LOGINหวางเฟยเป็นสตรีอ่อนหวานแต่ก็ช่างเสแสร้ง พอกู้เยว่ฉีมาหยั่งเชิง นางก็รีบปลอบประโลมลูกสะใภ้คนงามด้วยวิธีเอาน้ำเย็นเข้าลูบ
“เยว่เอ๋อร์ เจ้าไม่ต้องร้อนใจไป แม้อันเอ๋อร์จะอยู่ในจวนนี้มานานกว่าเจ้า แต่ฐานะของนางก็ต่ำต้อยนัก ข้าเมตตานางเพราะเลี้ยงดูมาแต่เล็กแต่น้อย ส่วนซื่อจื่อก็เมตตาเพราะเห็นว่านางคอยดูแลเขามาตั้งหลายปี ต่อให้นางคลอดบุตรชายก็ไม่อาจจะได้รับบรรดาศักดิ์อ๋องอย่างแน่นอน ซื่อจื่อคนต่อไปต้องเป็นบุตรชายที่เกิดจากภรรยาเอกอย่างเจ้าเท่านั้น”
กู้เยว่ฉีฟังแล้วก็รู้ว่ามารดาของสามีบ่ายเบี่ยง แต่นางก็ไม่อาจจะหาเหตุผลมาหักล้างกับสตรีที่ครองความเป็นใหญ่ในจวนแห่งนี้ได้ จะแสดงความ แข็งขืนก็ไม่สมควร นางได้แต่เก็บความแค้นเคืองนี้เอาไว้ บรรดาภรรยาของหลิงอ๋องเองก็มีถึงสี่นาง ไม่นับรวมสตรีรายเล็กรายน้อยอีกกว่ายี่สิบคน
“เจ้าค่ะท่านแม่ ขอบคุณที่ท่านยังนึกถึงข้า”
“เจ้าไม่ต้องห่วง วันหน้าหากว่าจางเหว่ยจะรับชายาเพิ่ม ต้องบอกกล่าวกับเจ้าอย่างแน่นอน ตัวเจ้าเองก็พยายามหน่อยเล่า รีบมีทายาทสืบสกุลหลิงเถิด มารดาได้ดีเพราะมีบุตร หากเจ้ายังชักช้าอยู่อีก ข้าอาจจะต้องขอให้จางเหว่ยรับชายาเพิ่ม เจ้าก็เห็นว่าจวนอ๋องต้องการผู้สืบทอดมากเพียงใด ”
กู้เยว่ฉีจำต้องก้มหน้ารับ นางคิดจะมาทำให้หวางเฟยกดฐานะของ เหยาอันเอาไว้ แต่กลับถูกมารดาของสามีข่มขู่กลับ หากนางยังไม่อาจตั้งครรภ์บุตรของหลิงอ๋องซื่อจื่อได้อีก ไม่นานคงมีสตรีของเขาเพิ่มขึ้นในจวน
“เจ้าค่ะ ข้าจะพยายามอย่างสุดความสามารถ”
กู้เยว่ฉีกลับมาถึงเรือนหนึ่งบุปผาก็ได้แต่ขว้างกาน้ำชาระบายความคับแค้นจนแตกไปหลายใบ
“ซื่อจื่อเฟยเจ้าคะ ระงับโทสะเถิดเจ้าค่ะ” หวงฟู่หน้าตาตื่น
“ก็แค่กาน้ำชาไม่กี่อัน สกุลกู้ร่ำรวยมากพอที่จะซื้อใหม่ได้อีกหลายเข่ง ให้ข้าขว้างระบายความหงุดหงิดบ้างจะเป็นไรไป เจ้าไม่ได้ยินที่หวางเฟยพูดหรือ นางข่มขู่ข้า นางคิดจะหาสตรีมาเพิ่มให้ซื่อจื่อโดยไม่สนใจสีหน้าของข้าเลยสักนิด”
กู้เยว่ฉีไม่อาจจะข่มความโมโหที่ถูกสาวใช้อย่างเหยาอันหยามศักดิ์ศรี นางจึงคิดหาวิธีกำจัดลูกในท้องของสาวใช้ข้างห้องผู้นั้นเสีย
“หวงฟู่ เจ้าไปหาของพวกนี้มาให้ข้า” นางยื่นสิ่งที่เขียนในกระดาษแผ่นเล็กๆ ให้กับสาวใช้คนสนิท
หวงฟู่อ่านแล้วถึงกับตะลึง “ซื่อจื่อเฟยนี่มัน....”
“เจ้าไม่ต้องพูด หากมีคนถามก็บอกว่าข้าเลือดลมไม่ดี อยากดื่มเพื่อปรับลมปราณ แก้ปวดเมื่อย”
“เจ้าค่ะ”
หวงฟู่ออกไปซื้อหาหรู่เซียงจากร้านยาสมุนไพรเล็กๆ นางรอบคอบพอที่จะปกปิดใบหน้าและว่าจ้างผู้อื่นกระทำการแทนตน ห่อยาที่สตรีมีครรภ์ห้ามรับประทานนั้น นางซุกซ่อนอย่างดีมาในปิ่นโตขนมจากภัตตาคารใหญ่โดยอ้างกับองครักษ์หน้าจวนว่าซื่อจื่อเฟยอยากรับประทาน
กู้เยว่ฉีสั่งให้สาวใช้ของตนต้มหรู่เซียงใส่น้ำแล้วแอบนำไปเทใส่น้ำแกงของเหยาอันทุกวัน เดือนต่อมาสาวใช้ผู้นั้นก็ตกเลือด หวงฟู่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาแจ้งข่าวนางในเรือนในบ่ายวันหนึ่ง
“ซื่อจื่อเฟยเจ้าคะ เหยาอันแท้งบุตรแล้วเจ้าค่ะ ข้าได้ยินพวกหมอหญิงที่มารักษายืนพูดคุยกันอยู่หน้าเรือนของนาง”
กู้เยว่ฉีแสยะยิ้ม “ท่านแม่กับซื่อจื่อเล่า ”
“นั่งหารือกันเคร่งเครียดอยู่ในเรือนฟานหรงเจ้าค่ะ”
“ดี ข้าต้องแสร้งทำไม่รู้ไม่ชี้ไปก่อน เอาไว้ท่านแม่ให้คนมาแจ้งข่าว ข้าค่อยทำหน้าตื่นไปดูอาการของนางก็แล้วกัน”
ควันขาวค่อยๆ พุ่งขึ้นมา ม่านฝันนั้นก็สลายลงไป กู้เยว่ฉีลืมตาขึ้นมองเพดานมุ้งของตนด้วยสายตาเลื่อนลอย ฝันคราแรกของนางนั้น มิได้มีเรื่องนี้อยู่ด้วย ที่แท้เป็นนางที่ลงมือกับเหยาอันก่อน หญิงสาวหัวเราะหึๆ ออกมา การกระทำเช่นนี้ก็สมควรแล้วกับความเป็นกู้เยว่ฉีที่พร้อมจะกำจัดทุกคนที่ขวางทาง
‘ในเมื่อข้าทำร้ายนางก่อนก็สมควรแล้วที่นางจะแค้นข้า’
ฝันร้ายของนางในบ้านพักของนักบวชหญิงลู่ผู้นั้น นางรู้แต่เพียงเหยาอันกับหมัวมัวฮัวคนสนิทของหวางเฟยใหญ่วางยาในอาหารจนนางอ่อนแรง จากนั้นก็พาสาวใช้สองคนมาจับตัวนางเอาไว้แล้วกรอกยาให้แท้งบุตรลงไป
“พวกเจ้ากล้าลงมือกับข้าหรือ คอยดูเถิด ซื่อจื่อจะต้องตัดคอพวกเจ้า นี่คือทายาทคนสำคัญของจวนอ๋องนะ”
เหยาอันหัวเราะอย่างไร้สติ “ซื่อจื่อน่ะหรือ เขารู้จักเจ้าดี กู้เยว่ฉี สตรีใจโหด เจ้าวางยาเพื่อฆ่าลูกในท้องของข้า ข้าจะเอาคืนบ้างจะเป็นไรไป ”
กู้เยว่ฉีกรีดร้องอย่างเจ็บปวด เลือดค่อยๆ ไหลซึมออกมาจากชายกระโปรงของนาง
“ลูก ลูกของข้า” นางยกมือขึ้นชี้หน้าเหยาอัน “ข้าจะฆ่าเจ้า เหยาอัน เจ้าทำร้ายลูกของข้า ข้าจะให้ซื่อจื่อฆ่าเจ้าเสีย”
เหยาอันแสยะยิ้มพร้อมกับส่ายหน้า “ไม่มีทาง ซื่อจื่อกับข้าเติบโตมาด้วยกัน ที่เจ้าฆ่าลูกของเรา ความจริงเขาแค้นจนอยากจะฆ่าเจ้าด้วยมือตนเอง แต่เพราะยังไม่ถึงเวลา กู้เยว่ฉี เจ้ายังต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อจะได้ดูสกุลกู้ล่มสลาย”
“เหยาอัน สตรีโสโครก เจ้ามันก็แค่สาวใช้อุ่นเตียงของสามีข้า เจ้ากับหมัวมัวฮัวฉวยโอกาสตอนที่ท่านอ๋องกับซื่อจื่อไม่อยู่กล้าทำร้ายข้า ข้าเป็นซื่อจื่อเฟยนะ” นางตะโกนด่าคนทั้งสองได้แค่นั้นก็สิ้นสติไป
ที่แท้...ความแค้นระหว่างเหยาอันกับนางก็เริ่มต้นที่ตัวนางเอง กู้เยว่ฉีถอนหายใจ ยิ่งนางโลภ นางก็ยิ่งลงมือกับผู้อื่นรุนแรงขึ้น วันที่ตื่นจากฝันร้าย นางยังคิดว่าตนเองคือ ผู้ถูกทำร้าย แต่ความจริงเรื่องนี้ยังมีอีกมุมซ่อนอยู่
...สวรรค์คงอยากจะให้ข้าได้มีโอกาสเลือกทางเดินที่ถูกต้อง...
กู้เยว่ฉีเผลอยกมือขึ้นลูบท้องของตนเอง ความรู้สึกเจ็บปวดจากการสูญเสียบุตรแผ่ซ่านไปทั่วร่าง น้ำตาของนางพลันไหลออกมาจนส่งเสียงสะอื้น ชั่วชีวิตของคุณหนูใหญ่สกุลกู้ นางไม่เคยหลั่งน้ำตาจนเสียจริตเช่นครานี้
ครู่หนึ่ง นางค่อยสงบใจลงได้ แต่ระลึกว่านั่นเป็นเพียงความฝัน ลูกที่นางกำลังเสียใจอยู่นี้ ยังไม่เคยมีและอาจจะไม่มีด้วย เพราะนางไม่มีทางเป็นซื่อจื่อเฟยของหลิงจางเหว่ยโดยเด็ดขาด
ถ้าหากนางและคนสกุลกู้ไม่ทำผิดคิดชั่วก่อน บางทีเรื่องเลวร้ายอาจจะไม่เกิดขึ้น ชีวิตนางคงไม่เป็นอย่างฝันร้ายนั้น เป็นเพราะนางมีความคิดผิดๆ ยิ่งก้าวไปข้างหน้าก็ยิ่งผิดมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่ง นำสกุลกู้ไปสู่หายนะ
‘หากข้าไม่ทะเยอทะยานเกินไปจนยอมทำทุกหนทางเพื่อแต่งให้กับหลิงจางเหว่ย สกุลกู้คงไม่จบสิ้น คำพูดของเหยาอันในครานั้นข้าไม่ได้นำมาไตร่ตรองเพราะมัวแต่โกรธ ครั้งนี้ข้าจะต้องค่อยๆ คิดให้รอบคอบ ไม่เช่นนั้นฝันร้ายนั้นอาจจะกลายเป็นจริง’
กู้เยว่ฉีขมวดคิ้ว สิ่งที่เหยาอันพูดออกมาน่าจะมีมูล ดูเหมือนสาวใช้ข้างห้องของหลิงจางเหว่ยผู้นั้นรู้ว่าสกุลกู้จะต้องถูกทำลาย คุณหนูใหญ่สกุลกู้ลุกขึ้นนั่งหย่อนขาลงเตียง นางคิดว่าเหยาอันอาจจะเป็นกุญแจไขความลับ
เสียงเคาะประตูดังขึ้น กู้เยว่ฉีเอ่ยอนุญาตให้สาวใช้สองคนเข้ามาเก็บเตียง นางลุกขึ้นแล้วก็เดินไปหลังฉาก ทำความสะอาดร่างกายแล้วสวมเสื้อผ้าชุดใหม่แล้วเดินนำหน้าสาวใช้ไปยังโต๊ะอาหารเช้าที่บิดามารดารออยู่ ตั้งแต่กลับจากเรือนพักของนักบวชหญิง นางยังไม่มาร่วมโต๊ะอาหารเช้ากับบิดามารดาเลยสักวัน
“ท่านแม่ขอรับ พี่หญิงใหญ่มาโน่นแล้ว” เสียงของกู้เฉินเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น
ใต้เท้ากู้เห็นสีหน้าเคร่งเครียดของบุตรสาวก็รู้สึกว่านางน่าจะมีเรื่องอยากปรึกษาหารือ พอรับประทานอาหารเสร็จ สี่คนพ่อแม่ลูกก็เข้าไปในห้องตำราของบิดา
“ท่านพ่อ ข้าคิดว่าเราคงต้องหาคนแฝงเข้าไปในจวนอ๋องหน่อยนะเจ้าคะ”
“เยว่เอ๋อร์ เรื่องนี้เห็นทีจะยาก เจ้าจำไม่ได้หรือ เราเคยพยายามสองสามครั้งแล้ว แต่ก็ไม่สำเร็จ คนในจวนอ๋องถูกคัดกรองอย่างเข้มงวด”
กู้เยว่ฉีชะงัก “ถ้าอย่างนั้น คงต้องหาทางซื้อคนในจวนอ๋องเอาไว้ให้สักคนสองคนเจ้าค่ะ”
*************
“อย่าเพิ่งไปสิ แม่นางเหยา” กู้เยว่ฉีดึงแขนจากการเกาะกุมของหวงฟู่ ยื่นออกไปจับแขนเหยาอันเอาไว้ สีหน้าของเหยาอันไม่สู้ดี นางกังวลว่าจะถูกกู้เยว่ฉีเล่นเล่ห์จึงรีบคว้าแขนของอีกฝ่ายเพื่อหวังจะให้นางปล่อยแขนต้น “ข้าต้องรีบไปดูแลหวางเฟยกับซื่อจื่อ” มือของเหยาอันคว้าข้อมือของกู้เยว่ฉี ทับบนแขนเสื้อที่ด้านล่างมีสร้อยประคำ ความร้อนแทบลวกไหลเวียนไปทั่วสร้อยข้อมือแผ่ไปทั่วร่าง กู้เยว่ฉีแทบจะสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของเหยาอัน “เช่นนั้นก็เชิญเจ้าเถิด ข้าไม่รั้งเอาไว้แล้ว” เหยาอันรีบร้อนเดินจากไป กู้เยว่ฉีหันกลับไปมองหาคนที่ช่วยตนจาก มหันตภัยครั้งนี้ หากไม่ได้มู่โจว นางก็คงต้องกล้ำกลืนบุญคุณของหลิงจางเหว่ยลงท้องและยอมรับการหมั้นหมายแต่โดยดี บ่าวรับใช้อัปลักษณ์ของนางกำลังนั่งปาดเหงื่อและเช็ดหน้าที่เปื้อนเขม่าควันไฟเลอะเทอะอยู่ที่ลานใกล้ระเบียงทางเดินที่ไฟไหม้ไปไม่ถึง “พวกเจ้าไม่ต้องประคองข้าแล้ว ข้าไม่ได้บาดเจ็บอันใดก็แค่ร้อนและรู้สึกแสบหน้าเท่านั้น เราไปดูโจวเซียวกันเถอะ ถ้าไม่ได้เขาช่วยเอาไว้ ข้าก็คงลำบาก” นางสืบเท้าเข้าไปใกล้มู่โจว
มู่โจวนิ่วหน้า เขาเองก็รู้สึกเย็นราวกับกำลังกุมน้ำแข็งเอาไว้ แต่แข็งใจดึงให้นางลุกขึ้น ในใจก็คิดว่าเรื่องนี้เอาไว้ถามนางทีหลัง กู้เยว่ฉีถูกมู่โจวดึงมือให้ลุกขึ้น นางหันไปทางหลิงจางเหว่ยแล้วเอ่ยอย่างกังวล“เหล่าโจว เราจะทิ้งซื่อจื่อไว้อย่างนี้ไม่ได้ เกิดเขาตายขึ้นมา ข้าได้กลายเป็นฆาตกรพอดี เจ้าช่วยแบกเขาออกไปที”“ขอรับ” ใจจริงมู่โจวอยากจะทิ้งซื่อจื่อผู้นี้เอาไว้ให้นอนท่ามกลางกองเพลิงที่เขาสั่งให้จุดขึ้น เพียงแต่กลัวว่ากู้เยว่ฉีจะต้องกลายเป็นแพะรับบาป “ถ้าอย่างนั้น ข้าจะแบกเขาเอง คุณหนูรีบวิ่งออกไปก่อนเถิด ควันเยอะเช่นนี้ แค่กๆ ประเดี๋ยวจะหนีไม่ทัน”“ได้ ข้าไปก่อนนะ” กู้เยว่ฉีควักผ้าเช็ดหน้าออกมาปิดปากและจมูก ใช้มือปัดควันไปมา มองหาทิศทางที่จะหนีออกจากกองเพลิงเตียงด้านหลังถูกไฟไหม้ลุกโชนจนลามไปถึงผนัง เสียงปะทุของไม้ในกองเพลิงทำเอาหญิงสาวสะดุ้ง ฉากบังด้านหน้าที่ติดไฟเล็กน้อยล้มลงมาขวางทางออกประตู“ว้าย!” กู้เยว่ฉีร้องเสียงหลง ถอยเท้าได้ทัน เปลวไฟถูกปลายกระโปรงนางเล็กน้อย หญิงสาวรีบสะบัดอย่างแรงจนไฟนั้นดับ“คุณหนูระวังขอรับ วิ่งไปด้านขวา ท่านหลงทิศหรือไร ประตูอยู่ทางนั้น”“ข้าตกใจก็เลย
แบบร่างผ้าปักขนาดใหญ่กางอยู่โต๊ะกลางห้อง กู้เยว่ฉีเดินไปมองแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ งานฝีมืออย่างนี้นางไม่ถนัดเลยสักนิดแต่พลัดเข้ามาในสถานที่แห่งนี้แล้วก็จำต้องทำตามผู้อื่นต้องการไปก่อน “แม่นมเฉียน สองเรือนโน้นเป็นอย่างไรบ้าง” กู้เยว่ฉีมองดูแบบทิวทัศน์ที่มีหงส์เหินงามสง่าหลายตัวด้วยความเหนื่อยหน่าย นางชอบอ่านตำรา คิดบัญชีรายได้ และคำนวณโอกาสจะได้กำไรมากกว่างานเหล่านี้ “พวกนางกลับไปแล้วก็ยังค้นตำราปักเย็บกันอย่างคร่ำเคร่งอยู่เลยเจ้าค่ะ เมื่อตอนบ่ายทั้งจวนสกุลตงและคฤหาสน์สกุลลี้ต่างพากันขนเอาตำรามากันหลายตั้ง” “นั่งหลังคดหลังแข็งมาทั้งวัน พวกนางยังจะไปค้นคว้าตำรากันอยู่อีก ช่างมีมานะกันเสียจริง” กู้เยว่ฉีทำตัวเข้มแข็งอยู่ได้สองวันก็แสร้งเจ็บมือจนได้หลบไปในช่วงบ่ายของวันที่สาม หลังจากแสร้งนวดมือและข้อมือและงีบหลับไปจนถึงเย็น ช่างที่สอนนางปักผ้าทั้งสองคนก็ตรงมาถึงเรือนพักในตอนแสงแดดเกือบลับขอบฟ้า “คุณหนูกู้เจ้าค่ะ หากว่าท่านได้พักเต็มที่แล้วก็โปรดตามข้าน้อยไปฝึกต่อเถิดเจ้าค่ะ ในบรรดาคุณหนูทั้งสาม ท่านฝีมือด้อยสุดและยังไม่ได้ปักลงผ้าผืนให
“ข้าเคยสั่งหัวหน้าค่ายเอาไว้แล้วว่าให้ปล้นเฉพาะพ่อค้าเท่านั้น พวกชาวบ้านต้องละเว้นไปเพราะไม่ได้เงินทองมากพอ ซ้ำยังจะทำให้ผู้คนชิงชัง หลายปีที่ผ่านมา ข้าให้พวกเขาสร้างชื่อเสียงด้วยการปล้นคนรวยไปช่วยคนจน แม้เงินที่แจกจ่ายไปจะน้อยนิดแต่ได้รับความช่วยเหลือและปกปิดจากชาวบ้าน ทั้งยังซ่องสุมกำลังคนได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ “ท่านพ่อปรีชายิ่ง” หลิงคุนรีบสรรเสริญความสามารถของบิดาอันที่จริงหลิงคุนเองก็คาดไม่ถึงว่าบิดาจะวางแผนก่อกบฏเอาไว้หลายปีแล้ว กลุ่มโจรภูเขาที่ซุกซ่อนอยู่นอกเมือง มีข่าวเรื่องปล้นขบวนสินค้าของพ่อค้าอยู่หลายครา แม้จะมุ่งที่การชิงทรัพย์โดยมิได้ฆ่าและฉุดสตรี แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ชวนประหลาดใจยิ่ง ในยามที่เหล่ามือปราบและทหารรักษาเมืองออกไปตามจับกลับไม่เคยพบคนร้ายสักรายเดียวกระทั่งตัวเขาได้เป็นตัวแทนของบิดาออกไปติดต่อกับคนพวกนั้น จึงได้รู้ว่าโจรก็คือชาวบ้านและชาวบ้านก็โจร พวกเขาปล้นเงินมาได้ก็นำเอาส่วนหนึ่งไปแจกจ่ายคนในตำบลทำให้ทุกคนหุบปากสนิท ระหว่างนั้นคนของจวนอ๋องที่มีฝีมือก็จะออกไปฝึกซ้อมอาวุธให้ สักวันหนึ่งเมื่อจวนอ๋องต้องระดมพล บุรุษชาวบ้านที่เป็นโจรพวกนี้ก็จะ
สถานการณ์รอบด้านของกู้เยว่ฉีดูสงบสุขลงไปราวห้าวัน ระหว่างนั้น นางไม่ได้พบหลิงอ๋องกับหลิงจางเหว่ย หวงฟู่ไปสืบข่าวได้ความว่าช่วงนี้มีขุนนางเข้าออกเรือนใหญ่รับแขกทุกวัน ไป๋ชางนำเอาข่าวจากใต้เท้ากู้กลับมาแจ้งให้คุณหนูของตนได้ทราบว่าบัดนี้กองกำลังของขุนพลมู่จ้านกับขุนพลมู่ช่างที่เคยไปประจำการที่เมืองหลวงตามพระราชโองการนั้นได้กลับมาแล้ว “หรงเฉินเต็มไปด้วยข่าวลือขอรับคุณหนูใหญ่ ชื่อเสียงของจวนอ๋องดูตกต่ำลง พวกสกุลใหญ่เหมือนจะกำลังดูทิศทางลม” “พวกเขาเคยอาศัยอำนาจของจวนอ๋องมาตลอด อนุภรรยาหลายคนที่ หลิงอ๋องรับมาก็เป็นคนของสกุลเหล่านั้น คนที่เกี่ยวข้องไปแล้ว อยากสลัดทิ้งตอนนี้ก็คงหมดโอกาส แต่สกุลอื่นอาจจะกำลังชั่งใจ” กู้เยว่ฉียิ้มสลด แม้กู้เยว่ฉีจะไม่เอ่ยออกมาตรงๆ ไป๋ชางก็พอจะดูออกว่าเจ้านายในจวนตนกำลังพยายามหลบหลีกสกุลหลิง “เรื่องที่คุณหนูให้ข้าสืบเรื่องสาวใช้แซ่เหยาผู้นั้นได้ความแล้วขอรับ ที่จริงนางเป็นเพื่อนบ้านกับสกุลจ้ง คนแถวบ้านนางซุบซิบกันว่าก่อนหวางเฟยจะแต่งกับหลิงอ๋องเคยสนิทกับบุรุษที่เป็นญาติของเหยาอัน เมื่อได้เข้าจวนอ๋องจึงนำนางมาเป็นสาวใช
“อันที่จริงพวกเรารู้ตั้งแต่ทีแรกแล้วว่าเจ้าเข้ามาเพื่อการใด” น้ำเสียงของกู้เฉินฟังดูเนิบๆ แต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบขาด “จวนอ๋องสืบข่าวได้ดีนัก ทองคำของสกุลกู้ แลกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อยและยากลำบาก บัดนี้ถูกเปลี่ยนเป็นเงินทุนเพื่อทำการค้าในเมืองหลวงแล้ว ส่วนอีกสิ่งหนึ่งที่เจ้าอยากได้” ชายหนุ่มหยุดพูดแล้วลุกขึ้นจ้องหน้านาง “พี่หญิงของข้าบอกว่าจะให้เมื่อถึงเวลาอันสมควร” ซุนหลันยกยิ้มมุมปาก “ข้าคิดแล้วเชียว คนอย่างกู้เยว่ฉีมีหรือจะยอมให้ข้าค้นพบห้องลับได้ง่ายๆ ที่แท้นางก็จัดฉากเอาไว้แล้ว” “ห้องลับที่เจ้าเข้าไป อันที่จริงมีไว้สำหรับหลบภัย คนทั่วไปไม่ควรจะได้เห็น นับว่าเป็นวาสนาเจ้าแล้ว เดิมทีข้ายังคิดจะเล่นเป็นสามีภรรยากับเจ้าต่ออีกหน่อย แต่ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะเป็นซุนหลันตัวปลอม” กู้เฉินแสยะยิ้ม ชักมีดสั้นที่เหน็บเอาออกมา ใช้ปลายนิ้วลูบเล่นราวกับจะข่มขวัญ “จะปลอมได้อย่างไร ข้านี่ล่ะบุตรีคนเดียวของใต้เท้าซุน ผู้ที่ถูกใส่ร้ายจนต้องโทษ ซื่อจื่อไปรับข้ามาจากหอสังคีตด้วยตนเอง ทั้งยังตรวจสอบประวัติของข้ามาอย่างชัดแจ้ง” กู้เฉินไม่ตอบ ใช้ปลายมีดสั้นปาดเบาๆ ไ







