พลาดรักมาเฟียร้าย

พลาดรักมาเฟียร้าย

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-21
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
35Bab
229Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

“ปกติคุณจ่ายหนักขนาดนี้ เพื่อแลกกับการได้นอนกับผู้หญิงคนหนึ่ง?” “ถ้าผมถูกใจ เท่าไหร่ผมก็จ่ายได้ คุณจะขอบ้าน คอนโด เงินสดเพิ่มอีกก็ยังได้”

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 บาร์เทนดี้

ไคเดน

พอเท้าเหยียบแผ่นดินไทยเท่านั้น ฟรานซิส เพื่อนสมัยเรียนบริหารด้วยกันที่อังกฤษก็โทรเรียกให้ผมเข้าไปคุยงานกับมันทันที คนเหี้ยอะไรเพื่อนพึ่งบินมายังไม่ทันหายเหนื่อย ก็โทรเรียกไปคุยเรื่องงานแล้ว

ทว่าผมก็ตรงไปหาฟรานซิสทันที เพราะว่าตัวผมเองก็เป็นคนบ้างานพอๆ กับอีกฝ่ายนั่นแหละ

แซะมันไปงั้น หมั่นไส้ที่ช่างรู้เวลาเหมาะเจาะเสียเหลือเกิน ล้อเครื่องบินแตะพื้นปุ๊บเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ผมก็ดังปั๊บ

คุยงานกันได้ 2-3 ชั่วโมง ฟรานซิสก็ต้องเข้าประชุมต่อ ผมถึงได้กลับมาพักที่โรงแรม

โรงแรมที่เข้าพักเป็นโรงแรมห้าดาวใจกลางเมืองหลวงที่ฟรานซิสจัดเตรียมไว้ให้ เจ้าของโรงแรมก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือ คีย์ เพื่อนรุ่นน้องของฟรานซิส ซึ่งคีย์กับผมกำลังร่วมโปรเจคใหญ่กันอยู่

ผมได้ตกลงร่วมหุ้นและเป็นนายทุนสร้างโรงแรมแห่งใหม่ที่คีย์กำลังสร้างที่ภูเก็ต มันเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ครั้งแรกของผมในเมืองไทย ก็หวังว่ามันจะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

หลังอาบน้ำเสร็จจะเข้านอนเลยก็รู้สึกว่ามันเช้าเกินไป ในเวลาสามทุ่มกว่าๆ ก็เด็ก 5 ขวบแล้ว ออกไปหาอะไรดื่มเสียหน่อยดีกว่า

หยิบเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนสีเดียวกันมาสวม ขี้เกียจใส่สูท

ผูกเนกไทออกไปดื่มเหล้า ขอออกไปชุดสบายๆ แค่นี้พอ 

แม้ผมจะไม่ได้แต่งตัวหรูหราอะไรผมก็สามารถเข้าเลาจน์ของโรงแรมได้ เพราะฟรานซิสให้การ์ด VVIP มา คืนตั้งใจแค่จะไปดื่มเบาๆ ไม่เกิน 5 ทุ่มก็คงเข้ามาพักแล้ว พรุ่งนี้มีงานรออยู่แต่เช้า

ผมยื่นการ์ดให้พนักงานต้อนรับตรงหน้าประตูเลาจน์ดู เธอยิ้มหวานตอนรับพร้อมยกมือไหว้ผมอย่างน้อมนอบ ผมจึงก้มหัวให้ตามมารยาทพร้อมกระตุกยิ้มมุมปากกลับ ก่อนก้าวเข้าไปข้างใน

เลาจน์ที่นี้มีไว้เพื่อต้อนรับเฉพาะแขก VVIP เท่านั้น คนเลยไม่พลุกพล่าน ตามที่ผมต้องการ ผมไม่ชอบสถานที่ที่มีคนเยอะๆ ยิ่งเป็นผับทั่วไปไม่เคยคิดจะไปเยียบกลาย มีแต่คนเมาเกลื่อนกลาด มีเรื่องทะเลาะวิวาทกันทุกๆ ครึ่งชั่วโมง และไม่ชอบที่ต้องไปเดินเบียดกับคนมากหน้าหลายตา

เพราะจริงๆ แล้วผมเป็นคนค่อนข้างถือตัว ไม่ชอบให้ใครมาถูกเนื้อต้องตัว เว้นก็แต่ ผู้หญิงสวยๆ หน้าอกใหญ่ๆ สะโพกสะบึ้มๆ ถ้าทรงนี้เบียดแนบชิดยังไงก็ได้ผมไม่ถือ

ตัวเลาจน์ถูกตกแต่งด้วยความหรูหราแบบสมัยใหม่ ฟากหนึ่งของห้องเป็นกระจกบานใหญ่ที่สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำข้างนอก ความคิดไม่เลว นั่งจิบเหล้าเคล้าเสียงเพลงกับวิวสวยๆ

ผมเดินผ่านโซนโซฟาไปที่เคาน์เตอร์บาร์ เนื่องจากวันนี้มาดื่มคนเดียว จะเปิดโต๊ะนั่งเองก็ดูเหงาไป และไม่ได้คิดว่าจะใช้เวลาอยู่ที่นี่นานด้วย แค่อยากจะมาดื่มกรึ่มๆ พอให้นอนหลับง่าย 

ทว่า....

“สวัสดีค่ะคุณผู้ชาย รับอะไรดีคะ”

สวย!

สวยมาก!

สวยจนไม่อยากละสายตาไปไหน!

บาร์เทนเดอร์สวยขนาดนี้ เห็นทีคงต้องนั่งยาว เลาจ์ปิดเมื่อไหร่ผมกลับเมื่อนั้น! 

ผมนั่งลงที่เก้าอี้บาร์ในขณะที่สายตายังจองมองรอยยิ้มหวานบนใบหน้าสวยโดดเด่นของบาร์เทนเดอร์สาวตรงหน้า

คนอะไรสวยฉิบหาย สวยจนผมละสายตาไม่ได้เลย

จนผมนึกอยากจะกราบแทบเท้าขอบคุณไอ้ฟรานที่แนะนำเลาจน์และให้บัตร VVIP ผมมา

ถ้าไม่มา ก็คงไม่ได้เจอเธอคนนี้สินะ!

“Macallan ครับ”

ผมบอกเธอโดยที่ไม่ต้องดูเมนูเครื่องดื่มเพราะผมเห็นขวดวิสกี้ชั้นดีหลายขวดหลายยี่ห้อถูกตั้งโชว์ในตู้หลังเคาน์เตอร์อยู่แล้ว อีกอย่าง..ผมไม่สามารถละสายตาจากผู้หญิงคนนี้ได้เลย

“ได้ค่ะ”

เธอรับคำสั้นๆ ด้วยท่าทีน้อมนอบ ก่อนหมุนตัวไปเปิดตู้หยิบขวดวิสกี้ยี่ห้อที่ผมสั่งรินใส่แก้วอย่างขะมักเขม้น ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีแก้ววิสกี้ก็ถูกเสิร์ฟลงตรงหน้าผม

“นี่ค่ะ Macallan ของคุณผู้ชาย” เธอฉีกยิ้มการตลาดลงส่งมาให้ผม แต่แค่นี้มันก็สะกดผมได้แล้ว

“ขอบคุณครับ”

ผมยกแก้ววิสกี้ขึ้นมาจิบ เหล้าดีกรีแรง ทว่ารสชาติกลับหวานนุ่มลิ้น  ซึ่งวันนี้มันยิ่งหวานผิดลิ้นไปอีก คงเป็นเพราะวิวสวยๆ ตรงหน้า

ไม่ได้หมายถึงวิวแม่น้ำ หมายถึงเจ้าของร่างอรชรตรงหน้าต่างหาก แม้เธอจะอยู่ในชุดสุภาพไม่รัดรึงมาก แต่ก็ยังพอเห็นส่วนเว้าส่วนโค้ง และมากพอสำหรับผู้ชายที่ผ่านผู้หญิงมากมายอย่างผมที่จินตนาการถึงร่างกายเปลือยเปล่าภายใต้อาภรณ์ว่าเธอสวยงามแค่ไหน

วิวสวยสง่าบวกกับเหล้ารสชั้นดี จิบเพลินจนหมดแก้วไปตอนไหนไม่รู้ รู้อีกทีก็เรียกบาร์เทนเดอร์คนสวยมาเติมให้อีกแก้วแล้ว

“คุณทำงานที่นี่นานแล้วเหรอครับ” ใช้โอกาสในขณะที่เธอกำลังรินวิสกี้ชวนเธอคุย

“เกือบสองปีได้แล้วค่ะ”

“ถึงว่า คุณทำงานได้ดูคล่องแคล่วดี” ดูจากตอนที่เธอไปหยิบขวดวิสกี้ เธอรู้ทันทีว่ามันถูกวางไว้ตรงไหน ทั้งที่เค้าเตอร์ตรงนั้นมีเหล้าหลากหลายยี่ห้อวางเรียงรายกันจนตาลาย

“ขอบคุณค่ะ” แล้วเธอก็ฉีกยิ้มการตลาดให้ผมอีกครั้ง ก่อนเดินไปเก็บขวดวิ้สกี้ไว้ที่เดิม

หัวข้อสนทนาห่วยแตกที่สุด เพราะผมไม่รู้จะชวนเธอคุยเรื่องอะไร จะถามคำถามที่ส่วนตัวกว่านี้ก็กลัวจะรุกเร็วเกินไป คือผมกำลังคีพคูลอยู่ แต่แม่งโคตรรนเพราะถูกใจเธอจนตัวสั่น

ทำเป็นเลือดร้อนไปได้ อายุ 33 ปีแล้วนะโว้ย!

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
35 Bab
บทที่ 1 บาร์เทนดี้
ไคเดนพอเท้าเหยียบแผ่นดินไทยเท่านั้น ‘ฟรานซิส’ เพื่อนสมัยเรียนบริหารด้วยกันที่อังกฤษก็โทรเรียกให้ผมเข้าไปคุยงานกับมันทันที คนเหี้ยอะไรเพื่อนพึ่งบินมายังไม่ทันหายเหนื่อย ก็โทรเรียกไปคุยเรื่องงานแล้วทว่าผมก็ตรงไปหาฟรานซิสทันที เพราะว่าตัวผมเองก็เป็นคนบ้างานพอๆ กับอีกฝ่ายนั่นแหละแซะมันไปงั้น หมั่นไส้ที่ช่างรู้เวลาเหมาะเจาะเสียเหลือเกิน ล้อเครื่องบินแตะพื้นปุ๊บเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ผมก็ดังปั๊บคุยงานกันได้ 2-3 ชั่วโมง ฟรานซิสก็ต้องเข้าประชุมต่อ ผมถึงได้กลับมาพักที่โรงแรมโรงแรมที่เข้าพักเป็นโรงแรมห้าดาวใจกลางเมืองหลวงที่ฟรานซิสจัดเตรียมไว้ให้ เจ้าของโรงแรมก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือ ‘คีย์’ เพื่อนรุ่นน้องของฟรานซิส ซึ่งคีย์กับผมกำลังร่วมโปรเจคใหญ่กันอยู่ผมได้ตกลงร่วมหุ้นและเป็นนายทุนสร้างโรงแรมแห่งใหม่ที่คีย์กำลังสร้างที่ภูเก็ต มันเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ครั้งแรกของผมในเมืองไทย ก็หวังว่ามันจะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีหลังอาบน้ำเสร็จจะเข้านอนเลยก็รู้สึกว่ามันเช้าเกินไป ในเวลาสามทุ่มกว่าๆ ก็เด็ก 5 ขวบแล้ว ออกไปหาอะไรดื่มเสียหน่อยดีกว่าหยิบเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนสีเดียวกันมาสวม ขี้เกียจใส่สูทผูกเน
Baca selengkapnya
บทที่ 2 เด็กเสี่ย
นั่งจิบวิสกี้แก้วที่สองพลางคิดไปด้วยว่าผมจะเอาผู้หญิงตรงหน้าขึ้นเตียงได้ยังไง เพราะหน้าที่การงานเธอค่อนข้างผิดจากที่เคยเจอมา ถ้าเป็นพวกพนักงานเสิร์ฟผมไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย นั่งอยู่เฉยๆ พวกเธอก็ส่งสายตาสื่อความหมายให้อยู่แล้ว แค่กระดิกนิ้วก็หิ้วกลับห้องอย่างง่ายดายแต่แม่สาวบาร์เทนเดอร์คนนี้สิ ไม่แม้แต่จะส่งสายตาสื่อความหมายอะไรกับผมทั้งสิ้น มีแค่คำพูดสุภาพและรอยยิ้มการตลาด เธอเว้นระยะไว้อย่างชัดเจน ทรงนี้กระดิกจนนิ้วล็อกก็ไม่ได้แอ้มเอาไงดีวะ? ผมเป็นพวกอยากได้อะไรก็ต้องได้ด้วยสิ และตอนนี้กำลังอยากได้เธอคนนี้แทบขาดใจ รู้สึกถูกตาต้องใจใอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเหล้าแก้วที่สามหมดลง ผมจึงเรียกเธอมาเติมให้อีกครั้ง โดยจะใช้โอกาสตรงนี้คุยกับเธอด้วย“คุณมีแฟนรึยัง?”เอาวะเข้าเรื่องเลยแล้วกัน ขืนคีพคูลต่อไป อดแดกแม่กวางน้อยคนนี้แน่นอนจากที่คิดไว้เธออาจจะตกใจนิดหน่อยที่ถามตรงๆ แบบนี้ เนื่องจากผมเป็นคนประดิดประดอยคำพูดไม่ค่อยเก่ง บวกกับอยากเข้าเรื่องตรงๆ ไม่อยากอ้อมค้อมให้เสียเวลาและที่เลือกคำถามนี้ เพราะผมอยากแน่ใจก่อนว่าเธอยังไม่มีเจ้าของ แม้จะอยากได้จนใจเจ็บแต่ก็ไม่ใช่พวกแย่งของของใครหรือกินร่
Baca selengkapnya
บทที่ 3 ปากอย่างใจอย่าง
เทียร์ทุกวันนี้ชีวิตฉันมีอยู่แค่สองอย่างคือเรียนและทำงาน ถามว่าเหนื่อยไหม ตอบเลยว่าเหนื่อยมาก! แต่ก็ต้องกัดฟันทำต่อไป เพราะเงินประกันชีวิตที่ได้รับหลังจากที่พ่อกับแม่เสียชีวิต มันไม่มากพอที่จะส่งฉันเรียนจนจบได้ หรือไม่ก็เฉียดฉิวมาก ไหนจะค่าเทอม ค่าหอพัก ค่ากิน ข้าวของเครื่องใช้จิปาถะทั้งหลาย มันไม่ใช่น้อยๆ เลย ข้าวของก็ขึ้นราคาทุกวัน ฉันเลยต้องทำงานเพื่อให้มั่นใจว่าฉันจะมีเงินมากพอที่จะส่งตัวเองเรียนจนจบและมีเงินเก็บฉุกเฉินด้วยความจริงงานที่ทำอยู่ไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรเลย ณ ตอนนี้นะ ช่วงแรกๆ ก็เอาเรื่องเหมือนกัน เพราะการฝึกเป็นบาร์เทนเดอร์มันไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ความจำค่อนข้างเยอะ ชื่อแอลกอฮอล์แต่ละอย่างก็ใช่ว่าจะง่าย ต้องเอาอะไรต่อมิอะไรมาผสมกันอีก แต่พอทำได้สักพักก็รู้สึกคล่องและพยายามตั้งใจทำงานและพัฒนามาเรื่อยๆ ให้สมกับเงินเดือนและจะทำให้พี่ชายเพื่อนที่ช่วยฝากงานนี้ให้เสียหน้าไม่ได้เด็ดขาดระหว่างที่ยืนเช็ดแก้วที่เคาน์เตอร์บาร์ สายตาก็ปะทะเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาที่ฉันเก็บเอาไปฝันเมื่อคืน ดวงตาสีเทาคมเฉี่ยวเหมือนเหยี่ยว สันจมูกโด่งสวยเข้ารูป รูปร่างสูงใหญ่กำยำไซซ์ยุโรป เมื่อวาน
Baca selengkapnya
บทที่ 4 มาเป็นพี่สะไภ้ฉันซะ
“นี่แกได้นอนบ้างไหมเนี่ย หน้าตาดูไม่สดชื่นเลย ตอนเรียนก็เกือบเผลอหลับตั้งหลายครั้ง” น้ำเสียงเป็นกังวลของเพื่อนเอ่ยถามหลังจากที่เราเดินออกมาจากห้องเรียน‘เฟรย่า’ หรือฉันมักเรียกว่า เฟร เฉยๆสาวสวยลูกครึ่งไทย - สวีเดน เป็นเพื่อนสนิทคนเดียวของฉัน เราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ปีหนึ่ง ตั้งแต่วันแรกในรั้วมหาลัยเลยก็ว่าได้ เพราะเราบังเอิญได้เลขรหัสนักเรียนต่อกัน เวลาทำกิจกรรมรับน้องเราเลยมักนั่งติดกันตลอด พอได้คุยได้ทำความรู้จักกันเราก็สนิทกันโดยไม่รู้ตัว มันเหมือนคนที่คุยถูกคอละมั้งปกติฉันเป็นคนมีเพื่อนน้อย อาจจะเป็นเพราะท่าทางแข็งๆ ไม่ค่อยอ่อนหวานสดใสหรือดูไม่ค่อยเฟรนลี่ ความจริงฉันก็แค่อายที่ต้องเป็นคนเข้าไปทักก่อนแค่นั้น เลยดูเป็นคนหยิ่งๆ ทำให้ฉันไม่ค่อยมีเพื่อนส่วนเฟร เธอเป็นคนแสบๆ อัธยาศัยดี พูดเก่ง เข้าหาง่าย ไม่ถือตัว ทั้งที่เธอมาจากครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวยมากๆ แต่เฟรกลับเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย เดินเล่นตลาดนัดหน้ามหาลัยกับฉันได้สบาย หมูกระทะหน้ามหาลัยของโปรดเพื่อนเลย เรื่องฐานะที่ต่างกันของเราเลยไม่ใช่ปัญหา“ทำงานติดกันหลายวันเลยรู้สึกเพลียๆ”ที่กลายเป็นซอมบี้อยู่ตอนนี้ไม่ใช่แค่เพราะทำงานหน
Baca selengkapnya
บทที่ 5 อยากเจอ
นอนพักไปเกือบสองชั่วโมงได้ก่อนจะอาบน้ำแต่งตัวออกไปทำงาน โชคดีหน่อยที่โรงแรมไม่ได้ไกลจากหอพักมากและใกล้กับรถไฟฟ้าอย่าง Bts ด้วย จึงสะดวกต่อการเดินทางไปทำงาน ไม่งั้นคงต้องเสียเวลาบนท้องถนนอีกมากโขเวลาล่วงเลยจนถึง 5 ทุ่มกว่าๆ แล้ว แต่ยังไม่เห็นใครบางคนที่บอกว่าจะมาที่นี่เพราะอยากเจอฉันเลย แล้วทำไมฉันต้องเชื่อคำพูดเขาด้วยเนี่ย! เขาก็แค่แขกขาจรที่มานั่งดื่มคนหนึ่ง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใครมาจากไหน ดูจากหน้าตาไม่ใช่คนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์แน่ ตาคมเฉี่ยวเหมือนมีเชื้อจีน แต่สีตาและเค้าโครงหน้าดูจะมีเชื้อยุโรปด้วย แต่เขากลับพูดไทยได้ชัดแจ๋ว เลยเดาไม่ออกว่าเขาเป็นลูกครึ่งหรือลูกผสมจากที่ไหน มีอย่างเดียวที่มั่นใจคือเขารวยแน่ๆ ดูจากเครื่องประดับกายทุกชิ้นบนตัวเขาแบรนด์ดังระดับโลกทั้งนั้น ที่สำคัญเขาดูมีภูมิฐานดูมีอำนาจบารมีใหญ่โตและเหมือนมีอะไรบางอย่างในตัวเขาที่ทำให้เขาดูน่าเกรงขาม“ถึงเวลาเลิกงานแล้ว น้องเทียร์ไปพักเถอะ” เสียงพี่ ‘โจ’ บาร์เทนเดอร์อีกคนที่เข้ากะดึกต่อจากฉันเอ่ยบอกเที่ยงคืนแล้วเหรอทำไมเวลาคืนนี้มันเร็วจัง….“ค่ะ พี่โจ ไว้เจอกันวันศุกร์นะคะ”“ครับ กลับดีๆ ล่ะเรา ถึงแล้วไลน์มาบอ
Baca selengkapnya
บทที่ 6 ถ้าถูกใจ เท่าไหร่ก็จ่าย
“ไม่ถามหน่อยเหรอว่าผมมาจากไหน” ทว่าเหมือนมีคนอ่านใจฉันได้“กลัวดูละลาบละล้วงคุณเกินไปค่ะ” ถึงเขาเปิดโอกาสให้ แต่เราพึ่งเจอกันเป็นครั้งที่สามเองนะ กลัวถามอะไรไปแล้วดูอยากรู้อยากเห็นเรื่องของเขาจนเกินงาม“ตอนนี้เราไม่อยู่ในฐานะบาร์เทนเดอร์กับลูกค้าแล้ว คุยกับผมเป็นกันเองได้ อยากรู้อะไรเกี่ยวกับผม ถามได้ ผมไม่ถือว่าเป็นการละลาบละล้วง ถือเสียว่าเป็นการทำความรู้จักระหว่างเราแล้วกัน”เขาบอกฉันด้วยท่าสบายๆ แต่เป็นฉันที่ปรับตัวไม่ถูกเพราะก่อนหน้านี้ฉันพูดคุยกับเขาในฐานะลูกค้าคนหนึ่ง ซึ่งบทสนทนาต้องถูกกลั่นกรองและเลือกสรรมาแล้วในระดับหนึ่งเพื่อให้ถูกกาลเทศะในสถานที่ทำงาน“คุยกับผมเหมือนผู้ชายคนหนึ่งได้ไหม”“ก็ได้ค่ะ” ฉันตอบตกลงพลางเหลือบตามองคนที่กำลังตั้งใจขับรถ ในระดับที่เรียกว่าช้ามาก อาจจะเป็นเพราะเขาไม่คุ้นชินกับถนนที่กรุงเทพอย่างที่บอก“คุณไม่ได้อาศัยอยู่ที่กรุงเทพใช่ไหมคะ?”“เปล่าครับ ปกติผมอยู่ที่ฮ่องกง”“คุณเป็นลูกครึ่งไทย - ฮ่องกง?” เพราะเขาพูดไทยได้เลยคิดว่าเขาต้องมีเชื้อไทย“ผมเป็นลูกผสมน่ะ พ่อเป็นลูกครึ่งฮ่องกง - เยอรมัน ส่วนแม่เป็นลูกครึ่งไทย - เยอรมัน”ก็ว่าทำไมรูปร่างเขาถึงสูง
Baca selengkapnya
บทที่ 7 ข้อเสนอ
ถึงก่อนหน้านี้จะมีเสี่ยน้อยเสี่ยใหญ่มายื่นข้อเสนอให้จนหัวกระไดไม่แห้งก็ตาม และหลายคนก็ทุ่มไม่น้อย บางคนเสนอให้เงินเดือนหลักแสน ซื้อคอนโดให้อยู่บ้าง ซื้อรถให้ก็มี แต่ไม่มีใครบ้าจ่ายหนักเท่าเขาคนนี้มาก่อน แค่รถคันนี้ก็หลักสิบล้านแล้ว ไหนจะคอนโด บ้าน เงินสดอีกนี่ฉันไม่ได้กำลังฝันอยู่ใช่ไหม?ความรู้สึกเหมือนกำลังฝันว่าตัวเองถูกหวยไม่มีผิด ถ้าถามว่าสนใจข้อเสนอเขาไหม ตอบเลยว่า สนมาก!ฉันไม่ได้โลกสวยนะที่จะไม่สนใจข้อเสนอดีๆ แบบนี้ แต่ที่ปฏิเสธตลอดมาเพราะฉันไม่ได้ถูกใจคนพวกนั้นไง ไม่สามารถหลับหูหลับตานอนกับใครก็ได้เพื่อแลกกับเงิน อีกอย่างผู้ชายส่วนใหญ่ที่เข้ามามักมีครอบครัวกันแล้ว ซึ่งข้อนี้ฉันรับไม่ได้เด็ดขาด“คุณโสดใช่ไหมคะ” คนที่ขับรถสบายอารมณ์เลิกคิ้วอย่างแปลกใจทันที“ถ้าผมไม่โสดจะยื่นข้อเสนอให้คุณทำไมกัน” ผู้ชายมักมากมีให้เห็นเยอะแยะไป ดูจากเสี่ยๆ ที่มาขอเลี้ยงดูก่อนหน้านี้ก็ไม่เห็นจะโสดสักคน“คุณมีอะไรมายืนยันกับฉันไหมคะ” เขาขำพรืดทั้งที่ฉันกำลังถามเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะชะลอรถจอดหน้าหอพัก ปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วหันมาคุยกับฉันด้วยสีหน้าจริงจัง“ผมไม่มีเอกสารอะไรมายืนยันสถานะตัวเอง
Baca selengkapnya
บทที่ 8 บังเอิญ
ไคเดนผมขับรถตรงจากสนามบินมาที่บ้านฟรานซิส หลังบินกลับจากภูเก็ตเพื่อไปดูความคืบหน้าของโรงแรมที่ร่วมหุ้นกับคีย์ที่ฟรานซิสเป็นคนแนะนำให้รู้จักเมื่อสองปีก่อน ซึ่งตอนนี้โรงแรมสร้างเกือบเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว หลังจากนี้ก็จะเป็นการตกแต่งภายในและบริษัทตกแต่งภายในที่ประมูลได้คือบริษัทในเครือของฟรานซิสเอง วันนี้ผมเลยอยากแวะมาคุยกับมันเสียหน่อยบวกกับไม่รู้ไปไหน เพราะในเมืองไทยผมมีมันเป็นเพื่อนแค่คนเดียวเลยถือโอกาสแวะมาดื่มกับมันด้วยเสียเลย ตามประสาหนุ่มๆ ที่ยังไม่มีใครเป็นตัวเป็นตน จะว่าหนุ่มโสดสนิทก็พูดได้ไม่เต็มปากความจริงจะคุยเรื่องงานกันผ่านโทรศัพท์ก็ได้ แต่การมานั่งคุยงานแล้วจิบวิสกี้ไปด้วยมันดีกว่าเป็นไหนๆ กลับห้องไปก็มีแต่งานและความเหงา บวกกับช่วงนี้ที่เกิดเบื่อหน่ายกับเรื่องบนเตียง แต่….เอ๊ะ! เรื่องบนเตียงไม่น่าเบื่อหน่ายแต่แค่ไม่อยากได้ใครเลย ในหัวมีแต่เธอคนนั้นคนเดียว ไม่รู้เป็นบ้าอะไร!เจอกันสองสามครั้งเธอก็เข้ามาวนเวียนอยู่ในหัวผมไม่หยุด ว่างเป็นไม่ได้เอาแต่คิดถึงใบหน้าสวยละมุนนั้นตลอด พอรู้ตัวว่าตัวเองอาการค่อนข้างหนัก ไม่เคยอยากได้ใครมากเท่านี้มาก่อน ก็ได้แต่หวังว่าเธอ
Baca selengkapnya
บทที่ 9 คนแก่
“คุณคงไม่ได้เป็นเพื่อนกับไอ้ฟรานใช่ไหม?” และไม่คิดว่าเทียร์จะเป็นเด็กฟรานซิสมันด้วย ไม่งั้นเธอคงไม่ได้ไปทำงานที่คลับเลาจน์หรอก เพราะไอ้ฟรานมันไม่ปล่อยให้เด็กตัวเองไปทำงานในสถานที่แบบนั้นแน่นอน แต่ของแบบนี้สรุปเองไม่ได้ต้องถามให้มั่นใจว่าเธอกับเพื่อนผมไม่ได้มีซัมติงกันจริงๆ“ฉันคงไม่ได้ดูแก่ขั้นอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเฮียฟรานหรอกมั้งคะ” เธอตอบผมด้วยคำพูดติดตลก ซึ่งผมขำไม่ออกเพราะถ้าเธอว่าไอ้ฟรานซิสแก่ หมายความว่าผมก็แก่ด้วยสิ เพราะผมกับมันอายุเท่ากัน“คุณว่าผมแก่เหรอ” แล้วคนที่กำลังยิ้มร่าก็หน้าเจื่อนทันที“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ว่าให้คุณนะ แค่แซวเฮียฟรานเล่นเฉยๆ ค่ะ” เธอบอกพร้อมยกมือไว้ผมอย่างร้อนรนเหมือนกลัวคนแก่อย่างผมจะโกรธเอา หารู้ไหมว่าอารมณ์ของผมตอนนี้มันห่างไกลจากคำว่าโกรธโดยสิ้นเชิง ผมกำลังดีใจที่ได้เจอเธอ เพียงแค่ได้เห็นใบหน้าใสๆนี้ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและการทำงานมันเบาลง หรือเป็นเพราะความสดใสที่เปร่งประกายจากร่างบางที่ทำให้ผมรู้สึกกระปรี้กระเปร่า เลือดในกายสูบฉีดจนหัวใจเต้นแรงผิดจังหวะเป็นเอามากนะกู! จะหัวใจวายตายไหมเนี่ย!ด้วยลุคที่แปลกตาบวกกับการเป็นตัวของตัวเอง
Baca selengkapnya
บทที่ 10 ไม่ผ่าน!
“คั่วสาวที่ไหนกัน เฮียทำแต่งาน กลับจากภูเก็ตก็มาคุยงานต่อกับไอ้ฟรานเลย…. เราด้วยโตแล้วยังหวงพี่ชายอยู่ได้” แม้ว่าเทียร์จะไม่ได้แสดงอาการใดๆ ให้เห็น แต่ผมก็รีบแก้ตัวไว้ก่อน ซึ่งความจริงมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ตั้งแต่มาเหยียบเมืองไทยยังไม่ได้คั่วผู้หญิงคนไหนเลย ก็รอคั่วกับเธอคนนี้อยู่ไง ไม่รู้ว่าจะได้คั่วรึเปล่า“ไม่ได้หวงซะหน่อย แค่มีคนที่จองไว้ให้แล้วต่างหาก”“จองไว้? ใครเหรอบอกเฮียได้ไหม?” ถามไปเพราะอยากรู้ว่าใครกันที่เฟรจะยอมให้เป็นเมียไอ้ฟราน ก็เล่นหวงพี่ชายมาแต่ไหนแต่ไรทว่าผมอยากตะโกนบอกน้องสาวเพื่อนดังๆ ว่า คนนี้ไม่ได้ เฮียจองแล้วววว!!! เมื่อเห็นเฟรชี้นิ้วไปทางเทียร์“เทียร์….เพื่อนสนิทเฟรเอง สวย เก่ง ขยัน ผ่าน! ผ่าน! ผ่าน! 3 ผ่านเลย”ไม่ผ่านโว้ยยยย!!! ไหนเทียร์บอกว่าไอ้ฟรานเป็นแค่พี่ชายไงผมจึงเบนสายตาตั้งคำถามไปที่เทียร์ ซึ่งเธอสบตาผมและส่ายหน้าเบาๆ เป็นคำตอบ เลยทำให้ผมเกือบหลุดยิ้มกว้างด้วยความดีใจ แต่ก็ต้องเม้มปากซ่อนรอยยิ้มไว้เพราะกลัวเฟรจะสังเกตเห็น“ดูหน้าเพื่อนเราก่อน ว่าเขาอยากได้พี่ชายเราไหม”“เทียร์มันไม่เคยมองผู้ชายคนไหนหรอกค่ะ วันๆ มีแต่เรียนกับงาน” เฟรถอนหายใจอย่างเ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status