พลิกชะตาแค้นสามี

พลิกชะตาแค้นสามี

last updateHuling Na-update : 2026-02-20
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
10
1 Rating. 1 Rebyu
197Mga Kabanata
3.9Kviews
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

หญิงสาวผู้ต้องตายอย่างทรมานด้วยฝีมืออดีตสามี สวรรค์เมตตาให้นางได้ย้อนเวลามาอีกครั้ง ทว่าไม่อาจหลีกเลี่ยงความเกี่ยวพันกับคนที่เคยมีความแค้น ครั้งนี้นางจะล้างผลาญศัตรูให้หมดสิ้น

view more

Kabanata 1

บทที่ 1 คืนฟ้าวิปริต

         ครืด....ครืด....

หญิงสาวในชุดนักบวชลากขาที่ถูกธนูยิงไปตามพื้นเบาๆ กู้เยว่ฉีหัวใจเต้นระรัว ที่ผ่านมา นางนึกว่าตนเองได้เผชิญหน้ากับความทุกข์แสนสาหัสแล้ว แต่คืนนี้กลับทรมานยิ่งกว่า

‘คนในวัดหายไปไหนกันหมด  ข้าร้องจนคอแทบแตกแล้วก็ยังไม่มีใครโผล่มากันสักคน’

นางซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ ยกมือขึ้นกุมช่วงท้องที่มีบาดแผลถูกแทง ลมหายใจรวยริน นอนแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า คิดอยากจะร้องด่าเทพเซียนบนสวรรค์ที่ช่างโหดร้ายกับสกุลกู้ แต่หากอ้าปากแม้เพียงเล็กน้อย เกรงว่าที่กลุ่มใหญ่ที่ตามล่านางพวกนั้นจะหาตัวนางเจอ

ลมหายใจของหญิงสาวเริ่มรวยริน พลันหูนางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้

“ทางนั้นเห็นหรือไม่ ”

“ไม่ ทางเจ้าเล่า ”

“ไม่เห็นเหมือนกัน”

“สับลงไปในพุ่มไม้ดู บางทีนางอาจจะซ่อนอยู่ในนั้น”​

เสียงบุรุษหลายคนร้องถามกัน ราวกับเสียงเพรียกจากนรก กู้เยว่ฉียกยิ้มมุมปาก ตอนที่นางถูกแม่นมของอดีตสามีจับกรอกยาจนต้องแท้งลูกยังไม่น่ากลัวเท่าครั้งนี้ เลือดจากท้องค่อยๆ ไหลผ่านนิ้วออกมาอีกคราหนึ่ง นางกดบาดแผลเพื่อหวังห้ามเลือด แต่ชายเสื้อคลุมที่ฉีกออกมานั้นก็ชุ่มจนไม่อาจจะซับเลือดได้ไหว

ฟั่บ! ฟึ่บ! ฟั่บ! ฟึ่บ!

เสียงปลายกระบี่ตวัด สลับเสียงเสียบลงตามพุ่มไม้ดังอยู่ครู่ใหญ่        หญิงสาวที่ถูกล่านอนมองท้องฟ้ามืดมิดด้วยสายตาสิ้นหวัง ลึกๆ นางปรารถนาจะให้มีใครสักคนเข้ามาช่วย แต่...เมื่อนึกถึงคนสกุลกู้ที่ถูกไล่ล่าและนำไปประหารชีวิตจนหมดสิ้นก็น้ำตาไหล

“นางน่าจะหนีไปจากตรงนี้แล้ว ไปกันเถอะ”

ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าของบุรุษผู้นั้นก็พลันถอยห่างออกไป

กู้เยว่ฉีหัวเราะหึๆ กับตนเอง พอนางสิ้นหวัง สวรรค์ก็ดันมอบโอกาสเล็กๆ ให้นางอีกครั้ง เมฆที่ปิดบังดวงจันทร์อยู่เมื่อครู่ค่อยๆ เลื่อนออก บริเวณพุ่มหญ้าสูงที่นางซุกตัวอยู่ค่อยๆ สว่างขึ้น พลันนางก็มองเห็นรูปปั้นเทพองค์หนึ่งขนาดพอๆ กับตัวนาง ถูกตั้งไว้บนแท่นด้านหลังมีต้นไม้สูงกว่ารูปปั้นเกิดร่มครึ้ม

เมื่อครู่ตอนที่นางลากขาข้างที่บาดเจ็บหนีมา รอบข้างมืดจนมองไม่เห็น ที่แท้นางอาจจะได้รับการปกป้องจากรูปปั้นเทพองค์นี้ อาการบาดเจ็บเริ่มทวีขึ้นจนนางร้องครางออกมา ดวงตาของนางเริ่มพร่าพราย

กู้เยว่ฉีสะกดกลั้นความเจ็บปวดเอ่ยกับรูปปั้น “ท่านเทพ ข้ามีชีวิตอยู่ต่อไปก็ไร้ความหวัง สิ้นครอบครัวตนเอง สิ้นบุตร สิ้นสามี ช่างเถิด ชีวิตนี้มันช่างรันทด หากชีวิตหน้ามีจริงขอให้ข้าอย่าหลงใหลในเปลือกนอก อย่าได้ถลำลึกไปในความชั่ว ได้ใช้ชีวิตที่สงบและมีความสุขอย่างแท้จริง”

หญิงสาวหลับตาลง ผ่านไปครู่หนึ่งก็มีเสียงบุรุษดังขึ้น

“คนอย่างกู้เยว่ฉี นางมีเล่ห์เหลี่ยมพอตัว ไม่ยอมให้ผู้อื่นฆ่าโดยง่ายหรอก ไม่อย่างนั้นคงไม่หลบหนีการไล่ล่ามาได้เป็นวันๆ ไม่แน่ว่าวันหน้าหากนางรอดไปได้ก็อาจจะกลับมาแก้แค้น”

น้ำเสียงของบุรุษผู้นั้นฟังดูแล้วคุ้นๆ เหมือนนางเคยได้ยินมาก่อน แต่กู้เยว่ฉีกลับจำไม่ได้ว่าเป็นเสียงของผู้ใด  

หน้าอกของคนที่ถูกเอ่ยถึงกระเพื่อมขึ้นลง แสยะยิ้ม นางนึกถึงชีวิตที่ผ่านมาของตนเอง ในฐานะคุณหนูสกุลกู้นางไม่ใช่คนใสซื่ออย่างที่แสดงออกแต่กลับวางแผนเพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นให้กับตนเองทีละขั้นอย่างแยบยล

‘ข้ารู้ ข้าไม่ใช่คนดี จริงอย่างท่านพูด หากข้ามีโอกาสอีกครั้ง ต้องช่วยชีวิตคนสกุลกู้และตอบแทนคนที่ทำลายสกุลข้าอย่างสาสม ชีวิตที่สงบและมีความสุขจึงจะเกิดขึ้นได้’

         มู่โจวบุตรชายคนเล็กของผู้บัญชาการทหารประจำมณฑลหรงเฉิน  กวาดตามองไปรอบๆ สนามหญ้าหลังวัดที่ค่อนข้างกว้าง เขาร้องสั่งด้วยน้ำเสียงดุดัน

         “ส่องไฟไปให้รอบๆ หานางให้เจอ”

         “ขอรับ” เหล่าทหารร้องรับพร้อมกัน

         มู่โจวเป็นหัวหน้าหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ในลานประหารคนสกุลกู้เขาได้ยินว่าพวกมือปราบกำลังไล่ล่าคนสกุลกู้จึงรีบตามไปดู จังหวะหนึ่งเขาสังเกตเห็นว่าคนที่ถูกตามจับสวมชุดแม่ชี เขาจึงนึกถึงกู้เยว่ฉีที่ถูกจับขังไว้ในอารามบนเขา นางอาจจะรู้ข่าวของคนในครอบครัวจึงได้แอบลงจากเขามาดูให้เห็นกับตา

         ทหารผู้หนึ่งยกคบเพลิงขึ้นใกล้พงหญ้าใกล้ๆ หัวหน้าหนุ่ม สายตาของมู่โจวสะดุดกับความผิดปกติบางอย่าง ชายหนุ่มยกมือขึ้นจับมือด้ามคบเพลิงเอามาถือไว้แทน

         “ตรงนี้ข้าหาเอง ดูแล้วน่าสงสัย”

สายตาของมู่โจวมองไปตามรอยพับของแนวหญ้า เขาก้าวเท้าไปอีกสองก้าวก็เห็นรูปปั้นเทพเจ้าตั้งอยู่ “มีรูปปั้นซ่อนอยู่ตรงนี้ด้วย ต้นไม้ขึ้นรกเต็มไปหมด พวกนักบวชไม่ออกมาตัดหญ้าบ้างหรือไร ”

เขาบ่นพลางกวาดตามองเลยไปอีกเล็กน้อยก็เห็นปลายเท้า “นั่น มีคนซ่อนอยู่” มู่โจวส่งคบเพลิงให้กับทหารแล้วเดินเข้าไปดูใกล้ๆ เขาจำรองเท้าแบบนั้นได้ เป็นรองเท้าสีที่พวกนักบวชบนเขาใช้กัน

“ใช่จริงด้วยขอรับหัวหน้า”

เขาก้มลงมองร่างที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด หมวกนักบวชหลุดออก ศีรษะของนางมีเส้นผมสั้นๆ แทงขึ้นมาจากหนังศีรษะประปราย ใบหน้ารูปผลแตงยังมีเค้าความงามหลงเหลืออยู่ ทว่าความขาวซีดอันเกิดจากความสูญเสียเลือด ทำให้ดูน่าสังเวชใจ

มู่โจวทรุดตัวลงนั่งข้างๆ นาง “กู้เยว่ฉี เจ้ายังไหวหรือไม่ ”

ท้องฟ้าพลันกระจ่างทั่วบริเวณ หญิงสาวที่สติหลงเหลือไม่ถึงครึ่งคล้ายจะลืมตาขึ้นมอง นางส่ายหน้าเล็กน้อย เงาของบุรุษผู้หนึ่งลอยอยู่เหนือร่างของนาง กู้เยว่ฉีไม่เห็นหน้าแต่จำได้ว่าเสียงของคนผู้นี้คือเสียงเดียวกับคนที่บอกว่านางเป็นคนเจ้าเล่ห์และเจ้าคิดเจ้าแค้น

“เจ้าถูกแทงทั้งท้องทั้งขา บาดแผลฉกรรจ์มาก” ร่างของกู้เยว่ฉีถูกเขาประคองขึ้น “ด้านหลังเจ้าก็ถูกแทงด้วย เจ้ารู้หรือไม่  คนพวกนั้นเป็นใคร ”

นางพยักหน้ารับ ตอนที่นางหลบหนีจากลานประหาร พอรู้ว่ามือปราบสองสามคนวิ่งตามมาก็รีบหาที่ซ่อนตัว นางแอบกลับมาถึงวัดบนเขาได้อย่างปลอดภัย ตอนนั้นก็ยังเห็นคนที่เฝ้าวัดเดินเตร็ดเตร่อยู่ด้านหน้า แต่พอตกค่ำกลับมีคนบุกเข้ามาหมายเอาชีวิต

เสียงต่อสู้จากลานกลางวัดดังขึ้นไม่นานนัก คนพวกนั้นก็บุกเข้ามาในที่พักของนาง กู้เยว่ฉีใช้วิธีล่อหลอกเพื่อหลบหนีแต่ไม่พ้นคมดาบของพวกมัน นางถูกแทงที่ขา ด้านหลัง และท้อง กระเสือกกระสนเอาชีวิตรอด

“มือปราบใช่หรือไม่ ”

แม้พวกมันจะสวมชุดพรางตัวแต่ตอนที่นางหมอบหลบในวัด เห็นรองเท้าแล้วก็พลันนึกถึงพวกมือปราบที่ไล่ล่านางในตอนบ่าย

มู่โจวเห็นนางพยักหน้า เขาก็นึกถึงสิ่งที่ได้ยินในโรงเตี๊ยมสองวันก่อน

“ศัตรูของเจ้าเป็นสตรีในสกุลใหญ่แน่ ข้าเห็นนางว่าจ้างมือปราบชั่วพวกนั้นให้มาตามฆ่าเจ้า”

กู้เยว่ฉีนึกไม่ออกว่าสตรีที่บุรุษผู้นี้พูดถึงเป็นผู้ใดกันแน่  ระหว่างทางที่นางกับบิดาป่ายปีนขึ้นมา สร้างศัตรูไว้หลายคน พลันนางก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามา หญิงสาวร่างกระตุกน้อยๆ

‘นี่คงเป็นลมหายใจเฮือกสุดท้ายของข้า น่าเสียดายที่ต้องทิ้งทุกอย่างเอาไว้ในชาตินี้แล้ว’

หญิงสาวน้ำตาไหลออกมาจากหางตาทั้งสองข้าง

“กู้เยว่ฉี เจ้าอดทนหน่อย ข้าจะพาเจ้าไปรักษาตัว” เขาร้องเรียก หากว่ารักษาชีวิตนางไว้ได้ เขาก็จะกลายเป็นผู้มีพระคุณของนางและล้วงความลับของ   หลิงอ๋องได้

นางกลั้นหายใจรวบรวมกำลังเลื่อนมือไปจับแขนของมู่โจวเอาไว้ บีบด้วยแรงทั้งหมดที่มีเหลือ เอ่ยคำพูดประโยคสุดท้ายออกมา

“ข้า ไม่มีทางให้อภัยคนสกุลหลิงเด็ดขาด”

***********

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata

Rebyu

⛵️ xc acct
⛵️ xc acct
สนุกมาก กลมกล่อม ไม่อืดอาด เนื้อเรื่องดี เดินเรื่องดี
2026-03-23 01:24:26
1
0
197 Kabanata
บทที่ 1 คืนฟ้าวิปริต
ครืด....ครืด....หญิงสาวในชุดนักบวชลากขาที่ถูกธนูยิงไปตามพื้นเบาๆ กู้เยว่ฉีหัวใจเต้นระรัว ที่ผ่านมา นางนึกว่าตนเองได้เผชิญหน้ากับความทุกข์แสนสาหัสแล้ว แต่คืนนี้กลับทรมานยิ่งกว่า‘คนในวัดหายไปไหนกันหมด ข้าร้องจนคอแทบแตกแล้วก็ยังไม่มีใครโผล่มากันสักคน’นางซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ ยกมือขึ้นกุมช่วงท้องที่มีบาดแผลถูกแทง ลมหายใจรวยริน นอนแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า คิดอยากจะร้องด่าเทพเซียนบนสวรรค์ที่ช่างโหดร้ายกับสกุลกู้ แต่หากอ้าปากแม้เพียงเล็กน้อย เกรงว่าที่กลุ่มใหญ่ที่ตามล่านางพวกนั้นจะหาตัวนางเจอลมหายใจของหญิงสาวเริ่มรวยริน พลันหูนางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้“ทางนั้นเห็นหรือไม่ ”“ไม่ ทางเจ้าเล่า ”“ไม่เห็นเหมือนกัน”“สับลงไปในพุ่มไม้ดู บางทีนางอาจจะซ่อนอยู่ในนั้น”​เสียงบุรุษหลายคนร้องถามกัน ราวกับเสียงเพรียกจากนรก กู้เยว่ฉียกยิ้มมุมปาก ตอนที่นางถูกแม่นมของอดีตสามีจับกรอกยาจนต้องแท้งลูกยังไม่น่ากลัวเท่าครั้งนี้ เลือดจากท้องค่อยๆ ไหลผ่านนิ้วออกมาอีกคราหนึ่ง นางกดบาดแผลเพื่อหวังห้ามเลือด แต่ชายเสื้อคลุมที่ฉีกออกมานั้นก็ชุ่มจนไม่อาจจะซับเลือดได้ไหวฟั่บ! ฟึ่บ! ฟั่บ! ฟึ่
Magbasa pa
บทที่ 2 สตรีโง่
มู่โจวมองดูศพของหญิงสาวด้วยความสังเวชใจ ในข้อมือข้างที่จับแขนเขามีประคำข้อมือติดอยู่ ชายหนุ่มสะดุดตากับลวดลายที่ปรากฎบนลูกประคำนั้น เขาก้มลงมองใกล้ๆ ‘ดูไปแล้วคุ้นตานัก แต่น่าเสียดายที่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ใด ’เขารู้สึกใจเต้นตึกตักเมื่อมองดูลูกประคำนั้นใกล้ๆ จึงตัดสินใจรูดมันออกจากข้อมือของกู้เยว่ฉีเก็บเอาไว้ในอกเสื้อ คิดจะนำมันไปตรวจสอบที่มาให้ชัดเจน จากนั้นก็สั่งให้คนไปหาโลงศพราคาถูกมาใส่ร่างของนางและขุดหลุมเตรียมไว้“สตรีโง่ที่คิดว่าตนเองอยู่เหนือคนทั้งปวงอย่างเจ้า สุดท้ายก็สิ้นชีพเพราะความหลงตนเอง หากเจ้าไม่ชิงตายไปก่อน ข้าก็คงจะล้วงความลับในจวน อ๋องหลิงได้แล้ว แต่ก็ช่างมันเถอะ จุดจบของเจ้าก็ต้องเป็นเช่นนี้อยู่แล้ว กู้เยว่ฉีข้าหวังว่าชาติหน้าของเจ้าจะดีกว่าชาตินี้”ชายหนุ่มถอยหลังไปสองสามก้าว ยืนมองดูทหารตอกฝาโลงแล้วฝังกลบสตรีที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็น “บุปผางามแห่งเมืองหรงเฉิน” ด้วยสายตาว่างเปล่า เขากับนางมิได้เกี่ยวข้องกัน สำหรับเขาสตรีที่คุ้นหน้า ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เขาลอบจับตามองนางอยู่เงียบๆมู่โจวนั่งยองๆ ลงป้ายหลุมศพไร้นาม ปักธูปเสร็จ ก็เริ่มเ
Magbasa pa
บทที่ 3 โอกาสที่สอง
กู้เยว่ฉีผงะ ในฝันนั้นน่ากลัวเสียเหลือเกิน แม้บางช่วงจะขาดหายไป แต่ตอนที่นางต้องเผชิญกับความเจ็บปวดกลับแจ่มชัดและรู้สึกหน่วงอยู่ในใจ โดยเฉพาะตอนที่นางตกเลือดอยู่ในเรือนเล็กหลังจวนอ๋อง และตอนที่ต้องลากสังขารหนีตายไปหลบไปพงหญ้าหลังวัด“ท่านพูดเหมือน ท่านก็เคยตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับข้า” นักบวชหญิงไม่ตอบคำถามของกู้เยว่ฉี “คุณหนูกู้ ชีวิตวันข้างหน้าของเจ้าจะเหมือนในฝันหรือไม่ เจ้าเลือกทางเดินเองก็แล้วกัน” กล่าวจบนักบวชหญิงก็กลับเข้าไปในเรือนแล้วปิดประตู คุณหนูสกุลกู้ถูกประคองขึ้นรถม้าคันใหญ่ อาการเจ็บปวดตามร่างกายหายไปแล้ว แต่เรื่องราวที่วนเวียนในหัวกลับชัดเจน ใบหน้าของนางดูเคร่งเครียดจนสาวใช้ทั้งสองแทบไม่กล้าหายใจ โทสะของคุณหนูใหญ่ธรรมดาเสียที่ไหน หากทำให้นางโมโห นางก็มักจะสั่งโบยสาวใช้ กระทั่งรถม้าจอดที่หน้าประตูใหญ่ กู้เยว่ฉีเดินลงจากรถอย่างทึ่มทื่อ “คุณหนู ไม่เจ็บแล้วหรือเจ้าคะ ” “ข้าไม่เป็นอันใดแล้ว” นางชะงักเล็กน้อย หันมาตอบห้วนๆ แล้วเดินลิ่วเข้าไปในจวนหน้าเรือนใหญ่ประจำจวนมีผู้คนยืนชะเง้อคอรอดูนางอยู่ ใต้เท้ากู้บิดาของนางถลาเข้ามาอ้า
Magbasa pa
บทที่ 4 แค่ฝันร้าย
กู้เยว่ฉีกลับมาถึงเรือนนอนก็เรียกสาวใช้สองคนที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างหลังมาซักไซ้ พอรู้ว่าอีกห้าวันจะถึงเทศกาลชีซี ก็หน้าซีด ในฝันนั้นก่อนถึงเทศกาลชีซี สี่วัน นางกับบิดาวางแผนไปช่วยเหลือหลิงจางเหว่ย บุตรชายคนโตของ หลิงอ๋อง ซื่อจื่อผู้นั้นเกิดความพึงพอใจในตัวนาง จนส่งคนมาขอหมั้นหมาย ‘หากว่าท่านพ่อพูดเรื่องแผนการขึ้นมาจริงๆ ก็แสดงว่าฝันร้ายนั้นมีโอกาสจะกลายเป็นความจริง’ กู้เยว่ฉีสองจิตสองใจ นางยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อเรื่องความฝันมากนัก แต่พอนึกถึงความเจ็บปวดที่ได้รับก็อดจะนิ่วหน้าไม่ได้หมอหญิงแซ่เว่ยถูกตามตัวมาให้ตรวจร่างกายของกู้เยว่ฉี “คุณหนูใหญ่ ท่านมีอาการเพลียสะสมอยู่มาก จิตใจปั่นป่วน ข้าจะจ่ายยาช่วยให้ท่านสงบจิตใจก็แล้วกันนะเจ้าคะ” กู้เยว่ฉีพยักหน้ารับ ในใจนางกำลังกังวล หมอหญิงเว่ยประหลาดใจที่คุณหนูใหญ่ผู้มากฤทธิ์เดชไม่ออกอาการกร่างเช่นแต่ก่อน ทุกคราที่หมอหญิงเขียนเทียบยากู้เยว่ฉีมักจะถลึงตาใส่นางทุกครั้งไป คุณหนูใหญ่ผู้นี้เกลียดการดื่มยายิ่งนัก แต่คราวนี้กู้เยว่ฉีกลับรับคำง่ายดาย นางดูหดหู่และรันทดอย่างน่าประหลาด “คุณหนูใหญ่ ท่านเจอกับ
Magbasa pa
บทที่ 5 ล้มแผนเดิม
กู้เยว่ฉีชะงัก เมื่อวานนางนอนคิดดีแล้ว ไม่ว่าฝันนั้นจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่ความเจ็บปวดที่นางได้สัมผัสสร้างความหวาดกลัวลึกๆ ขึ้นในใจ นางตัดสินใจจะตัดวาสนาระหว่างตนกับหลิงจางเหว่ยไปเสีย “ท่านพ่อ เรื่องนี้ข้าว่า....” “เจ้าเป็นคนบอกกับพ่อเองว่าหากต้องการทำให้สกุลกู้ยิ่งใหญ่ เจ้าต้องได้เป็นชายาของหลิงอ๋องซื่อจื่อ วันนี้คนของเราบังเอิญได้ยินว่ามีคนคิดจะลอบสังหารคนผู้นั้นในคืนเทศกาลชีซี เป็นโอกาสเหมาะที่เจ้าจะได้ใกล้ชิดกับเขาในฐานะผู้ช่วยชีวิต” บุตรสาวฟังแล้วนิ่งไปอึดใจ เรื่องที่นางสงสัยค่อยๆ แย้มพรายออกมา “เหตุใดเจ้าทำสีหน้าเช่นนั้น ” “ท่านพ่อ ข้ามีเรื่องข้องใจเกี่ยวกับสกุลหลิงเจ้าค่ะ” ใต้เท้ากู้ขมวดคิ้ว “เจ้าสงสัยอันใดหรือ ” “เรายังไม่สืบเรื่องภายในของสกุลหลิงให้แน่นอน แต่ข้ากลับบุ่มบ่ามคิดจะไปเป็นสะใภ้ ครั้งนี้เราควรชะลอแผนการออกไปอีกสักหน่อยได้หรือไม่ ” “เยว่เอ๋อร์ ครั้งนี้เหมาะที่สุดแล้ว อย่าลืมนะว่าการลอบสังหารไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ พ่อจะเตรียมยอดฝีมือเอาไว้ช่วยเจ้าเอง ไม่ต้องกังวล” กู้เจินรู้ว่าบุตรสาว
Magbasa pa
บทที่ 6 เหนือฟ้ามีฟ้า
กู้เยว่ฉีตัวแข็งทื่อ ยอบกายลงทำจนศีรษะซ่อนอยู่หลังกองไม้ระเกะระกะ นางมือขึ้นปิดปากตนเองไม่ให้กรีดร้องออกมาด้วยความขัดเคือง ประโยคที่ท่านอ๋องน้อยพูดออกมาเมื่อครู่ ทำให้นางรู้ว่าที่แผนของนางและท่านพ่อสำเร็จง่ายดายไม่ได้เป็นเพราะสกุลกู้ซ้อนแผนได้แนบเนียน หากเป็นเพราะอีกฝ่ายยินดีจะเป็นเหยื่อต่างหาก ‘หลิงจางเหว่ย เจ้ารู้ตัวอยู่แล้ว แต่กลับเล่นตามบทที่ท่านพ่อกับข้าวางไว้ หรอกหรือ ’ หญิงสาวยิ้มเยาะตนเอง จากนั้นก็ค่อยเปลี่ยนสีหน้าเป็นบึ้งตึง รอจนคนทั้งสามเดินจากไปแล้ว กู้เยว่ฉีจึงลุกขึ้นมา นางตรงไปที่หอคอยแล้วขึ้นไปบนชั้นสาม มองตามทิศทางที่หลิงอ๋องซื่อจื่อเดินไป ครู่หนึ่งก็เห็นคนทั้งสาม ท่ามกลางผู้คนมากมาย นางสังเกตเห็นกว้านสีทองของสามีในฝันผู้นั้นทอประกายแวววาว นางได้ยินเสียงเคาะเกราะบอกเวลาก็ยกมือขึ้นกอดอก หญิงสาวรีบสะกดกลั้นความตื่นเต้นเอาไว้ข้างใน ใกล้จะถึงเวลาแล้ว.... “ท่านพ่อ หลิงอ๋องซื่อจื่อมาโน่นแล้วขอรับ” กู้เฉินที่ยืนอยู่ระเบียงชั้นสองของโรงเตี๊ยมชี้ให้บิดาดูบุรุษในชุดสีขาวปักลวดลายงดงาม ชายหนุ่มมองอีกฝ่ายด้วยความชื่นชม “ซื่อจื่อผู้นี้สง่
Magbasa pa
บทที่ 7 เราเป็นเหยื่อ
แม้จะไม่ได้ยินสิ่งที่คนข้างล่างพูดคุยกันแต่กู้เยว่ฉีก็พอเดาได้ว่าสามีในฝันของนางก็คงจะกำลังขอบอกขอบใจผู้ที่มาช่วยเหลือ เหล่ามือปราบวิ่งกันวุ่นวายไปหารถมาเก็บศพคนร้ายนางเหลือบมองที่หลังคาเรือนอีกฟากเหล่าไป๋องครักษ์ของนางพร้อมพวกกำลังไล่ตามคนร้ายที่มุ่งหน้านี้ไปทางทิศตะวันตก‘ดูจากฝีมือ คนร้ายพวกนี้น่าจะเป็นโจรกระจอกเสียมากกว่า วรยุทธ์แค่นี้หาได้คู่ควรกับคำว่ามือสังหารไม่ บางทีหลิงจางเหว่ยน่าจะส่งคนไปจ้างโจรภูเขานอกเมืองมาตบตาสกุลกู้’ หญิงสาวเดินลงจากหอคอย สาวใช้และองครักษ์คนสนิทมายืนรออยู่ “ตามข้ามา” “คุณหนูไม่กลับจวนหรือเจ้าคะ ” “ยัง ข้ามีเรื่องต้องตรวจสอบให้แน่ใจ” กู้เยว่ฉีจำได้ว่าหลิงจางเหว่ยมักจะไปนั่งดื่มที่เหลารสสวรรค์อยู่บ่อยๆ นางจึงไปยืนดักรอที่ตรอกด้านข้าง ไม่นานนักบุรุษทั้งสามก็เดินมาถึง “ซื่อจื่อ ครั้งนี้ผิดแผนไปหน่อยนะขอรับ” หลิงจางเหว่ยยกยิ้มมุมปาก หยุดยืนหน้าเหลาสุรา มองดูผู้คนที่เดินเข้าออกอย่างครึกครื้น “นั่นสิ ข้านึกว่านางจะมาเองเสียอีก ดูเหมือนสกุลกู้จะทำได้แนบเนียนกว่าที่คิด ส่งสองพ่อลูกมาแทน ไม่รู้ว่านางไปอยู่ที
Magbasa pa
บทที่ 8 แผนแยบยล
ชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนถือกระบี่อยู่กลางถนนหมุนตัวไปดูรอบๆ ผู้ติดตามของเขาวิ่งตามมาข้างหลังกลุ่มหนึ่ง แต่ละคนก้มลงตรวจสอบร่างที่นอนเกลื่อนพื้น “หัวหน้า ตายหมดแล้วขอรับ” “คงจะมีคนคิดฆ่าปิดปาก ไวมากทีเดียว นี่ขนาดเราตามมาติดๆ เผลอหน่อยเดียวก็ไม่ทันแล้ว” ชายหนุ่มถอนหายใจ เสียงคนของเขาผู้หนึ่งส่งสัญญาณเสียงให้ทุกคนรีบหลบ มู่โจวและคนของเขาเข้าซ่อนที่ข้างทาง ถนนนอกเมืองแห่งนี้ค่อนข้างเปลี่ยว กลุ่มคนที่วิ่งมาด้านหลังถือพู่ไฟอันเล็กติดมือมาด้วยทุกคน “เหล่าไป๋ โจรพวกนั้นนี่” คนที่ถูกเรียกก้มลงมองศพที่นอนเกลื่อนพื้น “พวกมันถูกฆ่าทิ้งหมดเลยหรือ ลองนับดูสิว่ามีกี่คน เผื่อจะมีคนรอดชีวิตไปได้”​ ดีที่คุณหนูใหญ่รอบคอบนัก นางบอกจำนวนคนร้ายที่นางสังเกตเห็นให้กับหัวหน้าองครักษ์ได้ทราบ พอคนของเขานับจำนวนเสร็จ องครักษ์ร่างใหญ่ก็ผงกศีรษะ “คุณหนูใหญ่คาดการณ์ไว้ถูกต้อง สิบห้าคนลงไปต่อสู้ในถนน คนกลุ่มนี้รอซุ่มดู ถ้าอย่างนั้นยังขาดไปอีกสองคน ไปตามหาสองคนนั้นเร็วเข้า” กลุ่มคนที่ซ่อนอยู่ออกมายืนพร้อมหน้ากันอีกครั้ง “กู้เยว่ฉีอีกแล้ว
Magbasa pa
บทที่ 9 สาวใช้ข้างห้อง
กู้เยว่ฉีชะงัก ในฝันนั้น หลังจากที่นางแต่งงานเข้าไปอยู่ในจวนอ๋องได้ราวสามเดือน คราหนึ่งได้ยินสามีเอ่ยปากกับองครักษ์ฝานถึงเรื่องเกาะยูซานโดยบังเอิญ นางพยายามแอบฟังต่อทั้งสองก็ไม่ได้พูดต่อ ‘ข้าพลาดเอง ที่มัวแต่เพลิดเพลินกับฐานะซื่อจื่อเฟย จัดงานเลี้ยงสังสรรค์เพื่อสร้างบารมีในหมู่สตรีชั้นสูงในเมืองหรงเฉิน จนลืมสนใจเรื่องอื่นในจวนอ๋อง ครานี้ข้าคงต้องเปลี่ยนจุดยืนเสียใหม่’ “ขอบใจมาก เหล่าไป๋ เจ้าไปพักผ่อนเถิด” ไป๋ชางยืนตะลึง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รับคำขอบคุณจากคุณหนูใหญ่ สาวใช้สองคนที่ยืนอยู่ด้วยก็ตกใจไม่แพ้กัน “พวกเจ้าจะยืนอยู่ทำไม ออกไปกันได้แล้ว ข้าจะนอน” กู้เยว่ฉีหันมาโบกมือไล่ตั้งแต่นางถูกจับกร้อนผม ถูกขังไว้ในอารามชีนอกเมืองแห่งนั้น ทุกอย่างล้วนต้องทำด้วยตนเอง นางไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด ร่างกายอาจจะยังแข็งแรงหุงหาอาหาร ซักผ้า และทำความสะอาดได้ แต่สติปัญญาดูเหมือนจะเลอะเลือน นางคิดสิ่งใดไม่ค่อยออก ทำได้เพียงฟังคำสั่งของแม่ชีวัยกลางคน ทั้งสองที่เฝ้านางอยู่ในอารามแห่งนั้นภวังค์ความคิดพลันสะดุดเพราะเสียงของสาวใช้ “คุณหนู ไม่ให้ข้
Magbasa pa
บทที่ 10 กำจัดทายาท
หวางเฟยเป็นสตรีอ่อนหวานแต่ก็ช่างเสแสร้ง พอกู้เยว่ฉีมาหยั่งเชิง นางก็รีบปลอบประโลมลูกสะใภ้คนงามด้วยวิธีเอาน้ำเย็นเข้าลูบ “เยว่เอ๋อร์ เจ้าไม่ต้องร้อนใจไป แม้อันเอ๋อร์จะอยู่ในจวนนี้มานานกว่าเจ้า แต่ฐานะของนางก็ต่ำต้อยนัก ข้าเมตตานางเพราะเลี้ยงดูมาแต่เล็กแต่น้อย ส่วนซื่อจื่อก็เมตตาเพราะเห็นว่านางคอยดูแลเขามาตั้งหลายปี ต่อให้นางคลอดบุตรชายก็ไม่อาจจะได้รับบรรดาศักดิ์อ๋องอย่างแน่นอน ซื่อจื่อคนต่อไปต้องเป็นบุตรชายที่เกิดจากภรรยาเอกอย่างเจ้าเท่านั้น” กู้เยว่ฉีฟังแล้วก็รู้ว่ามารดาของสามีบ่ายเบี่ยง แต่นางก็ไม่อาจจะหาเหตุผลมาหักล้างกับสตรีที่ครองความเป็นใหญ่ในจวนแห่งนี้ได้ จะแสดงความ แข็งขืนก็ไม่สมควร นางได้แต่เก็บความแค้นเคืองนี้เอาไว้ บรรดาภรรยาของหลิงอ๋องเองก็มีถึงสี่นาง ไม่นับรวมสตรีรายเล็กรายน้อยอีกกว่ายี่สิบคน “เจ้าค่ะท่านแม่ ขอบคุณที่ท่านยังนึกถึงข้า” “เจ้าไม่ต้องห่วง วันหน้าหากว่าจางเหว่ยจะรับชายาเพิ่ม ต้องบอกกล่าวกับเจ้าอย่างแน่นอน ตัวเจ้าเองก็พยายามหน่อยเล่า รีบมีทายาทสืบสกุลหลิงเถิด มารดาได้ดีเพราะมีบุตร หากเจ้ายังชักช้าอยู่อีก ข้าอาจจะต้อ
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status