผลให้บริษัทของผมไม่สามารถส่งพัสดุให้ลูกค้าครบถ้วนได้ จนถูกลูกค้าโทรมาโวยและต้องจ่ายค่าเสียหายเป็นเงินก้อนใหญ่ทั้งขาดทุนทั้งเสียชื่อบริษัท เพราะฉะนั้นบทลงโทษเดียวของไอ้หัวขโมยคือ ‘ความตาย’ก็อยากการตัดนิ้วมือทิ้งให้มันเป็นพิการตลอดชีวิตก็ได้ ทรมานมันเล่นๆ ทว่ามือขวาของผมได้สืบประวัติมาว่าไอ้พนักงานคนนี้มาแล้วว่ามันมีเมียและลูกน้อยที่อายุได้เพียงไม่กี่ขวบเอง เป็นพิการไปก็ลำบากครอบครัว ประกอบกับที่มันไม่ได้เป็นผัวและพ่อที่ดีเลย ชอบทำร้ายร่างกายลูกเมียตอนเมา เพราะฉะนั้นอยู่ไปก็หนักโลกเดนสังคมแบบมันควรตายๆ ซะ!ไม่แน่ลูกกับเมียมันอาจจะอยากขอบคุณผมก็ได้ที่สั่งเก็บพ่อชั่ว
ในขณะที่ยืนรอเฟรที่หน้าหอพัก ในหัวก็นึกถึงเสาร์ - อาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะคืนวันเสาร์หลังทานมื้อค่ำเสร็จตอน 3 ทุ่มกว่า กิจกรรมเดียวที่เราทำคือกิจกรรมบนเตียง เขาจับฉันกินจนเวลาล่วงเลยไปตอนเช้ามืดอีกวัน คือไม่ได้มีแรงโหมกระแทกกันนานหลายชั่วโมงติดต่อกันขนาดนั้น ก็จบกันไปเป็นยกๆ มีพักคุยกันบ้าง สักพักก็นัวเนียกันใหม่ วนเวียนอยู่แบบนี้ทั้งคืนเขาน่าจะเป็นคนเซ็กซ์จัดคนหนึ่ง เพราะนอกเหนือจากเรื่องงาน ก็มีกิจกรรมไม่กี่อย่างที่เขาทำ มีว่ายน้ำบ้างครั้งคราว ออกกำลังกายตอนเช้า ที่เหลือก็คือเรื่องบนเตียง ส่วนฉันก็ยอมรับอย่างไม่อาย ว่าฉันเองก็ชอบและติดใจรสเซ็กซ์ของเขาเหมือนกันรถปอร์เช่คันสีเหลืองแสบตาแล่นเข้ามาจอดตรงหน้า ฉันเปิดประตูเดินขึ้นรถด้วยความคุ้นชินเพราะเพื่อนมารับไปเรียนทุกวันตั้งแต่ปี1 ยันปี4“กาแฟไหม” เฟรยื่นแก้วกาแฟเย็นจากร้านหรูมาให้ ก่อนจะออกรถ“ขอบใจนะ” ฉันยกแก้วกาแฟมาดูดไม่ให้เสียน้ำใจ เพราะเพื่อนคงคิดว่าเมื่อคืนฉันไปทำงานเลยแวะซื้อกาแฟมาให้เหมือนทุกวัน “แก ฉันลาออกจากงานแล้วนะ”“จริงดิ! ทำไมจู่ๆ ถึงลาออกล่ะ” เฟรถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ เพราะปกติถ้ามีเรื่องแบบนี้ฉันมักจะปรึกษาหรื
“ตรวจงานอะไรคะ?”“ว่าเฮียอาบน้ำให้หนูสะอาดดีไหม” ฉันยิ้มหวานให้กับข้ออ้างเขา จะกินฉันก็บอกมาเถอะ จะมาตรวจเช็คอะไร อาบน้ำเกือบชั่วโมงไม่สะอาดให้มันรู้ไปสิจมูกโด่งกดดมตั้งลำคอ บ่าไหล่ ทำเสียงฟุ๊ดฟิ๊ดไปด้วยเหมือนกำลังตรวจตราอย่างที่เขาว่า ก่อนจะแวะแทะเล็มยอดอกสีชมพูอ่อนชูชันด้วยริมฝีปากร้อน “อ๊ะ”แล้วฟัดทั้งสองเต้าขาวใหญ่อย่างมันเขี้ยว ฉันหลุดหัวเราะเพราะจั๊กจี้เมื่อโดนตอหนวดเขาขูดเบาๆ บนเนื้อบอบบาง“ต้องตรวจตราให้ครบทุกซอกทุกมุม” ฉันเม้มปากสบสายตากะลิ้มกะเหลี่ยคู่นั้น ขณะที่เขาลากจมูกโด่งลงต่ำไปถึงสะดือ กดริมฝีปากจูบตรงนั้น แล้วจูบไล้ลงไปที่ขาอ่อน ใช้ริมเม้มเบาๆ แต่ฉันกลับสะท้านไปทั้งตัว“อื้อ”“ตรงนี้ก็ต้องตรวจค่ะ” เขาเงยหน้าขึ้นมาบอก แล้วจับขาทั้งสองข้างของฉันตั้งฉาก ก่อนจะส่งลิ้นนุ่มตวัดที่จุดอ่อนไหว เขาตวัดลิ้นขึ้นลง จนตรงนั้นเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายและน้ำหวานที่ไหลออกจากตัวฉัน“อื้อ อ๊ะ” ทุกครั้งที่ปลายลิ้นเล่นงานติ่งเสียวฉันทั้งยัดสะโพกสู้และก็ยัดหนีเมื่อรับกับความเสียวเสียดไม่ไหว นอนหลับตาพริ้ม ตัวบิดเร้าปากครวญครางไม่เป็นภาษา ลมหายใจหอบถี่จนสุดท้ายของกรีดร้องออกมาก เมื่อช่องทางรัก
วันต่อมา....“เฮียอาบน้ำด้วยค่ะ” เสียงทุ้มดังจากด้านหลัง ก่อนกายหนาเปลือยเปล่าจะแนบชิดเข้ามา จนสัมผัสกล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งเป็นรอน กับไอ้เข้ามังกรที่ดุนอยู่ตรงบั้นท้าย“อาบอย่างเดียวเหรอคะ?” ฉันเอียงหน้าถามอย่างรู้ทัน ก็แข็งทิ่มร่องก้นขนาดนี้ ไม่ใช่แค่อาบน้ำแน่ๆ“อยากเอาด้วยค่ะ” เขาเองก็ยอมรับออกมาตรงๆ ก่อนจูบลงที่หลังคอ ลากริมฝีปากและเล็มต้นคอมาเรื่อยๆ ต่ำลงไปที่ลาดไหล่ “เดี๋ยวเฮียอาบให้นะคะ จะอาบให้สะอาดหมดจดทุกซอกทุกมุมเลย”ฉันลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอกับประโยคสุดท้าย ค่ำคืนอันเร่าร้อนของเรากำลังเริ่มขึ้นแล้วสินะ เขายังประกาศไว้อีกว่าจะโต้รุ่งเสียด้วย ตอนนี้แค่ 3ทุ่มกว่าๆ เอง อีกหลายชั่วโมงเลยนะกว่าฟ้าจะสร่างแต่ไม่เป็นไร ฉันสู้ไม่ถอยอยู่แล้ว เพราะเขาอายุเยอะกว่าตั้งเป็นสิบปียังไม่เคยบ่นอิดออด ฉันยังเป็นสาวเป็นแส้อยู่เลย จะตายคาอกผู้ชายให้มันรู้ไปฉันหยิบขวดครีมอาบน้ำกดใส่มือใหญ่ที่แบมือมาข้างหน้า แล้วเขาก็ชโลมมันลงบนผิวกายฉัน มือใหญ่ลูบไล้ขึ้นลงตามจากบ่ายังแขนทั้งสองข้าง สัมผัสและกลิ่นของครีมอาบน้ำทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลาย ฉันหลับตาลงพร้อมสูดดมกลิ่นหอมละมุนที่ตลบอบอวลพร้อมไอความร้อนของ







