Share

พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี
พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี
Author: โม่เสียวชี่

บทที่ 1

Author: โม่เสียวชี่
แคว้นจิ้ง ยี่สิบแปดเดือนสิบสอง

มันเป็นวันที่อากาศกำลังหนาวเย็นพอดี

เฉียวเนี่ยนซักเสื้อผ้าชุดสุดท้ายในตอนเช้าเสร็จ ยังไม่ทันเช็ดมือที่หนาวจนชาให้แห้งก็ได้ยินนางกำนัลอาวุโสจากกรมซักล้างตะโกนเรียกนางว่า “เฉียวเนี่ยน เร็วเข้า จวนโหวมีคนมารับเจ้าแล้ว!”

นางยืนอึ้งอยู่ที่เดิม

จวนโหว ช่างเป็นคําที่ทั้งคุ้นเคยและไม่คุ้นเคยยิ่งนัก

นางเคยเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์ของจวนโหวมาสิบห้าปี แต่เมื่อสามปีก่อนกลับได้รับแจ้งว่าตนเองเป็นตัวปลอม

เป็นมามาอาวุโสที่ทําคลอดในตอนนั้นที่เห็นแก่ตัว นำลูกของตัวเองกับคุณหนูของจวนโหวแลกเปลี่ยนกัน และก่อนตายก็ค้นพบมโนธรรมและบอกความจริงออกมา

เฉียวเนี่ยนจําได้แม่นว่าวันนั้นที่ท่านโหวสองสามีภรรยาได้รู้จักกับหลินยวนลูกสาวแท้ๆ นั้นตื่นเต้นแค่ไหน พวกเขากอดกันทั้งร้องไห้ทั้งหัวเราะ ส่วนนางยืนมองอยู่ข้างๆ อย่างทําอะไรไม่ถูก ไม่เข้าใจว่าพ่อแม่ที่ตัวเองเรียกมาสิบห้าปี ทําไมจู่ๆ ถึงไม่ใช่พ่อแม่ของตัวเองแล้ว

อาจเป็นเพราะมองเห็นความผิดหวังของนาง ท่านโหวหลินจึงสัญญากับนางว่า นางยังคงเป็นคุณหนูของจวนโหว และยังให้หลินยวนเรียกนางว่าพี่หญิง แม้แต่ฮูหยินหลินก็ยังบอกว่า พวกเขายังคงรักนางเหมือนลูกสาวแท้ๆ

แต่วันนั้นพวกเขาเห็นหลินยวนทําถ้วยขององค์หญิงแตกด้วยตาตัวเอง เห็นสาวใช้ของหลินยวนผลักความผิดนี้มาที่นาง เห็นนางถูกองค์หญิงตําหนิ เห็นนางถูกส่งมาเป็นทาสรับใช้ที่กรมซักล้างแห่งนี้ พวกเขากลับยืนปกป้องหลินยวนอยู่ข้างๆ ไม่พูดสักคําตั้งแต่ต้นจนจบ

นางก็รู้แล้วว่านางไม่สามารถเป็นลูกสาวของพวกเขาได้อีกต่อไปแล้ว

“เฉียวเนี่ยน มัวนิ่งอยู่ทําไม? อย่าให้ท่านโหวน้อยรอจนร้อนใจสิ!” เสียงเร่งเร้าของนางกำนัลอาวุโสดึงความคิดเฉียวเนี่ยนกลับมา

นางเงยหน้าขึ้นมองไปทางประตูกรมซักล้าง ก็เห็นร่างสูงตระหง่านยืนอยู่ด้านนอก แสงแดดในฤดูหนาวส่องกระทบร่างของเขาจนดูราวกับมีประกายส่องมาจากตัวเขา

เมื่อเห็นใบหน้าที่ทั้งคุ้นเคยและไม่คุ้นเคยนั้น หัวใจของเฉียวเนี่ยนที่ไม่รู้สึกอะไรมานานก็บีบรัดอย่างเจ็บปวดโดยไม่ทันตั้งตัว

เป็นหลินเย่ว์

พี่ชายที่นางเรียกมาสิบห้าปี พี่ชายที่เคยเดินทางไปเจียงหนานที่อยู่แสนไกลเพื่อตามหาไข่มุกราตรีที่หายากที่สุดในโลก และพี่ชายที่ผลักนางลงจากชั้นสองเพื่อหลินยวน

ไม่ได้เจอกันสามปี ความรู้สึกคับข้องใจที่หายไปสามปีนั้นพลันพรั่งพรูออกมา

เฉียวเนี่ยนหายใจเข้าลึกๆ และระงับความคับข้องใจนั้นไว้ ใบหน้ายังคงไร้อารมณ์ใดๆ

นางเดินไปหาหลินเย่ว์ เดินเข้าไปใกล้ด้านหน้าแล้วคุกเข่าลงทําความเคารพ น้ำเสียงราบเรียบ แฝงไปด้วยความห่างเหิน “บ่าวคารวะท่านโหวน้อยเจ้าค่ะ”

ก่อนมา หลินเย่ว์ก็เคยเพ้อฝันถึงฉากที่พวกเขาพี่น้องได้พบกัน

คิดไปคิดมา ตามนิสัยเดิมของนาง ไม่ก็โผเข้ากอดเขา ออดอ้อนไปพลางร้องไห้พลางบ่นน้อยใจตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่ก็เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ไม่ยอมพบเขาแม้แต่ครั้งเดียว

คาดไม่ถึงว่านางจะเดินมาหาเขาอย่างใจเย็นและคุกเข่าลง

นี่คือน้องสาวที่เขาตามใจมาสิบห้าปีเชียวนะ!

ความดื้อรั้นและเอาแต่ใจของนาง ความเย่อหยิ่งของนางล้วนถูกตามใจโดยเขา

ทําไมตอนนี้กลับ...

หลินเย่ว์รู้สึกเพียงว่าหัวใจของตัวเองถูกมือที่มองไม่เห็นฉีกกระชากอย่างรุนแรง มือที่ไพล่หลังกําแน่น ลําคอเหมือนถูกมือข้างหนึ่งจับไว้ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วจึงเอ่ยปาก “ท่านย่าคิดถึงเจ้ามาก ฮองเฮาเห็นแก่ความชราของนาง อนุญาตให้เจ้าออกไปจากที่นี่ได้”

พูดจบประโยค หลินเย่ว์ก็รู้สึกว่าน้ำเสียงแข็งกระด้างเกินไป เขาขมวดคิ้วแล้วโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อประคองเฉียวเนี่ยนให้ลุกขึ้น จงใจพูดอย่างอ่อนโยนว่า “ตามพี่กลับบ้านเถอะ!”

ดวงตาที่ก้มต่ำของเฉียวเนี่ยนพลันสั่นไหวระริก

ตามพี่กลับบ้านเถอะ!

ใครจะรู้ว่าประโยคสั้นๆ นี้นางรอคอยมานานแค่ไหนแล้ว

ช่วงที่มากรมซักล้างครั้งแรกนั้น นางเฝ้ารอคอยหลินเย่ว์มารับนางกลับบ้านแทบทั้งวันทั้งคืน

แต่วันแล้ววันเล่า ความหวังก็กลายเป็นความผิดหวัง จนถึงตอนนี้นางไม่มีความเพ้อฝันใดๆ เกี่ยวกับการกลับจวนโหวอีกแล้ว

ไม่คิดว่าเขาจะมา

นางถอยหลังไปหนึ่งก้าว สะบัดมือหลินเย่ว์ออกอย่างเงียบๆ ก้มตัวลงทําความเคารพ “บ่าวขอบพระทัยที่ฮองเฮาทรงเมตตา ขอบคุณที่ฮูหยินเฒ่าเมตตา”

น้ำเสียงของนางจริงใจและท่าทางก็ดูเคารพมาก แต่ความห่างเหินที่ออกมาจากทุกคําและทุกประโยคนั้นทําให้หัวใจของหลินเย่ว์รู้สึกอึดอัดมากขึ้นเรื่อยๆ

เขาชักมือกลับ หัวคิ้วขมวดเป็นปม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธอย่างบอกไม่ถูก “ท่านพ่อไม่เคยถอดฐานะของเจ้าออก แม้เจ้าจะอยู่ในกรมซักล้างมาสามปี แต่ทะเบียนก็ยังอยู่ในจวนโหว เจ้าไม่เคยเป็นทาสรับใช้อะไรทั้งนั้น”

เด็กสาวบอบบางที่เขาโปรดปรานตั้งแต่เด็กจะเป็นทาสได้ยังไงกัน?

แต่เมื่อได้ยินคําพูดนี้ เฉียวเนี่ยนกลับรู้สึกประชดประชัน

สามปีที่ผ่านมา ทุกวันนางต้องตื่นมาซักผ้าก่อนฟ้าสาง ซักจนพระอาทิตย์ตกดิน ซักจนมือทั้งสองเปื่อยยุ่ย

นางกำนัลอาวุโสที่ดูแลกรมซักล้างเอะอะก็ตีหรือด่าใส่นาง ฐานะของนางที่นี่แม้แต่ทาสชั้นต่ำก็ยังสู้ไม่ได้

ฐานะ? ทะเบียนบ้าน?

จะมีประโยชน์อะไรกัน?

เมื่อเห็นเฉียวเนี่ยนไม่พูดไม่จา หลินเย่ว์จึงทําได้เพียงสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความโกรธที่อธิบายไม่ได้นั้น แล้วพูดว่า “ในบ้านมีทุกอย่าง เจ้าก็ไม่ต้องไปเก็บอะไรอีกแล้ว ไปเถอะ อย่าทําให้ท่านย่าต้องรอนาน”

พูดจบก็หันตัวจากไปก่อน

เดินไปได้ไม่นานเขาก็จะหันกลับมา เห็นเฉียวเนี่ยนเดินตามไปอย่างไม่ใกล้ไม่ไกล สายตามองตรงไปตลอดทาง ไม่มองเขาแม้แต่น้อย นึกถึงท่าทางออดอ้อนออดอ้อนของนางในอดีต พลันความโกรธในใจยังไงก็ระงับไว้ไม่อยู่แล้ว

จนทําให้ฝีเท้าเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว

หลังจากเฉียวเนี่ยนถูกหลินเย่ว์ผลักตกเรือนไปเมื่อสามปีก่อน ข้อเท้าก็บาดเจ็บจนตกเป็นโรคเก่า ตอนนี้จึงตามไม่ทัน เมื่อเดินมาถึงประตูวัง หลินเย่ว์ก็นั่งในรถม้าของจวนโหวไปนานแล้ว

คนขับรถม้าเป็นคนเก่าคนแก่ของจวน จึงรู้จักเฉียวเนี่ยน

เมื่อเห็นเฉียวเนี่ยนเดินเข้ามา ก็ทําความเคารพ “บ่าวคารวะคุณหนูขอรับ”

เฉียวเนี่ยนโค้งตัวคํานับกลับ แล้วขึ้นรถม้าไปนั่งข้างคนขับรถม้า

คนขับรถม้าประหลาดใจเล็กน้อย “คุณหนูไม่เข้าไปนั่งหรือขอรับ?”

เฉียวเนี่ยนส่ายหน้า “ผิดระเบียบน่ะ”

เพิ่งสิ้นเสียง ในรถม้าพลันมีเท้าข้างหนึ่งยื่นออกมา เตะเฉียวเนี่ยนจนล้มลงกับพื้นอย่างแรง

หลินเย่ว์เปิดม่านรถออกด้วยความโกรธแค้น “เพิ่งพบหน้าก็ไม่รู้จักไว้หน้าซะแล้ว ไม่ยอมกลับจวนโหวก็ไสหัวกลับไปเป็นทาสรับใช้ที่กรมซักล้างของเจ้าต่อไปซะ!”

เฉียวเนี่ยนขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าเจ็บปวดจนเริ่มซีด ข้อเท้าของนางเกรงว่าคงจะบิดอีกแล้ว

แต่เมื่อได้ยินหลินเย่ว์ถามอย่างเย็นชาว่า "หรือว่าเจ้ารู้สึกน้อยใจและจงใจชักสีหน้าให้ข้า หลินเนี่ยน เจ้าได้เสวยสุขแทนยวนเอ๋อร์มาสิบห้าปีแล้ว ตอนนี้แค่ต้องทนทุกข์ทรมานแทนนางเป็นเวลาสามปีเท่านั้น มีอะไรต้องน้อยใจหรือไง?”

“ในเมื่อไม่ยอมนั่งรถกลับจวน งั้นเจ้าก็เดินกลับไป ระหว่างทางก็ลองคิดดูดีๆ ว่าตัวเองเป็นใครกันแน่ มีคุณสมบัติอะไรที่จะมาวางท่าแบบนี้ให้ข้าดู! จะได้ไม่ต้องกลับไปเจอหน้าท่านย่าที่จวนแล้วยังทําหน้าจะเป็นจะตายแบบนี้อีก มีแต่ซ้ำเติมความโชคร้ายเปล่าๆ”

หลินเย่ว์พูดจบก็สะบัดม่านรถออก ส่งเสียงเย็นชาใส่คนขับรถม้า “กลับจวน!”

คนขับรถม้าไม่กล้าขัดคําสั่ง มองเฉียวเนี่ยนอย่างกังวลแล้วก็ขับรถออกไป

เมื่อเห็นรถม้าที่จากไปไกล ในใจของเฉียวเนี่ยนก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก

ยังไงซะ นางก็ถูกคนที่นางรักมากที่สุดทิ้งไปเมื่อสามปีก่อนแล้ว

นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น เดินกระโผลกกระเผลกไปยังทิศทางของจวนโหว

ไม่นานหลังจากนั้น รถม้าคันหนึ่งก็หยุดลงตรงหน้านาง

นิ้วมือที่มีข้อต่อชัดเจนเลิกม่านรถขึ้น ดวงตาทั้งคู่เย็นชาห่างเหิน “แม่นางหลิน?”
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Mga Comments (9)
goodnovel comment avatar
Khud Kst
Dxxhhehhhdhhdhhdhhfhjjchbdbbdjdjjdjcjcnjcjckcknndnjjjnejnduhebvrv
goodnovel comment avatar
น้องหนู นูนู
อ่านถึงตอนที่ 3 ร้อยกว่าๆ นอ.แต่งงานกับเซียวเหอ พี่ชาย(แม่ทัพพิการท่อนล่าง)ของเซียวเหิง ส่วนเซียวเหิงแต่งงานกับอินังชั่วหลินยวน แต่ไม่ยอมเข้าหอ ส่วนอิตระกูลหลิน ตั้งแต่ พ่อ แม่ และหลินเย่ว์ เลวทั้งตระกูล ตรรกะนรกมาก ขอ อย่าให้ เซียวเหิง เป็น พระเอกเลย โคตรเลวมาก ไม่อยากให้เฉียวเนี่ยนให้อภัยมัน
goodnovel comment avatar
Krisana
Good start
Tignan lahat ng Komento

Pinakabagong kabanata

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1719

    อีกด้านหนึ่ง อิ๋งชีสุดจะทนฟังได้อีกต่อไป เขาวาดเท้าถีบเข้าที่ร่างของเสิ่นเยว่อย่างแรง “เจ้ายังรู้ตัวอยู่อีกหรือว่าเป็นถึงศิษย์พี่ของเจ้าสำนัก? แต่ดูสิ่งที่เจ้าทำลงไปสิ! อาศัยความเชื่อใจและความเมตตาของเจ้าสำนัก คอยทิ่มแทงทำร้ายคนรอบข้างนางครั้งแล้วครั้งเล่า กระทั่งอาจิ่วเจ้าก็ยังไม่เว้น! เสิ่นเยว่ ยามที่อดีตเจ้าสำนักประสิทธิประสาทวรยุทธ์และวิชาแพทย์ให้เจ้านั้น ท่านสอนให้เจ้ากลายเป็นคนใจคออำมหิต ไร้ซึ่งคุณธรรม ถึงขั้นลงมือเข่นฆ่าศิษย์ร่วมสำนักเช่นนี้เชียวหรือ!”“แต่ข้าทำไปทั้งหมดก็เพื่อสำนักราชาโอสถ!” เสิ่นเยว่แผดเสียงคำรามอย่างเจ็บปวดรวดร้าว “หากมิใช่เพราะนางใจอ่อนจนเกินไป ข้าจะต้องลงมือทำเรื่องพวกนี้ไปเพื่ออันใด?! ข้าเพียงต้องการให้นางสำนึกว่า บนโลกใบนี้มิใช่ทุกคนที่ควรค่าแก่การช่วยชีวิต! ความเมตตาที่มากเกินไปมีแต่จะย้อนกลับมาทำลายสำนักราชาโอสถ! สิ่งที่ข้าทำ... ล้วนทำเพื่อสำนักราชาโอสถทั้งสิ้น!”“ยังจะกล้าสับปลับ!”อิ๋งชีแค้นเคืองจนประเคนหมัดใส่เขาอีกครา “เจ้าพร่ำบอกว่าทำเพื่อสำนักราชาโอสถแต่แท้จริงแล้ว ตั้งแต่ต้นจนจบ คนที่ชักนำหายนะมาสู่สำนักราชาโอสถก็มีเพียงเจ้าผู้เดียวเท่านั้น!”

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1718

    ราวกับสูดดมได้ถึงกลิ่นอายอันน่ารังเกียจยิ่งทว่ามีรากเหง้าเดียวกัน ทันทีที่กู่ตัวลูกมุดออกมาจากร่างของฉู่จืออี้ มันก็ดีดตัวพุ่งทะยานขึ้นฉับพลัน กลายสภาพเป็นเส้นแสงสีม่วงสายหนึ่ง พุ่งทะลวงเข้าหาเสิ่นเยว่ที่กำลังถูกกู่ตัวแม่ทรมานเจียนตายอยู่บนพื้นอย่างแม่นยำไร้ที่ติ!“ฉึก!”บังเกิดเสียงดังแผ่วเบายิ่งนักทว่ากู่ตัวลูกนั้นกลับมุดแทรกเข้าไปในบาดแผลตรงหน้าอกของเสิ่นเยว่โดยตรง!“อ๊ากกก!”ทันทีที่กู่ตัวลูกเข้าสู่ร่างกาย เสิ่นเยว่ก็แผดเสียงร้องโหยหวนอย่างแสนสาหัส ประหนึ่งเสียงภูตผีปีศาจคร่ำครวญ!เขารู้สึกราวกับโลหิตในกายกำลังเดือดพล่าน กระดูกคล้ายถูกมดนับหมื่นรุมกัดทึ้ง เส้นชีพจรปวดร้าวแทบปริแตกออกทุกชั่วข้อนิ้ว!เดิมทีภายในร่างของเขาก็มีกู่ร่วมชะตาฝังอยู่แล้วชนิดหนึ่ง แม้หลังจากหลอมรวมมันจะอยู่ในสภาวะจำศีล ทว่าเมื่อครู่ตอนที่เฉียวเนี่ยนส่งกู่ตัวแม่เข้าสู่ร่างเขา กู่ร่วมชะตาที่หลับใหลอยู่ก็พลันตื่นขึ้นยามนี้ กู่ร่วมชะตาทั้งสองชนิดได้ใช้เลือดเนื้อและพลังปราณในกายเขาต่างสมรภูมิ พวกมันกัดทึ้งและกลืนกินกันเองอย่างบ้าคลั่ง ความทุกข์ทรมานที่ตามมานั้นสาหัสสากรรจ์ยิ่งกว่าการถูกวิชาสะท้อนกลับก่อ

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1717

    “โลหิตกู่... ช่างเป็นของวิเศษสำหรับการหลอมกู่โดยแท้ มิน่าเล่า เมื่อก่อนแม่เฒ่าอากู่น่าถึงได้เพียรพยายามจะหลอมกลั่นโลหิตกู่ในร่างตนเองให้จงได้! เจ้าว่าจริงหรือไม่?” เฉียวเนี่ยนแย้มยิ้มบางเบา ขณะทอดมองความตื่นตะลึงในดวงตาของเสิ่นเยว่ที่ค่อย ๆ ทวีความเข้มข้นขึ้นจากนั้นนางก็มิได้ชายตาแลเขาอีก ทว่านำเข็มทองเก้าแสงดาวออกมา ค่อย ๆ ชัก นำกู่ตัวลูกที่ใสกระจ่างดุจแก้วออกมาอย่างระมัดระวัง แล้วป้อนเข้าสู่ปากของฉู่จืออี้ด้วยท่วงท่าอ่อนโยนยิ่งทันทีที่กู่ตัวลูกล่วงเข้าสู่ลำคอ มันก็หลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว“ในตำรากล่าวไว้ว่า นอกเหนือจากกู่ตัวลูกจะถูกดึงดูดโดยกู่ตัวแม่แล้ว มันยังกลืนกินกู่ตัวลูกด้วยกันเองอีกด้วย ดังนั้น ซากกู่ที่เจ้าทิ้งไว้ในร่างกายของเขา ไม่ช้าก็จะถูกกู่ตัวลูกของข้ากลืนกินจนสิ้นซาก”เฉียวเนี่ยนเอ่ยขณะที่สายตาตกลงบนกู่ตัวแม่สีแดงคล้ำในโถ ซึ่งกำลังดิ้นพล่านด้วยไอสังหารอันดุร้ายจากนั้น นางจึงเงยหน้าขึ้นมองเสิ่นเยว่ที่ใบหน้าซีดเผือดและเริ่มดิ้นรนอย่างรุนแรง แววตาของนางสงบนิ่งเสียจนชวนให้ขนลุกชัน“ศิษย์พี่...” นางเอ่ยเรียกด้วยคำเรียกขานที่ห่างเหินไปเนิ่นนาน น้ำเสี

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1716

    เสิ่นเยว่ถูกคุมตัวกลับมายังสำนักราชาโอสถ และถูกนำตัวมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเตียงของฉู่จืออี้ยามที่เขามาถึง เฉียวเนี่ยนกำลังเช็ดมือให้ฉู่จืออี้อย่างแผ่วเบา เมื่อเหล่าองครักษ์เงาได้รับคำสั่ง ก็นำร่างของเสิ่นเยว่เหวี่ยงลงแทบเท้าเตียงของฉู่จืออี้ทันทีความเจ็บปวดอันรุนแรงส่งผลให้เสิ่นเยว่ค่อย ๆ ฟื้นคืนสติขึ้นมาอย่างช้า ๆทั่วร่างของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนและคราบเลือดที่ยังมิได้ชำระล้าง เส้นผมยุ่งเหยิงหลุดลุ่ย มุมปากยังมีรอยเลือดแห้งกรังหลงเหลืออยู่ สภาพดูอนาถยิ่งนัก ทว่ายามที่สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเงาร่างผมขาวโพลนข้างเตียง เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาคล้ายกับเห็นเรื่องที่ขบขันที่สุดในใต้หล้า เสียงหัวเราะแผ่วต่ำนั้นค่อย ๆ ดังขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นบ้าคลั่งโอหัง“ฮ่าๆๆ... เฉียวเนี่ยน! รสชาติของกู่โลหิตมันไม่สู้ดีนักใช่หรือไม่?! ฮ่าๆๆๆ!” เสิ่นเยว่หัวเราะจนตัวโยนแทบจะขาดใจตาย ในดวงตามีแต่ความอำมหิตที่มิคิดจะปกปิด “หันกลับมาให้ข้าดูหน่อยสิ ว่ายามนี้เจ้ามีสภาพอัปลักษณ์ราวกับผีสางเพียงใด?!”กู่โลหิตสามารถเร่งวันเวลาให้คนเราแก่ชราได้ในพริบตา เขาจึงปักใจเชื่อว่าเฉีย

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1715

    ผงพิษหลากสีสันกลุ่มใหญ่ปะปนมากับเข็มพิษที่เล็กละเอียดดุจขนวัวนับไม่ถ้วน พุ่งทะยานเข้าปกคลุมทิศทางที่หน้าไม้ถูกยิงมาประหนึ่งพายุฝนกระหน่ำ!ช่างเป็นวิถีทางที่อำมหิตและไร้ความปรานี!ทว่า อิ๋งชีคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่าเขาจะต้องใช้ไม้นี้!ในชั่วพริบตาที่ผงพิษและเข็มพิษถูกซัดออกมา เงาร่างทั้งสี่ก็ดีดตัวทะยานขึ้นจากปลักโคลนแล้วถอยร่นไปด้านหลังราวกับคำนวณไว้ก่อนแล้ว พร้อมกับสะบัดผ้าชุบยาเปียกชุ่มที่เตรียมไว้ เพื่อปัดเป่าหมอกพิษออกไปให้ได้มากที่สุด!พวกเขาสอดประสานกันอย่างรู้ใจ สลายกระบวนท่าพิษของเสิ่นเยว่จนหมดสิ้นและในจังหวะนั้นเอง อิ๋งชีก็โฉบทะยานลงมาจากยอดไม้แห้งดุจนกแสกราตรี มีดสั้นในมือกรีดฝ่าไอพิษโดยไร้ซึ่งเสียงลม พุ่งตรงเข้าหาจุดตายที่หลังคอของเสิ่นเยว่!เสิ่นเยว่ขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง สัมผัสแห่งวิกฤตอันรุนแรงทำเอาเขาหนังหัวชาหนึบ!เขาแผดร้องเสียงหลง รีบเบี่ยงตัวหลบคมมีดมฤตยูที่หมายปลิดชีพตรงลำคอไปได้หวุดหวิด ทว่ามีดสั้นของอิ๋งชียังคงฝากรอยแผลลึกถึงกระดูกไว้ที่หัวไหล่ของเขา!“อิ๋งชี! เป็นเจ้า!” เสิ่นเยว่ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด นัยน์ตาฉายแววตระหนกและเคียดแค้นเขารู้ตัวดีว่ามิใ

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1714

    บึงมรณะใต้ผาพายุทมิฬ ปกคลุมด้วยม่านหมอกพิษสีเขียวอมเทาตลอดทั้งปี กลิ่นเน่าเปื่อยของใบไม้ทับถมผสมปนเปกับดินโคลน โชยกลิ่นคาวหวานที่ชวนให้สะอิดสะเอียนซากไม้แห้งรูปร่างประหลาดบิดเบี้ยวราวกับกรงเล็บปีศาจยื่นออกมาจากผิวน้ำอันขุ่นมัว รอบด้านเงียบสงัดจนน่าหวาดหวั่น มีเพียงเสียงสวบสาบแผ่วเบาของแมลงพิษไร้นามที่คลานยุ่มย่ามอยู่ในปลักโคลน ยิ่งขับเน้นให้ดินแดนแห่งนี้ดูตายซากและวังเวงยิ่งขึ้นอิ๋งชีและเหล่าองครักษ์เงายอดฝีมือที่เขาคัดสรรมากับมือ ต่างหมอบนิ่งประดุจโขดหินไร้ชีวิต พวกเขาซุ่มเร้นอยู่ที่นี่มานานถึงสามวันสองคืน ทั่วร่างพอกทับด้วยโคลนโอสถสูตรพิเศษเพื่อกลบเกลี่ยกลิ่นอายและต้านทานไอพิษที่คละคลุ้ง ร่างกายแนบชิดกับโขดหินเย็นชื้น บ้างจมมิดอยู่ในน้ำครำโสโครก เหลือเพียงดวงตาและจมูกที่โผล่พ้นน้ำ กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับดินแดนแห่งความตายนี้อย่างสมบูรณ์ตลอดสามวันที่ผ่านมา นอกจากงูพิษโง่งมไม่กี่ตัวและคางคกพิษขนาดมหึมา ก็หาได้มีสิ่งมีชีวิตใดผ่านทางมาอีกทว่า... สิ่งที่องครักษ์เงาไม่เคยขาดแคลนเลยก็คือความอดทนโดยเฉพาะอิ๋งชี เขาไม่มีท่าทีร้อนรนแม้แต่น้อยเขารู้จักเสิ่นเยว่ดี คนผู้นี้เจ้าเล่ห์และ

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 942

    ชายชราขยับปากจะพูดเห็นเขาทำท่าทีเช่นนี้ เฉียวเนี่ยนจึงกล่าวขึ้นอีกว่า “หากเจ้ารู้ว่าพิษเยือกมรณะแก้อย่างไร ข้าก็จะยอมรับเจ้าเป็นท่านอาจารย์ หากไม่รู้ ก็อย่าหวังเลย”แต่ก่อนหน้านี้ ชายชราเพิ่งจะพูดเองว่าพิษเยือกมรณะเป็นพิษที่เจ้าสำนักแห่งสำนักราชาโอสถเป็นผู้คิดค้นขึ้น ไม่มียาถอนพิษ วิธีแก้พิษนี้ เ

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 950

    ได้ยินเช่นนั้น เฉียวเนี่ยนถึงกับยืนอึ้งอยู่กับที่พี่ห้าพุ่งออกมาจากในห้อง เสียงสั่นเครือ “หมายความว่าอย่างไร? ท่านว่าผู้ใดตายนะ?”มู่คังเซิ่งเงยหน้ามองขึ้นไปยังชั้นสอง “ข้าเองก็เพิ่งได้รับข่าวเมื่อเช้า อ๋องผิงหยางนำทัพหน้าออกไปต่อสู้ กลับพลัดหลงเข้าไปในทะเลทรายดูด ทั้งอ๋องผิงหยางรวมถึงคนอื่นอีกกว

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 979

    ด้านนอกเปิดทางแล้ว เกอซูอวิ๋นก็พุ่งเข้ามา "เนี่ยนเนี่ยนล่ะ? เจอเนี่ยนเนี่ยนหรือยัง?"สีหน้านางเต็มไปด้วยความกังวลจนถึงขนาดลืมสวมผ้าคลุมหน้าที่ปกติเวลาเจอผู้อื่นจะต้องใส่ ใบหน้างามล่มเมืองนั้นก็ปรากฏอยู่ต่อหน้าคนทั้งสองเช่นนี้เจ้ารองชะงักไปเขารู้อยู่ว่าหญิงสาวกลุ่มชนเตอร์กิกล้วนงดงาม แต่สวยดั่

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 926

    อันที่จริงก็ไม่อาจโทษมู่หงเสวี่ยได้ ที่จะรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้างตอนนั้นสมุนไพรหลายหีบ ตระกูลมู่บอกจะให้ก็ให้เลย บัดนี้ผู้นำตระกูลอุตส่าห์เร่งรุดมาจากที่อื่น บอกว่าจะมาพบหน้ากันสักครั้ง พวกเขากลับบ่ายเบี่ยงสารพัดข้ออ้างเฉียวเนี่ยนก็รู้สึกว่าเช่นนั้นช่างไม่เหมาะนักนางขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status